รุ้งกินน้ำ

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
Post Reply
User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Fri Dec 11, 2009 10:42 am

:8) บอกตรงๆนะผมอ่านเมล์นี้แล้วไม่เคยเชื่อเลยซักนิดว่ามันจะจริง
     คือส่วนใหญ่มันตรงข้ามกับที่ผมเรียนรู้มาจากร่างกายและจิตใจของตนเอง
     ตอนแรกก็ถามว่าเอที่เราอ่านแล้วอคตินี่จะว่าเพราะเรามีอัตตาเยอะอ่ะเปล่้า
     ก็ตอบว่าคงไม่ใช่
     ผมเชื่อมัชฌิมาปฏิปทามากกว่า
     มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี
     เพราะอย่างน้อยที่สุด
     เรื่องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนี่แหละ
     ทำให้ผมหายจากโรคภูมิแพ้ที่เป็นมานานหลายปีจนย่ำแย่
     แล้วการออกกำลังก็ยังทำให้รู้สึกเช้าวันรุ่งขึ้นกระปรี้กระเปร่า
     หัวสมองสดใส ปลอดโปร่ง อีกตะหาก
     แล้วมันจะไม่ดีได้ไง
     ในเมล์นี่ยังมีรูปหมอคนที่ตอบคำถามนี้มาโชว์ด้วยนะ
     แต่ไม่บอกชื่อเสียงเรียงนาม
     ผมว่าหน้าตาแกหื่นๆพิกล...ฮ่า...
     นำเมล์มาให้แฟนานุแฟนกระทู้นี้อ่านขำ ขำ

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


smith_sanguan
Verified User
Posts: 3348
Joined: Sun Apr 15, 2007 10:55 am

Posts by smith_sanguan » Fri Dec 11, 2009 10:59 am

อย่าลืมกินเนื้อแดงนะพี่พอใจ

ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก มันก็เป็นเช่นนั้นแล


User avatar
crazyrisk
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 4549
Joined: Tue May 30, 2006 1:32 am

Posts by crazyrisk » Sun Dec 13, 2009 3:03 pm

เอาขวัญใจพี่ป้อมมาฝากครับ


http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... -2554.html
พิชัย จาวลา..ไม่ใช่นักลงทุนที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงกำลังเปลี่ยนแปลงตัวมันเองโดยไม่ฝืนธรรมชาติ


มาร์เก็ต ติ้งกำลังจะมีลูกค้าลดลงเรื่อยๆ เพราะปัจจุบันนักลงทุนรุ่นใหม่ 22% ซื้อขายหุ้นผ่านอินเทอร์เน็ต และคนส่วนใหญ่เล่นหุ้นสั้นลงรวมถึงกองทุนที่เปลี่ยนบทบาทเป็นนักเก็งกำไร เสียเอง

ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้ามาร์เก็ตแคป 130% ของจีดีพี และส่งเสริมให้ประชากรของประเทศเข้าถึงตลาดหุ้นเพิ่มจาก 2.4% เป็น 5% ภายใน 5 ปี แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่านักลงทุนหน้าใหม่ที่เข้ามาแสวงหาความร่ำรวยในตลาดหุ้นจะไม่ "ตกเป็นเหยื่อ" นโยบายผลักดันตลาดหุ้นให้ มี "มาร์เก็ตแคป" ใหญ่กว่า "จีดีพี" ของประเทศ ในแง่ "มหภาค" อาจเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่ในมิติ "จุลภาค" ก็เท่ากับเพิ่ม "ปลาซิวในมหาสมุทร" มากขึ้น        

ถึงพิชัยจะชอบ "ทวนกระแส" อยู่ข้างคนส่วนน้อย แต่เขาก็ไม่ "ขวางกระแส" และมองโลกในแง่ดี โดยเฉพาะ SET Index นับต่อจากนี้ เขาทำนายว่า ดัชนีที่ขึ้นมารอบนี้ 758.55 จุด เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2552 ยังไม่ใช่ "จุดสูงสุด" เพราะเหตุการณ์ในตอนนี้ยังคลุมเครือมีทั้งเรื่องดีเรื่องร้ายปนๆ กันอยู่

ตลาดหุ้นรอบนี้ยังน่าจะขึ้นได้ไปจนถึง 800-900 จุด และพอเศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มที่ข่าวดีต่างๆ จะไหลเข้าตลาดหุ้น SET Index ก็จะ "ปรับตัวลง" ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะขึ้นถึง "จุดสูงสุด" 1,000 จุด ในปี 2554 พร้อมกับราคาอสังหาริมทรัพย์จะปรับตัวขึ้นแรงอีกครั้ง

เขาเล่าว่า พอร์ตลงทุนส่วนตัวตอนนี้มีอยู่ 10-20 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะลงทุน "หุ้นบลูชิพ" ในกลุ่มพลังงานกับธนาคารพาณิชย์ เพราะมีทิศทางขึ้นลงตามดัชนี แต่หุ้นตัวเล็กก็มีติดพอร์ตบ้างเหมือนกัน จะเน้นหุ้นที่คนอื่นมักมองข้าม ตลาดหุ้นบ่อยครั้งจะขึ้นอยู่กับอารมณ์มากกว่าเหตุผล หุ้นบางตัวพื้นฐานแย่แต่ขึ้น (มีเจ้ามือดัน) แต่หุ้นพื้นฐานดีหลายตัวกลับไม่ค่อยขึ้น

สำหรับประสบการณ์ลงทุนโดยใช้ทฤษฎีที่คิดค้นขึ้นมา เขาบอกว่า ช่วงปี 2537 ตอนนั้น SET Index วิ่งผ่านจุดสูงสุดที่ 1,700 จุดและมาเคลื่อนไหวที่ 1,300-1,500 จุด ตอนนั้นเริ่มขายหุ้นออกไปจนหมดเพราะมองว่าตลาดจะเป็นขาลงในไม่ช้า

"ผมเริ่มกลับเข้าตลาดหุ้นอีก ครั้งตอน SET Index ลงมาเหลือ 300-400 จุด แต่ช่วงหลังวิกฤติพอร์ตก็นิ่งๆ อยู่นานหลายปีเพราะเศรษฐกิจผันผวนคาดเดาทิศทางลำบาก พอมาถึงปี 2549 ตลาดหุ้นเริ่มขึ้นก่อนจะขึ้นไปใกล้เคียง 900 จุด เป็นจุดสูงสุดครั้งสุดท้าย ตอนนั้นผมทำนายล่วงหน้าไว้ในหนังสือแล้วว่าตลาดหุ้นจะลงแรงจากการเข้าเก็งกำไรของต่างชาติและราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มทยอยขายหุ้นหมดพอร์ตไปตั้งแต่ดัชนี 800 จุด"

ถ้าใครสังเกตช่วงที่หุ้นอยู่ใกล้ๆ 900 จุด ตลาดหุ้นมีแต่ข่าวดีเต็มไปหมด ทั้งที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นไปตลอด จริงๆ ช่วงอย่างนี้แหละ "น่ากลัวที่สุด"

พอถึงเดือนตุลาคมปี 2551 ช่วงที่หุ้นตกหนัก พิชัยบอกว่า เริ่มเข้าเก็บหุ้นตั้งแต่ดัชนีลงมาแถว 500 จุด ไล่ซื้อลงมาถึง 400 จุด เพราะมั่นใจว่าช่วงเวลานั้นต้องมีคนกลุ่มหนึ่ง (ที่คิดต่างจากคนส่วนใหญ่) เข้าไปเก็บหุ้นไว้แล้ว ถึงตอนนี้ก็ยังถือหุ้นราคาถูกไว้บางส่วนเพราะมั่นใจว่าซื้อหุ้นได้ต้นทุนต่ำ

"ถามว่าผมได้กำไรจากทฤษฎีนี้เท่าไรมันไม่ได้มากเพราะพอร์ตผมไม่ใหญ่ แต่ผมไม่ขาดทุนหนักๆ อีกแล้ว ที่สำคัญอยากให้นักลงทุนรายย่อยรู้เท่าทันจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อง่ายๆ"

พิชัยยังนำแนวคิดทฤษฎีผลประโยชน์ไปใช้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของตัวเอง เขากำลังจะเปิดโรงแรมแห่งใหม่ที่กรุงเทพฯ เหตุผลเพราะซื้อที่ดินได้ในราคาไม่แพงในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี และเลือกลงทุนในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ เพราะมองว่าราคาที่ดินเขตใจกลางเมืองเช่นแถวสุขุมวิท "ราคาเฟ้อ" เกินความจริง จากการเก็งราคาของคนส่วนใหญ่

"ผมคิดว่าสูตรการทำธุรกิจกับลงทุนหุ้นให้สำเร็จมีความใกล้เคียงกันคือ ต้องพิจารณาจาก “ตัวเล่น” และ “จังหวะเวลา” การทำธุรกิจต้องการเหตุผลมากกว่าและมีโอกาสเติบโตเอาชนะเศรษฐกิจได้โดย ปัจจัยเรื่องของเวลาเป็นเรื่องรอง แต่ตลาดหุ้นคุณต้องเลือกให้ถูกทั้ง "ตัวหุ้น" และ "จังหวะเวลา" ซึ่งบ่อยครั้งตลาดหุ้นมักใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล"    นี่หรือไม่คือ "เสน่ห์" ของตลาดหุ้นที่ ล่อแมลงเข้ามาดอมดมอย่างไม่รู้จบสิ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเปลี่ยนแปลงตัวมันเองตามธรรมชาติ  เหรียญยังมีสองด้านฉันใด..ความจริงที่เรามองเห็นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาก็เป็น ไปได้

"Champions aren't made in gyms. Champions are made from something they have deep inside them: A desire, a dream, a vision.


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Mon Dec 14, 2009 8:52 am

:8) พระอาจารย์แม็คยังชอบพิชัยเลย
     ผมก็เกาะๆไปตามสไตล์

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Mon Dec 14, 2009 2:30 pm

:8) ข่าวชาวบ้าน

14 ธค. 2552 14:00 น.

   ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ล็อตเตอรี่ จากคนขายที่พิการตาบอดทั้งสองข้าง บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พ.ต.ต.ธีรเดช แจ่มแจ้ง สวป.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมด้วย ร.ต.ท.นพดล ใจงาม ร้อยเวรสายตรวจรถยนต์ นำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองพิษณุโลกไปยังจุดเกิดเหตุ พบนายวิทวัส จันทร์กังวล อายุ 35 ปี อยู่อ.เมือง จ.พิษณุโลก ชายพิการตาบอดผู้ขายล็อตเตอรี่ ยืนรอตำรวจอยู่ริมถนน ขณะที่ชาวบ้านในละแวกนั้นกำลังช่วยล้อมจับผู้ก่อเหตุ ที่วิ่งหลบหนีไปในป่าละเมาะ ริมถนนเลียบทางรถไฟ กระทั่งตำรวจและชาวบ้านช่วยกันควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมของกลางสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 ใบ งวดวันที่ 16 ธันวาคม 2552 เลข 055791
   สำหรับผู้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ล็อตเตอรี่คนตาบอดชื่อ นายเอกพงษ์ ปานจันทร์ อายุ 26 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 223 / 7 ม.1 ต.สากเหล็ก อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร เปิดเผยว่า มาพิษณุโลก ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ช่วงเวลาดังกล่าวเห็นผู้เสียหายเดินถือไม้เท้าเดินเคาะไปตามถนน และถือล็อตเตอรี่ขาย จึงทำทีเข้าไปขอซื้อ เมื่อผู้เสียหายยื่นปึกล็อตเตอรี่มาให้ดู ก็เลือกและดึงออกมา 1 ใบ จากนั้นก็วิ่งหนีไปในป่าละเมาะกระทั่งถูกล้อมจับไว้ได้
   “ผมไม่มีเงิน แค่อยากรวย เลือกใบแล้ว เลขมงคลด้วย คิดว่าถูกแน่นอนเลย” นายเอกพงษ์ ผู้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ กล่าว
   นายวิทวัส ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนพิการตาบอดทั้งสองข้างมาตั้งแต่กำเนิด หลังจากเรียนจบแล้ว ก็ยึดอาชีพขายล็อตเตอรี่มาเป็นสิบปีแล้ว โดยเดินขายในเขตตัวเมืองพิษณุโลก มีไม้เท้าคู่ใจอยู่ 1 อัน ส่วนใหญ่แล้ว คนซื้อจะไม่ค่อยโกงคนพิการและไม่ค่อยเจอเหตุวิ่งราวทรัพย์ ครั้งนี้ ตนออกเดินขายล็อตเตอรี่ตามลำพัง มาถึงถนนเลียบทางรถไฟ ชายคนนี้ทำทีมาขอซื้อล็อตเตอรี่ ตนก็คลี่ให้เลือก จับ ๆ แล้วก็ดึงเลย ตอนนั้นตนกำลังสูบบุหรี่อยู่ และแฟนกำลังโทรศัพท์เข้ามาด้วย ทำให้ไม่ระวัง เขาก็ดึงไปเลย แถมดึงบุหรี่ที่มือตนไปด้วย วิ่งเข้าป่าไปเลย ตนก็เลยตะโกนเรียกชาวบ้านมาช่วย

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


sattaya
Verified User
Posts: 1372
Joined: Tue Apr 17, 2007 8:59 am

Posts by sattaya » Mon Dec 14, 2009 11:12 pm

โห 1000 จุดเลยหรือ อืม...ว่าแต่พรุ่งนี้ขอปิดเขียวอีกนะ :lol:

มาป่วนครับ

สติมา ปัญญาเกิด


ccc111
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 464
Joined: Thu Jan 06, 2005 7:29 pm

Posts by ccc111 » Wed Dec 16, 2009 8:46 pm

เอากระทู้แนะนำดีๆ จากสินธรมาฝากครับ

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 59330.html

!!!สุดยอดเคล็ดลับจากเซียนหุ้นแบบ Trend Following ระดับโลก
บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Ed Seykota สุดยอด System Trader

ขอแปะบทสัมภาษณ์ Ed Seykota เซียนหุ้นที่เล่นหุ้นเป็นระบบจนรวยมหาศาล และยังเป็นผู้บริหารกองทุนของเขาเองด้วยครับ น่าสนใจแค่ใหนนั้นลองคิดเอาเอง บทสัมภาษณ์นี้ผมนำมาจากนิตยสาร Stock and Commodities เมื่อปี 1992 โดยจากปี 1972 ที่เขาเริ่มบริหารกองทุนนั้นหากเรามีเงินอยู่ในกองทุนของเขา ในปี 1992 นี้คุณจะมีกำไรถึง 250,000% หรือ 2,500 เท่าทีเดียวครับ เรามาศึกษาแนวคิดของ Ed Seykota กันดีกว่าครับ
ใครสนใจตามไปอ่านได้เลยครับ



User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Fri Dec 18, 2009 11:08 am

:8) มีเพลงมาฝาก

รักต้องสู้

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Fri Dec 18, 2009 11:21 am

:8) ซึ้งใช้ได้ หนุ่มๆในเวบน่าฟังมาก

ใจสู้ รึเปล่า ไหวมั้ย บอกมา ...

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Sun Dec 20, 2009 8:04 am

:8) หลายวันก่อนมีน้องหมอโอมมาถาม
     ว่า
     เล่นหุ้นนอกจากเล่นได้ตังเสียตังแล้ว
     ให้อะไรกับสังคมบ้าง
     ลองอ่านคำตอบที่นี่ดูนะ เยอะเชียว

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 74684.html

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Tue Dec 22, 2009 1:11 pm

:8) ซื้อมาตั้งนานเพิ่งได้อ่าน
     มหัศจรรย์แห่งกลยุทธทางธุรกิจของท่านแม่ทัพ
     คำพูดนี้อ่านแล้วปิ๊งจริงๆครับ

     เป้าหมายหลักของทุกบริษัทไม่ใช่การเิติบโต
     แต่เป็น การเพิ่มพูนความสามารถในการแข่งขัน
     บริษัทควรขยายกิจการก็ต่อเมื่อการขยายกิจการนั้น
     นำมาซึ่งความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นหรือ
     เป็นการเป็นการนำเอาความสามารถในการแข่งขันที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากกว่าเดิม

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
BeSmile
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1178
Joined: Wed Jul 13, 2005 3:08 pm

Posts by BeSmile » Thu Dec 24, 2009 8:18 am

แวบเอามาฝากพี่พอใจ ครับ

เซียน ต่าย-บ้า ออกจาก ทองมาพักหนึ่งแล้ว

ตอนนี้ ย้าย มา SET FuTURE

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 88116.html


อย่าง งี้ มันต้อง ลอง

:8)



เข้ามาแซวครับ ช่วงนี้ยุ่งมาก มีบุญได้เด็กน้้อยเพิ่มมาที่บ้าน 1 คน

:D

มีสติ - อย่าประมาทในการใช้ชีวิต


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Thu Dec 24, 2009 9:56 am

BeSmile wrote:แวบเอามาฝากพี่พอใจ ครับ

เซียน ต่าย-บ้า ออกจาก ทองมาพักหนึ่งแล้ว

ตอนนี้ ย้าย มา SET FuTURE

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 88116.html


อย่าง งี้ มันต้อง ลอง

เข้ามาแซวครับ ช่วงนี้ยุ่งมาก มีบุญได้เด็กน้้อยเพิ่มมาที่บ้าน 1 คน

:D
:8) จะลองขึ้นหรือลองลงล่ะครับ
     จะได้เอาใจช่วย
     ส่วนที่ว่ามีบุญได้เด็กน้อยมาหนึ่งคน
     ก็คงจะบุญของมันจริงๆละครับ
     แต่ไม่รู้จะเป็นบุญของเราหรือเปล่า

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Thu Dec 24, 2009 12:27 pm

10 ประเด็นที่ทำให้คนไทยล้าหลัง…ในมุมมองของ วิกรม กรมดิษฐ์

วิกรม กรมดิษฐ์
ออกอากาศทางวิทยุ อสมท.
รายการซีอีโอวิชั่น
10-11 มกราคม 2550

[01]
คนไทยรู้จักตัวตนของเราเองต่ำมาก
กล่าว คือ รู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะมีสำนึกต่อสังคมส่วนรวมสูงมาก

ของเราจะไม่คำนึงถึงส่วนรวม แต่จะเป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา จนทำให้เกิดวัฒนธรรมสืบทอดกันมายาวนาน โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจทุกระดับชั้น จนมีคำพูดว่า ธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ทุกคนแสวงหาอำนาจเพื่อจะตักตวงเพราะความไม่รู้จักตัวตน ไม่รู้จักประเทศของตัวเองเช่นนี้แล้ว ทำให้ประเทศชาติของเราล้าหลังไปเรื่อย ๆ

[02]
การศึกษาของไทยยังไม่ทันสมัย
สอนให้คนเห็นแก่ตัวมากกว่า ขาดจิตสำนึกต่อสังคม แม้แต่ภาษาคนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้เราขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง ๆ ประเทศอื่น ๆ รู้จักคนไทยน้อยมาก เพราะคนไทยไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง เราจึงตามหลังชาติอื่น เพราะคุณภาพการศึกษาของเราไม่ทันสมัย จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสที่ดีกว่า

[03]
คนไทยมองอนาคตไม่เป็น
เท่าที่สังเกตเห็นว่าคนไทยกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคต แบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ น้อยนักที่จะวางแผนให้ตัวเองอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายที่ชัดเจนในอนาคต สะสมความสำเร็จไปอย่างเป็นลำดับ หรือเป็นเพราะไม่กล้าฝัน หรือไม่มีความฝันก็ไม่แน่ใจ และชอบพึ่งสิ่งงมงาย โชคชะตา พอใจทำงานแบบตำข้าวสารกรอกหม้อ ทำให้ประสิทธิภาพของเราไม่ทันกับการแข่งขันระดับโลก

[04]
คนไทยไม่ค่อยจะจริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่
การรับปากของเรามักทำแบบผักชีโรยหน้า หรือเกรงใจ แต่ทำได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จากประสบการณ์ทำธุรกิจกับชาวต่างชาติจะพบว่า ประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น ญี่ปุ่น หรือยุโรป คนเขาจะให้ความสำคัญกับสัญญาข้อตกลงอย่างเคร่งครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว ซึ่งไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้ ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตในการเชื่อถือด้านนี้ลงไปเรื่อย ๆ

[05]
การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่
ประเทศของเรากระจุกตัวความเจริญเฉพาะในเมืองใหญ่ ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกล จะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและชุมชน ในต่างประเทศ การสร้างนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ห่างไกล แต่มีองค์ประกอบอื่น ๆ สนับสนุนเขาก็ลงทุน การสร้างเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค จะเป็นประโยชน์ ทำให้เป็นการลดต้นทุนในการดำเนินการทางธุรกิจอย่างมาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม

[06]
การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็งและดำเนินอย่างไม่ต่อเนื่อง
สังคมไทยชอบทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง อาจได้ยินกรณีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารก็ตาม จะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน ต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว ข้อนี้กระบวนการยุติธรรมจะต้องปรับปรุง

[07]
สังคมไทยชอบอิจฉาตาร้อน ไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ และชอบเลี่ยงเป็นศรีธนญชัย เมื่อจนตรอก ในวงการเราจะพบกระแสของคนประเภทนี้ปะปนมากขึ้น
จะเพราะเป็นเพราะสังคมเรายอมรับ หรือยกย่องคนที่มีอำนาจ มีเงิน แต่ไม่มีใครรู้ภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจ เอาตัวรอดหน้าตาเฉย คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่าผู้ก่อการร้ายเสียอีก เพราะทำความเสียหายต่อบ้านเมืองมากกว่า และจะเป็นประเภทดีแต่พูด มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ทำให้คนดีไม่กล้าจะเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว

[08]
เอ็นจีโอบ้านเราค้านลูกเดียว
ทำให้เราเสียโอกาสในการพัฒนา เพราะเอ็นจีโอบางกลุ่มที่อิงผลประโยชน์อยู่ ถ้าจะพูดกันแบบมีเหตุผล ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เอ็นจีโอดี ๆ ก็มี แต่บ้านเรามีน้อย กรณีน้ำท่วมเพราะไม่มีเขื่อนรองรับเพียงพอ พอเกิดน้ำท่วม พวกที่ค้านจะแสดงความรับผิดชอบด้วยหรือเปล่า บ่อยครั้งที่ประเทศเราเสียโอกาสอย่างมหาศาล เพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริง ๆ ไม่ได้พูดกัน

[09]
คนไทยอาจจะไม่พร้อมในเวทีโลก
เพราะไม่ถนัดภาษาอื่น ที่ไม่ใช่ภาษาตัวเอง
ทำให้โลกภายนอกไม่รู้จักคนไทยเท่าที่ควร และการจัดการตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระดับโลก ของเราขาดทักษะและทีมเวิร์คที่ดี ทำให้เราสู้ประเทศเล็ก ๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้

[10]
คนไทยเลี้ยงลูกไม่เป็น
ปัจจุบันเด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกัน เป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะเราเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะกระตือรือร้นช่วยตนเอง ขวนขวาย แสวงหา ค้นหาตัวเอง และเขาจะสอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

คุณวิกรมแสดงความเห็นว่า การอบรมเยาวชนมาจาก 3 ทาง
-หนึ่งภายในครอบครัว
- สองจากโรงเรียน
- และสามจากสังคม หรือสื่อสารมวลชน

ในส่วนนี้พวกเราทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบ เพราะถ้าหากสื่อมวลชนทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง หรือเพื่ออำนาจต่อรองเท่านั้น และสังคมปราศจากสื่อที่จะทำหน้าที่นำเสนอสาระที่เป็นความจริง โดยไม่มอมเมาบิดเบือนแล้ว เมื่อนั้นสังคมจะวิบัติมากยิ่ง ๆขึ้นอีกต่อไป

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Thu Dec 24, 2009 1:05 pm

แวะมาชมมาเชียร์ครับพี่พอใจ



User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Fri Dec 25, 2009 9:19 am

:8) ดูความโลภของมนุษย์
     อ่านดูแล้ว ไม่น่าเป็นไปได้
     แต่เจ้าโลภะก็ทำให้มันเป็นไปจนได้

http://www.junjaowka.com/webboard/showt ... p?p=327181

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


smith_sanguan
Verified User
Posts: 3348
Joined: Sun Apr 15, 2007 10:55 am

Posts by smith_sanguan » Fri Dec 25, 2009 9:57 am

ไม่น่ารีบชี้แจง น่าจะจับต่อเรื่อยๆ ครับ

ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก มันก็เป็นเช่นนั้นแล


User avatar
BeSmile
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1178
Joined: Wed Jul 13, 2005 3:08 pm

Posts by BeSmile » Fri Dec 25, 2009 12:45 pm

มุขตำรวจ นี้เจ็บ จริง ๆ ครับ  :lol:


******
por_jai wrote:จะลองขึ้นหรือลองลงล่ะครับ
    จะได้เอาใจช่วย ...
ส่วน TFEX ผมยังไม่กล้าเล่นครับ ตอนนี้มันเกินขอบเขตความรู้ของผมนะครับ ที่จะสร้างโอกาศทำกำไรได้

เลยได้แต่นั่งดูครับ

มีสติ - อย่าประมาทในการใช้ชีวิต


อินทรีย์ทองแดง
Verified User
Posts: 510
Joined: Fri May 09, 2008 10:00 am

Posts by อินทรีย์ทองแดง » Fri Dec 25, 2009 9:41 pm

สุขสันต์วันคิดมาก x'mas ครับ  ยายกรูซ่า

ได้เวลาเหล่าอินทรีย์ ผงาดบนฟากฟ้า


User avatar
crazyrisk
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 4549
Joined: Tue May 30, 2006 1:32 am

Posts by crazyrisk » Mon Dec 28, 2009 9:06 pm

ถ้าพี่ป้อมมีเวลาเหลือสักนิด

เรียนเชิญพี่ป้อมรวบรวมกระทู้เก็บตก  ส่งท้ายปี 52 สักนิดดีไหมพี่


ผมเริ่มกระทู้แรกละกันครับ

http://www.stock2morrow.com/forums/showthread.php?t=245

"Champions aren't made in gyms. Champions are made from something they have deep inside them: A desire, a dream, a vision.


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Tue Dec 29, 2009 1:11 pm

:8) ผมก็เก็บที่มันตกๆทุกวันนะแหละ
     แต่ประเภท Best of the Year 2009
     นี่ผมก็มีทำไว้นะ
     แต่ผมเก็บไว้ดูเอง
     ถ้าเคสนใจจะดูที่ผมรวบรวมไว้
     วันไหนเจอกันบอกล่วงหน้าจะไร๊ท์เป็นดีวีดีไว้ให้
     vvvvvvvvvv
   
     vvvvvvvvvv














     ว่าแต่ชอบ อาโออิหรือมิยาบิ
     มากกว่ากันล่ะ...ฮ่า...

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


saichon
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1217
Joined: Thu Feb 01, 2007 1:20 pm

Posts by saichon » Wed Dec 30, 2009 1:54 pm

เข้ามากราบสวัสดีปีใหม่พี่ป้อมครับ

ปีใหม่นี้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงดลบันดาลให้พี่ป้อมและครอบครัว
จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาตลอดปีและตลอดไปครับ


ขอบคุณสิ่งดีๆที่พี่เสียสละทำเพื่อเวปและพวกเราตลอดมาครับ:D



User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Wed Dec 30, 2009 7:01 pm

saichon wrote:เข้ามากราบสวัสดีปีใหม่พี่ป้อมครับ

ปีใหม่นี้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงดลบันดาลให้พี่ป้อมและครอบครัว
จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาตลอดปีและตลอดไปครับ


ขอบคุณสิ่งดีๆที่พี่เสียสละทำเพื่อเวปและพวกเราตลอดมาครับ:D
:8) ที่อยากได้คือปีหน้าขอกำไรหุ้นเป็นท่วมเท่าที่เอ๊ดได้ปีนี้
     ผมก็ 'พอใจ' มากแล้ว

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Wed Dec 30, 2009 11:37 pm

มาสวัสดีปีใหม่พี่พอใจด้วยครับ

ขอบคุณที่ดีกับผมเสมอมาครับ
:D

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Thu Dec 31, 2009 10:25 am

hongvalue wrote:มาสวัสดีปีใหม่พี่พอใจด้วยครับ

ขอบคุณที่ดีกับผมเสมอมาครับ
:D
:8) เมื่อสักครู่แวะไปที่บล๊อกฮงมาเหมือนกัน
     เห็นมีmeeting marathonกันด้วย
     ถ้าเป็นวิ่งมาราธอนเมื่อไร มาชวนด้วยก็ละกัน

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Thu Dec 31, 2009 10:26 am

[quote="อินทรีย์ทองแดง"]สุขสันต์วันคิดมาก x'mas ครับ

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18091
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Posts by miracle » Thu Dec 31, 2009 11:00 am

กราบขอพระคุณพี่ป้อมครับ
ที่ดูแลพวกน้องๆและกระผมเป็นอย่างดีตลอดปี 2552

สวัสดีปีใหม่ครับพี่ป้อม
:)

:)


อินทรีย์ทองแดง
Verified User
Posts: 510
Joined: Fri May 09, 2008 10:00 am

Posts by อินทรีย์ทองแดง » Thu Dec 31, 2009 9:36 pm

Happy New year krub P' por_jai and everybody

"Sa-bai-dee  pee-mai"
 sound from Laung prabang

I have to apologize typing in english coz of no Thai langauge here

ได้เวลาเหล่าอินทรีย์ ผงาดบนฟากฟ้า


...
Verified User
Posts: 1817
Joined: Fri Nov 17, 2006 9:25 am

Posts by ... » Thu Dec 31, 2009 10:16 pm

สวัสดีปีเสือครับพี่(เสือ)ป้อม :D

แมงเม่าบินเข้ากลางใจ


User avatar
romee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1784
Joined: Thu Jun 07, 2007 10:08 pm

Posts by romee » Fri Jan 01, 2010 2:52 am

สวัสดีปีใหม่ครับพี่พอใจ

ขอให้พี่และครอบครัว มีสุขภาพแข็งแรง ทั้งกายและใจเลยนะครับ  :D



Post Reply