เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sat Nov 20, 2021 7:51 pm

ดูกันชัดๆ โลกร้อนขึ้นจริงหรือไม่ ข้อมูลจากนาซ่า

phpBB [video]

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Wed Dec 01, 2021 8:29 pm

ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (climate change) เกิดขึ้นให้เห็นเป็นปรากฏการณ์ต่างๆ มากขึ้นทุกวัน แค่ในปีนี้ปีเดียว เราเห็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นไฟป่าที่แคลิฟอร์เนีย พายุทรายถล่มเมืองตุนหวงของจีน น้ำท่วมนครนิวยอร์ก หรือแม้แต่เหตุการณ์น้ำท่วมกว่า 20 จังหวัดของประเทศไทยเอง

แต่เหตุการณ์หนึ่งที่น่าสนใจ และอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในอนาคต ก็คือ ฝนที่ตกบนยอดเขาในกรีนแลนด์ แทนที่จะเป็นหิมะ ซึ่งพบเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจในหมู่นักวิทยาศาสตร์

งานวิจัยที่นำโดย Michelle McCrystall จาก University of Manitoba ของแคนาดา ค้นพบว่า เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นปกติ พูดอีกอย่างคือ ถ้าโลกร้อนขึ้น 3 องศาเซลเซียส ฝนก็จะตกในทุกๆ ภูมิภาคของขั้วโลกเหนือ ในฐานะหยาดน้ำฟ้าหลัก แทนที่หิมะในอีกไม่เกิน 40-50 ปี แต่แม้จะควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 หรือ 2 องศาฯ ได้ บริเวณกรีนแลนด์และทะเลนอร์วีเจียน ก็จะยังมีฝนตกเป็นหลักอยู่ดี ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็เห็นตรงกันอยู่แล้วว่าปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้นนั้นมาจากการละเหยของน้ำทะเลที่ปราศจากน้ำแข็งและอุ่นขึ้นเรื่อยๆ

ทีมวิจัยบอกอีกว่า ผลกระทบจากการที่ฝนมาแทนหิมะนั้น ‘มหาศาล’ เพราะหิมะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ เมื่อหิมะลดลง ก็อาจช่วยเร่งให้ธารน้ำแข็งไหลลงมหาสมุทรมากขึ้น มีการละลายของชั้นดินเยือกแข็งคงตัวมากขึ้น จนทำให้น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อเมืองที่ติดชายฝั่ง อาจทำให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบ่อยขึ้น และกระทั่งส่งผลกระทบกับสัตว์อย่างกวางเรนเดียร์ที่จะต้องเผชิญกับวิกฤตขาดอาหาร

มีการวิเคราะห์ว่า แม้จะมีข้อตกลงจากการประชุม COP26 ที่ผ่านมา อุณหภูมิของโลกก็จะเพิ่มสูงขึ้นได้ถึง 2.4 องศาฯ อยู่ดี ซึ่งก็ยังไม่แน่ไม่นอนอีกว่าแต่ละประเทศจะทำตามที่สัญญาไว้ได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ ปัญหานี้ย่อมส่งผลกระทบกับทั้งโลก McCrystall หัวหน้าทีมวิจัย บอกว่า “คุณอาจคิดว่าขั้วโลกเหนือห่างไกลจากชีวิตประจำวันของคุณ แต่ในความเป็นจริง อุณหภูมิที่นั่นอุ่นขึ้นมากจนส่งผลกระทบลงมาทางใต้มากขึ้นเรื่อยๆ” เธอบอกอีกว่า “นี่คือปัญหาของโลก และมันก็ต้องมีการแก้ปัญหาจากทั้งโลก”

https://thematter.co/brief/161731/161731

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sun Dec 05, 2021 8:10 pm

https://positioningmag.com/1365463

Suntory’ เปิดตัวขวด PET ที่ผลิตจากพืช 100% พร้อมตั้งเป้าใช้งานในปี 2030

Suntory Group ได้ประกาศว่าจะใช้ขวด PET ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ 100% ทั่วโลกภายในปี 2030 และกำจัดพลาสติกบริสุทธิ์ที่ใช้ปิโตรเลียมทั้งหมดออกจากการผลิตขวด PET ทั่วโลก หลังบริษัทประสบความสำเร็จในการสร้างขวด PET ต้นแบบที่ทำจากพืช 100% และใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ต้นแบบของแบรนด์ Orangina ในยุโรป และแบรนด์ Suntory Tennensui น้ำแร่บรรจุขวดที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น

การประกาศครั้งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าหลังจากเป็นพันธมิตรที่ยาวนานเกือบ 10 ปีกับบริษัท Anellotech บริษัทเทคโนโลยีด้านความยั่งยืนในสหรัฐฯ โดยขวดต้นแบบจากพืชของ Suntory ผลิตขึ้นจากการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ของ Anellotech ที่นำพาราไซลีนจากพืชซึ่งได้มาจากเศษไม้ และได้แปลงเป็น PTA (กรดเทเรฟทาลิก) จากพืช 70% และ MEG (โมโนเอทิลีนไกลคอล) จากพืช 30% ที่มีอยู่แล้วซึ่งทำจากกากน้ำตาลที่ Suntory ใช้ในแบรนด์ Tennensui ในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2013

“เรายินดีกับความสำเร็จนี้ เนื่องจากมันทำให้เราเข้าใกล้อีกขั้นในการส่งมอบขวด PET แบบยั่งยืนให้ถึงมือผู้บริโภคของเรา” Tsunehiko Yokoi เจ้าหน้าที่บริหารของ Suntory MONOZUKURI Expert Ltd. กล่าว

นวัตกรรมนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งสู่การบรรลุความทะเยอทะยานของ Suntory Group ในการเลิกใช้ขวดพลาสติก PET บริสุทธิ์ที่ได้จากปิโตรเลียมทั้งหมดทั่วโลก โดยเปลี่ยนไปใช้ขวด PET รีไซเคิลหรือจากพืช 100% ภายในปี 2030 โดยขวดต้นแบบจากพืชที่รีไซเคิลได้ทั้งหมดคาดว่าจะ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับขวดบริสุทธิ์ที่ได้จากปิโตรเลียม

เทคโนโลยีนี้เป็นหนึ่งในการลงทุนล่าสุดจาก Suntory ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของบริษัทในการจัดการกับผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ในปี 1997 Suntory ได้กำหนด “แนวทางสำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม” สำหรับขวดพลาสติกโดยเฉพาะ บริษัทได้ใช้กลยุทธ์ 2R+B (ลด/รีไซเคิล + ชีวภาพ) เพื่อลดน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ รวมถึงฉลากและฝาปิด และแนะนำวัสดุรีไซเคิลหรือจากพืชในขวดพลาสติกที่ใช้ทั่วโลกอย่างจริงจัง ที่สำคัญคือ ได้สร้างฝาขวดที่เบาที่สุด ฉลากขวดที่บางที่สุด และขวด PET ที่เบาที่สุดที่ผลิตในญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ในไทยประกาศนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้พลาสติก PET กับบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด เป็นขวด PET แบบใส ไม่มีสี และฝาขวดก็ไร้การพิมพ์สี เพื่อให้สามารถรีไซเคิลได้ 100% มีมูลค่าการรับซื้อสูงกว่าขวดสี เพราะง่ายต่อการรีไซเคิล ด้วยกระบวนการคัดแยกขยะ

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Fri Dec 17, 2021 8:12 pm

phpBB [video]

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Thu Dec 30, 2021 9:20 pm

สรุปภัยธรรมชาติสำคัญในปี 2564


phpBB [video]

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Mon Jan 24, 2022 8:34 pm

🌧️❄️ หิมะตกในทะเลทราย 🏜️ทะเลทรายซาฮารา
🌨️ หิมะตกในเมือง ไอน์ เซฟรา ทะเลทรายซาฮาราในแอลจีเรียเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 42 ปี อุณหภูมิลดลงติดลบ -2 องศาภายในข้ามคืน
🌨️ ใน 42 ปีหิมะตก 5 ครั้งปี 1979, 2016, 2018 และ 2021และ 2022
🌧️ ไอน์ เซฟรา หรือที่รู้จักในชื่อประตูสู่ทะเลทราย อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000 ฟุต และล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอตลาส

Photo credits: Karim Bouchetata
: CGTN Frontline


" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Mon Jan 31, 2022 7:49 pm

World Economic Forum จัดทำรายงาน Global Risks Report 2022 ที่มองไปไกลถึง 10 ปี ออกมาเผยแพร่ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์มาก


" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sat Feb 12, 2022 7:40 pm


Coca-Cola ตั้งเป้า ใช้ขวดที่ใช้ซ้ำได้ 25% ของทั้งโลก หลังโดนเรียกร้องเรื่องขยะพลาสติกอย่างหนัก

ล่าสุด Coca-Cola ผู้ผลิตน้ำอัดลมที่รู้จักกันในชื่อ “Coke” ได้ออกมาประกาศว่า บริษัทตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนแพ็คเกจจิง 25% ของสินค้าที่วางขายทั่วโลก ให้เป็นขวดแบบที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้อีก (Reusable) ภายในปี 2030
ซึ่งการออกมาประกาศครั้งนี้ เกิดจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม, นักลงทุน และผู้บริโภคที่การออกมาเรียกร้องให้ Coca-Cola ใส่ใจเรื่องขยะพลาสติกในทะเล ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก
พอพูดแบบนี้ หลายคนคงสงสัยว่า แล้วทำไมถึงพุ่งเป้าไปที่ Coca-Cola ?
เพราะจากรายงานของ Break Free From Plastic องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก ที่ตีพิมพ์ออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่า “Coca-Cola” เป็นบริษัทที่ก่อมลพิษจากขยะพลาสติกที่เลวร้ายที่สุดในโลก 4 ปีติดต่อกัน
โดยจากที่ทาง Break Free From Plastic ได้ออกไปทำความสะอาดทะเลในกว่า 45 ประเทศ และพบขวดพลาสติกของ Coca-Cola กว่า 20,000 ขวด ซึ่งมากกว่าขยะของ PepsiCo และ Unilever รวมกันเสียอีก
ซึ่งจากการที่ Coca-Cola ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้แล้ว ทางองค์กร Break Free From Plastic ก็หวังว่าบริษัทอื่น ๆ จะออกมาทำตาม ด้วยการกำหนดการใช้แพ็กเกจจิงแบบใช้ซ้ำได้เช่นกัน
ทั้งนี้ Coca-Cola ระบุว่าแพ็คเกจจิงที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Reusable Packaging) คือขวดที่บริษัทหรือผู้บริโภคสามารถเติมผลิตภัณฑ์ (น้ำอัดลม/เครื่องดื่ม) ดั้งเดิมได้
เช่น ภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม ทั้งขวดแก้ว และขวดพลาสติก จะต้องสามารถเติมเครื่องดื่มรีฟิลหรือส่งคืนได้
เรื่องนี้นับว่าน่าติดตามต่อไป ว่าบริษัทหรือแบรนด์ใด จะออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอีกบ้าง เพราะลำพังแค่เพียง Coca-Cola บริษัทเดียว ก็คงจะช่วยอะไรได้ไม่มากนัก
แต่ก็นับเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะช่วยสะกิดให้แบรนด์อื่น ๆ หันมาตระหนัก และร่วมเดินบนเส้นทางเดียวกัน..
อ้างอิง:
-https://www.reuters.com/business/sustai ... 022-02-10/
Tag:
Coca-Cola
Environment

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Tue Feb 15, 2022 8:13 pm


สำหรับประเทศที่มีนวัตกรรม เชื่อว่าเทรนด์ของการเติบโตรอบใหม่หลัง Covid-19 ผ่านไปก็คือเรื่องของสิ่งแวดล้อม เห็นได้จากการที่ Kaneka บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมเคมีของญี่ปุ่นเดินหน้าผลิตวัสดุโพลิเมอร์ที่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติ หรือที่บริษัทเรียกว่า PHBH เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ตันต่อปี หรือ 4 เท่าของกำลังการผลิตในปัจจุบัน

สำหรับความพิเศษของโพลิเมอร์ดังกล่าวคือใช้น้ำมันพืชเป็นวัตถุดิบหลัก และหากถูกทิ้งลงในทะเลหรือดิน พลาสติกเหล่านี้ก็สามารถย่อยสลายได้มากกว่า 90% ด้วย (เป็นคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ)

สาเหตุที่เพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าวมาจากกฎหมายใหม่ของญี่ปุ่นที่กำลังจะบังคับใช้ในเดือนเมษายนนี้ ที่ระบุให้บริษัทต่าง ๆ ลดการใช้พลาสติกลง ขณะเดียวกัน กฎหมายดังกล่าวก็ทำให้ความต้องการพลาสติกสายกรีนเพิ่มขึ้นด้วย

หนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของ Kaneka ก็คือ 7-Eleven ที่ซื้อหลอดย่อยสลายได้ของ Kaneka ไปใช้ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวนี้ทำให้ทาง Kaneka คาดการณ์ว่าความต้องการพลาสติกสายกรีนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วใน 2 – 3 ปีข้างหน้า และได้ตัดสินใจลงทุนขยายโรงงานในจังหวัดเฮียวโกเป็นมูลค่า 15,000 ล้านเยน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้เป็น 100,000 – 200,000 ตัน ต่อปีภายในปี 2030

ข้อมูลจากการวิจัยที่เปิดเผยโดย the National Institute of Advanced Industrial Science ของญี่ปุ่นยังพบว่า สาร PHBH ที่ Kaneka ผลิตขึ้นมานั้น สามารถย่อยสลายได้เร็วกว่าของบริษัทคู่แข่งราว 50% และไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษมาช่วยในการย่อยสลาย โดยสามารถย่อยสลายได้ในน้ำทะเล หรือในดินได้เลย

อย่างไรก็ดี การใช้งานพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ในระดับโลกนั้นถือว่ายังน้อยมาก โดยมีไม่ถึง 1% ของยอดขายพลาสติกทั้งหมด และพลาสติกจำนวนมากยังคงถูกทิ้งลงในทะเล ส่วนการใช้งานพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้นั้น ทางสมาคม European Bioplastics คาดว่าจะมีการใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 5.26 ล้านตันภายในปี 2026 หรือเพิ่มขึ้น 40% นับจากปี 2021 โดยนอกจากญี่ปุ่นที่มี Kaneka และ Mitsubishi Chemical เป็นผู้ผลิตรายใหญ่แล้ว ในจีนเอง ก็กำลังสร้างโรงงานผลิตวัตถุดิบดังกล่าวขึ้นอย่างกว้างขวางเช่นกัน

https://www.brandbuffet.in.th/2022/02/j ... the-ocean/

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Thu Mar 31, 2022 8:24 pm


ภายในปี 2030 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ของสหภาพยุโรป (EU) ประกาศว่า เสื้อผ้า ‘fast fashion’ หรือเสื้อผ้าแฟชั่นคุณภาพต่ำที่ผลิตออกมาเพื่อใส่ไม่กี่ครั้งแล้วทิ้ง จะหมดไปจากทวีปยุโรป

ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า จะกำจัดเสื้อผ้า fast fashion ด้วยการบังคับให้ผู้ผลิตใช้วัสดุที่คงทน สามารถใช้ซ้ำได้เป็นระยะเวลายาวนาน และสามารถนำไปรีไซเคิลหรือซ่อมแซมได้ รวมถึงจะบังคับให้ชี้แจงกับผู้บริโภคด้วยว่าจะสามารถนำไปใช้ซ้ำหรือซ่อมแซมด้วยตนเองได้อย่างไร

นอกจากนี้ กฎที่จะนำมาใช้ใหม่ยังห้ามผู้ผลิต ‘ฟอกเขียว’ หรือ ‘greenwashing’ ซึ่งก็คือการโฆษณาเท็จให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าสินค้าของตนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ข้อเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย ‘European Green Deal’ ที่จะทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ที่มีความคงทนและใช้งานได้ยาวนาน แพร่หลายจนกลายเป็นปกติในประเทศสมาชิก EU

ดังที่ ฟรานส์ ทิมเมอร์มันส์ (Frans Timmermans) รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ระบุว่า “เราอยากให้ผลิตภัณฑ์ที่มีความคงทน แพร่หลายจนเป็นเรื่องปกติในสังคม” ส่วนในกรณีของเสื้อผ้า ทิมเมอร์มันส์บอกว่าจะกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อให้ “เสื้อผ้าที่เราใส่ควรจะใช้ได้นานกว่าการซักแค่เพียง 3 ครั้ง”

สำหรับผู้ผลิตที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ EU หวังจะให้ปฏิบัติตามกฎที่ตั้งขึ้นใหม่นั้น คือกลุ่มแบรนด์เสื้อผ้าในห้าง เช่น H&M และ Zara แต่ก็ยังรวมไปถึงแบรนด์ระดับไฮเอนด์ต่างๆ ที่ EU อยากให้มีการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมใหม่เพื่อให้สินค้ามีความคงทนมากยิ่งขึ้นด้วย

จากข้อมูลของสำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรป (European Environment Agency) เสื้อผ้าถือว่าเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมโดยเฉลี่ยมากเป็นอันดับที่สี่ในยุโรป รองจากอาหาร สิ่งปลูกสร้าง และการขนส่งเท่านั้น



สำหรับข้อเสนอเกี่ยวกับการตั้งกฎที่กำกับการผลิตเสื้อผ้าในยุโรป จะมีการอภิปรายโดยคณะมนตรียุโรป (European Council) และรัฐสภายุโรป (European Parliament) ต่อไป

https://thematter.co/brief/171532/17153 ... al_account

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Thu Mar 31, 2022 8:27 pm

มันกำลังค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในร่างกายมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบไมโครพลาสติกในเลือดมนุษย์เป็นครั้งแรก โดยพบ 77% จากจำนวนผู้ร่วมทดสอบในกลุ่มการศึกษาขนาดเล็ก

นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีจำนวน 22 ราย ก่อนจะพบว่ามี 17 รายที่พบอนุภาคไมโครพลาสติก โดย 50% พบตัวอย่างของพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) ซึ่งมักใช้ในขวดเครื่องดื่ม ขณะที่ 1 ใน 3 ตรวจพบพลาสติกที่มีส่วนประกอบของโพลีสไตรีน ซึ่งใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร และ 1 ใน 4 พบโพลิเอทิลีนที่ใช้ทำถุงพลาสติก

ศาสตราจารย์ Dick Vethaak นักนิเวศวิทยาด้านพิษวิทยา จาก Vrije Universiteit Amsterdam ในเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้เป็นหลักฐานยืนยันที่ชี้ให้เห็นว่าไมโครพลาสติกได้ปนเปื้อนกับเลือดมนุษย์เป็นครั้งแรก โดยในแต่ละตัวอย่างเลือด จะมีปริมาณและชนิดของพลาสติกมีความแตกต่างกันมาก ซึ่งอาจเป็นผลจากการพฤติกรรมการสัมผัสพลาสติกในระยะสั้น-ยาวของแต่ละคน เช่น การดื่มเครื่องดื่มจากถ้วยที่มีส่วนประกอบของพลาสติก หรือการสวมหน้ากากพลาสติก

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมวิจัยบอกว่า “แม้งานวิจัยชิ้นนี้พบว่าเกือบ 8 ใน 10 ของคนที่ได้รับการทดสอบมีอนุภาคพลาสติกในเลือด แต่บอกไม่ได้ว่าอนุภาคพลาสติกอยู่ในระดับที่ปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย” ดังนั้นหลังจากนี้จึงจำเป็นต้องมีการขยายกลุ่มตัวอย่าง และศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้ผลแม่นยำมากขึ้น ซึ่งบางส่วนได้เริ่มเตรียมการ และอยู่ในระหว่างดำเนินการแล้ว

Vethaak ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Guardian การตรวจพบไมโครพลาสติกในเลือดมนุษย์เป็นเรื่องที่ควรกังวล เพราะหมายความว่ามันจะถูกลำเลียงไปทั่วร่างกาย และยิ่งกว่านั้น งานศึกษาก่อนหน้านี้ยังตรวจพบไมโครพลาสติกในอุจจาระทารกมากกว่าในผู้ใหญ่ถึง 10 เท่า นั่นหมายความว่าเด็กและทารกมีความเสี่ยงต่อการรับไมโครพลาสติกมากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบในระยะยาว

แต่จนถึงตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถบอกผลกระทบของไมโครพลาสติกต่อร่างกายได้อย่างชัดเจน ประกอบกับองค์การอนามัยโลก (WHO) เองเคยบอกไว้ว่า ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการตรวจพบไมโครพลาสติกในร่างกายมนุษยฺจะส่งผลต่อสุขภาพในลักษณะใด แต่จากการศึกษาเกี่ยวกับการพบไมโครพลาสติกในร่างกายมนุษย์และทุกซอกมุมของโลกที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า คำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์น่าจะเป็นสิ่งที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนในไม่ช้า


https://thematter.co/brief/170992/170992


" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sun Apr 10, 2022 7:45 pm


เมื่อเดือนมีนาคม มีรายงานนักวิจัยพบไมโครพลาสติกปนเปื้อนในเลือดมนุษย์ ถึงแม้ยังไม่แน่ใจว่าส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย แต่ความน่ากลัวของพลาสติกจิ๋วนี้ยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อล่าสุดทีมนักวิจัยพบไมโครพลาสติกในร่างกายมนุษย์อีกครั้ง โดยครานี้มันปนเปื้อนอยู่ในปอดส่วนลึกของมนุษย์ที่ยังมีชีวิต 11 จากทั้งหมด 13 ตัวอย่าง

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาศาสตร์ Total Environment ระบุว่า จากการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อในปอดมนุษย์ 13 รายที่กำลังเข้าผ่าตัด พวกเขาพบว่า 11 รายมีไมโครพลาสติกขนาด 0.003 มิลลิเมตร ปนเปื้อนอยู่ภายในปอด และเมื่อนำไปส่องกล้องขยายพบว่าส่วนมากเป็นพลาสติกชนิด PET ซึ่งเป็นชนิดทั่วไปที่ถูกใช้สำหรับขวดน้ำพลาสติก และพลาสติกชนิดโพลีโพรพิลีน ซึ่งมักถูกใช้สำหรับห่อของ

ก่อนหน้านี้ เราตระหนักดีจากงานวิจัยแล้วว่ามนุษย์สามารถรับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านระบบหายใจและย่อยหาร รวมถึงก่อนหน้านี้มีการค้นพบไมโครพลาสติกในปอดของมนุษย์ที่เสียชีวิตมาแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พบว่ามันปนเปื้อนอยู่ในส่วนลึกที่สุดของปอด ซึ่งทีแรกคาดว่า เป็นส่วนที่แคบเกินไปและมีลมผ่านจึงไม่น่ามีไมโครพลาสติกเข้าไปได้

“เราไม่คาดคิดว่าจะพบพวกพวกมัน (ไมโครพลาสติก) เป็นจำนวนและขนาดเท่านี้ในส่วนล่างของปอด” ลอร่า ซานดอฟสกี จากมหาวิทยาลัยฮัลล์ยอร์คในสหราชอาณาจักร และนักวิจัยอาวุโสในโครงการนี้กล่าวต่อว่า ทีแรกทีมวิจัยไม่คาดว่าจะพบพวกมันในส่วนนี้ของปอด เพราะมันเป็นส่วนที่มีขนาดเล็ก และไมโครพลาสติกน่าจะติดระหว่างทางหรือถูกกั้นก่อนมาถึงส่วนนี้

“ข้อมูลนี้ยกระดับความเข้าใจของเราเกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศ, ไมโครพลาสติก และสุขภาพของมนุษย์อย่างมาก” นักวิจัยอาวุโสเชื่อว่า ข้อมูลชุดนี้จะช่วยในการศึกษาต่อถึงความเสี่ยงของไมโครพลาสติกต่อสุขภาพของมนุษย์

ในงานวิจัยปี 2021 นักวิจัยในบราซิลได้พบไมโครพลาสติกในศพของมนุษย์ 13 จาก 20 ศพ ขณะที่งานวิจัยในสหรัฐฯ เมื่อปี 1998 ที่ได้ศึกษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด พวกเขาก็พบพลาสติกและเส้นใยจากพืช เช่น ฝ้าย มากกว่า 100 ตัวอย่างที่ทำการสำรวจ


https://thematter.co/brief/172286/172286

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Wed Apr 20, 2022 8:16 pm


BRIEF: สหรัฐฯ สามารถพึ่งพิง ‘พลังงานลม’ เพื่อผลิตไฟฟ้าในปริมาณ ที่เหนือกว่า ‘พลังงานถ่านหิน’ ได้เป็นครั้งแรก
.
ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมาเลยทีเดียว เมื่อพลังงานจากลม สามารถเป็นแหล่งสร้างไฟฟ้าให้กับทั่วประเทศสหรัฐฯ ได้มากกว่า พลังงานถ่านหิน และนิวเคลียร์เสียอีก
.
สำนักบริหารสารสนเทศพลังงานของสหรัฐอเมริกา (Energy Information Administration-EIA) เปิดเผยว่า สถิตินี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ.2022 ที่ผ่านมา โดยเกิดจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือ ความต้องการใช้พลังงานจากถ่านหินและนิวเคลียร์ถูกลดลงมาก (ทำให้ผลิตน้อยลงตามไปด้วย) จึงทำให้พลังงานลมถูกนำไปใช้สำหรับไฟฟ้ามากกว่าทั้งสองแหล่ง
.
สถิติที่เกิดขึ้นคือ พลังงานลมถูกนำไปใช้ไปไฟฟ้าได้ 2,017 กิกะวัตต์ (gigawatt-hours of electricity) โดยรวมๆ แล้ว เป็นพลังงาน 19 เปอร์เซ็นต์ที่ผลิตไฟฟ้าให้ทั่วประเทศได้ รองลงมาคือแหล่งพลังงานจากนิวเคลียร์ที่ผลิตได้ 19 เปอร์เซ็นต์ (ต่างกันเล็กน้อย) และพลังงานถ่านหินที่ผลิตได้ 17 เปอร์เซ็นต์
.
ขณะที่แหล่งพลังงานอันดับหนึ่งที่สหรัฐฯ พึ่งพิงสำหรับสร้างไฟฟ้า ยังคงเป็นก๊าซธรรมชาติ ที่ผลิตได้ในสัดส่วน 31 เปอร์เซ็นต์

ที่ผ่านมา พลังงานลมในสหรัฐฯ มักเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าในอันดับที่ต่ำกว่า พลังงานจากถ่านหินและนิวเคลียร์มาโดยตลอด แม้ที่ผ่านมาจะเคยแซงอยู่บ้าง แต่ก็แซงแค่ไม่ก็ถ่านหิน หรือนิวเคลียร์ ไม่เคยแซงทั้งสองอย่างพร้อมกันมาก่อนเลย
.
.

https://www.facebook.com/thematterco/ph ... 339339313/

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Fri Apr 22, 2022 7:56 pm

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำลายสิ่งมีชีวิตในดินที่สำคัญต่อระบบนิเวศของโลกบางส่วน
ไลเคนรับความร้อนไม่ได้ ส่งผลร้ายต่อพื้นที่แห้งแล้ง
11 เม.ย. 256515.00 น.โดยELIZABETH PENNISI

เปลือกดินชีวภาพพบเห็นได้บนพื้นดินที่อุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์
พื้นดินที่อุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์ได้รับการคุ้มครองโดย "เปลือกชีวภาพ" ของสิ่งมีชีวิต (เบื้องหน้า) รีเบคก้า ฟิงเกอร์-ฮิกเกนส์


เช่นเดียวกับผิวของเราเป็นกุญแจสู่ความเป็นอยู่ที่ดี "ผิว" ที่ปกคลุมดินทะเลทรายก็มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในที่แห้ง “เปลือกชีวภาพ” นี้ประกอบด้วยเชื้อรา ไลเคน มอส สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน และจุลินทรีย์อื่นๆ กักเก็บน้ำและผลิตสารอาหารที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ สามารถใช้ ขณะนี้ งานวิจัยใหม่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำลายความสมบูรณ์ของผิวหนังนี้

“เปลือกชีวภาพ” ดังกล่าวครอบคลุม 12% ของแผ่นดินทั้งหมดบนโลก ดังนั้นการรักษาให้พวกมันแข็งแรงจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพของโลก เบ็ตตินา เวเบอร์ นักนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยกราซ ผู้ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานนี้ กล่าวเมื่อพวกมันหายไป ทะเลทรายอาจขยายตัวเพิ่มขึ้น

จนถึงช่วงทศวรรษ 1980 นักวิทยาศาสตร์ไม่กี่คนที่ให้ความสนใจอย่างมากกับการกระทืบเท้าขณะเดินลัดเลาะไปตามทุ่งหญ้า ทะเลทราย และพื้นที่แห้งแล้งอื่นๆ ปรากฏว่าเสียงแตกนั้นมาจากกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มีอายุหลายศตวรรษซึ่งช่วยรักษาน้ำที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยและผลิตสารอาหารที่ดำรงชีวิตเช่นไนโตรเจนและคาร์บอน “Biocrusts มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศที่แห้งแล้ง” Trent Northen นักชีวเคมีที่กำลังศึกษาชุมชนจุลินทรีย์ที่ Lawrence Berkeley National Laboratory กล่าว

นักวิจัยสันนิษฐานว่าทุกอย่างในเปลือกชีวภาพสามารถรับความร้อนได้ เนื่องจากพวกมันเจริญเติบโตได้ในที่แห้งและร้อน แต่ในปี 2013 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในเปลือกชีวภาพ การสำรวจสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ในทุ่งหญ้าที่เก่าแก่ในอุทยานแห่งชาติ Canyonlands ในยูทาห์ครั้งใหม่ได้เปิดเผยช่องโหว่ที่ซ่อนอยู่ของไลเคนบางส่วนในเปลือกโลกเหล่านี้

ปีละสองครั้งตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 นักวิจัยจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ได้มุ่งหน้าไปยังแปลงขนาดสนามฟุตบอล 12 แปลงในทุ่งหญ้าของอุทยานเพื่อเก็บสะสมชนิดและปริมาณของไลเคน มอส เชื้อรา และจุลินทรีย์ และพืชโดยรอบ . เป้าหมายเดิมคือการตรวจสอบการแพร่กระจายของพืชที่ไม่ใช่พืชพื้นเมืองที่เรียกว่า cheatgrass และผลกระทบต่อ biocrust และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ นักวิจัยสามารถเปรียบเทียบสิ่งที่ค้นพบกับผลการศึกษาในอุทยานที่ทำขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1960 “เป็นเรื่องที่น่าประทับใจจริงๆ ที่ผู้เขียนมีบันทึกเหล่านี้ในช่วงเวลาที่ยาวนานเช่นนี้” เวเบอร์กล่าว

ภาพระยะใกล้ของ biocrust ในปี 2547
ภาพระยะใกล้ของ biocrust แสดงให้เห็นไลเคน (สีเหลือง) ที่กำลังเสื่อมโทรม R. FINGER-HIGGENS และคณะPNAS , 119, 16 (2022)

รีเบคก้า ฟิงเกอร์-ฮิกเกนส์ นักนิเวศวิทยาของ USGS ซึ่งเป็นผู้นำการวิเคราะห์กล่าวว่า ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกากำลังร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว และ Canyonlands ก็ไม่มีข้อยกเว้น การตรวจวัดสภาพอากาศในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่าอุณหภูมิในอุทยานนั้นเพิ่มขึ้น 0.27°C ในแต่ละทศวรรษ และฤดูร้อนที่ผ่านมานั้นอากาศอบอุ่นเป็นพิเศษ

ในเวลาเดียวกันไลเคนเกือบทั้งหมดลดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดที่ช่วยเปลี่ยนไนโตรเจนในอากาศให้อยู่ในรูปแบบที่สิ่งมีชีวิตสามารถใช้ได้ Finger-Higgens และทีมของเธอรายงานในวันนี้ในProceedings of the National Academy of Sciences ในปีพ.ศ. 2510 และ พ.ศ. 2539 ไลเคนตรึงไนโตรเจนเหล่านี้คิดเป็น 19% ของ biocrust แม้ว่าเปอร์เซ็นต์จะผันผวนทุกปี ตั้งแต่นั้นมา เปอร์เซ็นต์นั้นก็ลดลงเหลือเพียง 5% และไม่ปรากฏสัญญาณว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเลย

นักวิจัยยังพบว่าก่อนปี 2546 ไลเคนบางครั้งลดลงชั่วคราวและเด้งกลับ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ดูเหมือนว่าจะลดลงอยู่เสมอ Finger-Higgens กล่าวว่า biocrust อาจถึงจุดเปลี่ยน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงถาวรในการแต่งหน้าของสิ่งมีชีวิตซึ่งอาจนำไปสู่พื้นดินที่ว่างเปล่ามากขึ้น Kristina Young นักนิเวศวิทยาในพื้นที่แห้งแล้งที่ Utah State University Extension, Grand County กล่าวว่า "ไลเคนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดนั้นทั้งน่าประทับใจและน่าตกใจ" ผู้ช่วยรวบรวมข้อมูลการสำรวจกล่าว

เมื่อ biocrusts หายไป ดินจะแห้งและมีแนวโน้มที่จะพัดออกไป biocrust ที่เกาะติดอยู่แต่มีไลเคนน้อยลงจะผลิตปุ๋ยไนโตรเจนน้อยลง ดังนั้นพืชจำนวนน้อยจึงอาจสามารถอยู่รอดได้ ทำให้เหลือพื้นที่เปล่ามากขึ้น เนื่องจากสัตว์พึ่งพาพืชที่พึ่งพาสารอาหารจากเปลือกโลก การสูญเสียเปลือกชีวภาพอาจส่งผลกระทบเป็นลำดับต่อระบบนิเวศทั้งหมด Finger-Higgens กล่าว

ความเสี่ยงขยายเกินกว่า Canyonlands จากการศึกษาของทีมของเธอเอง เวเบอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2070 เปลือกชีวภาพ 25% ถึง 40% จะหายไป จะมีฝุ่นมากขึ้น ดินมีเสถียรภาพน้อยลงและแห้งแล้ง และมีแนวโน้มว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่สามารถอาศัยอยู่ในที่แห้งแล้งเหล่านี้ Finger-Higgens กล่าว

มีความพยายามในการปลูก biocrusts และย้ายพวกมันไปยังสถานที่ที่ถูกรบกวน แต่ถึงกระนั้นสิ่งเหล่านี้ก็อาจไม่ผลิตสารอาหารเพียงพอต่อการดำรงชีวิตในที่แห้งแล้ง Mónica Ladrón de Guevara นักนิเวศวิทยาบนพื้นที่แห้งแล้งแห่งสถานีทดลอง Arid Zones Experimental Station ในเมืองอัลเมเรีย ประเทศสเปน กล่าวว่า "ได้ผลดีสำหรับการปลูก [สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน] และมอส แต่ยังไม่ใช่สำหรับไลเคน

ตามข้อมูลของ Finger-Higgens สิ่งที่จำเป็นคือ “กลยุทธ์การบรรเทาสภาพอากาศในวงกว้าง” ซึ่งอาจรวมถึงการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และคำแนะนำอื่นๆ ที่เผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ “มิฉะนั้น” เธอเสริม “ไม่มีอะไรมากที่เราสามารถทำได้”

https://www.science.org/content/article ... ecosystems

แปลเป็นไทย โดย google

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Wed May 04, 2022 8:28 pm

ถ้าจำไม่ผิดไทยเจอลานิญ่า มา 2 ปีกว่าๆ แล้ว นับตั้งแต่น้ำท่วมอิสานช่วงปลายปี 25ุ62
โลกจะรวนขึ้นกว่าเดิม

phpBB [video]


นาทีที่ 0.3-5.00

ปล. ไม่ได้ใบ้หุ้นตามข่าว

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sat May 14, 2022 7:36 pm


WORLD: ผักผลไม้ ‘สมัยนี้’ ไม่มีประโยชน์เท่า ‘สมัยก่อน’ วิจัยชี้สารอาหารในพืชลดลงในช่วง 70 ปี
ระบบเกษตรสมัยใหม่ทำดินเสื่อมเร็ว
.
“กินผักผลไม้สิ มีประโยชน์นะ”
.
ประโยคนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะในปัจจุบัน ผักผลไม้ที่วางขายเกลื่อนอยู่ตามแผงขายที่คุณเห็น จริงอยู่ที่มันอาจไม่ได้มีหน้าตาต่างไปจากอดีตแต่อย่างใด แครอทยังเป็นแครอท แตงกวายังเป็นแตงกวา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดวงตาของคุณไม่มีวันจับได้ นั่นคือข้อเท็จจริงที่ว่า ผักผลไม้เหล่านั้น ‘ไม่มีประโยชน์เหมือนอย่างในอดีต’
.
มีผลวิจัยมากมายในปัจจุบันที่รายงานว่า ผัก ผลไม้ และธัญพืชหลายชนิดที่ถูกปลูกขึ้นในปัจจุบันนั้นมีประโยชน์ที่น้อยลงกว่าเหล่าพืชผลจากเมื่อหลายสิบปีที่แล้วมาก ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่เน้นการผลิตจำนวนมาก จนทำให้ดินสูญเสียคุณค่า
.
【ประโยชน์ที่หายไปของพืชผัก】
.
งานวิจัยที่เริ่มพูดถึงข้อเท็จจริงของสารอาหารที่หายไปในพืชผลตีพิมพ์ในเดือนธันวาคม ปี 2004 ในวารสาร The Journal of the American College of Nutrition ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน (The University of Texas at Austin) นำข้อมูลสารอาหารจากกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (The United States Department of Agriculture: USDA) จากปี 1950 และปี 1999 มาทำการศึกษา และได้ผลระบุถึงการเปลี่ยนแปลงของสารอาหาร 13 ชนิดในพืชสวน 43 ชนิด เช่น หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วแขก สตรอว์เบอร์รี และแตงโม โดยสารอาหารที่หายไป มีตั้งแต่โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2 และวิตามินซี
.
หลังปี 2004 เป็นต้นมา ก็มีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่ออกมาสนับสนุนหลักฐานการหายไปของสารอาหารในผักผลไม้ เช่นล่าสุดในเดือนมกราคม ปี 2022 งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Foods ค้นพบว่า มีผักบางชนิดที่ธาตุเหล็กหายไปราวๆ 30 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เช่น ข้าวโพดหวาน ถั่วเขียว ถั่วลูกไก่
.
กระทั่งธัญพืชก็ประสบปัญหาดังกล่าว ผลวิจัยในปี 2020 ในวารสาร Scientific Report ค้นพบว่า ปริมาณโปรตีนในข้าวสาลีลดลงไปถึง 23 เปอร์เซ็นต์ในระหว่างปี 1955-2016 และสารอาหาร เช่น แมงกานีส เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม ก็ลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
.
เดวิด อาร์ มอนท์โกเมอรี (David R. Montgomery) ศาสตราจารย์วิชาธรณีสัณฐานวิทยา มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ซีแอตเทิล (University of Washington) ที่วิจัยเปรียบเทียบข้อมูลการเกษตรย้อนหลังไป 70 ปี กล่าวว่า ปัญหาสารอาหารหายไปยังกระทบไปถึงคนรับประทานเนื้อ เนื่องจากวัว หมู แพะ และแกะก็ต้องพลอยกินหญ้าและธัญญาหารที่มีสารอาหารน้อยลง นั่นจึงทำให้คนกินเนื้อได้รับประโยชน์น้อยลงตามไปด้วย
.
【เกษตรกรรมสมัยใหม่คือต้นเหตุ】
.
ปัจจัยที่ทำให้พืชพันธุ์ขาดสารอาหารนั้นมีหลายข้อ แต่ข้อแรกที่สำคัญนั้นมาจากเกษตรกรรมสมัยใหม่ ที่ผลิตเพื่อการบริโภคเป็นจำนวนมหาศาล นำไปสู่การใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีเร่งผลผลิต และใช้ระบบชลประทานเพื่อการเกษตรแทนที่น้ำตามธรรมชาติ ส่งผลกระทบให้พืชผลในระบบเกษตรกรรมสมัยใหม่ไม่สามารถดูดซับสารอาหารได้มากหรือทันเวลาในการปลูกและเก็บเกี่ยว ทั้งยังโดนเจือจางสารอาหารเพราะผืนดินทำการเกษตรที่กว้างใหญ่ตามอุปสงค์ มีผลให้ดินเสื่อมโทรมลงอีกด้วย
.
“จากวิธีการปลูกพืชที่ทำให้ได้ผลผลิตจำนวนมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว พวกพืชผลจึงไม่สามารถที่จะมีเวลาดูดซับสารอาหารจากดิน หรือสามารถมีเวลาสังเคราะห์สารอาหารได้ทัน” โดนัลด์ อาร์ เดวิส (Donald R. Davis) จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน อธิบาย เขาเป็นหัวหน้างานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในปี 2004
.
อีกสาเหตุหนึ่งถูกตีแผ่โดยคณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและสหรัฐฯ ซึ่งร่วมกันตีพิมพ์งานวิจัยในวารสาร Sciene Advances ในปี 2018 ระบุว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจกและภาวะโลกร้อนทำให้ปริมาณของสารอาหารในข้าวปลูกใหม่ลดลง โดยอธิบายว่า เมื่อมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สะสมในเมล็ดข้าวมากขึ้น รากจะดึงเอาสารอาหารจากในดินซึ่งเป็นสาเหตุทำให้วิตามินและแร่ธาตุน้อยลง
.
【ทางออกของมนุษย์】
.
ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 2017 ในวารสาร Environmental Health Perspectives คาดการณ์ไว้ว่า ก่อนจะถึงปี 2050 ปริมาณโปรตีนในมันฝรั่ง ข้าว ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ มีแนวโน้มจะลดลงไปอีกราวๆ 6-14 เปอร์เซ็นต์
.
ศ.มอนท์โกเมอรี กล่าวว่า ความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ถูกทำลายจากระบบเกษตรกรรมสมัยใหม่ คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของปัญหาสารอาหารลดลงในพืชผัก กลยุทธ์หนึ่งในการสู้กับปัญหาดังกล่าว คือการทำ ‘Regenerative Agriculture’ หรือการเกษตรแนวใหม่ที่มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นฟูดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม
.
ในส่วนที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ ทำได้เพื่อสุขภาพที่ดีแม้พืชผลจะมีแนวโน้มสารอาหารที่ลดลง คือการบริโภคให้ ‘หลากหลาย’ เข้าไว้
.
คริสตี โครว์-ไวท์ (Kristi Crowe-White) รองศาสตราจารย์ด้านโภชนาการ มหาวิทยาลัยอลาบามา (The University of Alabama) และสมาชิกผู้เชี่ยวชาญของสถาบันเทคโนโลยีการอาหาร (Institute of Food Technologists: IFT) กล่าวสรุปไว้ว่า “ด้วยการกินผักและผลไม้ที่หลากหลาย คุณจะได้ชดเชยปัญหาการขาดสารอาหาร”
.
ปัญหาโลกร้อนยังทวีขึ้น การเกษตรสมัยใหม่ยังดำเนินต่อไป ในระหว่างนั้น ที่เราทำได้ คือการรณรงค์การทำการเกษตรที่ใส่ใจดินมากขึ้น ควบคู่กับสร้างนิสัยให้รับประทานผักผลไม้อย่างหลากหลาย ท้ายที่สุด เราก็หวังว่าในอนาคต วิทยาศาสตร์จะช่วยให้เราค้นพบทางออกต่อปัญหาที่ยังดำเนินไปนี้ในเร็ววัน เพื่อที่เราจะได้พูดว่า “กินผักผลไม้มีประโยชน์” อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจอีกต่อไป
.
อ้างอิง: National Geographic. Fruits and vegetables are less nutritious than they used to be. https://on.natgeo.com/3OWjgMy
BBC News ไทย. ก๊าซเรือนกระจกอาจทำให้สารอาหารในข้าวลดลง. https://bbc.in/3vNpMNW
Greenery. soil-friendly เทรนด์กินดียุคใหม่ที่ต้องใส่ใจและเป็นมิตรกับผืนดิน. https://bit.ly/3Fke7cX
.
#ผัก #ผลไม้ #สารอาหาร
#ขาดสารอาหาร #BrandThink
#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า
#CreateaBetterTomorrow

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sat May 14, 2022 7:38 pm


ปัญหาเรื่องปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่พุ่งสูงขึ้นน่าจะเป็นเรื่องที่หลายคนคงรู้กันอยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้ระดับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์กำลังพุ่งสูงสุดเป็นประวัติกาล

60 ปีก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยบันทึกข้อมูลปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศไว้ที่ 317.51 ppm แต่ล่าสุด การบันทึกข้อมูลจากสถาบันเดียวกันเพิ่งเผยว่า ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเพิ่มสูงขึ้นถึง 420 ppm หรือก็คือสูงที่สุดตั้งแต่เคยมีการบันทึกมา

ข้อมูลนี้ถูกบันทึกโดย Hawaii’s Mauna Loa Observatory ซึ่งเป็นหน่วยงานที่บันทึกปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์มายาวนานที่สุดในโลก และองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration หรือ NOAA) เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลข้างต้น

การเพิ่มขึ้นของปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ถูกผลิตขึ้นผ่านทั้งกระบวนการตามธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การผลิตผ่านการเดินทาง อุตสาหกรรม การใช้ไฟฟ้า การตัดไม้ทำลายป่า กิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นต้น

โดย NASA อธิบายไว้ว่า ตั้งแต่การเริ่มขึ้นของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม กิจกรรมของมนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นถึง 50% ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าที่เคยเกิดขึ้นตามธรรมชาติในช่วง 20,000 ปีที่ผ่านมา

ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มสูงขึ้น คือปัจจัยหลักที่ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้น สัมพันธ์กับปัญหาสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบอื่นๆ ตามมาอีกด้วย เช่น ไฟป่า หรือระดับน้ำทะเลที่จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอีก

ในปี 2501 ซึ่งเป็นปีแรกที่นักวิทยาศาสตร์เริ่มเก็บข้อมูลปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ Mauna Loa ในเดือนที่มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุด ก็อยู่ที่ 317.51 ppm เท่านั้น

จนกระทั่ง 20 ปีก่อน ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูงสุดถูกบันทึกไว้อยู่ที่ 375.93 ppm และในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว Mauna Loa Observatory ได้บันทึกปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ที่ 419.13 ppm ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณมีการเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์สภาะอากาศก็ออกมาเรียกร้องให้โลกหันมาลดก๊าซมลพิษนี้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นมานานแล้ว โดย เจมส์ แฮนเซ่น (James Hansen) เคยเรียกร้องต่อสภาที่สหรัฐฯ ให้ลดปริมาณให้ต่ำกว่า 350 ppm ตั้งแต่ปี 2531

อ้างอิงจาก

https://www.independent.co.uk/climate-c ... 72614.html

https://www.axios.com/2022/05/04/april- ... co2-levels

https://climate.nasa.gov/vital-signs/carbon-dioxide/

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2465
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Mon May 23, 2022 8:54 pm


Kraft Heinz จับมือ Pulpex บริษัทผู้ผลิตแพกเกจจิ้งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเปิดตัวขวดซอสมะเขือเทศที่ทำจาก “เยื่อไม้” ซึ่งทำให้ซอสขวดนี้สามารถรีไซเคิลร่วมกับกระดาษได้ แถมบริษัทยังบอกว่า มันดีต่อโลกมากกว่าวัสดุเช่น แก้ว หรือพลาสติก เมื่อเทียบในประเด็น Carbon Footprint ด้วย

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีแผนพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกหลากหลายรูปแบบ โดย Kraft Heinz ตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2025 บรรจุภัณฑ์ของบริษัทจะต้องนำมารีไซเคิล – นำกลับมาใช้ใหม่ หรือย่อยสลายได้ด้วยตัวเอง พร้อมบอกว่านวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์เหล่านี้จะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซทำลายชั้นบรรยากาศให้เหลือ 0 ให้ได้ภายในปี 2050 (Net Zero Emission)

อย่างไรก็ดี สำหรับใครที่อยากซื้อหาซอสมะเขือเทศในขวดกระดาษนี้อาจต้องรออีกสักหน่อย เพราะ Kraft Heinz เปิดเผยว่า ตัวขวดยังอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาอีกสักระยะ ส่วนที่นำมาโชว์นี้ก็เป็นแค่รุ่นโปรโตไทป์เท่านั้น โดยซีอีโอของ Kraft Heinz อย่าง Miguel Patricio บอกว่า บริษัทจะให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วของบริษท โดยจะมองหาโซลูชันที่ยั่งยืนมากขึ้นมาใช้กับขวดบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ซื้อหากันอย่างสบายใจ และในตอนนี้ ขวดกระดาษของ Heinz ก็ยังไม่ถือว่าเป็นขวดกระดาษเต็มตัว เพราะในส่วนของฝาขวดก็ยังทำจากพลาสติกอยู่ดีนั่นเอง

https://www.brandbuffet.in.th/2022/05/h ... rototypes/

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


ppnay
Verified User
Posts: 1
Joined: Thu Dec 17, 2020 12:06 am

Cong Ty C? Ph?n Thuong M?i D?u Tu Va Phat Tri?n Cong Ngh? Sctt

Posts by ppnay » Thu May 26, 2022 7:56 am


Pharmacie populaire viagrasansordonnancefr.com traitement efficace


Post Reply