การประเมินมูลค่าหุ้น ว่าที่นายก THAI VI: What’s happening

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนหุ้น VI เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

โพสต์ โพสต์

กรุณารอสักครู่...

ภาพประจำตัวสมาชิก
Koln
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 185
ผู้ติดตาม: 41

การประเมินมูลค่าหุ้น ว่าที่นายก THAI VI: What’s happening

โพสต์ที่ 1

โพสต์

ความประทับใจในพี่คเชนทร์ ความขยัน ความทุ่มเท ความเสมอต้นเสมอปลาย ความละเอียด ศิลปะในการตามหุ้นตัวหนึ่ง เวลาไปคอมเมนต์หุ้นด้วยกัน จะได้เรียนรู้มุมมองที่ดีๆเสมอ


2022 วิกฤตอสังหาที่เวียดนาม บริษัทโนวาแลนด์กำลังประสบปัญหา ทำให้สามารถซื้อของถูกๆได้เยอะมาก supercheap discount


ปีนี้ช่วงกลางปี ราคาหุ้นบางตัวลงไปต่ำกว่าช่วงโควิด


ดังนั้นต้องเข้าใจว่ามูลค่าหุ้นอยู่ตรงไหน อย่าให้ราคานำความคิด


จริงๆแล้วมูลค่ามันเท่าเดิม กำไรยัง OK cashflow ยัง OK ทำไมถึงไม่ซื้อล่ะ?*****


@วิธีในการหาหุ้นช่วงวิกฤตของพี่บอล


1.พี่บอลให้ความสำคัญกับการประเมินกำไร เราต้องเลือกหุ้นที่เราพอจะประเมินกำไรได้


ดังนั้นจะไม่ถนัดหุ้น turn around หรือหุ้น commodity


จริงๆเป็นหุ้นที่หาเงินได้มาก แต่อาจจะไม่สบายใจที่จะถืออย่างมีนัยยะของพอร์ท


เลือก business models ที่มีความสม่ำเสมอระดับหนึ่ง เช่น ค้าปลีก โรงพยาบาล consumer ส่งออก


2. ดูการเติบโต ว่าจะเติบโตแบบไหน เช่น


ออกสินค้าใหม่ ตลาดใหม่ ขยายสาขา มี economy of scale ไหม


จากนั้นจึงมาดูกำไรต่อหุ้น หรือ EPS (earning per share)


ถ้าการเติบโตอีก 5 ปี กำไรโต 3 เท่า


จึงมาพิจารณาว่า ณ ราคาปัจจุบัน มันแพง ถูก หรือ fair โดยเทียบกับการเติบโต


ถ้าในอีก 5 ปี โตได้ตามที่เราคาดการณ์ ทำการบ้าน ติดตาม ประเมินมูลค่าตามปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างใกล้ชิด แล้วราคายังถูกกว่ามูลค่าพื้นฐานและการเติบโต


ก็ถือว่าหุ้น ณ ราคานี้ ยังมี upside******


3. ประเมิน PE


- ถ้าการประเมินกำไรเป็นศาสตร์ การประเมิน PE เป็นศิลป์


ต้องมองทั้งสองด้าน ดังนั้นต้องใช้ทั้ง “ศาสตร์และศิลป์”


4. หุ้นสไตล์ที่พี่บอลชอบ


- คือหุ้นที่เราคาดการณ์ได้ ประเมินกำไรได้ สินค้าจับต้องได้ เช่น ค้าปลีก โรงพยาบาล ส่งออก และมักจะเป็น B2C (business to customer)


5. หุ้นที่ขาดทุนมุกจะเป็น B2B


- เนื่องจากติดตามข้อมูลยาก กว่าจะรู้คือตอนที่ผู้บริหารออกมาบอก และราคาก็ลงมาเยอะแล้ว จึงเป็นหุ้นที่ต้องอาศัยการติดตามใกล้ชิด หรือมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริหาร


(ปล. แต่นี่ก็เป็นจุดตายที่ทำให้ขาดทุนได้มาก ปล.นี่คือคหสต.)


6. การลงทุนที่ขาดทุนหนัก


- มักเป็นการขาดทุนชั่วคราว 10-15% port


- ตัวอย่างความผิดพลาด คือ เคยไปซื้อหุ้นเวียดนามที่อยู่นอกตลาด สุดท้ายไม่ได้ listed และสุดท้ายตัวเลขทางการเงินที่เห็นไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย


- ช่วงนั้นมี bias จากการที่ได้กำไรหุ้นเวียดนามเยอะ จึงมอง positive เกินไป (ปล. บรรทัดนี้ คิดเองค่ะ)


- และหุ้นตัวนี้ คือ ตัวที่ขาดทุนเยอะสุด คือ หายไป 100%!!!!!!!!!!


- แต่เนื่องจากพี่บอลมีการกระจายพอร์ท จึงไม่ทำให้ขาดทุนหนัก


(ปล. นึกถึงคำพูดพี่โจลูกอีสาน คือ ไม่ all in ไม่ margin ปล. ถ้าเรายังไม่เก่ง และมีประสบการณ์มากพอ เพราะถึงจะโชคดีได้ แต่สุดท้ายก็อาจจะโดน มากกว่าที่เคยได้


ปล. นึกถึงการเล่น Poker ถ้าไม่ได้มี % win ที่มากพอ ก็ไม่ควร bet จนทำให้ chip ที่มีเสียไปโดยไร้ค่า)


7. Portfolio management


- ไทย 60% เวียดนาม 40%


- ถ้าอยากให้พอร์ทโตเร็วๆ อาจจะต้องกระจุกนิดนึง


- แต่สำหรับมือใหม่ไม่ควรกระจุกมาก ให้เวลาเป็นคำตอบ ว่าเราได้กำไรในหุ้นแบบไหน และขาดทุนในหุ้นแบบไหน และหุ้นแบบไหนทึ่เหมาะกับเรา


(ปล. You win&lost but You learn!!!)


8. เป้าหมายการลงทุนของพี่บอล


- ผลตอบแทน อยากชนะตลาด


- อยากเรียนรู้มากกว่า


- Part ที่ชอบมากที่สุด คือ การได้ไปนั่งคุยกับ ผบห


- เพราะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา รู้สึกสนุกที่ได้ไปเรียนรู้ธุรกิจของคู่แข่ง


9. รูปแบบการลงทุนของพี่บอลตกผลึกหรือยัง


- เจอแล้ว นั่นคือ รู้สึกว่าลงทุนแนวนี้แล้วนอนหลับ


- บางตัวลงทุนแล้วยังลบ 30% แต่สบายใจที่จะถือ เพราะรู้มูลค่าที่แท้จริงมแต่พี่อาจจะคิดผิดก็ได้


(ปล. คหสต. มันเหมือนการที่เราเห็นข้อเสียอะไรบางอย่าง แต่เราโฟกัสที่ intrinsic value ของมัน ซึ่งอาจจะขึ้นกับสไตล์ของแต่ละคน และการโฟกัสที่แตกต่างกันไป)


- แนะนำให้ทำ “Sleep test” ว่าลงทุนแนวนี้แล้วนอนหลับไหม ถ้ายังนอนไม่หลับ


ต้องกลับมาประเมินว่า


1) มันอาจไม่ใช่สไตล์ที่เหมาะกับเรา


2) เรายังไม่เข้าใจมันดีพอ


3) เราอาจจะ weight มากเกินไป


ถ้าหาสามอย่างนี้ได้อย่างลงตัว แล้วเรานอนหลับ นั่นคือ สไตล์ที่เหมาะกับเรา


10. นิยามการลงทุนของพี่บอล


- Price is what you pay, Value is what you get.


- “มองให้ออกว่ามูลค่าที่แท้จริงคือเท่าไหร่ และอยู่ตรงไหน และสิ่งสำคัญคือ จ่ายในราคาที่ไม่แพงเกินไป*********** ”


- “มูลค่า” คือ คำสั้นๆ แต่ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้และให้ได้มา


11. การประเมินมูลค่า


- ต้องเข้าใจธุรกิจ******* (This is a key!,,,,,)


- พี่บอลมองหุ้นเป็นธุรกิจ


ซึ่งต่างจากการลงทุนแบบเก็งกำไรที่ดูกราฟยิ่งขึ้นยิ่งชอบ


แต่กลับกันพี่บอลถ้าหุ้นตัวไหนที่พื้นฐานดี และพื้นฐานยังไม่เปลี่ยน ยิ่งกราฟลง หรือราคาลงจะยิ่งชอบ เพราะรู้ว่าราคานี้ถูกแล้ว (undervalued หรือถูกกว่าราคาพื้นฐาน หรือ intrinsic value เสมือนเราซื้อที่ดินทองหล่อได้ตรวละสามแสน ณ เวลาปัจจุบัน)


- การเข้าใจธุรกิจ


จะทำให้เรามองภาพออกว่ารายได้ กำไรที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร มีการขยายธุรกิจไปอย่างไร ต้องใช้เงินทุนมากน้อย หรือมี operating leverage ที่ขยายโดยไม่ต้องใช้เงินเพิ่ม “แต่งบการเงินคือปลายทาง ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทางคือ การดำเนินธุรกิจนั้นๆ”


- บางธุรกิจ กำไรดีจริง แต่ไม่ยั่งยืืน


ดังนั้นต้องกลับมาให้ความสำคัญกับ Part ธุรกิจมากๆ


ตัวอย่างเช่นทำไมธุรกิจนี้ margin หรือกำไรดี เราต้องรู้เหตุผลที่แท้จริงให้ได้ว่า ดีเพราะอะไร ไม่ดีเพราะอะไร อาจจะดีเพราะ product นี้ต้นทุนต่ำ เค้ามีอำนาจต่อรองกับ supplier and/or customer หรือเค้าอาจจะมีทีม management ที่เก่ง เป็นต้น


12. หุ้นแบบไหนที่พี่บอลจะไม่เข้าไปยุ่ง


- ยกตัวอย่าง Warren Buffet เค้าจะแบ่งหุ้นออกเป็นตะกร้าสามใบ


- หุ้นที่ Too hard จะไม่เข้าไปยุ่ง ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก


- อย่าไปเสียดายถ้าหุ้นที่เราไม่ถนัดแล้วมันขึ้น


- เพราะสุดท้ายหุ้นที่เราไม่ถนัด ไม่เข้าใจ ก็ไม่สามารถซื้อได้อย่างมีนัยยะของพอร์ท และเมื่อมันขึ้นเราก็ขาย เพราะไม่รู้มูลค่าที่แท้จริง


- *******มันไม่สามารถทำกำไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน หรือส่งผลต่อชีวิตเราได้******


- ดังนั้นหุ้นที่ไม่ชอบ คือหุ้นที่ไม่สามารถคาดการณ์กำไรได้ หุ้นที่เก็งตามข่าว หรือเก็งตามตัวเลขอะไรบางอย่าง


13. หุ้นที่เราต้องมีแน่ๆ


- คือหุ้นที่ดี แต่ตลาดไม่ชอบ


- test โดยลองไปถามมุมมองจากเพื่อนๆ ว่าเค้ามองอย่างไร ไม่ชอบเพราะอะไร แล้วเราสามารถตอบ หรือหักล้างข้อไม่ดีเหล่านั้นด้วย ข้อเท็จจริง หรือ fact ที่เรามีหรือไม่


- เช่น การแข่งขันเยอะ แต่ทำไมรายได้และกำไร ยังโตตลอด ทำไมถึงยังไม่มีคู่แข่งใหม่ๆเข้ามา หรทอคู่แข่งที่เข้ามาก็ไม่ success เพราะในความเป็นจริงมันมีรายละเอียดและความไม่ง่ายที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจนั้น!!!!


- บางกรณี กำไรหุ้นนั้นไม่ดี ด้วยการบันทึกบัญชีตามมาตรฐานใหม่ ทำให้ นลท ส่วนใหญ่เข้าใจผิด “ดังนั้นถ้าเราเข้าใจถูก ในสิ่งที่มันถูกต้องจริงๆ แต่คนส่วนมากเข้าใจมันผิด นั่นคือโอกาสในการลงทุนและทำผลตอบแทนที่ดีได้”


14. การขายหุ้น


- ประเมินกำไรสามปีถึงห้าปีล่วงหน้า ดังนั้น time flame ในการลงทุน 3-5 ปี และทำการบ้าน ติดตามอย่างใกล้ชิดสม่ำเสมอ


ไม่เป็นอย่างที่คิด


มันขึ้นมาและมีตะวอื่นที่น่าซื้อมากกว่า


การ manage เงินสดในพอร์ท


ส่วนใหญ่เป็นการ switch หุ้นมากกว่า


เพราะมีหุ้นในพอร์ท 20-30 ตัว แต่ตามอยู่มากกว่า 50 ตัว


15. ตลาดเวียดนาม


- พี่บอลมองว่า เหมือนไทยในอดีต และคิดว่าคิดถูกเพราะมีการเติบโตของเศรษฐกิจ


16. หุ้นไทย


- ขึ้น เพราะปัจจัยหนึ่งคือกองทุนวายุภักษ์


- แต่พี่บอลไม่ได้โฟกัสตลาด โฟกัสหุ้นรายตัว


17. หุ้นอเมริกา


- ตามหุ้นที่สนใจ


- แต่ตลาดอเมริกา มีคนที่เก่งกว่าเราเยอะ


ดูว่าเราเป็น top 1% หรือไม่ ถ้าไม่อาจจะไม่ใช่โอกาสในการลงทุน


พี่บอลตามห่างๆ ถ้าลงมาเยอะๆค่อยว่ากัน


18. การลงทุนจะมองหุ้นที่กำไรโต 15-20%


มองหาผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยง


ถ้าเราต้องการผลตอบแทนที่สูง แต่ต้องไป take risk ที่มากเกินไป


ตลาดไทย มองหาหุ้นที่ทำผลตอบแทนได้ 15-20% ต่อปี แต่ GDP ไทยโต 2-3%


ก็ถือว่าคุ้มกับความเสี่ยง


ช่วงนี้รู้สึกว่าเวียดนามแพง อาจจะไม่ได้ได้เปรียบมากในการลงทุน พี่บอลมีกลุ่มธนาคาร consumer


หลังๆเริ่มมีความซับซ้อนขอวตลาดมาก


ที่เวียดนามมีเรื่อง coperTe governance คือการเข้าถึงข้อมูล เพราะเคยโดนหลอกมามาก!!!!


สัญญาณการลดดอกเบี้ยของ FED ถ้ามากไปอาจส่งผลต่อตลาดทุน


โดยส่วนตัวดูหุ้นเป็นตัว ว่าลงมามาก เข้า zone buy หรือยัง ถ้ายังก็ถื เงินสดรอ


**********คำแนะนำสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่:


1. ค้นหาตัวเองให้เจอ รู้วัตถุประสงค์ รู้เหตุผลในการลงทุนของตัวเอง


เราลงทุนเพื่ออะไร หาเหตุผลตรงนี้ให้เจอ เช่น อยากมีอิสรภาพทางการเงิน อยากมีเวลากับครอบครัว แต่สุดท้ายลงทุนจนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพ หรือมีเวลากับครอบครัว ก็อาจจะผิดวัตถุประสงค์ที่เราตั้งใจไว้ ต้องปักธวไปให้ถูก


2. หา Play book ที่ชอบและใช่


- อยากได้ผลตอบแทน 15%


3. Investment ในตัวเอง


- คอร์สอบรมของสมาคม Thai VI เป็น legacy ที่ดี ทำให้เราได้ flame work ที่ดี และเราก็มา feed ข้อมูล เหมือน AI


4. ศึกษาเรื่องจิตใจ ช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น และมีความสุขในการลงทุน


*****สมาคมไทยวีไอ มีสองหมวก คือ โรงเรียน และมูลนิธิ เคยบริจาคไป 80 กว่าโครงการ มูลค่ากว่า 27 ล้าน


ล่าสุดทำคอร์สออนไลน์ มีคอร์สออนไลน์ที่สอนโดยอาจารย์คเชนทร์


กิจกรรม CSR โดยพี่นุช และพี่ไม้ฟืน


ปีหน้า อยากให้ความรู้มากขึ้น


พยายามจะปรับตัวให้สมาคม modernized มากขึ้น


ปล. ประทับใจพี่บอลมาก เคยเรียนตอนไทยวีไอรุ่น 19


พี่บอลสอนเรื่อง business model ก็รู้สึกว่าทำไมสอนเร็ว พูดเร็ว ตามไม่ทัน


แต่ครั้งที่ประทับใจสุด คือ ไปทาสีเพดานบ้านพักบางแค


พี่บอลทุ่มเท ปีนนั่งรัานไปทา ทั้งที่ก็อายุมากแล้ว


กิจกรรมครั้งนั้นสนุกมากกกกกกกกก พี่ๆ เพื่อนๆทุกคนเต็มที่ น่ารัก และมาด้วยหัวใจจริงๆ


รอไปงาน CSR อีกนะคะ ปลูกป่า ทำฝาย ช่วยน้ำท่วม แจกยา ทำอาหาร ตรวจตา ตรวจสุขภาพ ทาสี เดินป่า…ชอบมากกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


สุดท้ายนี้ อยากบอกว่าฟังคลิปนี้ แล้วคุณจะได้พัฒนาตัวเองขึ้นอีกขั้น:฿฿฿

โควท
โพสต์โพสต์