TIDLOR

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

TIDLOR

Posts by pakapong_u » Thu Dec 24, 2020 5:25 pm

เงินติดล้อ เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯแล้ว



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Thu Dec 24, 2020 5:46 pm

BAY นำ"เงินติดล้อ"เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์


ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) หรือ BAY แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า บริษัท เงินติดล้อ จำกัด(มหาชน) หรือ NTL ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าของธนาคารโดย BAY ถือหุ้นสามัญ 50% และ Siam Asia Credit Access Pte Ltd หรือ SACA ถือหุ้นสามัญอีก 50% อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อการออกและเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO และการนำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดย NTL เป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นำที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งให้บริการภายใต้ชื่อแบรนด์ "เงินติดล้อ"

ในการนี้ NTL ได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.และยื่นคำขอต่อตลาดหลักทรัพย์ ให้รับหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2563 โดยธนาคารในฐานะผู้ถือหุ้นของ NTL ซึ่งอาจพิจารณาเสนอขายหุ้นบางส่วนที่ถืออยู่ใน NTL ต่อประชาชนในคราวเดียวกับ IPO ของ NTL

โดยจำนวนหุ้นสามัญของ NTL ทั้งหมดที่จะมีการเสนอขายครั้งนี้ไม่เกิน 1,043.54 ล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญที่ออกใหม่ที่เสนอขายโดย NTL จำนวนไม่เกิน 210.82 ล้านหุ้นจำนวนหุ้นสามัญเดิมของ NTL ที่อาจเสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม ไม่เกิน 832.73 ล้านหุ้น แบ่งเป็น จำนวนหุ้นสามัญเดิมของ NTL ที่อาจเสนอขายโดยธนาคารไม่เกิน 284.14 ล้านหุ้น จำนวนหุ้นสามัญเดิมของ NTL ที่อาจเสนอขายโดย SACA จำนวนไม่เกิน 412.47 ล้านหุ้น

และหุ้นสามัญเดิมของ NTL ที่ผู้จัดสรรหุ้นส่วนเกินอาจขอยืมจากธนาคาร และ SACA ในจำนวนรวมกันไม่เกิน 136.11 ล้านหุ้น คิดเป็นจำนวนไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายทั้งหมดใน IPO เพื่อรองรับกรณีที่ต้องมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน

ภายหลังการ IPO และการเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดยผู้ถือหุ้นสามัญเดิมของ NTL สัดส่วนการถือหุ้นของธนาคารใน NTL จะลดลง

1. ในกรณีที่ไม่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกิน สัดส่วนการถือหุ้นสามัญของธนาคารใน NTL จะลดลงเป็นไม่ต่ำกว่า 33.20% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

2.ในกรณีที่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกินทั้งจำนวน สัดส่วนการถือหุ้นสามัญของธนาคารใน NTL จะลดลงเป็นไม่ต่ำกว่า 30% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Fri Dec 25, 2020 11:30 am

NTL : บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

ประเภทธุรกิจ
ให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันแบบครบวงจร (รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก รถไถ และรถแทรกเตอร์) สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และบริการนายหน้าประกันภัยและประกันชีวิต ภายใต้ชื่อแบรนด์ “เงินติดล้อ” ซึ่งเป็น Non-bank ที่ ธปท. กำกับดูแล
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ ธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO
จำนวนไม่เกิน 907,428,600 หุ้น คิดเป็น 39.1% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO ประกอบด้วย
(1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ ไม่เกิน 210,816,700 หุ้น และ
(2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ไม่เกิน 696,611,900 หุ้น
ทั้งนี้ อาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน จำนวนไม่เกิน 136,114,200 หุ้น (ไม่เกิน 15.0% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด)

ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
n/a
ราคา IPO
n/a
ราคา PAR
3.70 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

ข้อมูล Filing
https://www.ngerntidlor.com/th/home.html



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Fri Dec 25, 2020 11:31 am

https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... sID=319381

หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม / บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : -
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : บริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) / นางสาว มานิตา ภูวัฒนเศรษฐ



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Tue Dec 29, 2020 9:46 am

สงคราม.! หุ้นจำนำทะเบียน
สำนักข่าวรัชดา

ช่วงหนึ่งเดือนก่อนเกิดความฮือฮาในแวดวงสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จากกรณีธนาคารออมสินตกลงปลงใจกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เพื่อรุกปล่อยกู้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสั่นคลอนตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถได้ไม่น้อย…

คราวนี้กลับมาฮือฮาอีกครั้ง ในแวดวงตลาดหุ้นในแง่ตัวหุ้นจำนำทะเบียนรถ ไม่ว่าจะเป็น SAWAD, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC, บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH, บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC, บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER และบริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ซึ่งอยู่ในตลาดอยู่แล้ว

ล่าสุดมีเจ้าเดิมแต่เป็นน้องใหม่เข้าตลาดหุ้นอย่าง บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ NTL (ลูกรักของแบงก์กรุงศรีฯ) ที่เตรียมแต่งตัวเข้าตลาด อยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

โดยจะเสนอขายขายหุ้นไอพีโอ 1.05 พันล้านหุ้น ราคาพาร์หุ้นละ 3.70 บาท คาดจะเข้าตลาดในปี 2564 นี้

ว่ากันว่า เงินติดล้อ นี่โปรไฟล์ไม่ธรรม…ดีกรีเป็นเบอร์ 3 ของตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเชียวนะ เป็นรองก็แค่ MTC (เบอร์ 1) และ SAWAD (เบอร์ 2) เท่านั้น

ส่วนผลงานช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ก็น่าจับตา รายได้แม้จะถูกทิ้งห่างจากเบอร์ 1 แต่กลับสูสีกับเบอร์ 2 อย่าง SAWAD อยู่ในระดับ 7,000-9,000 ล้านบาทต่อปี

ส่วนกำไรเงินติดล้อนั้น โอเค…แม้ยังตามหลัง SAWAD…โดย SAWAD ปี 2560 กำไร 2,666 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 38.10% ปี 2561 กำไร 2,768 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 35.13% และปี 2562 กำไร 3,756 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 38.36%

ขณะที่เงินติดล้อ ปี 2560 กำไร 1,247 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 21.50% ปี 2561 กำไร 1,306 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 17.26% ส่วนปี 2562 กำไร 2,201 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 23.28%

อาจเป็นเพราะ SAWAD บริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่า…

แต่น่าจับตา หลังจากเงินติดล้อเข้าตลาดหุ้นมาแล้ว จะพลิกเกมปั้นรายได้และกำไรอย่างไรต่อไป..? จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 หรือ กระโดดไปเป็นเบอร์ 1 ได้หรือไม่..?

แต่เบื้องต้นการที่เงินติดล้อเตรียมแต่งตัวเข้าตลาดหุ้นอย่างนี้ ในแง่ตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมองได้ 2 มุม…มุมแรก เค้กก้อนนี้ที่มีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท จะกลายเป็นทะเลแดงเดือด เกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น แต่ละเจ้าจะงัดดอกเบี้ยถูกมาสู้กันเต็มที่ เพื่อจูงใจลูกค้า…เกิดเป็นสงครามราคา (ดอกเบี้ย) ซึ่งในมุมการตลาดก็ว่ากันไป

แต่ในมุมหุ้น ก็จะมีตัวเลือกมากขึ้น อีกหน่อยจะมีเงินติดล้อเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก…

ขณะเดียวกันก็เป็นโจทย์ให้ผู้ประกอบการ 4-5 รายที่อยู่ในตลาดหุ้นอยู่แล้ว ต้องกระตุ้นตัวเอง หาวิธีปั๊มรายได้และกำไรให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวหุ้น…

ไม่เช่นนั้น จะกลายเป็นหุ้นที่ไร้เสน่ห์ ไม่มีใครเหลียวแล…และจะเหี่ยวเฉาไปในที่สุด

แต่คนที่น่าจะได้ประโยชน์มากสุดคงเป็นนักลงทุน ซึ่งอย่างน้อย ๆ ก็มีทางเลือกใหม่ ๆ ไม่ต้องผูกติดกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป…

แหม๊…นับจากนี้หุ้นจำนำทะเบียนที่ร้อนแรงอยู่แล้ว คงร้อนฉ่ามากขึ้น

ระวังจะโดนไฟลวกมือไม่รู้ด้วยนะ…

…อิ อิ อิ…



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Mon Jan 11, 2021 10:12 am

ศรีสวัสดิ์ กับ เงินติดล้อ เกี่ยวอะไรกัน? /โดย ลงทุนแมน
แม้จะมีหลายคนเคยได้ยินคำว่า “ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ”
แต่รู้ไหมว่าคำนี้มีชื่อของสองบริษัทซ่อนอยู่

บริษัทแรกก็คือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น ทำธุรกิจสินเชื่อ
บริษัทอีกแห่งก็คือ บริษัท เงินติดล้อ ก็ทำธุรกิจสินเชื่อ เหมือนกัน..

จริงๆ แล้ว ศรีสวัสดิ์ กับ เงินติดล้อ มีที่มาอย่างไร
แล้วทั้งคู่มีอะไรเกี่ยวข้องกันไหม?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีก่อน ครอบครัวแก้วบุตตา ได้สังเกตว่า
เกษตรกรในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีรายได้ไม่แน่นอน มักจะมีปัญหากับการขอเงินกู้จากทางธนาคาร

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรต้องเอารถไปจำนำ หรือไปพึ่งบริการเงินกู้นอกระบบ ที่มีสัญญาไม่เป็นธรรม

จุดนี้เองที่ทำให้ครอบครัวแก้วบุตตา ก่อตั้งบริษัท ศรีสวัสดิ์ เพชรบูรณ์ จำกัด เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจจำนำทะเบียนรถ และให้บริการสินเชื่อในละแวกนั้น

ด้วยความเข้าใจในปัญหาการขอสินเชื่อของชาวบ้าน
ทำให้ธุรกิจของครอบครัวแก้วบุตตาเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
เพราะหลังจากก่อตั้ง 10 ปี ศรีสวัสดิ์ สามารถขยายสาขาได้กว่า 130 แห่ง
และก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (1991) จำกัด

ตอนนั้น ศรีสวัสดิ์ ถือเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง
ที่แม้จะเผชิญเข้ากับวิกฤติต้มยำกุ้ง
ทางบริษัทก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก

จนทำให้ AIG กลุ่มธุรกิจประกันและผู้ให้บริการทางการเงินยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา
ได้เข้ามาซื้อกิจการศรีสวัสดิ์ ไปในปี 2550 หรือราว 14 ปีก่อน

ที่น่าสนใจก็คือ หลังจากครอบครัวแก้วบุตตาขายกิจการให้กับ AIG ได้เพียงปีเดียว
(ในช่วงนั้นบริษัทก็ได้เปลี่ยนชื่อบริษัท ซีเอฟจี เซอร์วิส จำกัด)
ทางครอบครัวก็ได้ก่อตั้งบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น ขึ้นใหม่ และทำธุรกิจสินเชื่อเหมือนเดิม

สำหรับธุรกิจที่ขายออกไปก่อนหน้านั้น AIG ก็ได้เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจ รวมถึงการทำแบรนด์
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การสร้างแบรนด์ให้กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ “ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ”

แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในช่วงปี 2551
ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประสบกับวิกฤติซับไพรม์
ซึ่งส่งผลทำให้ทาง AIG จำเป็นต้องขายธุรกิจของศรีสวัสดิ์ออกไป

โดยผู้ที่มาเข้าซื้อกิจการในตอนนั้น ก็มีครอบครัวแก้วบุตตา รวมอยู่ด้วย
แต่การเจรจาครั้งนั้นกลับไม่สำเร็จ
จนในที่สุด AIG ก็ได้ขายกิจการ ศรีสวัสดิ์ ให้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา

สรุปง่ายๆ ก็คือ ศรีสวัสดิ์ทั้ง 2 แห่ง มีผู้ก่อตั้งคนเดียวกัน แต่ตอนนี้มีเจ้าของคนละคนกัน

โดยบริษัทที่เกิดขึ้นก่อน ตอนนี้กลายเป็นบริษัทชื่อว่า เงินติดล้อ
ที่มีเจ้าของเป็นธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ส่วนบริษัทที่เกิดขึ้นทีหลัง ตอนนี้เป็นบริษัทชื่อว่า ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น
ที่เป็นของครอบครัวแก้วบุตตา ซึ่งได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

แล้วตอนนี้ ศรีสวัสดิ์ไหน ใหญ่กว่ากัน?

บริษัท เงินติดล้อ

ปี 2560 รายได้ 5,802 ล้านบาท กำไร 1,247 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 7,569 ล้านบาท กำไร 1,306 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 9,458 ล้านบาท กำไร 2,202 ล้านบาท

รายได้เติบโตเฉลี่ย 27.68%
กำไรเติบโตเฉลี่ย 32.88%

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น

ปี 2560 รายได้ 6,999 ล้านบาท กำไร 2,667 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 7,881 ล้านบาท กำไร 2,768 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 9,793 ล้านบาท กำไร 3,756 ล้านบาท

รายได้เติบโตเฉลี่ย 18.29%
กำไรเติบโตเฉลี่ย 18.67%

แล้วแต่ละบริษัท มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และหนี้เสียเท่าไร?

บริษัท เงินติดล้อ
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) 15.10%
อัตราส่วนหนี้เสีย ต่อหนี้ทั้งหมด (NPL) 1.28%

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) 18.29%
และอัตราส่วนหนี้เสีย ต่อหนี้ทั้งหมด (NPL) 2.97%

จากภาพรวมของทั้ง 2 บริษัทจะเห็นได้ว่า เงินติดล้อ มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า
ในขณะที่ ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น มีความสามารถในการทำกำไรที่มากกว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

โดย ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SAWAD จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์
ซึ่งมีมูลค่าบริษัทประมาณ 94,000 ล้านบาท ซื้อขายกันที่ P/E 21 เท่า

หากเราใช้อัตราส่วน P/E ของ SAWAD
มาลองคำนวณมูลค่าบริษัทของเงินติดล้อ กับกำไรในปี 2562
จะพบว่าบริษัท เงินติดล้อ หากจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์
ก็จะมีมูลค่าบริษัทประมาณ 4 ถึง 5 หมื่นล้านบาท..

ถึงตรงนี้ เราก็สามารถสรุปได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น
หรือ เงินติดล้อ ทั้ง 2 บริษัท ต่างก็มีผู้ก่อตั้งคนเดียวกัน นั่นก็คือ ตระกูลแก้วบุตตา

แต่ตอนนี้ บริษัททั้งสองแห่งก็มีเจ้าของคนละคนกัน และไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็ถือเป็นธุรกิจที่เติบโตได้ดี และน่าจับตามอง
โดยล่าสุด บริษัท เงินติดล้อ ก็กำลังจะตามฝาแฝดอย่าง ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น
เข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยแล้ว เร็วๆ นี้..



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Thu Feb 04, 2021 10:22 am

เปิดเเผน 3 ปี 'กรุงศรี' รุกหนักอาเซียน ทุ่ม 8.5 พันล้านลงทุนดิจิทัล ดัน 'เงินติดล้อ' เข้าตลาดหุ้นไทย

เเบงก์ ‘กรุงศรี’ ประกาศแผนธุรกิจระยะกลาง 3 ปี รุกหนักลงทุนอาเซียน ไม่หวั่นความไม่เเน่นอนทางการเมือง ทุ่มงบดิจิทัล 8,000-8,500 ล้านบาทต่อปี ตั้งเป้าสินเชื่อโต 3-5% เน้นธุรกิจใหญ่ คุมหนี้เสียไม่เกิน 2.7% คงนโยบายตั้งสำรองสูง เดินหน้าส่ง ‘เงินติดล้อ’ เข้า IPO ตลาดหุ้นไทย

กรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ประกาศแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ปี 2564 – 2566

เซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAY กล่าวถึง ทิศทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ว่า การเติบโตยังคงชะลอตัว จากผลกระทบของการระบาด COVID-19 ระลอกใหม่ เเต่ก็ยังมีปัจจัยหนุนให้เติบโตได้ อย่าง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เเละการกระจายวัคซีน

“ความท้าทายที่สุดของปีนี้ ยังคงเป็นเรื่อง COVID-19 คาดว่าในช่วงไตรมาส 2 กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ จะกลับมาเเละฟื้นตัวดีขึ้น”

โดยแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ดังกล่าว จะเน้นให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น ควบคู่กับการเร่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดใหม่ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ผ่านกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจ 5 ประการได้เเก่

1) ปฏิรูปธุรกิจลูกค้ารายย่อยให้เป็นหนึ่งเดียว (One Retail Transformation) โดยอาศัย ‘ฐานข้อมูล’ ลูกค้าขนาดใหญ่ของกรุงศรี เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงความต้องการเฉพาะตัวของลูกค้า

2) เสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจด้านลูกค้าธุรกิจ (Commercial Business Enhancement) ผ่านการเร่งสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับห่วงโซ่ธุรกิจและการให้บริการข้ามกลุ่มลูกค้า 3) สร้างระบบนิเวศของกรุงศรีเองและการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ (Ecosystem and Partnership) เพื่อขยายฐานลูกค้า
4) ขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Expansion) เปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สำหรับกรุงศรีและลูกค้าในตลาดอาเซียน โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการลงทุนและการช่วยเหลือลูกค้าในการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในอาเซียน

5) การสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ (New Revenue Stream) โดยอาศัยความแข็งแกร่งและศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของกรุงศรีในการพัฒนานวัตกรรมโซลูชั่นใหม่ๆ

ทุ่มงบดิจิทัล 8,000-8,500 ล้านบาทต่อปี

ซีอีโอกรุงศรี มองว่า การพัฒนาศักยภาพทางด้านดิจิทัล เป็นหัวใจสำคัญในการแสวงหาเทคโนโลยีใหม่เเละจะช่วยผลักดันกลยุทธ์ต่างๆ ให้ไปสู่เป้าหมาย เพราะต่อไป 'องค์กรจะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล'
ธนาคารจึงได้ตั้บงบประมาณในการลงทุนด้านไอที ราว 8,000-8,500 ล้านบาทต่อปี โดยส่วนใหญ่จะลงทุนในด้าน 'Big Data' พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างระบบนิเวศเทคโนโลยี และต่อยอดการเป็น 'ดิจิทัลเเบงกิ้ง' เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดต่างประเทศ


ตั้งเป้าสินเชื่อ 3-5% เน้นธุรกิจใหญ่

สำหรับเป้าหมายทางการเงินในปี 2564 กรุงศรีฯ หวังว่า การเติบโตของสินเชื่อจะอยู่ที่ระดับ 3-5% ซึ่งจะเน้นไปที่สินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่ราว 5-6% และสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และรายย่อยอยู่ที่ 3-4%

ด้านต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 3.1-3.3% การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา และจะพยายามควบคุมคุณภาพหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้ไม่เกิน 2.7%

ขณะที่การตั้ง 'สำรองหนี้สงสัยจะสูญ' ในปีนี้ กรุงศรียังใช้นโยบายการตั้งสำรองในระดับสูงเช่นเดิม เเต่ตัวเลขน่าจะต่ำลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

ทั้งนี้ รายงานผลประกอบการในปี 2563 กรุงศรีมีกำไรสุทธิจำนวน 23,040 ล้านบาท ลดลง 14.5% เมื่อเทียบกับปี 2562 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ 42.52% สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 2% และอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 175.12% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนอยู่ที่ 19.10%

ดันขาย IPO เงินติดล้อ

สำหรับความคืบหน้าการเข้าตลาดหุ้นไทยของบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ NTL ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าของธนาคารกรุงศรีที่ถือหุ้นอยู่ 50% และ Siam Asia Credit Access Ple Ltd (SACA) ถือหุ้นอยู่ 50%

ดวงดาว วงศ์พนิตกฤต ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) และจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

"ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรอสำนักงาน ก.ล.ต. อนุมัติไฟลิ่ง คาดว่าจะใช้เวลาในการอนุมัติใน 6 เดือน ซึ่งภายหลังการอนุมัติ บริษัทจะดำเนินการภายในเวลาอีก 1 ปี ดังนั้นระยะเวลาปิดรายการแล้วเสร็จ น่าจะเห็นภายในสิ้นปีนี้ หรือกลางปี 2565"

ด้าน 'ราคา' กำลังพิจารณาอยู่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องดูความสนใจของตลาดเเละมหาชนเป็นหลัก โดยกรุงศรีจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเป็นไม่ต่ำกว่า 30%


รุกลงทุนอาเซียน ไม่หวั่นการเมือง 'ไม่เเน่นอน'

สำหรับเศรษฐกิจในอาเซียนนั้น กรุงศรี ประเมินว่า จะมีการฟื้นตัวเร็ว เเละจะขยายตัวอย่างแข็งแกร่งกว่าภูมิภาคอื่น ด้วยอานิสงส์จากต่างประเทศ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การลงทุนของภาครัฐ และการขยายเศรษฐกิจสู่ระดับภูมิภาค โดยมองว่าตลาดอาเซียนจะเติบโตสูง หลังวิกฤตโรคระบาด

ส่วนเศรษฐกิจโลก จะเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่การระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ส่งผลให้ความเสี่ยงในภาคอุตสาหกรรมบริการเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ความแข็งแกร่งของภาคการผลิต ประกอบกับมาตรการต่างๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ จะยังคงเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ

เมื่อถามว่า ความไม่เเน่นอนทางการเมืองในอาเซียน ส่งผลต่อการลงทุนของธนาคารหรือไม่นั้น ผู้บริหารกรุงศรีตอบว่า

"การลงทุนในประเทศ Emerging Market ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องการเมืองที่ไม่เเน่นอน เเต่ไม่ได้ทำให้เป้าหมายใหญ่เปลี่ยนไป เพราะธนาคารเน้นมองในภาพใหญ่และเป็นเป้าหมายในระยะยาวมากกว่า ซึ่งตลาดอาเซียนมีเเนวโน้มเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไปเเละเป็นโอกาสสำคัญในการลงทุน"

ในปีที่ผ่านมา กรุงศรีขยายฐานธุรกิจไปยังภูมิภาคอาเซียน เช่น การยกระดับ Hattha Kaksekar Ltd. บริษัทไมโครไฟแนนซ์เครือกรุงศรีในกัมพูชาขึ้นเป็นธนาคารพาณิชย์ Hattha Bank Plc. รวมถึงการเข้าซื้อหุ้น 50% ในบริษัท SB Finance Company, Inc. (SBF) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ Security Bank Corporation (SBC) หนึ่งในธนาคารชั้นนำของฟิลิปปินส์ การลงทุนและสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับ Grab

โดยจะเน้นไปที่ตลาด 'สินเชื่อรายย่อย' เพื่อเข้าถึงประชากรในอาเซียนที่มีจำนวนมาก ในยามที่คู่เเข่งยังไม่เยอะ



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Thu Feb 04, 2021 10:41 am

กรุงศรีฯ ตั้งงบ 8.5 พันล้าน ลงทุนดิจิทัลเต็มสูบ ชี้แผน “เงินติดล้อ” ชัดเจนสิ้นปีนี้
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 - 17:25 น.

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดแผนธุรกิจระยะกลาง 3 ปี ตั้งแต่ 64-66 ชูกลยุทธ์ 5 ด้านขับเคลื่อน พร้อมลุยลงทุนด้านดิจิทัล-ไอที ตั้งวงเงิน 8-8.5 พันล้านบาทต่อปี ตั้งเป้าโตสินเชื่อ 3-5% เน้นธุรกิจรายใหญ่ กดหนี้เสีย 2.7% แผน “เงินติดล้อ” ชัดเจนสิ้นปีนี้-กลางปี 65 ยันถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 30% พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจภูมิภาค

นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารได้จัดทำแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ปี 2564-2566 โดยเน้นตอบสนองความต้องการของลูกค้าและการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจ 5 ประการ

คือ 1.การปฏิรูปธุรกิจรายย่อยให้เป็นหนึ่งเดียว 2.การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจด้านลูกค้าธุรกิจ 3.การสร้างระบบนิเวศของกรุงศรีเอง และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ 4.การขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน และ 5.การสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่



อย่างไรก็ดี การขับเคลื่อนกลยุทธ์ 5 ประการ จะต้องพัฒนาควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพทางด้านดิจิทัลและไอที ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญโดยแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพราะหลังจากนี้องค์กรจะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ดังนั้น ธนาคารได้ให้ความสำคัญและลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยวางงบประมาณการลงทุนทางด้านไอทีและดิจิทัลเฉลี่ยราว 8,000-8,500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่จะลงทุนในด้าน Big Data ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยี (Ecosystem) และ Open Banking Platform เพื่อต่อยอดและขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศ

ขณะที่เป้าหมายทางการเงิน ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่ออยู่ที่ 3-5% โดยจะเน้นการเติบโตในสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ราว 5-6% และสินเชื่อธูรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และรายย่อยอยู่ที่ 3-4% โดยกรอบเป้าสินเชื่อขยายตัว 3-5% สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอน และเป็นเป้าหมายที่เติบโตได้ ภายใต้การควบคุมคุณภาพหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่เกิน 2.7% และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในปีนี้อาจจะไม่สูงเท่ากับปี 2563 แต่เป็นระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่ที่ 1.99% เพื่อรองรับความไม่แน่นอน เช่นเดียวกับธนาคารทั้งระบบยังคงตั้งสำรองอยู่ในระดับสูง

“การดำเนินธุรกิจในปี 2564 ภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย กรุงศรียังคงมุ่งให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือลูกค้า การรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้แข็งแกร่งต่อเนื่อง และการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน ก็เดินหน้าสู่เส้นทางใหม่ตามแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ เพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินไทยที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าทั่วทั้งอาเซียน ซึ่งพร้อมเป็นพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือและเชื่อมโยงทุกความต้องการด้านการเงินทั้งภายในประเทศและต่างประเทศอย่างครอบคลุมทั่วภูมิภาค”

นางสาวดวงดาว วงศ์พนิตกฤต ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้า บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ NTL ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าของธนาคารที่ธนาคารถือหุ้น 50% และที่ Siam Asia Credit Access Ple Ltd (SACA) ถือหุ้น 50% อยู่ระหว่างการดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) และจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั้น



ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมาได้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการอนุมัติ 6 เดือน ซึ่งภายหลัง ก.ล.ต.อนุมัติ บริษัทจะดำเนินการภายในเวลาอีก 1 ปี ดังนั้น คาดว่าระยะเวลาปิดรายการแล้วเสร็จน่าจะเห็นภายในสิ้นปีนี้ หรือกลางปี 2565 อย่างไรก็ดี ธนาคารจะลดส่วนการถือหุ้นให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 30%

“หลังเรายื่นเสนอไปแล้ว 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้เราก็รอ ก.ล.ต.อนุมัติ คาดว่าต้นปีหรือกลางปีน่าจะชัดเจน ส่วนราคากำลังพิจารณา แต่คงไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องดูความสนใจของตลาดด้วย”

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนกลยุทธ์องค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคอาเซียน แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนสูงทางการเมืองในบางประเทศ แต่ธนาคารมองในภาพใหญ่และเป็นเป้าหมายในระยะยาว โดยมองว่าตลาดอาเซียนยังเป็นภูมิภาคที่เติบโตได้



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Tue Feb 16, 2021 11:12 am

‘บมจ. เงินติดล้อ’ ย้ำแบรนด์ผู้นำด้านการเงินเพื่อรายย่อย ชูจุดแข็ง 2 ธุรกิจหลัก ผ่านช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับ การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์มาใช้ เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) (เงินติดล้อ หรือ บริษัทฯ) ตอกย้ำแบรนด์ผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 11 ในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย เมื่อคำนวณจากยอดสินเชื่อคงค้าง ภายใต้แนวคิดมุ่งสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัย ที่โดดเด่นด้วยการมีนายหน้ามืออาชีพที่มีใบอนุญาตพร้อมให้คำปรึกษาด้านประกันภัยแก่ลูกค้ามากกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลาย จากบริษัทประกันวินาศภัยพันธมิตรชั้นนำ 16 ราย นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกแผนการผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ด้วยเงินสดได้จริง ไม่มีดอกเบี้ย ระยะเวลาสูงสุด 6 งวด คุ้มครองทันทีที่ชำระค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่งวดแรก ส่งผลให้เงินติดล้อเติบโตอย่างรวดเร็ว ติด 1 ใน 5 บริษัทนายหน้าประกันวินาศภัยที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยให้แก่ลูกค้ารายย่อยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย2 นอกจากนี้ ยังพัฒนาเทคโนโลยีด้านบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันและอนาคตได้ ทั้งหมดนี้เงินติดล้อดำเนินควบคู่ไปพร้อมกับการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินขั้นพื้นฐานให้กับชุมชนต่าง ๆ ภายใต้ “โครงการนำความรู้สู่ชุมชนเพื่อชีวิตหมุนต่อได้” เพื่อการเติบโตของทั้งองค์กรและสังคมไทยที่จะเดินเคียงข้างร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำเพื่อลูกค้ารายย่อยซึ่งมุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมผ่านการบุกเบิกและนำแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ของลูกค้าผ่านช่องทางการจำหน่ายหลากหลาย (Omni-channel) โดยแบ่งการให้บริการออกเป็น 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันครบวงจร และธุรกิจนายหน้าประกันภัย ภายใต้แบรนด์ “เงินติดล้อ” โดยดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเพื่อสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลักของธนาคารได้อย่างเพียงพอหรือทันที (Under-Banked) จากเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ หลอมรวมเข้ากับทีมงานพนักงานที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจสินเชื่อมากกว่า 30 ปี เงินติดล้อจึงเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย พร้อมทั้งเป็นผู้ริเริ่มสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการ อาทิ สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ 10 นาที สินเชื่อรถเก๋งกระบะ อนุมัติไวภายใน 1 ชม. รับเงินสดทันทีที่สาขา นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์บัตรกดเงินสดหมุนเวียน โดยลูกค้าสามารถกดเงินสดจากวงเงินสินเชื่อได้ด้วยตนเองที่ตู้ ATM ของธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั่วประเทศ ตลอด 24 ชม. ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ในปี 2562 เงินติดล้อสามารถสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ด้วยการมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทย เมื่อคำนวณจากยอดสินเชื่อคงค้างในปี 2562 ที่ผ่านมา

ด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัย เงินติดล้อดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเพื่อส่งเสริมให้ผู้คนเข้าถึงความคุ้มครองจากผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้เพิ่มขึ้น โดดเด่นด้วยการมีเจ้าหน้าที่นายหน้าประกันภัยมืออาชีพที่มีใบอนุญาตพร้อมให้คำปรึกษาด้านประกันภัยแก่ลูกค้า ซึ่งประจำอยู่ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีบริษัทประกันวินาศภัยพันธมิตรชั้นนำ 16 ราย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกรับเงื่อนไขที่ดีได้ง่ายๆ เพียงแค่ติดต่อกับเงินติดล้อเพียงที่เดียว โดยเงินติดล้อเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ดังนี้ (1) ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท แบ่งจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยด้วยเงินสดได้จริง ไม่มีดอกเบี้ย ระยะเวลาสูงสุด 6 งวด รับความคุ้มครองทันทีที่ชำระค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่งวดแรก (2) ต่อ พ.ร.บ. รอรับได้ทันที ไม่มีค่าบริการเพิ่ม (3) ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (4) ประกันโรคมะเร็ง (5) ประกันโควิด เป็นต้น จากการดำเนินธุรกิจมาเพียงไม่กี่ปี เงินติดล้อนำความตั้งใจผสานเข้ากับความรู้และประสบการณ์จากธุรกิจการให้บริการทางการเงิน นำไปสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้เงินติดล้อเป็นบริษัทนายหน้าประกันภัยที่มีอัตราการเติบโตด้านค่าเบี้ยประกันภัยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนกระทั่งติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศไทยในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยให้แก่รายย่อยในปี 2562 ที่ผ่านมา

ในส่วนของช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย (Omni-channel) เงินติดล้อมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความรวดเร็วและไม่ยุ่งยากให้แก่กลุ่มลูกค้าผ่านเครือข่ายสาขามากกว่า 1,000 แห่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 74 จังหวัดทั่วประเทศ และเสริมโดยเครือข่ายการส่งต่อลูกค้าที่กว้างขวางผ่านตัวแทน การขายผ่านทางโทรศัพท์ ตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกมือสอง และสาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งยังมี Call center 24 ชม. และช่องทางออนไลน์ของบริษัท ซึ่งรวมถึงการติดต่อผ่านเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นเงินติดล้อ เฟซบุ๊ก และแพลตฟอร์มธุรกิจของแอปพลิเคชันไลน์ (Line Business Connect) ในชื่อ Tid Lor Connect ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลและสิทธิต่างๆ ของตนเองเพียงแค่สมัครเป็นเพื่อนกับไลน์ “@TidLor” ทั้งหมดนี้ นับเป็นการลดช่องว่างเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านการเงินให้กับประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย (Long-tail Segment) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ใช้แรงงานและพนักงานบริษัทที่มีรายได้และเงินหมุนเวียนที่ไม่แน่นอนและมีข้อมูลประวัติทางการเงินที่จำกัด นอกจากนี้ เงินติดล้อยังได้พัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานความเชี่ยวชาญทางด้านการบริการทางการเงินเข้ากับเทคโนโลยีทีสร้างขึ้นโดยเฉพาะและความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีด้านอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน เช่น การสร้างแบบจำลองให้คะแนนระบบภูมิสารสนเทศ (Geographic Information System) ในการประเมินตำแหน่งที่ตั้งสาขา โปรแกรมถามตอบอัตโนมัติ (Chatbot) กระบวนการทำงานอัตโนมัติโดยหุ่นยนต์ การออกแบบระบบอนุมัติสินเชื่อจากข้อมูลคะแนนเครดิตของลูกค้า เป็นต้น

นอกจากการดำเนินธุรกิจแล้ว เงินติดล้อ ให้ความสำคัญกับการจัดทำโครงการเพื่อสังคมในรูปแบบ Creating Share Value (CSV) ผ่านการสร้างโอกาสทางความรู้ด้านการเงินให้กับผู้คนในสังคม โดยในปี 2555 ได้ริเริ่มโครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ก่อนจะขยายโครงการไปสู่ชุมชน ภายใต้ “โครงการนำความรู้สู่ชุมชนเพื่อชีวิตหมุนต่อได้” (Financial Education) โดยมุ่งให้ความรู้เบื้องต้นทางการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การออม การคำนวณอัตราดอกเบี้ย การจัดการด้านการเงินเพื่อการประกอบอาชีพ การใช้เทคโนโลยีธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงประโยชน์จากความคุ้มครองด้านประกันภัยและ พ.ร.บ. ให้แก่กลุ่ม ผู้มีรายน้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ พนักงานบริษัทเอกชน และผู้คนในชุมชนทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้พนักงานเงินติดล้อยกมืออาสาเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของการสร้างโอกาสทางการเงินให้แก่ลูกค้าอีกด้วย จวบจนปัจจุบัน “โครงการนำความรู้สู่ชุมชนเพื่อชีวิตหมุนต่อได้” มีผู้เข้ารับการอบรมไปแล้วทั้งสิ้นมากกว่า 3,902 คน3 และยังคงดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโอกาสทางความรู้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน

นายปิยะศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้เงินติดล้อก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่แข็งแกร่งได้ในปัจจุบัน คือ การสร้างค่านิยมของชาวเงินติดล้อมากกว่า 5,000 คน ทั่วประเทศ เพื่อหล่อหลอมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กร โดยในปี 2560 เงินติดล้อริเริ่มสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบชาวเงินติดล้อ เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการบ่มเพาะคนที่คิดและมีพฤติกรรมสอดคล้องกับเจตนารมณ์ขององค์กร นอกจากนี้ยังสร้างบรรยากาศในการทำงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทดลอง ความร่วมมือร่วมใจ ผ่านกระบวนการทำงานด้วยวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งเหล่านี้เองสะท้อนให้เห็นว่าเงินติดล้อจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในธุรกิจยุค Digital และก้าวเดินในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและนายหน้าประกันภัย ควบคู่กับการสร้างโอกาส เพื่อส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบอาชีพอิสระให้ดีขึ้น และมีชีวิตหมุนต่อได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เงินติดล้อ ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อขออนุมัติการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 1,043,542,800 หุ้น (รวมหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ และหุ้นสำหรับการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยเงินติดล้อ มีแผนนำเงินที่จะได้จากการระดมทุนไปใช้สำหรับการขยายธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานและปรับโครงสร้างเงินทุนในอนาคต เพื่อให้สามารถเดินหน้าสร้างโอกาสทางการเงินให้กับสังคมได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Tue Feb 16, 2021 4:04 pm

‘เงินติดล้อ’ สยายปีก ปักธงขาย IPO เข้าตลาดหุ้นภายในสิ้นปี’64
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 - 11:58 น.

‘บมจ. เงินติดล้อ’ ยื่นไฟลิ่งเตรียมตัวเสนอขายหุ้น IPO เผยแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในตลาดหุ้นไปขยายธุรกิจ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ตั้งเป้าเข้าเทรดภายในสิ้นปี 2564 หรืออย่างช้ากลางปี 2565

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เงินติดล้อ” ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อขออนุมัติการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 1,043,542,800 หุ้น (รวมหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ และหุ้นสำหรับการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต.

ทั้งนี้ โดยเงินติดล้อ มีแผนนำเงินที่จะได้จากการระดมทุนไปใช้สำหรับการขยายธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานและปรับโครงสร้างเงินทุนในอนาคต เพื่อให้สามารถเดินหน้าสร้างโอกาสทางการเงินให้กับสังคมได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม บริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำเพื่อลูกค้ารายย่อยซึ่งมุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมผ่านการบุกเบิกและนำแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ของลูกค้าผ่านช่องทางการจำหน่ายหลากหลาย (Omni-channel) โดยแบ่งการให้บริการออกเป็น 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันครบวงจร และธุรกิจนายหน้าประกันภัย ภายใต้แบรนด์ “เงินติดล้อ”

โดยดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเพื่อสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลักของธนาคารได้อย่างเพียงพอหรือทันที (Under-Banked) จากเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ หลอมรวมเข้ากับทีมงานพนักงานที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจสินเชื่อมากกว่า 30 ปี เงินติดล้อจึงเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย พร้อมทั้งเป็นผู้ริเริ่มสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการ อาทิ สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ 10 นาที สินเชื่อรถเก๋งกระบะ อนุมัติไวภายใน 1 ชม. รับเงินสดทันทีที่สาขา

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์บัตรกดเงินสดหมุนเวียน โดยลูกค้าสามารถกดเงินสดจากวงเงินสินเชื่อได้ด้วยตนเองที่ตู้ ATM ของธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั่วประเทศ ตลอด 24 ชม. ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ในปี 2562 เงินติดล้อสามารถสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ด้วยการมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทย เมื่อคำนวณจากยอดสินเชื่อคงค้างในปี 2562 ที่ผ่านมา

ด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัย เงินติดล้อดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเพื่อส่งเสริมให้ผู้คนเข้าถึงความคุ้มครองจากผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้เพิ่มขึ้น โดดเด่นด้วยการมีเจ้าหน้าที่นายหน้าประกันภัยมืออาชีพที่มีใบอนุญาตพร้อมให้คำปรึกษาด้านประกันภัยแก่ลูกค้า ซึ่งประจำอยู่ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีบริษัทประกันวินาศภัยพันธมิตรชั้นนำ 16 ราย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกรับเงื่อนไขที่ดีได้ง่ายๆ เพียงแค่ติดต่อกับเงินติดล้อเพียงที่เดียว โดยเงินติดล้อเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ดังนี้ (1) ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท แบ่งจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยด้วยเงินสดได้จริง ไม่มีดอกเบี้ย ระยะเวลาสูงสุด 6 งวด รับความคุ้มครองทันทีที่ชำระค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่งวดแรก

(2) ต่อ พ.ร.บ. รอรับได้ทันที ไม่มีค่าบริการเพิ่ม (3) ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (4) ประกันโรคมะเร็ง (5) ประกันโควิด เป็นต้น จากการดำเนินธุรกิจมาเพียงไม่กี่ปี เงินติดล้อนำความตั้งใจผสานเข้ากับความรู้และประสบการณ์จากธุรกิจการให้บริการทางการเงิน นำไปสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้เงินติดล้อเป็นบริษัทนายหน้าประกันภัยที่มีอัตราการเติบโตด้านค่าเบี้ยประกันภัยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนกระทั่งติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศไทยในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยให้แก่รายย่อยในปี 2562 ที่ผ่านมา

ในส่วนของช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย (Omni-channel) เงินติดล้อมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความรวดเร็วและไม่ยุ่งยากให้แก่กลุ่มลูกค้าผ่านเครือข่ายสาขามากกว่า 1,000 แห่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 74 จังหวัดทั่วประเทศ และเสริมโดยเครือข่ายการส่งต่อลูกค้าที่กว้างขวางผ่านตัวแทน การขายผ่านทางโทรศัพท์ ตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกมือสอง และสาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งยังมี Call center 24 ชม. และช่องทางออนไลน์ของบริษัท ซึ่งรวมถึงการติดต่อผ่านเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นเงินติดล้อ เฟซบุ๊ก

และแพลตฟอร์มธุรกิจของแอปพลิเคชันไลน์ (Line Business Connect) ในชื่อ Tid Lor Connect ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลและสิทธิต่างๆ ของตนเองเพียงแค่สมัครเป็นเพื่อนกับไลน์ “@TidLor” ทั้งหมดนี้ นับเป็นการลดช่องว่างเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านการเงินให้กับประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย (Long-tail Segment) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ใช้แรงงานและพนักงานบริษัทที่มีรายได้และเงินหมุนเวียนที่ไม่แน่นอนและมีข้อมูลประวัติทางการเงินที่จำกัด

นอกจากนี้ เงินติดล้อยังได้พัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานความเชี่ยวชาญทางด้านการบริการทางการเงินเข้ากับเทคโนโลยีทีสร้างขึ้นโดยเฉพาะและความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีด้านอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน เช่น การสร้างแบบจำลองให้คะแนนระบบภูมิสารสนเทศ (Geographic Information System) ในการประเมินตำแหน่งที่ตั้งสาขา โปรแกรมถามตอบอัตโนมัติ (Chatbot) กระบวนการทำงานอัตโนมัติโดยหุ่นยนต์ การออกแบบระบบอนุมัติสินเชื่อจากข้อมูลคะแนนเครดิตของลูกค้า เป็นต้น

นอกจากการดำเนินธุรกิจแล้ว เงินติดล้อ ให้ความสำคัญกับการจัดทำโครงการเพื่อสังคมในรูปแบบ Creating Share Value (CSV) ผ่านการสร้างโอกาสทางความรู้ด้านการเงินให้กับผู้คนในสังคม โดยในปี 2555 ได้ริเริ่มโครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ก่อนจะขยายโครงการไปสู่ชุมชน ภายใต้ “โครงการนำความรู้สู่ชุมชนเพื่อชีวิตหมุนต่อได้” (Financial Education) โดยมุ่งให้ความรู้เบื้องต้นทางการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การออม การคำนวณอัตราดอกเบี้ย การจัดการด้านการเงินเพื่อการประกอบอาชีพ การใช้เทคโนโลยีธุรกรรมทางการเงิน

รวมถึงประโยชน์จากความคุ้มครองด้านประกันภัยและ พ.ร.บ. ให้แก่กลุ่มผู้มีรายน้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ พนักงานบริษัทเอกชน และผู้คนในชุมชนทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้พนักงานเงินติดล้อยกมืออาสาเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของการสร้างโอกาสทางการเงินให้แก่ลูกค้าอีกด้วย จวบจนปัจจุบัน “โครงการนำความรู้สู่ชุมชนเพื่อชีวิตหมุนต่อได้” มีผู้เข้ารับการอบรมไปแล้วทั้งสิ้นมากกว่า 3,902 คน[3] และยังคงดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโอกาสทางความรู้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน

นายปิยะศักดิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้เงินติดล้อก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่แข็งแกร่งได้ในปัจจุบัน คือ การสร้างค่านิยมของชาวเงินติดล้อมากกว่า 5,000 คน ทั่วประเทศ เพื่อหล่อหลอมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กร โดยในปี 2560 เงินติดล้อริเริ่มสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบชาวเงินติดล้อ เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการบ่มเพาะคนที่คิดและมีพฤติกรรมสอดคล้องกับเจตนารมณ์ขององค์กร นอกจากนี้ยังสร้างบรรยากาศในการทำงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทดลอง ความร่วมมือร่วมใจ ผ่านกระบวนการทำงานด้วยวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สิ่งเหล่านี้เองสะท้อนให้เห็นว่าเงินติดล้อจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในธุรกิจยุค Digital และก้าวเดินในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและนายหน้าประกันภัย ควบคู่กับการสร้างโอกาส เพื่อส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบอาชีพอิสระให้ดีขึ้น และมีชีวิตหมุนต่อได้อย่างยั่งยืน

ด้าน นางสาวดวงดาว วงศ์พนิตกฤต ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opp Day) ว่า เงินติดล้อ ได้ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต.ไปในช่วงปลายปี 2563 เบื้องต้นคาดว่าจะใช้ระยะเวลาต่อจากนี้อีกประมาณ 6 เดือน จนกว่าสำนักงาน ก.ล.ต.จะพิจารณาแบบไฟลิ่งแล้วเสร็จ และคาดว่าจะใช้เวลาเตรียมตัวไม่เกิน 1 ปีก่อนจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือภายในสิ้นปี 2564 หรืออย่างช้ากลางปี 2565

ทั้งนี้ ภายหลังการเข้าระดมทุนในตลาดหุ้น ธนาคารกรุงศรีจะมีสัดส่วนการถือครองหุ้นเงินติดล้อไม่ต่ำกว่า 30%



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Sat Feb 20, 2021 4:23 pm

น็อนแบงก์ชิงตลาด “ลีสซิ่ง-จำนำทะเบียนรถ” ติดสปีดระดมทุนเสริมเขี้ยวเล็บ
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 - 07:43 น.

น็อนแบงก์แห่ขยับขยายธุรกิจ “ลีสซิ่ง-จำนำทะเบียนรถ” คึกคัก ! “เงินติดล้อ” ยื่นไฟลิ่งเตรียมขาย IPO ราว 1 พันล้านหุ้น เดินหน้าเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นรองรับการขยายธุรกิจ ขณะที่ “เคทีซี” รับนโยบายแบงก์กรุงไทยจ่อเข้าถือหุ้นใหญ่ “เคทีบี ลีสซิ่ง” ลุยตลาดเช่าซื้อเต็มสูบ ด้าน “ศรีสวัสดิ์ฯ” ร่วมทุน “ออมสิน” เดินหน้าสินเชื่อ “จำนำทะเบียน” เจาะตลาดฐานราก เริ่ม 1 เม.ย.นี้



นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

เพื่อขออนุมัติการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ไม่เกิน 1,043,542,800 หุ้น โดยบริษัทมีแผนนำเงินที่จะได้จากการระดมทุนไปใช้สำหรับการขยายธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องรวมทั้งเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานและปรับโครงสร้างเงินทุนในอนาคต เพื่อให้สามารถเดินหน้าสร้างโอกาสทางการเงินให้กับสังคมได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ ธุรกิจของเงินติดล้อ แบ่งเป็น 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันครบวงจร และธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเพื่อสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส

โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลักของธนาคารได้อย่างเพียงพอหรือทันที (underbanked) ด้วยทีมงานพนักงานที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจสินเชื่อมากกว่า 30 ปี

“เงินติดล้อเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย พร้อมทั้งเป็นผู้ริเริ่มสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการ อาทิ สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ 10 นาที สินเชื่อรถเก๋งกระบะ อนุมัติไวภายใน 1 ชม. รับเงินสดทันทีที่สาขา โดยปี 2562 เงินติดล้อสามารถสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ด้วยการมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทย เมื่อคำนวณจากยอดสินเชื่อคงค้างในปี 2562”



ขณะที่นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ตามนโยบายของธนาคารกรุงไทยที่จะให้บริษัทเข้าถือหุ้นสัดส่วน 75.05% ในบริษัทกรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง (KTB LEASING) นั้น คาดว่าจะใช้เวลาอีกราว 3 เดือน หรือประมาณเดือน เม.ย.นี้

โดยจะมีการเสนอแผนธุรกิจเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติเข้าทำรายการซื้อหุ้นเคทีบี ลีสซิ่งดังกล่าว ซึ่งการเข้าไปถือหุ้นครั้งนี้เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจที่จะสามารถต่อยอดธุรกิจจำนำทะเบียนรถของบริษัทได้ ขณะเดียวกัน ถือเป็นการเข้าไปในกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกันได้มากขึ้น

“ปัจจุบันเคทีบี ลีสซิ่งยังเป็นผู้เล่นที่เล็กมาก ๆ ในตลาด ดังนั้น ถ้าจะแข่งขันได้คงต้องกำหนดจุดขายให้ชัดเจนก่อน ซึ่งเราเห็นดีมานด์และความเดือดร้อนของคนค่อนข้างมาก และจากการประเมินยอดขายรถเกือบ 1 ล้านคันต่อปี เริ่มเห็นคุณภาพเครดิตในช่วงที่ผ่านมาลดลงไปมาก จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เราเริ่มคิดจะวิ่งหาสินเชื่อที่มีหลักประกันมากขึ้น เพราะผลตอบแทนยังดี”

นายระเฑียรกล่าวว่า การทำตลาดพิโกไฟแนนซ์พบว่ามีจุดอ่อน คือ ต้องขอใบอนุญาตทุกจังหวัด ซึ่งมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูง และ economy of scale ไม่ได้เพราะโตเป็นระดับจังหวัด

ส่วนการทำตลาดนาโนไฟแนนซ์ก็แทบไม่ได้ขยับเพราะเดิมคิดอัตราดอกเบี้ย 36% ต่อปีก็ลำบากแล้ว แต่ปัจจุบันถูกคุมดอกเบี้ยเหลือ 33% ต่อปี ส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ “พี่เบิ้ม” แม้ว่าจะไปได้ค่อนข้างดี แต่เป้าหมาย 1,000 ล้านบาทยังท้าทายมาก

“ดังนั้น ธุรกิจลีสซิ่งและเช่าซื้อของเคทีบี ลีสซิ่ง จะเข้ามาช่วยเคทีซีได้มาก โดยปีนี้เรายังมั่นใจว่ากำไรของเคทีซีจะสูงกว่าปีที่แล้ว โดยตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งอาจไม่ได้สูงมาก” นายระเฑียรกล่าว

นายชุติเดช ชยุติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน KTC กล่าวว่าเคทีบี ลีสซิ่งดำเนินธุรกิจลีสซิ่งและเช่าซื้อมาตั้งแต่ปี 2548 ทำตลาดรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ รถบัส รถใหญ่และเครื่องจักรขนาดใหญ่ แต่ในช่วงปี 2559 ได้หยุดขยายธุรกิจเพื่อเคลียร์ลูกหนี้จากพอร์ตสินเชื่อคงค้างที่มีอยู่ประมาณ 4,918 ล้านบาท แบ่งเป็นลูกหนี้ดี 627 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นลูกหนี้ innactive loans ราว 2,204 ล้านบาท และอยู่ในสถานะปรับโครงสร้างหนี้ (TDR loans)อีกกว่า 2,087 ล้านบาท

“เราอาจต้องเข้าไปตามทวงหนี้เก่าของเคทีบี ลีสซิ่งให้เรียบร้อย ขณะเดียวกัน ต้องเข้าไปคอนเน็กชั่นกับดีลเลอร์ และอาจต้องเซตอัพกระบวนการทำงานใหม่ ปรับคนทำงาน เพื่อเตรียมเข้ามาทำธุรกิจนี้ใหม่

โดยปัจจุบันสาขาเคทีบี ลีสซิ่งมีอยู่ 11 แห่งทั่วประเทศ มีพนักงานทั้งสิ้น 167 คน คาดว่าจะเริ่มต้นทำตลาดรถยนต์ก่อน ส่วนอื่น ๆ ค่อยขยับไปตามความพร้อมของบริษัทต่อไป”

ด้านแหล่งข่าวจากธนาคารออมสิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การร่วมทุนระหว่างธนาคารออมสินกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือSAWAD ในบริษัท เงินสดทันใจ จำกัด (FM) เพื่อทำธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถนั้นขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจเรียบร้อยหมดแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมพร้อมให้บริการ คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้เป็นต้นไป



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Sun Mar 21, 2021 11:11 am




pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Sun Mar 21, 2021 11:12 am

TIDLOR : บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

ประเภทธุรกิจ
ให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันแบบครบวงจร (รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก รถไถ และรถแทรกเตอร์) สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และบริการนายหน้าประกันภัยและประกันชีวิต ภายใต้ชื่อแบรนด์ “เงินติดล้อ” ซึ่งเป็น Non-bank ที่ ธปท. กำกับดูแล
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ ธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO
จำนวนไม่เกิน 907,428,600 หุ้น คิดเป็น 39.1% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO ประกอบด้วย
(1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ ไม่เกิน 210,816,700 หุ้น และ
(2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ไม่เกิน 696,611,900 หุ้น
ทั้งนี้ อาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน จำนวนไม่เกิน 136,114,200 หุ้น (ไม่เกิน 15.0% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด)

ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
n/a
ราคา IPO
n/a
ราคา PAR
3.70 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

ข้อมูล Filing
https://www.ngerntidlor.com/th/home.html



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Sun Mar 21, 2021 11:15 am

ทำความรู้จัก “เงินติดล้อ” ให้ชีวิตหมุนต่อได้ง่าย ๆ
เงินติดล้อ x ลงทุนแมน

ปัจจุบันรายได้และรายจ่ายเฉลี่ยในครัวเรือนไทยลดลง และเป็นหนี้สูง

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าการเป็นหนี้ จะเป็นสิ่งเลวร้ายเสมอไป
เพราะในอีกมุมหนึ่งคือการช่วยต่อลมหายใจของคนหาเช้ากินค่ำ

โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยที่ประกอบอาชีพอิสระ ไม่มีหลักแหล่งรายได้ชัดเจน

ทำให้อาจไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินจากธนาคารได้ อย่างเช่น บริการสินเชื่อ หรือ บัตรเครดิต เป็นต้น

ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย
จึงเป็นโอกาสที่ธุรกิจปล่อยสินเชื่อนอกเหนือจากธนาคารจะได้นำเสนอให้บริการทางการเงินแก่กลุ่มผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าว เพื่อปลดล็อกการกู้เงินให้เป็นเรื่องง่าย สะดวก และรวดเร็ว

ในธุรกิจปล่อยสินเชื่อ มีอยู่บริษัทหนึ่งที่ประกอบธุรกิจให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์แก่กลุ่มลูกค้ารายย่อย

ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย เมื่อคำนวณจากยอดสินเชื่อคงค้างในปี 2562 (อ้างอิงจากข้อมูลโอลิเวอร์ ไวแมน)

บริษัทนั้นมีชื่อว่า บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

ทำไม เงินติดล้อ ถึงเป็นผู้นำตลาดนี้
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เมื่อพูดถึงแบรนด์ เงินติดล้อ หลายคนก็อาจคุ้นหูคุ้นตา
โดยปัจจุบัน เงินติดล้อ มีสาขามากกว่า 1,000 แห่ง ครอบคลุมกว่า 74 จังหวัด

และมีความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นอย่างชัดเจน คือ

เงินติดล้อ ให้บริการปล่อยสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันแบบครบวงจร และเป็นนายหน้าประกันภัยที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ที่มุ่งเน้นการให้บริการพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้วยความจริงใจ ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ภายใต้แนวคิดที่มุ่งสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการได้รับความรู้ความเข้าใจทางการเงินให้กับสังคม โดยไม่ได้มุ่งแต่แสวงหาผลกำไรเป็นหลัก แต่เป็นการดำเนินธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืนทางสังคม

ทำให้แม้มีคู่แข่งในธุรกิจหลายราย แต่ เงินติดล้อ ก็เป็นที่รู้จักและได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นเอกลักษณ์ เงินติดล้อ ได้หล่อหลอมพนักงานชาวเงินติดล้อกว่า 5,000 คนทั่วประเทศ ให้เกิดการเรียนรู้ ทดลอง และร่วมมือร่วมใจกันดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจ

สิ่งที่จะตามมาคือ คุณภาพการให้บริการ และการยอมรับจากลูกค้า

นำไปสู่การทำธุรกิจที่มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง พร้อมโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เงินติดล้อ มีจุดแข็งทั้งด้านบริการที่จริงใจ มีผลิตภัณฑ์และบริการทางด้านการเงินและประกันภัยที่หลากหลาย ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทำให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจและเกิดการบอกต่อปากต่อปาก สร้างการขยายฐานลูกค้า

ในขณะที่สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่เพียงร้อยละ 1.7 ณ สิ้นปี 2563

และมีอัตราเติบโตเฉลี่ย CAGR ของกำไรสุทธิในช่วง 2 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2561 อยู่ที่ร้อยละ 36.0
นอกจากการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่วัดความสำเร็จในการดำเนินงานแล้ว ช่องทางการสร้างรายได้ ยังมาจากการพัฒนาตัวเลือกการเข้าถึงการให้บริการที่มีช่องทางหลากหลายที่ผสมผสานช่องทางสาขา และ ช่องทางออนไลน์เป็นหนึ่งเดียว (Omni Channel)

เช่น Call Center 24 ชั่วโมง, เว็บไซต์, Facebook, Line Official Account TIDLOR, แอปพลิเคชัน เงินติดล้อ

การที่ เงินติดล้อ มุ่งเน้นลงทุนและพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ในการให้บริการลูกค้า เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้า และยังเป็นการตอบสนองพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล

โดยการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า เช่น ระบบถามตอบอัตโนมัติ (Chatbot), การออกแบบระบบอนุมัติสินเชื่อจากข้อมูลคะแนนเครดิตของลูกค้า เป็นต้น

รวมถึงการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ เช่น บัตรกดเงินสดหมุนเวียน หรือ บัตรติดล้อ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
การใช้เทคโนโลยีเพื่อรองรับการให้บริการทางการเงินจึงถือว่าเป็นจุดแข็งของ เงินติดล้อ ที่พร้อมด้วยเครื่องมือที่คอยอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้

เพื่อให้การบริการเป็นไปโดยง่าย มีประสิทธิภาพ และลดข้อจำกัดด้านเวลา

และยังเป็นการให้บริการที่สร้างบรรยากาศเหมือนเพื่อนยามยาก ที่พร้อมจะช่วยเหลือให้ได้เข้าถึงแหล่งบริการทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา

และจะมาติดต่อบ่อยแค่ไหนก็ยังใส่ใจให้บริการ เพื่อยกระดับชีวิตผู้คน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมด้านการเงิน ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมโดยรอบ และสร้างโอกาสการเติบโตไปด้วยกัน…
เพราะเงินติดล้อ ชีวิตหมุนต่อได้...



gamesun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 45
Joined: Wed Mar 04, 2020 8:51 am

Re: TIDLOR

Posts by gamesun » Wed Mar 31, 2021 4:57 pm

ขอตามมด้วยคนครับ



บุณยา
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 169
Joined: Thu Jun 02, 2011 12:00 pm

Re: TIDLOR

Posts by บุณยา » Thu Apr 01, 2021 9:35 pm

phpBB [video]



WABISABI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 101
Joined: Fri Oct 12, 2012 3:09 pm

Re: TIDLOR

Posts by WABISABI » Sat Apr 03, 2021 9:03 pm

phpBB [video]



mezzo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1859
Joined: Tue Aug 02, 2011 9:33 am

Re: TIDLOR

Posts by mezzo » Mon Apr 05, 2021 9:55 pm

phpBB [video]



mezzo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1859
Joined: Tue Aug 02, 2011 9:33 am

Re: TIDLOR

Posts by mezzo » Mon Apr 05, 2021 9:57 pm

เงินติดล้อ ไม่ใช่ ศรีสวัสดิ์
phpBB [video]



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: TIDLOR

Posts by pakapong_u » Mon Apr 12, 2021 6:59 pm

'เงินติดล้อ' เคาะช่วงราคาเสนอขายไอพีโอ 34.00 – 36.50 บาท

'เงินติดล้อ' กำหนดช่วงราคาเสนอขายไอพีโอหุ้นละ 34.00 – 36.50 บาท มูลค่ารวมไม่เกิน 35,480 – 38,089 ล้านบาท เผยสูงสุดในหุ้นหมวดธุรกิจเงินทุน และสูงสุด 5 ลำดับแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย

12 Apr 2021 18:18 น.


'
นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) (TIDLOR) เปิดเผยว่า มั่นใจในศักยภาพและความพร้อมที่จะก้าวสู่การเติบโตที่สำคัญอีกครั้งกับการเสนอขายหุ้นไอพีโอและนำเงินติดล้อเข้าจะทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดเชื่อมั่นว่ามีความแตกต่างที่โดดเด่นจากผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม และ TIDLOR จะเป็นหุ้นคุณภาพอีกหนึ่งตัวสำหรับนักลงทุนและตลาดทุนไทย ที่จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“สำหรับกระแสการตอบรับและความสนใจในการลงทุนถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง เราได้รับความสนใจในการลงทุนจำนวนสูงมากจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั่วโลก โดยบริษัทและผู้ถือหุ้นได้ลงนามในสัญญาลงทุนกับนักลงทุนสถาบันคุณภาพที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศรวม 32 รายเพื่อเป็น Cornerstone Investors ของ TIDLOR โดยคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 22,800 ล้านบาทที่ราคา 36.50 บาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายหุ้นเบื้องต้น หรือคิดเป็นประมาณ 69.0% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายในครั้งนี้ (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)”

ทั้งนี้ Cornerstone Investors ของ TIDLOR ประกอบด้วยนักลงทุนสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น FIL Investment Management, JP Morgan Asset Management, Lion Global Investors Limited, Neuberger Berman เป็นต้น รวมถึงนักลงทุนสถาบันชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ บลจ. บัวหลวง บลจ. กสิกรไทย บลจ. ไทยพาณิชย์ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) บลจ. กรุงไทย บลจ. เอ็มเอฟซี เป็นต้น


“นอกจากนี้ การเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ นับเป็นไอพีโอของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน หมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุด และเป็นไอพีโอหุ้นที่มีมูลค่าการเสนอขายสูงที่สุด 5 ลำดับแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันโดยสอดคล้องกับความตั้งใจในการทำธุรกิจเพื่อที่จะยกระดับชีวิตประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้เข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม โปร่งใส และเป็นธรรม"

สำหรับเงินติดล้อ เป็นผู้นำบริการทางการเงินเพื่อลูกค้ารายย่อย โดยขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมผ่านการบุกเบิกและนำแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น เครือข่ายสาขากว่า 1,000 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 74 จังหวัดทั่วประเทศ การส่งต่อลูกค้าผ่านเครือข่ายตัวแทน การขายผ่านโทรศัพท์ ตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกมือสอง สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยา คอลล์เซ็นเตอร์ และช่องทางออนไลน์ ปัจจุบัน เงินติดล้อให้บริการ 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันครบวงจร ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 เมื่อคำนวณจากยอดหนี้คงค้างในปี 2562 (อ้างอิงข้อมูลจากโอลิเวอร์ ไวแมน) และมีผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลาย เช่น สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ 10 นาที, สินเชื่อรถเก๋งกระบะอนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง เป็นต้น รวมถึงยังมีผลิตภัณฑ์บัตรกดเงินสดหมุนเวียน ให้ลูกค้าสามารถกดเงินสดที่ตู้ ATM ของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นคู่ค้าทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ยังมีธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 3 ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยแก่รายย่อยในปี 2562 โดยมีบริษัทประกันภัยพันธมิตรชั้นนำ 18 ราย และมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลาย อาทิ ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท, ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล, ประกันโรคมะเร็ง, ฯลฯ เงินติดล้อ ได้วางกลยุทธ์การเติบโตในอนาคตโดยมุ่งรักษาความเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ผ่านการขยายเครือข่ายและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี พร้อมทั้งดำเนินการเปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานต่าง ๆ สู่ระบบดิจิทัล (Digital Transformation)

ทั้งนี้ เงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้ มีแผนจะนำไปใช้ในการขยายสาขาจำนวน 500 สาขาในช่วง 3 ปีข้างหน้าเพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการในพื้นที่ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ปรับปรุงและพัฒนาโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ปรับโครงสร้างเงินทุนโดยการชำระหนี้คืนบางส่วน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และวัตถุประสงค์อื่น ๆ

อย่างไรก็ตามหุ้นสามัญของ TIDLOR ที่จะเสนอขายในครั้งนี้ มีจำนวนไม่เกิน 907,428,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนรวมกันไม่เกิน 39.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดภายหลังการไอพีโอในครั้งนี้ โดยแบ่งออกเป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของเงินติดล้อจำนวนไม่เกิน 210,816,700 หุ้น, การเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำนวนไม่เกิน 284,144,300 หุ้น และการเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดย Siam Asia Credit Access Pte. Ltd. จำนวนไม่เกิน 412,467,600 หุ้น และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Greenshoe หรือ Over-allotment Option) จำนวนไม่เกิน 136,114,200 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 15.0% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ในการรักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนเกี่ยวกับเสถียรภาพของราคาหุ้นในช่วง 30 วันแรกหลังหุ้นของ TIDLOR เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยปัจจุบันแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. และได้มีผลใช้บังคับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในการเสนอขายหุ้นสามัญของ TIDLOR ในครั้งนี้ มีบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม รวมทั้งมีผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด โดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินและดำเนินการรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้น (Overallotment and Stabilizing Agent)

สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่สนใจสามารถจองซื้อหุ้น TIDLOR ได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันที่ 22 เมษายน 2564 ถึง เวลา 16.00 น. ของวันที่ 26 เมษายน 2564 ผ่านช่องทางออนไลน์ของตัวแทนจำหน่ายหุ้น 3 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (สำหรับบุคคลที่เป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด(มหาชน) เท่านั้น) ตามเวลา วิธีการและเงื่อนไขการจองซื้อที่ตัวแทนจำหน่ายหุ้นแต่ะรายกำหนด โดยการจัดสรรหุ้น จะใช้วิธี Small Lot First โดยต้องจองซื้อหุ้นขั้นต่ำเป็นจำนวน 1,000 หุ้น ที่ราคา 36.50 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นมูลค่า 36,500 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนหุ้นที่จองซื้อต่อหนึ่งใบจอง นักลงทุนที่จองซื้อและชำระเงินครบถ้วนทุกจะได้รับจัดสรรหุ้นในรอบแรกเป็นจำนวนขั้นต่ำที่ 1,000 หุ้น จากนั้นจะได้รับการจัดสรรเพิ่มรอบละ 100 หุ้นต่อราย ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจำนวนหุ้นเบื้องต้นที่เสนอขายต่อผู้จองซื้อรายย่อยจะครบตามจำนวนที่กำหนด

ทั้งนี้ การจัดสรรหุ้นจะดำเนินการโดยระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด โดยคาดว่าจะสามารถประกาศผลการจัดสรรและรายชื่อผู้จองซื้อรายย่อยที่ได้รับการจัดสรรผ่านทาง https://www.settrade.com ได้ภายในวันที่ 28 เมษายนนี้ ในกรณีที่ราคาเสนอขายหุ้นสุดท้ายต่ำกว่า36.50 บาทต่อหุ้น นักลงทุนทุนรายจะได้รับคืนเงินส่วนต่างระหว่างราคา 36.50 บาทต่อหุ้น กับราคาเสนอขายสุดท้าย ตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน



User avatar
arm10182
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1064
Joined: Tue Oct 02, 2018 1:25 pm

Re: TIDLOR

Posts by arm10182 » Mon Apr 12, 2021 7:00 pm

เงินติดล้อ เตรียมขาย IPO ให้จองแบบ small lot first เหมือน OR

เคาะช่วงราคา 34-36.50 บ.

เปิดจอง 22-26 เม.ย. นี้ผ่านช่องทางออนไลน์ของแบงก์กรุงศรี (BAY) และ กสิกร (KBANK)

คาดเข้าเทรดเดือน พ.ค. นี้



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: TIDLOR

Posts by pakapong_u » Mon Apr 12, 2021 7:12 pm




pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: TIDLOR

Posts by pakapong_u » Mon Apr 12, 2021 7:17 pm

[UPDATE] เงินติดล้อ จะขาย IPO ใช้วิธี Small Lot First แบบหุ้น OR

เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา มีรายงานว่าบริษัท เงินติดล้อกำลังจะ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์
โดยใช้ชื่อย่อว่า “TIDLOR” และจะมีการจัดสรรหุ้นแบบ Small Lot First
ในลักษณะเดียวกันกับที่ OR เข้าตลาดไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน

โดย Small Lot First ที่ว่านี้ ก็คือการกระจายหุ้นจำนวนน้อย เพื่อให้เข้าถึงนักลงทุนรายย่อยทุกคนในมูลค่าที่เท่า ๆ กัน โดยจะจัดสรรแบบวนเป็นรอบ

ซึ่งก็เป็นวิธีเดียวกับที่ OR ระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยได้รับการจัดสรรหุ้น OR ไปมากกว่า 5.3 แสนราย
แถมยังทำให้ธุรกิจเป็นที่พูดถึงมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ เงินติดล้อ จะกำหนดจำนวนจองซื้อหุ้นขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 หุ้น
โดยมีช่วงราคาเสนอขายอยู่ที่ 34 ถึง 36.50 บาทอ ต่อหุ้น
คิดเป็นมูลค่าขั้นต่ำอยู่ที่ 36,500 บาท ที่ราคาเสนอขายสูงที่สุด

และคาดว่าหุ้นนี้จะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเดือนพฤษภาคมนี้
โดยเงินติดล้อ จะได้รับเงินระดมทุน 35,480 ถึง 38,089 ล้านบาท

ซึ่งนับเป็นการระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์ของธุรกิจในหมวดธุรกิจเงินทุน และหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุด และยังเป็นหุ้นที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุด 5 ลำดับแรกในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทยเลยทีเดียว

ก็ไม่แน่ว่าในอนาคต อีกหลายบริษัทที่กำลังต่อคิวเข้าตลาดหลักทรัพย์
ก็อาจจะเลือกใช้วิธี Small Lot First แบบ OR และ เงินติดล้อ ก็เป็นได้

ถ้าถามว่าเป็นเพราะว่าอะไร เงินติดล้อถึงเลือกใช้วิธี Small Lot First

คำตอบแรกที่ได้ก็คือ การใช้วิธีนี้ของ OR ทำให้หุ้นถูก “พูดเป็นกระแส” มากกว่าวิธีอื่น และเมื่อมีคนอยากมีส่วนร่วมเป็นจำนวนมาก ก็อาจตามมาด้วยการซื้อขายที่คึกคักเมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์

และผลทางอ้อมก็คือ แบรนด์ของบริษัทจะถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมาก เหมือนกับที่ OR ได้ทำสำเร็จในการ IPO ที่ผ่านมา ซึ่งมันก็อาจส่งผลที่ดีกลับไปยังธุรกิจจริงด้วย

ซึ่งในวันนี้ข่าวที่ เงินติดล้อ เลือกใช้วิธี Small Lot First ก็น่าจะถูกพูดถึงพอสมควร อย่างน้อยก็ถูกลงทุนแมนพูดถึงในตอนนี้แล้ว..

สำหรับรายละเอียดการจองหุ้นเงินติดล้อ
นักลงทุนรายย่อยสามารถจองซื้อหุ้นได้ตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 26 เมษายน พ.ศ. 2564
ผ่านช่องทางออนไลน์ของ
-ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
-บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) สำหรับบุคคลที่เป็นลูกค้าของบริษัทเท่านั้น

หมายเหตุ: เนื้อหาในโพสต์นี้ไม่ได้ชี้นำให้ซื้อหรือขายหุ้นนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน

Reference
-https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... ileSeq=357



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: TIDLOR

Posts by pakapong_u » Mon Apr 12, 2021 7:24 pm

“เงินติดล้อ” เคาะขาย IPO ราคา 34–36.50 บาท จอง 22–26 เม.ย.
12/04/2021 18:54

หุ้นเงินติดล้อ (TIDLOR) เตรียมขายหุ้นไอพีโอไม่เกิน 1,043.54 ล้านหุ้น กระแสตอบรับล้นจากกองทุนชั้นนำระดับโลกและในประเทศ กำหนดช่วงราคาเสนอขายที่ 34.00-36.50 บาทต่อหุ้น มูลค่าระดมทุน 3.5-3.8 หมื่นล้านบาท IPO ขนาดใหญ่สุดกลุ่มธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ พร้อมเปิดโอกาสให้รายย่อยจองซื้อออนไลน์ 22 – 26 เม.ย.นี้ จัดสรรแบบ Small Lot First ประกาศผล 28 เม.ย.64

บริษัท เงินติดล้อ (TIDLOR) ในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และหนึ่งในผู้นำธุรกิจนายหน้าประกันภัยสำหรับรายย่อย เดินหน้าแผนการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนรวมไม่เกิน 1,043.54 ล้านหุ้น (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) พร้อมกำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นเบื้องต้นที่ 34.00 – 36.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าเสนอขายรวมไม่เกิน 35,480 – 38,089 ล้านบาท (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) นับเป็น IPO ของหุ้นในหมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุด และเป็น IPO หุ้นที่มีมูลค่าการเสนอขายสูงที่สุด 5 ลำดับแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย


ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล
นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ (TIDLOR) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับความสนใจในการลงทุนจำนวนสูงมากจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั่วโลก โดยบริษัทและผู้ถือหุ้นได้ลงนามในสัญญาลงทุนกับนักลงทุนสถาบันคุณภาพที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศรวม 32 ราย เพื่อเป็น Cornerstone Investors ของ TIDLOR โดยคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 22,800 ล้านบาทที่ราคา 36.50 บาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายหุ้นเบื้องต้น หรือคิดเป็นประมาณ 69.0% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายในครั้งนี้ (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)

ทั้งนี้ Cornerstone Investors ของ TIDLOR ประกอบด้วยนักลงทุนสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น FIL Investment Management, JP Morgan Asset Management, Lion Global Investors Limited, Neuberger Berman เป็นต้น รวมถึงนักลงทุนสถาบันชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ บลจ. บัวหลวง บลจ. กสิกรไทย บลจ. ไทยพาณิชย์ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) บลจ. กรุงไทย บลจ. เอ็มเอฟซี เป็นต้น

นอกจากนี้จะทำการโรดโชว์เพื่อนำเสนอข้อมูลให้แก่นักลงทุนทั่วไปในวันที่ 16 เม.ย.นี้ ทาง Facebook Live ของเงินติดล้อ และพร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยที่สนใจมาร่วมเป็นเจ้าของและเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับเงินติดล้อ สามารถจองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 22 – 26 เม.ย.2564 นี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (สำหรับบุคคลที่เป็นลูกค้าของบล.กรุงศรีเท่านั้น) ด้วยวิธีการจัดสรรหุ้นแบบ Small Lot First กำหนดจำนวนจองซื้อหุ้นขั้นต่ำที่ 1,000 หุ้น หรือคิดเป็นมูลค่า 36,500 บาทที่ราคาเสนอขายสุงสุด โดยคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรกภายในเดือนพ.ค.นี้

ทั้งนี้ หุ้นสามัญของ TIDLOR ที่จะเสนอขายในครั้งนี้ มีจำนวนไม่เกิน 907,428,600 หุ้น หรือไม่เกิน 39.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดภายหลังการ IPO ในครั้งนี้ โดยแบ่งออกเป็น (1) การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของเงินติดล้อจำนวนไม่เกิน 210,816,700 หุ้น (2) การเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำนวนไม่เกิน 284,144,300 หุ้น และ (3) การเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดย Siam Asia Credit Access Pte. Ltd. จำนวนไม่เกิน 412,467,600 หุ้น และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Greenshoe หรือ Over-allotment Option) จำนวนไม่เกิน 136,114,200 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 15.0% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ในการรักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนเกี่ยวกับเสถียรภาพของราคาหุ้นในช่วง 30 วันแรกหลังหุ้นของ TIDLOR เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ปัจจุบันแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. และได้มีผลใช้บังคับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายปิยะศักดิ์ กล่าวว่า ทีมงานผู้บริหารของเงินติดล้อมีความมั่นใจในศักยภาพและความพร้อมที่จะก้าวสู่การเติบโตที่สำคัญอีกครั้งกับการเสนอขายหุ้น IPO และนำเงินติดล้อเข้าจะทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเชื่อมั่นมีความแตกต่างที่โดดเด่นจากผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม และ TIDLOR จะเป็นหุ้นคุณภาพอีกหนึ่งตัวสำหรับนักลงทุนและตลาดทุนไทย ที่จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“นอกจากนี้ เราชาวเงินติดล้อมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่การเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ นับเป็น IPO ของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน หมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุด และเป็น IPO หุ้นที่มีมูลค่าการเสนอขายสูงที่สุด 5 ลำดับแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน โดยสอดคล้องกับความตั้งใจในการทำธุรกิจเพื่อที่จะยกระดับชีวิตประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้เข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม โปร่งใส และเป็นธรรม” นายปิยะศักดิ์ กล่าว



mezzo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1859
Joined: Tue Aug 02, 2011 9:33 am

Re: TIDLOR

Posts by mezzo » Mon Apr 12, 2021 7:42 pm




mezzo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1859
Joined: Tue Aug 02, 2011 9:33 am

Re: TIDLOR

Posts by mezzo » Mon Apr 12, 2021 8:00 pm

หุ้น TIDLOR เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
.
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO)
.
ผู้จองซื้อรายย่อยสามารถจองซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายหุ้น ผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 22 – 26 เมษายน 2564*
.
ข้อมูลเพิ่มเติม https://bit.ly/3fTXGcC
.
*ตามเวลา วิธีการ และเงื่อนไขการจองซื้อที่ตัวแทนจำหน่ายหุ้นแต่ละรายกำหนด
ข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่ให้กับนักลงทุนในประเทศไทยเท่านั้น โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
.
#หุ้นTIDLOR #เงินติดล้อ #TIDLORIPO



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 39091
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: TIDLOR

Posts by pakapong_u » Mon Apr 12, 2021 8:08 pm




chavlikit
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 64
Joined: Tue Apr 28, 2020 2:28 pm

Re: TIDLOR

Posts by chavlikit » Mon Apr 12, 2021 9:01 pm

จากราคา IPO ไม่ทราบ P/E ของปีล่าสุดประมาณเท่าไหร่ครับ



Wisely
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2
Joined: Thu May 19, 2016 5:00 pm

Re: TIDLOR

Posts by Wisely » Tue Apr 13, 2021 2:22 am

ที่ราคา 36.5 จะได้ PE 35 ครับ



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1322
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: TIDLOR

Posts by pookii » Tue Apr 13, 2021 9:47 am

phpBB [video]



Post Reply