NTL

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 38182
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

NTL

Posts by pakapong_u » Thu Dec 24, 2020 5:25 pm

เงินติดล้อ เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯแล้ว



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 38182
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Thu Dec 24, 2020 5:46 pm

BAY นำ"เงินติดล้อ"เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์


ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) หรือ BAY แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า บริษัท เงินติดล้อ จำกัด(มหาชน) หรือ NTL ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าของธนาคารโดย BAY ถือหุ้นสามัญ 50% และ Siam Asia Credit Access Pte Ltd หรือ SACA ถือหุ้นสามัญอีก 50% อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อการออกและเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO และการนำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดย NTL เป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นำที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งให้บริการภายใต้ชื่อแบรนด์ "เงินติดล้อ"

ในการนี้ NTL ได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.และยื่นคำขอต่อตลาดหลักทรัพย์ ให้รับหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2563 โดยธนาคารในฐานะผู้ถือหุ้นของ NTL ซึ่งอาจพิจารณาเสนอขายหุ้นบางส่วนที่ถืออยู่ใน NTL ต่อประชาชนในคราวเดียวกับ IPO ของ NTL

โดยจำนวนหุ้นสามัญของ NTL ทั้งหมดที่จะมีการเสนอขายครั้งนี้ไม่เกิน 1,043.54 ล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญที่ออกใหม่ที่เสนอขายโดย NTL จำนวนไม่เกิน 210.82 ล้านหุ้นจำนวนหุ้นสามัญเดิมของ NTL ที่อาจเสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม ไม่เกิน 832.73 ล้านหุ้น แบ่งเป็น จำนวนหุ้นสามัญเดิมของ NTL ที่อาจเสนอขายโดยธนาคารไม่เกิน 284.14 ล้านหุ้น จำนวนหุ้นสามัญเดิมของ NTL ที่อาจเสนอขายโดย SACA จำนวนไม่เกิน 412.47 ล้านหุ้น

และหุ้นสามัญเดิมของ NTL ที่ผู้จัดสรรหุ้นส่วนเกินอาจขอยืมจากธนาคาร และ SACA ในจำนวนรวมกันไม่เกิน 136.11 ล้านหุ้น คิดเป็นจำนวนไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายทั้งหมดใน IPO เพื่อรองรับกรณีที่ต้องมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน

ภายหลังการ IPO และการเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดยผู้ถือหุ้นสามัญเดิมของ NTL สัดส่วนการถือหุ้นของธนาคารใน NTL จะลดลง

1. ในกรณีที่ไม่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกิน สัดส่วนการถือหุ้นสามัญของธนาคารใน NTL จะลดลงเป็นไม่ต่ำกว่า 33.20% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

2.ในกรณีที่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกินทั้งจำนวน สัดส่วนการถือหุ้นสามัญของธนาคารใน NTL จะลดลงเป็นไม่ต่ำกว่า 30% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 38182
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Fri Dec 25, 2020 11:30 am

NTL : บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

ประเภทธุรกิจ
ให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันแบบครบวงจร (รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก รถไถ และรถแทรกเตอร์) สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และบริการนายหน้าประกันภัยและประกันชีวิต ภายใต้ชื่อแบรนด์ “เงินติดล้อ” ซึ่งเป็น Non-bank ที่ ธปท. กำกับดูแล
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ ธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO
จำนวนไม่เกิน 907,428,600 หุ้น คิดเป็น 39.1% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO ประกอบด้วย
(1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ ไม่เกิน 210,816,700 หุ้น และ
(2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ไม่เกิน 696,611,900 หุ้น
ทั้งนี้ อาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน จำนวนไม่เกิน 136,114,200 หุ้น (ไม่เกิน 15.0% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด)

ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
n/a
ราคา IPO
n/a
ราคา PAR
3.70 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

ข้อมูล Filing
https://www.ngerntidlor.com/th/home.html



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 38182
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Fri Dec 25, 2020 11:31 am

https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... sID=319381

หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม / บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : -
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : บริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) / นางสาว มานิตา ภูวัฒนเศรษฐ



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 38182
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Tue Dec 29, 2020 9:46 am

สงคราม.! หุ้นจำนำทะเบียน
สำนักข่าวรัชดา

ช่วงหนึ่งเดือนก่อนเกิดความฮือฮาในแวดวงสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จากกรณีธนาคารออมสินตกลงปลงใจกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เพื่อรุกปล่อยกู้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสั่นคลอนตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถได้ไม่น้อย…

คราวนี้กลับมาฮือฮาอีกครั้ง ในแวดวงตลาดหุ้นในแง่ตัวหุ้นจำนำทะเบียนรถ ไม่ว่าจะเป็น SAWAD, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC, บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH, บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC, บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER และบริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ซึ่งอยู่ในตลาดอยู่แล้ว

ล่าสุดมีเจ้าเดิมแต่เป็นน้องใหม่เข้าตลาดหุ้นอย่าง บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ NTL (ลูกรักของแบงก์กรุงศรีฯ) ที่เตรียมแต่งตัวเข้าตลาด อยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

โดยจะเสนอขายขายหุ้นไอพีโอ 1.05 พันล้านหุ้น ราคาพาร์หุ้นละ 3.70 บาท คาดจะเข้าตลาดในปี 2564 นี้

ว่ากันว่า เงินติดล้อ นี่โปรไฟล์ไม่ธรรม…ดีกรีเป็นเบอร์ 3 ของตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเชียวนะ เป็นรองก็แค่ MTC (เบอร์ 1) และ SAWAD (เบอร์ 2) เท่านั้น

ส่วนผลงานช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ก็น่าจับตา รายได้แม้จะถูกทิ้งห่างจากเบอร์ 1 แต่กลับสูสีกับเบอร์ 2 อย่าง SAWAD อยู่ในระดับ 7,000-9,000 ล้านบาทต่อปี

ส่วนกำไรเงินติดล้อนั้น โอเค…แม้ยังตามหลัง SAWAD…โดย SAWAD ปี 2560 กำไร 2,666 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 38.10% ปี 2561 กำไร 2,768 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 35.13% และปี 2562 กำไร 3,756 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 38.36%

ขณะที่เงินติดล้อ ปี 2560 กำไร 1,247 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 21.50% ปี 2561 กำไร 1,306 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 17.26% ส่วนปี 2562 กำไร 2,201 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 23.28%

อาจเป็นเพราะ SAWAD บริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่า…

แต่น่าจับตา หลังจากเงินติดล้อเข้าตลาดหุ้นมาแล้ว จะพลิกเกมปั้นรายได้และกำไรอย่างไรต่อไป..? จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 หรือ กระโดดไปเป็นเบอร์ 1 ได้หรือไม่..?

แต่เบื้องต้นการที่เงินติดล้อเตรียมแต่งตัวเข้าตลาดหุ้นอย่างนี้ ในแง่ตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมองได้ 2 มุม…มุมแรก เค้กก้อนนี้ที่มีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท จะกลายเป็นทะเลแดงเดือด เกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น แต่ละเจ้าจะงัดดอกเบี้ยถูกมาสู้กันเต็มที่ เพื่อจูงใจลูกค้า…เกิดเป็นสงครามราคา (ดอกเบี้ย) ซึ่งในมุมการตลาดก็ว่ากันไป

แต่ในมุมหุ้น ก็จะมีตัวเลือกมากขึ้น อีกหน่อยจะมีเงินติดล้อเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก…

ขณะเดียวกันก็เป็นโจทย์ให้ผู้ประกอบการ 4-5 รายที่อยู่ในตลาดหุ้นอยู่แล้ว ต้องกระตุ้นตัวเอง หาวิธีปั๊มรายได้และกำไรให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวหุ้น…

ไม่เช่นนั้น จะกลายเป็นหุ้นที่ไร้เสน่ห์ ไม่มีใครเหลียวแล…และจะเหี่ยวเฉาไปในที่สุด

แต่คนที่น่าจะได้ประโยชน์มากสุดคงเป็นนักลงทุน ซึ่งอย่างน้อย ๆ ก็มีทางเลือกใหม่ ๆ ไม่ต้องผูกติดกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป…

แหม๊…นับจากนี้หุ้นจำนำทะเบียนที่ร้อนแรงอยู่แล้ว คงร้อนฉ่ามากขึ้น

ระวังจะโดนไฟลวกมือไม่รู้ด้วยนะ…

…อิ อิ อิ…



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 38182
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: NTL

Posts by pakapong_u » Mon Jan 11, 2021 10:12 am

ศรีสวัสดิ์ กับ เงินติดล้อ เกี่ยวอะไรกัน? /โดย ลงทุนแมน
แม้จะมีหลายคนเคยได้ยินคำว่า “ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ”
แต่รู้ไหมว่าคำนี้มีชื่อของสองบริษัทซ่อนอยู่

บริษัทแรกก็คือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น ทำธุรกิจสินเชื่อ
บริษัทอีกแห่งก็คือ บริษัท เงินติดล้อ ก็ทำธุรกิจสินเชื่อ เหมือนกัน..

จริงๆ แล้ว ศรีสวัสดิ์ กับ เงินติดล้อ มีที่มาอย่างไร
แล้วทั้งคู่มีอะไรเกี่ยวข้องกันไหม?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีก่อน ครอบครัวแก้วบุตตา ได้สังเกตว่า
เกษตรกรในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีรายได้ไม่แน่นอน มักจะมีปัญหากับการขอเงินกู้จากทางธนาคาร

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรต้องเอารถไปจำนำ หรือไปพึ่งบริการเงินกู้นอกระบบ ที่มีสัญญาไม่เป็นธรรม

จุดนี้เองที่ทำให้ครอบครัวแก้วบุตตา ก่อตั้งบริษัท ศรีสวัสดิ์ เพชรบูรณ์ จำกัด เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจจำนำทะเบียนรถ และให้บริการสินเชื่อในละแวกนั้น

ด้วยความเข้าใจในปัญหาการขอสินเชื่อของชาวบ้าน
ทำให้ธุรกิจของครอบครัวแก้วบุตตาเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
เพราะหลังจากก่อตั้ง 10 ปี ศรีสวัสดิ์ สามารถขยายสาขาได้กว่า 130 แห่ง
และก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (1991) จำกัด

ตอนนั้น ศรีสวัสดิ์ ถือเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง
ที่แม้จะเผชิญเข้ากับวิกฤติต้มยำกุ้ง
ทางบริษัทก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก

จนทำให้ AIG กลุ่มธุรกิจประกันและผู้ให้บริการทางการเงินยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา
ได้เข้ามาซื้อกิจการศรีสวัสดิ์ ไปในปี 2550 หรือราว 14 ปีก่อน

ที่น่าสนใจก็คือ หลังจากครอบครัวแก้วบุตตาขายกิจการให้กับ AIG ได้เพียงปีเดียว
(ในช่วงนั้นบริษัทก็ได้เปลี่ยนชื่อบริษัท ซีเอฟจี เซอร์วิส จำกัด)
ทางครอบครัวก็ได้ก่อตั้งบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น ขึ้นใหม่ และทำธุรกิจสินเชื่อเหมือนเดิม

สำหรับธุรกิจที่ขายออกไปก่อนหน้านั้น AIG ก็ได้เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจ รวมถึงการทำแบรนด์
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การสร้างแบรนด์ให้กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ “ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ”

แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในช่วงปี 2551
ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประสบกับวิกฤติซับไพรม์
ซึ่งส่งผลทำให้ทาง AIG จำเป็นต้องขายธุรกิจของศรีสวัสดิ์ออกไป

โดยผู้ที่มาเข้าซื้อกิจการในตอนนั้น ก็มีครอบครัวแก้วบุตตา รวมอยู่ด้วย
แต่การเจรจาครั้งนั้นกลับไม่สำเร็จ
จนในที่สุด AIG ก็ได้ขายกิจการ ศรีสวัสดิ์ ให้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา

สรุปง่ายๆ ก็คือ ศรีสวัสดิ์ทั้ง 2 แห่ง มีผู้ก่อตั้งคนเดียวกัน แต่ตอนนี้มีเจ้าของคนละคนกัน

โดยบริษัทที่เกิดขึ้นก่อน ตอนนี้กลายเป็นบริษัทชื่อว่า เงินติดล้อ
ที่มีเจ้าของเป็นธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ส่วนบริษัทที่เกิดขึ้นทีหลัง ตอนนี้เป็นบริษัทชื่อว่า ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น
ที่เป็นของครอบครัวแก้วบุตตา ซึ่งได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

แล้วตอนนี้ ศรีสวัสดิ์ไหน ใหญ่กว่ากัน?

บริษัท เงินติดล้อ

ปี 2560 รายได้ 5,802 ล้านบาท กำไร 1,247 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 7,569 ล้านบาท กำไร 1,306 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 9,458 ล้านบาท กำไร 2,202 ล้านบาท

รายได้เติบโตเฉลี่ย 27.68%
กำไรเติบโตเฉลี่ย 32.88%

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น

ปี 2560 รายได้ 6,999 ล้านบาท กำไร 2,667 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 7,881 ล้านบาท กำไร 2,768 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 9,793 ล้านบาท กำไร 3,756 ล้านบาท

รายได้เติบโตเฉลี่ย 18.29%
กำไรเติบโตเฉลี่ย 18.67%

แล้วแต่ละบริษัท มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และหนี้เสียเท่าไร?

บริษัท เงินติดล้อ
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) 15.10%
อัตราส่วนหนี้เสีย ต่อหนี้ทั้งหมด (NPL) 1.28%

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) 18.29%
และอัตราส่วนหนี้เสีย ต่อหนี้ทั้งหมด (NPL) 2.97%

จากภาพรวมของทั้ง 2 บริษัทจะเห็นได้ว่า เงินติดล้อ มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า
ในขณะที่ ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น มีความสามารถในการทำกำไรที่มากกว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

โดย ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SAWAD จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์
ซึ่งมีมูลค่าบริษัทประมาณ 94,000 ล้านบาท ซื้อขายกันที่ P/E 21 เท่า

หากเราใช้อัตราส่วน P/E ของ SAWAD
มาลองคำนวณมูลค่าบริษัทของเงินติดล้อ กับกำไรในปี 2562
จะพบว่าบริษัท เงินติดล้อ หากจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์
ก็จะมีมูลค่าบริษัทประมาณ 4 ถึง 5 หมื่นล้านบาท..

ถึงตรงนี้ เราก็สามารถสรุปได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น
หรือ เงินติดล้อ ทั้ง 2 บริษัท ต่างก็มีผู้ก่อตั้งคนเดียวกัน นั่นก็คือ ตระกูลแก้วบุตตา

แต่ตอนนี้ บริษัททั้งสองแห่งก็มีเจ้าของคนละคนกัน และไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็ถือเป็นธุรกิจที่เติบโตได้ดี และน่าจับตามอง
โดยล่าสุด บริษัท เงินติดล้อ ก็กำลังจะตามฝาแฝดอย่าง ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น
เข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยแล้ว เร็วๆ นี้..



Post Reply