วิกฤตหุ้นยอดนิยมในตลาดหุ้นอเมริกาแบบ Nifty Fifty - Billionaire VI

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
User avatar
Billionaire VI
Thai VI Partner
Posts: 4
Joined: Wed Sep 02, 2020 1:42 pm

วิกฤตหุ้นยอดนิยมในตลาดหุ้นอเมริกาแบบ Nifty Fifty - Billionaire VI

Posts by Billionaire VI » Sat Sep 05, 2020 12:34 pm

ในช่วงนี้ที่ตลาดหุ้นอเมริกาปรับตัวขึ้นมาสูงมากเมื่อเทียบกับตอนที่เกิดวิกฤตช่วงเดือนมีนาคม 2020
.
นักลงทุนต่างเข้ามาซื้อขายหุ้นด้วยความเชื่อมั่นว่าราคาจะยังคงปรับตัวขึ้นได้อีก
.
แม้ว่าหุ้นหลายตัวจะทำจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง หรือหุ้นบางตัวกำไรยังน้อยมาก แต่ราคาขึ้นทุกวันจนค่าพีอีทะลุฟ้าไปแล้ว
.
ในปรากฎการณ์นี้ ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์หุ้นอเมริกา
.
ถ้าย้อนหลังกลับไปในช่วงปี 1970-1972 ช่วงนั้นตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นเยอะมาก
.
สมัยนี้มีหุ้น FAANG (Facebook, Apple, Amazon, Netflix, Google) ตอนช่วงนั้นก็มีหุ้นที่เรียกว่า “Nifty Fifty” ซึ่งเป็นกลุ่มหุ้น 50 ตัวที่เป็นหุ้นที่มีงบการเงินแข็งแกร่งมาก มาร์จิ้นสูง การเติบโตดี ธุรกิจขยายไปทั่วโลกและจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่อง
.
นักลงทุนในตลาดเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าหุ้นกลุ่มนี้ซื้อแล้วถือยาวได้ตลอดไป เพราะเป็นหุ้นที่สุดยอด ไม่มีที่ติ
.
#โดยไม่สนใจว่าราคาหุ้นจะแพงแค่ไหนก็ตาม เรียกได้ว่าหลับหู หลับตาซื้อแล้วถือยาว รับรองรวยแน่
.
ในช่วงปี 1972 ค่าเฉลี่ยพีอีของดัชนี S&P อยู่ที่ 19 เท่า ในขณะที่พีอีของหุ้นกลุ่ม Nifty Fifty อยู่ที่ 42 เท่า
.
ตัวอย่างหุ้นในกลุ่มนี้พร้อมค่าพีอี ได้แก่
.
หุ้น Xerox พีอี 49 เท่า
.
หุ้น Avon พีอี 65 เท่า
.
หุ้น Disney พีอี 71 เท่า
.
หุ้น Polaroid พีอี 91 เท่า
.
แต่หลังจากนั้นในปี 1973 ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ดัชนี S&P ลดลง 17% และลดลงอีก 30% ในปี 1974 จึงทำให้หุ้นทั้งสี่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง
.
หุ้น Xerox ราคาลดลง 71%
.
หุ้น Avon ราคาลดลง 86%
.
หุ้น Disney ราคาลดลง 82.45%
.
หุ้น Polaroid ราคาลดลง 91%
.
จริงๆแล้วหุ้นในกลุ่มนี้ยังมีหุ้นดังๆรวมอยู่ด้วย เช่น IBM, McDonald’s, Coca-Cola, Merck, American Express, PepsiCo, Pfizer ซึ่งหุ้นทั้งหมดก็ปรับตัวลดลงอย่างหนักในปี 1973
.
มองกลับมาที่ตลาดหุ้นอเมริกาตอนนี้ หุ้นที่มีอนาคตดี งบการเงินแข็งแกร่ง มีบริการขยายไปทั่วโลก มองยังไงก็มีแต่ข้อดี แต่ตอนนี้ราคาสูงเกินพื้นฐานไปมาก
.
นักลงทุนควรจะต้องเข้าใจหลักการที่ว่าหุ้นซุปเปอร์สต๊อกที่ราคาแพงมาก ก็ไม่ใช่หุ้นที่ดีที่พวกเราควรจะลงทุน เพราะความเสี่ยงจะสูงมากเหมือนตัวอย่างหุ้น Nifty Fifty
.
อย่าลืมว่าการลงทุนไม่ง่าย ไม่ใช่แค่ซื้อตามหุ้นที่กำลังขึ้น แล้วเราจะได้กำไรไปตลอด
.
วอร์เรน บัฟเฟตต์สอนเราเสมอว่า ข้อแรก “อย่าขาดทุน” ข้อที่สอง “จงกลับไปดูข้อแรก แล้วทำมันอย่างเคร่งครัด”
.
ถ้าถามผมว่าจะเกิดวิกฤตแบบครั้งก่อนไหม ผมคงไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่อย่างที่แชร์ไว้หลายครั้ง
.
ถ้าเราลงทุนในหุ้นที่ดีด้วยราคาที่มีส่วนลดมากๆ รับรองเลยว่าหุ้นตัวนั้นจะสามารถฝ่าคลื่นวิกฤตไปได้อย่างแน่นอน ได้ผลตอบแทนแบบเปลี่ยนชีวิต และทำให้เรานอนหลับฝันดีด้วยครับ

Happy Investing!!! ##หุ้นอเมริกา #NiftyFifty


User avatar
Linzhi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1401
Joined: Sun Jul 10, 2005 9:21 pm

Re: วิกฤตหุ้นยอดนิยมในตลาดหุ้นอเมริกาแบบ Nifty Fifty - Billionaire VI

Posts by Linzhi » Wed Sep 09, 2020 9:25 pm

ขอบคุณครับ

หุ้น Nifty นี่คล้ายๆกับหุ้น tech เวลานี่เลยครับ

เหมือนในทุกมุม ยกเว้น monetary policy ต่างกัน

เวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยมั๊ย

ก้าวช้า ๆ และเชื่อในปาฎิหารย์ของหุ้นเปลี่ยนชีวิต
There is no secret ingredient. It's just you.

Post Reply