KEX

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

KEX

Posts by pakapong_u » Wed Aug 26, 2020 10:17 am

"เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ" เตรียมนำหุ้นเข้า SET ขาย IPO ไม่เกิน 300 ล้านหุ้น

ทันหุ้น-สู้โควิด : บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) เตรียมจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 17.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ราคาพาร์หุ้นละ 0.50 บาท โดยได้แต่งตั้งให้บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศทไทย ) และ ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ ประกอบธุรกิจให้บริการจัดส่งพัศดุด่วน ได้ยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้น IPO ดังกล่าว และจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนใน SET โดยเงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทมีแผนที่จะขยายเครือข่ายจัดส่งพัสดุก่วน ซึ่งบริษัทมีแผนการลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจของบริษัท ได้แก่การเช่าพื้นที่เพื่อเพิ่มจำนวนศูนย์คัดแยกพัสดุ จุดให้บริการ และศูนย์กระจายพัสดุแห่งใหม่ รวมถึงการซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ เพื่อตอบสนองความต้องการของการบริการจัดส่งพัสดุด่วนที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ เงินจากการระดมทุนบางส่วนจะนำไปใช้ชำระหนี้คืนแก่ธนาคาร และที่เหลือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของบริษัท

สำหรับธุรกิจของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส จะประกอบด้วยภาคธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบบุคคล-ส่งถึง-บุคคล หรือ C2C ในประเทศไทย และนำเสนอการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วน และการให้บริการเก็บเงินปลายทางแก่ลูกค้าที่เป็นผู้ค้าปลีกและบุคคลทั่วไป ซึ่งรวมถึงผู้ขายสินค้าบนแพลทฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ และสื่อสังคมออนไลน์ผ่านเครือข่ายให้บริการของบริษัท ณ วันที่ 30 มิ.ย.2563 เครือข่ายการให้บริการของบริษัท ประกอบด้วยจุดให้บริการจำนวน 15,695 แห่ง ซึ่งรวมถึงร้านรับส่งพัสดุจดใหบริการที่ศูนย์กระจายพัสดุ และจัดให้บริการบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

ภาคธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคล หรือ B2C โดยบริษัทให้บริการแก่ลูกค้าองค์กร โดยจัดส่งพัสดุให้กับครัวเรือน ภายใต้สัญญาให้บริการ ซึ่งเป็นสัญญาแบบมีกำหนดระยะเวลาแน่นอน หรือเป็นสัญญาระยะยาว

ภาคธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-ธุรกิจ หรือ B2B โดยให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนให้แก่ลูกค้าองค์กร โดยส่งพัสดุด่วนให้แก่ผู้รับที่สำนักงานและสถานประกอบการต่างๆ ตามเงื่อนไขของสัญญาบริการ

โครงสร้างผู้ถือหุ้นของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส จะมีบริษัท เคแอลเอ็น โลจิสติคส์(ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้น 63% ภายหลัขายหุ้น IPO สัดส่วนจะลดเหลือ 52.1% รองลงมาได้แก่บริษัท วีจีไอ จำกัด(มหาชน) หรือ VGI ถือหุ้น 23% ภายหลัง IPO สัดส่วนจะเหลือ 19.0%


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KERRY

Posts by pakapong_u » Wed Aug 26, 2020 10:22 am

KEX : บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ประเภทธุรกิจ
ให้บริการธุรกิจจัดส่งพัสดุในประเทศไทย โดยแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. ธุรกิจ ส่งถึง ธุรกิจ (B2B)
2. ธุรกิจ ส่งถึง บุคคล (B2C)
3. บุคคล ส่งถึง บุคคล (C2C)
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ บริการ /ขนส่งและโลจิสติกส์
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO
จำนวนไม่เกิน 300,000,000 หุ้น คิดเป็น 17.2% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO
ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
n/a
ราคา IPO
n/a
ราคา PAR
0.50 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) / บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ข้อมูล Filing
https://th.kerryexpress.com/th/home/


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KERRY

Posts by pakapong_u » Wed Aug 26, 2020 10:26 am

https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... sID=305545

หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : 25/08/2563
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : บริษัท หลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) / นาย ประเสริฐ ตันตยาวิทย์, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) / นางสาวมินตรา คีรีวัฒน์


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KERRY

Posts by pakapong_u » Wed Aug 26, 2020 10:44 am

ขนส่งสีส้มยักษ์ใหญ่ไทยรายแรก ยื่นแบบไฟลิ่งเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ‘เคอรี่ เอ็กซ์เพรส’ เสริมความแกร่งและตอบรับความต้องการจากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ

บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) (บริษัทฯ) เดินหน้ายื่นคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อเตรียมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) โดยเตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น ชูศักยภาพการเป็นผู้นำการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่(New Economy) ของประเทศอย่างธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดย เคอรี่ เอ็กซ์เพรส นับเป็นบริษัทผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนรายแรกในประเทศไทยที่จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

นาย อเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนนอกจากจะเป็นกลไกสำคัญของธุรกิจอีคอมเมิร์ซแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจต่างๆ และในชีวิตประจำวันของคนไทย ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะเสริมธุรกิจและการบริการให้แข็งแกร่งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในด้านเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบุคลากร เพื่อให้บริษัทฯ สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพิ่มความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไทย และยังช่วยให้วิถีชีวิตของคนไทยสะดวกสบายและดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

จากข้อมูลของ Frost & Sullivan ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยชั้นนำ ระบุว่า บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) เป็นผู้นำการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทยที่เติบโตรวดเร็วที่สุด เมื่อพิจารณาจากปริมาณพัสดุที่จัดส่งโดยเฉลี่ยต่อวัน โดยในปี 2557 – 2562 ปริมาณพัสดุรวมที่ บริษัทฯ ดำเนินการจัดส่ง มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 134.9% และยังเป็นผู้ให้บริการการเรียกเก็บเงินปลายทาง (Cash-on-Delivery) เป็นรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทยเมื่อพิจารณาจากมูลค่าธุรกรรม

ขณะเดียวกัน Frost & Sullivan ยังคาดการณ์ว่า การค้าปลีกผ่านออนไลน์ในปี 2562 – 2567 จะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมที่ 17.3% ต่อปี จากการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วน

ด้านประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ได้กล่าวต่อว่า บริษัทฯ ใช้โมเดลการกระจายพัสดุแบบ Hub-and-Spoke จากศูนย์คัดแยกไปยังศูนย์กระจายพัสดุย่อย เพื่อจัดส่งไปถึงจุดหมายปลายทาง และดำเนินธุรกิจแบบ Asset-Light ด้วยการเช่าทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์คัดแยกพัสดุ รถรับส่งพัสดุ เป็นต้น จึงไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ

นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า ปัจจุบัน บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 17.24% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้

ทั้งนี้ ธุรกิจของบริษัทฯ เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยรายได้จากการขายและให้บริการ เติบโตจาก 6,626 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 19,782 ล้านบาท ในปี 2562 ในขณะที่กำไรสุทธิ เติบโตจาก 730 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 1,329 ล้านบาท ในปี 2562 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพทางธุรกิจและความเป็นผู้นำด้านการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทย

นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ถือเป็นบริษัท ที่มีศักยภาพ มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้บริการจัดส่งพัสดุด่วน โดยเมื่อบริษัทฯ นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจและความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เคอรี่ เอ็กซ์เพรส มีจุดให้บริการกว่า 15,000 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีศูนย์คัดแยกพัสดุขนาดใหญ่จำนวน 9 แห่ง ศูนย์กระจายพัสดุย่อยกว่า 1,200 แห่ง และรถจัดส่งพัสดุภายใต้การบริหารของบริษัทฯ กว่า 25,000 คัน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KERRY

Posts by pakapong_u » Wed Aug 26, 2020 10:45 am

“เคอรี่ เอ็กซ์เพรส”ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 300 ล้านหุ้น เข้าตลาดหุ้นไทย

ข่าวหุ้น26 ส.ค. 63 10:28

บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (Filling) ฉบับแรกต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 300,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 17.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) โดยมี บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุครบวงจรและครอบคลุมในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าในกลุ่มภาคธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบบุคคล-ส่งถึง-บุคคล (C2C) ภาคธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคล (B2C) และภาคธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-ธุรกิจ (B2B) บริษัทให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนผ่านเครือข่ายทั่วประเทศ

ทั้งนี้ พัสดุที่จัดส่งโดยทั่วไปจะมีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม สามารถจัดส่งได้ภายในวันเดียวกันหรือภายในวันถัดไป โดยพัสดุหลัก ได้แก่ สินค้าที่มีการสั่งซื้อผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ และผู้ค้าปลีกออนไลน์ พัสดุที่ส่งระหว่างบุคคล และพัสดุและเอกสารของบริษัทต่าง ๆ ปริมาณรวมของพัสดุที่จัดส่งประจำปีของบริษัทมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ตั้งแต่ปี 57 ถึงปี 62 เท่ากับ 134.9% และปริมาณพัสดุที่จัดส่งสูงกว่าผู้ให้บริการภาคเอกชนรายใหญ่สุดอันดับ 2 และอันดับ 3 ที่ 3.9 เท่า และ 11.0 เท่า ตามลำดับ (ไม่รวม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด)

การระดมทุนครั้งนี้ บริษัทมีวัตถุประสงค์นำเงินไปใช้ขยายเครือข่ายจัดส่งพัสดุด่วน โดยมีแผนการลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ ได้แก่ การเช่าพื้นที่เพื่อเพิ่มจำนวนศูนย์คัดแยกพัสดุ จุดให้บริการ และศูนย์กระจายพัสดุแห่งใหม่ รวมถึงการซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ เพื่อตอบสนองความต้องการของการบริการจัดส่งพัสดุด่วนที่เพิ่มขึ้น ส่วนที่เหลือจะใช้ชำระหนี้คืนแก่ธนาคาร และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังหักเงินสำรองต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดในแต่ละปี โดยจำนวนเงินปันผลที่จ่ายจะต้องไม่เกินกว่ากำไรสะสมของงบการเงินเฉพาะกิจการ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ส.ค. 63)


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KERRY

Posts by pakapong_u » Wed Aug 26, 2020 11:59 am

ตลาดขนส่งเดือดแน่ Kerry Express ประเทศไทย ยื่นเอกสาร IPO 300 ล้านหุ้น
By matemate - 26/08/2020

ยิ่งตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้นมากเท่าไร ตลาดขนส่งสินค้ายิ่งเติบโตมากขึ้นเท่านั้น และนั่นทำให้ Kerry Express มีการเติบโตสูงมากในรอบหลายปีที่ผ่านมา

ล่าสุด บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย)​ จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นไฟลิ่งฉบับแรกต่อ ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น หรือเป็นสัดส่วน 17.2% และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมี บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน


ภาพจาก Shutterstock
สำหรับ Kerry Express เป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุครบวงจรและครอบคลุมในประเทศไทย มีทั้งบริการแบบบุคคลถึงบุคคล (C2C) แบบ ธุรกิจถึงบุคคล (B2C) และแบบธุรกิจถึงธุรกิจ (B2B) โดยมีบริการส่งด่วนแบบวันเดียวถึงหรือวันถัดไป ถือว่าได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

การระดมทุนครั้งนี้ Kerry Express มีแผนนำไปขยายเครือข่ายเพื่อให้บริการ เช่น การเช่าพื้นที่เพื่อเพิ่มจุดคัดแยกพัสดุ จุดให้บริการ จุดกระจายพัสดุ เพื่อตอบสนองความต้องการของการบริการจัดส่งพัสดุด่วนที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่การแข่งขันในปัจจุบัน นอกจาก Kerry Express ในตลาดยังมีผู้ให้บริการรายอื่น เช่น ไปรษณีย์ไทย, Flash Express เป็นต้น


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KERRY

Posts by pakapong_u » Wed Aug 26, 2020 1:51 pm



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KEX

Posts by pakapong_u » Wed Aug 26, 2020 5:37 pm

วันนี้หุ้น VGI บวกชนเพดาน (ซิลลิ่ง) หลังเคอรี่ประเทศไทย ยื่น Filing เข้าตลาดหลักทรัพย์
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา มีรายงานว่า เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย)
ผู้ให้บริการส่งพัสดุรายใหญ่ในประเทศไทย กำลังเตรียมยื่นแบบ Filing
เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO

โดยเคอรี่เป็นหนึ่งในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์
ที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ปี 2560 รายได้ 6,673 ล้านบาท กำไร 733 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 13,668 ล้านบาท กำไร 1,185 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 19,895 ล้านบาท กำไร 1,329 ล้านบาท

รายได้เติบโตเฉลี่ย 73%
กำไรเติบโตเฉลี่ย 35%

โดยทางบริษัทจะเสนอขาย IPO ไม่เกิน 300 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 17.20%
ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ

หลังนักลงทุนรับรู้ข่าวคราวดังกล่าว ทำให้หุ้นของบริษัท วีจีไอ หรือ VGI
ที่เป็นบริษัทลูกของรถไฟฟ้า BTS และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของเคอรี่ ประเทศไทย พุ่งชนเพดาน Ceiling +14.29%

คิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นมากว่า 7,300 ล้านบาท ภายในวันเดียว..

หมายเหตุ บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหรือขายหุ้นเหล่านี้ การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง


pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 935
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: KEX

Posts by pookii » Thu Aug 27, 2020 8:52 am

ส่งของกับ Kerry 100 บาท Kerry ได้กำไรกี่บาท : โครงสร้างรายได้และต้นทุนของ Kerry / FB Accounting Analysis

วันนี้ Kerry หรือ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ยื่น Filing version แรกต่อ สำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว

แอดเลยลองดูงบกำไรขาดทุน 6M/2020 ของ Kerry เลยสรุปโครงสร้างรายได้และต้นทุนของ Kerry มาฝากตามภาพครับ

สิ่งที่น่าสนใจคือ อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ ประมาณ 7% หมายความว่า เมื่อเราเสียค่าส่งของกับ Kerry 100 บาท Kerry ได้กำไรราวๆ 7 บาท

คำถามคือ ต้นทุน 93 บาท (93%) ส่วนใหญ่ประกอบด้วยอะไรบ้าง

1. ต้นทุนพนักงาน 35% : ต้นทุนของ Kerry ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนพนักงาน ราวๆ 35% ของยอดขาย จึงกล่าวได้ว่า Kerry เป็นธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานในการขับเคลื่อนเป็นหลัก (Labour-Intensive)

2. ค่าขนส่ง 26% : รองลงมาคือค่าขนส่ง (ภายใต้บรรทัดต้นทุนขายและการให้บริการ) ซึ่งค่าขนส่งนี้ ประกอบด้วยต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าจ้างเหมา และค่ารักษาและซ่อมบำรุง ทั้งหมดคิดเป็น 26% ของยอดขาย สำหรับต้นทุนเชื้องเพลิงนั้นถือเป็นความเสี่ยงหนึ่งของ Kerry โดย Kerry เปิดเผยว่ามีความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันและปริมาณเชื้อเพลิงที่ผันผวน โดยราคาน้ำมันเบนซินนั้นถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของ Kerry มากที่สุด

3. ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย 11% : ส่วนหนึ่งจากการเช่าที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ทำให้มีสินทรัพย์สิทธิการใช้และต้องตัดค่าเสื่อมราคาตาม TFRS 16

โดยสรุปต้นทุนที่สำคัญของ Kerry ก็คือ ต้นทุนพนักงาน ค่าขนส่ง และค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายตามลำดับครับ

https://www.facebook.com/accountinganal ... 2644176547


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KEX

Posts by pakapong_u » Thu Aug 27, 2020 4:22 pm

คาดราคาไอพีโอ Kerry อยู่ที่ 20 บาท/หุ้น มีมาร์เก็ตแคป 3.5 หมื่นลบ.

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ VGI (ซื้อ/เป้า 8.00 บาท) Kerry ยื่น filing เตรียม IPO



ราคาหุ้น VGI วานนี้ปรับตัวขึ้นเป็น 6.80 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.85 บาท (+14.3%) วานนี้จากข่าว Kerry ยื่น filing เตรียม IPO (ที่มา: ทันหุ้น, SEC)

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) หรือ KTBST เปิดเผยว่ามีมุมมองเป็นบวกจากประเด็นข้างต้น ซึ่งกำหนดการ IPO เร็วกว่าคาด ปัจจุบัน VGI ถือ Kerry ที่ 23% โดยหลัง IPO จะมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 19% เรามองว่ามีโอกาสที่ Kerry จะเข้าเทรดใน SET ทันภายในปลายปีนี้ถึงต้นปี 2021 ซึ่งจะช่วย unlock asset value สำหรับปี 2019 Kerry มีกำไรสุทธิที่ 1,329 ล้านบาท (+12% YoY) โดยกำไรสุทธิ 6M20 อยู่ที่ 738 ล้านบาท

(+36% YoY) จากจำนวนพัสดุที่ส่งเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ e-commerce และ COVID-19 new normal ทำให้ผู้บริโภคนิยมสั่งของออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยจัดส่งพัสดุเฉลี่ย 1.2 ล้านชิ้นต่อวันทำการ ห่างจากผู้ประกอบการจัดส่งพัสดุอันดับที่ 2 มากกว่า 4 เท่า จากข้อมูลใน Bloomberg คาดการระดมทุนของ Kerry ในครั้งนี้ จะระดมทุนได้อย่างน้อยที่ 200 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 6058 ล้านบาท โดยจำนวนหุ้น IPO อยู่ที่ 300 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 17.24% หากอิงตามข้อมูล Bloomberg ราคา IPO จะอยู่ที่ 20.00 บาท (2021E PER 20x) อิงการเติบโตของ Net profit ของ Kerry ที่ 20% YoY ทั้งนี้ หากราคา IPO 20.00 บาท จะคิดเป็น market cap 35139 ล้านบาท หรือเพิ่มมูลค่า VGI ที่ 0.78 บาท ทุก 1 บาท ของราคา IPO ที่ขึ้น จะเพิ่มมูลค่าให้ VGI ที่ 0.03 บาท นอกจากนี้ เราคาดปัจจัยดังกล่าวจะเป็นบวกต่อ BTS เช่นกัน เนื่องจากมีสัดส่วนถือหุ้นใน VGI ที่ราว 66% โดยเราประเมินราคาหุ้น VGI ที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 1 บาท จะเป็น upside ต่อราคาหุ้น BTS ราว 0.40 บาท ดังนั้น เราคงคำแนะนำ "ซื้อ" VGI ที่ราคาเป้าหมาย 8.00 บาท (อิง SOTP) และคงคำแนะนำ "ซื้อ" BTS ที่ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท อิง SOTP


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KEX

Posts by pakapong_u » Thu Aug 27, 2020 4:58 pm

โบรกฯ คาดราคาไอพีโอ Kerry อยู่ที่ 20 บ. ประเมินจะหนุน VGI- BTS แค่ไหน?



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ส.ค. 63 10:33 น.
  โบรกฯ ประเมิน Kerry เข้าตลาดหุ้น หนุนทั้ง VGI และ BTS ประเมินราคา IPO จะอยู่ที่ 20 บาท หนุนมาร์เก็ตแคปทะลุ 3.5 หมื่นลบ. ชี้ราคา IPO ของ Kerry ทุก 1 บาท จะหนุน VGI 0.03 บ. และหนุน BTS 0.40 บ.

   บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST เปิดเผยถึงกรณีที่ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Kerry เตรียมเข้าตลาดหุ้น ว่ามองเป็นบวกต่อหุ้น บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI เนื่องจาก ปัจจุบัน VGI ถือ Kerry ที่ 23% โดยหลัง IPO จะมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 19%

   จากประเด็นข้างต้น ซึ่งกำหนดการ IPO เร็วกว่าคาด โดยมีโอกาสที่ Kerry จะเข้าเทรดใน SET ทันภายในปลายปีนี้ถึงต้นปี 64 ซึ่งจะช่วย unlock asset value สำหรับปี 62 ของ Kerry มีกำไรสุทธิที่ 1,329 ล้านบาท (+12% YoY) โดยกำไรสุทธิ 6 เดือนปี 63 อยู่ที่ 738 ล้านบาท (+36% YoY) จากจำนวนพัสดุที่ส่งเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ e-commerce และ COVID-19 new normal ทำให้ผู้บริโภคนิยมสั่งของออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยจัดส่งพัสดุเฉลี่ย 1.2 ล้านชิ้นต่อวันทำการ ห่างจากผู้ประกอบการจัดส่งพัสดุอันดับที่ 2 มากกว่า 4 เท่า

   จากข้อมูลใน Bloomberg คาดการระดมทุนของ Kerry ในครั้งนี้ จะระดมทุนได้อย่างน้อยที่ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6,058 ล้านบาท โดยจำนวนหุ้น IPO อยู่ที่ 300 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 17.24% หากอิงตามข้อมูล Bloomberg ราคา IPO จะอยู่ที่ 20 บาท (2021E PER 20x) อิงการเติบโตของ Net profit ของ Kerry ที่ 20% YoY

   ทั้งนี้ หากราคา IPO 20 บาท จะคิดเป็น market cap 35,139 ล้านบาท หรือเพิ่มมูลค่า VGI ที่ 0.78 บาท ทุก 1 บาท ของราคา IPO ที่ขึ้น จะเพิ่มมูลค่าให้ VGI ที่ 0.03 บาท

   นอกจากนี้ ปัจจัยดังกล่าวจะเป็นบวกต่อ BTS เช่นกัน เนื่องจากมีสัดส่วนถือหุ้นใน VGI ที่ราว 66% โดยเราประเมินราคาหุ้น VGI ที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 1 บาท จะเป็น upside ต่อราคาหุ้น BTS ราว 0.40 บาท

   ดังนั้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” VGI ที่ราคาเป้าหมาย 8.00 บาท (อิง SOTP) และคงคำแนะนำ “ซื้อ” BTS ที่ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท อิง SOTP


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KEX

Posts by pakapong_u » Thu Aug 27, 2020 9:51 pm



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KEX

Posts by pakapong_u » Thu Aug 27, 2020 10:39 pm

เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เร็วกว่าคู่แข่งอีกก้าว จ่อเข้าตลาดหลักทรัพย์


เคอรี่เข้าตลาดหุ้น ส่งสัญญาณพร้อมรบเต็มอัตราศึก ถึงเวลาตลาดขนส่งพัสดุลุกเป็นไฟ (วิเคราะห์)

เป็นข่าวดีของนักลงทุนรายย่อยที่อยากเป็นเจ้าของ Kerry Express ประเทศไทย

เมื่อ บมจ. เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) (บริษัทฯ) เดินหน้ายื่นคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเตรียมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น

ส่งผลให้ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เป็นบริษัทผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนรายแรกในประเทศไทยที่จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

จากเกาะฮ่องกงสู่ประเทศไทยเมื่อปี 2556 ธุรกิจของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกระแสการเติบโตของ e-Commerce



รายได้จากการขายและให้บริการเติบโตจาก 6,626 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 19,782 ล้านบาท ในปี 2562 ในขณะที่กำไรสุทธิเติบโตจาก 730 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 1,329 ล้านบาท ในปี 2562

อเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เหตุผลสำคัญในการเข้าตลาดครั้งนี้เป็นเพราะบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเสริมธุรกิจและการบริการให้แข็งแกร่งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในด้านเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบุคลากร เพื่อให้บริษัทฯ สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพิ่มความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไทย และยังช่วยให้วิถีชีวิตของคนไทยสะดวกสบายและดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

จากข้อมูลของ Frost & Sullivan ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยชั้นนำ ระบุว่า บมจ. เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) เป็นผู้นำการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทยที่เติบโตรวดเร็วที่สุด เมื่อพิจารณาจากปริมาณพัสดุที่จัดส่งโดยเฉลี่ยต่อวัน

โดยในปี 2557–2562 ปริมาณพัสดุรวมที่บริษัทฯ ดำเนินการจัดส่งมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 134.9% และยังเป็นผู้ให้บริการการเรียกเก็บเงินปลายทาง (Cash-on-Delivery) เป็นรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทยเมื่อพิจารณาจากมูลค่าธุรกรรม

ขณะเดียวกัน Frost & Sullivan ยังคาดการณ์ว่า การค้าปลีกผ่านออนไลน์ในปี 2562–2567 จะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมที่ 17.3% ต่อปี จากการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วน

อเล็กซ์ อึ้ง ยังบอกว่า บริษัทฯ ใช้โมเดลการกระจายพัสดุแบบ Hub-and-Spoke จากศูนย์คัดแยกไปยังศูนย์กระจายพัสดุย่อย เพื่อจัดส่งไปถึงจุดหมายปลายทาง และดำเนินธุรกิจแบบ Asset-Light ด้วยการเช่าทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์คัดแยกพัสดุ รถรับส่งพัสดุ เป็นต้น จึงไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ

เคอรี่เข้าตลาดหุ้น ?

ประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า บมจ. เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ถือเป็นบริษัทที่มีศักยภาพ มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้บริการจัดส่งพัสดุด่วน โดยเมื่อบริษัทฯ นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจและความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เคอรี่ เอ็กซ์เพรส มีจุดให้บริการกว่า 15,000 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีศูนย์คัดแยกพัสดุขนาดใหญ่จำนวน 9 แห่ง ศูนย์กระจายพัสดุย่อยกว่า 1,200 แห่ง และรถจัดส่งพัสดุภายใต้การบริหารของบริษัทฯ กว่า 25,000 คัน

ถ้าดูจากปริมาณการขนส่ง ผู้บริหารของ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เคยให้ตัวเลขไว้ว่า มีการเติบโตอย่างมาก จากปี 2556 มียอดการจัดส่งพัสดุเพียง 10,000 ชิ้น/วัน กระโดดมาเป็น 800,000 ชิ้น/วัน ในปี 2561 และล่าสุดในปี 2562 บริษัทได้ทำลายสถิติด้วยยอดจัดส่งถึง 2,000,000 ชิ้น/วัน มาแล้ว โดยเฉลี่ยปัจจุบันยอดจัดส่งต่อวันไม่ต่ำกว่า 1.1-1.2 ล้านชิ้น

การเติบโตและความรวดเร็วในการเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ของเคอรี่ เอ็กซ์เพรสในครั้งนี้ สร้างแรงสะเทือนให้กับผู้เล่นรายอื่น ๆ ในเมืองไทยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเจ้าเก่ารายใหญ่ อายุกว่าศตวรรษ อย่างไปรษณีย์ไทย


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KEX

Posts by pakapong_u » Thu Aug 27, 2020 11:22 pm

10 เรื่องรู้จัก KERRY ธุรกิจส่งพัสดุ ยื่นไฟลิ่งเตรียมเข้า SET โชว์รายได้ 1.9 หมื่นล้าน กำไร 1,300 ล้าน

August 27, 2020


ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซมีมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านบาท เติบโตปีละ 8-10% ยังเป็นเทรนด์ขาขึ้นในช่วง 5 ปีนับจากนี้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันธุรกิจส่งพัสดุ (Parcel Delivery) ขยายตัวตามเฉลี่ย 10% ต่อปี คาดการณ์ปี 2563 จะมีมูลค่าราว 36,000–37,000 ล้านบาท ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจึงเห็นผู้เล่นหน้าใหม่เปิดตัวบุกตลาดต่อเนื่อง แต่ที่โดดเด่นก็ต้องยกให้เจ้าเก่า Kerry Express ที่วันนี้พร้อมสร้างสตอรี่ใหม่นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

มาทำความรู้จัก 10 เรื่องของ Kerry Express ที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 17.2% ของหุ้นที่ชำระแล้ว โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

1. ธุรกิจส่งพัสดุรายแรกจดทะเบียนตลาดหุ้น

บริษัทเคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX ถือเป็นบริษัทส่งพัสดุด่วนรายแรกในประเทศไทยที่เข้าจดทะเบียนในตลาดฯ Kerry Express ในไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2549 มีบริษัทแม่อยู่ฮ่องกง ชื่อว่า Kerry Logistics Network Limited หรือ KLN เป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ KLN เป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่ฮ่องกง

2. Kuok Group เจ้าของอาณาจักร Kerry

ธุรกิจ KLN (Kerry) เป็นหนึ่งในธุรกิจของ Kuok Group ก่อตั้งในปี 2492 โดย โรเบิร์ต ก๊วก มหาเศรษฐีชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ซึ่งมีธุรกิจหลากหลาย ทั้งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและรีสอร์ท ศูนย์ประชุม ธุรกิจอาหาร ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจเดินเรือและโลจิสติกส์ แบรนด์ธุรกิจในเครือ Kuok Group นอกจาก Kerry ยังมี โรงแรมแชงกรีล่า หนังสือพิมพ์ South China Morning Post



3. ยอดส่งพัสดุ 2 ล้านชิ้นต่อวัน

ปี 2556 Kerry Express มียอดส่งพัสดุเพียง 10,000 ชิ้นต่อวัน จากนั้นปี 2561 เพิ่มขึ้นมาเป็น 800,000 ชิ้นต่อวัน จากการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ ปี 2562 เฉลี่ยจัดส่ง 1.1-1.2 ล้านชิ้นต่อวัน ล่าสุดเดือนสิงหาคมปี 2563 ทำสถิติยอดส่งพัสดุ 2 ล้านชิ้นต่อวัน

ถือเป็นบริษัทจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทยที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุด เมื่อดูจากปริมาณเฉลี่ยของพัสดุที่จัดส่งต่อวัน ปริมาณรวมของพัสดุที่จัดส่งเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2562 เท่ากับ 135% ในปี 2562

4. ให้บริการ C2C, B2C และ B2B

Kerry Express ให้บริการจัดส่งพัสดุครบวงจรและครอบคลุมทั่วประเทศไทย ทั้งการจัดส่งพัสดุแบบบุคคล-ส่งถึง-บุคคล (C2C) ภาคธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคล (B2C) และภาคธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-ธุรกิจ (B2B) ให้บริการจัดส่งได้ภายในวันเดียวกันหรือภายในวันถัดไป พัสดุหลักที่จัดส่ง คือ สินค้าสั่งซื้อผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ และผู้ค้าปลีกออนไลน์ พัสดุที่ส่งระหว่างบุคคล และพัสดุและเอกสารของบริษัทต่าง ๆ

โดยเป็นผู้จัดส่งพัสดุที่ให้บริการเก็บเงินปลายทางรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้มีมูลค่าการให้บริการเก็บเงินปลายทางกว่า 6,500 ล้านบาทต่อเดือน

5. ใช้โมเดล Asset-Light ขยายธุรกิจ

การขยายตัวที่รวดเร็วของเครือข่าย มาจากการใช้รูปแบบธุรกิจแบบ Asset-Light Business Model ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เช่าศูนย์คัดแยกพัสดุจำนวน 9 แห่ง ศูนย์กระจายพัสดุจำนวน 1,858 แห่ง และร้านรับส่งพัสดุและจุดให้บริการศูนย์กระจายพัสดุที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการเองจำนวน 1,241 แห่ง เช่าและเช่าช่วงยานพาหนะ (สำหรับกรณีทั่วไป และสำหรับกรณีเฉพาะกิจ) จำนวน 24,335 คัน ทั้งรถจักรยานยนต์ รถกระบะ 4 ล้อ และรถบรรทุก 6 ล้อ ในปี 2563 มีแผนลงทุน 450 ล้านบาท และปี 2564 ประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อการเพิ่มจำนวนร้านรับส่งพัสดุและศูนย์กระจายพัสดุ



ุ6. มีจุดบริการรับพัสดุ 15,695 แห่ง

ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2563 Kerry Express มีเครือข่ายจุดให้บริการ 15,695 แห่ง ทั้งร้านรับส่งพัสดุ จุดให้บริการที่ศูนย์กระจายพัสดุ และ จุดให้บริการบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส จุดให้บริการตามร้านค้าของพันธมิตรทางธุรกิจค้าปลีกที่เป็นองค์กร เช่น OfficeMate FamilyMart และ Tops Daily รวมทั้งพันธมิตรทางธุรกิจค้าปลีกอิสระ เช่น ร้านกาแฟ ร้านขายของชำ และร้านขายยา และจุดให้บริการตู้ล็อคเกอร์รับพัสดุ ซึ่งผู้ค้าออนไลน์และลูกค้าสามารถนำสินค้าที่มีการสั่งซื้อทางช่องทางออนไลน์มาส่งเพื่อจัดส่งไปยังลูกค้าปลายทางได้ โดยมีพนักงานส่ง 22,000 คน

7. ปี 62 รายได้ 1.9 หมื่นล้าน กำไร 1,300 ล้าน เจอโควิดก็ยังโต

รายได้จากการขายและให้บริการของ Kerry Express มาจากการให้บริการธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบบุคคล-ส่งถึง-บุคคล (C2C) แบบธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคล (B2C) และแบบธุรกิจ-ส่งถึง-ธุรกิจ (B2B) ย้อนหลังไป 3 ปี รายได้และกำไรโตต่อเนื่อง สถานการณ์โควิด-19 ปีนี้ ครึ่งปีแรกก็ยังกำไร ดังนี้

ปี 2560 รายได้ 6,626 ล้านบาท กำไรสุทธิ 730 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 13,565 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,185 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 19,781 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,328 ล้านบาท
ปี 2563 (6 เดือน) รายได้ 10,200 ล้านบาท กำไรสุทธิ 737 ล้านบาท
การเติบโตของรายได้ตลอด 3 ปี มาจากกลุ่มธุรกิจ C2C และกลุ่มธุรกิจ B2C จากความนิยมของธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น และการขยายจุดให้บริการ โดยยอดจัดส่งพัสดุ ปี 2560 อยู่ที่ 71 ล้านชิ้น ในปี 2562 เพิ่มเป็นกว่า 274 ล้านชิ้น

ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด ครึ่งปีแรก Kerry Express ได้จัดส่งพัสดุกว่า 150 ล้านชิ้นเมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันปีก่อนมียอดจัดส่งพัสดุกว่า 130 ล้านชิ้น



8. เข้าตลาดฯ ระดมทุนขยายธุรกิจ

การนำบริษัทเข้าตลาดฯ Kerry Express บอกวัตถุประสงค์การใช้เงิน เพื่อการขยายเครือข่ายจัดส่งพัสดุด่วน โดยบริษัทมีแผนการลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ ได้แก่ การเช่าพื้นที่เพื่อเพิ่มจำนวนศูนย์คัดแยกพัสดุ จุดให้บริการ และศูนย์กระจายพัสดุแห่งใหม่ รวมถึงการซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ เพื่อตอบสนองความต้องการของการบริการจัดส่งพัสดุด่วนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ใช้ชำระคืนหนี้ธนาคาร และเป็นทุนหมุนเวียน

9. นโยบายจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 30%

สำหรับนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังหักเงินสำรองต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดในแต่ละปี โดยจำนวนเงินปันผลที่จ่ายจะต้องไม่เกินกว่ากำไรสะสมของงบการเงินเฉพาะกิจการ

10. VGI ในเครือ BTS ถือหุ้นเคอรี่ อันดับสอง 23%

โครงสร้างผู้ถือหุ้น Kerry Express (ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2563) 3 อันดับแรก ดังนี้

1.บริษัท เคแอลเอ็น โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้น 907 ล้านหุ้น สัดส่วน 63% หลังการขายหุ้น IPO จะเหลือสัดส่วนถือหุ้น 52.1% และหลังการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิจะเหลือถือหุ้น 51%

2.บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ในเครือ BTS ถือหุ้น 331 ล้านหุ้น สัดส่วน 23% หลังการขายหุ้น IPO จะเหลือสัดส่วนถือหุ้น 19% และหลังการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิจะเหลือถือหุ้น 18.6%

3.คุณหม่า วิง ไค วิลเลี่ยม ถือหุ้น 24.65 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.7% หลังการขายหุ้น IPO จะเหลือสัดส่วนถือหุ้น 1.4% และหลังการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิจะเหลือถือหุ้น 1.4%

จากแนวโน้มตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังโตได้อีก และนักช้อปออนไลน์ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกวัย ทำให้ธุรกิจส่งพัสดุของ Kerry Express สร้างกำไรหลักพันล้านบาทต่อเนื่องมา 3 ปี หลังเข้าตลาดฯ จึงน่าจะเป็น “หุ้นเติบโต” (Growth Stock) ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KEX

Posts by pakapong_u » Mon Aug 31, 2020 2:31 pm

VGI ดีดต่อรับข่าวเคอรี่ฯเข้าเทรด ระวังแรงขายบนความคาดหวังมากเกินไป


อย่างที่นักลงทุนทราบกันดีแล้วว่าวานนี้มีข่าว บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 17.24% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้


ทั้งนี้บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยรายได้จากการขายและให้บริการ เติบโตจาก 6,626 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 19,782 ล้านบาท ในปี 2562 ในขณะที่กำไรสุทธิ เติบโตจาก 730 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 1,329 ล้านบาท ในปี 2562 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพทางธุรกิจและความเป็นผู้นำด้านการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทย


สำหรับ บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ให้บริการธุรกิจจัดส่งพัสดุในประเทศไทย โดยแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจ ส่งถึง ธุรกิจ (B2B) 2. ธุรกิจ ส่งถึง บุคคล (B2C) 3. บุคคล ส่งถึง บุคคล (C2C) โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 17.24% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท


หุ้นที่ตอบรับข่าวอย่างเห็นได้ชัดเจนคงหนีไม่พ้นบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI วานนี้ (26 ส.ค. 2563) เปิดตลาดที่ราคา 6.05 บาท ระหว่างวันปรับตัวเพิ่มขึ้นไปสูงสุดที่ราคาซิลลิ่ง (Ceiling) และปิดตลาดที่ราคา 6.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.85 บาท หรือเพิ่มขึ้น 14.29% จากราคาปิดก่อนหน้า

VGI เกี่ยวข้องอะไรกับเคอรี่ฯ

โครงสร้างผู้ถือหุ้น 3 อันดับแรก ณ วันที่ 25 ส.ค. 63 ได้แก่

1.บริษัท เคแอลเอ็น โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้น 907.20 ล้านหุ้น คิดเป็น 63% หลังการขายหุ้นไอพีโอ จะเหลือสัดส่วนถือหุ้น 52.1% และหลังการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิจะเหลือถือหุ้น 51%

2.บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ถือหุ้น 331.20 ล้านหุ้น คิดเป็น 23% หลังการขายหุ้นไอพีโอ จะเหลือสัดส่วนถือหุ้น 19% และหลังการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิจะเหลือถือหุ้น 18.6%

3.นายหม่า วิง ไค วิลเลี่ยม ถือหุ้น24.65 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.7% หลังการขายหุ้นไอพีโอ จะเหลือสัดส่วนถือหุ้น 1.4% และหลังการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิจะเหลือถือหุ้น 1.4%



จากประเด็นที่เคอรี่ฯ มีแผนเข้าตลาดหุ้นอย่างชัดเจนแล้วนั้น ล่าสุด นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีมุมมองที่เป็นบวก โดยให้เหตุผลว่า กำหนดการ IPO เร็วกว่าคาด ปัจจุบัน VGI ถือ เคอรี่ฯ ที่ 23% โดยหลัง IPO จะมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 19% โดยคาด เคอรี่ฯ จะเข้าเทรดใน SET ภายในปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วย unlock asset value หรือ ปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์


โดยยังระบุอีกว่า ปี 2562 เคอรี่ฯ มีกำไรสุทธิที่ 1,329 ล้านบาท (+12% YoY) โดยกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกของปี 63 อยู่ที่ 738 ล้านบาท (+36% YoY) จากจำนวนพัสดุที่ส่งเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ e-commerce และ COVID-19 new normal ทำให้ผู้บริโภคนิยมสั่งของออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยจัดส่งพัสดุเฉลี่ย 1.2 ล้านชิ้นต่อวันทำการ ห่างจากผู้ประกอบการจัดส่งพัสดุอันดับที่ 2 ที่ 4 เท่า และอันดับ 3 ที่ 11 เท่า (ไม่รวมการจัดส่งพัสดุโดย บริษัท ไปรษณีย์ไทย)


หากอิงตามข้อมูล Bloomberg ราคา IPO จะอยู่ที่ 20.00 บาท (2021E PER 20x) อิงการเติบโตของปี 2564 Net profit ของ เคอรี่ฯ ที่ 20% YoY ทั้งนี้ หากราคา IPO 20.00 บาท จะคิดเป็น market cap ที่ 35,139 ล้านบาท หรือเพิ่มมูลค่า VGI ที่ 0.78 บาท โดยได้ทำ sensitivity analysis ซึ่งทุก 1 บาท ของราคา IPO ที่ขึ้น จะเพิ่มมูลค่าให้ VGI ที่ 0.03 บาท และ target PER ของ เคอรี่ฯ ที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 เท่า จะเพิ่มมูลค่าให้ VGI ที่ 0.20 บาท


นอกจากนี้ คาดปัจจัยดังกล่าวจะเป็นบวกต่อ BTS เช่นกัน เนื่องจากมีสัดส่วนถือหุ้นใน VGI ที่ราว 66% โดยเราประเมินราคาหุ้น VGI ที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 1 บาท จะเป็น upside ต่อราคาหุ้น BTS ราว 0.40 บาท ดังนั้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” VGI ที่ราคาเป้าหมาย 8.00 บาท (อิง SOTP) และคงคำแนะนำ “ซื้อ” BTS ที่ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท อิง SOTP

บล.ดีบีเอสฯ มองสวน เคอรี่ฯอาจไม่ได้เทรดในปีนี้

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส ( ประเทศไทย ) จำกัด มองว่า จากประเด็นราคาหุ้น VGI ปรับตัวขึ้นสูง คาดว่าจะเป็นการเก็งกำไร บริษัทร่วมคือ เคอรี่ฯยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดฯ เพื่อขยายธุรกิจ และคืนชำระหนี้ การที่ VGI ถือหุ้น 23% ก็จะเป็น Unlock Value ว่าเป็นหุ้นที่มีคุณค่า ราคาที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะอยู่ในเกณฑ์ที่สูง


เคอรี่ฯมีกำไรที่เติบโตสูง ในปีที่ผ่านมา โดยเคอรี่ฯให้กำไรเข้ามายัง VGI สูงราว 268 ล้านบาท (+58% y-o-y) และคาดว่าปีนี้และปีหน้าก็จะให้กำไรสูงขึ้นอีก จากปีก่อนยอดส่งสินค้า 1.1 ล้านชิ้นต่อวันตอนเกิดโควิด-19 ยอดส่งเพิ่มเป็น 2 ล้านชิ้นต่อวัน ปัจจุบันเฉลี่ยที่ 1.5-1.6 ล้านชิ้นต่อวัน


“เคอรี่ฯ อาจจะไม่รีบขายหุ้น IPO เพราะจะรอพิจารณาจังหวะตลาดฯก่อน เพื่อจะได้ราคาที่เหมาะสม อาจจะเป็นปีหน้า ซึ่ง VGI ได้เคยให้ความเห็นไว้ ส่วนข้อเสียคือ จะมีส่วน Dilution การถือหุ้นของ VGI ให้น้อยลงเหลือราว 19% ความเสี่ยงคือ ยังจะรับรู้กำไรจาก เคอรี่ฯ มาได้หรือไม่ เนื่องจากมีโอกาสจะต่ำกว่า 20% แต่ในกรณีเหลือน้อยกว่า 20% VGI เห็นว่าก็จะยังรับรู้กำไรตามส่วนได้เสีย (Equity Income) ได้เพราะยังมีที่นั่งในบอร์ดอยู่มีอำนาจควบคุม แต่ยังไม่เป็นสรุปสุดท้ายว่าในที่สุด VGI จะต้องการให้การให้เป็นบริษัทร่วมต่อไปหรือไม่ แต่เราคาดว่ายังต้องการ”บล.ดีบีเอสฯ ระบุ


ดังนั้นตามปัจจัยพื้นฐานแนะนำ ถือ VGI ที่ราคาพื้นฐาน 6.69 บาท ด้วยวิธี SOP เพราะธุรกิจหลักคือ สื่อนอกบ้าน ได้แก่ BTS และอาคารยังต้องใช้เวลาฟื้นตัว รวมทั้ง บริษัทร่วมต่างๆ เช่น Rabbit Line Pay ที่ยังประสบภาวะขาดทุน แต่ธุรกิจที่พอไปได้ดีคือดิจิตัล เซอร์วิส ซึ่งมี VGI Digital Lab เป็นเรือธง คาดว่ากำไรปีนี้และปีหน้าของ VGI เป็น การปรับลง 68% และกลับมาเพิ่ม 168% เทียบกับ y-o-y ตามลำดับ โดยปีนี้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19หนัก แต่ปีหน้ากลับมาฟื้นตัวได้สูง เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย


เช่นเดียวกันกับ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ที่มีมุมมองว่าเคอรี่ฯ เข้าตลาดฯ ไม่มีนัยยะต่อมูลค่าเพิ่ม VGI เนื่องจาก เดิมได้รวมส่วนแบ่งกำไรของ Kerry Express (Thailand) ตามสัดส่วนที่ VGI ถือ (23%)


“เรามองเป็น Positive sentiment ต่อ VGI เนื่องจากเป็นประเด็นที่ตลาดคาดหวังและรอความชัดเจนมาตั้งแต่ต้นปี 2563แต่อย่างไรก็ตาม มองว่าการเข้าตลาดฯ ของ เคอรี่ฯ ไม่มีนัยยะต่อมูลค่าเพิ่มของหุ้น VGI ที่เราประเมิน เนื่องจากเดิมเรารวมส่วนแบ่งกำไรของ เคอรี่ฯ ตามสัดส่วนที่ VGI ถือ (23%) ในประมาณการและราคาเป้าหมายหุ้น VGI อยู่แล้ว คงคำแนะนำ Neutral ราคาเป้าหมาย (TP21F, สิ้นสุด มี.ค.21) 6.25 บาท เทียบเท่า Forward P/E 21F ที่ 625x (ราคาเป้าหมายปี 22F, สิ้นสุด มี.ค.22, 6.60 บาท เทียบเท่า Forward P/E 22F ที่ 57x (ประมาณ +1SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต)” ”บล.โนมูระฯ ระบุ


พร้อมทั้งยังระบุอีกว่า ให้ระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจาก มองว่าราคาหุ้น VGI (6.80 บาท) กำลังซื้อขายบนความคาดหวังการได้ประโยชน์จากการที่ เคอรี่ฯ เข้าตลาดหุ้นมากเกินไป (เทียบเท่า Forward P/E 22F ที่ 61x)


นอกจากนี้อาจเกิด Dilution effect (เป็น Downside risk เรายังไม่รวมในประมาณการ) ต่อสัดส่วนการถือหุ้น เคอรี่ฯ ที่ VGI ถืออยู่ 23% (ก่อน IPO) จะลดลงเหลือ 19% (หลัง IPO) ภายใต้สมมติฐาน Kerry Express (Thailand) ขายหุ้น IPO จำนวน 300 ล้านหุ้น และ VGI ยังคงถือหุ้น Kerry Express (Thailand) เท่าเดิมที่ 331.2 ล้านหุ้น



VGI มีต้นทุนเคอรี่ฯ 18.23 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุอีกว่า VGI มีต้นทุนการถือหุ้น เคอรี่ฯอยู่ที่ 18.23 บาท/หุ้น แบ่งเป็น 1. เมื่อ VGI เข้าลงทุนใน เคอรี่ฯ ครั้งแรกจำนวน 55.2 ล้านหุ้น @ 106.88 บาท และ 2.VGI ซื้อหุ้นเพิ่มทุน เคอรี่ฯ จำนวน 276 ล้านหุ้น @ 0.50 บาท


นอกจากนี้คาด VGI รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก เคอรี่ฯ จำนวน 467 ล้านบาท ภายใต้สมมติฐาน เคอรี่ฯ มีรายได้และกำไรปี 63 ที่ 29,842 ล้านบาท (+50% y-y) และ 2,029 ล้านบาท (+53% y-y) ตามลำดับ


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36581
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KEX

Posts by pakapong_u » Tue Sep 08, 2020 12:48 am

"เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ฯ" เข้าตลาด ขึ้นแท่นหุ้น Growth Stock ตัวใหม่?
Source - MGR Online
Sunday, August 30, 2020 22:19

“เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” ขาใหญ่ขนส่งด่วนต่างประเทศ เปิดตัวประกาศเดินหน้าเตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้ราคาหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่เบอร์ 2 อย่าง VGI (กลุ่มบีทีเอส) ขยับตัวขึ้น วงการคาดราคา IPO มาสูง เหตุหลายฝ่ายยกให้เป็น Growth Stock จากผลประกอบที่เติบโตต่อเนื่องกว่า 100% มาหลายปี จนถึงปี 2561

นอกเหนือจากข่าวสถานการณ์ต่างๆที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีหลักทรัพย์ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยก็ข่าวที่ได้รับความสนใจอีกเรื่องหนึ่งนั่นคือ การยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อเตรียมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ของ“บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)” โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 17.24% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้

สำหรับ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส”เป็นบริษัทผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนจากต่างประเทศที่เข้ามาให้บริการในประเทศไทยมายาวนาน จนมีแนวโน้มว่าในอนาคตอาจขยับขึ้นเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ของประเทศแซงหน้า “บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของภาครัฐ

นั่นเพราะวิถีชีวิตในปัจจุบันของผู้คนนั้นเปลี่ยนไป ทำให้หลากหลายบริการมีการอำนวยความสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะการชอปปิ้งออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง และสามารถส่งตรงให้ถึงบ้านได้ภายในเวลาที่รวดเร็วทันใจ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในประเทศ นอกจากตลาดอีคอมเมิร์ซจะเติบโตขึ้นอย่างมาก ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูง จากดีมานต์ที่มีล้นหลาม และ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” ก็ถือเป็นรายใหญ่ของผู้ให้บริการขนส่งสินค้าด่วนที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องดังกล่าวอย่างมาก

“อเล็กซ์ อึ้ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ แสดงความเห็นถึงทิศทางธุรกิจของบริษัทว่า ปัจจุบันธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนนอกจากจะเป็นกลไกสำคัญของธุรกิจอีคอมเมิร์ซแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจต่างๆ และในชีวิตประจำวันของคนไทย ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะเสริมธุรกิจและการบริการให้แข็งแกร่งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในด้านเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบุคลากร เพื่อให้บริษัทฯ สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพิ่มความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไทย และยังช่วยให้วิถีชีวิตของคนไทยสะดวกสบายและดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ขณะที่ตัวเลขรายได้และกำไรในรอบ 6 ปีที่ผ่านมาพบว่าเติบโตต่อเนื่อง เริ่มจากปี 2557 บริษัทมีรายได้ 536 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 19 ล้านบาท แต่พอเข้าสู่ปี 2558 รายได้ก้าวกระโดดขึ้นไปแตะ 1.51 พันล้านบาท ทำให้กำไรขยับขึ้นเป็น 134 ล้านบาท

ไม่เพียงเท่านี้ตั้งแต่ปี 2559 - 2561ผลประกอบการของ "เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ" ยังเติบโตก้าวกระโดดแบบเท่าตัวอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากปี 2559 มีรายได้ 3.2 พันล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิ 307 ล้านบาท พอปี 2560 บริษัทมีรายได้ 6.57 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 732 ล้านบาท ต่อมาปี 2561 มีรายได้ 1.35 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.18 พันล้านบาท

อย่างไรก็ตามพอเข้าสู่ปี 2562 จากอัตราก้าวกระโดดของผลประกอบการที่ระดับกว่า 100% กลับมาลดลงเหลือ 45.82% โดยรายได้ขยับมาเป็น 1.97 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.82% และกำไรสุทธิขยับเป็น 1.32 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.06%

โดยปัจจุบัน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563“เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” มีจุดให้บริการกว่า 15,000 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีศูนย์คัดแยกพัสดุขนาดใหญ่จำนวน 9 แห่ง ศูนย์กระจายพัสดุย่อยกว่า 1,200 แห่ง และรถจัดส่งพัสดุภายใต้การบริหารของบริษัทฯ กว่า 25,000 คันทำให้ภาพลักษณ์ของ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” จากข้อมูลที่บริษัทและที่ปรึกษาทางการเงินนำเสนอ ถือว่าเป็นบริษัทที่มีศักยภาพ มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้บริการจัดส่งพัสดุด่วน โดยเมื่อบริษัทฯ นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจและความแข็งแกร่งของฐานะการเงินยิ่งขึ้น

แต่ยังไม่ทันจะเคาะราคาขายหุ้น และกำหนดวันเข้าซื้อขาย“เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” ก็สร้างคลื่นผลักดันให้ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ.2ของบริษัทในสัดส่วน 23% อย่างหุ้นของ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านในเครือ "บีทีเอส กรุ๊ป" ได้รับอานิสงส์จากการประกาศแผนเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นแล้ว นั่นเพราะสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาหุ้น VGI ปรับตัวเพิ่มขึ้น

เพราะในวันถัดมาคือ 27 สิงหาคม หลังจาก เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ ยื่นไฟลิ่งแล้ว ราคาหุ้นของ VGI เปิดที่ 7.60 บาท ระหว่างวันราคาหุ้นปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 7.70 บาต่ำสุดที่ 7.15 บาท และเมื่อตลาดปิดราคาหุ้นอยู่ที่ 7.3 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือคิดเป็น 7.35 % มูลค่าซื้อขาย 183.59 ล้านบาท

และเนื่องจากการขายหุ้น IPO ของ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” ทุกฝ่ายมองว่านี่คืออีกหนึ่งหุ้นคุณภาพของตลาดหุ้นไทย จึงถูกยกให้เป็น Growth Stock ซึ่งจะทำให้การเคาะราคาหุ้นน่าจะอยู่บนเพดานระดับสูง นอกจากนี้จะทำให้มูลค่าหุ้นเคอรี่ที่ VGI ถืออยู่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล นั่นทำให้จากราคาหุ้นVGI ที่ปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 5.50 บาทต่อหุ้น หลังผลประกอบการครึ่งปีแรก 2563 ขาดทุน 103 ล้านบาท ขยับเพิ่มขึ้นมาเคลื่อนไหวที่ระดับ 7.00 บาทต่อหุ้นในช่วงเวลานี้ตอกย้ำความต้องการของ VGI ที่อยากได้หุ้น “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” เพิ่มเติมจากที่เคยใช้เงินกว่า 5.9 พันล้านบาท ซื้อหุ้นในสัดส่วน 23% เมื่อปี 2561 นั่นเพราะ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” ได้เข้ามาช่วยต่อยอดธุรกิจโฆษณาของ VGI ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น ผ่านการขายโฆษณาบนพื้นที่ใหม่ๆ เช่น หน้าร้านและจุดให้บริการของเคอรี่ฯ ขณะที่ เคอรี่ฯ ได้สิทธิเปิดจุดให้บริการรับส่งสินค้าบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส และสามารถใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสจัดส่งพัสดุด่วนส่งตรงถึงลูกค้าภายในเวลาไม่กี่นาที สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ราคาหุ้น VGI จะปรับตัวขึ้น แม้หลังจาก“เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” เข้าเทรดบนกระดานสัดส่วนในการถือหุ้นของบริษัทจะลดลงเหลือ 19% จาก 23% เพราะหากพิจารณาจากผลประกอบการของ“เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” ที่เติบโตต่อเนื่องทำให้นักลงทุนเชื่อว่าส่วนแบ่งรายได้จากกำไรของบริษัทที่ VGI จะได้รับยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อไป

“จิตเกษม หมู่มิ่ง” ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGIยอมรับว่า บริษัทสนใจเข้าลงทุนในของ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” เพิ่มเติม หากบริษัทเคอรี่ยอมขายหุ้นให้ในราคาที่เหมาะสม เนื่องจากพบว่าเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตค่อนข้างสูงในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับในอนาคตมีการนำบริษัทดังกล่าวเสนอขายหุ้นเพื่อเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ไอพีโอ) จะส่งผลให้การถือครองหุ้นของ VGI ถูกลดสัดส่วนลงไป

"ปัจจุบันเราถือหุ้นเคอรี่ฯอยู่สัดส่วน 23% ซึ่งหากเคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯขายหุ้นเพิ่มให้กับบริษัทในราคาที่เหมาะสม VGI ก็พร้อมเข้าลงทุน เพราะเป็นธุรกิจที่เติบโตสูงมากในช่วงนี้ แต่หากเขาไม่เปิดขายเพิ่มหรืออนาคตมีแผนขายไอพีโอจะส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของเราอาจถูกไดลูท ซึ่งตอนนั้นก็ขึ้นอยู่กับราคาและสิ่งที่เขาจะเสนอขายให้เราตรงนั้นอีกที จึงยังตอบไม่ได้ชัดเจนว่าตอนนี้จะเพิ่มสัดส่วนได้หรือไม่"

ล่าสุดมีการอ้างอิงว่า ราคาหุ้น IPO ของ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” อาจอยู่ที่ระดับ 20.00 บาทต่อหุ้น และอิงอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่ 20 เท่า) จากการอิงการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2564 ของบริษัทที่ 20% จากปีก่อน ทำให้ราคา IPO อาจอยู่ที่ 20.00 บาท ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์อยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท หรือช่วยเพิ่มมูลค่าให้ VGI ที่ 0.78 บาทต่อหุ้น และราคาหุ้น ของ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.00 บาท จะทำให้ราคาหุ้น VGI เพิ่มขึ้น 0.03 บาท

ส่วนทิศทางการเติบโตของ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” คาดว่าส่วนแบ่งกำไรที่ VGI จะรับรู้ในปี 2563 และ 2564 จะเพิ่มขึ้นไปอีก จากยอดส่งสินค้า 1.1 ล้านชิ้นต่อวันในช่วงก่อนหน้านี้ แต่พอช่วง COVID-19 ระบาดในประเทศยอดส่งสินค้าเพิ่มเป็น 2 ล้านชิ้นต่อวัน และปัจจุบันเฉลี่ยที่ 1.5-1.6 ล้านชิ้นต่อวัน

ข้อมูลของ Frost & Sullivan ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยชั้นนำ ระบุว่า “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” เป็นผู้นำการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทยที่เติบโตรวดเร็วที่สุด เมื่อพิจารณาจากปริมาณพัสดุที่จัดส่งโดยเฉลี่ยต่อวัน โดยในปี 2557 – 2562 ปริมาณพัสดุรวมที่ บริษัทฯ ดำเนินการจัดส่ง มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 134.9% และยังเป็นผู้ให้บริการการเรียกเก็บเงินปลายทาง (Cash-on-Delivery) เป็นรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทยเมื่อพิจารณาจากมูลค่าธุรกรรม

ขณะเดียวกัน Frost & Sullivan ยังคาดการณ์ว่า การค้าปลีกผ่านออนไลน์ในปี 2562 – 2567 จะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมที่ 17.3% ต่อปี จากการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วน โดยบริษัทฯ ใช้โมเดลการกระจายพัสดุแบบ Hub-and-Spoke จากศูนย์คัดแยกไปยังศูนย์กระจายพัสดุย่อย เพื่อจัดส่งไปถึงจุดหมายปลายทาง และดำเนินธุรกิจแบบ Asset-Light ด้วยการเช่าทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์คัดแยกพัสดุ รถรับส่งพัสดุ เป็นต้น จึงไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ

ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซมีมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านบาท เติบโตปีละ 8-10% โดยคาดว่าในปีนี้จะมีมูลค่าราว 3.6 -3.7 หมื่นล้านบาท และมีผู้เล่นรายใหญ่คือ ไปรษณีย์ไทย และ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” ซึ่งเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2549 โดยมีบริษัทแม่อยู่ที่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงนั่นคือ Kerry Logistics Network Limited หรือ KLN ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของ Kuok Group ของ “โรเบิร์ต ก๊วก” มหาเศรษฐีชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ซึ่งมีธุรกิจหลากหลาย และที่โดดเด่นได้แก่ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและรีสอร์ท ศูนย์ประชุม ธุรกิจอาหาร ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจเดินเรือและโลจิสติกส์ โดย “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” มีวัตถุประสงค์ระดมทุนเพื่อการขยายเครือข่ายจัดส่งพัสดุด่วนเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ ได้แก่ การเช่าพื้นที่เพื่อเพิ่มจำนวนศูนย์คัดแยกพัสดุ จุดให้บริการ และศูนย์กระจายพัสดุแห่งใหม่ รวมถึงการซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ เพื่อตอบสนองความต้องการของการบริการจัดส่งพัสดุด่วนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ใช้ชำระคืนหนี้ธนาคาร และเป็นทุนหมุนเวียน อีกทั้งมีนโยบายจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 30%

นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่าเคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯถือเป็นบริษัท ที่มีศักยภาพ มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้บริการจัดส่งพัสดุด่วน โดยเมื่อบริษัทฯ นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจและความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน

ที่มา: https://mgronline.com


bono
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 375
Joined: Mon Nov 05, 2012 5:00 pm

Re: KEX

Posts by bono » Wed Sep 09, 2020 7:27 pm

phpBB [video]


Post Reply