รถยนต์ไฟฟ้ากับประเทศไทย

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
narongthb
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1433
Joined: Thu Nov 18, 2010 10:03 pm

Re: รถยนต์ไฟฟ้ากับประเทศไทย

Posts by narongthb » Sat Nov 07, 2020 7:10 pm

https://www.smartsme.co.th/content/242178

จัดมา! “Tesla” พร้อมตั้งฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เดินหน้าขอข้อมูลรัฐบาลเตรียมลงทุน สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม อ้าแขนรับ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวที่เชื่อมโยงระหว่างยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของโลก Tesla และประเทศไทย โดยระบุว่า Tesla มีความมุ่งมั่นที่จะขยายฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้นในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดี และเอื้อประโยชน์ต่อการเข้าไปลงทุน



narongthb
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1433
Joined: Thu Nov 18, 2010 10:03 pm

Re: รถยนต์ไฟฟ้ากับประเทศไทย

Posts by narongthb » Tue Dec 01, 2020 1:12 pm

MG EP ราคา 9.88 แสนบาท
.
เปิดราคาแล้วสำหรับ MG EP รถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นที่สองที่ MG ทำตลาดในประเทศไทย โดยจุดเด่นอยู่ที่ความเป็น Station Wagon ทำให้มีความเอนกประสงค์มากกว่ารถ Sedan ทั่วไป
.
มาพร้อมสมรรถนะ 163 แรงม้า ขับขี่ได้ไกล 380 กม. ซ่อมบำรุงง่ายเพราะแยกโมดูลได้อิสระ ส่วนความปลอดภัยมาทั้งถุงลมนิรภัย และการช่วยเหลือการขับขี่ ค่าบำรุงรักษาช่วง 1 แสนกม. แรกไม่ถึง 8,000 บาท
.
ส่วนรายละเอียดเต็มๆ ติดตามได้ในช่วงบ่ายครับ
#mg #mgep #รถยนต์ไฟฟ้า



miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18113
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: รถยนต์ไฟฟ้ากับประเทศไทย

Posts by miracle » Sat Dec 05, 2020 4:26 pm

คำถามใหญ่คือ รายได้ของรัฐ คือ ภาษีสรรสามิต ที่เรียกเก็บ จากน้ำมัน
แล้วถ้าหากเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แล้ว รัฐเรียกเก็บจากอะไร
งานนี้คำตอบคือ เรียกเก็บจากหน่วยการใช้ไฟฟ้าที่เอามาชาร์จรถยนต์ นั้นเอง
ว่าราคาต่อหน่วยนั้น ต้องบวกเพิ่มไปเท่าไร แต่คงได้น้อยกว่า ภาษีสรรสามิตที่มีอยู่ปัจจุบัน
แถมด้วย บริษัทน้ำมัน มีขนาดใหญ่กว่าบริษัทไฟฟ้า ไม่เพียงแค่นั้น
รัฐวิสาหกิจไฟฟ้า ก็แปลงสภาพไม่ได้ งานนี้เลยหวยไปออกที่ไม่ต้องพัฒนารถไฟฟ้า จนกว่า
ประเทศโดยบีบบังคับว่า ต้องสูญเสีย การเป็น hub ทางรถยนต์ไปก่อน ถึงยอมมานั่งคิดว่า
ทำไมเราเป็นเช่นนี้ หลุดจากเทรนไปได้อย่างไร
:)

:)


narongthb
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1433
Joined: Thu Nov 18, 2010 10:03 pm

Re: รถยนต์ไฟฟ้ากับประเทศไทย

Posts by narongthb » Mon Dec 14, 2020 1:32 pm

การทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วนของ Toyota เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะล่าสุดมีรายงานออกมาว่า Toyota อยู่ระหว่างพัฒนาแบตเตอรี่แบบ Solid State ที่ปิดจุดอ่อนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแบบเดิม และเตรียมเปิดตัวในปี 2021
.
#toyota #รถยนต์ไฟฟ้า #solidstate #brandinside
https://brandinside.asia/toyota-solid-state-battery/



narongthb
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1433
Joined: Thu Nov 18, 2010 10:03 pm

Re: รถยนต์ไฟฟ้ากับประเทศไทย

Posts by narongthb » Mon Dec 14, 2020 8:47 pm

กรุงเทพฯ 14 ธ.ค. – ไทยไปแน่ผลิตรถอีวี เตือนทุกฝ่ายทั้งธุรกิจโรงกลั่นฯ ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ ปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่ ด้าน ก.พลังงาน ระดมสมองฟังความเห็นเป็นแผนพลังงานชาติ รับทั้งเทคโนโลยีใหม่ พลังงานทดแทน ดิจิทัล คาร์บอนเป็นศูนย์ ยอมรับโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงใหม่คงไม่เกิด

กระทรวงพลังงานจัดเวิร์คช็อป “คนพลังงานร่วมใจ สู่ทิศทางไทยในอนาคต” นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ได้ระดม สมองขับเคลื่อน แผนพลังงานชาติ ที่ดูถึงแผน 20 ปี และแผนระยะสั้น 5-10 ปี เป้าหมายจัดทำแผนเสร็จภายในเดือน 6 เดือนข้างหน้า หรือเดือนเมษายน 64 ซึ่งเป็นการปรับแผนรับการเปลี่ยนแปลงของทั้งเศรษฐกิจโลกจากโควิด-19การสร้างความสามารถการแข่งขันของประเทศ การปรับตัวเทคโนโลยีใหม่ เช่น พลังงานทดแทน ยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) , เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ 5G ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงธุรกิจภาคพลังงาน ดังนั้น การจัดทำแผนจะทำให้เห็นภาพว่าธุรกิจต่างๆ ทั้ง โรงกลั่น เชื้อเพลิงชีวภาพ ก๊าซฯ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวอย่างไร

นอกจากนี้ แผนดังกล่าวจะดูไปถึงการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้เป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) ซึ่งไทยจำเป็นต้องกำหนดว่าจะเป็นปีใดหลังจากสหรัฐฯ และยุโรปกำหนดไว้ปี 2050 (ปีพ.ศ.2593) จีนปี 2060 ขณะเดียวกันแผนที่จัดทำจะต้องสอดรับกับนโยบายของอาเซียนที่ได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนเป็นร้อยละ 35 ในปี 2573

“แผนพลังงานฯที่จะจัดทำใหม่นั้นจะไม่มีการพิจารณาเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหินจากที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย(พีดีพี)ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 แต่อย่างใด ขณะเดียวกันจะพิจารณาปลดระวางโรงไฟฟ้าเก่าที่ไม่มีประสิทธิภาพซึ่งจะมีส่วนการลดสำรองไฟฟ้าที่มีสูงขึ้นถึง 30-40% อย่างไรก็ตามสำรองไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบโควิด-19 หากพิจารณาที่อนาคตจะมีรถอีวี รถไฟฟ้า 13 สาย การเข้ามาของเทคโนโลยี 5G ก็จะส่งผลให้การใช้ไฟสูงขึ้นได้สำรองนี้อาจไม่เป็นปัญหาก็ได้ในระยะต่อไป” นายกุลิศกล่าว

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวว่า โควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจทั่วโลกและความต้องการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป ปี 64 สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ หนี้ครัวเรือนที่สูง เงินบาทที่แข็งค่า ส่วนวัคซีนของไทยจะได้รับในกลางปี 64 ดังนั้นการท่องเที่ยวของไทยจะกลับมาสู่ระดับปกติได้ในปี 66-67 ในขณะที่การลงทุนจะต้องปรับตามภาพที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการผลิตอีวี ไทยจะต้องปรับโครงสร้างทั้งพลังงาน และการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รองรับ โดยรัฐบาลกำลังวางแผนเพราะมีทั้งผู้ได้รับผลกระทบและได้รับผลบวกจากส่วนนี้


“รัฐวิสาหกิจของไทย เช่น บมจ.ปตท.ต้องเป็นตัวดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ ในอนาคต ส่วน 3 การไฟฟ้าก็ต้องปรับตัวรับโครงสร้างพลังงานใหม่ ทั้งอีวี ระบบแบตเตอรี่ ESS ซึ่งการที่รัฐวิสาหกิจมีขั้นตอนการอนุมัติที่ล่าช้า บทบาทของเอกชนก็จะมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย และการขายไฟฟ้าระหว่างเอกชนด้วยกัน “นายดนุชา กล่าว


สำหรับธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ในระยะยาว อีวีจะเข้ามาทดแทนน้ำมันเบนซิน ธุรกิจน้ำมันก็จะเหลือเฉพาะดีเซล และน้ำมันอากาศยานเป็นหลัก หรือหากอีวีนำมาใช้ได้ในรถบรรทุก การผลิตดีเซลก็จะลดน้อยลงไปอีก ดังนั้น โรงกลั่นฯก็ต้องปรับตัว


ในส่วนของระบบไฟฟ้า โครงสร้างราคาก็ต้องมีการปรับให้เหมาะสม ตามต้นทุนพลังงานทดแทนและราคา ESS ที่ลดลง ในขณะที่ รถใช้NGV คงหมดไป ในขณะที่ การใช้ไฟฟ้าในส่วนของอีวี และระบบรางจะเพิ่มขึ้น การใช้ไฟฟ้า ยังคงมีต่อเนื่อง และแอลเอ็นจีหรือก๊าซธรรมชาติเหลว จะมีบทบาท ซึ่งการบริหารตลาดก๊าซฯ จึงต้องดูช่วงจังหวะ ว่าหากแอลเอ็นจีตลาดโลกราคาถูกก็ควรนำเข้า แล้วเก็บก๊าซฯในอ่าวไทย เอาไว้ผลิตปิโตรเคมีเป็นหลัก


นาย สมโภชน์ อาหุนัย รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอว่ารัฐบาล ควรจะจัดตั้งกองทุนพลังงานสร้างชาติ 2 ล้านล้านบาท เพื่อรองรับการส่งเสริมอีวี ซึ่งหากเปลี่ยนได้ทั้งหมด รัฐจะประหยัดพลังงานได้ปีละ 1 แสนล้านบาท กองทุนดังกล่าวก็ควรจะมาจากการออกพันธบัตรของรัฐบาล 30 ปี ประโยชน์ที่ได้ก็จะเป็นทั้งเรื่องการลดมลพิษ ลด pm2.5สร้างความสามารถการแข่งขันของประเทศ ซึ่งกองทุนฯส่วนนี้จะนำมาใช้สำหรับการเปลี่ยนระบบเป็นอีวี 2 แสนล้านบาท และ อี 1.8 ล้านล้านบาทนำไปใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ รวมทั้ง ส่วนหนึ่งนำไปเยียวยากับอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ในขณะที่โรงกลั่นฯก็ต้องปรับตัวไปสู่ปิโตรเคมี เช่น Oleochemicals สารเคมีที่เป็นอนุพันธ์ของน้ำมันชีวภาพหรือไขมันชีวภาพ ในขณะที่พืชพลังงาน ก็เน้นการสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ชุมชนเป็นหลัก . – สำนักข่าวไทย



narongthb
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1433
Joined: Thu Nov 18, 2010 10:03 pm

Re: รถยนต์ไฟฟ้ากับประเทศไทย

Posts by narongthb » Thu Jan 14, 2021 9:05 pm

กรณีศึกษา สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากรถยนต์ไฟฟ้า วิ่งเต็มถนนเมืองไทย - MarketThink
อีก 9 ปีข้างหน้า ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ในไทยจะต้องมีกำลังผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 30%
อธิบายง่ายๆ คือสมมติค่ายรถยนต์ มีกำลังผลิต 1 ล้านคัน ก็จะต้องผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 3 แสนคันต่อปี

โดยเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทาง BOI หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตั้งเป้าหมายไว้

แต่.. รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า บนถนนเมืองไทยรวมกันแค่ 180,000 คัน
ขณะที่ รถยนต์ทั้งหมดบนท้องถนน มีประมาณ 40 ล้านคัน
อธิบายให้เห็นภาพคือ หากมีรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป 200 คันบนถนน
ก็จะมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพียงแค่ 1 คัน..

เพราะฉะนั้น คำตอบที่ได้ในตอนนี้คือ
ท้องถนนเมืองไทย ยังห่างไกลจากภาพที่วาดฝันไว้

พอเรื่องเป็นแบบนี้ ก็เลยทำให้ BOI หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
มีนโยบายกระตุ้นให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ ที่มีฐานการผลิตในบ้านเรา หันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้นกว่าเดิม
ด้วยมาตรการส่งเสริมและสิทธิประโยชน์มากมาย
จากเดิมช่วง 2 ปีที่แล้ว ก็มีนโยบายส่งเสริม แต่อาจยังไม่ดึงดูดใจค่ายผู้ผลิตรถยนต์

มาตรการที่น่าสนใจครั้งนี้ก็คือ
ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ อาจไม่ต้องจ่ายภาษีนิติบุคคล 3 ปี เมื่อลงทุนในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป
และหากลงทุนเพิ่ม มีการตั้งโรงงานในไทยผลิตชิ้นส่วนสำคัญในการประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
ก็จะได้สิทธิประโยชน์เพิ่ม อาจไม่ต้องจ่ายภาษีนิติบุคคลสูงสุดถึง 8 ปี
(เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียด)

ทำให้สิ่งที่เราจะเห็นในปีนี้และปีถัดๆ ไป
คือค่ายรถยนต์ต่างๆ จะเปิดตัว EV Car และ Plugin Hybrid กันมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว

ซึ่งแนวโน้มก็น่าจะมีราคาขายที่ถูกลงเรื่อยๆ เพราะนอกจากนโยบายกระตุ้นของภาครัฐแล้วนั้น
เมื่อมีกำลังการผลิตที่มากขึ้น ก็ย่อมทำให้ต้นทุนในการผลิตถูกลงตามหลัก Economies of scale

สิ่งที่ตามมาก็คือ ในทุกๆ ปี จำนวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นบนท้องถนนเมืองไทย
แล้วเรื่องนี้ก็จะทำให้หลายๆ อย่างเปลี่ยนแปลง อย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

สิ่งแรกสุดคือเราอาจจะเห็นร้านสะดวกซื้อ, คอนโดมิเนียม, ศูนย์การค้า
มีธุรกิจใหม่คือบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้า

และแน่นอนบริษัทพลังงานต่างๆ ที่ทำธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน ก็กำลังเริ่มปรับตัว
เราคงได้ยินว่า ปตท. เริ่มทดลองให้บริการชาร์จไฟฟ้าใน 25 ปั๊มน้ำมัน และกำลังมีแผน ที่จะเพิ่มบริการขึ้นอีก

ขณะที่ สถานีบริการน้ำมันอื่นๆ ก็มีนโยบายเดินตามรอยเท้านี้เหมือนกันหมด

เรื่องนี้ความน่าสนใจมันอยู่ที่พฤติกรรมคน เพราะไม่ว่าจะเป็นคนขับ EV Car หรือ Plugin Hybrid
หลายคนน่าจะชาร์จพลังงานไฟฟ้าตอนที่รถจอดนิ่งๆ อยู่ที่บ้านหรือที่ทำงาน
การจะชาร์จพลังงานจาก สถานีบริการน้ำมัน หรือที่อื่นๆ น่าจะเป็นในยามฉุกเฉินจริงๆ

สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นและเป็นการ “แก้เกม” ของกลุ่มธุรกิจพลังงาน
ก็คือต้องพัฒนาเทคโนโลยีชาร์จไฟฟ้าที่รวดเร็วกว่าการชาร์จจากที่อื่นๆ

และที่สำคัญที่สุดก็คือ ราคา ก็ต้องถูกกว่าชาร์จจากที่อื่นๆ ด้วย
ซึ่งน่าจะเป็นการบ้านข้อใหญ่ ที่กลุ่มบริษัทพลังงานกำลังเร่งมือคิดค้น ณ ตอนนี้

ขณะเดียวกัน อู่ซ่อมรถต่างๆ ก็ต้องปรับตัวจากที่เคยซ่อมเครื่องยนต์สันดาป ที่มีอะไหล่มากชิ้น
แต่เมื่อต้องมาซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า ที่ระบบหลายๆ อย่างขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
ซึ่งทำให้มีชิ้นส่วนอะไหล่ในการซ่อมน้อยกว่า ก็น่าจะทำให้ อู่ซ่อมรถเหล่านี้ มีรายได้น้อยลง

ที่น่าสนใจก็คือ หากรถยนต์ไฟฟ้า เกิดขึ้นในอนาคต
การใช้ชีวิตของเราก็อาจเปลี่ยนไป

เราอาจจะต้องติดตั้ง App ไว้ใช้สารพัดการสั่งงาน และตรวจสอบสภาพรถยนต์
เหมือนอย่างที่ MG ทำให้เห็นมาแล้ว

หรือ เราอาจจะดึงพลังงานไฟฟ้าของรถยนต์ มาใช้ในบ้านเหมือนอย่างที่ Mitsubishi Motors
ที่ใส่ฟังก์ชันนี้ให้แก่รถรุ่น Outlander PHEV

จนถึงอนาคต เราอาจจะมีระบบ AI อัจฉริยะที่ไว้ใจได้
มาช่วยขับรถให้ โดยเราแค่นั่งอยู่เฉยๆ ก็จะถึงปลายทางที่ปักหมุดไว้บน App

โดยมีการคาดการณ์ว่า วันที่เมืองไทยจะมีรถยนต์ไฟฟ้า EV Car และ Plugin Hybrid
วิ่งบนถนนราวๆ 50% หรือ 20 ล้านคันขึ้นไป อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 15 - 16 ปี เลยทีเดียว

และหากวันนั้นมาถึง ภาพถนนเมืองไทย จะไม่ใช่เหมือนอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้
เพราะรถประเภทนี้ “ไร้เสียง ไร้ควัน”

ตาของเรา แทบจะมองไม่เห็นควันดำ
จมูกของเรา แทบจะไม่ได้สูดควันพิษ
หูของเรา แทบจะไม่ได้ฟังเสียงดัง จากเครื่องยนต์

และนั่น อาจกลายเป็นถนนในฝัน ที่คนไทยทุกคนโหยหามาตลอด ก็เป็นได้..

#รถยนต์ไฟฟ้า
----------------------------------
อ้างอิง :
-ข่าวประชาสัมพันธ์ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จํากัด
-ข่าวประชาสัมพันธ์ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด
-https://news.thaipbs.or.th/content/298177
-https://chargerod.com/ev-station/534/



User avatar
luckyman
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2062
Joined: Sat Jun 07, 2008 10:36 pm

Re: รถยนต์ไฟฟ้ากับประเทศไทย

Posts by luckyman » Thu Jan 14, 2021 9:43 pm

เหมือนอ่านข่าวผ่านๆ เห็นว่าเทสล่ากำลังจะไปตั้งโรงงานที่อินเดีย

ผมว่าถ้าไทย ไปคุยให้เทสล่ามาตั้งโรงงานก็น่าสนใจนะครับ win-win ทั้งคู่เลย

website for the value investor
=> https://hoonapp.com


User avatar
luckyman
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2062
Joined: Sat Jun 07, 2008 10:36 pm

Re: รถยนต์ไฟฟ้ากับประเทศไทย

Posts by luckyman » Sat Jan 16, 2021 9:19 am

นอร์เวย์” เป็นประเทศแรกในโลก ที่คนเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเกิน 50% ในปี 2020

https://positioningmag.com/1314377

website for the value investor
=> https://hoonapp.com


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18113
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: รถยนต์ไฟฟ้ากับประเทศไทย

Posts by miracle » Sun Jan 17, 2021 1:43 pm

แผนพัฒนาชาติ 20 ปี ซึ่งปรับปรุงหลังจากผลกระทบของโควิค 19 นั้น เริ่มเห็น ว่ารัฐให้ความสำคัญของรถไฟฟ้า
คำถามคือ แล้วคนที่ลงทุนรถยนต์ประเภทอื่นๆก่อนหน้านี้แหละ
แล้ว รายได้ของรัฐในรูปภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะจัดเก็บผ่าน การไฟฟ้านครหลวง /การไฟฟ้าภูมิภาค อย่างไร
เพราะ ก่อนหน้านี้มีประกาศของการไฟฟ้าภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวงเรื่องการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสำหรับสถานีชาร์จของรถไฟฟ้าออกมาแล้ว
คำถามคือ ถ้าเป็นแบบนั้น รัฐได้เงินผ่านการส่งเงินของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าภูมิภาค เพียงพอ/ทดแทนภาษีสรรพสามิตน้ำมันแล้วใช่ไหม

คำถามต่อมาคือเมื่อมีรถไฟฟ้าแล้ว รถยนต์ที่สันดาบ ทำลายทิ้งหรือ ส่งออกรถใช้แล้วอย่างไร
ต้องมีโรงงานทำลายแยกซากรถยนต์ไหม /มีการส่งออกรถยนต์สันดาบใช้งานแล้ว ให้กับใครต่อไป
ในเมือประเทศต่างๆในโลกก็รณรงค์ไปรถไฟฟ้ากันหมด

ส่วนเรื่องสภาพอากาศ ก่อนหน้านี้ อากาศหนาว PM 2.5 ก็มา ทันที ผู้ร้ายคือรถยนต์ แต่รอบนี้ (13-17 Jan 2021) ในช่วงโควิค 19 รอบนี้ประมาณการเดินทางลดลง แต่ทว่า ปริมาณค่า PM 2.5 นั้นเป็นมากกว่าม่วงไปได้ คือเกิน 300 ไปได้
แล้วจริงๆแล้ว มันเป็นที่อะไรสำหรับ PM 2.5 จาก คอนโดที่สร้างขวางเส้นทางลม หรือ กิจกรรมอื่นๆที่เราทำกัน ที่ไม่ใช่เรื่องการเดินทางโดยใช้รถยนต์สันดาบภายใน ก็น่าคิด

เรื่องที่อ้างกัน ต้องศึกษาอีกซักพักว่า มันคืออะไรเป็นต้นเหตุกัน
สุดท้ายคือไปสรุปกันที่ เรื่องการกีดกันทางการค้า ในรูปแบบอื่นๆหรือไม่ รอติดตามดูกันต่อไป
:)

:)


Post Reply