Page 1 of 1

GVREIT

Posted: Mon Feb 17, 2020 12:32 pm
by mezzo

Re: GVREIT

Posted: Mon May 31, 2021 12:21 pm
by PK-TYW
คุยกับทางirมานะครับ
-มี2 office คือpark ventureแยกเพลินจิต กับ สาทรสแควร์ Prime areaทั้งคู่
-ราคาตกลงมา40%กว่าๆ ราคาปัจจุบันต่ำกว่าnav,bv, yieldเกือบๆ8%
-occลดลงเล็กน้อยปัจจุบันประมาณ95% , สาเหตุเพราะผู้เช่าขอลดspaceเช่าที่เล็กลงและยังเช่าที่ต่อเหมือนเดิม
-Cash collectionไม่มีปัญหาเก็บกันเดือนต่อเดือนได้ตลอด ลูกค้าที่มีปัญหาเช่นพวกretailก็ให้ส่วดลดกับเค้าและจ่ายค่าเช่ากันได้
-yieldเกือบๆ8%คือการจ่ายปันผลจากการดำเนินงาน90% ไม่ได้มีปันผลพิเศษหรือเอากำไรสะสมมาจ่าย อนาคตก็คาดว่าจะจ่ายได้ต่อเนื่องแบบนี้

Re: GVREIT

Posted: Tue Jun 01, 2021 9:34 pm
by jokerz
https://www.ryt9.com/s/iq05/3171143

จากข่าวนี้มีผู้เช่ารายใหญ่ 10 ราย ครบสัญญาปีนี้ ทำเล ผมว่าดีทั้ง 2 แห่ง อายุยังพอมีประมาณเกือบ 20 ปี แต่สถานการณ์แบบนี้ + เทรนด์ WFH มีโอกาสที่ผู้เช่าจะไม่ต่อ แล้วหาผู้เช่าใหม่ไม่ได้ มีท่านใดมีมุมมองต่อข่าวนี้มั้ยครับ

Re: GVREIT

Posted: Thu Jun 03, 2021 10:03 am
by soros
ผมมองว่าถ้าจะลงทุน REIT ที่เป็น สนง ให้เช่า ส่วนตัวผมมอง TPRIME น่าลงทุนที่สุดแล้ว
เพราะทำเลตึกที่เป็น FH แถว interchange BTS-MRT อโศก ราคาที่ดินใกล้เคียงกับราคา
Mktcap+หนี้ แถม Yield ช่วงโควิดอยู่ 6% หลังโควิดปี 2023 Yield กลับไป 8% ได้ เพราะ
ค่าเช่า สนง ต่ำกว่าตึกเกรด A ทั่วไป ส่วนตึกที่เป็น LH ยังมีเวลาเหลือ 14 ปี ลองคำนวณ
IRR ดูครับ ว่า TPRIME หรือ GVREIT ตัวไหนสูงกว่ากัน

Re: GVREIT

Posted: Tue Jun 08, 2021 9:37 pm
by jokerz
ถามทั้ง 2 คนนะครับ
ถามนิดนึง
1. ปกติการจ่ายเงินคืน XN มันเข้าบัญชีเดียวกับปันผลมั้ยครับ
2. มันมีหลักการจ่ายไงบ้างครับ GVREIT ผมไม่เห็นจ่ายเลย
3. ห่วงเทรนด์ E-COMMERCE กับ WFH มั้ยครับ

Re: GVREIT

Posted: Wed Jun 09, 2021 10:57 am
by soros
jokerz wrote:
Tue Jun 08, 2021 9:37 pm
ถามทั้ง 2 คนนะครับ
ถามนิดนึง
1. ปกติการจ่ายเงินคืน XN มันเข้าบัญชีเดียวกับปันผลมั้ยครับ
2. มันมีหลักการจ่ายไงบ้างครับ GVREIT ผมไม่เห็นจ่ายเลย
3. ห่วงเทรนด์ E-COMMERCE กับ WFH มั้ยครับ
1. XN XD เข้าบัญชีออมทรัพย์เดียวกัน
2. ดูงบดุล XD จ่ายจากกำไร ถ้ากำไรสะสมไม่มี ซึ่งมีสาเหตุมาจาก
ด้อยค่าจากการประเมิน จะจ่ายเป็น XN แทน
3. ตลาด สนง ให้เช่า อนาคตไม่สดใส เพราะ supply เพิ่ม แต่ demand
ลด แต่ผมมอง REIT เป็นลูกผสม หุ้นกู้+หุ้น ถ้า yield ราว 4-5% และ
เป็น FH แถมทำเล CBD อนาคตน่ามีคนมาซื้อตึกปิดกอง ให้ผลตอบแทน
ที่ดีได้ครับ

Re: GVREIT

Posted: Wed Jun 09, 2021 11:17 am
by jokerz
ขอบคุณนะครับ ถามอีกนิดแบบนี้คือ TPRIME มีการประเมินด้อยค่าหรอครับ

Re: GVREIT

Posted: Wed Jun 09, 2021 11:18 am
by jokerz
ขอบคุณนะครับ ถามอีกนิดแบบนี้คือ TPRIME มีการประเมินด้อยค่าหรอครับ

Re: GVREIT

Posted: Thu Jun 10, 2021 9:43 am
by soros
jokerz wrote:
Wed Jun 09, 2021 11:18 am
ขอบคุณนะครับ ถามอีกนิดแบบนี้คือ TPRIME มีการประเมินด้อยค่าหรอครับ
คำว่า ประเมินด้อยค่า หมายถึงราคาสินทรัพย์ไตรมาสนี้ เทียบ กับ ไตรมาสก่อน
ถ้าราคามันต่ำลง (เหมือนราคาหุ้นติดลบ) ไม่ใช่เทียบกับราคาทุน
ไตรมาส 1Q64 TPRIME มีการประเมินด้อยค่าราว -45 ลบ ครับ

Re: GVREIT

Posted: Thu Jun 10, 2021 10:16 pm
by jokerz
ขอบคุณมากครับ

Re: GVREIT

Posted: Mon Jun 14, 2021 3:07 pm
by PK-TYW
soros wrote:
Thu Jun 03, 2021 10:03 am
ผมมองว่าถ้าจะลงทุน REIT ที่เป็น สนง ให้เช่า ส่วนตัวผมมอง TPRIME น่าลงทุนที่สุดแล้ว
เพราะทำเลตึกที่เป็น FH แถว interchange BTS-MRT อโศก ราคาที่ดินใกล้เคียงกับราคา
Mktcap+หนี้ แถม Yield ช่วงโควิดอยู่ 6% หลังโควิดปี 2023 Yield กลับไป 8% ได้ เพราะ
ค่าเช่า สนง ต่ำกว่าตึกเกรด A ทั่วไป ส่วนตึกที่เป็น LH ยังมีเวลาเหลือ 14 ปี ลองคำนวณ
IRR ดูครับ ว่า TPRIME หรือ GVREIT ตัวไหนสูงกว่ากัน
พอทราบไหมครับทำไมปี60-62 ถึงจ่ายปันผลน้อยจัง ดูในset yield .6%-3%

Re: GVREIT

Posted: Mon Jun 14, 2021 11:11 pm
by mezzo
5 ข้อดีสุดๆจากการทำงาน work from home
1. ชุดนอน คือ ชุดทำงานของคุณ
หลายคนเลือกที่จะใส่ชุดนอนแทนชุดทำงาน ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเพราะหากคุณต้องทำงาน work from home แบบที่ไม่ต้องการประชุมผ่านวิดีโอ หรือคุณต้องเดินทางไปข้างนอก ชุดนอน = ชุดทำงาน ตอบโจทย์คนขี้เกียจนั่นเอง (แต่ต้องอาบน้ำด้วยนะ)
2. ลดการขัดจังหวะในการทำงาน
เป็นเรื่องปกติในที่ทำงาน คุณอาจโดนขัดจังหวะในการทำงานจากอุปสรรคหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการต้องเข้าประชุมด่วนกับเจ้านาย ผู้บริหาร หรือแผนกอื่นๆ รวมไปถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องอื่นๆอีกมากมาย การ work from home ทำให้คุณเลี่ยงเรื่องดังกล่าวได้ดีทีเดียว จริงๆแล้ว คุณจะทำงานได้มากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป
3. ยืดหยุ่นในการทำงาน
การทำงานแบบ work from home ช่วยให้คุณมีเวลาทำอย่างอื่นเพิ่มเติมระหว่างวันมากยิ่งขึ้น ตราบใดที่ไม่กระทบกับการทำงานหลักๆของคุณ หากคุณสามารถเคลียร์งานให้เสร็จเป็นอย่างๆ หรือแพลนและจบงานได้ คุณสามารถแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นได้ เช่น จ่ายค่าสาธารณูปโภค ซื้อของตามห้างสรรพสินค้า รวมถึงการพักผ่อนอื่นๆ
4. เลือกทำหลายอย่างได้ขณะประชุม
เมื่อการประชุมทางไกลส่วนใหญ่ หลายๆคนเป็นเพียงผู้นั่งฟังเพียงอย่างเดียว คุณสามารถเลือกสลับไปทำงานร่วมกันระหว่างฟังการประชุมด้วยก็ได้ ต้องให้แน่ใจว่าในการประชุมนั้นๆไม่ได้มีเรื่องสำคัญที่คุณควรต้องฟังและมีการตัดสินใจ
5. work from home คือสถานที่คุณอยากทำอะไรก็ทำได้
คุณเคยใช่ไหม ทำงานจนเครียด จนอยากตะโกนออกมาดังๆ ? เปิดเพลงฟังตามใจชอบผ่านลำโพงพร้อมเร่งเสียงตามใจชอบ นี่คือสิ่งที่คุณไม่สามารถทำได้จากการทำงานในออฟฟิศ คุณอาจจะเลือกนั่งทำงานที่โต๊ะหน้าบ้าน ไปจนถึงในห้องนอนก็แล้วแต่คุณ บางคนอาจเลือกห้องครัวเป็นสถานที่ทำงานหลัก เพราะสามารถรับประทานอาหารเมื่อหิวได้ทุกเวลา


5 ข้อเสียจากการทำงานแบบ work from home
1. เหงา และเบื่อ
แม้ว่าจะมีแอพพลิเคชั่นในการทำงานแบบ work from home หลากหลายแบบที่ช่วยให้คุณทำงานได้ดียิ่งขึ้น แต่เชื่อเถอะว่า คุณจะต้องรู้สึกเหงาและเบื่ออย่างแน่นอน เมื่อการเปลี่ยนจากการพักเที่ยงไปหาข้าวกลางวันกินกับเพื่อนๆหรือทักทาย คุยกันระหว่างหรือข้ามแผนก ขอแนะนำให้คุณหาเวลาพักระหว่างการทำงานหรือหลังเลิกงานออกไปข้างนอกเพื่อผ่อนคลายความรู้สึกดังกล่าว
2. ที่ทำงาน = บ้าน
ถ้าคุณยังจำความรู้สึกเมื่อคุณเสร็จงานและกลับบ้านได้ การ work from home จะไม่มีสิ่งนั้นให้คุณได้รู้สึกอีกต่อไป คุณอาจโดนตามงานนอกเหนือเวลาที่กำหนดไว้ (เพราะทุกคนก็คาดหวังว่าเมื่อทำงานที่บ้าน คุณสามารถเตรียมพร้อมทำงานได้เสมอ ถึงแม้จะอยุ่นอกเหนือเวลางาน) ลองกำหนด to do lists เพื่อบริหารเวลาและทำให้เสร็จในแต่ละวัน เพื่อที่จะได้มีเวลาพักผ่อนในการทำงานบ้าง
3. บ้าน = ที่ทำงาน
การทำงาน work from home ทำให้คุณต้องทำงานแบบเคร่งครัดตลอดชั่วโมงการทำงาน หลายคนที่อยู่คนเดียวอาจไม่ได้พบแสงเดือนแสงตะวันภายนอกเลยก็มี อย่าลืมให้เวลาตัวเองพักผ่อนบ้าง แบ่งเวลาในการทำงานแบบ 25-5 เมื่อกำหนดตารางการทำงานแล้ว ลองจัดเวลาให้กับตัวเองเป็นช่วง ช่วงละ 30 นาที โดยใช้เทคนิคโพโมโดโร คือ กำหนดว่าทุก ๆ 25 นาที จะต้องพัก 5 นาที เพื่อให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลายไม่เครียดจนเกินไป สิ่งสำคัญคือ “สายตา” เพราะเราไม่ควรทำงานอยู่หน้าจอตลอดทั้งวัน ต้องมีการพักสายตาจากหน้าจอเป็นระยะ รวมถึงลุกจากเก้าอี้บ่อยๆ เพื่อป้องกันออฟฟิศซินโดรม
4. ไม่มี IT คอยช่วยเหลือตลอดเวลา
ปัญหาใหญ่สำหรับใครหลายๆคนที่ทำงาน work from home คือเรื่องของใช้โปรแกรมต่างๆ (อาทิ แอพลิเคชั่นสำหรับ work from home ในการทำงานหรือประชุมทางไกล) หรือปัญหาการทำงานผ่านระบบ VPN ซึ่งอาจจะเกิดการล่ม ทำให้ไม่สามารถดูข้อมูลส่วนกลางได้นั่นเอง หรือรวมถึงปัญหาด้านฮาร์ดแวร์ผ่านคอมพิวเตอร์/แล็ปท็อปซึ่งทำให้คุณไม่สามารถทำงานต่อได้นั่นเอง 
5. ขาดแรงบันดาลใจ
การทำงานที่บ้าน คุณต้องเจอกับอุปสรรคที่ทำให้คุณขี้เกียจและไม่อยากทำงานหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นซีรีย์เรื่องโปรด เครื่องเกมส์แบบต่างๆ หรือแม้กระทั่งเตียงนอนที่ชวนให้คุณอยากพักผ่อนตลอด ต่างจากการทำงานที่ออฟฟิศที่คุณอาจโดนเจ้านายเรียกหรือตามงานอยู่บ่อยๆ การทำงานที่บ้านคุณจะไม่มีคนคอยกระตุ้นการทำงานอย่างแน่นอน นอกเสียจากการโดนตามงานผ่านไลน์หรืออีเมลล์ บางคนถึงขนาดโดนตามงานจากปลายสายโทรศัพท์เลยก็มี

ที่มา : https://th.jobsdb.com/th-th/articles/%e ... kfromhome/

Re: GVREIT

Posted: Mon Jun 14, 2021 11:21 pm
by mezzo
ราคาย้อนหลังไป 1 ปีในกลุ่มproperty fund & reits ครับ
เทียบกลับSETและแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม