Page 1 of 1

Investment Themes & Outlook for 2020 By Principle

Posted: Fri Feb 07, 2020 7:55 pm
by amornkowa
Investment Themes & Outlook for 2020
Win Phromphaet ,Principle Asset Management

คุณวินมาพูดถึงThemes ในการลงทุนปี 2020 ไว้ว่ามีทั้งหมด 4 หัวข้อ ได้แก่
1.Risk Velocity
2.Technology
3.ESG
4.Asia Rising

ซึ่งวิทยากรจากต่างประเทศมาพูดถึงเนื้อหาของแต่ละหัวข้อ

1.Risk Velocity
คุณ Seema Shah Chief Strategist ของ Principal พูดถึง ภาวะที่ราคาสินทรัพย์กับทิศทางเศรษฐกิจไม่ไปด้วยกัน
ทำให้ตลาดหุ้นผันผวนมากขึ้น และ ผันผวนด้วยอัตราเร่งที่สูงขึ้น นอกจากนี้ Fund Flow จาก ETFs มีส่วนทำให้ตลาดหุ้นผันผวนมากขึ้น
เช่น ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ตอนปี2018 ตลาดหุ้นไม่ดี แต่กำไรเติบโต แต่พอปีที่แล้ว ตลาดหุ้นดี แต่กำไรบริษัทจดทะเบียนเริ่มไม่ดี และต่อเนื่องถึงปีนี้

2.Technology
คุณ Sunita VP จาก BlackRock ได้พูดถึงโอกาสในการลงทุนว่า
เนื่องจากปี 2018เป็นปีแรกที่คนใช้internetมากกว่า50%ของประชากรโลก
และ 75% fastmove เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่หน้าจอมือถือ
พร้อมกับ อุปกรณ์ที่ต่อกับinternet ก็พร้อมมากขึ้น และ
ส่วนของHealth care service คนแก่เยอะขึ้นและสุขภาพไม่ดี
ทำให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น

3.ESG นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาลมากขึ้น

สถาบันเริ่มให้ความสำคัญกีบเรื่องนี้มากขึ้น และเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้มากขึ้น

4.Asia Rising
ทวีปเอเชีย โดยเฉพาะจีนและอินเดีย เคยเป็นผู้นำก่อน ปี 1980 และต่อมาเกิดปฏิวัติอุตสาหกรรม
ความเป็นผู้นำย้ายมาที่ฝั่งตะวันตก พอปี2000 จีนและอินเดียเริ่มมีบทบาทมากขึ้น กำลังทวงคืนความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก
ประธานาธิบดี สีเจี้ยนผิง ประกาศในวันรับตำแหน่งว่า จีนจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วในปี 2049 และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Robots,AI

นี่เป็นช่วงเปิดตัวThemesของทาง Principle เดี่ยวคราวหน้าจะมาเจาะลึกมากขึ้นว่ากองทุนไหนของPrincipleจะตอบโจทย์ในแต่ละThemeกันครับ

ขอขอบคุณ คุณวิน ที่ให้โอกาสมารับฟังข้อมูลที่เป็นประโยขน์ต่อการลงทุนนะครับ

Re: Investment Themes & Outlook for 2020 By Principle

Posted: Fri Feb 07, 2020 7:56 pm
by amornkowa
Portfolio Management มีส่วนช่วยในเรื่องผลตอบแทนอย่างไร
By Seminar Knowledge

ท่านทราบไหมว่า ปัจจัยอะไรส่งผลต่อความสำเร็จในการลงทุนของคนธรรมดาทั่วๆไป
เทคนิค จับจังหวะการลงทุน หรือ การเลือกหุ้นที่ดี ใช่ไหม
ถ้าเลือกปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง ก็อาจจะประสบความสำเร็จได้ถ้าเป็นนักลงทุนที่เก่งมากๆ
แต่ถ้าเป็นนักลงทุนธรรมดา ปัจจัยทั้งสองอันมีผลน้อยมาก
การจัดสัดส่วนสินทรัพย์ในportfolio ให้เหมาะสมกับการลงทุนแต่ละท่านต่างหาก
ที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการลงทุน มีส่วนในอัตรา91.5%เลยทีเดียว

Theme การลงทุนแบบ Risk Velocity ซึ่งคุณPanitiจากPrinciple มาพูดถึง
ผลตอบแทนและความเสี่ยงของสินทรัพย์ของAssetแต่ละอัน
เริ่มจาก Money Market ผลตอบแทนและความเสี่ยงต่ำสุด จนถึง
ทองคำ ผลตอบแทนและความเสี่ยงสูงสุด

การจัดสินทรัพย์เป็นเรื่องสำคัญ
ตัวอย่างเช่น กบข ซึ่งทำหน้าที่บริหารเงินให้พนักงานรัฐวิสาหกิจ
พนักงานตอนอายุน้อย ก็สามรถเลือกแผนที่มีสัดส่วนหุ้นได้เยอะ
เพราะรับความเสี่ยงได้สูง ผลตอบแทนก็สูงตามไปด้วย

แต่ถ้าอายุมากขึ้น ก็มีแผนที่สามรถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนในหุ้นได้โดยอัตโนมัติ
โดยสมาชิกแค่เลือกตั้งแต่แรก ทาง กบข จะดำเนินปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนโดยอัตโนมัติให้
เพราะได้ประสบการณ์จากตอนช่วงวิกฤต เดือน กย แต่คนที่เกษียณในเดือน ตค เงินหายไปเยอะ
เพราะเมื่อก่อน มีแผนการลงทุนแผนเดียว ถือหุ้นในสัดส่วนเกือบ10% ก็เลยถอนไม่ทันตอนเกษียณ

ทางPrincipleก็มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดสินทรัพย์ของกองทุนibalance
เมื่อก่อน จะมีแต่ลงทุนในหุ้น และตราสารหนี้
เป็นnew strategy เน้นลงทุนmulti asset โดยเพิ่ม หุ้นต่างประเทศ Reits ทองคำ เข้าไป
ทำให้ รักษาผลตอบแทนได้ดี แต่ความเสี่ยงลดลง
แต่ละสินทรัพย์ก็มีคุณสมบัติต่างกันดังรูป บางครั้งหุ้นตก ทองขึ้น บางครั้งหุ้นขึ้น ทองลง reitsขึ้น
ส่วนตราสารหนี้ความผันผวนก็น้อย ถ้าจัดสัดส่วนดีๆ ก็จะบดความผันผวนของกองได้

อีกกอง Target Date Fund ก็ให้ผลตอบแทนที่ดี โดยที่ความเสี่ยงและความผันผวนต่ำกว่า
กองทุนผสม

คราวหน้าจะมาเรียนรู้ในThemeถัดไป เพื่อจะได้นำมาใส่ในportได้อย่าวเหมาะสมครับ