AGM 2563

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Toro149
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 466
Joined: Fri Oct 05, 2012 10:38 am

Re: AGM 2563

Posts by Toro149 » Wed Jul 01, 2020 1:16 am

ASN AGM 2020
30/06/2020 10:00

+ ผู้ร่วมประชุม 47ราย มาด้วยตนเอง 19ราย คิดเป็นจำนวนหุ้น 81%

วาระ 1
+ รับรองรายงานการประชุมวิสามัญ เมื่อ 27/11/2020

วาระ 2
+ ผลการดำเนินงาน ปี62
+ asn ทำนายหน้าประกันภัย มีบ.ลูก asn life กับได้เงินดอทคอม
+ รายได้รวม +16% เน้นขายประกันรถยนต์
+ asn life ลดลง เพราะมีการหยุดขายรายใหม่ตั้งแต่ q3
+ ได้เงินดอทคอม +13ล้าน จาก 10ล้าน รายได้ดอกเบี้ย +9ล้าน จาก 15ล้าน
+ กำไรขั้นต้น +10% กำไรสุทธิ +38%
+ เบี้ยประกันรถ สัดส่วนปีแรก 31% ปีต่อ 69%
+ ช่องทางออนไลน์เพิ่มจาก 2% เป็น 9%
+ ประกันปีแรก สัดส่วนออนไลน์เพิ่มเป็น 37%
+ ได้เงิน เงินกู้สะสม 686ล้าน ได้ค่าบริการจับคู่สินเชื่อ 3% npl 0.98%
+ ตั้งแต่สิงหา หยุดการลงทุนในได้เงิน
+ ได้เงินเริ่มทำกำไรได้ มิย จนปิดปีกำไรได้ ตอนนี้เข้า sandbox
+ ออนไลน์ อู้หู มีมากกว่าพร้อม แต่ตั้งใจให้โตทั้งคู่

ปี63 q1
+ รายได้รวมลดลงจากประกันชีวิต ดอกเบี้ยลดจากหยุดปล่อยได้เงิน
+ ที่ต้องหยุดปล่อยในได้เงิน เพราะอาจจะมีคอนฟลิก เงินลงทุนทยอยเอากลับ
+ เงินให้กู้ยืมเหลือ 144ล้าน จากประมาณ 200ล้าน
+ ผถห อยากให้เอาสไลด์ที่แยกรายได้ ลงใน md&aด้วย
+ กำไร ลดลงจากมาตรฐานบัญชี 15 2ล้าน และคชจบริการเพิ่ม 2.62ล้าน จากตัดหนีสูญของได้เงิน
+ เบี้ยรถ เพิ่ม 30ล้าน จาก 110ล้าน สัดส่วนปีแรกเป็น 39% สัดส่วนออนไลน์เป็น 50%
+ ได้เงิน หยุดจับคู่สัญญาใหม่ตั้งแต่ 27มค63 สิ้นq1 npl 1.93%
+ ประกันโควิด เริ่มขายปลายกพ 2หมื่นกรมธรรม 8-9ล้าน
+ ได้ไลเซ่น p loan คาดว่าจะปล่อยกู้ 500ล้าน ปล่อยปีนี้ร้อยกว่าล้าน ที่เหลือปีหน้า
+ มีการพักชำระหนี้ ประมาณ 10%ของพอร์ต
+ ประกันออนไลน์ ปิดการขายออนไลน์ ใช้แบรนด์อู้หู บริษัทส่วนใหญ่ใช้เทเลโทรปิด
+ ออนไลน์ ยอดต่อ 80%
+ เบี้ยรถ เพิ่มเพราะปริมาณกรมธรรม ช่วงนี้ลดราคา บางคนเปลี่ยนจากชั้น 1 เป็น 2+
+ ถ้าคนมาทำออนไลน์เยอะๆจะเป็นยังไง ตอบ ถือว่าดี เพราะทำให้ลูกค้าคุ้นกับการทำเอง ไม่ต้องคุยกับคน
+ ถ้าประกันทำเอง จะได้ยี่ห้อเดียว คนซื้อเทียบไม่สะดวก
+ มองว่าอู้หูเป็นเทค ไม่ไช่ธุรกิจนายหน้า ถ้าคิดแบบนายหน้าต้องเอาเทเลโทรไปปิด
+ รถจะยอดตกไหม ตอบ ตลาดยังใหญ่มาก 2แสนล้าน ไว้รายได้หมื่นล้าน
+ ประกันชีวิต ใช้แรงงานเยอะ ไว้อู้หูทำรถสำเร็จจะมาทำ หลังเลิกขายแล้ว
+ โควิด ทำช้าไปนิด เพราะต้องการให้เป็น fully online ต้องใช้ api ได้กรมธรรมทันที แต่ในตลาดไม่มีคนซัพพอต ตอนนี้ยังไม่มีคนเคลม
+ เราขอใบอนุญาติของได้เงิน เพื่อต้องการทำ p2p แต่กฎหมายออกมาทีหลังว่าผู้ถือหุ้นห้ามลงทุน และใบอนุญาติจำนำทะเบียนก็เป็นอีกใบ เลยตัดสินใจหยุด แล้วเอาเงินของ asn มาปล่อยจำนำทะเบียนก็ได้
+ p2p ติดเรื่องเดียว ที่ผู้รักษาทรัพย์สิน ซึ่งคือธนาคาร ธนาคารไม่อยากทำ เราก็อยากได้การเปลี่ยนแปลงที่เร็วซึ่งธนาคารให้ไม่ได้ กำลังเตรียมโซลูชั่นใหม่
+ asn finance จะเหมือน non bank ต่อไปเงินอาจจะไม่พอ ต้องออกหุ้นกู้ เน้นดอกเบี้ยถูก เพราะไม่มีสาขา ตลาด 3แสนล้าน ยังมีช่องว่าง
+ ได้เงิน 3ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทน 12%หักlossแล้ว
+ asn finance ต้องตั้งสำรองตาม tfrs9 เลย ซึ่งช่วงแรกอาจจะไม่ได้ แต่ทำไปจะดีขึ้น

วาระ 3
+ อนุมัติงบปี 62
+ ผลกระทบจาก ifrs9 คิดว่าไม่กระทบมากกว่านี้แล้ว
+ ได้เงิน ดอกเบี้ยฝั่งผู้กู้ fix ผู้ให้กู้ตามอายุสัญญาถ้ายาวก็แพงกว่า
+ ค่าโฆษณา 5.76ล้าน ส่วนมากเป็นออนไลน์ fb google
+ รายได้ 83ล้าน จากบริษัทประกัน 7ราย
+ อัตราค่านายหน้า รวมบริการ ประมาณ 21% รับเป็นรอบ 15วัน

วาระ 4
+ อนุมัติจ่ายปันผล เป็นหุ้น 5:1 xd 11/03/63
+ จ่ายเป็นหุ้น เพราะอยากเพิ่มสภาพคล่องในตลาด และรักษากระแสเงินสด
+ warrant อาจจะต้องรอกำไรมากกว่านี้หน่อย

วาระ 5
+ เพิ่มทุนเพื่อรองรับการจ่ายปันผล 26ล้านหุ้น

วาระ 6
+ แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิบนิษัท เรื่องทุนจดทะเบียนตามวาระ4

วาระ 7
+ อนุมัติจัดสรรหุ้นปันผล

วาระ 8
+ แต่งตั้งกรรมการที่ออกตามวาระ กลับเข้ามาใหม่

วาระ 9
+ อนุมัติค่าตอบแทนกรรมการปี63 เพิ่มจากปีก่อน 10%
+ ทำไมถึงขึ้น 10% ตอบ ไม่ได้ขึ้นมา 2ปี

วาระ 10
+ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี สำนักงานอีวาย ค่าตอบแทน 2.63ล้าน เพิ่มขึ้น 1.3แสน

วาระ 11
+ อื่นๆ
+ แผน finance ตอบ ตั้งใจโต 20% ใน3-5ปีต่อไป
+ ธุรกิจสินเชื่อ ต้องแจ้งเปิดทำการก่อน เริ่มขายได้ 20กค เว็บมีแล้วแต่รอประกาศ
+ ผถหอยากให้หาพาร์ทเนอร์ เพื่อให้มีเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ตอบ รับไว้ แต่อาจจะไม่ง่าย
+ ได้เงิน ถ้าเข้าตลาดจะเข้า set หรือ mai ตอบ ไม่ควรเข้าเร็ว ต้องเข้า set
+ ผถหแนะนำให้ลองช่องทางไลน์ด้วย
+ อาจจะมีค่าใช้จ่ายมาเก็ตติ้งเยอะขึ้น เพื่อแลกกับยอดขาย
+ อยากให้ไปออก oppday ตอบ อาจจะ รอให้ผลประกอบการดีกว่านี้
+ ปีนี้ผลประกอบการณ์จะไม่เท่าไร เพราะหายจากได้เงิน แต่จะชดเชยด้วยการมาเป็นเงินกู้ ดอกเพิ่มขึ้น 10->20% สำรองมากขึ้น แต่ไม่ขาดทุนแน่นอน

ดูรูปได้ที่ https://m.facebook.com/groups/157217113 ... 5413291138


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1786
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: AGM 2563

Posts by amornkowa » Thu Jul 02, 2020 8:43 am

AGM CSS 30 JUN 2020 10.00
มีผู้เข้าประชุมด้วยตนเอง และรับมอบฉันทะรวม 47 ราย คิดเป็น
คะแนนเสียง 456,423,818 เสียง

วาระที่2 พิจารณารับทราบผลการดำเนินงานของงบปี 2562

ผลการดำเนินงานของบริษัท

การรับรู้รายได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

รายได้ส่วนที่1 รับรู้รายได้จากการขาย
สินค้าที่ทางบริษัทจัดจำหน่ายประกอบไปด้วย
1.1 สินค้าประเภทสายไฟฟ้า โดยแบ่งเป็น3ประเภทตามลักษณะการใช้งาน
1. สายไฟทั่วไปสำหรับใช้ในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม
2. สายไฟพิเศษสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม
3. สายไฟฟ้าสำหรับงานระบบวิศวกรรมสื่อสารโทรคมนาคม
1.2 หลอดไฟและอุปกรณ์ส่องแสง
1.3 ท่อร้อยสายไฟและอุปกรณ์ติดตั้ง
1.4 อุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้า
1.5 วัสดุและอุปกรณ์ป้องกันไฟลาม
1.6 หม้อแปลงไฟฟ้า

รายได้ส่วนที่2 รับรู้รายได้จากการบริการติดตั้ง
แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักคือ
1. Communication system
2. Fire Protection System
3. ติดตั้งอื่นๆ
รายได้ส่วนที่3 เป็นรายได้อื่นๆ

ปี2562 รายได้รวม 3,081 ลบ ลดลง 725 ลบ
ปีที่แล้ว ได้มีการยกเลิกการเป็นตัวแทนขายหลอดไฟให้Phillip รายได้ลดลง 110 ลบ
เพราะไม่คุ้มจากหนี้สงสัยจะสูญ ไม่อยากstockสินค้า เพราะเปลี่ยนแปลงรุ่นบ่อย
รวมถึงการรับรู้งานติดตั้งลดลง 640 ลบ เนื่องจากชะลอตัวของสัญญา
ส่วนการขายสายไฟฟ้า ขายได้ลดลง 157 ลบ

รายได้จากการขายสายไฟคิดเป็นสัดส่วน 70% ลดลงจาก 80% และ GP ลดลงเหลือ 9%
รายได้จากการติดตั้ง 705 ลบ ลดลงจากปีที่แล้ว ที่มีรายได้ 1,317 ลบ
รายได้จาก ดอกเบี้ยรับ เพิ่มจาก 9 ลบ เป็น 26 ลบ

ค่าใช้จ่าย จะคิดเป็น 10-12% ของรายได้รวม
ค่าใช้จ่ายของบริษัทจากพนักงานขาย ค่าคอม และ ส่งเสริมการขาย
ประมาณ 2% ของรายได้รวมเท่ากับ 78 ลบ ซึ่งน้อยกว่าปี61
ค่าใช้จ่ายบริหาร พนักงาน ค่าเสื่อมราคา สาธารณูปโภค และเบี้ยประกัน
รวมกันประมาณ 8% ของรายได้รวม เท่ากับ 364 ลบ มากกว่าปี 61
เพราะ 1.มีการบันทึกการขาดทุนทางบัญชีเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
2. ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน อายุมากกว่า 20ปี เพิ่มเป็น 400 วัน

Q: เงินกู้ยืมระยะสั้นที่ปล่อยให้บริษัทย่อยเกือบ 300 ลบ อยากทราบสาเหตุ
A: เป็นเงินกู้ให้กับบริษัทย่อย ซึ่งเราได้ดอกเบี้ยจากผู้กู้ ถึง 7% ตอนนี้ได้รับเงินคืนแล้วในQ2 ปีนี้

Q: เจ้าหนี้คงค้างเยอะ ขอทราบสาเหตุ
A: ปลายปี สั่งสินค้าได้มากขึ้น และ creditให้เจ้าหนี้ได้ยาวขึ้น


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1786
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: AGM 2563

Posts by amornkowa » Wed Jul 08, 2020 4:53 am

AGM GPI 7 July 2020 13.00
มีผู้เข้าประชุมและมอบฉันทะรวม 41 คน คิดเป็นคะแนนเสียง 370,324,084 เสียง

วาระที่1 พิจารณารับรองรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นปี2562 มติรับรองรายงานการประชุม

วาระที่2 รับทราบผลการดำเนินงานของบริษัทสำหรับปี 2562

บริษัท ประกอบธุรกิจแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

1. กลุ่มธุรกิจการจัดงาน Exhibition และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด รายได้ 617.53 ลบ = 84.15%

2. กลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่่อonline รายได้ 49.92 ลบ = 6.80%

3. กลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์
รายได้ 51.88 ลบ = 7.07%
4. รายได้อื่นๆ รายได้ 14.56 ลบ = 1.98%

รายได้รวม ลดลง 1.41% = 733.89 ลบ
กำไรสุทธิ ลดลง 21.90% = 102.72 ลบ
ต้นทุนเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายในการจัดและตกแต่ง ในงานMotorshow ปีที่แล้ว

วาระที่3 พิจารณาอนุมัติงบการเงินของบริษัทสำหรับปี สิ้นสุด 31 ธค 2532

ปี2562 สินทรัพย์รวม 976.81 ลบ ลดลง 2.43% มาจาก สินทรัพย์หมุนเวียน ได้แก่ เงินสด , ลูกหนี้การค้า
หนี้สินลดลง 2.43% มาจาก ภาษีค้างจ่ายลดลง 79% และ ส่วนผู้ถือหุ้นลดลง มาจากกำไรสะสมลดลง

รายได้ลดลง 1.68% = 719.33ลบ มาจากงานรับจ้างลดลง
GP ลดลง 14.16% = 288.65 ลบ เนื่องจาก กลุ่มธุรกิจจัดแสดงสินค้า ต้นทุนเพิ่มขึ้น
รวมถึง งานMotor show ที่เมียนมา ควบคุมต้นทุนยาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ไปจัดต่างประเทศ
Net profit 107.89 ลบ ลดลง 17.97%

วาระที่4 พิจารณาอนุมัติงดจ่ายเงินปันผล และ รับทราบการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี2562
Q&A
1.ผลกระทบจากCovid ต่อธุรกิจในรอบนี้ เราเลื่อนจัด Motor show ออกไป เป็น 15-26 กค
เราพยายามควบคุมต้นทุน ค่าใช้จ่ายเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้
รวมถึงการหาธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา เฃ่น โรงไฟฟ้า
2.โรงไฟฟ้าที่บริษัทถือลงทุนในอัตราส่วน 25.47% โดยร่วมลงทุนกับ True Energy ขนาด 9 MW
ใช้เชื้อเพลิง ขยะ (RDF) คาดว่าจะCOD ได้ในไตรมาส 3
ตอนนี้เสร็จไป 95% แล้ว อยู่ในขั้นตอน รอCOD น่าจะได้ 14 กค
ค่าไฟ ได้ Adder 3.5 บาท 7 ปี
3.การจัดMotor show ที่อิมแพค เราได้นำเสนอวิธีการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ โดยร่วมมือกับ
ศูนย์ควบคุม Covid-19 และ อนามัยทางจังหวัด
มียี่ห้อรถ เบนซ์ ได้ถอนตัวออกไปแล้ว และ ปีนี้จะไม่มีร้านค้าเล็กๆที่มาขายaccessory.
4. คดีความ ตอนนี้ ศาลปกครองชั้นต้น นครสวรรค์ ยกฟ้อง แต่ถ้าเดือดร้อน ก็สามารถฟ้องร้องได้ต่อ
Attachments
IMG_20200707_135006.jpg
IMG_20200707_135006.jpg (1.05 MiB) Viewed 65 times
IMG_20200707_135921.jpg
IMG_20200707_135921.jpg (1.4 MiB) Viewed 65 times
IMG_20200707_135713.jpg
IMG_20200707_135713.jpg (1.29 MiB) Viewed 65 times
IMG_20200707_135605.jpg
IMG_20200707_135605.jpg (1.02 MiB) Viewed 65 times
IMG_20200707_135153.jpg
IMG_20200707_135153.jpg (2.22 MiB) Viewed 65 times


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1786
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: AGM 2563

Posts by amornkowa » Thu Jul 09, 2020 6:59 pm

SPALI AGM 19/6/2020
By Joe Pojthaveekiat

ในปีที่แล้วเนี่ยเรามีสัดส่วนยอดขายกลายเป็นแนวราบเป็นสินค้าที่ทำยอดขายได้มากกว่าไปแล้ว

60% ของยอดขายของบริษัทมาจากสินค้าประเภทแนวราบและเราเป็นหนึ่งในบริษัทที่ในการพัฒนาสินค้าโดยยึดแนวราบในหัวเมืองต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

34% ของสินค้าที่เราขายตอนนี้มาจากหัวเมืองต่างจังหวัด ซึ่งก่อนหน้านี้เรามาแล้ว 12 จังหวัดแล้วจะเพิ่มอีกในปีนี้

ผลกระทบจากมาตรการ ltv แล้วก็ลูกค้ากลุ่มต่างชาติที่อาจจะหายไปบ้างจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในปีที่แล้วก็จะเห็นว่าสัดส่วนของคอนโดมิเนียมลดลงไปบ้าง แล้วอาจจะส่งผลต่อเนื่องถึงปีนี้ด้วย

แต่แนวราบเป็นสินค้าที่ยังไปได้ดีอยู่ไม่ว่าจะเป็นปีที่แล้วหรือปีนี้เองก็ตาม

ในปี 2020 เป้าหมายตั้งไว้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก่อนมี COVID-19 จนถึงวันนี้เรายังไม่มีการปรับเปลี่ยนแผน

คงต้องดูหลังจากนี้ ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้วเดี๋ยวเราเห็นว่ามันจะเดินไปทางไหนต่อ คงมีการดูใหม่อีกครั้งว่าจะมีการปรับเปลี่ยนแผนหรือไม่

เราตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 26,000 ล้าน รายได้ที่ 24,000 ล้านแล้วก็จะมีการเปิดตัวประมาณ 30,000 ล้านบาท 30 โครงการ

จนถึงวันนี้คือเราเริ่มเห็นการกลับมาทั้งยอดขายและยอด walk-in ของลูกค้าที่เข้าโครงการของสินค้าประเภทแนวราบได้ดีมากตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา

เรียกว่าตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนแล้ว เดือนพฤษภาคมกลายเป็นเดือนที่เราทำสินค้ายอดขายสินค้าประเภทแนวราบได้ดีที่สุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมาเลย ประมาณ 2,300 ล้านบาทโดยก่อนหน้านี้เนี่ยประมาณ 2 ปีที่แล้วเราเคยทำยอดขายได้สูงสุดก่อนหน้านี้ก็ประมาณ 1,800 บาทเท่านั้น

ยอดขายที่ดีมากๆในเดือน 5 อาจจะมาจากการที่ลูกค้าไม่สามารถเข้าชมไซต์ในเดือน 3 เดือน 4 แต่อย่างน้อยยอดขายในเดือน 5 ก็ยังแสดงให้เห็นว่า ถ้าเราสามารถนำสินค้าที่มีราคาสมเหตุสมผลคุณภาพที่ดีทำเลที่ดี แล้วก็มาตรฐานการบริการที่ดี ที่เรามอบให้ยอดขายที่ดีก็ยังทำได้อย่างต่อเนื่อง

อันนี้ก็ต้องเรียนว่าในขณะเดียวกันสินค้าประเภทคอนโดยังไม่ได้เห็นภาพนั้น ฟื้นกลับมาแต่ยังไม่ได้กลับมาอยู่ในลักษณะเดียวกันกับเส้นแนวราบ

ใช้เวลาปรับตัวนิดนึง ลูกค้าบางส่วนตอนนี้ prefer ที่จะเลือกแนวราบมากกว่า ในระยะสั้น

เราเรียนรู้จากสิ่งที่เราเห็นในปี 2011 ที่มีน้ำท่วมและหลังจากนั้นยอดขายคอนโดมิเนียมมาดีมากๆเพราะสินค้าประเภทแนวราบโดนน้ำท่วม พอปี 2013 ก็จะกลับมาคล้ายๆเดิม

ตอนนี้การสวิตช์มาสินค้าประเภทแนวราบเราเห็นตอนนี้แต่อาจจะเป็นระยะสั้น เราเชื่อว่าในระยะยาวถึงเข้าคอนโดซึ่งความสะดวกของทำเลคอนโดมิเนียมยังไงมันก็ยังคงเป็นอยู่เหมือนเดิม

ตลาดคอนโดจะกลับมาในอนาคต อาจจะยังไม่ใช่ช่วงปีนี้เท่านั้นเอง

บ. ก็ค่อนข้างได้เปรียบเพราะว่าจริงเรามีความสามารถในการทำแนวราบได้ดีอยู่แล้วอย่างที่เห็นเห็นยอดขายในปีที่แล้วหรือปีนี้ก็ตาม

ปีนี้จริงๆตั้งแต่ก่อนที่จะมี covid19 และลูกค้าเริ่มสนใจสินค้าให้ Condominium ลดลง เราก็เริ่มผลักดันให้สินค้าเราตอบรับสินค้าประเภทแนวราบเพิ่มขึ้มีการ luanch สินค้าประเภทแนวราบเพิ่มขึ้นเพราะฉะนั้นเราก็คิดว่าเราสามารถตอบโจทย์ New Normal ได้ค่อนข้างดี

รวมถึงสินค้าประเภทคอนโดมิเนียมที่จะออกมาใหม่ๆอย่างที่เราเพิ่งเปิด Online Booking ในเมื่อวันที่ผ่านมาเนี่ยก็เรานำไอเดียใหม่ๆที่คิดว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าหลังจากจุด COVID-19 นี้ไปได้ดีขึ้นแล้ว แล้วก็เห็นการตอบรับที่ค่อนข้างดี

มาในส่วนของ ต่างจังหวัด อย่างที่พี่เห็นว่าเรามีใน12 จังหวัด ตอนนี้เราจะเพิ่มไปอีก 2 จังหวัดในปีนี้

อันนี้คือเริ่มพัฒนาแล้วและมีการเปิดตัวปลายปีนี้อยู่ที่อยุธยาแล้วก็ที่พิษณุโลก

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มีที่ดินรองรับอยู่แล้วแล้วก็ไม่ใช่แค่นั้นหัวเมืองต่างจังหวัดต่างๆเราก็จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องไม่ว่าต้นปีที่ผ่านมาแล้วหรือปีนี้เองก็ตาม

ปีนี้เพื่อสู่เป้าหมายการโอนกรรมสิทธิ์ที่สองหมื่นสี่พันล้าน เราจะมี Condominium รอโอนกรรมสิทธิ์ 4 โครงการ

ศุภาลัยลอฟท์แยกไฟฉาย ซึ่งตอนนี้เริ่มกำลังจะเรียกลูกค้ารับมอ ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

ศุภาลัยปาร์คตลาดพลู ตอนนี้ลูกค้าเริ่มรับมอบและคาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในเดือนกรกฎาคม

Supli Prime พระราม 9 และ ศุภาลัยออเรนทอลสุขุมวิท 39 จะโอนในไตรมาส 4 ก็จะเห็นว่าอันนี้จะเป็นการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมใหม่ในครึ่งปีหลังทั้งหมด

ต้องเรียนว่าการโอนกรรมสิทธิ์ Condominium สร้างเสร็จใหม่ในครึ่งปีแรกจะยังไม่มีเพราะฉะนั้นการโอนกรรมสิทธิ์ปีนี้ของศุภาลัยรวมถึงรายได้ด้วยจะไปหนักในครึ่งปีหลังมากกว่าครึ่งปีแรก

ซึ่งถ้าจะมองไปแล้วก็อาจจะเป็นโชคดีระดับนึงเพราะว่าถ้าต้องรับมอบและโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมใหม่ในช่วงที่ covid กำลังพีคอยู่ในช่วงเดือน 3 เดือน 4 อาจจะยากลำบากกว่านี้

ตอนนี้คอนโดมิเนี่ยมที่กำลังจะโอนกรรมสิทธิ์ลูกค้าให้การตอบรับมารับมอบและโอนกรรมสิทธิ์ได้ค่อนข้างดีทีเดียว

งบการซื้อที่ดินแล้วก็การก่อสร้างเราจะมีงบการก่อสร้างประมาณ 12,000 ล้านบาทนะครับซื้อที่ดินเราตั้งไว้ 8,000 ล้านบาท

เดี๋ยวค่อยดูอีกทีว่าจะใช้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับราคาที่ดินที่เข้ามานะครับเราเห็นสภาพเศรษฐกิจแบบที่เป็นตอนนี้เราก็จะคาดหวังว่าราคาที่ดินอาจจะ solf ลงบ้าง

ในแง่การเปิดตัวนะครับเราตั้งเป้าจะเปิด 30 โครงการมูลค่า 30,000 ล้านต้องเรียนอย่างนี้ว่าในแง่ของแนวราบทั้งหมด 25 โครงการมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านน่ะคงเปิดตามนี้ทั้งหมด

เพราะอะไรเพราะเราเห็นยอดขายที่ดีในเดือน 5 ที่ผ่านมาแล้วจริงๆเราเห็นมาต่อเนื่องกระทั่งเดือน 6 เองยอดขายก็ไปได้ค่อนข้างดีเพราะฉะนั้นจะค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นสินค้าที่ผลิตในระดับหนึ่ง

ลูกค้ารู้สึกว่าการย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านเดี่ยวใหม่จะอยู่ในทำเลที่เดิมที่เป็นอพาร์ทเม้นท์หรือเป็นทาวน์โฮมเล็ก ซึ่งมีพื้นที่น้อยมาอยู่บ้านเดี่ยวใหม่หรือย้ายมาอยู่ทาวน์โฮมเนี่ยมันเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเขาในชีวิตแบบ New Normal

เพราะฉะนั้นแนวราบคงไปได้ต่อเนื่องเพราะฉะนั้นเราไม่ได้ลังเลในการเปิดตัวโครงการเพิ่มเติมเราคิดว่าจะช่วยสร้างยอดขายให้เราได้

ในส่วนของคอนโดมิเนียมจะมีการเปิดไปแล้วหนึ่งโครงการในช่วงต้นปี ศุภาลัยซิตี้รีสอร์ทจรัญ 91

จะมีการเปิดศุภาลัยลอฟท์ สาทร-ราชพฤกษ์ในต้นเดือนหน้า ที่เพิ่งเปิด Online Booking ไป

แต่อีก 3 ตัวมาดูกันว่าเราจะคิดว่าเวลาที่เหมาะสมในการเปิดตัวเมื่อไหร่ยังไงอันนี้เดี๋ยวคงต้องมาดูกันอีกที

แนวราบทั้งหมดแล้วคอนโดที่เปิดไปแล้ว 2 ตัวเนี่ยคงแน่นอนอยู่แล้ว

ปีนี้เป็นปีที่เราเปิดตัวจำนวนโครงการมากที่สุดที่เราเคยเปิดมาแม้ว่าจะไปคอนโดครบหรือไม่ก็ตาม

รวมถึงมูลค่าก็นับว่าเป็นปีที่เปิดเยอะมาก

จะบอกว่าน้อยกว่าปีที่แล้วใช่แต่เพราะปีที่แล้วมีการเปิดศุภาลัยไอคอนสาทรซึ่งมูลค่า 12,000 ล้านที่จริงถ้าตัด ว่าสาทรไอคอนเป็นไซค์ธรรมดา ปีนี้เราจะเปิดตัวมากกว่า

เราเปิดตัว Condominium เป็นรายแรกหลังจาก covid เป็นคอนโดมิเนียมแรกของ Dev ใหญ่ๆเลยทีเดียว ต้องเรียนว่าได้รับการตอบรับที่ดีค่อนข้างมากและ Surprise เอาพอสมควรทีเดียว

อาจจะเพราะทำเลที่ดีราคาที่เหมาะสมรวมถึงการออกแบบต่างๆซึ่งคำนึงถึงชีวิตของลูกค้าหลังจาก covid19 เรียบร้อยแล้ว เช่น การออกแบบให้เป็น touchless มากขึ้น มีประตูอัตโนมัติต่างๆ พื้นที่ส่วนกลางให้ลูกค้าใช้สอยต้องมีการแยกเป็นสัดเป็นส่วนไม่ต้องอยู่รวมกัน แล้วก็อย่างเช่น มีจุดเดลิเวอรี่ของชัดเจนตอบรับชีวิตสมัยใหม่ที่ตอนนี้การซื้อของออนไลน์ การมีคนมาเดินอาหารเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เป็นสิ่งใหม่ๆที่เรานำมาเสนอแล้วก็เป็นโครงการแรกๆที่ผมคิดว่าตอบโจทย์ชีวิตแบบ Normal ได้ดีกว่าโครงการที่ผ่านมาของหลายๆคน

ฉะนั้น็ได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดี วันนี้เราเปิด Online Booking ตั้งแต่เที่ยง ก็ได้ยินดีว่าตอนนี้เราขายไปประมาณ 10% ของยูนิตทั้งหมดของโครงการ

ก็น่าจะไปได้ค่อนข้างดีในโครงการนี้นะครับก็คงขออัพเดทสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วเรามองไปข้างหน้าก็ประมาณนี้ครับ

โครงการศุภาลัยหัวเมืองต่างจังหวัดเป็นบริษัทที่พัฒนาในต่างจังหวัดมากที่สุดตอนนี้เรามี 20 จังหวัดด้วยกัน

หัวเมืองต่างจังหวัดศุภาลัยเป็นบริษัทที่พัฒนามากที่สุด

ทุกจังหวัดทุกโครงการที่เราทำในต่างจังหวัดมีกำไรหมด ไม่มีโครงการไหนที่ขาดทุน หรือว่าไม่ประสบความสำเร็จเลย กำไรมากกำไรน้อยขายเร็วขายช้าเท่านั้นเอง

หลายโครงการก็ขายได้เร็วกว่าที่คิด และจังหวัดจังหวัดนึงเราก็อยากจะมีอย่างน้อย 3 โครงการไปถึง เป็นสิบโครงการ

จังหวัดที่เราเราพัฒนามากที่สุดก็จะมีพวกจังหวัดใหญ่ๆ เช่น ชลบุรี ภูเก็ต สงขลา เชียงใหม่

โครงการที่ลงทุนในต่างประเทศทุกโครงการ ดีกว่าที่คิดและมีกำไร

ท่านประธานท่านผู้ถือหุ้นทุกท่านครับกิจการลงทุนต่างประเทศเราเริ่มต้นในปี 2013

แต่ว่าลงเงินจริงๆปี 2014 จนถึงปัจจุบันนี้ได้ลงเงินไปแล้ว 10 โครงการ ในประเทศออสเตรเลีย ในส่วนของประเทศฟิลิปปินส์เราได้ลงทุนในอาคารสำนักงาน 40 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเราก็ได้ขายไปแล้วและได้รับผลกำไรมาแล้ว

ปัจจุบันเราอนุมัติการลงทุนเพิ่มอีก 1 โครงการ ให้ออสเตรเลีย กับบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย มูลค่าโครงการมูลค่าโครงการประมาณ 450 ล้านเหรียญและถ้าถามว่าเงินบาทเท่าไหร่ก็คูณด้วย 20

ถ้ารวมโครงการที่ 11 เข้าไปแล้วเนี่ยมูลค่าโครงการจะคิดเป็นเงินเหรียญออสเตรเลียจะประมาณ 3,500 ล้านเหรียญออสเตรเลียมูลค่าโครงการ 76,250 ล้านบาท

โดยที่ในปัจจุบัน 21 โครงการมียอดขายประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ยอดที่โอนไปแล้ว 30% เงินลงทุนในหุ้นของโครงการร่วมทุน ของทั้ง 11 โครงการ 178 ล้านเหรียญออสเตรเลีย คิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,900 ล้านบาท

มีโครงการอยู่ทางด้านตะวันออกของเมลเบิร์น 1 โครงการ

โครงการใหม่ล่าสุดอยู่ทางด้านเหนือของเมลเบิร์น มีโครงการทางตะวันตกอยู่อีกหนึ่งโครงการ
และมีอยู่ในตัวเมือง Melbourne 1 โครงการที่ยังไม่ได้เริ่มต้น เราต้องการจะเริ่มต้นในปีนี้แต่ติดเรื่อง covid เสียก่อน

และยังมี 2 โครงการที่อยู่ในเมืองจีล่องที่อยู่ในรัฐวิกตอเรีย

และมี 2 โครงการใน South East Queensland

และที่เมืองเพิร์ธมี 2 โครงการ

ที่ออสเตรเลียรัฐบาลกลางและรัฐบาลแต่ละรัฐมีเงินอุดหนุนให้ผู้ซื้อบ้านแต่ละหลังโดยประมาณสี่หมื่นเหรียญ

เราไปต่างประเทศเพราะ
1. เพิ่มศักยภาพการเติบโตให้กับบริษัท เนื่องจากบริษัทเราแข็งแรงมาก มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ จึงสามารถไปเติบโตที่ต่างประเทศได้ ต้นทุนดอกเบี้ยของเราอยู่ที่ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ การไปลงทุนต่างประเทศจะเพิ่มศักยภาพผลตอบแทน ให้กับส่วนผู้ถือหุ้น
2. เป็นการกระจายความเสี่ยง หลายปีที่แล้วเคยเรียนไว้แล้วการไปต่างประเทศเป็นการกระจายความเสี่ยงภายในประเทศ ไทยมีความเสี่ยงอะไรด้านเช่นบางทีก็มีน้ำท่วมใหญ่บางปีก็อะไรต่างๆในเรื่องการจราจลจากการเมือง ทางออสเตรเลียการเมืองก็ค่อนข้างมั่นคง กำลังซื้อก็ดี ผลก็ปรากฏแล้วจากหลายปีที่ผ่านมาว่าเราตัดสินใจถูกต้อง ทั้งประเทศ ทั้งวิธีการลงทุน ทั้งการเลือกจำนวนเงินที่จะลง แล้วก็โครงการที่จะเลือกลง รวมถึงการออกต่างจังหวัดของในประเทศ ทุกอย่างก็โอเคหมด แสดงถึงการตัดสินใจใหญ่ๆของเราถูกต้องได้ผลดีตามที่คาดหวัง

ภาพของศุภาลัยในอีก 10 ปีข้างหน้า

ถ้าเราขยายแบบเดิมเราก็ทำได้โดยการเพิ่มจำนวนโครงการ เพิ่มจังหวัดใหม่ เพิ่มที่ใหม่

อีกประเภทหาโครงการที่เราไม่ได้ทำ เราก็หาทำเลใหม่เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงด้วย

ก็ทำในสินค้าประเภทที่เรายังไม่เคยทำมาก่อนเช่นเรามีถึงเช่นระดับ 20 ล้านแล้วก็จะขยับขึ้นไปเป็น 20 กว่า 30 ล้านเดี๋ยวนี้ก็คอนโดเรามีค่าที่สุดก็เกือบ 200 ล้านต่อยูนิตก็มี ฝบ้านเราก็จะมีโครงการที่มีต่อหน่วยใน 30 กว่าล้านก็จะมี

ช่องทางอื่นๆ เช่น ไปร่วมมือกับบริษัทอื่นๆใกล้เคียงกันมีสิ่งที่เราไม่มี พวกสนามกอล์ฟ คลังสินค้าให้เช่าหรือซึ่งบางทีมันก็จะเป็นการเราเข้าไปถือหุ้นในบริษัทนั้นบริษัทจดทะเบียนที่เขาทำอย่างนี้อยู่แล้ว ก็ดูตามช่องทางเวลาจังหวะเวลาที่เหมาะสม และอาจจะร่วมมือกับบริษัท แทนที่บริษัทจดทะเบียนไทยจะต้องไปร่วมมือกับ บริษัทต่างชาติที่มาลงทุน ร่วมกับญี่ปุ่นร่วมกับเกาหลีหรือจีนหรืออะไรต่างๆ เราจะร่วมมือกับบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยก็ได้

ก็จะเข้าไปถือหุ้นเข้าบางส่วนก็ได้แล้วแต่วิธีการช่องทางวิธีการเยอะแยะแล้วก็มีประเทศอื่น

ที่ดูไว้เป็นแนวคิดของท่านประธานหรือว่ามีเป็นกำหนดเป็นแผนการของบริษัท

เป็นความคิดผมแล้วก็เป็นธุรกิจที่เราเสนอเป็น การบริหารเชิงกลยุทธ์แผนกลยุทธ์ในระยะปานกลาง 5 ปีจากนี้ไปเราจะทำยังไง

ได้หลายทางถ้าเพิ่มจำนวนโครงการเพิ่มโลเคชั่นในการกระจายไปต่างประเทศ การกระจายไป เช่น ทำการขายเป็นหลักแล้วจะเพิ่มการให้เช่า การให้เช่า service Apartment

เวลาที่เหมาะสมแล้วก็จะเพิ่มแล้วก็จะขยายไปพวกการพัฒนาเชิงพาณิชย์และเราทำอยู่นะแต่ไม่มากแล้วมักจะทำเป็น community Mall Shopping Arcade ได้หลายๆแห่งแล้ว ทำอย่างนี้ เราไม่ได้ไปทำใหญ่โตมากแบบเซ็นทรัล

ลักษณะหนึ่งที่Shopping Arcade ที่มันก็เป็นอาคารพาณิชย์ต่างๆก็ขายได้ด้วยก็แล้วก็ไม่ต้องมันไม่ยุ่งยากซับซ้อนมาก

ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆแล้วแต่จังหวะโอกาสที่เหมาะสม ก็กำลังเติบโตได้เรื่อยๆบริษัทต้องเติมโต ต้องไม่อยู่นิ่ง

บริษัทต้องโตเพื่อผู้ถือหุ้นเพื่อพนักงาน

การไปลงทุนต่างประเทศเพื่อไปเรียนรู้ แล้วเราก็ดูว่าเขาทำไมทำบางอย่างที่มันเหมือนเราเราก็วิเคราะห์ว่าเหตุผลเพราะอะไรประเทศไทยจะทำอย่างนั้นได้ไหมมันจะเป็นการเรียนรู้ต่อยอดเป็นต่อยอดนวัตกรรมได้แล้วไม่ใช่ก๊อปปี้มา แล้วก็มาคิดต่อแล้วเราทำวิธีใหม่ที่มันดีกว่าเก่าเหมาะสมกับประเทศไทยมากขึ้นเป็นต้น

เดือนนี้หรือว่าเดือนที่แล้วเรายอดขายแนวราบดีสูงสุดนะครับเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม พวกนี้ก็เข้าใจว่าไม่ดีมันเหมือนกับมันอั้นมาหรือเปล่า

พูดถูกต้องเลยบอกว่าไม่ใช่เราเก่งมากมายอะไรหรอกนะไม่ใช่อะไรหรอกจะพูดถ่อมตัวว่ามันเป็นยอดอั้นมาจากกุมภา มีนา

มีนาก็ขายได้นะเมษาก็ขายได้แล้วก็มีจริงๆมีนาเมษาที่ทบยอดมาในพฤษภาคมเนี่ยส่วนนึง

ส่วนที่บ้านจัดสรรเนี่ยมันขายดีเพราะว่าคนส่วนหนึ่งก็เปลี่ยนจากคอนโดมาซื้อบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นเพราะช่วง covid ก็ไปรถไปมันก็ข้ามไปฝั่งไปชานเมืองก็เวลาก็ไม่เยอะรถมันไม่ติด

ก็รู้สึกว่าเปลี่ยนไปเดี๋ยวสักพักมันก็จะกลับคืนมาที่

คำถามก็คือว่าแล้วถ้าเกิดมันอั้นมาแล้วมันมาประกบแล้วหลังจากที่เขาซื้อบ้านเสร็จไปแล้วครับ q3 q4 มันก็น่าจะตกลงหรือเปล่าครับ

หลังจาก covid มาคอนโดไม่มีใครกล้าเปิดก็มีเราที่ไปเปิดก่อน แล้วก็ขายดี ศุภาลัยลอฟท์สาทรราชพฤกษ์บางหว้าอินเตอร์เชนจ์ ทั้งดีไซน์ทั้งโลเคชั่นและราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง 30% ชื่อเสียงของบริษัท ที่ทำให้ขายดี คนเชื่อมั่น

คำถาม แบบนี้คิว 3 คิว 4 น่าจะกลับมาสู่ Normal หรือเปล่าครับ

ตอบ ลดลงจากพลิกที่เราเห็นในเดือนพฤษภาคม งั้นใช่เพราะมันมี pent up demand ส่วนหนึ่ง แปล เราคาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะดีเทียบเท่ากับปีที่แล้ว เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน ความเชื่อมั่นที่เราเห็นค่อนข้างชัดเจน เรียนว่ากระทั่งตอนนี้ที่เราเห็นลูกค้าส่วนหนึ่งที่ ได้รับผลกระทบโดยตรงตอนนี้ยังไม่กลับเข้ามาซื้อในตลาดนะครับ

ที่มาซื้ออันนี้เป็นแค่กลุ่มที่เหลือที่อาจจะกระทบน้อยหน่อยหรือยังมีความมั่นคงด้านการงานอยู่เนี่ยออกมาซื้อ ยังแข็งแรงเลย

การเติบโตอาจจะไม่ได้มองแค่ ด้านตลาดอย่างเดียวมันมีเรื่องของการกินมาร์เกตแชร์อีกด้วย

อาจจะมีบางบริษัทที่เปิดตัวโครงการได้ยากหน่อยในปีนี้หรือปีหน้า เป็นโอกาสที่ทำให้เราเข้ามาสู่ตลาดได้มากขึ้นกินส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้นรวมถึงจังหวะใหม่ๆ segment ใหม่ๆ และแนวราบก็ยังมีการเติบโตในด้านนี้ซึ่งเราก็เปิดตัวสินค้าแนวราบเป็นหลัก ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ดังนั้นยอดขายต่อโครงการ ของแนวราบที่จะให้ดีเท่าปีที่แล้วเทียบเดือนต่อเดือนเป็นไปได้ และยังมี upside คือมีโครงการเปิดเพิ่มเติมอีก

ตลาดจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ เรามีเพิ่มจำนวนโครงการเรามีสินค้าใหม่เปิด ในต่างจังหวัดแล้วก็เปิดโครงการใหม่ตามหัวเมือง เราก็ได้มาร์เกตแชร์

ในสื่อมวลชนที่รายงานส่วนใหญ่จะรายงานเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑล ไม่ค่อยรายงานทั่วประเทศ ของเรามีกระจายไปในตัวเมืองต่างจังหวัดเยอะ และเราก็ทำดีๆ เราเพิ่มประเภทสินค้าในต่างจังหวัด เพิ่มกลุ่มราคา

Joe Poj


Post Reply