MICRO

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

MICRO

Posts by pakapong_u » Tue Jan 21, 2020 2:35 pm

"ไมโครลิสซิ่ง" นำหุ้นเข้า SET ระดมทุนขยายสินเชื่อเช่าซื้อ-คืนหนี้-ลงทุนระบบสารสนเทศ

สำนักข่าว"ทันหุ้น"รายงานว่า บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ MICRO จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 235 ล้านหุ้น โดยมีแผนจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ, ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน, ลงทุนขยายอาคารสำนักงาน และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ MICRO ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน ได้ยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 235 ล้านหุ้นหรือคิดเป็น 25.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ในราคาพาร์หุ้นละ 1.00 บาท ซึ่งหุ้นจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET โดยมีบริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีบล.เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนบริษัทมีแผนจะนำไปขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ, ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน, ลงทุนขยายอาคารสำนักงาน และเป็นเงินลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้าผ่านผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองเป็นหลัก ซึ่งในปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองเกือบ 300 ราย และยังมีเครือข่ายนายหน้าที่กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศอีกกว่า 50 ราย นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถติดต่อเพื่อขอรับบริการสินเชื่อได้ที่สำนักงานใหญ่ในจังหวัดนครปฐม และสาขาของบริษัท ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวน 12 สาขาในเขตพื้นที่ภาคกลางและต่างจังหวัด

ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการขยายลูกค้าใหม่ผ่านการขยายเครือข่ายผู้ประกอบการเต้นท์รถบรรทุกมือสองและการเพิ่มจำนวนสาขาในภูมิภาคต่างๆ โดยในระยะยาวมีแผนจะเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์สินเชื่อ โดยการนำเสนอสินเชื่อประเภทอื่นเพิ่มเติมเพื่อให้บริการสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น และสามารถตอบสนองต่อความต้องการทางการเงินแก่ลูกค้าได้อย่างครบวงจร เช่น สินเชื่อ Floor Plan เพื่อผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสอง ซึ่งเป็นคู่ค้าทางธุรกิจที่มีความสำคัญกับบริษัทเพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการจัดซื้อรถยนต์เพื่อจำหน่าย

และสินเชื่อ Top-up สำหรับลูกค้าที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระ แต่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องภายใต้วงเงินของหลักประกันเดิม

โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทได้แก่ กลุ่มครอบครัวคุณธรรมศักดิ์ ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 74.6% ภายหลังขายหุ้น IPO สัดส่วนจะลดเหลือ 55.8%

ขณะเดียวกันบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภท


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Tue Jan 21, 2020 2:36 pm

MICRO : บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
ประเภทธุรกิจ
ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน ปัจจุบันมี 12 สาขา ในเขตพื้นที่ภาคกลางและทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ ธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO
จำนวนไม่เกิน 235,000,000 หุ้น คิดเป็น 25.13% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO
ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
n/a
ราคา IPO
n/a
ราคา PAR
1.00 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด

ข้อมูล Filing
www.microleasingplc.com


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Tue Jan 21, 2020 2:38 pm

https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... sID=286005

หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : -
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด / นาง รัชดา เกลียวปฏินนท์


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Tue Aug 18, 2020 9:42 pm

“ไมโครลิสซิ่ง” โรดโชว์นักวิเคราะห์ IPO 235 ล้านหุ้นเข้าเทรด SET ปีนี้

18/08/2020 14:47MICRO
HoonSmart.com>> “ไมโครลิสซิ่ง” โรดโชว์นำเสนอขายหุ้น IPO นักวิเคราะห์ เดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในปีนี้ เสนอขาย 235 ล้านหุ้น



บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน นำโดยนายวินิตย์ ปิยะเมธาง (แถวหน้าที่ 8 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย รัชดา เกลียวปฏินนท์ (แถวหน้าที่ 7 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกับคณะนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ในงาน Analyst Meeting เพื่อนำเสนอข้อมูลบริษัทฯ และกลยุทธ์การเติบโต ตามแผนการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในปีนี้

โดยเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.13 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น ในหมวดกลุ่มธุรกิจการเงิน/เงินทุน และหลักทรัพย์ (FIN) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Fri Aug 28, 2020 12:30 pm

https://portal.settrade.com/brokerpage/ ... ICRO_t.pdf

บทวิเคราะห์บล.เมยแบงก์กิมเอ็ง


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Sun Aug 30, 2020 12:34 pm

มารู้จักหุ้น IPO น้องใหม่ "ไมโครลิสซิ่ง" จ่อเข้าระดมทุนใน SET

ทันหุ้น-สู้โควิด : บล.เอเชีย พลัส ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นบริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ MICRO ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองรายใหญ่อันดับ 3 ของไทย ที่เตรียมจะเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)

ฝ่ายวิจัยบล.เอเชีย พลัส มองว่าภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้ใช้รถบรรทุกหันมาใช้รถมือสองมากขึ้น สอดคล้องกับแผนการลงทุน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่งผลบวกต่อ MICRO ซึ่งเร่งขยายสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง หลังระดมทุน IPO ซึ่งจะหนุนให้แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2563-2565 เติบโตโดยเฉลี่ย 29% ต่อปี (CAGR)

คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2563-2564 จะเติบโต 35.4% และ 31.7% จากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิปี 2563-2564 จะเติบโต 26.1% และ 26.8% สอดคล้องกับสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อสุทธิปี 2563-2564 ที่ 20.0% และ 25.0% จากแนวโน้มลูกหนี้หันมาเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองมากขึ้นแทนการซื้อรถบรรทุกมือหนึ่งในยามเศรษฐกิจชะลอตัว

นอกจากนี้ MICRO ยังได้ผลบวกจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)

ฝ่ายวิจัยบล.เอเชียพลัส ได้ประเะมินราคาเหมาะสมในปี 2564 เท่ากับ 3.30 บาทต่อหุ้น โดยมองการเติบโตในระยะยาวจากศักยภาพในการเติบโตสูงหลังเข้าระดมทุน IPO แล้ว

ทั้งนี้ MICRO จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 235 ล้านหุ้นหรือ 25.13% ราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท โดยดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง โดยมุ่งเน้นให้บริการสินเชื่อรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เช่น รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ และ 12 ล้อเป็นหลัก ปัจจุบันมี 12 สาขาทั่วประเทศ และมีสินเชื่อสุทธิ 2.1 พันล้านบาท ณ สิ้นงวดครึ่งปีแรก โดยมีรายได้หลักคือรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อ คิดเป็น 84% ของรายได้รวมประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อ 3 ประเภท คือ ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยรรทุกมือสอง เฉพาะรุ่นและยี่ห้อที่มีตลาดซื้อขายรองรับได้แก่ อีซูซุ ฮีโน่และฟูโซ่ ให้แก่ลูกค้าบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจ และยังมีรายได้จากการให้บริการสินเชื่อเะพิ่มสภาพคล่อง และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระดี ที่มีความต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน

ส่วนธุรกิจที่ 2 ได้แก่ รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ ซึ่งคิดเป็น 15% ของรายได้รวม และรายได้อื่นๆ คิดเป็น 1% ของรายได้รวม ประกอบด้วยกำไรจากการขายสินทรัพย์ ดอกเบี้ยรับ และหนี้สูญรับคืนเป็นต้น

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทมีแผนจะนำไปลงทุนขยายสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และเป็นเงินทุนหมุนเวียนสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท ที่จะขยายสินเชื่อสุทธิให้เติบโต 20-25% ต่อปี ใน 3-5 ปีข้างหน้า, นำเงินบางส่วนไปชำระคืนเงินกู้ยืม เพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่ายและเสริมโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น และลงทุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศราว 10 ล้านบาท คือ Mobile Applicationและ ระบบเซิร์ฟเวอร์ สำหรับการรวบรวมข้อมูลลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานสาขาส่งข้อมูลมายังสำนักงานใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Mon Aug 31, 2020 2:33 pm

พลาดไม่ได้!!! MICRO จัดทัพโรดโชว์หุ้น IPO 3 ก.ย.นี้ โรงแรม สวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ

ทันหุ้น-สู้โควิด : ฮอตสุดๆ สำหรับหุ้นไอพีโอในช่วงนี้ !!! งานนี้ ต้องจับตาดูให้ดีๆ เพราะมาถึงคิวของหุ้นพื้นฐานแน่น ขวัญใจสิบล้อของประเทศไทย บมจ.ไมโครลิสซิ่ง หรือ MICRO กลุ่มบริษัทที่เป็นผู้นำการประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง เช่น รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ และ 12 ล้อ เป็นต้นนำโดยการบริหารของ “วินิตย์ ปิยะเมธาง” เอ็มดีพร้อมโชว์วิสัยทัศน์ด้วยประสบการณ์และความชำนาญในการดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 25 ปี มีผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองที่มีฐานพันธมิตรอันแข็งแกร่งจัดทัพโรดโชว์พบนักลงทุนในกรุงเทพฯ



วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2563 เวลา 13.30 - 15.30 น. ณ ห้อง Shanghai ชั้น 2 โรงแรม สวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ
ถ.รัชดาภิเษก (MRT สถานีห้วยขวาง ทางออก2) ตามแผนการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปีนี้ เสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 235 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 1.00 บาท



ใครไม่อยากพลาด !!! ลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้แล้วที่ https://forms.gle/hTcaeL7cuH6CCud8A หรือ ติดต่อเบอร์ 02 0226200 ต่อ 611 / ircenter@irplus.in.th


Toro149
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 506
Joined: Fri Oct 05, 2012 10:38 am

Re: MICRO

Posts by Toro149 » Thu Sep 03, 2020 1:47 pm



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Thu Sep 03, 2020 9:48 pm

“ไมโครลิสซิ่ง” ควงเอเซีย พลัสโรดโชว์ไอพีโอ 235 ล้านหุ้นเข้า SET

03/09/2020 17:40MICRO

“ไมโครลิสซิ่ง” โรดโชว์พบนักลงทุน เสนอขายหุ้นไอพีโอ 235 ล้านหุ้น โชว์ความแข็งแกร่งในธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง ชูผลงานเติบโตต่อเนื่อง 3 ปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของรายได้ 24.4% อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิสูงถึง 30.6% ต่อปี สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ดี ผนึก “เอเซียพลัส” ให้ข้อมูลตอกย้ำจุดเด่นของธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นก่อนเข้า SET ภายในปีนี้



นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง (MICRO) ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จัดงานสรุปข้อมูลการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่นักลงทุนและประชาชนทั่วไป (โรดโชว์) ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อแนะนำภาพรวมธุรกิจ และข้อมูลสำคัญสำหรับการลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ก่อนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (ไอพีโอ) จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25.13% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ โดยมี บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดย คาดว่าจะสามารถนำหุ้นของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในปี 2563

ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการระดมทุนของ MICRO คือ ใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ลงทุนขยายอาคารสำนักงาน และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้น 3 ลำดับแรก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ก่อนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนกลุ่มครอบครัวคุณธรรมศักดิ์ อัชญาวัฒน์ ถือหุ้นร้อยละ 74.6 กลุ่มครอบครัวจิโรธนภาส ถือหุ้นร้อยละ 6 กลุ่มครอบครัวเติมคุนานนท์ ถือหุ้นร้อยละ 5 โดยภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่นักลงทุนและประชาชนทั่วไปสัดส่วนการถือหุ้นจะลดลงเหลือร้อยละ 55.8 4.5 และ 3.8 ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมธุรกิจ MICRO เป็นหนึ่งในผู้นำในการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองของประเทศ ด้วยประสบการณ์และความชำนาญในการดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 25 ปี ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง เช่น รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ 12 ล้อ และรถพ่วงมือสอง สำหรับใช้ในการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการสินเชื่อรถเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ประเภทอื่น เช่น รถหัวลาก และรถบรรทุกเฉพาะกิจต่างๆ เพื่อให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น บริษัทมุ่งเน้นให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเฉพาะรุ่นและยี่ห้อที่มีตลาดซื้อขายรองรับ เช่น อีซูซุ (ISUZU) ฮีโน่ (HINO) และฟูโซ่ (FUSO) เป็นต้น โดยมีระยะของสัญญาเช่าซื้อระหว่าง 12 – 60 เดือน มีอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อ (Flat Rate) อยู่ระหว่าง 8-15% ต่อปี

ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 95 ของยอดจัดสินเชื่อทั้งหมดในแต่ละปี รถบรรทุกที่เช่าซื้อส่วนใหญ่เป็นรถที่ใช้ในการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ จึงสามารถสร้างรายได้เพื่อนำเงินมาชำระเงินต้นและดอกเบี้ยตามสัญญาได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการทางการเงินหรือสินเชื่อในรูปแบบอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของลูกค้า เช่น สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีทะเบียนรถบรรทุกแบบโอนเล่มเป็นหลักประกัน เพื่อต่อยอดจากการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ (Refinance) สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่มีประวัติการผ่อนชำระดี ที่มีความต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน บริษัทยังให้บริการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเช่าซื้อซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท เช่น การประสานงานเพื่อต่ออายุประกันภัยและ พรบ. (การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ) เป็นต้น

บริษัทจัดหาลูกค้าผ่านเครือข่ายผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองเป็นหลักซึ่งมีเครือข่ายรวมกว่า 350 ราย และเครือข่ายนายหน้าจัดหาลูกค้าอีกกว่า 90 ราย นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถติดต่อขอรับบริการสินเชื่อได้ที่สำนักงานสาขาของบริษัท ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 12 สาขา ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

ปัจจุบัน MICRO มีทุนจดทะเบียนจำนวน 935 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 935 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาทต่อหุ้น มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 700 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 700 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชน ทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 935 ล้านบาท นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามกฎหมายกำหนด

นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยถึง การนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน (โรดโชว์) ในครั้งนี้ เพื่อให้นักลงทุนมีความเข้าใจในธุรกิจ เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ ที่มีความแข็งแกร่ง และโอกาสการเติบโตในอนาคต

จุดแข็งของ MICRO เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองรายใหญ่ของประเทศ พอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อของบริษัทฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง มีเครือข่ายผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสอง และนายหน้าจากทั่วประเทศรวมเกือบ 450 ราย มีทีมบุคลากรที่มีความแข็งแกร่ง มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจ ทั้งด้านการตลาด การวิเคราะห์สินเชื่อ การตรวจสอบสภาพการใช้งานรถบรรทุกมือสอง รวมถึงการติดตามเร่งรัดหนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญในธุรกิจสินเชื่อรถบรรทุกมือสอง และด้วยระบบการตรวจสอบสินเชื่อที่เป็นมาตรฐานเดียวกับผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรายใหญ่อื่นๆ มีระบบการติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยส่งเสริมให้สัดส่วนลูกหนี้ NPL ลดลงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการกระจายพอร์ตสินเชื่อที่หลากหลายรองรับการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

อีกทั้ง ธุรกิจของ MICRO เป็นธุรกิจที่การแข่งขันไม่รุนแรง อุตสาหกรรมเติบโตแม้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยรับสูง มีการครอบคลุมความเสี่ยงและค่าใช้จ่าย มีรายได้และกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการทำกำไรที่ดี

โครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ รายได้หลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับตามสัญญาเช่าซื้อร้อยละ 84 รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการต่างๆ จากการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ ร้อยละ 14 และรายได้อื่นๆ ร้อยละ 2 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจทั้งจากลูกค้าผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับผลประกอบการของกลุ่มบริษัทฯ มีการเติบโตต่อเนื่อง

บริษัทมีรายได้รวมในปี 2560 – 2562 จำนวน 227.0 ล้านบาท 258.6 ล้านบาท และ 330.2 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ (Compound Annual Growth Rate: CAGR) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเท่ากับร้อยละ 24.4 ต่อปี รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นรายได้ดอกเบี้ยรับจากสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อของบริษัท จากการที่บริษัทมุ่งเน้นดูแลรักษาฐานลูกค้าเดิมรวมถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านการเพิ่มจำนวนสาขาและพนักงานสินเชื่อ ประกอบกับการขยายเครือข่ายผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองซึ่งเป็นช่องทางการจัดหาลูกค้าที่สำคัญของบริษัท และในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 และ 2563 จำนวน 147.7 ล้านบาท และ 202.5 ล้านบาท ตามลำดับ

กำไรสุทธิของบริษัทสำหรับปี 2560 – 2562 มีจำนวน 60.8 ล้านบาท 89.9 ล้านบาท และ 110.8 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 26.8 ร้อยละ 34.8 และร้อยละ 33.5 ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ (CAGR) ที่สูงถึงร้อยละ 30.6 ต่อปี ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท และในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 – 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 41.1 ล้านบาท และ 62.5 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 27.8 และร้อยละ 30.8 ตามลำดับ กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น

ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 บริษัทมีบัญชีลูกหนี้จำนวนทั้งสิ้น 3,701 สัญญา และมียอดลูกหนี้เช่าซื้อคงเหลือ (ก่อนหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) จำนวน 1,852.7 ล้านบาท ยอดจัดสินเชื่อตามภูมิภาคในพื้นที่ให้บริการหลักที่ภาคกลาง สัดส่วนกว่า 53% รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 21% และมีสัดส่วนหลักประกันเป็นรถ 10 ล้อ / 12 ล้อ สัดส่วนสูงสุดของพอร์ตราว 45%


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Thu Sep 03, 2020 9:53 pm

"ไมโครลิสซิ่ง" คาดเปิดจองซื้อหุ้น IPO ปลาย ก.ย.นี้ พร้อมเข้าเทรดใน Q4/63

--อินโฟเควสท์ โดย พชรธร ภูมิคำ/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday September 3, 2020 18:17 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรามการผู้จัดการ บมจ.ไมโครลิสซิ่ง (MICRO) คาดว่าจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ได้ในช่วงปลายเดือนก.ย.63 และจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) ภายในไตรมาส 4/63 ตามแผนงานที่กำหนด

ขณะที่ช่วงราคาเสนอขายหุ้นไ IPO ปัจจุบันมีบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ออกมาหลายเจ้า ให้ช่วงราคาไว้ที่ 3.20-3.78 บาท/หุ้น หรือเฉลี่ย 3.40 บาท/หุ้น อย่างไรก็ตามบริษัทยังไม่ได้กำหนดราคาเสนอขายในขระนี้ แต่จะนำบทวิเคราะห์ดังกล่าวไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

อนึ่ง MICRO เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน มีแผนจะเสนอขาย IPO จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25.13% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO โดยมี บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บล.เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

การระดมทุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ, ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 700 ล้านบาท, ลงทุนขยายอาคารสำนักงาน และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

นายวินิตย์ กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจจากนี้ บริษัทตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 30% และจะเติบโตแตะระดับ 5,000 ล้านบาทภายในปี 65 จากไตรมาส 2/63 มีพอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2,141 ล้านบาท และมีเป้าหมายจะควบคุมหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 3% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.7% แต่หากรวมรถยึดจะอยู่ที่ 2.9%

สำหรับภาพรวมธุรกิจ MICRO เป็นหนึ่งในผู้นำในการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองของประเทศ ด้วยประสบการณ์และความชำนาญในการดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 25 ปี ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุก รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ 12 ล้อ และรถพ่วงมือสอง สำหรับใช้ในการประกอบธุรกิจ

นอกจากนี้บริษัทยังให้บริการสินเชื่อรถเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ประเภทอื่น เช่น รถหัวลาก และรถบรรทุกเฉพาะกิจต่างๆ เพื่อให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น บริษัทมุ่งเน้นให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเฉพาะรุ่น และยี่ห้อที่มีตลาดซื้อขายรองรับ เช่น อีซูซุ (ISUZU) ฮีโน่ (HINO) และฟูโซ่ (FUSO) เป็นต้น โดยมีระยะของสัญญาเช่าซื้อระหว่าง 12 - 60 เดือน มีอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อ (Flat Rate) อยู่ระหว่าง 8-15% ต่อปี

ปัจจุบัน MICRO มีทุนจดทะเบียนจำนวน 935 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 935 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาทต่อหุ้น มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 700 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญจำนวน 700 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชน ทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 935 ล้านบาท นโยบายการจ่ายงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามกฎหมายกำหนด

นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า การนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน (โรดโชว์) ของ MICRO ในครั้งนี้ เพื่อให้นักลงทุนมีความเข้าใจในธุรกิจ เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ ที่มีความแข็งแกร่ง และโอกาสการเติบโตในอนาคต

โดยจุดแข็งของ MICRO เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองรายใหญ่ของประเทศ พอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อของบริษัทฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง มีเครือข่ายผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสอง และนายหน้าจากทั่วประเทศรวมเกือบ 450 ราย มีทีมบุลากรที่มีความแข็งแกร่ง มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจ ทั้งด้านการตลาด การวิเคราะห์สินเชื่อ การตรวจสอบสภาพการใช้งานรถบรรทุกมือสอง รวมถึงการติดตามเร่งรัดหนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญในธุรกิจสินเชื่อรถบรรทุกมือสอง และด้วยระบบการตรวจสอบสินเชื่อที่เป็นมาตรฐานเดียวกับผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรายใหญ่อื่นๆ มีระบบการติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยส่งเสริมให้สัดส่วนลูกหนี้ NPL ลดลงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการกระจายพอร์ตสินเชื่อที่หลากหลายรองรับการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

อีกทั้ง ธุรกิจของ MICRO เป็นธุรกิจที่การแข่งขันไม่รุนแรง อุตสาหกรรมเติบโตแม้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยรับสูง มีการครอบคลุมความเสี่ยงและค่าใช้จ่าย มีรายได้และกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการทำกำไรที่ดี

โครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ รายได้หลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับตามสัญญาเช่าซื้อ 84% รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการต่างๆ จากการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ 14% และรายได้อื่นๆ 2% ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจทั้งจากลูกค้าผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับผลประกอบการของกลุ่มบริษัทฯ มีการเติบโตต่อเนื่อง

บริษัทมีรายได้รวมในปี 60-62 จำนวน 227.0 ล้านบาท 258.6 ล้านบาท และ 330.2 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ (Compound Annual Growth Rate: CAGR) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเท่ากับ 24.4 % ต่อปี มีกำไรสุทธิ 60.8 ล้านบาท 89.9 ล้านบาท และ 110.8 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 26.8%, 34.8% และ 33.5% ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ (CAGR) ที่สูงถึง 30.6 % ต่อปี

และในช่วง 6 เดือนแรกของปี 63 บริษัทมีรายได้ 202.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 147.7 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 62.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 41.1 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 27.8% และ 30.8% ตามลำดับ กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น

ณ วันที่ 30 ก.ย.62 บริษัทมีบัญชีลูกหนี้จำนวนทั้งสิ้น 3,701 สัญญา และมียอดลูกหนี้เช่าซื้อคงเหลือ (ก่อนหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) จำนวน 1,852.7 ล้านบาท ยอดจัดสินเชื่อตามภูมิภาคในพื้นที่ให้บริการหลักที่ภาคกลาง สัดส่วนกว่า 53% รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 21% และมีสัดส่วนหลักประกันเป็นรถ 10 ล้อ / 12 ล้อ สัดส่วนสูงสุดของพอร์ตราว 45%


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Sun Sep 06, 2020 12:27 pm

เตรียมเงินให้พร้อม IPO แห่เปิดขายหุ้นหลายบริษัท, จับตา SCM เทรด 8 ก.ย.

ทันหุ้น-สู้โควิด : หุ้น IPO หลายบริษัทมีแผนที่จะเสนอขายหุ้นในช่วงที่เหลือปีนี้ หลังจากที่หุ้นใหม่บางบริษัทเข้ามาแล้วได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เช่นหุ้น บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT, หุ้นบริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT และหุ้นบริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IIG โดยราคาปรับตัวขึ้นมาสูงกว่าราคาจอง

**MICRO คาดขายหุ้นปลาย ก.ย.

จากการรวบรวมข้อมูลของ"ทันหุ้น" พบว่ามีหุ้นที่เตรียมจะขายประกอบด้วย บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน ปัจจุบันมี 12 สาขา ในเขตพื้นที่ภาคกลางและทุกภูมิภาคทั่วประเทศคาดว่าจะขายหุ้น IPO ปลาย ก.ย.นี้ จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในไตรมาส 4/63 ขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 235 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.13% โดยมีบริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

**SCGP และ KK นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว

บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ซึ่งเป็น IPO ขนาดใหญ่ และเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน หรือ SCC ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว ซึ่ง SCGP ขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 1,127.55 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.5% ของทุนชำระแล้วหลัง IPO โดยมีธนาคาร ไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีบล.ไทยพาณิชย์ และบล.บัวหลวง เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

นอกจากนี้ก็มีบริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK ที่สำนักงาน ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว ซึ่งประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ชื่อ “ร้าน เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” จะขายหุ้น IPO จำนวน 69 ล้านหุ้น โดยจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีบล.เคทีบี(ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

**""พีรพัฒน์ฯ" เตรียมเดินสายโรดโชว์

บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT ซึ่งมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai อยู่ระหว่างเตรียมจะแนะนำข้อมูล(โรดโชว์) ให้กับนักลงทุนก่อนที่จะเสนอขายหุ้น IPO บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำยาซักรีด น้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับภาคอุตสาหกรรม นำเข้าเพื่อจำหน่ายและให้เช่าเครื่องล้างภาชนะอัตโนมัติ นำเข้าและจำหน่ายสระว่ายน้ำสำเร็จรูป และอุปกรณ์ที่ใช้ในสระว่ายน้ำ รวมทั้งให้บริการแบบครบวงจรเกี่ยวกับน้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับภาคอุตสาหกรรมจะขายหุ้น IPO จำนวน 100 ล้านหุ้น โดยมีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

**SCM พร้อมเข้าเทรด 8 ก.ย.นี้

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า หุ้นบริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด(มหาชน) หรือ SCM จะเข้ามาซื้อขายใน SET วันที่ 8 ก.ย.นี้ บริษัทเป็นผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคทั้งในและต่างประเทศในลักษณะเครือข่ายขายตรงหรือ MLM โดยมีผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างรายได้ให้บริษัทกว่า 70%คือกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์ นิวทรินัล (Nutrinal)จัดจำหน่ายสินค้าผ่านเครือข่ายนักธุรกิจและตัวแทนจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปัจจุบันมีจุดกระจายสินค้าจำนวน 23 สาขาทั่วประเทศ มีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศอีก 6ประเทศ ได้แก่ พม่า กัมพูชา เวียดนาม ลาว มาเลเซีย และสิงคโปร์ ทั้งนี้บริษัทมีแผนจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้เพื่อขยายและดำเนินการปรับปรุงในพื้นที่สาขาเพื่อเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าอีกทั้งดำเนินการเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัทฯ

SCM เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 150 ล้านหุ้น โดยกำหนดราคา IPO หุ้นละ 1.90 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 285 ล้านบาทและมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,140 ล้านบาท โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดการการจำหน่าย

หุ้น ราคา IPO ราคาปิดวันแรก ราคาล่าสุด(3 ก.ย.)

STGT 34.00 60.50 72.75

SICT 1.38 4.14 4.50

IIG 6.60 19.80 16.60

หมายเหตุ หน่วยเป็นบาทต่อหุ้น


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Thu Sep 17, 2020 3:44 pm

MICRO เคาะราคาไอพีโอ 2.65 บ. เปิดจอง 21-23 ก.ย. พร้อมลุยเทรด 1 ต.ค.นี้

นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO เปิดเผยว่า MICRO ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1.00 บาทต่อหุ้น กำหนดราคาไอพีโอหุ้นละ 2.65 บาท จัดสรรให้แก่ บุคคลทั่วไป 58.4% นักลงทุนสถาบัน 16.6% และผู้มีอุปการคุณรวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์และพนักงาน 25.0%

ทั้งนี้ กำหนดเปิดจองซื้อหุ้น IPO ในช่วงระหว่างวันที่ 21 – 23 กันยายนนี้ และคาดว่าจะดำเนินการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรก ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ในกลุ่มธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์ (FIN) โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า MICRO

พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ MICRO จำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

สำหรับการตั้งราคาไอพีโอที่ 2.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E (Pre-Dilution) ประมาณ 14.0 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่มีความเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ เป็นธุรกิจที่กำลังขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีอัตรากำไรอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

“เรามั่นใจว่าการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ MICRO ในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ด้วยราคาไอพีโอที่เหมาะสม และการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปตั้งแต่วันโรดโชว์ในช่วงที่ผ่านมา จึงเชื่อว่า MICRO จะเป็นหุ้น Growth Stock ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนในระยะยาว” นายรัชต์ กล่าว


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Thu Sep 17, 2020 3:45 pm

"ไมโครลิสซิ่ง" เคาะราคา IPO ที่หุ้นละ 2.65 บาท ขาย 21-23 ก.ย.,คาดเทรด 1 ต.ค.

ทันหุ้น-สู้โควิด : MICRO กำหนดราคาหุ้น IPO ที่หุ้นละ 2.65 บาท โดยจะเสนอขายหุ้นในวันที่ 21-23 ก.ย.นี้ คาดว่าหุ้นจะเข้าซื้อขายใน SET วันที่ 1 ต.ค.63 ด้านผู้บริหารตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเช้าซื้อแตะ 5 พันล้านบาท ในปี 65

นายรัชต์ โสตสถิตย์ กรรมการบริหาร บล.เอเชีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นบริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ MICRO เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดราคา IPO ที่หุ้นละ 2.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E (Pre-Dilution) ประมาณ 14.0 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่มีความเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัท เป็นธุรกิจที่กำลังขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีอัตรากำไรอยู่ในระดับที่น่าสนใจ เชื่อว่า หุ้น MICRO จะเป็นหุ้น Growth Stock ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนระยะยาว

ทั้งนี้ MICRO จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 235 ล้านหุ้น ราคาพาร์หุ้นละ 1.00 บาท โดยจะจัดสรรให้แก่บุคคลทั่วไป 58.4% นักลงทุนสถาบัน 16.6% และผู้มีอุปการคุณรวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์และพนักงาน 25.0% โดยกำหนดเปิดจองซื้อหุ้นในช่วงวันที่ 21-23 ก.ย.2563 และคาดว่าหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 1 ต.ค.2563

ด้านนายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเชีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การระดมทนในตลาดหลักทรัพย์ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจของบริษัท เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหุ้น ประมาณ 620 ล้านบาท จะนำไปใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อจำนวน 460 ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 150 ล้านบาท และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 10 ล้านบาท

**เปิดแผนธุรกิจ

นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการในอนาคตในปี 2563 มีแผนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ Mobile Application สำหรับการรวบรวมข้อมูลลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานสาขาส่งข้อมูลมายังสำนักงานใหญ่อย่างรวดเร็ว รวมถึงการอนุมัติสินเชื่อจากส่วนกลาง คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งจะใช้เงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ และคาดว่าระบบจะพัฒนาแล้วเสร็จภายในปีนี้

นอกจากนี้ตั้งเป้าหมายรักษาอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อได้ไม่น้อยกว่า 30% ต่อปี โดยมีแผนจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี 2564-2565 คาดจะมี 16 สาขา และ 20 สาขาจากปี 2563 มี 12 สาขา มุ่งเน้นในจังหวัดที่มีการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสูง หรือในพื้นที่มีผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองจำนวนมาก โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนในการขยายสาขาเฉลี่ยสาขาละ 4 ล้านบาท เพื่อรองรับเป้าหมายการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโตเป็น 5,000 ล้านบาทภายในปี 2565

"ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะมุ่งเน้นการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นการรักษาฐานลุกค้าเดิม และการขยายลูกค้าใหม่ ผ่านการขยายเครือข่ายผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสอง และการเพิ่มจำนวนสาขาให้ครอบคลุมและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วประเทศ ส่วนในระยะยาวมีแผนจะเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางการเงินแก่ลูกค้าได้อย่างครบวงจร"นายวินิตย์ กล่าว


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Fri Sep 18, 2020 12:24 am

`ไมโครลิสซิ่ง(MICRO)เคาะไอพีโอ 2.65 บ. จอง 21-23 ก.ย. เทรด 1 ต.ค.นี้

  'ไมโครลิสซิ่ง(MICRO)' เคาะราคาขายไอพีโอ 2.65 บ./หุ้น จองซื้อ 21-23 ก.ย. เทรด SET 1 ต.ค.63 ได้เงินระดมทุน 620 ล้านบาท หวังขยายพอร์ตสินเชื่อ คาดปี 65 พอร์ตสินเชื่อพุ่งแตะ 5,000 ลบ. จากปัจจุบันอยู่ที่ 2,100 ลบ.

  นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO เปิดเผยในงานการแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน และกำหนดราคาขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ว่า ขณะนี้ MICRO ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1.00 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดราคาไอพีโอหุ้นละ 2.65 บาท ซึ่งจัดสรรให้แก่บุคคลทั่วไป 58.4% นักลงทุนสถาบัน 16.6% และผู้มีอุปการคุณรวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์และพนักงาน 25.0%

  ทั้งนี้ กำหนดเปิดจองซื้อหุ้นไอพีโอในช่วงระหว่างวันที่ 21 ถึงวันที่ 23 กันยายนนี้ และคาดว่าจะดำเนินการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรก ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ในกลุ่มธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์ (FIN) โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า MICRO

  ขณะเดียวกันได้แต่งตั้งผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ MICRO จำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน),บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน),บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ,บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จํากัด,บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

  สำหรับการตั้งราคาไอพีโอที่ 2.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E (Pre-Dilution) ประมาณ 14.0 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่มีความเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ เป็นธุรกิจที่กำลังขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีอัตรากำไรอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

  ด้านนายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน เปิดเผยว่า การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจของบริษัท เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จำนวนประมาณ 620 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อจำนวน 460 ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 150 ล้านบาท และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 10 ล้านบาท

  ขณะที่นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรรมการผู้จัดการ MICRO เปิดเผยว่า กลยุทธ์ในช่วงต่อจากนี้พร้อมขยายการเติบโต โดยโครงการในอนาคตในปี 63 บริษัทมีแผนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ Mobile Application สำหรับการรวบรวมข้อมูลลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานสาขาส่งข้อมูลมายังสำนักงานใหญ่

  รวมถึงการอนุมัติสินเชื่อจากส่วนกลาง ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งจะใช้เงินที่ได้รับจากเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ และคาดว่าระบบจะพัฒนาแล้วเสร็จภายในปีนี้

  บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อได้ไม่น้อยกว่า 30% ต่อปี โดยมีแผนจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี 64 – 65 คาดจะมี 16 สาขา และ 20 สาขา จากปี 63 มี 12 สาขา เน้นในจังหวัดที่มีการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสูง หรือในพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองจำนวนมาก โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนในการขยายสาขาเฉลี่ยสาขาละ 4 ล้านบาท จากเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อรองรับเป้าหมายในการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโตเป็น 5,000 ล้านบาท ภายในปี 65
ในช่วงครึ่งแรกของปี 63 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อ อยู่ 2,100 ล้านบาท ซึ่งมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)​อยู่ที่ ระดับ 2.7% ซึ่งมีนโยบายจะคุมไม่ให้เกิน 3%

  ด้านนายกานต์ดนัย ชลสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงิน MICRO เปิเเผยว่า บริษัทจะนำเงินบางส่วนที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปชำระหนี้เงินกู้ ประมาณ 150 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% จะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนลดลงอยู่ในระดับ 1เท่า ขณะเดียวกันเมื่อชำระหนี้ดังกล่าวแล้วบริษัทจะไปกู้เงินบางส่วนที่มีอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำที่ 4% ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลง นอกจากนี้มีแผนจะระดมทุนด้วยการออกและเสนอขายหุ้นกู้ เพื่อมีโอกาสจะทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำกว่าเดิม


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Fri Sep 18, 2020 12:24 am

MICRO เคาะไอพีโอ 2.65 บ./หุ้น-ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง OR

efinanceThai.com
"ไมโครลิสซิ่ง(MICRO)" เคาะราคาขายไอพีโอที่ 2.65 บาท/หุ้น เปิดจองซื้อ 21-23 ก.ย.นี้ เข้าเทรดใน SET วันที่ 1 ต.ค.63 ระดมเงินขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ ฟาก "ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก(OR)" ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว จ่อขายไอพีโอไม่เกิน 3 พันล้านหุ้น

*** MICRO เคาะไอพีโอ 2.65 บ. จอง 21-23 ก.ย. เทรด 1 ต.ค.63

นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO เปิดเผยว่า MICRO ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1.00 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดราคาไอพีโอหุ้นละ 2.65 บาท ซึ่งจัดสรรให้แก่บุคคลทั่วไป 58.4% นักลงทุนสถาบัน 16.6% และผู้มีอุปการคุณรวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์และพนักงาน 25.0%

ทั้งนี้ กำหนดเปิดจองซื้อหุ้นไอพีโอในช่วงระหว่างวันที่ 21 ถึงวันที่ 23 กันยายนนี้ และคาดว่าจะดำเนินการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรก ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ในกลุ่มธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์ (FIN) โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า MICRO

ขณะเดียวกันได้แต่งตั้งผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ MICRO จำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน),บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน),บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ,บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จํากัด,บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

*** ราคา 2.65 บ.P/E 14 เท่า ชูธุรกิจกำลังเติบโตสูง

สำหรับการตั้งราคาไอพีโอที่ 2.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E (Pre-Dilution) ประมาณ 14.0 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่มีความเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ เป็นธุรกิจที่กำลังขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีอัตรากำไรอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

ด้านนายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน เปิดเผยว่า การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจของบริษัทเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จำนวนประมาณ 620 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อจำนวน 460 ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 150 ล้านบาท และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 10 ล้านบาท

 ขณะที่นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรรมการผู้จัดการ MICRO เปิดเผยว่า กลยุทธ์ในช่วงต่อจากนี้พร้อมขยายการเติบโต โดยโครงการในอนาคตในปี 63 บริษัทมีแผนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ Mobile Application สำหรับการรวบรวมข้อมูลลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานสาขาส่งข้อมูลมายังสำนักงานใหญ่

 รวมถึงการอนุมัติสินเชื่อจากส่วนกลาง ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งจะใช้เงินที่ได้รับจากเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ และคาดว่าระบบจะพัฒนาแล้วเสร็จภายในปีนี้

*** คาดปี 65 พอร์ตสินเชื่อพุ่งแตะ 5,000 ลบ.
  
บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อได้ไม่น้อยกว่า 30% ต่อปี โดยมีแผนจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี 64 – 65 คาดจะมี 16 สาขา และ 20 สาขา จากปี 63 มี 12 สาขา เน้นในจังหวัดที่มีการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสูง หรือในพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองจำนวนมาก โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนในการขยายสาขาเฉลี่ยสาขาละ 4 ล้านบาท จากเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อรองรับเป้าหมายในการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโตเป็น 5,000 ล้านบาท ภายในปี 65
ในช่วงครึ่งแรกของปี 63 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่ออยู่ 2,100 ล้านบาท

ด้านนายกานต์ดนัย ชลสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงิน MICRO เปิดเผยว่า บริษัทจะนำเงินบางส่วนที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปชำระหนี้เงินกู้ ประมาณ 150 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% จะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนลดลงอยู่ในระดับ 1 เท่า ขณะเดียวกันเมื่อชำระหนี้ดังกล่าวแล้วบริษัทจะไปกู้เงินบางส่วนที่มีอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำที่ 4% ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลง นอกจากนี้มีแผนจะระดมทุนด้วยการออกและเสนอขายหุ้นกู้ เพื่อมีโอกาสจะทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำกว่าเดิม

*** ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง OR ขาย IPO 3 พันล้านหุ้น

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย.63 ได้อนุมัติคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ของ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ไม่เกิน 3,000,000,000 หุ้น พาร์หุ้นละ 10 บาท คิดเป็น 25% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลัง IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 10 บาท แบ่งเป็น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนเป็นจำนวนไม่เกิน 2,700 ล้านหุ้น (ไม่รวมจำนวนหุ้นส่วนเกินสำหรับการให้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกิน)
โดย OR จะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จัดสรรตามสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อรักษาสิทธิ (Pre-emptive Rights) และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 2,400 ล้านหุ้นเสนอขายประชาชนทั่วไป ขณะที่จะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 300 ล้านหุ้นรองรับการใช้สิทธิจัดสรรหุ้นเกินกว่าจำนวนที่เสนอขาย (หากมีการใช้สิทธิ)

*** PTT ยังคงถือหุ้นใหญ่ 75% ตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน 5 ราย

โดย PTT จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วยการถือหุ้นในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 75% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออกและจำหน่ายได้แล้ว
ที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้น 5 ราย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันซ่า ,บล.เกียรตินาคินภัทร ,บล.บัวหลวง ,บล.กสิกรไทย และ บล.ทิสโก้

*** ระดมทุนรองรับธุรกิจปี 64-67 ขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน

วัตถุประสงค์การระดมทุน เพื่อการขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน รองรับการใช้เงินในช่วงปี 64-67 ขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ "ptt station" ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีศักยภาพ, ขยายธุรกิจสำหรับการตลาดพาณิชย์ในกลุ่มธุรกิจน้ำมัน, การลงทุนคลังเก็บผลิตภัณฑ์และศูนย์กระจายสินค้าธุรกิจน้ำมัน, ขยายเครือข่ายร้านค้าปลีกให้สอดคล้องกับการเติบโตของอุปสงค์ในตลาด, การลงทุนในธุรกิจต่างประเทศ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ หรือใช้ชำระคืนเงินกู้ยืม (ถ้ามี)

บริษัทฯ ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในตลาดค้าปลีกและตลาดพาณิชย์ ธุรกิจกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ร้านสะดวกซื้อ และการบริหารจัดการพื้นที่

*** `เคแอนด์เคฯ (KK)` เตรียมขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น Q4 ขยายสาขา-ชำระหนี้

นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK เปิดเผยว่า เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเสนอขายหุ้นสามัญส่วนเกินอีกจำนวน 10.35 ล้านหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 4/63

โดยจำนวนระดมทุนหุ้นดังกล่าวยังเป็นจำนวนน้อยตามขนาดฐานทุนจดทะเบียน และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องการรักษาสัดส่วนการถือหุ้นเอาไว้

สำหรับเงินระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปใช้ขยายสาขาใหม่อีก 3 แห่ง แบ่งเป็นหาดใหญ่ 2 แห่ง ช่วงเดือนม.ค และ มี.ค 64 และการเจาะตลาดจังหวัดตรังเป็นครั้งแรกอีก 1 แห่งช่วงก.ค.64 โดยใช้งบลงทุนสาขาละ 12 ล้านบาท พื้นที่ 400 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการสร้างตึกใหม่บนพื้นที่เช่า ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีสาขาแล้วรวม 28 แห่ง และเงินระดมทุนอีกส่วนใช้ชำระหนี้ โดยคาดว่าหลังจากเข้าระดมทุนแล้วจะมีD/E ลดลงเหลือกว่า 1 เท่า จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.61 เท่า

โดยในช่วงวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมาบริษัทได้ไปโรดโชว์ที่หาดใหญ่จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีประมาณ 300 คน ซึ่งวันที่ 21 ก.ย.นี้จะเดินสายโรดโชว์ในกรุงเทพ และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน

สำหรับโควิด-19 ไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากบริษัทไม่ได้ปิดให้บริการเหมือนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โดยภาพรวมครึ่งปีหลังบริษัทยังมีโอกาสเติบโต เนื่องจากราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 50 บาท/กิโลกรัม จากระดับ 30บาท/กิโลกรัม ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่ม และในช่วงปลายไตรมาส4 ถึงต้นไตรมาส1 จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ อีกทั้งบริษัทยังได้รับประโยชน์จากการเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500 บาท/เดือน ในช่วงต.ค.-ธ.ค. นี้

โดยบริษัทยังรุกพัฒนาแอพพลิเคชั่นออนไลน์ K&K Superstore เพื่อเป็นส่วนลด และเป็นฐานลูกค้าโดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการแล้ว 3 หมื่นราย และตั้งเป้าขยายการใช้บริการเพิ่มสาขาละ 200 ราย/เดือน และในอนาคตมีแผนพัฒนาช่องทางการขายผ่านออนไลน์ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า(DIY) เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสั่ง โดยไม่ต้องเดินทางมาเลือกซื้อและเข้ามารับด้วยตนเอง หรือเรียกว่าบริการ Pick-Up Service

"KK เป็นธุรกิจภูธร อยู่วงการตลาดค้าปลีกในภาคใต้มานาน เราเป็นธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นที่สามารถสู้ค้าปลีกรายใหญ่ได้ หวังว่านักลงทุนให้โอกาสให้บริษัทสร้างการเติบโตและแสดงศักยภาพ" นายกวิศพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ KK ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" มีจำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บนพื้นที่ 7 ไร่ และดำเนินธุรกิจมากว่า 27 ปี


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Fri Sep 18, 2020 12:57 am

MICRO เคาะราคาขายไอพีโอ 2.65 บ./หุ้น เปิดจองซื้อ 21-23

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday September 17, 2020 16:30 —ThaiPR.net

MICRO เคาะราคาขายไอพีโอ 2.65 บ./หุ้น เปิดจองซื้อ 21-23 ก.ย.นี้
กรุงเทพฯ--17 ก.ย.--ไออาร์ พลัส

“ไมโครลิสซิ่ง” หรือ MICRO เคาะราคาขายไอพีโอ 2.65 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อ 21-23 กันยายนนี้ ดีเดย์เข้าซื้อขายใน SET 1 ตุลาคม 63 โดยมี บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมี บล.เอเซีย พลัส เป็นแกนนำการเสนอขายหลักทรัพย์ พร้อมด้วยผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย 6 แห่ง มั่นใจกำหนดราคาไอพีโอเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง คู่แข่งทางตรงน้อย และมีความสามารถในการทำกำไรเติบโตกว่า 52% ในช่วงครึ่งปีแรก ประกอบกับ ศักยภาพการเติบโตในอนาคต ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อแตะ 5,000 ล้านบาทในปี 65 หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนระยะยาว

นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO เปิดเผยว่า MICRO ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1.00 บาทต่อหุ้น กำหนดราคาไอพีโอหุ้นละ 2.65 บาท จัดสรรให้แก่ บุคคลทั่วไป 58.4% นักลงทุนสถาบัน 16.6% และผู้มีอุปการคุณรวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์และพนักงาน 25.0% ทั้งนี้ กำหนดเปิดจองซื้อหุ้นไอพีโอในช่วงระหว่างวันที่ 21 ถึงวันที่ 23 กันยายนนี้ และคาดว่าจะดำเนินการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรก ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ในกลุ่มธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์ (FIN) โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า MICRO

พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ MICRO จำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

สำหรับการตั้งราคาไอพีโอที่ 2.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E (Pre-Dilution) ประมาณ 14.0 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่มีความเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ เป็นธุรกิจที่กำลังขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีอัตรากำไรอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
"เรามั่นใจว่าการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ MICRO ในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ด้วยราคา

ไอพีโอที่เหมาะสม และการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปตั้งแต่วันโรดโชว์ในช่วงที่ผ่านมา จึงเชื่อว่า MICRO จะเป็นหุ้น Growth Stock ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนในระยะยาว" นายรัชต์ กล่าว

นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน กล่าวว่าการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจของบริษัท เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จำนวนประมาณ 620 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อจำนวน 460 ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 150 ล้านบาท และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 10 ล้านบาท

นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน เปิดเผยว่า กลยุทธ์ในช่วงต่อจากนี้ MICRO พร้อมขยายการเติบโต โดยโครงการในอนาคตในปี 2563 บริษัทฯ มีแผนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ Mobile Application สำหรับการรวบรวมข้อมูลลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานสาขาส่งข้อมูลมายังสำนักงานใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการอนุมัติสินเชื่อจากส่วนกลาง ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งจะใช้เงินที่ได้รับจากเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ และคาดว่าระบบจะพัฒนาแล้วเสร็จภายในปีนี้

นอกจากนั้น บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรักษาอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อได้ไม่น้อยกว่า 30% ต่อปี โดยมีแผนจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี 2564 – 2565 คาดจะมี 16 สาขา และ 20 สาขา จากปี 2563 มี 12 สาขา มุ่งเน้นในจังหวัดที่มีการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสูง หรือในพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองจำนวนมาก โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนในการขยายสาขาเฉลี่ยสาขาละ 4 ล้านบาท จากเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อรองรับเป้าหมายในการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโตเป็น 5,000 ล้านบาท ภายในปี 2565

“ในช่วง 3 – 5 ปีข้างหน้า บริษัทฯ จะยังคงมุ่งเน้นการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการขยายลูกค้าใหม่ ผ่านการขยายเครือข่ายผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองและการเพิ่มจำนวนสาขาให้ครอบคลุมและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน สำหรับแผนธุรกิจระยะยาว บริษัทฯ มีแผนจะเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางการเงินแก่ลูกค้าได้อย่างครบวงจร” นายวินิตย์ กล่าว

สำหรับผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2560 – 2562) บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้รวมเฉลี่ย (CAGR) 24.4% ต่อปี และในงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 รายได้รวมอยู่ที่ 202.5 ล้านบาท เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน 37.10 % ด้านกำไรสุทธิในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 30.6% ต่อปี ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ และในงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 62.5 ล้านบาท เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน 52.1% โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 30.8% และสิ้นปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 330.2 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 110.8 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/2563 และครึ่งปีแรกของปีนี้ มีการเติบโตอย่างน่าประทับใจ แม้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ลูกหนี้เช่าซื้อบางส่วนได้รับผลกระทบ แต่บริษัทฯ ก็มีมาตรการช่วยเหลือ รวมทั้ง สามารถบริหารจัดการ ติดตามและยึดคืนหลักประกันจากลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระได้โดยเร็ว และนำหลักประกันมาจำหน่ายเพื่อนำกระแสเงินสดกลับมาใช้หมุนเวียนในการปล่อยสินเชื่อ พร้อมกับการคุม NPL ในระดับต่ำไม่ถึง 3% สะท้อนธุรกิจรถบรรทุกเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง อีกทั้ง แนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังของทุกปีที่ผ่านมาจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลิตผลทางการเกษตรเริ่มออก และการขยายการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม จึงมั่นใจว่า ผลประกอบการปีนี้จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย พร้อมกับการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนเตรียมพร้อมรับโอกาสในการเติบโต


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Fri Sep 18, 2020 12:57 am

(เพิ่มเติม) "ไมโครลิสซิ่ง" เคาะราคา IPO ที่ 2.65 บ.เปิดจอง 21-23 ก.ย.เข้าเทรด SET 1

--อินโฟเควสท์ โดย สมบูรณ์เกียรติ พานิชเจริญ/รัชดา/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--
(เพิ่มเติม) "ไมโครลิสซิ่ง" เคาะราคา IPO ที่ 2.65 บ.เปิดจอง 21-23 ก.ย.เข้าเทรด SET 1 ต.ค.
ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday September 17, 2020 18:24 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ. ไมโครลิสซิ่ง (MICRO) เปิดเผยว่า MICRO ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1.00 บาทต่อหุ้น กำหนดราคาไอพีโอหุ้นละ 2.65 บาท จัดสรรให้แก่ บุคคลทั่วไป 58.4% นักลงทุนสถาบัน 16.6% และผู้มีอุปการคุณรวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์และพนักงาน 25.0%

ทั้งนี้ กำหนดเปิดจองซื้อหุ้น IPO ในช่วงระหว่างวันที่ 21 - 23 กันยายนนี้ และคาดว่าจะดำเนินการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรก ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ในกลุ่มธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์ (FIN) โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า MICRO พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ MICRO จำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.เคจีไอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.กรุงไทย ซีมิโก้, บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) และ บล.โกลเบล็ก

สำหรับการตั้งราคาไอพีโอที่ 2.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E (Pre-Dilution) ประมาณ 14.0 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่มีความเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ เป็นธุรกิจที่กำลังขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีอัตรากำไรอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

"เรามั่นใจว่าการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ MICRO ในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ด้วยราคาไอพีโอที่เหมาะสม และการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปตั้งแต่วันโรดโชว์ในช่วงที่ผ่านมา จึงเชื่อว่า MICRO จะเป็นหุ้น Growth Stock ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนในระยะยาว" นายรัชต์ กล่าว
MICRO มีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อนำเงินที่ได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จำนวนประมาณ 620 ล้านบาท จะใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อจำนวน 460 ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 150 ล้านบาท และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 10 ล้านบาท

นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรรมการผู้จัดการ MICRO เปิดเผยว่า กลยุทธ์ในช่วงต่อจากนี้ MICRO พร้อมขยายการเติบโต โดยโครงการในอนาคตในปี 63 บริษัทมีแผนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ Mobile Application สำหรับการรวบรวมข้อมูลลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานสาขาส่งข้อมูลมายังสำนักงานใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการอนุมัติสินเชื่อจากส่วนกลาง ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งจะใช้เงินที่ได้รับจากเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ และคาดว่าระบบจะพัฒนาแล้วเสร็จภายในปีนี้

บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อได้ไม่น้อยกว่า 30% ต่อปี โดยมีแผนจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 64-65 คาดจะมี 16 สาขา และ 20 สาขา จากปี 63 มี 12 สาขา เน้นจังหวัดที่มีการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสูง หรือในพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองจำนวนมาก คาดว่าจะใช้งบลงทุนเฉลี่ยสาขาละ 4 ล้านบาท เพื่อรองรับเป้าหมายการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโตเป็น 5,000 ล้านบาทภายในปี 65

"ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการขยายลูกค้าใหม่ ผ่านการขยายเครือข่ายผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองและการเพิ่มจำนวนสาขาให้ครอบคลุมและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน สำหรับแผนธุรกิจระยะยาว บริษัทมีแผนจะเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางการเงินแก่ลูกค้าได้อย่างครบวงจร" นายวินิตย์ กล่าว
ด้านนายกานต์ดนัย ชลสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงิน MICRO เปิแผยว่า จากแผนงานที่บริษัทจะนำเงินบางส่วนจากการระดมทุนไปชำระหนี้เงินกู้ 150 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% จะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงมาอยู่ในระดับ 1 เท่า ขณะเดียวกันเมื่อชำระหนี้แล้วบริษัทจะมีการกู้เงินบางส่วนที่มีอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำที่ 4% มาแทน ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง นอกจากนี้ ยังมีแผนจะระดมทุนด้วยการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในอนาคตเพื่อทำให้อัตราดอกเบี้ยต่ำลงกว่าเดิม

บริษัทยังตั้งเป้าจะรักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 3% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.7% โดยเน้นการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และด้วยประสบการของบริษัทในการประเมินราคารถบรรทุก เชื่อว่าจะทำให้ไม่เกิดผลกระทบมากหากเกิด NPL ขึ้น

สำหรับนโยบายของบริษัทหลังจากที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) แล้ว บริษัทจะยังคงการขยายตลาดในการให้สินเชื่อรถบรรทุกมือสองอยู่ เนื่องจากต้องอาศัยความชำนาญในการเข้ามาบุกตลาดนี้ และเป็นตลาดที่สามารถมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในระดับที่ดี และสูงกว่าตลาดรถบรรทุกใหม่ หรือรถบรรทุกที่มีอายุ 1-5 ปี

"ตลาดรถบรรทุกมือสองนี้มีมูลค่ามากกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งปัจจุบันเรามีพอร์ตแค่ 2,000 กว่าล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่ายังมีโอกาสการเติบโตอีกมาก และการแข่งขันในตลาดนี้ค่อนข้างต่ำเพราะต้องอาศัยความชำนาญในการประเมิณราคารถบรรทุก เราจึงเชื่อมั่นว่าด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนแน่นอน"นายกานต์ดนัย กล่าว


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Sun Sep 20, 2020 5:07 pm

MICROเหยียบคันเร่ง ขึ้นแท่นผู้นำ 'รถบรรทุกมือ2'

หวังนำเงินระดมทุนติดเครื่องธุรกิจโต 'เท่าตัว' จุดเด่นน้องใหม่ไอพีโอ 'ไมโครลิสซิ่ง' เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 1 ต.ค.นี้ ราคาหุ้นละ 2.65 บาท 'วินิตย์ ปิยะเมธาง' มือปืนรับจ้าง ส่งซิกพร้อมขยายพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุกมือสองพุ่ง !

'ฮอตฮิต' ตั้งแต่ยังไม่ขายหุ้นไอพีโอ !

สำหรับ บมจ. ไมโครลิสซิ่ง หรือ MICRO ผู้ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง เช่น รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ และ 12 ล้อ เป็นต้น ที่สร้างเซอร์ไพรส์ตั้งแต่ยังไม่เคาะราคาไอพีโอ ! หลังความต้องการของนักลงทุนรายใหญ่-รายย่อย สะท้อนผ่านนักลงทุนแสดงความสนใจขอจองซื้อหุ้นหลักร้อยล้านหุ้น !

'เราขายหุ้นไอพีโอจำนวน 235 ล้านหุ้น แล้วนักลงทุนรายเดียวต้องการหุ้นเป็นร้อยล้านหุ้น เราจะไปนำหุ้นที่ไหนมาให้ !'

โดยเตรียมเสนอขายหุ้นไอพีโอในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 235 ล้านหุ้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ในราคาหุ้นละ 2.65 บาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1 บาท คิดเป็นเงินระดมทุนจำนวน 620 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อจำนวน 460 ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 150 ล้านบาท และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 10 ล้านบาท

บมจ.ไมโครลิสซิ่ง หรือ MICRO ก่อตั้งในปี 2537 ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการสินเชื่อเช่า ซื้อรถบรรทุกมือสอง ด้วยประสบการณ์และความชำนาญในการดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 25 ปี โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อยทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีความประสงค์จะเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองสำหรับใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น ให้บริการรับจ้างขนส่งสินค้า หรือใช้สำหรับงานขนส่งสินค้าภายในกิจการ และให้บริการสินเชื่อรูปแบบอื่นๆ เช่น สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีทะเบียนรถบรรทุกแบบโอนเล่มเป็นหลักประกัน และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ (Refinance)

ณ ปัจจุบัน MICRO แบ่งประเภทสินเชื่อให้บริการออกเป็น 3 ประเภท คือ 1.สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 95% สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อรถบรรทุกมือสองเพื่อประกอบธุรกิจ 2.สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่อง คิดเป็นสัดส่วน 5% หรือสินเชื่อแบบมีรถบรรทุกเป็นหลักประกัน จัดทำภายใต้สัญญาเช่าซื้อ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน และ 3.สินเชื่อรีไฟแนนซ์ คิดเป็นสัดส่วน 1% สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดี

'วินิตย์ ปิยะเมธาง' กรรมการผู้จัดการ บมจ.ไมโครลิสซิ่ง หรือ MICRO เล่าให้ 'กรุงเทพธุรกิจ BizWeek' ฟังว่า มานั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ (MD) ได้ราว 2 ปี เมื่อมานั่งตรงนี้เห็นชัดๆ ว่าธุรกิจยังมีช่องทางการเติบโตอีกมาก ซึ่งภารกิจแรกที่ต้องทำ นั่นคือ การผลักดันบริษัทเข้ามานำระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อน หากต้องการต่อยอดธุรกิจให้มีอัตราการเติบโตในอนาคต ซึ่งแผนการระดมทุนคือ 'ธงผืนใหญ่' เขาบอกเช่นนั้น !!

การนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นยอมรับว่า ต้องการแก้ไขปัญหา 'ข้อจำกัด' การเติบโตของธุรกิจโดยบริษัทต้องมีแหล่งเงินลงทุนต้นทุนต่ำเพื่อไปขยายพอร์ตธุรกิจให้เติบโตมากยิ่งขึ้น สะท้อนผ่าน เงินระดมทุนเสนอขาย IPO จะนำไปใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ ชำระคืนเงินกู้ยืม และกู้ยืมใหม่ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง (Refinance)

เมื่อเป้าหมายสำคัญต้องการขึ้น 'เป็นผู้นำในการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองของประเทศไทย' บ่งชี้ผ่านมูลค่าตลาดรถบรรทุกมือสองอยู่ที่ '2หมื่นล้านบาท' โดยภาพรวมตลาดเติบโตขึ้นทุกปี ซึ่งปัจจุบันบริษัทมี 'ส่วนแบ่งทางการตลาด' (มาร์เก็ตแชร์) อยู่ที่ 5.5% ขณะที่ 2 รายใหญ่ในตลาดรถบรรทุกมือสองมีมาร์เก็ตแชร์รวมกันอยู่ที่ราว 20% ดังนั้น ยังมีความต้องการ (ดีมานด์) ในตลาดให้บริษัทสามารถสร้างการเติบโตได้อีกมาก

'ความต้องการรถบรรทุกมือสองเทียบกับความต้องการรถบรรทุกมือหนึ่งอยู่ที่ 51:49 นั้นแปลว่าคนมีความนิยมในการซื้อรถบรรทุกมือสองมากขึ้นจากเดิม สะท้อนผ่านจากปีก่อนความนิยมมือหนึ่งยังสูงกว่ามือสอง'

'กรรมการผู้จัดการ' แจกแจงแผนธุรกิจให้ฟังต่อว่า ภายใน 2 ปีข้างหน้า (2564-2565) บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ต่อปี และ พอร์ตสินเชื่อคงค้างจะแตะ 5,000 ล้านบาท จากไตรมาส 2 ปี 2563 มีพอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2,141 ล้านบาท และ จะควบคุมหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 3% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.7% แต่หากรวมรถยึดจะอยู่ที่ 2.9%

'ปีนี้วางเป้าไว้ว่ามูลค่าพอร์ตสินเชื่อคงค้าง 2,400-2,500 ล้านบาท ส่วนปีหน้า 4,000 ล้านบาท เพราะว่าเราจะปล่อยสินเชื่อเท่าตัวประมาณ 2,500 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ปล่อย 1,200 ล้านบาท และในปี 2565 ปล่อยสินเชื่อ 3,000 ล้านบาท มูลค่าพอร์ตสินเชื่อคงค้างจะไปแตะ 5,000 ล้านบาท เท่ากับว่า 2 ปีข้างหน้า (2564-2565) มูลค่าพอร์ตสินเชื่อจะเติบโตเท่าตัว !'

นอกจากนั้น บริษัทมีแผนจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี 2564-2565 คาดจะมี 16 สาขา และ 20 สาขา จากปี 2563 มี 12 สาขา มุ่งเน้นในจังหวัดที่มีการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสูง หรือในพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองจำนวนมาก โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนในการขยายสาขาเฉลี่ยสาขาละ 4 ล้านบาท จากเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อรองรับเป้าหมายในการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโต

สำหรับ 'กลุ่มลูกค้า' ของบริษัทที่มีการปล่อยสินเชื่อรถบรรทุกมือสอง แบ่งเป็น 'อุตสาหกรรมอุปโภค-บริโภค' คิดเป็นสัดส่วน 60% 'อุตสาหกรรมเกษตร' คิดเป็น 17% 'อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง' คิดเป็น 20% และอุตสาหกรรมอื่นๆ คิดเป็น 3% ซึ่งเรามีการกระจายพอร์ตสินเชื่อไม่ได้ปล่อยให้กับอุตสาหกรรมเดียว ซึ่งเป็นการป้องกันความเสี่ยงของบริษัทด้วย สะท้อนผ่านวิกฤติโควิด-19 บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมาก เพราะว่าบริษัทมีการกระจายกลุ่มลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม อย่าง วัสดุก่อสร้างได้รับผลกระทบ แต่อุตสาหกรรมที่เติบโตได้จะเป็นขนส่งสินค้าอุปโภค-บริโภค เพราะว่าคนต้องคนต้องกินต้องใช้

'ฉะนั้น จะเห็นว่าวิกฤติโควิด-19 ไม่ได้เข้ามากระทบในทุกอุตสาหกรรม เพราะว่าเรามีการกระจายพอร์ตสินเชื่อในหลากหลายอุตสาหกรรมมาก และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยมากคือกลุ่มลูกค้าที่ขนส่งสินค้าอุปโภค-บริโภค'

อย่างไรก็ตาม แผนธุรกิจในอนาคตในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านการเพิ่มจำนวนคู่ค้าผู้ประกอบเต็นท์รถบรรทุกมือสองที่มีศักยภาพ เช่น มีปริมาณรถบรรทุกหมุนเวียนสูง และจำหน่ายรถบรรทุกที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการเพิ่มจำนวนพนักงาน และการเพิ่มจำนวนสาขาในภูมิภาคต่างๆ อีกด้วย เพื่อให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองของบริษัทครอบคลุมทุกพื้นที่และสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วประเทศ โดยบริษัทมีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มเติมในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางฝั่งตะวันตก และภาคกลางฝั่งตะวันออก

ทั้งนี้ บริษัทจะเน้นการแข่งขันเชิงรุกเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดจากผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ (Local Entrepreneurs) นอกจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ โดยในปัจจุบันบริษัทได้เริ่มพัฒนาระบบการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อผ่านทาง Mobile Application ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสามารถรองรับการขยายธุรกิจสินเชื่อประเภทอื่นเพิ่มเติมได้ในอนาคตโดยบริษัทมีนโยบายให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อโดยเน้นการอนุมัติที่รวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อโอกาสทางธุรกิจของลูกค้า

โดยในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ บริษัทให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบและรัดกุมโดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านคุณภาพหลักประกันและคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ โดยบริษัทได้พัฒนาเครื่องมือสำหรับใช้เป็นมาตรฐานในการตรวจสอบและคัดกรองลูกค้าสินเชื่อ ในลักษณะเดียวกับผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรายใหญ่อื่นๆ ของประเทศ เช่น การตรวจสอบประวัติการชำระหนี้จากเครดิตบูโร (NCB) และการใช้ระบบ Credit Scoring ในการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้า โดยลูกค้าที่สามารถขอสินเชื่อจากบริษัทจะต้องมีคะแนนเครดิตผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่บริษัทกำหนด

โดยบริษัทจะสามารถแจ้งผลการอนุมัติให้แก่ลูกค้าได้ภายใน 3-5 วัน หลังได้รับเอกสารประกอบการขอสินเชื่อครบถ้วนในด้านการประเมินคุณภาพหลักประกัน บริษัทมีการจัดทำฐานข้อมูลราคากลางของรถบรรทุก หรือ Rate Book สำหรับใช้เป็นฐานอ้างอิงราคาประเมินรถบรรทุกที่จะให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งฝ่ายประเมินหลักประกันของบริษัทจะทำการสำรวจราคารถบรรทุกแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อจากแหล่งข้อมูลภายนอกที่น่าเชื่อถือ

สำหรับผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2560–2562) มีอัตราการเติบโตของรายได้รวมเฉลี่ย (CAGR) 24.4% ต่อปี และในงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 รายได้รวมอยู่ที่ 202.5 ล้านบาท เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน 37.10 % ด้านกำไรสุทธิในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 30.6% ต่อปี ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท และในงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 62.5 ล้านบาท เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน 52.1% โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 30.8% และสิ้นปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 330.2 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 110.8 ล้านบาท

ท้ายสุด 'วินิตย์' ทิ้งท้ายไว้ว่า แม้ช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ธุรกิจของเรายังเติบโต โดยลูกหนี้เช่าซื้อบางส่วนได้รับผลกระทบ แต่บริษัทก็มีมาตรการช่วยเหลือ รวมทั้งสามารถบริหารจัดการ ติดตามและยึดคืนหลักประกันจากลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระได้โดยเร็ว พร้อมกับการคุม NPL ในระดับต่ำไม่ถึง 3% สะท้อนธุรกิจรถบรรทุกเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Sun Sep 20, 2020 8:49 pm

#IPO_INSIGHT: MICRO ปั้นพอร์ตรถบรรทุกมือสองปี 65 แตะ 5 พันลบ.เข็น IPO ฝ่าตลาดหุ้นโค้งสุดท้าย

Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์
Thursday, September 17, 2020 08:33

phpBB [video]


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.ย. 63)
กระแสการตอบรับหุ้น IPO ก่อนเข้าโค้งสุดท้ายของปี 63 กลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น สะท้อนจากปริมาณซื้อขายไหลเข้ามาอย่างหนาแน่นผลักดันราคาหุ้นของทั้ง 5 บจ.น้องใหม่ที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนใหม่ตั้งแต่กลางปีปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะช่วงวันแรกๆ ที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ

บมจ.ไมโครลิสซิ่ง (MICRO) เป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่ระหว่างเตรียมตัวเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงเดือน ต.ค.นี้ โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25.13% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO โดยมีบริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บล.เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

*เชื่อมั่นเข้า SET ต.ค.ผลตอบรับดี

นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรรมการผู้จัดการ MICRO เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์"ว่า ค่อนข้างมีความเชื่อมั่นว่าหุ้น MICRO จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ลงทุน ทั้งกลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน (กองทุน) และกลุ่มผู้ลงทุนรายย่อย จากปัจจัยพื้นฐานทิศทางผลประกอบการตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบันเห็นการเติบโตต่อเนื่อง และแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 แต่ธุรกิจสินเชื่อรถบรรทุกมือ 2 ยังทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อาจได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มากนัก สะท้อนจากผลประกอบการไตรมาส 2/63 มีกำไรสุทธิ 33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/63 ที่มีกำไร 29 ล้านบาท แปลว่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งด้วยรถบรรทุกก็ยังสามารถเติบโตได้ท่ามกลางความเสี่ยงที่หลายอุตสาหกรรมยังคงได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้

"บริษัทมีนโยบายกระจายพอร์ตสินเชื่อหลากหลายธุรกิจ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงหากอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย ลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าอุปโภคและบริโภค 60% กลุ่มธุรกิจก่อสร้าง 20% และกลุ่มธุรกิจการเกษตร 17-20% ซึ่งสถานการณ์ของกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคก็ยังสามารถเติบโตได้ดี"นายวินิตย์ กล่าว

นายวินิตย์ กล่าวว่า MICRO เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองของประเทศ ด้วยประสบการณ์และความชำนาญในการดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 25 ปี โดยให้สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ 12 ล้อ และรถพ่วงมือสอง สำหรับใช้ในการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการสินเชื่อรถเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ประเภทอื่น เช่น รถหัวลาก และรถบรรทุกเฉพาะกิจต่างๆ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้ากว้างขึ้น

บริษัทมุ่งเน้นให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเฉพาะรุ่นและยี่ห้อที่มีตลาดซื้อขายรองรับ เช่น อีซูซุ (ISUZU) ฮีโน่ (HINO) และฟูโซ่ (FUSO) เป็นต้น คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 95% ของพอร์ตสินเชื่อโดยรวม นอกจากนั้น บริษัทยังมีบริการสินเชื่ออีก 2 ประเภทคือสินเชื่อทะเบียนรถบรรทุก และสินเชื่อรีไฟแนนซ์รถบรรทุก เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับกลุ่มลูกค้าประเภทรถบรรทุกเป็นหลัก

*คุม NPLs เข้มพักหนี้โควิดรับกระทบไม่มาก

นายวินิตย์ กล่าวว่า แนวทางการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) บริษัทมีนโยบายควบคุมอย่างเข้มข้นเพื่อคัดกรองลูกหนี้ที่มีคุณภาพดี โดยปี 60 ได้นำระบบ "Credit Scoring" เป็นไปตามหลักเกณฑ์เดียวกับสถาบันการเงินต่างๆ เข้ามาใช้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า รวมถึงศักยภาพของผู้ค้ำประกันให้เหมาะสมต่อวงเงินสินเชื่อ นอกจากนั้น บริษัทยังมีทีมงานติดตามหนี้ที่มีคุณภาพพร้อมกับจ้างทีม Outsource ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเข้ามาดูแลในส่วนงานดังกล่าวเพิ่มเติมด้วย

"หนี้ NPLs อดีตสูงกว่า 10% บริษัทมีนโยบายควบคุมและลดลงมาเรื่อยๆ ถึงปัจจุบันอ้างอิงงบการเงินไตรมาส 2/63 หนี้ NPLs ลดลงมาเหลือ 2.7% ขณะที่ในอนาคตบริษัทจะรักษาระดับควบคุมหนี้ NPLs ไม่ให้สูงเกิน 3% ต่อปี"นายวินิตย์ กล่าว

ปัจจุบัน บริษัทนำระบบ IT เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลลูกค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินเชื่อได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ เช่น นำส่งข้อมูลแบบ Real Time สามารถตรวจสอบข้อมูลของลูกค้าได้ทันที และแผนต่อไปคือการนำข้อมูลดังกล่าวเชื่อมโยงเข้ากับข้อมูล Credit Scoring ยิ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วการอนุมัติสินเชื่อเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าให้มากที่สุด

ขณะที่ในช่วงที่เกิดวิกฤติโควิด-19 บริษัทมีโครงการพักชำระหนี้ให้กับลูกค้า โดยมีเพียง 40 รายจากลูกค้าทั้งหมด 3,200 รายที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว จึงกระทบต่อภาพรวมผลประกอบการเล็กน้อยเท่านั้น

"ยอมรับว่ามูลค่าของรถบรรทุกมือ 2 เป็นสินทรัพย์ที่ถูกด้อยค่ามาแล้วตามกลไกตลาด แตกต่างกับรถบรรทุกมือ 1 ที่เวลาขายต่อราคามักจะลดลงอย่างมาก โดยปกติแล้วราคาซื้อขายรถบรรทุกมือ 2 จะขึ้นอยู่กับความต้องการในช่วงเวลานั้นเป็นหลักหากเศรษฐกิจดีจากราคาคันละ 800,000 บาทก็สามารถขยับขึ้นไปมากกว่า 1,000,000 บาทได้เช่นกัน"

*เป้าปี 65 พอร์ตสินเชื่อโตเท่าตัวแตะ 5 พันล้านบาท

นายวินิตย์ กล่าวต่อว่า บริษัทตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปี 63 มูลค่าพอร์ตสินเชื่อรวมจะเพิ่มขึ้นแตะ 2,500 ล้านบาท เติบโต 23% จากปีก่อน โดยเชื่อว่าทิศทางผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ตามที่คาดไว้ เพราะเข้าสู่ไฮซีซั่นธุรกิจขนส่งรถบรรทุก ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการสินเชื่อเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นไปแตะ 4 พันล้านบาทในปี 64 และปี 65 จะเพิ่มขึ้นแตะ 5 พันล้านบาท

"ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดของอุตสาหกรรมสินเชื่อรถบรรทุกมือ 2 อยู่ที่ 5.5% จากมูลค่าอุตสาหกรรมทั้งหมดที่มีกว่า 2 หมื่นล้านบาท ภายหลังจากเป็นบริษัทจดทะเบียนแล้ว เชื่อมั่นว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ๆและก้าวขึ้นไปติดอันดับ 1 ใน 3 ของของผู้นำอุตสาหกรรมสินเชื่อรถบรรทุกมือ 2 ได้อย่างแน่นอน"

*ชูโดดเด่นเน้นศักยภาพกำไรสูง

สำหรับภาพรวมศักยภาพทำกำไรของบริษัทผ่านธุรกิจให้บริการสินเชื่อรถบรรทุกมือ 2 มีความโดดเด่นเรื่องของกำไรที่ดีจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่อยู่ในระดับสูง

หากอ้างอิงตามข้อมูลภาพรวมของ NIM ในอุตสาหกรรมสินเชื่อรถบรรทุกมือ 2 เฉลี่ยอยู่ที่ 12-13% อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนมาพิจารณาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ของบริษัทพบว่าอยู่ที่ระดับมากกว่า 30% นับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยภาพรวมอุตสาหกรรม ขณะที่ภาพรวมการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 30% ต่อปี เป็นสิ่งสะท้อนการเติบโตอย่างมั่นคงในอดีตต่อเนื่องไปถึงอนาคต

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 2/63 บริษัทมีจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อรวม 3,200 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,140 ล้านบาท

"พอร์ตสินเชื่อรวมที่เพิ่มขึ้นทุก 100 บาท บริษัทจะมีกำไรอย่างน้อย 7 บาทเป็นรายได้จากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย หากบริษัทเข้าตลาดแล้วลดต้นทุนทางการเงินก็จะยิ่งช่วยเพิ่มมาร์จิ้นได้ดีขึ้น"นายวินิตย์ กล่าว

และเสริมว่า "ปัจจุบันความต้องการเช่าซื้อรถบรรทุกมือ 2 เพิ่มขึ้นทุกๆปี สวนทางกับความต้องการรถบรรทุกมือ 1 ที่ส่งสัญญาณลดลงตามลำดับ ข้อมูลอ้างอิงจากกรมการขนส่งทางบกพบว่าช่วงไตรมาส 2/63 รถบรรทุกมือ 2 เติบโตแซงหน้าการใช้รถบรรทุกมือ 1 แล้ว ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนวิธีคิดของผู้ประกอบการที่หันมาใช้รถบรรทุกมือ 2 มากขึ้นเพราะซ่อมง่าย ประหยัดต้นทุนขนส่ง เป็นต้น"

ผลประกอบการปี 60-62 บริษัทมีรายได้รวม 227.0 ล้านบาท 258.6 ล้านบาท และ 330.2 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ (CAGR) ในช่วง 3 ปีดังกล่าวเท่ากับ 24.4% ต่อปี และกำไรสุทธิมีจำนวน 60.8 ล้านบาท 89.9 ล้านบาท และ 110.8 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 26.8%, 34.8% และ 33.5% ตามลำดับ โดยอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ (CAGR) สูงถึง 30.6% ต่อปี

และในช่วง 6 เดือนแรกของปี 63 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 62.5 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 30.8%

*หวังผลระดมทุนตลาดหุ้นขยายฐานทั่วประเทศ

นายวินิตย์ กล่าวอีกว่า แผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือต้องการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน โดยนำเงินจากการระดมทุนส่วนหนึ่งไปชำระหนี้กับสถาบันการเงินที่มีต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ย 4-5% เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัท โดยปัจจุบัน บริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.02 เท่า

ขณะเดียวกันยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมจาก 12 สาขาในปัจจุบัน เพิ่มเป็น 20 สาขาในปี 65 เพื่อรองรับการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในอนาคตอีกด้วย

"แนวทางขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศ นอกเหนือจากแผนขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว บริษัทยังวางไว้หลายแนวทาง เช่น การร่วมเป็นพันธมิตรกับตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกมือ 2 ที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 350 ราย และนายหน้าที่เป็นผู้เสนอบริการสินเชื่อให้กับลูกค้ามากกว่า 90 รายครอบคลุมทั่วประเทศ"นายวินิตย์ กล่าว


https://youtu.be/lKgqGy6FBR8

โดย ชัยรัตน์ พุ่มมาลา/วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Sun Sep 20, 2020 9:21 pm

phpBB [video]


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MICRO

Posts by pakapong_u » Sun Sep 20, 2020 9:21 pm

phpBB [video]


Post Reply