DMT

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

DMT

Posts by pakapong_u » Thu Dec 12, 2019 10:01 am

`ทางยกระดับดอนเมือง(DMT)`ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 140 ล้านหุ้น นำเงินคืนหนี้



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 ธ.ค. 62 9:56: น.
  บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก จำนวนไม่เกิน 140 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5.20 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.85 ของจํานวนหุ้นที่ออก และเรียกชําระแล้วทั้งหมดของบริษัท เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมี บริษัท อวานการ์ด แคปปิตอล จำกัดที่ปรึกษาทางการเงิน

  บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจบริหารโครงการสัมปทานทางยกระดับดอนเมืองช่วงดินแดงจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ระยะทางประมาณ 21.9 กิโลเมตร โดยได้รับสิทธิในการบริหารโครงการจากกรมทางหลวง มีระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี (จากวันที่ 21 สิงหาคม 2532 จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2557) และต่อมาในปี 2538 ปี 2539 และ ปี 2550 สัญญาสัมปทานดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข 3 ครั้ง ซึ่งส่งผลให้ระยะเวลาสัมปทานขยายเป็น 27 ปี นับจากวันที่ 12 กันยายน 2550 หรือสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 11 กันยายน 2577

  และโครงการทางยกระดับดอนเมือง (ดินแดง--รังสิต) มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 28.1 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังรวมถึงทางหลวงสัมปทานตอนต่อขยายด้านทิศใต้ เชื่อมทางยกระดับดอนเมืองกับทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) บริเวณดินแดงระยะทาง 1.5 กิโลเมตร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ทางที่ต้องการเชื่องตต่อไปยังทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2)

  โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ ประกอบด้วย กลุ่มครอบครัวพานิชชีวะ ถือหุ้นรวม 373.8 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 35.9 หลังขายหุ้นไอพีโอ จะเหลือสัดส่วนถือหุ้นร้อยละ 31.6 รองลงมา เป็น บริษัท เอไอเอฟ โทลโรดส์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัดถือหุ้นรวม 373.8 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 29.5 หลังขายหุ้นไอพีโอจะเหลือสัดส่วนถือหุ้นร้อยละ 26

  บริษัทฯ มีรายได้หลักจากการเก็บค่าบริการค่าผ่านทาง สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 2560 และ 2561 เท่ากับ 2,952.7 ล้านบาท 2,978.2 ล้านบาท 3,024.6 ล้านบาท ตามลำดับ และงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 และ 2562 เท่ากับ 2,267.7 ล้านบาท 2,126.2 ล้านบาท ตามลำดับ รายได้ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลา 3 ปีตามปริมาณจราจรที่เพิ่มมากขึ้น

  ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 2560 และ 2561 เท่ากับ 1,497.9 ล้านบาท 1,398.1 ล้านบาท 1,457.2 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 และ 2562 เท่ากับ 1,087.6 ล้านบาท และ 854.0 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 50.7 ร้อยละ 46.9 ร้อยละ 48.2 ร้อยละ 48.0 และร้อยละ 40.2 ตามลำดับ ซึ่งการลดลงของอัตรากำไรสุทธิปี 2559--2560 เป็นผลมาจากบริษัทฯ ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 (ปรับปรุง 2559) ดังอธิบายข้างต้น จึงส่งผลให้ต้นทุนสัมปทานในการใช้ทางยกระดับเพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิปี 2561 เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 4.23 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหาร และต้นทุนทางการเงินลดลง

  บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ เพื่อ 1. ชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 2. ชำระคืนหุ้นกู้ 3. เงินลงทุน และเงินลงทุนหมุนเวียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: DMT

Posts by pakapong_u » Thu Dec 12, 2019 10:05 am

https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... sID=281618

หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : -
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : บริษัท อวานการ์ด แคปปิตอล จำกัด / N.A.


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: DMT

Posts by pakapong_u » Thu Dec 12, 2019 5:33 pm

DMT : ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)
ประเภทธุรกิจ
ประกอบธุรกิจบริหารโครงการสัมปทานทางยกระดับดอนเมืองช่วงดินแดงจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ระยะทางประมาณ 21.9 กิโลเมตร
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ บริการ / ขนส่งและโลจิสติกส์
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO
จำนวนไม่เกิน 140,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 11.85 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ
ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
n/a
ราคา IPO
n/a
ราคา PAR
5.20 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัท อวานการ์ด แคปปิตอล จำกัด

ข้อมูล Filing
www.tollway.co.th


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: DMT

Posts by pakapong_u » Mon Dec 16, 2019 10:42 am

ทางยกระดับดอนเมือง ยื่นไฟลิ่ง ขาย 140 ล้านหุ้น เข้า SET

13/12/2019Exclusive News, ดอนเมืองโทลล์เวย์
HoonSmart.com>>ทางยกระดับดอนเมืองเตรียมระดมทุน IPO ใช้คืนเงินกู้ระยะสั้น-ไถ่ถอนหุ้นกู้-ทุนหมุนเวียน

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 140 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 5.20 บาท คิดเป็นสัดส่วน 11.85% ของหุ้นที่เรียกชำระแล้วทั้งหมด โดยบริษัทฯจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และมีบริษัท อวานการ์ด แคปปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

วัตถุประสงค์ของการใช้เงิน เพื่อชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน, ชำระคืนหุ้นกู้, เงินลงทุน และเงินลงทุนหมุนเวียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

บริษัทฯประกอบธุรกิจบริหารโครงการสัมปทานทางยกระดับดอนเมืองช่วงดินแดงจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ระยะทางประมาณ 21.9 กิโลเมตร ได้รับสิทธิในการบริหารโครงการจากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ภายใต้สัญญาสัมปทานโครงการทางยกระดับดอนเมืองเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2532 มีระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี ( 21ส.ค. 2532 จนถึงวันที่ 20 ส.ค. 2557) ต่อมาในปี 2538 ปี 2539 และ ปี 2550 สัญญาสัมปทาน ได้มีการแก้ไข 3 ครั้ง ขยายระยะเวลาสัมปทานเป็น 27 ปี นับจากวันที่ 12 ก.ย. 2550 หรือสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 11 ก.ย.2577

โครงการทางยกระดับดอนเมือง (ดินแดง-รังสิต) มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 28.1 กิโลเมตร แบ่งเป็น 2 ส่วน 1. เริ่มต้นจากดินแดงถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ระยะทางรวม 21.9 กิโลเมตร ประกอบด้วยทางหลวงสัมปทานส่วนเดิม จากดินแดงถึงดอนเมือง ระยะทาง 15.4 กิโลเมตร สามารถรองรับปริมาณการจราจรได้ประมาณ 180,000 คันต่อชั่วโมง และทางหลวงสัมปทานตอนต่อขยายด้านทิศเหนือ จากดอนเมืองถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร สามารถรองรับปริมาณการจราจรได้ประมาณ 160,000 คันต่อชั่วโมง

2. ทางหลวงส่วนต่อขยายรังสิต เชื่อมต่อจากทางหลวงสัมปทานด้านทิศเหนือบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติถึงรังสิตบริเวณหน้าโรงกษาปณ์ ระยะทาง 6.2 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังต่อทางหลวงสัมปทานตอนต่อขยายด้านทิศใต้ เชื่อมทางยกระดับดอนเมืองกับทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) บริเวณดินแดงระยะทาง 1.5 กิโลเมตร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ทางที่ต้องการเชื่องตต่อไปยังทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2)

ทางด้านผลดำเนินงานของบริษัท ณ วันที่ 30 ก.ย.2562 มีสินทรัพย์รวม 11,559.7 ล้านบาท หนี้สินรวม 4,725.4 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 6,834.3 ล้านบาท โดยงวด 9 เดือน 2562 บริษัทฯมีรายได้รวม 2,165.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 1,311.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 854 ล้านบาท

รายได้หลักมาจากการเก็บค่าบริการค่าผ่านทาง ในปี 2559-2561 เท่ากับ 2,952.7 ล้านบาท 2,978.2 ล้านบาท 3,024.6 ล้านบาท ตามลำดับ และงวด 9 เดือน 2561 และ 2562 เท่ากับ 2,267.7 ล้านบาท 2,126.2 ล้านบาท ตามลำดับรายได้ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลา 3 ปีตามปริมาณจราจรที่เพิ่มมากขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ

ด้านกำไรสุทธิ ปี 2559-2561 เท่ากับ 1,497.9 ล้านบาท 1,398.1 ล้านบาท 1,457.2 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับงวด 9 เดือนปี 2561 และ 2562 เท่ากับ 1,087.6 ล้านบาท และ 854.0 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 50.7%, 46.9% ,48.2% ,48.0% และ 40.2% ตามลำดับ ซึ่งลดลงในปี 2559-2560 เนื่องจากบริษัทฯ ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 (ปรับปรุง 2559) ส่งผลให้ต้นทุนสัมปทานในการใช้ทางยกระดับเพิ่มขึ้น

ขณะที่อัตรากำไรสุทธิปี 2561 เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 4.23 % จากค่าใช้จ่ายในการบริหาร และต้นทุนทางการเงินลดลง รวมถึงได้รับเงินชดเชยน้ำท่วมจากเมื่อปี 2554 ตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในการคมนาคมบนทางยกระดับอุตราภิมุข จากกรมทางหลวง จำนวน 14.5 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิลดลงในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 เนื่องจากบริษัทฯ มีการรับรู้ประมาณการของค่าซ่อมบำรุงรักษา ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีเรื่องการรับรู้ค่าใช้จ่าย และประมาณการหนี้สินระยะยาว และมีค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมทางยกระดับการให้บริการเพิ่มขึ้น 102.1 ล้านบาท

ส่วนแผนงานในการลงทุนในโครงการต่าง ๆ เช่น เส้นทางเชื่อมระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุข โครงการทางเชื่อมระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุข กับท่าอากาศยานดอนเมือง อยู่ในแผนงานโครงการพัฒนาฯ บริษัทฯ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมร่วมกับ สนข. และ ทอท. เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของรูปแบบทางเชื่อมของโครงการ โครงการทางเชื่อมต่อระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุข กับทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (Missing Link)

บริษัทยังมีการติดตามความคืบหน้าโครงการต่าง ๆ ตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองระยะ 20 ปี (2560-2579) ของกรมทางหลวงที่มีศักยภาพในการดำเนินการ โครงการส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทล์ลเวย์) ช่วงรังสิต-บางปะอิน ของกรมทางหลวงระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร มีจุดขึ้นลงจำนวน 8 แห่ง

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 6,142,410,560 บาท แบ่งออกเป็นหุ้น 1,181,232,800 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 5.20 บาท โดยเป็นทุนเรียกชำระแล้ว 5,414,410,560 บาท หลังจาก IPO บริษัทฯ จะมีทุนเรียกชำระแล้ว 6,142,410,560 บาท แบ่งออกเป็นหุ้น 1,181,232,800 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5.20 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ประกอบด้วย กลุ่มครอบครัวพานิชชีวะ ถือหุ้น 373.8 ล้านหุ้น คิดเป็น 35.9% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 31.6%, บริษัท เอไอเอฟ โทลโรดส์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้น 306.6 ล้านหุ้น คิดเป็น 29.5% จะลด การถือหุ้นลงเหลือ 26%, กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 261.4 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.1% ลดเหลือ 22.1%


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: DMT

Posts by pakapong_u » Mon Dec 16, 2019 10:43 am

ถึงเวลา"ทางยกระดับดอนเมือง"เข้าตลาดหุ้น ระดมทุนประมูลโครงการอื้อ

ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 140 ล้านหุ้นตระกูล"พานิชชีวะ"ถือหุ้น 35.9% หลังไอพีโอลดเหลือ 31.6% กระทรวงการคลังถือ 25.1% หลังไอพีโอเหลือ 22.1%

ถึงเวลา"ทางยกระดับดอนเมือง"เข้าตลาดหุ้น ระดมทุนประมูลโครงการอื้อ
บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง ยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 140 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5.20 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.85 ของจำนวนหุ้นที่ออก และเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยบริษัทฯมีความประสงค์จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และมีบริษัท อวานการ์ด แคปปิตอล เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้ชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ชำระคืนหุ้นกู้ เงินลงทุน และเงินลงทุนหมุนเวียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

บริษัทฯประกอบธุรกิจบริหารโครงการสัมปทานทางยกระดับดอนเมืองช่วงดินแดงจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ระยะทางประมาณ 21.9 กิโลเมตร โดยได้รับสิทธิในการบริหารโครงการจากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ภายใต้สัญญาสัมปทานโครงการทางยกระดับดอนเมืองเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2532 มีระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี (จากวันที่ 21 สิงหาคม 2532 จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2557) และต่อมาในปี 2538 ปี 2539 และ ปี 2550 สัญญาสัมปทานดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข 3 ครั้ง ซึ่งส่งผลให้ระยะเวลาสัมปทานขยายเป็น 27 ปี นับจากวันที่ 12 กันยายน 2550 หรือสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 11 กันยายน 2577

ผลดำเนินงานงวด 9 เดือนสิ้นสุด 30 ก.ย. 62 บริษัทฯมีรายได้รวม 2,165.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 1,311.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 854 ล้านบาท

รายได้หลักจากการเก็บค่าบริการค่าผ่านทาง สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. ปี 59-61 เท่ากับ 2,952.7 ล้านบาท 2,978.2 ล้านบาท 3,024.6 ล้านบาท ตามลำดับ และงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.61 และ 62 เท่ากับ 2,267.7 ล้านบาท 2,126.2 ล้านบาท ตามลำดับ

โดยรายได้เพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลา 3 ปีตามปริมาณจราจรที่เพิ่มมากขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรที่อยู่อาศัยและสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว การปิดถนนเพื่อการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ รวมถึงการปิดปรับปรุงสะพานเข้าอาคารผู้โดยสารสนามบินดอนเมือง การปิดสะพานข้ามแยกรัชโยธิน และการลดพื้นที่จราจรบริเวณถนนชุมชนใต้สายรถไฟฟ้าสายสีแดง เป็นต้น

ด้านกำไรสุทธิ สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. ปี 59-61 เท่ากับ 1,497.9 ล้านบาท 1,398.1 ล้านบาท 1,457.2 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 61 และ 62 เท่ากับ 1,087.6 ล้านบาท และ 854.0 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 50.7 ร้อยละ 46.9 ร้อยละ 48.2 ร้อยละ 48.0 และร้อยละ 40.2 ตามลำดับ

การลดลงของอัตรากำไรสุทธิปี 59-60 เป็นผลมาจากบริษัทฯ ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 (ปรับปรุง 2559) ส่งผลให้ต้นทุนสัมปทานในการใช้ทางยกระดับเพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิปี 61 เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 4.23 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหาร และต้นทุนทางการเงินลดลง

แผนงานในการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ของบริษัทฯ มีดังนี้ เส้นทางเชื่อมระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุข โครงการทางเชื่อมระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุข กับท่าอากาศยานดอนเมือง อยู่ในแผนงานโครงการพัฒนาฯ และบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท.ได้เสนอแผนในภาพรวมทั้งหมด ต่อกระทรวงคมนาคม (คค.) ซึ่ง คค. ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งในปี 2562 บริษัทฯ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมร่วมกับ สนข. และ ทอท. เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของรูปแบบทางเชื่อมของโครงการ บริษัทฯ ยังคงต้องรอความชัดเจนในแผนการดำเนินงานส่วนอื่น ของท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อจะกำหนดรูปแบบและตำแหน่งทางเชื่อมที่เหมาะสมรวมถึงการพิจารณาผลประโยชน์ในภาพรวมและผลตอบแทนในการลงทุนของบริษัทฯ ต่อไป

โครงการทางเชื่อมต่อระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุข กับทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (Missing Link) ในภาพรวมภาครัฐพิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์โดยรวมในการช่วยบรรเทาการจราจร และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยังคงดำเนินโครงการต่อไป ซึ่งบริษัทฯ รอติดตามข้อสรุปที่ชัดเจนในการดำเนินโครงการของทางภาครัฐ อาทิ แบบก่อสร้างและค่าก่อสร้างที่ชัดเจน แผนการบริหารโครงการ การโอนสิทธิทัพย์สินเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว (BTO) ว่ามีแนวทางการดำเนินการอย่างไรและมีผลตอบแทนของโครงการที่เหมาะสมอย่างไร

การติดตามความคืบหน้าโครงการต่าง ๆ ตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองระยะ 20 ปี (2560-2579) ของกรมทางหลวงที่มีศักยภาพในการดำเนินการ

โครงการส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทล์ลเวย์) ช่วงรังสิต-บางปะอิน ของกรมทางหลวงระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร มีจุดขึ้นลงจำนวน 8 แห่ง โดยโครงการเริ่มต้นที่ปลายทางยกระดับอุตราภิมุข บริเวณทางแยกต่างระดับ รังสิต (ประมาณ กม.33+924 ของถนนพหลโยธิน) และสิ้นสุดโครงการอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน (ประมาณ กม.1+880 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อโดยตรงเข้าสู่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสาย บางปะอิน-นครราชสีมา (M6)

โครงการหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายนครปฐม-ชะอำ (M8) ของกรมทางหลวง ระยะทาง 119 กม. ลักษณะถนนมี 4 ช่องทางจราจร และมีด่านเก็บค่าผ่านทางทั้งหมด 9 ด่าน และทางแยกต่างระดับ 8 แห่ง ซึ่งเริ่มต้นจากจังหวัดนครปฐม สิ้นสุดเส้นทางที่จังหวัดเพชรบุรี ทั้งนี้ โครงการอยู่ระหว่างรอผลการศึกษาและคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2565

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางขุนเทียน-ปากท่อ (M82) ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ของกรมทางหลวง ระยะทาง 25 กิโลเมตร โครงการมีจุดเริ่มต้นบริเวณ จุดต่อกับโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก เป็นทางยกระดับเหนือทางหลวงหมายเลข 35 ในเขต อำเภอบางขุนเทียน กม. 11+825 ขนานทางหลวงหมายเลข 35 ข้าม สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร ไปสิ้นสุดบริเวณตำบลบ้านแพ้ว กม. 36+500 ทางหลวงหมายเลข 35 ระยะทางรวมประมาณ 25 กิโลเมตร โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางขุนเทียน-ปากท่อ ซึ่งบริษัทฯ มีความสนใจโครงการนี้ เนื่องจาก ภาครัฐได้มีการลงทุนก่อสร้างช่วงแรกระยะ 10 กิโลเมตรแล้วเมื่อไตรมาสที่ 1/2562 มีโครงการลักษณะใกล้เคียงกับทางยกระดับอุตราภิมุข

กล่าวคือ โครงสร้างเป็นทางยกระดับ และมีการจราจรในลักษณะเข้าและออกเมือง และ ได้เข้าร่วมการสัมภาษณ์เพื่อประเมินความสนใจของเอกชน (Market Sounding Interview) การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน-ปากท่อ ช่วงบางขุนเทียนบ้านแพ้ว (M82) เพื่อรับทราบข้อมูลโครงการเพิ่มเติมและให้ข้อคิดเห็นแก่ที่ปรึกษาฯ

โครงการให้เอกชนร่วมลงทุนและบริหารจัดการที่พักริมทางโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Rest Area) ซึ่งในการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองแต่ละสาย จะมีการกำหนดจุดพักรถ ที่แยกสัญญาการก่อสร้างและบริหารจัดการเพื่อให้เอกชนเข้าประมูลในการบริหารจัดการเป็นโครงการแยกจากการบริหารจัดการและบำรุงรักษาทาหลวงพิเศษ (O&M) และตามที่บริษัทฯ ให้ความสนใจในการเข้าร่วมบริหารจัดการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จึงมีแนวคิดในการศึกษาการบริหารจัดการจุดพักรถ

นอกจากนี้ การติดตามความคืบหน้าโครงการของการทางพิเศษที่มีศักยภาพในการดำเนินการ ทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร กทพ. ได้มีการศึกษาโครงการทางพิเศษขนาด 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง (สำหรับรถยนต์ 2 ช่องจราจร และรถจักรยานยนต์ 2 ช่องจราจร) แนวสายทาง จุดเริ่มต้นโครงการที่ตำบลป่าตอง บริเวณถนนพระเมตตา เป็นทางยกระดับข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ จนถึงเขานาคเกิด ระยะทาง 0.9 กม. แล้วจึงเป็นอุโมงค์ ระยะทาง 1.9 กม. หลังจากนั้นเป็นทางยกระดับ ระยะทาง 1.2 กม. สิ้นสุดโครงการที่ ตำบลกะทู้ บริเวณจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4029

โดยบริษัท ได้ให้ความสนใจโครงการนี้ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีระทางที่สั้น ง่ายต่อการบริหารจัดการ บริษัทฯ สามารถใช้ความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการจราจร และบำรุงรักษาได้โดยง่าย ซึ่งจะต้องพิจารณาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคก่อสร้างอุโมงค์ ในการร่วมมดำเนินการต่อไป

โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกของ กทพ. ระยะทางประมาณ 18.7 กิโลเมตร ซึ่งเริ่มต้นจากถนนพระราม 3 เชื่อมกับจุดทางด่วนเฉลิมมหานคร และทางด่วนศรีรัชช่วงกิโลเมตรที่ 18+000 โดยช่วงพระราม 3-ดาวคะนอง มีระยะทางประมาณ 17.1 กิโลเมตร และช่วงดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุมเทพมหานครด้านตะวันตกมีระยะทาง 11.6 กิโลมตรสิ้นสุดเส้นทางที่จุดเลยทางแยกต่างระดับบางขุนเทียนประมาณ ทั้งนี้ โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2563

โครงการอื่น ๆ บริษัทฯ ได้ทำการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจ (Business Development Committee) และคณะทำงานโครงการใหม่ (New Project Development Working Team) เพื่อศึกษาความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการใหม่ที่มีลักษณะเป็นโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯ มีความรู้และความชำนาญในการดำเนินงานเพื่อต่อยอดความสำเร็จของบริษัทฯ

นอกจากนี้บริษัทฯ มีการจัดตั้งที่ปรึกษาเพื่อทำการวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการ (Feasibility Study) ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดดัชนีทางการเงินและผลตอบแทนที่คาดหวังในการสรรหาโครงการใหม่ที่มีผลตอบแทนที่ดีซึ่งจะสามารถเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นได้อย่างยั่งยืน

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ประกอบด้วย กลุ่มครอบครัวพานิชชีวะ ถือหุ้น 373.8 ล้านหุ้น คิดเป็น 35.9% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 31.6%, บริษัท เอไอเอฟ โทลโรดส์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้น 306.6 ล้านหุ้น คิดเป็น 29.5% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 26%, กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 261.4 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.1% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 22.1%


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: DMT

Posts by pakapong_u » Mon Dec 16, 2019 10:44 am

“ทางยกระดับดอนเมือง” ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 140 ล้านหุ้นเข้า SET

เผยแพร่: 12 ธ.ค. 2562 11:25 ปรับปรุง: 12 ธ.ค. 2562 11:37 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

12 ธ.ค. 2562 11:37




บมจ.ทางยกระดับดอนเมืองยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 140 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5.20 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.85 ของจำนวนหุ้นที่ออก และเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยบริษัทฯ มีความประสงค์จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และมีบริษัท อวานการ์ด แคปปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้เพื่อใช้ชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน, ชำระคืนหุ้นกู้, เงินลงทุน และเงินลงทุนหมุนเวียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
บริษัทฯ ประกอบธุรกิจบริหารโครงการสัมปทานทางยกระดับดอนเมืองช่วงดินแดงจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ระยะทางประมาณ 21.9 กิโลเมตร โดยได้รับสิทธิในการบริหารโครงการจากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ภายใต้สัญญาสัมปทานโครงการทางยกระดับดอนเมืองเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2532 มีระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี (จากวันที่ 21 สิงหาคม 2532 จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2557) และต่อมาในปี 2538 ปี 2539 และปี 2550 สัญญาสัมปทานดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข 3 ครั้ง ซึ่งส่งผลให้ระยะเวลาสัมปทานขยายเป็น 27 ปี นับจากวันที่ 12 กันยายน 2550 หรือสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 11 กันยายน 2577

โครงการทางยกระดับดอนเมือง (ดินแดง-รังสิต) มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 28.1 กิโลเมตร และแบ่งออกเป็น 2 ส่วนตามผู้บริหารโครงการ ดังนี้ 1. ทางหลวงสัมปทานโครงการทางยกระดับดอนเมือง เป็นทางหลวงสัมปทานดำเนินการโดยบริษัทฯ เริ่มต้นจากดินแดงถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ระยะทางรวม 21.9 กิโลเมตร ประกอบด้วย

ทางหลวงสัมปทานส่วนเดิม (Original Tollway) จากดินแดงถึงดอนเมือง ระยะทาง 15.4 กิโลเมตร สามารถรองรับปริมาณการจราจรได้ประมาณ 180,000 คันต่อชั่วโมง

ทางหลวงสัมปทานตอนต่อขยายด้านทิศเหนือ (Northern Extension) จากดอนเมืองถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร สามารถรองรับปริมาณการจราจรได้ประมาณ 160,000 คันต่อชั่วโมง

2. ทางหลวงส่วนต่อขยายรังสิต (Rangsit Extension) เป็นทางหลวงตอนต่อขยายของกรมทางหลวงที่เชื่อมต่อจากทางหลวงสัมปทานด้านทิศเหนือบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติถึงรังสิตบริเวณหน้าโรงกษาปณ์ ระยะทาง 6.2 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังรวมถึงทางหลวงสัมปทานตอนต่อขยายด้านทิศใต้ เชื่อมทางยกระดับดอนเมืองกับทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) บริเวณดินแดงระยะทาง 1.5 กิโลเมตร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางที่ต้องการเชื่อมต่อไปยังทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2)

ผลดำเนินงานของบริษัท ณ วันที่ 30 ก.ย. 2562 มีสินทรัพย์รวม 11,559.7 ล้านบาท หนี้สินรวม 4,725.4 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 6,834.3 ล้านบาท โดยงวด 9 เดือนสิ้นสุด 30 ก.ย. 62 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,165.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 1,311.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 854 ล้านบาท

รายได้หลักจากการเก็บค่าบริการค่าผ่านทาง สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. ปี 59-61 เท่ากับ 2,952.7 ล้านบาท 2,978.2 ล้านบาท 3,024.6 ล้านบาท ตามลำดับ และงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 61 และ 62 เท่ากับ 2,267.7 ล้านบาท 2,126.2 ล้านบาท ตามลำดับ รายได้ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลา 3 ปีตามปริมาณจราจรที่เพิ่มมากขึ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรที่อยู่อาศัยและสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว การปิดถนนเพื่อการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายต่างๆ รวมถึงการปิดปรับปรุงสะพานเข้าอาคารผู้โดยสารสนามบินดอนเมือง การปิดสะพานข้ามแยกรัชโยธิน และการลดพื้นที่จราจรบริเวณถนนชุมชนใต้สายรถไฟฟ้าสายสีแดง เป็นต้น

ด้านกำไรสุทธิ สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. ปี 59-61 เท่ากับ 1,497.9 ล้านบาท 1,398.1 ล้านบาท 1,457.2 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 61 และ 62 เท่ากับ 1,087.6 ล้านบาท และ 854.0 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 50.7 ร้อยละ 46.9 ร้อยละ 48.2 ร้อยละ 48.0 และร้อยละ 40.2 ตามลำดับ ซึ่งการลดลงของอัตรากำไรสุทธิปี 59-60 เป็นผลมาจากบริษัทฯ ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 (ปรับปรุง 2559) ส่งผลให้ต้นทุนสัมปทานในการใช้ทางยกระดับเพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิปี 61 เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 4.23 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหาร และต้นทุนทางการเงินลดลง อีกทั้งในปี 61 บริษัทฯ ได้รับเงินชดเชยน้ำท่วมจากเมื่อปี 54 ตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในการคมนาคมบนทางยกระดับอุตราภิมุข จากกรมทางหลวง จำนวน 14.5 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม 9 เดือนแรกปี 2562 บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิลดลง เมื่อเทียบกับงวด 9 เดือนแรกของปี 2561 เนื่องจากในปี 2562 บริษัทฯ มีการรับรู้ประมาณการของค่าซ่อมบำรุงรักษา (Maintenance Obligations) เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีเรื่องการรับรู้ค่าใช้จ่าย และประมาณการหนี้สินระยะยาว และมีค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมทางยกระดับการให้บริการเพิ่มขึ้นจำนวน 102.1 ล้านบาท

แผนงานการลงทุนในโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ มีดังนี้ เส้นทางเชื่อมระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุข โครงการทางเชื่อมระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุขกับท่าอากาศยานดอนเมืองอยู่ในแผนงานโครงการพัฒนาฯ และ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท.ได้เสนอแผนในภาพรวมทั้งหมดต่อกระทรวงคมนาคม (คค.) ซึ่ง คค.ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปี 2562 บริษัทฯ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมร่วมกับ สนข. และ ทอท. เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของรูปแบบทางเชื่อมของโครงการ บริษัทฯ ยังคงต้องรอความชัดเจนในแผนการดำเนินงานส่วนอื่นของท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อจะกำหนดรูปแบบและตำแหน่งทางเชื่อมที่เหมาะสม รวมถึงการพิจารณาผลประโยชน์ในภาพรวมและผลตอบแทนในการลงทุนของบริษัทฯ ต่อไป

โครงการทางเชื่อมต่อระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุขกับทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (Missing Link) ในภาพรวมภาครัฐพิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์โดยรวมในการช่วยบรรเทาการจราจร และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยังคงดำเนินโครงการต่อไป ซึ่งบริษัทฯ รอติดตามข้อสรุปที่ชัดเจนในการดำเนินโครงการของทางภาครัฐ เช่น แบบก่อสร้างและค่าก่อสร้างที่ชัดเจน แผนการบริหารโครงการ การโอนสิทธิทรัพย์สินเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว (BTO) ว่ามีแนวทางการดำเนินการอย่างไร และมีผลตอบแทนของโครงการที่เหมาะสมอย่างไร

การติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆ ตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองระยะ 20 ปี (2560-2579) ของกรมทางหลวงที่มีศักยภาพในการดำเนินการ

โครงการส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ช่วงรังสิต-บางปะอิน ของกรมทางหลวง ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร มีจุดขึ้นลงจำนวน 8 แห่ง โดยโครงการเริ่มต้นที่ปลายทางยกระดับอุตราภิมุข บริเวณทางแยกต่างระดับรังสิต (ประมาณ กม.33+924 ของถนนพหลโยธิน) และสิ้นสุดโครงการอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน (ประมาณ กม.1+880 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อโดยตรงเข้าสู่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6)

โครงการหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายนครปฐม-ชะอำ (M8) ของกรมทางหลวง ระยะทาง 119 กม. ลักษณะถนนมี 4 ช่องทางจราจร และมีด่านเก็บค่าผ่านทางทั้งหมด 9 ด่าน และทางแยกต่างระดับ 8 แห่ง ซึ่งเริ่มต้นจากจังหวัดนครปฐม สิ้นสุดเส้นทางที่จังหวัดเพชรบุรี ทั้งนี้ โครงการอยู่ระหว่างรอผลการศึกษาและคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2565


โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางขุนเทียน-ปากท่อ (M82) ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ของกรมทางหลวง ระยะทาง 25 กิโลเมตร โครงการมีจุดเริ่มต้นบริเวณจุดต่อกับโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก เป็นทางยกระดับเหนือทางหลวงหมายเลข 35 ในเขตอำเภอบางขุนเทียน กม. 11+825 ขนานทางหลวงหมายเลข 35 ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร ไปสิ้นสุดบริเวณตำบลบ้านแพ้ว กม. 36+500 ทางหลวงหมายเลข 35 ระยะทางรวมประมาณ 25 กิโลเมตร โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางขุนเทียน-ปากท่อ ซึ่งบริษัทฯ มีความสนใจโครงการนี้ เนื่องจาก ภาครัฐได้มีการลงทุนก่อสร้างช่วงแรกระยะ 10 กิโลเมตรแล้วเมื่อไตรมาสที่ 1/2562 มีโครงการลักษณะใกล้เคียงกับทางยกระดับอุตราภิมุข กล่าวคือ โครงสร้างเป็นทางยกระดับ และมีการจราจรในลักษณะเข้าและออกเมือง และได้เข้าร่วมการสัมภาษณ์เพื่อประเมินความสนใจของเอกชน (Market Sounding Interview) การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน-ปากท่อ ช่วงบางขุนเทียนบ้านแพ้ว (M82) เพื่อรับทราบข้อมูลโครงการเพิ่มเติมและให้ข้อคิดเห็นแก่ที่ปรึกษาฯ

โครงการให้เอกชนร่วมลงทุนและบริหารจัดการที่พักริมทางโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Rest Area) ซึ่งในการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองแต่ละสายจะมีการกำหนดจุดพักรถ ที่แยกสัญญาการก่อสร้างและบริหารจัดการเพื่อให้เอกชนเข้าประมูลในการบริหารจัดการเป็นโครงการแยกจากการบริหารจัดการและบำรุงรักษาทาหลวงพิเศษ (O&M) และตามที่บริษัทฯ ให้ความสนใจในการเข้าร่วมบริหารจัดการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จึงมีแนวคิดในการศึกษาการบริหารจัดการจุดพักรถ

นอกจากนี้ การติดตามความคืบหน้าโครงการของการทางพิเศษที่มีศักยภาพในการดำเนินการ ทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร กทพ.ได้มีการศึกษาโครงการทางพิเศษขนาด 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง (สำหรับรถยนต์ 2 ช่องจราจร และรถจักรยานยนต์ 2 ช่องจราจร) แนวสายทาง จุดเริ่มต้นโครงการที่ตำบลป่าตอง บริเวณถนนพระเมตตา เป็นทางยกระดับข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ จนถึงเขานาคเกิด ระยะทาง 0.9 กม. แล้วจึงเป็นอุโมงค์ ระยะทาง 1.9 กม. หลังจากนั้นเป็นทางยกระดับ ระยะทาง 1.2 กม. สิ้นสุดโครงการที่ ตำบลกะทู้ บริเวณจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4029 โดยบริษัท ได้ให้ความสนใจโครงการนี้ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีระทางที่สั้น ง่ายต่อการบริหารจัดการ บริษัทฯ สามารถใช้ความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการจราจร และบำรุงรักษาได้โดยง่าย ซึ่งจะต้องพิจารณาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคก่อสร้างอุโมงค์ ในการร่วมดำเนินการต่อไป

โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกของ กทพ. ระยะทางประมาณ 18.7 กิโลเมตร ซึ่งเริ่มต้นจากถนนพระราม 3 เชื่อมกับจุดทางด่วนเฉลิมมหานคร และทางด่วนศรีรัชช่วงกิโลเมตรที่ 18+000 โดยช่วงพระราม 3-ดาวคะนอง มีระยะทางประมาณ 17.1 กิโลเมตร และช่วงดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุมเทพมหานครด้านตะวันตกมีระยะทาง 11.6 กิโลมตรสิ้นสุดเส้นทางที่จุดเลยทางแยกต่างระดับบางขุนเทียนประมาณ ทั้งนี้ โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2563

โครงการอื่นๆ บริษัทฯ ได้ทำการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจ (Business Development Committee) และคณะทำงานโครงการใหม่ (New Project Development Working Team) เพื่อศึกษาความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการใหม่ที่มีลักษณะเป็นโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯ มีความรู้และความชำนาญในการดำเนินงานเพื่อต่อยอดความสำเร็จของบริษัทฯ นอกจากนี้บริษัทฯ มีการจัดตั้งที่ปรึกษาเพื่อทำการวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการ (Feasibility Study) ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดดัชนีทางการเงินและผลตอบแทนที่คาดหวังในการสรรหาโครงการใหม่ที่มีผลตอบแทนที่ดีซึ่งจะสามารถเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนจำนวน 6,142,410,560 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,181,232,800 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 5.20 บาท โดยเป็นทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 5,414,410,560 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,041,232,800 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5.20 บาท และภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนในครั้งนี้ บริษัทฯ จะมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 6,142,410,560 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,181,232,800 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5.20 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ประกอบด้วย กลุ่มครอบครัวพานิชชีวะ ถือหุ้น 373.8 ล้านหุ้น คิดเป็น 35.9% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 31.6%, บริษัท เอไอเอฟ โทลโรดส์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้น 306.6 ล้านหุ้น คิดเป็น 29.5% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 26%, กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 261.4 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.1% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 22.1%


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: DMT

Posts by pakapong_u » Thu Dec 19, 2019 2:39 pm

ส่งหนังสือด่วน 'นายกฯ' ระงับขึ้นค่าโทลล์เวย์ดอนเมือง

กรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี ให้ระงับการปรับขึ้นค่าทางผ่านทางดอนเมืองโทลล์เวย์ ขณะที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เตรียมยื่นศาลปกครองในวันพรุ่งนี้ 10.00 น.

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 62 นายมานะ โลหะวณิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นางสารี อ๋องสมหวัง เลขานุการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีที่ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) เตรียมปรับขึ้นค่าผ่านทางยกระดับอุตราภิมุข หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ ว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้รับข้อร้องเรียนเรื่องนี้และได้ให้ความสำคัญ จึงได้เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ภาครัฐ โดยเฉพาะกรมทางหลวง และผู้บริหารบริษัททางยกระดับดอนเมืองมาชี้แจง และได้ข้อสรุปเห็นว่าการทำสัญญาสัมปทาน 2550 มีความไม่ชอบมาพากล ทำให้รัฐมีความเสียหาย และทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระในการปรับขึ้นค่าทาง ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 3 วัน ก็จะมีการปรับขึ้นราคา วันนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ จึงได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรีให้มีการระงับการปรับขึ้นค่าผ่านทางดอนเมืองโทลล์เวย์ พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ จะเกาะติดและติดตาม เพื่อแก้ไขให้กับประชาชนให้ได้สำเร็จ



ขณะที่ นางสารี บอกว่า ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค รู้ผิดหวังที่กรมทางหลวงไม่ยอมทำอะไร หลังจากที่มีคำพิพากษาศาลปกครองกลางเมื่อปี 2558 ที่ให้มีการยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องสัมปทาน ซึ่งความเป็นจริงแล้วขณะนี้ประชาชนควรจะได้รับสิทธิในการใช้ทางฟรี เรื่องจากสัญญาสัมปทานได้สิ้นสุดไปตั้งแต่ปี 2557 แต่ด้วยทางบริษัทได้มีการทำตัวเลขขาดทุนที่เกินจริง ทำให้มีการขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไปอีก 20 ปี ถึงปี 2577 และยังมอบอำนาจให้เอกชนสามารถปรีบขึ้นค่าผ่านทางได้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตใคร ดังนั้นจึงอยากให้นายกรัฐมนตรีมีหูและได้ยิน เพราะเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีต้องลงมาจัดการ อีกทั้งกรมทางหลวงควรรักษาผลประโยชน์ของประชาชนที่ใช้ทางให้มากกว่านี้ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. ทางมูลนิธิฯ จะเดินทางไปยื่นให้ศาลปกครองพิจารณาระงับการปรับขึ้นค่าผ่านทางด้วย
B5201C93-FD39-41C3-AEB8-A816323E3EA9.jpeg
B5201C93-FD39-41C3-AEB8-A816323E3EA9.jpeg (626.25 KiB) Viewed 1271 times
CF1BED91-D666-419A-8C5B-5EB769E30E12.jpeg
CF1BED91-D666-419A-8C5B-5EB769E30E12.jpeg (543.85 KiB) Viewed 1271 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: DMT

Posts by pakapong_u » Fri Dec 20, 2019 9:58 pm

รมว.คมนาคมยอมรับเอกชนปรับค่าผ่านทางโทลล์เวย์เป็นไปตามสัญญาสัมปทาน แต่ได้เร่งเจรจาเอกชน พร้อมออกแคมเปญลดราคา 5% แล้ว

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเดินทางไปยื่นให้ศาลปกครองพิจารณาระงับการปรับขึ้นค่าผ่านทางโทลล์เวย์ ว่า ยังไม่ทราบว่าศาลจะมีคำสั่งออกมาอย่างไร โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และกระทรวงคมนาคมก็พร้อมจะปฏิบัติตาม หากศาลมีคำสั่งออกมาอย่างหนึ่งอย่างใด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุด้วยว่า การปรับขึ้นค่าผ่านทางดังกล่าวเป็นสัญญาสัมปทานที่ภาครัฐมีกับเอกชนมาตั้งแต่ในอดีต หากไม่ดำเนินการก็อาจจะเกิดปัญหาเรื่องการผิดสัญญาและนำไปสู่การฟ้องได้

อย่างไรก็ตาม เรื่องปัญหาภาระค่าครองชีพของประชาชน กระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้เจรจากับบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยจะมีการจัดโปรโมชั่นคูปองส่วนลดค่าโทลล์เวย์ 5% เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อผ่อนคลายภาระของผู้ใช้ทางในช่วงระยะเวลาหนึ่ง


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: DMT

Posts by pakapong_u » Fri Dec 20, 2019 11:11 pm

ข่าวดี! ศาลปกครอง รับคำร้องระงับขึ้นค่าผ่านทางดอนเมือง-โทลล์เวย์

วันที่ 20 ธันวาคม 2562 - 20:28 น.

จากกรณีที่ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นางสาวบุญยืน ศิริธรรม นายกสมาคมสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค พร้อมคณะ ดินทางไปยื่นคำร้อง ขอไต่สวนฉุกเฉิน ให้หยุดขึ้นค่าผ่านทางยกระดับอัตราภิมุข หรือ ดอนเมือง-โทลล์เวย์ ที่จะปรับขึ้นในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ เนื่องจากจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน และผู้บริโภคในวงกว้าง

ล่าสุด มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผยว่า ศาลปกครองสูงสุดสั่งรับคำร้องขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนพิพากษาที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคขอให้ระงับการขึ้นค่าผ่านทางดอนเมือง – โทลล์เวย์ โดยศาลสามารถพิจารณาคำขอบรรเทาทุกข์จากพยานหลักฐานที่มีอยู่ได้ และจะมีคำสั่งต่อไปโดยเร็ว

#หยุดขึ้นค่าผ่านทางดอนเมืองโทลเวย์


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: DMT

Posts by pakapong_u » Sat Dec 21, 2019 6:29 pm

ขึ้นราคาตามเดิม! 'โทลล์เวย์' ชี้แจงยังไม่มีคำสั่งระงับจากศาล

'ดอนเมืองโทลล์เวย์' โต้ข้อมูลบางแหล่งชวนสับสน พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ขณะนี้ศาลเพียงรับคำร้องระงับขึ้นค่าผ่านทางดอนมืองโทลล์เวย์เท่านั้น แต่ยังไม่มีการพิพากษาออกคำสั่งระงับขึ้นค่าผ่านทางแต่อย่างใด

ขึ้นราคาตามเดิม! 'โทลล์เวย์' ชี้แจงยังไม่มีคำสั่งระงับจากศาล
21 ธันวาคม 2562 | โดย วรุณรัตน์ คัทมาตย์

จากกรณีที่นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เข้ายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองขอให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งระงับ "การปรับขึ้น" อัตราค่าผ่านทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมือง-โทลล์เวย์ ที่จะมีการปรับขึ้นในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ โดยหลังจากนั้น ได้มีข้อมูลบางช่วงบางตอนเผยแพร่ออกมาว่า "ข่าวดี ศาลปกครองสูงสุดสั่งรับคำร้องขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนพิพากษา" โดยศาลสามารถพิจารณาคำขอบรรเทาทุกข์จากพยานหลักฐานที่มีอยู่ได้ และจะมีคำสั่งต่อไปโดยเร็ว ซึ่งอาจทำให้ประชาชนบางคนเกิดความสับสนได้

ทาง บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ จึงได้ชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง ดังนี้

"บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ ขอให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับผู้ใช้บริการ ตามที่มีการนำเสนอข่าวในทำนองว่า ข่าวดี ศาลมีคำสั่งรับคำร้องระงับขึ้นค่าผ่านทางดอนมืองโทลล์เวย์นั้น ทางโทลล์เวย์ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ขณะนี้ศาลมีคำสั่งรับคำร้องเท่านั้น แต่ยังไม่มีการพิพากษาออกคำสั่งระงับขึ้นค่าผ่านทางแต่อย่างใด จึงขอเรียนแจ้งเพื่อมิให้ผู้ใช้ทางเกิดความสับสน"

โดยทางโทลล์เวย์จะมีการจัดเก็บค่าผ่านทางตามสัญญาสัมปทาน ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2562 เวลา 00:01 น. เป็นต้นไป ตามอัตราที่ได้แจ้งประกาศไว้ล่วงหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

ขาออก ช่วงดินแดง-ดอนเมือง

- รถ 4 ล้อ เดิม 70 บาท ปรับเป็น 80 บาท

- รถมากกว่า 4 ล้อ เดิม 100 บาท ปรับเป็น 110 บาท

ขาออก ช่วงดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน

- รถ 4 ล้อ เดิม 30 บาท ปรับเป็น 35 บาท

- รถมากกว่า 4 ล้อ จาก 40 บาท ปรับเป็น 45 บาท

ขาเข้า ช่วงอนุสรณ์สถาน – ดินแดง

- รถ 4 ล้อ จาก 100 บาท ปรับเป็น 115 บาท

- รถมากกว่า 4 ล้อ จาก 140 บาท ปรับเป็น 155 บาท

ขาเข้า ช่วงดอนเมือง – ดินแดง

- รถ 4 ล้อ จาก 70 บาท ปรับเป็น 80 บาท

- รถมากกว่า 4 ล้อ จาก 100 บาท ปรับเป็น 110 บาท

สำหรับ อัตราค่าผ่านทางรถ 4 ล้อ จำนวน 115 บาท/คัน/เที่ยว และรถมากกว่า 4 ล้อ จำนวน 155 บาท/คัน/เที่ยว เป็นการชำระค่าผ่านทางยกระดับฯ ช่วงอนุสรณ์สถาน - ดอนเมือง และช่วงดอนเมือง-ดินแดง ชำระรวมกันครั้งเดียวที่ด่านดอนเมือง

โดยผู้ใช้บริการสามารถซื้อคูปอง ลด 5% ได้ที่ตู้เก็บเงินค่าผ่านทางทุกตู้ หรือสามารถใช้คูปองโทลล์เวย์ก็จะได้รับสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอเงินทอน สำหรับคูปองเก่า ยังสามารถใช้ร่วมกับเงินสดส่วนต่าง เพื่อชำระค่าผ่านทางได้ สอบถามรายละเอียด ได้ที่ Tollway Call Center : 1233


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: DMT

Posts by pakapong_u » Fri Dec 27, 2019 7:08 pm

'ศาลปกครอง'ไม่คุ้มครองชั่วคราว 'โทลล์เวลย์'ปรับขึ้นค่าผ่านทาง

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่รับคำขอคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา ในคดีที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กับพวกรวม 20 ราย ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการขึ้นค่าผ่านทางของบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ ตามประกาศของดอนเมืองโทลล์เวย์ที่จะปรับอัตราค่าผ่านทางตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2562 เวลา 00.01 เป็นต้นไป

โดยศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าความเดือดร้อนเสียหายที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กับพวก อ้างว่าจะได้รับนั้น ไม่ใช่ความเดือดร้อนเสียหายที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้หรือยากแก่การดูแลแก้ไข เนื่องจากยังมีทางหลวงแผ่นดินสายวิภาวดีรังสิต และพหลโยธิน อยู่ใต้ทางยกระดับที่ใช้สัญจรไปมาได้ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กับพวก จึงมีโอกาสเลือกที่จะใช้เส้นทางอื่นที่ไม่ต้องชำระค่าบริการผ่านทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ทั้งขาออกและขาเข้า รวมทั้งยังมีการเปิดให้บริการระบบขนส่งมวลชนในเส้นทางใกล้เคียง และที่จะเปิดให้บริการในเส้นทางเดียวกันเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ที่สามารถใช้บริการเป็นทางเลือกในการเดินทางได้ กรณีจึงยังไม่มีเหตุเพียงพอที่ศาลฯ จะกำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาให้ได้ ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ ประกอบกับข้อ 75 และข้อ 77 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 ประกอบกับมาตรา 254 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: DMT

Posts by pakapong_u » Mon Feb 03, 2020 9:23 pm

ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ กำลังจะเข้าตลาดหุ้น
25 ธันวาคม 2019

DMT หรือ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) คือ บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจสัปมทานทางด่วนโทลล์เวย์ โดยมีรายได้หลักเป็นค่าผ่านทางในการขึ้นทางด่วน ล่าสุด DMT หรืออีกนัยหนึ่ง ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ กำลังจะเข้าตลาดหุ้น

ดอนเมืองโทลล์เวย์ คือ ทางด่วนที่หลายคนน่าจะรู้จัก

ทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ คือ ทางด่วนสายหนึ่งที่ตั้งซ้อนอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมทางหลวง และบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) โดยมีการแบ่งบริหารจัดการออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ทางยกระดับดินแดง – ดอนเมือง ที่เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 (อยู่ภายใต้สัมปทานของ DMT) และทางยกระดับอนุสรณ์สถาน – รังสิต ที่เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1

รายได้มากกว่าร้อยละ 98 มาจากรายได้ค่าผ่านทาง

DMT ประกอบธุรกิจในการบริหารทางหลวงสัมปทานที่เก็บค่าผ่านทางความยาว 21.9 กิโลเมตร โดยมีการกำหนดอัตราค่าผ่านทางให้สามารถเปลี่ยนแปลงอัตราค่าผ่านทางได้ทุก ๆ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2552 ดังที่เห็นในข่าวว่า ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์กำลังจะปรับค่าผ่านทางขึ้นในต้นปี 2563 นั่นก็เพราะครบกำหนดเงื่อนไขตามระยะสัญญานั่นเอง

งบการเงินของทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ของ DMT

ปี 2016
รายได้รวม 2,952.7 ล้านบาท
กำไรสุทธิรวม 1,525.8 ล้านบาท

ปี 2017
รายได้รวม 2,978.2 ล้านบาท
กำไรสุทธิรวม 1,379.5 ล้านบาท

ปี 2018
รายได้รวม 3,024.6 ล้านบาท
กำไรสุทธิรวม 1,459.2 ล้านบาท

จากงบการเงินจะเห็นว่าอัตราการทำกำไรของบริษัทสูงมาก ๆ โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin ; GPM) อยู่ที่ 70% โดยประมาณ ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin ; NPM) อยู่ที่ 50% โดยประมาณ และยังมีแนวโน้มจะสูงขึ้นไปอีกในปีหน้า หลังจากมีการปรับค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นตามสัญญาสัมปทาน

อัตราการทำกำไรสูงปรี๊ดจริง ๆ

ลงทุนศาสตร์ – Investerest


Post Reply