SK

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36576
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

SK

Posts by pakapong_u » Thu Nov 21, 2019 2:49 pm

SK : บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน)

ประเภทธุรกิจ
ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง ให้บริการรับเหมาก่อสร้างโยธา สายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า

ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
กลุ่มอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO 115,348,120 หุ้น
ระยะเวลาเสนอขายหุ้น n/a
ราคา IPO n/a
ราคา PAR 0.50 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด

ข้อมูล Filing www.sirakorn.co.th


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36576
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SK

Posts by pakapong_u » Thu Nov 21, 2019 2:52 pm

"ศิรกร"ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 115.35 ล้านหุ้น เข้า mai รองรับแผนขยายธุรกิจรับเหมาฯ-ลงทุนเครื่องจักรอุปกรณ์,รถขนส่ง
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Monday, November 11, 2019 10:24


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 พ.ย. 62)--บมจ.ศิรกร ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 115,348,120 หุ้น และบริษัทมีความประสงค์จะนำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมี บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บล.โกลเบล็ก เป็นผู้จัดการการจัดจำหนายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นในครั้งนี้

วัตถุประสงค์การใช้ที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ โดยใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับแผนในการขยายงานในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และใช้ลงทุนเครื่องจักร อุปกรณ์ และรถขนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การขนส่ง และสภาพแวดล้อมในการทำงาน คาดว่าจะใช้เงินลงทุนในช่วงปี 63-64

ปัจจุบัน ศิรกร ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง โดยมีโรงงานผลิต 6 แห่ง ตั้งอยู่ที่ กาฬสินธุ์ ชลบุรี ชัยนาท ลำปาง และสุราษฎ์ธานี ส่วนที่ สงขลา อยู่ภายใต้บริษัท สี่ เอ คอนกรีต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ครอบคลุมการจำหน่ายทั่วประเทศ และธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้าง บริษัทดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า และรับเหมาก่อสร้างโยธา

ส่วน บริษัท ศิริกมล คอนสตรัคชั่น จำกัด ที่มาจากการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโยธา อาทิ ก่อสร้างและปรับปรุงอาคาร เป็นต้น ให้แก่กลุ่มลูกค้าในเขตภาคเหนือ โดยเน้นรับงานรับเหมาก่อสร้างขนาดเล็กที่มีมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท

สำหรับโครงการในอนาคต กลุ่มบริษัทมีแผนจะเพิ่มปริมาณรับงานรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น ทั้งงานรับเหมาก่อสร้างโยธา สายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า โดยในปี 63 บริษัทจะสามารถเพิ่มความสามารถในการรับงานรับเหมาก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 กิโลโวลต์ กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ด้วยตนเอง จากปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ประกอบการค้าร่วม (Consortium)

นอกจากนั้น บริษัทมีแผนการลงทุนเครื่องจักร อุปกรณ์ และรถขนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การขนส่ง และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมทั้งเพื่อเตรียมรองรับโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และเพิ่มศักยภาพของธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีต บริษัทมีแผนซื้อรถขนส่งใหม่ทดแทนรถเดิม โดยจำนวนเที่ยวขนส่งและน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นจะสามารถรองรับปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ผลการดำเนินงานในช่วงปี 59-61 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 585.10 ล้านบาท, 521.29 ล้านบาท และ 637.30 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิเท่ากับ 60.18 ล้านบาท, 35 ล้านบาท และ 28.81 ล้านบาท ตามลำดับ โดยกำไรสุทธิลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนขายเพิ่มขึ้น

ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 62 บริษัทมีรายได้ 317.32 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 333.10 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายลดลง แต่มีรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากโครงการก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า ขณะที่มีกำไรสุทธิ 13.62 ล้านบาท ลดลงจาก 16.23 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน

ณ 30 มิ.ย.62 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 454.79 ล้านบาท หนี้สินรวม 174.60 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 280.19 ล้านบาท

บริษัทมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 230 ล้านบาท โดยเป็นทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วจำนวน 172,325,940 บาท ประกอบด้วย หุ้นสามัญ 344,651,880 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้บริษัทจะมีทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วเต็มจำนวน ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 460,000,000 หุ้น

โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คือ กลุ่มตั้งนุกูลกิจ ถือหุ้น 138,912,400 หุ้น คิดเป็น 40.31% หลังการเสนอขายหุ้น IPO จะลดสัดส่วนหุ้นลงเหลือ 30.20%, กลุ่มกิตติวรภัทร ถือหุ้น 36,912,800 หุ้น คิดเป็น 10.71% จะลดลงเหลือ 8.02%, กลุ่มพุ่มเสนาะ ถือหุ้น 33,256,200 หุ้น คิดเป็น 9.65% จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 7.23%

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและเงินสำรองอื่น

--อินโฟเควสท์ โดย พรเพ็ญ ดวงเฉลิมวงศ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36576
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SK

Posts by pakapong_u » Thu Nov 21, 2019 2:57 pm

https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... 06&lang=th


หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : -
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : -


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36576
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SK

Posts by pakapong_u » Wed Sep 09, 2020 12:11 pm

ก.ล.ต.ไฟเขียว “ศิรกร” ขายไอพีโอ 115.35 ล้านหุ้น เข้า mai

09/09/2020 12:04IPO, SK, ศิรกร


ก.ล.ต.นับหนึ่งแบบไฟลิ่ง “ศิรกร” ผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธา ขายหุ้น IPO จำนวน 115.35 ล้านหุ้น เข้าตลาด mai ผู้บริหาร “อาณัติ ปิ่นรัตน์” ชูจุดแข็งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต 6 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมครองฐานลูกค้าหลัก กฟภ. หวังระดมทุนเสริมศักยภาพเครื่องจักร ปูทางประมูลงานภาครัฐ ต่อยอดธุรกิจในอนาคต ตั้ง “แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์” ที่ปรึกษาทางการเงิน

นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการสายงานวาณิชธนกิจ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ในการนำหุ้น บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อย่อ SK เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบไฟลิ่งของ บริษัท ศิรกร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 115.35 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาท คิดเป็น 25.08% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ และคาดว่าจะนำเสนอขายหลักทรัพย์ พร้อมเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ในเร็วๆนี้

ปัจจุบัน SK มีทุนจดทะเบียนจำนวน 230 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญที่เสนอขายจำนวน 115.35 ล้านหุ้น และมีทุนที่เรียกชำระแล้ว 172.33 ล้านบาท ภายหลังจากการเสนอขายหุ้น IPO บริษัทฯจะมีทุนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 230 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานของ SK หากพิจารณาจากผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี และไตรมาส 2/2563 จะเห็นได้ว่าบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้รวม 521.29 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 35.35 ล้านบาท ในปี 2561บริษัทฯ มีรายได้รวม 637.30 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 28.81 ล้านบาท ปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 677.07 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 50.26 ล้านบาท และไตรมาส 2/2563 บริษัทฯ มีรายได้รวม 274.58 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9.29 ล้านบาท นอกจากนี้ ณ สิ้นสุดไตรมาส 2/2563 บริษัทฯยังมีงานรับเหมาก่อสร้าง ที่รอการส่งมอบอีกกว่า 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่างานในมือ (Back log) อีกกว่า 157.22 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้เกือบทั้งหมดภายในปีนี้

ด้านนายอาณัติ ปิ่นรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิรกร (SK) กล่าวว่า กลุ่มบริษัทฯมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ในการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง และให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธาโดยบริษัทฯมีความแข็งแกร่ง คือ การมีโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายคอนกรีตอัดแรง 6 แห่ง อาทิ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดชลบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดลำปาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ได้เปรียบเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นเห็นถึงศักยภาพในการผลิตและจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

ส่วนธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้านั้น บริษัทฯสามารถเข้าร่วมประมูลงานสายส่ง สูงสุดขนาด 115 KV ของ กฟภ.และ กฟผ. ประกอบกับปัจจุบัน บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการค้าร่วม(Consortium) กับบริษัท คินเด้น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) ในการรับเหมาระบบสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 KV ของ กฟผ. ขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโยธา บริษัทฯมีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในการรับเหมาก่อสร้าง อาทิ งานก่อสร้างอาคาร Workshop อาคารปฏิบัติการเคมี โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นต้น

“SK เป็นผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงต่างๆ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯใช้อัตราการผลิตเฉลี่ยเพียง 55-75% ดังนั้นจะเห็นได้ว่าบริษัทฯยังมีความสามารถในการขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการใช้ของลูกค้าในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ถึงมาตรฐานของสินค้า โดยได้รับการรองจาก ISO 9001:2015 ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีระบบบริหารงานคุณภาพ และกระบวนการผลิตของบริษัทฯได้เป็นอย่างดี ”นายอาณัติ กล่าว

รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิรกร (SK) ยังได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์การเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ครั้งนี้ว่า เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจรับเหมาก่อสร้างตามแผนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาประเทศ โดยบริษัทฯ มีแผนจะเข้าประมูลงานรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธาทั้งในส่วนของภาครัฐ และเอกชน เพิ่มขึ้น ซึ่งหลังจากโครงการ Consortium งานสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 KV ปัจจุบันเสร็จสิ้น บริษัทฯจะสามารถรับงานโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 KV ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะลงทุนเครื่องจักร อุปกรณ์ และรถขนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรองรับโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และเพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีต การขนส่งสินค้าให้กับลูกค้า พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสในการขยายช่องทางการลงทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพและต่อยอดความแข็งแกร่งทางธุรกิจในอนาคต

“SK มีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ผลิตและเป็นผู้จัดจำหน่ายชั้นนำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง และในส่วนงานรับเหมาก่อสร้าง พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนการตลาดในอุตสาหกรรมงานรับเหมาสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ,การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้านครหลวง เพิ่มขึ้นในอนาคต ภายหลังการเสนอขาย IPO ครั้งนี้ “ รองกรรมการผู้จัดการ ศิรกร กล่าว


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36576
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SK

Posts by pakapong_u » Thu Sep 10, 2020 6:04 am

3 ไอพีโอตบเท้าเข้าตลาดหุ้น ระดมเงินคืนหนี้-ขยายธุรกิจ

efinanceThai.com
"เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง (WGE) เดินหน้าขายหุ้นไอพีโอ 160 ล้านหุ้น คาดเคาะราคาขายในเดือน ก.ย.นี้ และคาดเข้าเทรด SET ในเดือน ต.ค.63 ระดมเงินลุยประมูลงานใหม่ ด้าน "เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ (NRF)" เตรียมขายไอพีโอ 340 ล้านหุ้น เข้าเทรด SET ในปีนี้ ส่วน " ศิรกร (SK)" ลุยขายไอพีโอ 115.35 ล้านหุ้น เข้าเทรด mai ระดมเงินขยายธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

*** WGE ขายไอพีโอ ก.ย. จ่อเทรด ต.ค.นี้

นายสัมฤทธิ์ชัย ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทคันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO)? ของบริษัทเวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ WGE เปิดเผยว่า WGE จะกำหนดราคาขายหุ้นไอพีโอในเดือนก.ย.นี้ และคาดจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในเดือนต.ค.นี้

โดย WGE มีแผนจะเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 160 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 26.67% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด สำหรับวัตถุประสงค์การเข้าระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต และรองรับแผนการเข้ารับงานใหม่ในอนาคต โดยบริษัทจะขยายคลังสินค้า ซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์สำหรับใช้ในงานก่อสร้าง และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

WGE ดำเนินธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้างอาคาร และสิ่งปลูกสร้าง ที่มีแหล่งที่มาของรายได้ทั้งภาครัฐ และเอกชน เช่น คอนโดมิเนียมแนวสูง และแนวราบ โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน ซึ่งครอบคลุมถึงงานวิศวกรรมโยธา งานระบบ วิศวกรรมประกอบอาคาร และงานภูมิสถาปัตย์ รวมถึงงานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคตามที่ลูกค้ากำหนด ซึ่งกลุ่มลูกค้ากระจายทั่วประเทศ

*** ระดมเงินลุยประมูลโครงการใหญ่

นายเกรียงศักดิ์ บัวนุ่ม ประธานกรรมการบริหาร WGE เปิดเผยว่า การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้ จะทำให้บริษัทมีความสามารถในการเข้าร่วมประมูลงานโครงการขนาดใหญ่มากขึ้น จากเดิมที่เข้ารับงานได้สูงสุด 800 ล้านบาท ซึ่งหลังจากที่เพิ่มทุนในครั้งนี้จะทำให้มีโอกาสรับงานมากกว่า 1,000 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ จำนวน 1,575 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ประมาณ 60-65% ขณะเดียวกันบริษัทมีความพร้อมที่จะเข้ารับงานเพิ่มเติมอีกในอนาคตหลังจากที่งานโครงการภาครัฐยังมีอยู่ต่อเนื่อง รวมถึงจะเข้ารับงานจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ประเภทโรงงาน หลังจากที่กลุ่มลูกค้าดังกล่าวมีอัตรากำไรในระดับสูง โดยบริษัทมีนโยบายจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยไว้ที่ 10-15%

*** NRF เข้าเทรด SET ปีนี้

นางสาววีณา เลิศนิมิตร กรรมการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต. )ได้อนุมัติแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) การเสนอขายหุ้นไอพีโอของ NRF แล้ว และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในปีนี้

NRF มีทุนจดทะเบียน 1,421.04 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,421.04 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยเป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 1,065.78 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน 1,065.78 ล้านหุ้น โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 340 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 25.08% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ โดยแบ่งเป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 290 ล้านหุ้น และเสนอขายหุ้นสามัญโดยผู้ถือหุ้นเดิม คือ บริษัท ดีพีเอ ฟันด์ เอส จำกัด จำนวนไม่เกิน 50 ล้านหุ้น

*** ระดมเงินชำระหนี้-ขยายธุรกิจ

นางสาวเพ็ญอุไร ไชยชัชวาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน NRF เปิดเผยว่า หลังจากเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไป บริษัทมีแผนจะนำเงินส่วนหนึ่งไปชำระเงินกู้ยืมระยะยาวทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 900 ล้านบาท สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ปีละ 60 ล้านบาท รวมถึงลด D/E ลงต่ำกว่า 1 เท่า จากสิ้นมิ.ย.63 อยู่ที่ 1.3 เท่า

ด้านนายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NRF เปิดเผยว่า แผนดำเนินงานระยะสั้นและระยะกลาง ได้แก่ 1.) ลงทุนซื้อโรงงานผลิตอาหารเพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น 2.) ขยายตลาดผลิตภัณฑ์ในบรรจุภัณฑ์ V-Shape ทั้งในผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารและไม่ใช่อาหาร 3.) เพิ่มกำลังการผลิตเส้นบุก รองรับความต้องการของตลาดอาหารสุขภาพที่เติบโต 4.) เร่งกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการผลิตอาหารโปรตีนจากพืชผ่านการร่วมทุนกับ THE BRECKS COMPANY LIMITED (เบรคส์) โดยร่วมกันจัดตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ Plant and Bean Ltd. ที่ประเทศอังกฤษ รับจ้างผลิตอาหารโปรตีนจากพืชให้กับบริษัทอาหารชั้นนำของโลก

บริษัทมีเป้าหมายระยะยาวเพิ่มยอดขายให้ได้ 3,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า (ปี67) ภายใต้กลยุทธ์การเจาะตลาดอาหารกลุ่ม Specialty Food ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกและมีอัตราการเติบโตสูง

นอกจากนี้ ยังเข้าร่วมลงทุนใน Big Idea Venture และกองทุนนิวโปรตีนขนาดกองทุน 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนแบบ Accelerator ที่ให้เงินทุนสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพเกี่ยวกับอาหารโปรตีนจากพืชพร้อมทั้งคำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งมีเป้าหมายการลงทุนประมาณ 100 สตาร์ทอัพ ภายใน 3 ปี โดยปัจจุบันลงทุนแล้วประมาณ 27 สตาร์ทอัพ

*** SK ขายไอพีโอ-เทรด mai เร็วๆนี้

นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการสายงานวาณิชธนกิจ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบไฟลิ่งของ SK เรียบร้อยแล้ว เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 115.35 ล้านหุ้น และเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ในเร็วๆนี้

SK มีทุนจดทะเบียนจำนวน 230 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญที่เสนอขายจำนวน 115.35 ล้านหุ้น และมีทุนที่เรียกชำระแล้ว 172.33 ล้านบาท ภายหลังจากการเสนอขายหุ้น IPO บริษัทฯจะมีทุนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 230 ล้านบาท

โดยผลดำเนินงานไตรมาส 2/63 บริษัทฯ มีรายได้รวม 274.58 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9.29 ล้านบาท และบริษัทยังมีงานรับเหมาก่อสร้างที่รอการส่งมอบอีกกว่า 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่างานในมือ (Back log) อีกกว่า 157.22 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้เกือบทั้งหมดภายในปีนี้

*** ระดมเงินขยายธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

นายอาณัติ ปิ่นรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ SK กล่าวว่า บริษัทฯมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ในการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง และให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธา โดยมีโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายคอนกรีตอัดแรง 6 แห่ง อาทิ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดชลบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดลำปาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ได้เปรียบเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน แสดงให้เห็นเห็นถึงศักยภาพในการผลิตและจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

ส่วนธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้านั้น บริษัทฯสามารถเข้าร่วมประมูลงานสายส่ง สูงสุดขนาด 115 KV ของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

วัตถุประสงค์การเข้ามาระดมทุน เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจรับเหมาก่อสร้า โดยมีแผนจะเข้าประมูลงานรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธาทั้งในส่วนของภาครัฐ และเอกชน เพิ่มขึ้น ซึ่งหลังจากโครงการ Consortium งานสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 KV ปัจจุบันเสร็จสิ้น บริษัทฯจะสามารถรับงานโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 KV ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะลงทุนเครื่องจักร อุปกรณ์ และรถขนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรองรับโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และเพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีต และยังมองหาโอกาสในการขยายช่องทางการลงทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพและต่อยอดความแข็งแกร่งทางธุรกิจในอนาคต


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36576
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 21, 2020 2:04 pm

`ศิรกร(SK)` เตรียมขาย IPO 115 ล้านหุ้น ปลายก.ย.คาดเทรด mai กลางต.ค.นี้

  'ศิรกร (SK)' เตรียมขายหุ้น IPO จำนวน 115 ล้านหุ้น ปลายเดือน ก.ย.นี้ พร้อมเข้าเทรด mai กลางเดือน ต.ค. ชูนโยบายจ่ายปันผลต่อเนื่อง รักษาการเติบโตของรายได้ระดับ 15% ต่อปี

  นายภากร ตั้งนุกูลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายงานขายและการตลาด บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เสนอขายหุ้นสามัญออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 115 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ โดยจะเปิดจองซื้อในปลายเดือน ก.ย.นี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) กลางเดือน ต.ค.นี้

  การระดมทุนครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำเงินดังกล่าวไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และปรับปรุงโรงงาน 6 แห่ง รวมถึงใช้เป็นเงินทุนในการเปลี่ยนรถบรรทุกขนส่งเสาไฟฟ้าของบริษัทฯ ที่ขณะนี้มีจำนวนทั้งหมด 30 คัน

  การดำเนินธุรกิจของบริษัท แบ่งเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย 1.ธุรกิจผลิตคอนกรีต อาทิ ผลิตเสาไฟฟ้า, เสาเข็ม และคานสะพาน ซึ่งมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เป็นลูกค้าหลัก สัดส่วน 80 - 90% ส่วนที่เหลือเป็นลูกค้ารับเหมาเสาเข็ม และกรมโยธาธิการและผังเมือง

  2.ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสายส่ง ทั้งบนดินและใต้ดิน โดยมีการไฟฟ้าฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นลูกค้าหลัก และ 3.ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโยธา ซึ่งมีรายได้หลักจากงานภาครัฐ

  สัดส่วนรายได้ของบริษัทฯ 80% มาจากธุรกิจผลิตคอนกรีต และ 20% มาจากธุรกิจรับเหมาทั้ง 2 ประเภท ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มี Backlog รวมทั้งสิ้น 300 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะรับรู้รายได้ในปี 63 และส่วนที่เหลืออีกราว 30 - 40 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ในปี 64 ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทตั้งเป้าเพิ่มงานใหม่ คิดเป็นมูลค่า 300 - 400 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้สามารถทำได้แล้วราว 100 ล้านบาท

  ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้เฉลี่ย 560 - 680 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี ขณะที่ปี 63 บริษัทฯ คาดว่ารายได้จะยังคงอยู่ในกรอบดังกล่าว ซึ่งชะลอลงจากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้งานหลายโครงการต้องเลื่อนการรับรู้รายได้ออกไป แต่ปี 64 คาดว่ารายได้จะยังเติบโตในระดับ 15% เนื่องจากลูกค้าหลักอย่างการไฟฟ้ามีโครงการออกมาอย่างต่อเนื่อง

  นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผล 50% จากกำไรสุทธิ ซึ่ง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีประวัติจ่ายเงินปันผลมาอย่างต่อเนื่อง


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36576
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 21, 2020 10:40 pm

SCGP เคาะกรอบราคาไอพีโอ 33.50-35 บาท/หุ้น

efinanceThai.com


"เอสซีจี แพคเกจจิ้ง(SCGP)" กำหนดกรอบราคาขายหุ้นไอพีโอที่หุ้นละ 33.50-35 บาท เตรียมขายไอพีโอ 1,127.55 ล้านหุ้น ด้านบริษัทอื่นเดินหน้าเข้าตลาดต่อเนื่อง นำโดย "มีนาทรานสปอร์ต"- "เวล เกรดฯ" - "เอ็นอาร์ อินสแตนท์ฯ" -"ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก" จ่อเข้า SET ตามด้วย "ศิรกร"- "เคแอนด์เคฯ"- "ชริ้งเฟล็กซ์"- "ดีเฮ้าส์พัฒนา" จ่อเข้า mai

*** "เอสซีจี แพคเกจจิ้ง" เคาะราคาขายหุ้นไอพีโอ 33.50-35 บ./หุ้น

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) บริษัทย่อยของ SCC ซึ่งเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่าสุดได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นเบื้องต้นแล้วที่ 33.50-35 บาทต่อหุ้น

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SCGPเพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชน
ทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) โดยสรุป ดังนี้

(1) SCGP จะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,127,550,000 หุ้น มูล
ค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อการออกและเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO)

(2) SCGP จะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 169,130,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment Agent) ซึ่งเป็นจำนวนไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายทั้งหมดในครั้งนี้ และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3.8% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ SCGP ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้



*** หลายบริษัทตบเท้าเข้า SET

นางสุวรรณา ขจรวุฒิเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มีนาทรานสปอร์ต (MENA) เปิดเผยว่า ได้ยื่นแบบไฟลิ่งแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ filing) แบบคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรกต่อประชาชน (IPO) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และยื่นคำขอให้รับหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)แล้ว เมื่อ 18 กันยายน 2563 โดยมี บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

MENA จะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 184 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 25.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ บริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้

นายสัมฤทธิ์ชัย ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทคันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) ของ บมจ.เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง(WGE)เปิดเผยว่า WGE จะกำหนดราคาขายหุ้นไอพีโอในเดือน ก.ย.นี้ และคาดจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ?ในเดือน ต.ค.นี้ โดย WGE มีแผนจะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 160 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 26.67% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด

บล.เอเซียพลัส ระบุผ่านบทวิเคราะห์ว่า เมื่อ 16 ก.ย.63 ทางสำนักงาน ก.ล.ต. ได้อนุมัติคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ของ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR)เรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอขายหุ้นไอพีโอไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลังไอพีโอ

*** 4 บริษัทเตรียมเข้าตลาด mai

นายภากร ตั้งนุกูลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายงานขายและการตลาด บมจ.ศิรกร (SK) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้เสนอขายหุ้นสามัญออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)จำนวน 115 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ โดยจะเปิดจองซื้อในปลายเดือน ก.ย.นี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) กลางเดือน ต.ค.นี้

นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) กล่าวภายหลังการโรดโชว์ต่อนักลงทุนที่หาดใหญ่และกรุงเทพฯ ว่า กระแสการตอบรับจากนักลงทุนดีมาก นักลงทุนให้ความสนใจสอบถามข้อมูลในด้านต่างๆ ของบริษัทฯ อย่างละเอียด ทำให้นักลงทุนมีความเข้าใจในธุรกิจของ KKและมีความเชื่อมั่นต่ออนาคตของบริษัทมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มั่นใจว่าในวันที่เปิดให้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จะได้รับการตอบรับที่ดี

นายคมกฤต มีคำสัตย์ กรรมการผู้จัดการ สายงานตลาดทุน บล.อาร์ เอช บี (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ.ชริ้งเพล็กซ์ (ประเทศไทย) หรือ SFT เปิดเผยว่า SFT เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชน (IPO) จำนวนไม่เกิน 120 ล้านหุ้น ซึ่งจะเห็นในช่วงไตรมาส 4/63 และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai)โดย ก.ล.ต.ได้นับหนึ่งแบบไฟลิ่งแล้วเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา

นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ.ดีเฮ้าส์พัฒนา (DHOUSE)เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต.เริ่มนับหนึ่งแบบไฟลิ่ง เพื่อเสนอขายไอพีโอของ DHOUSE เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ บริษัทฯ เตรียมเดินหน้านำเสนอข้อมูลธุรกิจพร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36576
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SK

Posts by pakapong_u » Fri Sep 25, 2020 12:29 pm

“ SK ” เคาะราคาขาย IPO ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น เตรียมเปิดจองซื้อวันที่ 28 - 30 ก.ย. ลงสนามเทรด mai 8 ต.ค.นี้

บมจ. ศิรกร (SK) ผู้นำด้านประกอบการธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง และให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธา แต่งตั้ง บล.โกลเบล็ก และ บล.คันทรี่ กรุ๊ป เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และแต่งตั้ง บล. ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย), บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.เคทีบี (ประเทศไทย), บล.โนมูระ พัฒนสิน และ บล.ไอร่า เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ โดยเคาะราคา IPO ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อวันที่ 28-30 ก.ย. พร้อม ดีเดย์เทรด mai วันที่ 8 ต.ค.นี้ มั่นใจหุ้นพื้นฐานแกร่ง ตอบโจทย์นักลงทุน

วันที่ 25 กันยายน 2563 บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK ลงนามในสัญญาแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน พร้อมแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)

นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผย ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Lead Underwriter)ว่า ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ของ บริษัท ศิรกร จำกัด(มหาชน) “ SK ” ที่ระดับราคา 0.80 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio)ที่ 8 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน เมื่อเทียบกับบริษัทเทียบเคียงที่มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) อยู่ที่ 11.38 เท่าทั้งนี้ SK จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 28-30 กันยายนนี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ในหมวดวัสดุก่อสร้าง โดยใช้ชื่อย่อ “ SK ” ซึ่งเชื่อว่าการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก

สำหรับการระดมทุนในครั้งนี้ เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 115.35 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 25.08 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

ปัจจุบัน “SK” มีทุนจดทะเบียนจำนวน 230 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญที่เสนอขายจำนวน 115.35 ล้านหุ้น และมีทุนที่เรียกชำระแล้ว 172.33 ล้านบาท ภายหลังจากการเสนอขายหุ้น IPO บริษัทฯจะมีทุนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 230 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน จำนวนไม่เกิน 106.85 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อกรรมการและผู้บริหารและพนักงานบริษัทฯจำนวนไม่เกิน 8.50 ล้านหุ้น

"การกำหนดราคา IPO ที่ระดับราคา 0.80 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างยั่นยืน ตามแนวโน้มการเติบโตโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ " นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณกล่าว

ดร. วีรพัฒน์ เพชรคุปต์ บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน กล่าวเพิ่มเติมว่า SK ถือเป็นเป็นกลุ่มบริษัทฯ มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ในการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง และให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธา โดยมีศักยภาพมีความแข็งแกร่ง คือ การมีโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายคอนกรีตอัดแรง 6 แห่งที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดชลบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดลำปาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ได้เปรียบเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน

ส่วนธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้านั้น SK สามารถเข้าร่วมประมูลงานสายส่ง สูงสุดขนาด 115 KV ของ กฟภ. และ กฟผ. ประกอบกับปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการค้าร่วม(Consortium) กับบริษัท คินเด้น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) ในการรับเหมาระบบสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 KV ของ กฟผ. ซึ่งในอนาคต SK จะสามารถเข้าร่วมประมูลงานรับเหมาระบบสายส่งขนาด 230 KV ได้ด้วยตนเอง หลังจากโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้น ขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโยธา บริษัทฯมีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในการรับเหมาก่อสร้าง อาทิ งานก่อสร้างอาคาร Workshop อาคารปฏิบัติการเคมี โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นต้น

ด้านนายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ตอกย้ำศักยภาพทางการเงินของ บมจ.ศิรกร ว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ผลิตและเป็นผู้จัดจำหน่ายชั้นนำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง และความพยายามที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากงานรับเหมาสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า และงานรับเหมาก่อสร้างโยธา โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้รับงานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเครื่องการันตีที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพความเชื่อมั่นของกลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน จนเป็นที่ยอมรับในการเข้าประมูลงานของทุกภาคส่วนได้อย่างต่อเนื่อง

และทำให้ SK มีอัตราการเติบโต โดยจะเห็นได้จากผลการดำเนินย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้รวม 521.29 ล้านบาท กำไรสุทธิ 35.35 ล้านบาท ในปี 2561บริษัทฯ มีรายได้รวม 637.30 ล้านบาท กำไรสุทธิ 28.81 ล้านบาท และปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 677.07 ล้านบาท กำไรสุทธิ 50.26 ล้านบาท จะเห็นได้ว่ารายได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไตรมาส 2/2563 บริษัทฯ มีรายได้รวม 274.58 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9.29 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุมาจากมาตรการ lockdown จากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถขนส่งสินค้าข้ามจังหวัดได้ แม้ว่าจะเป็นช่วงที่หลายๆ อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว แต่ SK ก็ยังคงสามารถรักษาผลประกอบการให้มีกำไรไว้ได้ขณะที่ ณ สิ้นไตรมาส 2/2563 SK ยังมีงานรับเหมาก่อสร้าง ที่รอการส่งมอบอีกกว่า 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่างานในมือ (Back log) อีกกว่า 157.22 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้เกือบทั้งหมดภายในปีนี้

ขณะที่นายภากร ตั้งนุกูลกิจ กรรมการบริษัทและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ครั้งนี้ว่า เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจรับเหมาก่อสร้างตามแผนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาประเทศ โดยบริษัทฯ มีแผนจะเข้าประมูลงานรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธาทั้งในส่วนของภาครัฐ และเอกชน เพิ่มขึ้น ซึ่งหลังจากโครงการ Consortium งานสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 KV ปัจจุบันเสร็จสิ้น บริษัทฯ จะสามารถรับงานโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 KV ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะลงทุนเครื่องจักร อุปกรณ์ และรถขนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการขนส่ง เพื่อรองรับโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และเพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีต การขนส่งสินค้าให้กับลูกค้า พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสในการขยายช่องทางการลงทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพและต่อยอดความแข็งแกร่งทางธุรกิจในอนาคต


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36576
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SK

Posts by pakapong_u » Fri Sep 25, 2020 1:47 pm

SK ตั้งราคาขายหุ้น 0.80 บาท เปิดจอง 28-30 ก.ย.

25/09/2020 13:35Exclusive News, SK

“ศิรกร” เสนอขาย 115.35 ล้านหุ้น เคาะราคา IPO ที่ 0.80 บาท คาดเข้าเทรด mai 8 ต.ค. นี้ มั่นใจได้รับความสนใจจองซื้อจำนวนมาก P/E 8 เท่า มีศักยภาพแข็งแกร่ง โรงงาน 6 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ จ่อรับงานประมูลเพิ่มหลังระดมทุน รายได้ปี 63 ทรงตัวจากปีก่อนทำได้ 677 ล้านบาท มั่นใจปี 64 โตได้

นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บล.โกลเบล็ก ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนบริษัท ศิรกร (SK) เปิดเผยว่า บริษัท ศิรกร กำหนดราคาขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก(IPO) ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E ) 8 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน เทียบกับบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายกัน ที่ P/E 11.38 เท่า โดย SK จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 28-30 ก.ย. มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมากและคาดว่าจะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในวันที่ 8 ต.ค. 2563 ในหมวดวัสดุก่อสร้าง

การระดมทุนในครั้งนี้ เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 115.35 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท คิดเป็น 25.08% ของจำนวนหุ้นเรียกชำระแล้ว 230 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน จำนวนไม่เกิน 106.85 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อกรรมการและผู้บริหารและพนักงานบริษัทฯจำนวนไม่เกิน 8.50 ล้านหุ้น

“การกำหนดราคาขายที่ 0.80 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามแนวโน้มการเติบโตโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ” นายกิตติพันธ์ กล่าว

นายวีรพัฒน์ เพชรคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน เปิดเผยว่า SK เป็นกลุ่มบริษัทฯ มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ในการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง และให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธา โดยมีศักยภาพมีความแข็งแกร่ง คือ การมีโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายคอนกรีตอัดแรง 6 แห่งที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดชลบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดลำปาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ได้เปรียบเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน

ส่วนธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้านั้น SK สามารถเข้าร่วมประมูลงานสายส่ง สูงสุดขนาด 115 KV ของ กฟภ. และ กฟผ. ประกอบกับปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการค้าร่วม(Consortium) กับบริษัท คินเด้น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) ในการรับเหมาระบบสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 KV ของ กฟผ. ซึ่งในอนาคต SK จะสามารถเข้าร่วมประมูลงานรับเหมาระบบสายส่งขนาด 230 KV ได้ด้วยตนเอง ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโยธา บริษัทฯมีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในการรับเหมาก่อสร้าง อาทิ งานก่อสร้างอาคาร Workshop อาคารปฏิบัติการเคมี โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นต้น

ด้านนายภากร ตั้งนุกูลกิจ กรรมการบริษัทและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิรกร (SK) เปิดเผยว่า เงินที่ได้จากการเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ประมาณ 92.28 ล้านบาท โดยประมาณ 70 ล้านบาท ใช้เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจรับเหมาก่อสร้างตามแผนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาประเทศ โดยบริษัทฯ มีแผนจะเข้าประมูลงานรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธาทั้งในส่วนของภาครัฐ และเอกชน มูลค่างานละประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนรายได้จากงานภาครัฐประมาณ 80% และอีก 20% เป็นภาคเอกชน โดยเอกชนส่วนใหญ่ก็ส่งมอบงานให้ภาครัฐต่ออีกที

อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่าในปี 2563 รายได้จะใกล้เคียงจากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 677.07 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น งานที่ส่งมอบล่าช้าจากผลกระทบโควิด-19 เริ่มทยอยส่งมอบ และมีการเข้ารับงานใหม่ๆเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปี 2564 จะมีผลประกอบการที่เติบโต


Post Reply