KK

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 10:57 am

*"เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น"ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 69 ล้านหุ้น เข้าตลาด mai, ใช้ขยายสาขา-คืนเงินกู้-เป็นทุนหมุนเวียน
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Monday, September 30, 2019 10:13


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ก.ย. 62)--บมจ. เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น ยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 30.00 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยมีความประสงค์จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีบล.เคทีบี (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเป็นเงินทุนในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ และชำระคืนเงินกู้แก่สถาบันการเงิน รวมถึงเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ
บริษัทฯประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค โดยธุรกิจค้าปลีกเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขาชื่อ "เค. แอนด์ เค. ซุปเปอร์สโตร์" จำนวน 26 สาขา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯ มีศูนย์กระจายสินค้าจำนวน 1 แห่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัทฯ ทั้งนี้ ด้วยการดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้บริษัทฯ มีความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิตและความต้องการสินค้าของคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี บริษัทฯ มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด "ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ"
ทั้งนี้ บริษัทฯ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ ในรูปแบบสินค้าปลีก สินค้าเป็นแพ็ค และสินค้าเป็นลัง เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อ ทั้งนี้ ลักษณะสินค้าของบริษัทฯ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ สินค้าอุปโภค และสินค้าบริโภค โดยมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวน 2 ช่องทาง ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าผ่านร้านสาขา และการจำหน่ายสินค้าค้าส่งผ่านศูนย์กระจายสินค้า
ผลการดำเนินงานของบริษัท ณ วันที่ 30 มิ.ย.2562 มีสินทรัพย์รวม 307.89 ล้านบาท หนี้สินรวม 214.56 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 93.33 ล้านบาท โดยในปี 2559 – 2561 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายจำนวน 941.57 ล้านบาท 929.21 ล้านบาท 938.97 ล้านบาท และ 452.18 ล้านบาท ตามลำดับ
โดยในปี 2559-2561 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท และ 456.06 ล้านบาท โดยมีรายได้จากค้าปลีกจำนวน 773.13 ล้านบาท 731.45 ล้านบาท และ 783.11 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 81.09 ร้อยละ 76.85 และร้อยละ 81.38 ของรายได้รวม ตามลำดับ ในปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าปลีกลดลงจากปีก่อนหน้ามีสาเหตุจากภาวะเศรฐกิจของภาคใต้ที่ชะลอตัว ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากการปรับลดลงของราคายางพาราและราคาน้ำมันปาล์ม ประชาชนส่วนใหญ่ในจังหวัดสงขลาประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่งได้รับผลกระทบดังกล่าว ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าน้อยลง
ส่วนปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าปลีกเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากร้านสาขาเดิมที่เป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขยายร้านสาขาใหม่จำนวน 3 สาขาในปีนี้ ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าปลีกจำนวน 376.80 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากเดือนธันวาคม 2561 ร้านค้าปลีกรายอื่นๆ ในจังหวัดสงขลาได้เข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐและติดตั้งเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีทางเลือกในการเข้าซื้อสินค้าในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้หลากหลาย จึงส่งผลให้รายได้จากค้าปลีกในงวดนี้ลดลง
ในปี 2559 – 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าส่งจำนวน 168.43 ล้านบาท 185.62 ล้านบาท และ 155.85 ล้านบาท ตามลำดับ โดยในปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าส่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้าค้าส่งเพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค ในปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าส่งลดลงจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกซื้อสินค้าในร้านค้าที่สามารถชำระเงินค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ และงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าส่ง จำนวน 75.38 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ปัจจุบันบริษัทฯ ไม่มีแผนการขยายฐานลูกค้าค้าส่ง เนื่องจากในช่วงปีที่ผ่านมาร้านค้าปลีกที่เป็นลูกค้าค้าส่งในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงมีจำนวนลดลง อีกทั้ง บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการขยายธุรกิจโดยการเปิดร้านสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปีให้ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกมากขึ้น ดังนั้น รายได้จากค้าส่งอาจจะลดลงในอนาคต
ปี 2559 – 2561 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับ โดยปี 2560 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นและการเพิ่มขึ้นรายได้อื่นในส่วนของรายได้ค่าเช่าพื้นที่หัวชั้นและกองโชว์ ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า
ในปี 2561 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการลดลงของกำไรขั้นต้น และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเปิดร้านสาขาใหม่ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค ค่าเช่า เป็นต้น ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า
งวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 8.19 ล้านบาท ซึ่งกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนหน้ามีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าใช้จ่ายสำหรับร้านสาขาที่เปิดใหม่ รวมถึงค่าเสื่อมราคาอาคารและอุปกรณ์ในร้านสาขาที่เปิดใหม่ในปี 2561 จำนวน 3 สาขา และในปี 2562 จำนวน 1 สาขา
โครงการในอนาคต บริษัทฯ มีแผนการขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายร้านสาขาจำนวน 3 สาขา คือ อ.นาหม่อม และ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอ.เมือง จังหวัดพัทลุง โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 4 - 5 ล้านบาทต่อสาขา
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนจำนวน 115,000,000 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วจำนวน 80,500,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 161,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้ บริษัทฯ จะมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเต็มมูลค่าเท่ากับ 115,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 230,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ณ วันที่ 10 ก.ย.2562 คือ กลุ่มสิริธนนนท์สกุล ถือหุ้น 161 ล้านหุ้น คิดเป็น 100% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 70%
บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ

--อินโฟเควสท์ โดย พรเพ็ญ ดวงเฉลิมวงศ์/วิลาวัลย์ โทร.02-2535000 อีเมล์: wilawan@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: K&K

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 11:01 am

phpBB [video]


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: K&K

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 11:20 am

http://market.sec.or.th/public/ipos/IPO ... sID=272126


หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : -
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : บริษัท หลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) / นาย รัฐชัย ธีระธนาวัฒน์


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 5:01 pm



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 5:13 pm

จากธุรกิจของครอบครัว โดยขายสินค้าเร่ตามตลาดนัด นำโดย คุณพ่อเว้ง แซ่โกว่ คุณแม่เฮียง แซ่ซึ้ง ซึ่งมีลูก ๆ 12 คน มีชาย 7 คน หญิง 5 คน จนเมื่อ พ.ศ. 2515 ก็ได้เปิดเป็นร้านค้า 1 คูหา ได้ใช้ชื่อว่า ร้านโกว่ย่งฮั้ว

ต่อจากนั้นก็ได้ออกรถ 4 ล้อ กระบะมาสด้ามา 1 คัน เพื่อ บริการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าในอำเภอใกล้เคียง และรถ 4 ล้อใหญ่ จนถึงรถ 6 ล้อใหญ่ ตามลำดับ พื้นที่ในเขตบริการ คือ จังหวัดสงขลา สตูล พัทลุง ในรัศมี 100 กิโลเมตร และต่อจากนั้นก็เปิดสาขาใช้ชื่อว่าโกว่ย่งฮั้วสาขา 1 เพื่อบริการลูกค้าขายปลีกในย่านตลาดสดพลาซ่า และตลาดกิมหยง

พ.ศ. 2523 ได้ขยายพื้นที่ ที่ถนนสามชัย โดยสร้างโครงสร้างเป็นโกดังสินค้าใช้พื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ และได้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้กับ บริษัท คอลเกต ปาล์มโอลีฟ และบริษัท สหพัฒนพิบูล โดยดูแลพื้นที่ 3 จังหวัด คือ สตูล พัทลุง สงขลา

พ.ศ. 2535 คุณ กิตติพล และคณะพี่น้องได้ปรึกษากันว่าธุรกิจค้าส่ง ที่เรากระทำกันอยู่ ความเสี่ยงสูง และโอกาสจะโตมีน้อย จึงมีมติปรับพื้นที่ของโกดังบางส่วนมาตกแต่งใหม่ ปรับพื้นที่ ติดกระจก ติดฝ้า ติดไฟ และทำโลโก้ใหม่ ใช้ชื่อว่า เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง โดยทำรูปแบบเป็น ธุรกิจค้าปลีกในราคาส่ง ซึ่งเริ่มเปิดทำการ วันที่ 16 ธันวาคม 2535 โดยเริ่มแรกมีพนักงานทั้งหมด 25 คน ซึ่งเรียกได้ว่า คุณกิตติพล เป็นผู้ก่อตั้ง ห้างเค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง

ที่มาของชื่อ เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง
ชื่อของคุณกิตติพล สิริธนวงศ์สกุล (พี่ใหญ่) เดิมมีชื่อ กิมเม้ง แซ่โกว่ และชื่อของคุณกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล เดิมชื่อ กิมเอี๋ยว แซ่โก่ว ซึ่งมีอักษรภาษาอังกฤษ “K” เป็นตัวนำ ดังนั้นสมาชิกในครอบครัว แซ่โก่ว จึงเมีความเชื่อว่าอักษร K เป็นอักษรนำโชค จึงตั้งชื่อ K & K และรูปแบบการค้าเป็นธุรกิจซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่ราคาขายส่ง

จึงตั้งชื่อเป็น “เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง” ภายใต้วิสัยทัศน์ K&K มีความซื่อสัตย์สุจริตในการจัดจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และบริการที่รวดเร็ว ประทับใจ ราคาเป็นธรรม เพื่อความพึงพอใจของลูกค้า และคืนกำไรสู่สังคม มีความมั่นคงก้าวหน้าพัฒนาเป็นที่หนึ่ง ในภาคใต้ของเรา


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 5:14 pm

phpBB [video]


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 5:14 pm

phpBB [video]


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 5:43 pm

KK : บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)

ประเภทธุรกิจ
ค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ชื่อ “ร้าน เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์”

ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
กลุ่มอุตสาหกรรม
บริการ

สถานะ
Filing

จำนวนหุ้นที่ IPO
69,000,000 หุ้น

ระยะเวลาเสนอขายหุ้น n/a
ราคา IPO n/a
ราคา PAR 0.50 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ข้อมูล Filing
www.kandksuper.com


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Wed Oct 02, 2019 11:01 am

“เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น เข้าmaiระดมเงินทุนขยายธุรกิจ-รองรับการเติบโตในอนาคต แต่งตั้งกุนซือมือทอง บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาฯ
Source - มิติหุ้นออนไลน์ (Th)

Wednesday, October 02, 2019 10:25
=

มิติหุ้น – ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 69 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายร้านสาขา “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์”ชำระคืนเงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ได้กุนซือมือทองจาก บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินได้เปิดเผยว่า บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ ชื่อร้าน “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา โดยเตรียมจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์)0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน30 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
สำหรับวัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้เพื่อเตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
“ความน่าสนใจคือการเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์”จำนวน 26 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัทฯ ซึ่งการที่บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้บริษัทฯมีความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิตและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี”นายรัฐชัยกล่าว
ด้านนายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการบมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น กล่าวว่า บริษัทฯ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อและมีโครงการในอนาคตคือ การขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึงภายใต้แนวคิด“ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ”ซึ่งในปี 2563 บริษัทมีแผนที่จะขยายร้านสาขาจำนวน 3 สาขา โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านบาทต่อสาขา
สำหรับเป้าหมายของการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เพื่อสร้างการเติบโตและโอกาสในการขยายธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง นำพาองค์กรเดินไปข้างหน้า ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ มุ่งมั่นทุ่มเทและบริการที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ
ผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 2559-2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 456.06 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิจำนวน 8.19 ล้านบาท

ที่มา: www.mitihoon.com


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Wed Oct 02, 2019 11:30 am

“เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น
Source - MGR Online (Th)

Wednesday, October 02, 2019 11:30


“เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เสนอขายหุ้นไอพีโอ 69 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายร้านสาขา “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ชำระคืนเงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ได้กุนซือมือทองจาก บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินได้เปิดเผยว่า บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ ชื่อร้าน “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา โดยเตรียมจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
สำหรับวัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
"ความน่าสนใจคือการเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เค
แอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" จำนวน 26 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัทฯ ซึ่งการที่บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้บริษัทฯมีความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิตและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี”นายรัฐชัยกล่าว
นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น กล่าวว่า บริษัทฯ จำหน่าย
สินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อ และมีโครงการในอนาคตคือ การขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง ภายใต้แนวคิด “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ” ซึ่งในปี 2563 บริษัทมีแผนที่จะขยายร้านสาขาจำนวน 3 สาขา โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านบาทต่อสาขา
สำหรับเป้าหมายของการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เพื่อสร้างการเติบโตและโอกาสในการขยายธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง นำพาองค์กรเดินไปข้างหน้า ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ มุ่งมั่นทุ่มเทและบริการที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ
โดยผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 2559-2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับ งวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 456.06 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิจำนวน 8.19 ล้านบาท--จบ--

ที่มา: https://mgronline.com


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Sun Oct 06, 2019 11:01 am

“เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์”ค้าปลีกเก่าแก่จ.สงขลา เข้าตลาดหุ้น
Source - เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ (Th)

Wednesday, October 02, 2019 16:45


ระดมทุนขยายธุรกิจ มุ่งสู่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ ปัจจุบันมี 26 สาขา ครอบคลุม 3 จังหวัด สงขลา พัทลุง และสตูล
นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ–ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ ชื่อร้าน “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เตรียมจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)วัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
สำหรับ เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" จำนวน 26 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจ.สงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัทฯ ซึ่งการที่บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จ.สงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้มีความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิตและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
ด้านนายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น กล่าวว่า บริษัทฯ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อและมีโครงการในอนาคต คือ การขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่อง
โดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จ.สงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง ภายใต้แนวคิด “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ”
ปี 2563 บริษัทฯมีแผนที่จะขยายร้านสาขาจำนวน 3 สาขา โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านบาท ต่อสาขา
เป้าหมายของการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เพื่อสร้างการเติบโตและโอกาสในการขยายธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง นำพาองค์กรเดิน ไปข้างหน้า ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ มุ่งมั่นทุ่มเทและบริการที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ
ผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 2559-2561 บริษัทฯ มีรายได้รวม 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับ งวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 456.06 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 8.19 ล้านบาท

ที่มา: www.posttoday.com


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Sun Jun 14, 2020 11:07 pm

‘กวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล’ K&K สู้เพื่อธุรกิจค้าปลีกที่รัก


ธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย มีมูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท มีอัตราการขยายตัวใกล้เคียงกับจีดีพีของประเทศหรือสูงกว่าเล็กน้อย เพราะสินค้าอุปโภค-บริโภคจำเป็นสำหรับชีวิต ทั้งเป็นอาชีพให้แม่ค้ารายย่อยได้ดำรงชีวิต ที่เป็นฐานธุรกิจที่แข็งแรงให้กับ บมจ. เคแอนด์เค K&K

บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) K&K หรือเดิม บริษัท เค. แอนด์ เค. ซุปเปอร์ค้าส่ง จำกัด มีพัฒนาการมาจากธุรกิจครอบครัวของสี่พี่น้องตระกูล “สิริธนนนท์สกุล” ภายใต้ชื่อบริษัท หาดใหญ่โก่วย่งฮั้ว จำกัด ที่ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้กับบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภครายใหญ่ของประเทศไทย ที่เติบโตมาจากการขายสินค้าเร่ในตลาดนัด ของคุณพ่อเว้ง แซ่โกว่ คุณแม่เฮียง แซ่ซึ้ง

ในปี 2535 ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ เริ่มรุกคืบเข้าสู่ประเทศไทย กิตติพล สิริธนวงศ์สกุล (พี่ใหญ่) และพี่น้องได้ปรึกษาหารือกันว่าธุรกิจค้าส่งที่ดำเนินการอยู่นั้น มีความเสี่ยงสูง และมีโอกาสเติบโตน้อย จึงตัดสินใจกันว่าจะปรับรูปแบบธุรกิจใหม่เป็นธุรกิจค้าปลีกในราคาส่ง และใช้ชื่อว่า เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง โดยนำอักษรย่อของพี่ชายทั้งสองคนของตระกูล คือ กิตติพล และ กวิศพงษ์ มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์

“การขยายตัวของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ส่งผลกระทบกับเราโดยตรง ช่วงแรกที่ห้างขนาดใหญ่เริ่มเข้ามามีแมคโครรายเดียว เราก็แยกกลุ่มลูกค้าระหว่างแมคโครกับเรา หลังจากนั้นบิ๊กซี โลตัส ก็ทยอยเข้ามา เค้กก็ถูกแบ่งไปเรื่อยๆ จากที่เคยเติบโตปีละ 20% กลับมาลดลงปีละ 20% เราก็ต้องมาคิด มาแก้เกม ขยายสาขาเพิ่มจุดขายเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น” กวิศพงษ์ เล่าย้อนอดีตที่เริ่มต้นเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก



ปรับโมเดลใหม่เจาะแม่ค้ารายเล็ก

ด้วยประสบการณ์ของผู้อยู่ในธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกมาเกือบ 30 ปี เมื่อเจอมรสุมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ก็ต้องหาทางออก กวิศพงษ์ และพี่น้อง จึงมานั่งคุยกันว่าจะทำอย่างไรกับยอดขายที่ลดลงเรื่อยๆ “ตัดสินใจเลิกดีไหม?” เหมือนร้านค้าปลีกดั้งเดิมรายอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ คำตอบ คือ “เลิกแล้วจะทำอะไร?” ในเมื่อเกือบทั้งชีวิตของตระกูลสิริธนนนท์สกุลทำธุรกิจนี้มาตลอด เป็นธุรกิจที่รัก และรู้จักดีที่สุด ดังนั้นหากบริหารให้ดี คุมค่าใช้จ่ายได้ ธุรกิจน่าจะเดินต่อได้

เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะเดินหน้าลุยธุรกิจต่อ กวิศพงษ์ และพี่น้อง จึงมองหาทางออก และโอกาสธุรกิจของเค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง โดยอยู่ภายใต้คอนเซปท์ร้านค้าปลีก ในราคาขายส่ง ด้วยสโลแกน “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ใกล้บ้านคุณ” เพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจที่สามารถต่อยอดการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังอีกกลุ่มลูกค้า ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่ซื้อสินค้าเพื่อไปจำหน่ายต่อ

เจาะกลุ่มแม่ค้ารายเล็กๆ ที่ซื้อสินค้าไปขายต่อในปริมาณที่ไม่มาก ไม่ต้องซื้อยกแพค แม้โมเดลธุรกิจดังกล่าวจะได้กำไรไม่มาก แต่เป็นช่องว่างของตลาดที่ทำให้ เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง ยังมีที่ยืนในธุรกิจค้าปลีก ค้าส่งในจังหวัดสงขลาต่อไป

แทนที่จะตั้งรับ เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง ขยายแนวรุก ด้วยการเปิดสาขาเพิ่มขึ้น เพื่อตอบโจทย์เรื่องการเดินทางของลูกค้า เนื่องจากเห็นพฤติกรรมของลูกค้า ที่นิยมซื้อของใกล้บ้าน ด้วยปัญหาการจราจร จึงขยายสาขาเข้าถึงชุมชนต่างๆ จากจังหวัดสงขลา ขยายไปพัทลุง และสตูล ปัจจุบันมี 26 สาขา

ขณะเดียวกัน เป็นการตอบโจทย์คู่ค้า ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์สินค้าอุปโภค-บริโภคหลายใหญ่ เพราะการขยายสาขาเข้าถึงชุมชน ทำให้ขายสินค้าได้มากขึ้น และหมุนเวียนเร็ว

“ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ต้องเดินหน้าต่อ เพราะเป็นธรกิจที่เราเชี่ยวชาญ เป็นธุรกิจที่เรารัก ก็ต้องปรับตัว พัฒนาโมเดลธุรกิจเราต้องไม่ใหญ่มาก เพราะถ้าใหญ่เราไม่สามารถไปชนกับโมเดิร์นเทรดได้ เราต้องหาจุดเด่นของเรา เข้าถึงลูกค้า ให้ลูกค้าซื้อของใกล้บ้าน ซื้อไม่ต้องมาก แต่ซื้อได้ทุกวัน แม้จะมีมาร์จิ้นต่ำ แต่เราใช้การบริหาร การสั่งซื้อสินค้าให้หมุนเร็ว แข่งกับเวลา” กวิศพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทตั้งแต่ปี 2559 – 2561 บริษัทมีรายได้รวม จำนวน 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิจำนวน 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนปี 2562 บริษัทมีรายได้รวม 935.98 ล้านบาท มีกำไร 11.53 ล้านบาท แนวโน้มผลการดำเนินงานที่ลดลงเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับต้องเผชิญกับความท้าทายอีกครั้งจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

K&K

เตรียมแผนรับ New Normal

เดิม K&K เตรียมแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในช่วงต้นปี 2563 หลังจากยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา โดยต้องการนำเงินจากการระดมทุนไปขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 3 สาขาในปีนี้

โดย ปี 2564 จะเริ่มขยายสาขาไปจังหวัดที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ คือ จังหวัดตรัง ปี 2565 ขยายจังหวัดนครศรีธรรมราช และแผน 10 ปี คือขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ทั้งจังหวัดสุราษฎร์ และชุมพร แต่ด้วยวิกฤตโควิด ทำให้แผนดังกล่าวต้องชะลอออกไป

กวิศพงษ์ กล่าวว่า วิกฤตโควิดส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ K&K ช้ากว่าธุรกิจอื่น เนื่องจากเป็นธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็น แต่บริษัทได้เตรียมแผนรับมือกับวิถีชีวิตปกติแบบใหม่ (New Normal) ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ใช้เวลาในการช้อปปิ้งน้อยลง

ทางร้านต้องเตรียมจัดแพคเกจสินค้า หรือรับบริการสั่งของทางโทรศัพท์ เตรียมสินค้าให้พร้อมให้ลูกค้าสามารถขับรถมารับได้ทันที หรือ ไดรฟ์ ทรู รวมไปถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่น ให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการซื้อสินค้าของผู้บริโภค เป็นต้น

นอกจากนี้ K&K เตรียมแผนบริหารจัดการภายในองค์กรให้พร้อม เพราะยังไม่รู้ว่าโควิดจะจบเมื่อไหร่ โดยเฉพาะการบริหารกระแสเงินสด การบริหารสต็อก คุมค่าใช้จ่าย และการเพิ่มประสิทธิภาพทีมงาน โดยที่ผ่านมาไม่มีการลดค่าใช้จ่ายพนักงาน โดยเฉพาะในส่วนของเงินเดือนแต่อย่างใด

มีปรับลดสวัสดิการเล็กน้อย เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าอาหารกลางวันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อไม่ให้กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงาน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาโควิดอยู่แล้ว หวังเพียงประคับประคองให้บริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนสามารถฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้

เกือบ 30 ปี ของการดำเนินธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกสินค้าอุปโภค-บริโภค สำหรับ กวิศพงษ์ และพี่น้องตระกูล สิริธนนนท์สกุล ยึดชัยภูมิของธุรกิจอยู่ที่ภาคใต้เป็นหลัก โดยมีศูนย์กลางธุรกิจที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่สำหรับเจเนอเรชั่นต่อไปจะขยายสาขาครอบคลุมพื้นที่มากกว่านี้ก็เป็นเรื่องของอนาคตที่จะต้องดูกันต่อไป

สำหรับ กวิศพงษ์ แล้ว เขามองว่า อย่างไรธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกสินค้าจำเป็นยังอยู่ได้ และไม่มีวันตาย อยู่ที่ตัวเราจะเดินไปข้างหน้าอย่างไรมากกว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องรู้จักว่าลูกค้าคือใคร อยู่ที่ไหน พยายามเข้าถึงกล่มลูกค้า และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุด และนี่คือสิ่งที่ทำให้ K&K อยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้


https://forbesthailand.com/people/entre ... นท์สก.html


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Sun Jun 14, 2020 11:12 pm

จากเร่ขายตลาดนัด ‘เคแอนด์เค’ ค้าปลีกสงขลา ตบเท้าเข้าตลาดหลักทรัพย์

โดย WANPEN PUTTANONT 2 ตุลาคม 2562
จากธุรกิจของครอบครัว คุณพ่อเว้ง แซ่โกว่ คุณแม่เฮียง แซ่ซึ้ง เปิดขายสินค้าเร่ตามตลาดนัด จนปี 2515 ได้เริ่มเปิดเป็นร้านค้า 1 คูหา ภายใต้ชื่อร้าน “โกว่ย่งฮั้ว” ถึงวันนี้ ได้ขยับขยายสู่ “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ด้วยจำนวนสาขาถึง 26 สาขา พร้อมก้าวที่กล้าด้วยการยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น เพื่อระดมขยายธุรกิจ รองรับการเติบโตในอนาคต



เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดสงขลา ปัจจุบันมีสาขาครอบคลุม 3 จังหวัดคือ สงขลา พัทลุง และ สตูล จากธุรกิจค้าส่ง โกว่ย่งฮั้ว ได้เปลี่ยนชื่อเป็น เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง เพื่อปรับสู่ธุรกิจค้าปลีกในราคาส่ง ในปี 2553 และล่าสุดในปี 2562 ได้เปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น “บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)” เพื่อเตรียมยื่นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ในปลายปี 2562

กวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น กล่าวว่า จุดเปลี่ยนของธุรกิจค้าส่งของครอบครัว มาจากการที่แม็คโครเข้ามาเปิดสาขาที่หาดใหญ่ ส่งผลให้ยอดขายเริ่มลดลง เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของเคแอนด์เค เป็นซาปั๊วที่ซื้อไปขายต่อในอำเภอ ตำบล และรถเร่

ก่อนหน้านั้นเคยได้สัมผัสรูปแบบ แคชแอนด์แครี่ของแม็คโครที่กรุงเทพ จึงนำมาปรับใช้กับเคแอนด์เคให้เป็นธุรกิจค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าราคาส่ง อันเป็นที่มาของแนวคิด “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ” และประสบความสำเร็จมาถึงวันนี้

สำหรับการยื่นไฟลิ่งเพื่อขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 69 ล้านหุ้น ครั้งนี้ มีมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ เตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เพื่อเตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

ปัจจุบัน เคแอนด์เคฯ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อ และมีโครงการในอนาคตคือ การขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง



ทั้งนี้ แผนงานในปี 2563 วางเป้าหมายขยายร้านสาขาจำนวน 3 สาขา โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก คาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านบาทต่อสาขา

ด้าน รัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินได้เปิดเผยว่า ความน่าสนใจของ บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น อยู่ที่การเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำ ที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” จำนวน 26 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัท

“การที่บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้มีความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิตและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี” รัฐชัยกล่าว



ด้านผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 2559-2561 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับ งวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 456.06 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิจำนวน 8.19 ล้านบาท

นับเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งในท้องถิ่นอีกราย ที่พร้อมปักหลักต่อสู้เพื่อยืนหยัดในสมรภูมิค้าปลีกที่นับวันจะมีคู่แข่งเข้าไปชิงเค้กในพื้นที่มากขึ้นทุกวัน


https://www.thebangkokinsight.com/216887/


GFlying
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 20
Joined: Mon May 18, 2020 9:06 am

Re: KK

Posts by GFlying » Fri Jul 31, 2020 9:34 pm

ราคา ipo จะออกเมื่อไหร่เหรอครับ


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Tue Sep 01, 2020 11:27 am

`เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น`ขายIPO 69 ล้านหุ้น เข้าmaiภายในQ4

  ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง 'เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK)' ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ ชื่อร้าน “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” เตรียมขายหุ้นไอพีโอ 69 ล้านหุ้น คาดเข้า mai ในไตรมาส 4/63 ระดมทุนขยายสาขา ใช้หนี้เงินกู้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน

  นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) (KK) ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ ชื่อร้าน “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ ว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูล ของบริษัทฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

  เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเสนอขายหุ้นสามัญส่วนเกินอีกจำนวน 10.35 ล้านหุ้น เตรียมพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 4/2563

  วัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยความน่าสนใจของ “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น” คือ การเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" มีจำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัทฯ

  ซึ่งการที่บริษัทฯดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้ความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิต และความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

  นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) (KK) กล่าวว่า เป้าหมายของการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในครั้งนี้ เพื่อสร้างการเติบโต และโอกาสในการขยายธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง นำพาองค์กรเดินไปข้างหน้าด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญมุ่งมั่นทุ่มเท และให้บริการที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ

  ปัจจุบันบริษัท จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อ ซึ่งโครงการในอนาคต บริษัทฯ มีแผนขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่องจำนวน 3-4 สาขาในแต่ละปี โดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง ภายใต้แนวคิด “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ”

  โดยย้อนหลังในปี 2560 -2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 937.90 ล้านบาท 948.49 ล้านบาท และ 935.98 ล้านบาท ตามลำดับ และบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 17.90 ล้านบาท 16.26 ล้านบาท และ 11.53 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้รวม 484.14 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 6.77 ล้านบาท


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Tue Sep 01, 2020 10:08 pm

ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ฯ”

01/09/2020 10:49kk

เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ ปักหลักในสงขลากว่า 27 ปี เตรียมเสนอขายหุ้นไอพีโอ 69 ล้านหุ้น คาดเข้า mai ไตรมาส 4/63 ระดมทุนขยายสาขา ใช้หนี้เงินกู้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน

นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ ชื่อร้าน “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” เปิดเผยว่า ก.ล.ต.ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นสัดส่วน 30 % ของทุนเรียกชำระแล้ว และเสนอขายหุ้น ส่วนเกินอีกจำนวน 10.35 ล้านหุ้น เตรียมพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 4/2563

วัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขา ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” มีจำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัทฯ ซึ่งการที่บริษัทฯดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้ความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิต และความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น กล่าวว่า เป้าหมายของการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในครั้งนี้ เพื่อสร้างการเติบโต และโอกาสในการขยายธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง นำพาองค์กรเดินไปข้างหน้าด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญมุ่งมั่นทุ่มเท และให้บริการที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ

ปัจจุบันบริษัท จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ และลูกค้าค้าส่งที่ ซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อ ซึ่งโครงการในอนาคต บริษัทฯ มีแผนขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่องจำนวน 3-4 สาขาในแต่ละปี โดยเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง ภายใต้แนวคิด “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ”

สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมามีการเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2560 -2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 937.90 ล้านบาท 948.49 ล้านบาท และ 935.98 ล้านบาท ตามลำดับ และบริษัทมีกำไรสุทธิ 17.90 ล้านบาท 16.26 ล้านบาท และ 11.53 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้รวม 484.14 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิจำนวน 6.77 ล้านบาท


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Sun Sep 06, 2020 12:27 pm

เตรียมเงินให้พร้อม IPO แห่เปิดขายหุ้นหลายบริษัท, จับตา SCM เทรด 8 ก.ย.

ทันหุ้น-สู้โควิด : หุ้น IPO หลายบริษัทมีแผนที่จะเสนอขายหุ้นในช่วงที่เหลือปีนี้ หลังจากที่หุ้นใหม่บางบริษัทเข้ามาแล้วได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เช่นหุ้น บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT, หุ้นบริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT และหุ้นบริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IIG โดยราคาปรับตัวขึ้นมาสูงกว่าราคาจอง

**MICRO คาดขายหุ้นปลาย ก.ย.

จากการรวบรวมข้อมูลของ"ทันหุ้น" พบว่ามีหุ้นที่เตรียมจะขายประกอบด้วย บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน ปัจจุบันมี 12 สาขา ในเขตพื้นที่ภาคกลางและทุกภูมิภาคทั่วประเทศคาดว่าจะขายหุ้น IPO ปลาย ก.ย.นี้ จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในไตรมาส 4/63 ขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 235 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.13% โดยมีบริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

**SCGP และ KK นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว

บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ซึ่งเป็น IPO ขนาดใหญ่ และเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน หรือ SCC ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว ซึ่ง SCGP ขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 1,127.55 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.5% ของทุนชำระแล้วหลัง IPO โดยมีธนาคาร ไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีบล.ไทยพาณิชย์ และบล.บัวหลวง เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

นอกจากนี้ก็มีบริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK ที่สำนักงาน ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว ซึ่งประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ชื่อ “ร้าน เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” จะขายหุ้น IPO จำนวน 69 ล้านหุ้น โดยจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีบล.เคทีบี(ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

**""พีรพัฒน์ฯ" เตรียมเดินสายโรดโชว์

บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT ซึ่งมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai อยู่ระหว่างเตรียมจะแนะนำข้อมูล(โรดโชว์) ให้กับนักลงทุนก่อนที่จะเสนอขายหุ้น IPO บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำยาซักรีด น้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับภาคอุตสาหกรรม นำเข้าเพื่อจำหน่ายและให้เช่าเครื่องล้างภาชนะอัตโนมัติ นำเข้าและจำหน่ายสระว่ายน้ำสำเร็จรูป และอุปกรณ์ที่ใช้ในสระว่ายน้ำ รวมทั้งให้บริการแบบครบวงจรเกี่ยวกับน้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับภาคอุตสาหกรรมจะขายหุ้น IPO จำนวน 100 ล้านหุ้น โดยมีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

**SCM พร้อมเข้าเทรด 8 ก.ย.นี้

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า หุ้นบริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด(มหาชน) หรือ SCM จะเข้ามาซื้อขายใน SET วันที่ 8 ก.ย.นี้ บริษัทเป็นผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคทั้งในและต่างประเทศในลักษณะเครือข่ายขายตรงหรือ MLM โดยมีผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างรายได้ให้บริษัทกว่า 70%คือกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์ นิวทรินัล (Nutrinal)จัดจำหน่ายสินค้าผ่านเครือข่ายนักธุรกิจและตัวแทนจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปัจจุบันมีจุดกระจายสินค้าจำนวน 23 สาขาทั่วประเทศ มีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศอีก 6ประเทศ ได้แก่ พม่า กัมพูชา เวียดนาม ลาว มาเลเซีย และสิงคโปร์ ทั้งนี้บริษัทมีแผนจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้เพื่อขยายและดำเนินการปรับปรุงในพื้นที่สาขาเพื่อเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าอีกทั้งดำเนินการเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัทฯ

SCM เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 150 ล้านหุ้น โดยกำหนดราคา IPO หุ้นละ 1.90 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 285 ล้านบาทและมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,140 ล้านบาท โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดการการจำหน่าย

หุ้น ราคา IPO ราคาปิดวันแรก ราคาล่าสุด(3 ก.ย.)

STGT 34.00 60.50 72.75

SICT 1.38 4.14 4.50

IIG 6.60 19.80 16.60

หมายเหตุ หน่วยเป็นบาทต่อหุ้น


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Tue Sep 08, 2020 12:05 pm

“เคแอนด์เคฯ” เดินหน้าโรดโชว์ 9 ก.ย. ปักธงขาย IPO ระดมทุนตลาด mai ไตรมาส 4/63

นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ-ด้านตลาดทุน บล. เคทีบี (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ ชื่อร้าน “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนเดินสายนำเสนอข้อมูลบริษัทให้กับนักลงทุนที่หาดใหญ่ในวันที่ 9 กันยายน และที่กรุงเทพฯ วันที่ 21 กันยายนนี้ เพื่อให้นักลงทุนรู้จักและเข้าใจลักษณะการดำเนินธุรกิจของ KK มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงแผนการดำเนินงานในอนาคตของ KK และยังเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

โดยการโรดโชว์ครั้งนี้เพื่อให้นักลงทุนรับรู้ข้อมูล ก่อนที่จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเสนอขายหุ้นสามัญส่วนเกินอีกจำนวน 10.35 ล้านหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 4/2563

สำหรับความน่าสนใจของ “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น” คือ การเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” มีจำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และดำเนินธุรกิจมากว่า 27 ปี อีกทั้งยังเป็นพันธมิตรทางการค้ากับ Supplier ชั้นนำหลายๆ แห่ง

ขณะที่ผลการดำเนินงานยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากกำลังซื้อของประชาชนในพื้นที่ที่ยังคงอยู่ในระดับที่ดี และสินค้าที่จำหน่ายเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อ ซึ่งในอนาคตบริษัทฯ มีแผนขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่องจำนวน 3-4 สาขาในแต่ละปี จึงน่าจะเป็นจุดเด่นที่ทำให้นักลงทุนสนใจ และได้รับการตอบรับที่ดี

ด้าน นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ KK กล่าวว่า การโรดโชว์ให้กับนักลงทุนระหว่างวันที่ 9 กันยายน และวันที่ 21 กันยายนนี้ บริษัทฯ จะนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในลักษณะการประกอบธุรกิจ โดยมีความมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เพราะนอกจากธุรกิจจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแล้ว ในอนาคตยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันกำลังซื้อของประชาชนในพื้นที่ยังอยู่ในระดับที่ดี ซึ่งการตัดสินใจระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ครั้งนี้บริษัทฯจะนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะพัฒนาและขยายธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่องไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น

“ที่ผ่านมา KK มีพื้นฐานทางด้านธุรกิจที่แข็งแกร่งมาโดยตลอด ส่งผลทำให้ผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี และมีโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคตได้อีกมาก อีกทั้งแบรนด์ “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ยังได้รับการยอมรับในเรื่องของคุณภาพสินค้าและบริการ และความหลากหลายของสินค้า ซึ่งจากจุดเด่นที่กล่าวมานั้น ทำให้เชื่อว่าเมื่อหุ้น KK เข้าระดมทุนในตลาด mai จะทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุน” นายกวิศพงษ์ กล่าว


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Tue Sep 08, 2020 12:06 pm

KK จัดทัพโรดโชว์หาดใหญ่-กทม. ขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น เข้าเทรด mai ปลายปีนี้

บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) ควง บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ที่ปรึกษาทางการเงินเดินสายโรดโชว์พบนักลงทุน เปิดฉากเรียกความเชื่อมั่นเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 69 ล้านหุ้น วันแรก 9 กันยายนนี้ที่หาดใหญ่ และกรุงเทพฯ วันที่ 21 กันยายน มีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาด mai ภายในไตรมาส 4/63 ด้าน “กวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล” วางแผนนำเงินจากการระดมทุนขยายสาขา ใช้หนี้เงินกู้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน หวังต่อยอดธุรกิจในอนาคตเติบโตแข็งแกร่ง มั่นใจด้วยปัจจัยพื้นฐานแน่น ผลประกอบการโตต่อเนื่อง แถมเป็นเบอร์ 1 ที่ครองใจคนในพื้นที่ ทำให้ มั่นใจกระแสตอบรับจากนักลงทุนดีเยี่ยม



นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) (KK) ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ ชื่อร้าน “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนที่จะนำ KK เดินสายนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุนที่หาดใหญ่ในวันที่ 9 กันยายน และที่กรุงเทพฯ วันที่ 21 กันยายนนี้ เพื่อให้นักลงทุนรู้จักและเข้าใจลักษณะการดำเนินธุรกิจของ KK มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงแผนการดำเนินงานในอนาคตของ KK และยังเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ก่อนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเสนอขายหุ้นสามัญส่วนเกินอีกจำนวน 10.35 ล้านหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 4/2563

สำหรับความน่าสนใจของ “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น” คือ การเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" มีจำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และดำเนินธุรกิจมากว่า 27 ปี อีกทั้งยังเป็นพันธมิตรทางการค้ากับ Supplier ชั้นนำหลายๆ แห่ง ขณะที่ผลการดำเนินงานยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากกำลังซื้อของประชาชนในพื้นที่ที่ยังคงอยู่ในระดับที่ดี และสินค้าที่จำหน่ายเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อ ซึ่งในอนาคตบริษัทฯ มีแผนขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่องจำนวน 3-4 สาขาในแต่ละปี จึงน่าจะเป็นจุดเด่นที่ทำให้นักลงทุนสนใจ และได้รับการตอบรับที่ดี

ด้านนายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) (KK) กล่าวว่า การโรดโชว์ให้กับนักลงทุนระหว่างวันที่ 9 กันยายน และวันที่ 21 กันยายนนี้ บริษัทฯ จะนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในลักษณะการประกอบธุรกิจ โดยมีความมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เพราะนอกจากธุรกิจจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแล้ว ในอนาคตยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันกำลังซื้อของประชาชนในพื้นที่ยังอยู่ในระดับที่ดี ซึ่งการตัดสินใจระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ครั้งนี้บริษัทฯจะนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะพัฒนาและขยายธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่องไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น

“ที่ผ่านมา KK มีพื้นฐานทางด้านธุรกิจที่แข็งแกร่งมาโดยตลอด ส่งผลทำให้ผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี และมีโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคตได้อีกมาก อีกทั้งแบรนด์ “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ยังได้รับการยอมรับในเรื่องของคุณภาพสินค้าและบริการ และความหลากหลายของสินค้า ซึ่งจากจุดเด่นที่กล่าวมานั้น ทำให้เชื่อว่าเมื่อหุ้น KK เข้าระดมทุนในตลาด mai จะทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุน” นายกวิศพงษ์กล่าวในที่สุด


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Fri Sep 18, 2020 12:23 am

`เคแอนด์เคฯ (KK)` เตรียมขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น Q4 ใช้ขยายสาขา-ชำระหนี้

  เคแอนด์เคฯ(KK) เตรียมขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น Q4/63 ใช้ขยาย3สาขาแย้มรุกตรังเป็นครั้งแรก พร้อมใช้ชำระหนี้ หลังระดมทุนหวังD/E ลดเหลือ1เท่า มองธุรกิจครึ่งปีหลังสดใสรับราคายางพุ่งกระตุ้นใช้จ่ายเพิ่ม

   นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK เปิดเผยในงานแถลงข่าวเฉพาะกลุ่ม ว่าเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30 %

   ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเสนอขายหุ้นสามัญส่วนเกินอีกจำนวน 10.35 ล้านหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 4/63 โดยจำนวนระดมทุนหุ้นดังกล่าวยังเป็นจำนวนน้อยตามขนาดฐานทุนจดทะเบียน และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องการรักษาสัดส่วนการถือหุ้นเอาไว้

   สำหรับเงินระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปใช้ขยายสาขาใหม่อีก 3 แห่ง แบ่งเป็นหาดใหญ่ 2 แห่ง ช่วงเดือนม.ค และ มี.ค 64 และการเจาะตลาดจังหวัดตรังเป็นครั้งแรกอีก 1 แห่งช่วงก.ค.64 โดยใช้งบลงทุนสาขาละ 12 ล้านบาท พื้นที่ 400 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการสร้างตึกใหม่บนพื้นที่เช่า ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีสาขาแล้วรวม 28 แห่ง และเงินระดมทุนอีกส่วนใช้ชำระหนี้ โดยคาดว่าหลังจากเข้าระดมทุนแล้วจะมีD/E ลดลงเหลือกว่า 1 เท่า จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.61 เท่า

   โดยในช่วงวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมาบริษัทได้ไปโรดโชว์ที่หาดใหญ่จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีประมาณ 300 คน ซึ่งวันที่ 21 ก.ย.นี้จะเดินสายโรดโชว์ในกรุงเทพ และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน

   สำหรับโควิด-19 ไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากบริษัทไม่ได้ปิดให้บริการเหมือนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โดยภาพรวมครึ่งปีหลังบริษัทยังมีโอกาสเติบโต เนื่องจากราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 50 บาท/กิโลกรัม จากระดับ 30บาท/กิโลกรัม ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่ม และในช่วงปลายไตรมาส4 ถึงต้นไตรมาส1 จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ อีกทั้งบริษัทยังได้รับประโยชน์จากการเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500 บาท/เดือน ในช่วงต.ค.-ธ.ค. นี้

   โดยบริษัทยังรุกพัฒนาแอพพลิเคชั่นออนไลน์ K&K Superstore เพื่อเป็นส่วนลด และเป็นฐานลูกค้าโดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการแล้ว 3 หมื่นราย และตั้งเป้าขยายการใช้บริการเพิ่มสาขาละ 200 ราย/เดือน และในอนาคตมีแผนพัฒนาช่องทางการขายผ่านออนไลน์ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า(DIY) เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสั่ง โดยไม่ต้องเดินทางมาเลือกซื้อและเข้ามารับด้วยตนเอง หรือเรียกว่าบริการ Pick-Up Service

   "KK เป็นธุรกิจภูธร อยู่วงการตลาดค้าปลีกในภาคใต้มานาน เราเป็นธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นที่สามารถสู้ค้าปลีกรายใหญ่ได้ หวังว่านักลงทุนให้โอกาสให้บริษัทสร้างการเติบโตและแสดงศักยภาพ" นายกวิศพงษ์กล่าว

   ทั้งนี้ KK ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" มีจำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บนพื้นที่ 7 ไร่ และดำเนินธุรกิจมากว่า 27 ปี


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Fri Sep 18, 2020 12:25 am

MICRO เคาะไอพีโอ 2.65 บ./หุ้น-ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง OR

efinanceThai.com
"ไมโครลิสซิ่ง(MICRO)" เคาะราคาขายไอพีโอที่ 2.65 บาท/หุ้น เปิดจองซื้อ 21-23 ก.ย.นี้ เข้าเทรดใน SET วันที่ 1 ต.ค.63 ระดมเงินขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ ฟาก "ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก(OR)" ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว จ่อขายไอพีโอไม่เกิน 3 พันล้านหุ้น

*** MICRO เคาะไอพีโอ 2.65 บ. จอง 21-23 ก.ย. เทรด 1 ต.ค.63

นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO เปิดเผยว่า MICRO ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1.00 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดราคาไอพีโอหุ้นละ 2.65 บาท ซึ่งจัดสรรให้แก่บุคคลทั่วไป 58.4% นักลงทุนสถาบัน 16.6% และผู้มีอุปการคุณรวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์และพนักงาน 25.0%

ทั้งนี้ กำหนดเปิดจองซื้อหุ้นไอพีโอในช่วงระหว่างวันที่ 21 ถึงวันที่ 23 กันยายนนี้ และคาดว่าจะดำเนินการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรก ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ในกลุ่มธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์ (FIN) โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า MICRO

ขณะเดียวกันได้แต่งตั้งผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ MICRO จำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน),บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน),บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ,บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จํากัด,บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

*** ราคา 2.65 บ.P/E 14 เท่า ชูธุรกิจกำลังเติบโตสูง

สำหรับการตั้งราคาไอพีโอที่ 2.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E (Pre-Dilution) ประมาณ 14.0 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่มีความเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ เป็นธุรกิจที่กำลังขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีอัตรากำไรอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

ด้านนายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน เปิดเผยว่า การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจของบริษัทเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จำนวนประมาณ 620 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อจำนวน 460 ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 150 ล้านบาท และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 10 ล้านบาท

 ขณะที่นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรรมการผู้จัดการ MICRO เปิดเผยว่า กลยุทธ์ในช่วงต่อจากนี้พร้อมขยายการเติบโต โดยโครงการในอนาคตในปี 63 บริษัทมีแผนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ Mobile Application สำหรับการรวบรวมข้อมูลลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานสาขาส่งข้อมูลมายังสำนักงานใหญ่

 รวมถึงการอนุมัติสินเชื่อจากส่วนกลาง ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งจะใช้เงินที่ได้รับจากเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ และคาดว่าระบบจะพัฒนาแล้วเสร็จภายในปีนี้

*** คาดปี 65 พอร์ตสินเชื่อพุ่งแตะ 5,000 ลบ.
  
บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อได้ไม่น้อยกว่า 30% ต่อปี โดยมีแผนจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี 64 – 65 คาดจะมี 16 สาขา และ 20 สาขา จากปี 63 มี 12 สาขา เน้นในจังหวัดที่มีการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสูง หรือในพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองจำนวนมาก โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนในการขยายสาขาเฉลี่ยสาขาละ 4 ล้านบาท จากเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อรองรับเป้าหมายในการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโตเป็น 5,000 ล้านบาท ภายในปี 65
ในช่วงครึ่งแรกของปี 63 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่ออยู่ 2,100 ล้านบาท

ด้านนายกานต์ดนัย ชลสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงิน MICRO เปิดเผยว่า บริษัทจะนำเงินบางส่วนที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปชำระหนี้เงินกู้ ประมาณ 150 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% จะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนลดลงอยู่ในระดับ 1 เท่า ขณะเดียวกันเมื่อชำระหนี้ดังกล่าวแล้วบริษัทจะไปกู้เงินบางส่วนที่มีอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำที่ 4% ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลง นอกจากนี้มีแผนจะระดมทุนด้วยการออกและเสนอขายหุ้นกู้ เพื่อมีโอกาสจะทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำกว่าเดิม

*** ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง OR ขาย IPO 3 พันล้านหุ้น

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย.63 ได้อนุมัติคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ของ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ไม่เกิน 3,000,000,000 หุ้น พาร์หุ้นละ 10 บาท คิดเป็น 25% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลัง IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 10 บาท แบ่งเป็น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนเป็นจำนวนไม่เกิน 2,700 ล้านหุ้น (ไม่รวมจำนวนหุ้นส่วนเกินสำหรับการให้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกิน)
โดย OR จะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จัดสรรตามสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อรักษาสิทธิ (Pre-emptive Rights) และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 2,400 ล้านหุ้นเสนอขายประชาชนทั่วไป ขณะที่จะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 300 ล้านหุ้นรองรับการใช้สิทธิจัดสรรหุ้นเกินกว่าจำนวนที่เสนอขาย (หากมีการใช้สิทธิ)

*** PTT ยังคงถือหุ้นใหญ่ 75% ตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน 5 ราย

โดย PTT จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วยการถือหุ้นในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 75% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออกและจำหน่ายได้แล้ว
ที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้น 5 ราย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันซ่า ,บล.เกียรตินาคินภัทร ,บล.บัวหลวง ,บล.กสิกรไทย และ บล.ทิสโก้

*** ระดมทุนรองรับธุรกิจปี 64-67 ขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน

วัตถุประสงค์การระดมทุน เพื่อการขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน รองรับการใช้เงินในช่วงปี 64-67 ขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ "ptt station" ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีศักยภาพ, ขยายธุรกิจสำหรับการตลาดพาณิชย์ในกลุ่มธุรกิจน้ำมัน, การลงทุนคลังเก็บผลิตภัณฑ์และศูนย์กระจายสินค้าธุรกิจน้ำมัน, ขยายเครือข่ายร้านค้าปลีกให้สอดคล้องกับการเติบโตของอุปสงค์ในตลาด, การลงทุนในธุรกิจต่างประเทศ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ หรือใช้ชำระคืนเงินกู้ยืม (ถ้ามี)

บริษัทฯ ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในตลาดค้าปลีกและตลาดพาณิชย์ ธุรกิจกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ร้านสะดวกซื้อ และการบริหารจัดการพื้นที่

*** `เคแอนด์เคฯ (KK)` เตรียมขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น Q4 ขยายสาขา-ชำระหนี้

นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK เปิดเผยว่า เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเสนอขายหุ้นสามัญส่วนเกินอีกจำนวน 10.35 ล้านหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 4/63

โดยจำนวนระดมทุนหุ้นดังกล่าวยังเป็นจำนวนน้อยตามขนาดฐานทุนจดทะเบียน และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องการรักษาสัดส่วนการถือหุ้นเอาไว้

สำหรับเงินระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปใช้ขยายสาขาใหม่อีก 3 แห่ง แบ่งเป็นหาดใหญ่ 2 แห่ง ช่วงเดือนม.ค และ มี.ค 64 และการเจาะตลาดจังหวัดตรังเป็นครั้งแรกอีก 1 แห่งช่วงก.ค.64 โดยใช้งบลงทุนสาขาละ 12 ล้านบาท พื้นที่ 400 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการสร้างตึกใหม่บนพื้นที่เช่า ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีสาขาแล้วรวม 28 แห่ง และเงินระดมทุนอีกส่วนใช้ชำระหนี้ โดยคาดว่าหลังจากเข้าระดมทุนแล้วจะมีD/E ลดลงเหลือกว่า 1 เท่า จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.61 เท่า

โดยในช่วงวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมาบริษัทได้ไปโรดโชว์ที่หาดใหญ่จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีประมาณ 300 คน ซึ่งวันที่ 21 ก.ย.นี้จะเดินสายโรดโชว์ในกรุงเทพ และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน

สำหรับโควิด-19 ไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากบริษัทไม่ได้ปิดให้บริการเหมือนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โดยภาพรวมครึ่งปีหลังบริษัทยังมีโอกาสเติบโต เนื่องจากราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 50 บาท/กิโลกรัม จากระดับ 30บาท/กิโลกรัม ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่ม และในช่วงปลายไตรมาส4 ถึงต้นไตรมาส1 จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ อีกทั้งบริษัทยังได้รับประโยชน์จากการเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500 บาท/เดือน ในช่วงต.ค.-ธ.ค. นี้

โดยบริษัทยังรุกพัฒนาแอพพลิเคชั่นออนไลน์ K&K Superstore เพื่อเป็นส่วนลด และเป็นฐานลูกค้าโดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการแล้ว 3 หมื่นราย และตั้งเป้าขยายการใช้บริการเพิ่มสาขาละ 200 ราย/เดือน และในอนาคตมีแผนพัฒนาช่องทางการขายผ่านออนไลน์ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า(DIY) เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสั่ง โดยไม่ต้องเดินทางมาเลือกซื้อและเข้ามารับด้วยตนเอง หรือเรียกว่าบริการ Pick-Up Service

"KK เป็นธุรกิจภูธร อยู่วงการตลาดค้าปลีกในภาคใต้มานาน เราเป็นธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นที่สามารถสู้ค้าปลีกรายใหญ่ได้ หวังว่านักลงทุนให้โอกาสให้บริษัทสร้างการเติบโตและแสดงศักยภาพ" นายกวิศพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ KK ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" มีจำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บนพื้นที่ 7 ไร่ และดำเนินธุรกิจมากว่า 27 ปี


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Fri Sep 18, 2020 12:56 am

"เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น"เตรียมขาย IPO พร้อมเข้าเทรด Q4/63




ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday September 17, 2020 17:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.เคแอนด์เคซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในช่วงไตรมาส 4/63 เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนหลังจากเดินสายให้ข้อมูล (โรดโชว์) ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้เข้ามาร่วมรับฟังและให้ความสนใจหุ้น IPO ของบริษัทอย่างมาก และในวันที่ 21 ก.ย.เตรียมจัดโรดโชว์ที่กรุงเทพฯ คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน

จุดเด่นของบริษัทเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นรายใหญ่ในภาคใต้ที่ครอบคลุม จังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล โดยมีสาขาทั้งหมด 28 สาขา ขายสินค้าอุปโภคและบริโภค เจาะกลุ่มลูกค้าครัวเรือนและกลุ่มแม่บ้านในชุมชน ยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ยอดขายเติบโตกว่า 100% ได้รับผลบวกจากการจำหน่ายสินค้าจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และไม่ได้รับผลกระทบจากการปิดล็อกดาวน์



ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าผลงานของบริษัทจะมีทิศทางการเติบโตที่ดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะกำลังซื้อของลูกค้าในกลุ่มภาคเกษตรเพิ่มขึ้น หลังจากราคายางพาราที่เป็นสินค้าสำคัญของภาคใต้ฟื้นตัวขึ้นมาที่ระดับ 50 บาท/กิโลกรัม จากที่เคยลงไปเหลือราว 30 บาท/กิโลกรัม ประกอบกับในช่วงไตรมาส 4/63 ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มวงเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 500 บาท/คน/เดือน เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น ซึ่งซุปเปอร์มาร์เก็ตของบริษัทรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว ทำให้ได้รับอานิสงส์ดังกล่าวไปด้วย

ส่วนฐานลูกค้าของบริษัทมีสมาชิกมากกว่า 30,000 คน หลังจากที่บริษัทเปิดแอปพลิเคชั่น K&K Superstore เพื่อทำเป็นระบบสมาชิกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยที่บริษัทตั้งเป้าให้แต่ละสาขาเพิ่มจำนวนสมาชิก 200 คน/เดือน/สาขา และเตรียมต่อยอดไปสู่การขายผ่านช่องทางออนไลน์ในรูปแบบการสั่งซื้อล่วงหน้าและมารับที่ร้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และเพิ่มทางเลือกในการซื้อมากขึ้น



KK จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท โดยมีบล.เคทีบี (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปลงทุนก่อสร้างสาขาใหม่ 3 สาขา ได้แก่ สาขาชานเมืองในจังหวัดสงขลา 2 สาขา และ ตั้งสาขาในจังหวัดที่ 4 คือ ตรัง อีก 1 สาขา ทั้ง 3 สาขาจะทยอยให้บริการครบทั้ง 3 แห่งภายในปี 64 ทำให้บริษัทสามารถขยายสาขาเข้าไปใกล้ลูกค้าในชุมชนมากขึ้น และจะเพิ่มลูกค้าในจังหวัดใหม่ๆ ช่วยผลักดันการเติบโตของยอดขาย

นอกจากนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้ IPO ส่วนหนึ่งไปชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน เพื่อทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงมาเหลือราว 1 เท่าเศษ จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.61 เท่า และทำให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง ส่งผลดีต่อความสามารถในการทำกำไร

ส่วนสาเหตุที่เสนอขายหุ้น IPO ในจำนวนที่น้อย เพราะบริษัทมีฐานทุนขนาดเล็ก และเป็นการจัดสรรหุ้น IPO ที่ไม่กระทบต่อการลดลงของสัดส่วนการถือครองหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่มากนัก โดยจะยังคงต้องการถือหุ้น KK ในระยะยาว เนื่องจากการเห็นโอกาสและศักยภาพการเติบโตของบริษัทที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"เคแอนด์เคฯ เป็นห้างภูธรที่อยู่ในตลาดค้าปลีกมานาน เราสามารถพิสูจน์ให้คนไทยได้เห็นว่าธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นยังสามารถสู้กับธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ได้ และยังมีการเติบโตขึ้นได้ต่อเนื่อง เราคาดหวังนักลงทุนให้โอกาสเราในการแสดงศักยภาพออกมามากขึ้นในการยกระดับธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นของไทย"นายกวิศพงษ์ กล่าว


--อินโฟเควสท์ โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/เสาวลักษณ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 21, 2020 3:06 pm

KK ปิดโรดโชว์หาดใหญ่-กทม.ฉลุย นักลงทุนแห่ฟังข้อมูลเพียบ หลังเข้าตลาด mai ธุรกิจติดปีก

บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) สุดปลื้มผลโรดโชว์หาดใหญ่-กทม. ประสบความสำเร็จ นักลงทุนตบเท้าเข้าฟังข้อมูลท่วมท้น แสดงถึงความสนใจ และเชื่อมั่นในธุรกิจของ KKที่มีแนวโน้มเติบโตมั่นคง ด้าน“กวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล” มั่นใจช่วงที่เปิดให้จองซื้อหุ้นไอพีโอและวันเข้าเทรดจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ระบุหลังเข้าตลาด mai ธุรกิจจะขยายตัวได้อีกมากจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น ดันรายได้และกำไรเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่บล.เคทีบี(ประเทศไทย) เผยผลจากการโรดโชว์ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อ KK มากยิ่งขึ้น เพราะมองเห็นศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง



นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST ที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) เปิดเผยถึงผลการนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่อนักลงทุนที่หาดใหญ่ และกรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมาปรากฎว่า ผลการตอบรับจากนักลงทุนออกมาดีมาก โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นผลมาจาก KK เป็นเบอร์ 1ในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" ที่มีจำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตของผลการดำเนินงานในอนาคต ยังสามารถเติบโตต่อไปได้อีกมาก ตามความต้องการใช้สินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ และการเพิ่มจำนวนสาขาตามแผน ซึ่งเชื่อว่า ผลจากการทำโรดโชว์จะทำให้นักลงทุนได้รับข้อมูลการประกอบธุรกิจและข้อมูลฐานะการเงินของบริษัทฯ อย่างครบถ้วน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่มีต่อ KK มากยิ่งขึ้น และทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อเปิดให้จองซื้อหุ้นจะมีนักลงทุนสนใจจองซื้อหุ้นอย่างคึกคัก

ด้านนายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) กล่าวถึงผลการโรดโชว์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนโดยเข้าร่วมรับฟังข้อมูลอย่างคึกคัก สะท้อนว่านักลงทุนให้ความสนใจในธุรกิจที่บริษัทดำเนินการอยู่ อีกทั้งเชื่อมั่นปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจ และมองเห็นถึงศักยภาพของบริษัทที่จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต และยิ่งเมื่อเข้าเป็นบริษัทมหาชนในตลาด mai แล้วจะทำให้ธุรกิจของบริษัทขยายตัวได้อีกจากแผนการขยายสาขาประมาณ 3-4 สาขาต่อปี ซึ่งจะผลักดันให้รายได้และกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น จึงทำให้มั่นใจว่าในช่วงที่เปิดให้จองซื้อหุ้นไอพีโอกระแสการตอบรับจากนักลงทุนจะเป็นไปอย่างคึกคักเช่นกัน

“ผลจากการโรดโชว์ต่อนักลงทุนที่หาดใหญ่และกรุงเทพฯ ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะกระแสการตอบรับจากนักลงทุนถือว่าดีมาก โดยให้ความสนใจสอบถามข้อมูลในด้านต่างๆ ของ KK อย่างละเอียด ทำให้นักลงทุนมีความเข้าใจในธุรกิจของ KK และมีความเชื่อมั่นต่ออนาคตของบริษัทมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มั่นใจว่าในวันที่เปิดให้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน”นายกวิศพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผลการดำเนินงานของบริษัท เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2560 -2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 937.90 ล้านบาท 948.49 ล้านบาท และ 935.98 ล้านบาท ตามลำดับ และบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 17.90 ล้านบาท 16.26 ล้านบาท และ 11.53 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้รวม 484.14 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 6.77 ล้านบาท แม้ในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯ ยังคงมีอัตราการเติบโตของรายได้สาขาเดิม (Same store sales growth) เท่ากับ 4.02%

ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 115 ล้านบาท และมีทุนเรียกชำระแล้ว 80.50 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัทต่อประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ไปใช้ในการขยายสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 21, 2020 8:13 pm

KK ปิดโรดโชว์หาดใหญ่-กทม.ฉลุย นักลงทุนเข้าฟังข้อมูลแน่น

21/09/2020 18:35kk

เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) โรดโชว์หาดใหญ่-กทม.ฉลุย นักลงทุนตบเท้าเข้าฟังข้อมูลท่วมท้น สนใจธุรกิจ เชื่อมั่นแนวโน้มเติบโตมั่นคง ด้าน “กวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล” เอ็มดี มั่นใจหุ้นได้รับการตอบรับจากนักลงทุน หลังเข้าตลาด mai ธุรกิจจะขยายตัวได้อีกมากจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น ดันรายได้และกำไรเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เผย ผลจากการโรดโชว์ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อ KK มากยิ่งขึ้น เพราะมองเห็นศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง



นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) เปิดเผยถึงผลการนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่อนักลงทุนที่หาดใหญ่ และกรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมาปรากฎว่า ผลการตอบรับจากนักลงทุนออกมาดีมาก โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นผลมาจาก KK เป็นเบอร์ 1ในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ที่มีจำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตของผลการดำเนินงานในอนาคต ยังสามารถเติบโตต่อไปได้อีกมาก ตามความต้องการใช้สินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ และการเพิ่มจำนวนสาขาตามแผน ซึ่งเชื่อว่า ผลจากการทำโรดโชว์จะทำให้นักลงทุนได้รับข้อมูลการประกอบธุรกิจและข้อมูลฐานะการเงินของบริษัทฯ อย่างครบถ้วน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่มีต่อ KK มากยิ่งขึ้น และทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อเปิดให้จองซื้อหุ้นจะมีนักลงทุนสนใจจองซื้อหุ้นอย่างคึกคัก

ด้านนายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) กล่าวถึงผลการโรดโชว์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนโดยเข้าร่วมรับฟังข้อมูลอย่างคึกคัก สะท้อนว่านักลงทุนให้ความสนใจในธุรกิจที่บริษัทดำเนินการอยู่ อีกทั้งเชื่อมั่นปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจ และมองเห็นถึงศักยภาพของบริษัทที่จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต และยิ่งเมื่อเข้าเป็นบริษัทมหาชนในตลาด mai แล้วจะทำให้ธุรกิจของบริษัทขยายตัวได้อีกจากแผนการขยายสาขาประมาณ 3-4 สาขาต่อปี ซึ่งจะผลักดันให้รายได้และกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น จึงทำให้มั่นใจว่าในช่วงที่เปิดให้จองซื้อหุ้นไอพีโอกระแสการตอบรับจากนักลงทุนจะเป็นไปอย่างคึกคักเช่นกัน

“ผลจากการโรดโชว์ต่อนักลงทุนที่หาดใหญ่และกรุงเทพฯ ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะกระแสการตอบรับจากนักลงทุนถือว่าดีมาก โดยให้ความสนใจสอบถามข้อมูลในด้านต่างๆ ของ KK อย่างละเอียด ทำให้นักลงทุนมีความเข้าใจในธุรกิจของ KK และมีความเชื่อมั่นต่ออนาคตของบริษัทมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มั่นใจว่าในวันที่เปิดให้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน” นายกวิศพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผลการดำเนินงานของบริษัท เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2560 -2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 937.90 ล้านบาท 948.49 ล้านบาท และ 935.98 ล้านบาท ตามลำดับ และบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 17.90 ล้านบาท 16.26 ล้านบาท และ 11.53 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้รวม 484.14 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 6.77 ล้านบาท แม้ในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯ ยังคงมีอัตราการเติบโตของรายได้สาขาเดิม (Same store sales growth) เท่ากับ 4.02%

ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 115 ล้านบาท และมีทุนเรียกชำระแล้ว 80.50 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัทต่อประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ไปใช้ในการขยายสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 21, 2020 10:41 pm

SCGP เคาะกรอบราคาไอพีโอ 33.50-35 บาท/หุ้น

efinanceThai.com


"เอสซีจี แพคเกจจิ้ง(SCGP)" กำหนดกรอบราคาขายหุ้นไอพีโอที่หุ้นละ 33.50-35 บาท เตรียมขายไอพีโอ 1,127.55 ล้านหุ้น ด้านบริษัทอื่นเดินหน้าเข้าตลาดต่อเนื่อง นำโดย "มีนาทรานสปอร์ต"- "เวล เกรดฯ" - "เอ็นอาร์ อินสแตนท์ฯ" -"ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก" จ่อเข้า SET ตามด้วย "ศิรกร"- "เคแอนด์เคฯ"- "ชริ้งเฟล็กซ์"- "ดีเฮ้าส์พัฒนา" จ่อเข้า mai

*** "เอสซีจี แพคเกจจิ้ง" เคาะราคาขายหุ้นไอพีโอ 33.50-35 บ./หุ้น

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) บริษัทย่อยของ SCC ซึ่งเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่าสุดได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นเบื้องต้นแล้วที่ 33.50-35 บาทต่อหุ้น

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SCGPเพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชน
ทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) โดยสรุป ดังนี้

(1) SCGP จะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,127,550,000 หุ้น มูล
ค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อการออกและเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO)

(2) SCGP จะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 169,130,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment Agent) ซึ่งเป็นจำนวนไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายทั้งหมดในครั้งนี้ และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3.8% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ SCGP ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้



*** หลายบริษัทตบเท้าเข้า SET

นางสุวรรณา ขจรวุฒิเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มีนาทรานสปอร์ต (MENA) เปิดเผยว่า ได้ยื่นแบบไฟลิ่งแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ filing) แบบคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรกต่อประชาชน (IPO) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และยื่นคำขอให้รับหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)แล้ว เมื่อ 18 กันยายน 2563 โดยมี บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

MENA จะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 184 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 25.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ บริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้

นายสัมฤทธิ์ชัย ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทคันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) ของ บมจ.เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง(WGE)เปิดเผยว่า WGE จะกำหนดราคาขายหุ้นไอพีโอในเดือน ก.ย.นี้ และคาดจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ?ในเดือน ต.ค.นี้ โดย WGE มีแผนจะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 160 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 26.67% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด

บล.เอเซียพลัส ระบุผ่านบทวิเคราะห์ว่า เมื่อ 16 ก.ย.63 ทางสำนักงาน ก.ล.ต. ได้อนุมัติคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ของ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR)เรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอขายหุ้นไอพีโอไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลังไอพีโอ

*** 4 บริษัทเตรียมเข้าตลาด mai

นายภากร ตั้งนุกูลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายงานขายและการตลาด บมจ.ศิรกร (SK) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้เสนอขายหุ้นสามัญออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)จำนวน 115 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ โดยจะเปิดจองซื้อในปลายเดือน ก.ย.นี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) กลางเดือน ต.ค.นี้

นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) กล่าวภายหลังการโรดโชว์ต่อนักลงทุนที่หาดใหญ่และกรุงเทพฯ ว่า กระแสการตอบรับจากนักลงทุนดีมาก นักลงทุนให้ความสนใจสอบถามข้อมูลในด้านต่างๆ ของบริษัทฯ อย่างละเอียด ทำให้นักลงทุนมีความเข้าใจในธุรกิจของ KKและมีความเชื่อมั่นต่ออนาคตของบริษัทมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มั่นใจว่าในวันที่เปิดให้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จะได้รับการตอบรับที่ดี


นายคมกฤต มีคำสัตย์ กรรมการผู้จัดการ สายงานตลาดทุน บล.อาร์ เอช บี (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ.ชริ้งเพล็กซ์ (ประเทศไทย) หรือ SFT เปิดเผยว่า SFT เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชน (IPO) จำนวนไม่เกิน 120 ล้านหุ้น ซึ่งจะเห็นในช่วงไตรมาส 4/63 และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai)โดย ก.ล.ต.ได้นับหนึ่งแบบไฟลิ่งแล้วเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา

นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ.ดีเฮ้าส์พัฒนา (DHOUSE)เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต.เริ่มนับหนึ่งแบบไฟลิ่ง เพื่อเสนอขายไอพีโอของ DHOUSE เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ บริษัทฯ เตรียมเดินหน้านำเสนอข้อมูลธุรกิจพร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36475
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 21, 2020 11:03 pm

`เคแอนด์เคฯ(KK)` ปลี้มโรดโชว์หาดใหญ่-กทม.ฉลุย นลท.ตอบรับดี จ่อเทรด mai



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ก.ย. 63 14:39 น.
  'เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK)' ปลื้มโรดโชว์หาดใหญ่-กทม.ฉลุย นักลงทุนเชื่อมั่นธุรกิจแนวโน้มเติบโตมั่นคง ผู้บริหารมั่นใจช่วงที่เปิดให้จองซื้อหุ้นไอพีโอและวันเข้าเทรดจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ระบุหลังเข้าตลาด mai ธุรกิจจะขยายตัวได้อีกมากจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น ดันรายได้และกำไรโตแกร่ง

  นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ ถึงผลการนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่อนักลงทุนที่หาดใหญ่ และกรุงเทพฯ ว่า ผลการตอบรับจากนักลงทุนออกมาดีมาก โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นผลมาจาก KK เป็นเบอร์ 1ในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" ที่มีจำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

  ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตของผลการดำเนินงานในอนาคต ยังสามารถเติบโตต่อไปได้อีกมาก ตามความต้องการใช้สินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ และการเพิ่มจำนวนสาขาตามแผน ซึ่งเชื่อว่า ผลจากการทำโรดโชว์จะทำให้นักลงทุนได้รับข้อมูลการประกอบธุรกิจและข้อมูลฐานะการเงินของบริษัทฯ อย่างครบถ้วน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่มีต่อ KK มากยิ่งขึ้น และทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อเปิดให้จองซื้อหุ้นจะมีนักลงทุนสนใจจองซื้อหุ้นอย่างคึกคัก

  ด้านนายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) กล่าวถึงผลการโรดโชว์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนโดยเข้าร่วมรับฟังข้อมูลอย่างคึกคัก สะท้อนว่านักลงทุนให้ความสนใจในธุรกิจที่บริษัทดำเนินการอยู่ อีกทั้งเชื่อมั่นปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจ และมองเห็นถึงศักยภาพของบริษัทที่จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต และยิ่งเมื่อเข้าเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จะทำให้ธุรกิจขยายตัวได้อีกจากแผนการขยายสาขา 3-4 สาขาต่อปี ซึ่งจะผลักดันให้รายได้และกำไรเติบโตแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น จึงทำให้มั่นใจว่าในช่วงที่เปิดให้จองซื้อหุ้นไอพีโอกระแสการตอบรับจากนักลงทุนจะเป็นไปอย่างคึกคัก

  “ผลจากการโรดโชว์ต่อนักลงทุนที่หาดใหญ่และกรุงเทพฯ ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะกระแสการตอบรับจากนักลงทุนถือว่าดีมาก โดยให้ความสนใจสอบถามข้อมูลในด้านต่างๆ ของ KK อย่างละเอียด ทำให้นักลงทุนมีความเข้าใจในธุรกิจของ KK และมีความเชื่อมั่นต่ออนาคตของบริษัทมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มั่นใจว่าในวันที่เปิดให้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน”นายกวิศพงษ์กล่าว

  ผลการดำเนินงานของบริษัท เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2560 -2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 937.90 ล้านบาท 948.49 ล้านบาท และ 935.98 ล้านบาท ตามลำดับ และบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 17.90 ล้านบาท 16.26 ล้านบาท และ 11.53 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้รวม 484.14 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 6.77 ล้านบาท แม้ในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯ ยังคงมีอัตราการเติบโตของรายได้สาขาเดิม (Same store sales growth) เท่ากับ 4.02%

  ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 115 ล้านบาท และมีทุนเรียกชำระแล้ว 80.50 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัทต่อประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ไปใช้ในการขยายสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน


Post Reply