SNNP

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35957
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

SNNP

Posts by pakapong_u » Thu Sep 12, 2019 10:51 am

*"ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง"ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 260 ล้านหุ้น เข้า SET, ใช้คืนเงินกู้ยืม-เป็นเงินทุนหมุนเวียน
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Thursday, September 12, 2019 10:30


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ก.ย. 62)--บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง ยื่นแบบแสดงรายกานข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 260 ล้านหุ้น คิดเป็น 28.89% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ โดยแบ่งเป็น หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 20% และหุ้นสามัญที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม คือ Concord I. Capital Limited จำนวน 80 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.89% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายครั้งนี้
ทั้งนี้ บริษัทฯมีความประสงค์จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อชำระเงินกู้ยืมแก่สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์เยลลี่พร้อมดื่มและเยลลี่คาราจีแนน ภายใต้ตราสินค้าเจเล่ ไดยาโมโตะ คูลลี่ คูล และเมจิกฟาร์ม และ กลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มอื่น ๆ (Asian Drink) ภายใต้ตราสินค้าเมจิกฟาร์ม เช่น น้ำเฉาก๊วยผสมเนื้อเฉาก๊วย น้ำมะพร้าวผสมวุ้นมะพร้าว และน้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว ภายใต้ตราสินค้ายูซุ
และ 2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ปลาหมึกอบ ปลาหมึกเส้น และปลาเส้นภายใต้ตราสินค้าเบนโตะ , กลุ่มขนมขึ้นรูปและขนมปังแม่ง ภายใต้ตราสินค้าดอกบัว โลตัส และกลุ่มเวเฟอร์ ขนมปังอบ และขนมขบเคี้ยวอื่น ๆ ภายใต้ตราสินค้า ช๊อคกี้ เบเกอรี่เฮาส์
บริษัทจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ (1) โมเดิร์นเทรด อาทิ ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) เช่น ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ร้านแฟมิลี่มาร์ท เป็นต้น ร้านค้าประเภทซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาเก็ต ร้านค้าประเภทขายส่ง เช่น แม็คโคร (2) ช่องทางการค้าดั้งเดิม 3 ช่องทางย่อยได้แก่ ผ่านผู้จัดจำหน่าย (Distributor), การค้าดั้งเดิมแบบค้าส่ง และ การค้าดั้งเดิมแบบค้าปลีก (Retail Traditional Trade)
โครงการในอนาคตของบริษัท ได้แก่ โครงการเพิ่มสายการผลิตในประเทศ โดยจะลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ปลาหมึกอบ ปลาหมึกเส้น และปลาเส้น มูลค่าเงินลงทุนรวม 200-300 ล้านบาท คิดเป็นกำลังการผลิต 2,970 ตันต่อปี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 63-64
และโครงการการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายช่องทางการค้าแบบดั้งเดิมด้วยการให้บริษัท เอสเอ็นเอ็นพี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท สิริ โปร จำกัด ในเดือน ม.ค.62 ทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้น 70% โดย สิริ โปร เช่าศูนย์กระจายสินค้า 7 แห่งทั่วประเทศ และคาดว่าจะเช่าเพิ่มจนครบ 12 แห่งภายในปี 62 เพื่อให้เข้าถึงร้านค้าให้ได้มากที่สุด รวมถึงเพิ่มจำนวนหน่วยรถกระจายสินค้าให้ได้ประมาณ 150-160 คันภายในปี 62 เช่นกัน ซึ่งจะทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าในร้านค้าปลีกได้ประมาณ 85,000-90,000 ร้านค้า และร้านค้าส่งประมาณ 3,000-3,500 ร้านค้า
นอกจากนั้น บริษัทยังมีโครงการเพิ่มสายการผลิตและจัดจำหน่ายในกัมพูชา ภายใต้บริษัทย่อย ได้แก่ S.C Food Products Ltd. STVV Development Ltd. และ S.C Food Trading Ltd. ณ วันที่ 30 มิ.ย.62 โรงงานก่อสร้างแล้วเสร็จและได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อย มีกำลังการผลิตขนมขาไก่ ประมาณ 275,000 ลังต่อปี ขนมขึ้นรูปและขนมปังแท่ง 200,000 ลังต่อปี คาดว่าจะขยายกำลังการผลิตเพิ่มภายในปี 62 สำหรับขนมขาไก่ 550,000 ลังต่อปี
อย่างไรก็ดี บริษัทอยู่ในระหว่างการวางแผนและศึกษาความเป็นไปได้ในการเพิ่มสายการผลิต และ/หรือ ขยายกำลังการผลิตของโรงงานผลิตสินค้าในประเทศกัมพูชาเพิ่มเติมในอนาคต โดยใช้พื้นที่ที่ตั้งโรงงานอยู่ในปัจจุบัน
รวมทั้ง มีโครงการเพิ่มสายการผลิตและจัดจำหน่ายในเวียดนาม บริษัทอยู่ในระหว่างศึกษาและวางแผนสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวทั้งในเวียดนามและประเทศใกล้เคียง โดยลงทุนผ่าน บริษัท เอสเอ็นเอ็นพี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดตั้งบริษัทในนาม S.T. Food Marketing Ltd. ซึ่งบริษัทถือหุ้น 60% ในเดือน ส.ค.62 S.T. Food Marketing Ltd. ได้เช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามเตรียมก่อสร้างโรงงานในไตรมาส 4/62 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 63
ณ วันที่ 16 พ.ค.62 บริษัทมีทุนจดทะเบียน 450,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 900,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท เป็นทุนชำระแล้ว 360,000,000 บาท โดยภายหลังจากการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้ว บริษัทฯ จะมีทุนชำระแล้วเต็มจำนวน
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 19 ส.ค.62 ประกอบด้วย Concord I. Capital Limited ถือหุ้น 198 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.50% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดการถือหุ้นลงเหลือ 13.11%, บริษัท แอสเซนด์ ไอ. โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 180 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% จะลดสัดส่วนหุ้นลงเหลือ 20%, นายฐากร ชัยสถาพร ถือหุ้น 145 ล้านหุ้น คิดเป็น 20.14% จะลดสัดส่วนหุ้นลงเหลือ 16.11%
ผลการดำเนินงานของบริษัทย้อนหลัง 3 ปี คือ ปี 59-61 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 5,549.1 ล้านบาท, 5,104.1 ล้านบาท และ 4,886.9 ล้านบาท ตามลำดับ สาเหตุหลักของการลดลงของรายได้เกิดจากการชะลอตัวของสภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ประกอบกับบริษัทปรับโครงสร้างการกระจายสินค้าผ่านช่องทางการค้าดั้งเดิม และปรับหน่วยสินค้าของผลิตภัณฑ์ (SKU rationalization) โดยลดการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บางประเภทที่มีกำไรและยอดขายไม่เป็นที่น่าพอใจ หรือ สินค้าที่ไม่เป็นที่นิยม
ขณะที่กำไรสุทธิของบริษัทในช่วงปี 59-61 เท่ากับ 353.9 ล้านบาท 301.4 ล้านบาท และ 249.7 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากการลดลงของรายได้ตามที่กล่าวมาข้างต้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ส่วนงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.62 บริษัทมีรายได้รวม 2,291.6 ล้านบาท ลดลง 2.3% จาก 2,344.7 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้ส่วนใหญ่เกือบทั้ง 100% ยังมาจากการขาย กำไรสุทธิ 43.4 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 119.1 ล้านบาท
ณ วันที่ 30 มิ.ย.62 มีสินทรัพย์รวม 3,803.4 ล้านบาท หนี้สินรวม 3,533.4 ล้าบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 270.0 ล้านบาท
ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะผู้ให้วงเงินสินเชื่อแก่บริษัท เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิ.ย.62 บริษัทมีวงเงินสินเชื่อระยะสั้น 540 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อระยะยาว 600 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อหนังสือค้ำประกันสัญญา 15 ล้านบาท โดยมียอดคงค้างของวงเงินสินเชื่อระยะสั้น 275 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อระยะยาว 265.9 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อหนังสือค้ำประกันสัญญา 4.8 ล้านบาท
บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 60% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อบังคับของบริษัทฯ


--อินโฟเควสท์ โดย พรเพ็ญ ดวงเฉลิมวงศ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35957
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SNNP

Posts by pakapong_u » Thu Sep 12, 2019 10:54 am

5c36d98a324a4.png
5c36d98a324a4.png (884.54 KiB) Viewed 1877 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35957
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SNNP

Posts by pakapong_u » Thu Sep 12, 2019 11:00 am

https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... sID=269748

หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม / บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : -
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) / N.A.


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35957
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SNNP

Posts by pakapong_u » Thu Sep 12, 2019 3:35 pm

บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง (SNNP) ยื่นไฟลิ่งเตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 260 ล้านหุ้น พร้อมแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน
Source - Local Press Release (Th/Eng)

Thursday, September 12, 2019 13:50


กรุงเทพฯ--12 ก.ย.--เอ็ม ที มัลติมีเดีย

บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง ผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว ยื่นไฟลิ่งเตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 260 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมจำนวนไม่เกิน 80 ล้านหุ้น พร้อมแต่งตั้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน สำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
'บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง' หรือ SNNP ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว ยื่นไฟลิ่งเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 260 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมจำนวนไม่เกิน 80 ล้านหุ้น ชูจุดเด่นด้านความเป็นผู้นำในการพัฒนาสินค้าที่หลากหลายภายใต้ตราสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยมีประสบการณ์ในการดำเนินงานมายาวนานกว่า 30 ปี พร้อมแต่งตั้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเสริมศักยภาพการขยายธุรกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ดำเนินธุรกิจในไทยมายาวนานกว่า 30 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ มุ่งสู่ความเป็นเลิศ เพื่อเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวที่ดี ทั้งในด้านคุณภาพ และการสร้างแบรนด์ให้เป็นหนึ่งในใจของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ปัจจุบัน SNNP เป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าบริโภค ที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
(1) กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เยลลี่พร้อมดื่มและเยลลี่คาราจีแนนภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น เจเล่ ไดยาโมโตะ และคูลลี่ คูล และผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น Asian Drink ภายใต้ตราสินค้าเมจิกฟาร์ม เช่น น้ำเฉาก๊วยผสมเนื้อเฉาก๊วย น้ำมะพร้าวผสมวุ้นมะพร้าว น้ำภายใต้ตราสินค้าเมจิกฟาร์ม และน้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว ภายใต้ตราสินค้ายูซุ
(2) กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ประเภทปลาหมึกอบ ปลาหมึกเส้น และปลาเส้นภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น เบนโตะ ผลิตภัณฑ์ประเภทขนมขึ้นรูปและขนมปังแท่ง ภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น ดอกบัว และโลตัส และผลิตภัณฑ์ประเภทเวเฟอร์และขนมปังอบ ภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น ช๊อคกี้ และเบเกอรี่เฮาส์ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจมายาวนานกว่า 30 ปี SNNP มีผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งและหลากหลาย มีตราสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย อีกทั้งมีทีมวิจัยและพัฒนาที่มีศักยภาพ ส่งผลให้ SNNP เป็นผู้นำในการพัฒนาและนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ประกอบกับ SNNP มีเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าที่แข็งแกร่ง สามารถกระจายสินค้าเข้าสู่ช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีกประเภทขายส่ง รวมถึงร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม เพื่อทำให้สินค้าสามารถกระจายไปสู่กลุ่มผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ สินค้าของบริษัทยังมีการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและนอกอาเซียน เช่น กัมพูชา ลาว เวียดนาม จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และฮ่องกง เป็นต้น
นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล กล่าวเพิ่มเติมว่า SNNP ยังมีจุดเด่นด้านฐานการผลิตที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียน โดยมีโรงงานในประเทศไทยจำนวน 4 แห่ง ที่มีความพร้อมด้านการผลิตในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทำให้ SNNP สามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันและช่วยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ SNNP มีแผนการขยายฐานการผลิตสินค้าในต่างประเทศ โดยได้เริ่มดำเนินการโรงงานผลิตสินค้าในประเทศกัมพูชาในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการพิจารณาและศึกษาเพื่อลงทุนขยายฐานการผลิตเพิ่มเติมที่ประเทศเวียดนาม เพื่อรองรับแผนการขยายตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และช่วยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว
นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง หรือ SNNP ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562
ปัจจุบัน บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง มีทุนจดทะเบียน 450 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 900 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยเป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 360 ล้านบาท และจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 260 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 28.89 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมจำนวนไม่เกิน 80 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 20.00 และร้อยละ 8.89 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ ตามลำดับ


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35957
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SNNP

Posts by pakapong_u » Thu Sep 12, 2019 5:07 pm

“ฐากร ชัยสถาพร” ผลักดัน “ศรีนานาพร” จากยี่ปั๊วขายขนมเล็กๆ สู่ Regional Company

July 17, 2018

หากพูดถึงขนมเด็กๆ ที่มีชื่อเป็นที่รู้จัก อย่าง “เบนโตะ-เจเล่-โลตัส-ช็อกกี้” บางคนอาจจะมองว่าเป็นธุรกิจเล็กๆ ไม่มีมูลค่า แต่จริงๆ แล้ว ขนมเด็กๆ เหล่านี้ สร้างรายได้หลายพันล้านบาทต่อปี ให้กับ “บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง”

และขนมเด็กๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้วางขายอยู่แค่ในประเทศไทย แต่ขยายตลาดไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงกำลังจะขยายไปสู่ตลาดซีแอลเอ็มวี ด้วยฝีมือการผลักดันของผู้บริหารที่ชื่อ “ฐากร ชัยสถาพร” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานธุรกิจ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (SNNP)


“ฐากร” เล่าว่า “ศรีนานาพร” เติบโตมาจากร้านยี่ปั๊วขนมเล็กๆ ย่านมหานาค เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว เริ่มจากพี่ชายของเขาเริ่มธุรกิจขนมตั้งแต่ปี 2514 โดยเริ่มต้นจากทำเมล็ดแตงโม ตราระฆังทอง จนมีชาวสิงคโปร์มาซื้อกิจการต่อไป จึงย้ายมาทำโรงงานเวเฟอร์ที่ซอยวัดม่วง 63 ย่านบางแค ภายใต้ชื่อแบรนด์คุณหนู และกามเทพ ซึ่งถือเป็นสินค้าขายดีในยุคนั้น และยังขยายธุรกิจต่อมาสู่การเปิดไลน์บิสกิต หลังซื้อเครื่องทำขนมปังเข้ามาเสริม ทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดจึงมาซื้อที่แถวอ้อมน้อย 3 แปลง

และเมื่อปี 2533 หลังเรียนจบ เขาจึงได้เข้ามาร่วมบริหาร โดยพี่ชายมอบหมายให้ดูเรื่องของคอร์ปอเรท และการตลาดทั้งหมด

“ฐากร” เล่าอีกว่า นอกจากการบริหารตลาดและภาพรวมของบริษัทแล้ว เขายังพัฒนาสินค้าใหม่กับแบรนด์เยลลี่ เจเล่ ขึ้นมาอีกหนึ่งแบรนด์ ซึ่งก็เป็นหนึ่งแบรนด์สินค้าที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

แต่เส้นทางทั้งหมดไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ปี 2541 -2542 ธุรกิจขนมที่ก่อนหน้านั้นถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ซื้อง่ายขายคล่อง ผลิตอะไรออกมาเท่าไรก็ขายได้ ก็ต้องเจอกับภาวะสะดุดเช่นเดียวกัน เนื่องจากสภาพตลาดเปลี่ยน ลูกค้าที่เป็นยี่ปั๊วล้มหายตายจาก

บริษัทต้องปรับตัวครั้งใหญ่ “ฐากร” ได้เปลี่ยนวิธีบริหารจัดการมาสู่ระบบการขายเงินสด (Cash Sale) ช่องทางขายที่เคยขายตรงสู่ร้านยี่ปั๊ว ต้องเปลี่ยนมาสู่ธุรกิจรีเทลที่มีโมเดิร์นเทรดแบรนด์ใหญ่จากต่างชาติเข้ามาเป็นช่องทางใหม่

การทำธุรกิจจึงต้องกระจายให้ครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งโมเดิร์นเทรด เทรดดิชั่นนอลเทรดหรือร้านค้าปลีกทั่วไป และยังต้องจับมือกับโลจิสติกส์รายใหญ่อย่างบริษัท คาราบาวแดง และ บริษัท เดอเบล จํากัด ของค่ายกระทิงแดง ช่วยกระจายสินค้า เสริมกับรถกระจายสินค้าของบริษัท

แน่นอนตลาดออนไลน์ ก็เป็นอีกตลาดหนึ่งที่ขนมเด็กๆ ของศรีนานาพรฯ บุกไปถึง ซึ่งเขาได้จับมือกับลาซาด้า และอาลีบาบา พร้อมตั้งทีมงานออนไลน์ขึ้นมาพัฒนาช่องทางขาย พัฒนาการตลาด และกำลังพัฒนาสินค้าที่เหมาะสำหรับช่องทางออนไลน์โดยเฉพาะอีกด้วย

“ฐากร” พูดถึงวิธีการทำตลาดของเขาว่า…”เราต้องรู้ว่าลูกค้าเราคือใคร กระแสของโลกไปทางไหน เราต้องตามกระแสผู้บริโภคให้ทัน และต้องใช้เงินให้มีประสิทธิภาพ เราใช้เงินปีละ 200 ล้าน รายละเอียดเยอะ ต้องแยกย่อย สินค้าบางตัวออนไลน์อย่างเดียว ในอนาคตเราจะทำเรื่องน้ำสมุนไพรที่เป็นธัญพืช เราจะออกออนไลน์อย่างเดียว ถ้าเราทำได้ดี เราสามารถทำคอนเทนต์ยาวๆ ได้ อธิบายที่มาที่ไปของโปรดักส์ได้ อย่างเช่น นมถั่วเหลือง มาอย่างไร จะผสมน้ำมะพร้าวให้ด้วย หรือตัวที่เป็นรวงข้าวโพด เราก็บอกที่มา และประโยชน์ ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ถ้าเรามายิงทีวี เงินบานเลย 1 นาที ….พวกนี้เราจะทำเป็นนิชมาร์เก็ตมากขึ้น เป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่ เป็นเออร์เบิร์น หรือลูเลอร์”

แนวคิดของนักการตลาดคนนี้ ให้ความสำคัญกับทั้งการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ และการขยายช่องทางตลาดเพิ่มขึ้นโดยปัจจุบันสินค้าของศรีนานาพรฯ ขยายออกไปเป็น 4 หมวดใหญ่ ได้แก่ 1. สแน็กซ์ คือ เบนโต๊ะ 2. เยลลี่คือ เจเล่ และแบรนด์เล็กแบรนด์น้อยซึ่งอยู่ในพอร์ตเยลลี่ 3. บิสกิต มีแบรนด์ โลตัส กับช็อกกี้ และ 4. เครื่องดื่ม ภายใต้แบรนด์ เมจิฟาร์ม

ส่วนช่องทางตลาด นอกจากตลาดในประเทศที่เร่งขยายจนครอบคลุมทุกพื้นที่แล้ว ตลาดใหม่ๆ ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างซีแอลเอ็มวี ก็ถือเป็นตลาดสำคัญ และเป็นโอกาสทางการตลาดที่น่าสนใจ แต่การขยายตลาดใหม่ ศรีนานาพรฯ ก็ต้องเตรียมความพร้อมของตัวเองเป็นอย่างดี

“ฐากร” บอกว่า สิ่งที่ต้องดูก่อนขยายตลาดคือ คุณภาพที่ต้องสู้คู่แข่งในตลาดได้ มีศักยภาพพอที่จะเข้าไปแข่งขัน เส้นทางการเข้าสู่ตลาดเหล่านั้น ต้องศึกษาว่า จะสร้างดิสทริบิวเตอร์หรือไปร่วมกับพาร์ทเนอร์ในท้องถิ่น และสิ่งสำคัญคือ การลงลุยตลาดเอง พร้อมตั้งโรงงาน เพื่อลดต้นทุนในการขนส่ง

ขณะนี้ ศรีนานาพรฯ ได้เข้าไปลงทุนตั้งโรงงานแรกที่เมียนมา หลังจากนั้นจึงขยายการลงทุนไปตั้งโรงงานใน เวียดนาม และกัมพูชา ส่วนตลาดฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ จีน ก็เป็นตลาดที่มีสินค้าของศรีนานาพรฯ เข้าไปวางจำหน่ายแล้วเช่นกัน

เป้าหมายสูงสุดของผู้บริหารคนนี้คือ การผลักดันสินค้าของบริษัทฯ ไปสู่ตลาดโลก โดยเริ่มสร้างฐานในตลาดซีแอลเอ็มวี หรือ Regional Company ก่อนที่จะขยายไปสู่เอเชีย และจีน ด้วยเป้ายอดขายต่างประเทศในปีนี้อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา ที่มียอดขายอยู่ราว 800 ล้านบาท

ความท้าทายของนักบริหารที่ชื่อ “ฐากร ชัยสถาพร” คนนี้ คือ การรักษาการเติบโต รักษามาร์เก็ตแชร์ ด้วยการขยายพื้นที่การขายแบบมั่นคง และมีศักยภาพ ซึ่งเขามั่นใจว่า การก้าวสู่เป้าหมายนั้น ไม่ไกลเกินฝันแน่นอน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35957
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SNNP

Posts by pakapong_u » Thu Sep 12, 2019 5:09 pm

วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล พา ศรีนานาพร สู่อาณาจักรขนมใน CLMV


จากร้านยี่ปั๊วข้างโรงภาพยนตร์สู่โรงงานผลิตเยลลี่ และปลาหมึกแผ่นอันดับ 1 ในประเทศ เดินหน้าคว้าโอกาสประเทศเพื่อนบ้าน ประเดิมสร้างฐานธุรกิจในกัมพูชาและเวียดนาม พร้อมขยายอาณาจักรอุปโภคบริโภคและพลังงานต่อเนื่อง

กว่า 40 ปีของพ่อค้าขนมขบเคี้ยวที่เริ่มต้นช่วยมารดาในร้านค้าส่งขนม “ศรีวิวัฒน์” ข้างโรงภาพยนตร์ปารีส ย่านตลาดมหานาค ตั้งแต่ปี 2515 เด็กหนุ่มวัย 17 ปีขยันขันแข็งช่วยเหลือกิจการจนสามารถขยับขยายเป็นธุรกิจค้าส่งในแถบชานเมืองและครอบคลุมทั่วภาคกลางในชื่อ ศรีเจริญพาณิชย์

ป้ายร้าน “ตั้งกิมเฮง” หรือชื่อศรีวิวัฒน์ซึ่งติดอยู่บนอาคารเป็นมากกว่าความภาคภูมิใจของผู้สร้างรากฐานอาณาจักรอันแข็งแกร่งให้กับตระกูลไกรพิสิทธิ์กุลที่สามารถฝ่ามรสุมทางธุรกิจ ด้วยการเสาะหาน่านน้ำใหม่ที่ไร้คู่แข่งขัน โดยไม่หยุดยั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กลายเป็นกระแสความนิยมแจ้งเกิดผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้หลายพันล้านบาทในปัจจุบัน

บนเส้นทางการค้าที่ไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบของ วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เถ้าแก่ผู้คลุกคลีอยู่ในโลกขนมและการค้าวัย 62 ปี ยังคงระลึกถึงจุดเริ่มของความเปลี่ยนแปลงจากกิจการค้าส่งที่เคยเป็นจุดเริ่มของครอบครัวต้องเผชิญกับการแข่งขันสูงสู่การสร้างแบรนด์ด้วยการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเม็ดแตงโมอบหรือเม็ดก๋วยจี๊ตราระฆัง ในโรงงานขนาดเล็กที่วัดม่วง ซ.เพชรเกษม 63 บน เนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา และผลิตขนม ประเภทแป้งในปี 2534

“เรามองว่าธุรกิจขายส่งไม่มีแบรนด์ของตัวเองแข่งขันสูงมาก จึงเริ่มต้นโรงงานผลิตเม็ดก๋วยจี๊ ในยุคนั้นขายดีแต่ยังสู้เจ้าเก่าไม่ได้ เราทำประมาณ 1 ปีจึงไปทำสายแป้งเช่น เวเฟอร์ตราคุณหนู ขาย 50 สตางค์และปรับปรุงตลอด”

วิวรรธน์ทบทวนความทรงจำในช่วงเวลาที่กิจการขนมประเภทแป้งกำลังทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะขนมปังปี๊บที่สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ด้วยการแข่งขันที่รุนแรงและภาวะแป้งขาดตลาด เนื่องจากยังต้องพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบแป้งจากต่างประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นสูงฉุดผลกำไรลงจนแทบไม่เหลือแม้ทางออกฉุกเฉินที่สะดวกและง่ายดายที่สุดในการลดต้นทุนธุรกิจคือการปลดพนักงานหรือขึ้นราคาสินค้า

“วิกฤตทำให้เกิดโอกาส เราเลือกนำทีมงานที่มีอยู่ขยายธุรกิจเพิ่ม หลังเดินทางดูนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ญี่ปุ่นเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว จากอาชีพยี่ปั๊วเดิมทำให้เรารู้ว่าอะไรเหมาะกับผู้บริโภคไทย ในจังหวะปรับเทรนด์สินค้าใหม่เราจึงนำเยลลี่แก้วและสั่งเครื่องจากญี่ปุ่นเข้ามาปรับปรุงใหม่เป็นรายแรกในไทย และเบนโตะที่ดัดแปลงผสมกับเนื้อปลา เพื่อเจือจางคอเลสเตอรอล แต่ปลาเส้นมีเจ้าตลาดอยู่เราจึงทำปลาแผ่นและเป็นอันดับ 1 เราหาน่านน้ำธุรกิจของตัวเอง ไม่คิดแข่งกับใคร”



ทันทีที่วิวรรธน์แปลงโฉมเยลลี่ถ้วยเล็กเป็นแก้วพลาสติกขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมชูจุดขายความต่างในการรับประทานแทนมื้ออาหารหรืออาหารว่างช่วยลดความอ้วน ทำให้เจเล่สามารถครองความนิยมได้นานนับสิบปี นอกจากนั้น วิวรรธน์ยังต่อยอดสินค้าขนมปังและเวเฟอร์ จากประสบการณ์จำหน่ายขาไก่และขนมปังปี๊บสมัยเปิดร้านยี่ปั๊ว ทำให้เล็งเห็นโอกาสปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้มีมาตรฐานและสะอาดถูกสุขอนามัยมากขึ้น รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่รอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้ตราสินค้าโลตัส โดยสามารถสร้างการเติบโตด้านยอดขายแบบไต่ระดับจากหลักสิบล้านบาทถึงกว่า 800 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

“เราต้องดูเทรนด์ผู้บริโภค และสร้างความแตกต่าง เพื่อให้มีน่านน้ำธุรกิจของตัวเอง เช่น การบรรจุขนมขาไก่ในบรรจุภัณฑ์มาตรฐาน หรือการทาปลาหมึกแผ่นที่เน้นแต่รสเผ็ด ทำให้ผู้บริโภคอยากลองพิสูจน์ความเผ็ด แม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะ จีน เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง ทำให้ 7-Eleven ไต้หวันติดต่อเป็นช่องทางจำหน่ายเบนโตะตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว”

วิวรรธน์กล่าวถึงการเติบโตด้านรายได้จากจำนวน 5.24 พันล้านบาทในปี 2559 สู่ระดับหมื่นล้านบาทใน 5 ปีข้างหน้าคว้าโอกาสในต่างแดนในแต่ละย่างก้าวของการเติบโตที่เกิดขึ้นจากความพยายามมองหาโอกาสและพร้อมปรับตัวเริ่มต้นธุรกิจนอกกรอบที่ต้องแตกต่างและเหนือกว่าคู่แข่งในตลาดเดิม

วิวรรธน์ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์รวมถึงการขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทได้เริ่มวางรากฐานด้านช่องทางการจัดจำหน่ายในกลุ่มประเทศ CLMV หรือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนามเป็นเวลามากกว่า 20 ปี โดยมีสัดส่วนรายได้การจำหน่ายในต่างประเทศประมาณ 13% นำโดยจีน 4% และกลุ่ม CLMV ราว 7% รวมถึงประเทศอื่นๆ ในเอเชียอีก 2% เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์

วิวรรธน์กล่าวถึงการจับมือกับบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด เจ้าของแบรนด์ทิฟฟี่ ร่วมทุนก่อตั้งบริษัท S.C.Food Products จำกัด โดยศรีนานาพรถือหุ้นประมาณ 60% เพื่อสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์ บิสกิต และเยลลี่ในประเทศกัมพูชามูลค่า 300 ล้านบาทเนื้อที่ราว 42 ไร่ ใกล้กับ จ.สระแก้ว ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการได้ภายในปี นี้นอกจากนั้น ยังถือหุ้น 60% ในการก่อตั้งบริษัท ป จำกัด พร้อมสร้างโรงงานผลิตเยลลี่และเครื่องดื่มในกรุง Ho Chi Minh City ประเทศเวียดนาม

“ในอนาคต 5 ปี เราต้องการเติบโตต่างประเทศและในประเทศสัดส่วน 100:100 จากปัจจุบัน 13:87 ซึ่งมีความเป็นไปได้จากการขยายช่องทางการจำหน่ายและตั้งโรงงานโดยวางแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้งบปี 2561 และเข้าเทรดปี 2562 เพื่อใช้เงินลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต และขยายธุรกิจยังต่างประเทศ เราต้องการก้าวไปอย่างมั่นคง”

ก้าวสู่อุปโภคบริโภคถึงพลังงานความสามารถในการก่อร่างสร้างธุรกิจของวิวรรธน์ไม่จำกัดเฉพาะด้านขนมและเครื่องดื่ม แต่ยังขยายขอบเขตไปยังธุรกิจพลังงาน ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ทั้งยังถือหุ้นราว 7.50% หรือ 69.16 ล้านหุ้น หลังบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai



“การลงทุนธุรกิจใหม่ไม่ใช่เพราะเห็นโอกาส แต่เพราะต้องการขยายธุรกิจให้ทายาท เช่น ในช่วงที่เราเริ่มต้นธุรกิจพลังงาน แม้จะเป็นเทรนด์ใหม่ แต่ยังมีผู้ประกอบการจำนวนไม่มาก เนื่องจากลงทุนสูงและยังไม่มั่นใจในผลตอบแทนแต่เมื่อถึงเวลาเทรนด์เปลี่ยนตาม ทำให้ธุรกิจเติบโต เช่นเดียวกับธุรกิจปาล์ม และสินค้าอุปโภคที่เรากำลังจะดำเนินการอย่างจริงจังหลังศรีนานาพรเข้าตลาดฯ” วิวรรธน์กล่าวถึงแผนการต่อยอดทางธุรกิจพลังงานและกลุ่มอุปโภคบริโภค จากประสบการณ์การสร้างธุรกิจที่ทำให้เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค การสร้างแบรนด์ นวัตกรรมและการกระจายสินค้า

นอกจากนั้น วิวรรธน์ยังสามารถเสริมรากฐานธุรกิจของครอบครัวให้แข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ด้วยการขยายขอบเขตของกลุ่มธุรกิจจากขนมและเครื่องดื่มสู่สินค้าอุปโภคและบริโภค ตลอดจนพลังงาน โดยมีโรงงานน้ำมันปาล์มและโรงงานน้ำตาลเป็นเสมือนห้องครัวผลิตสินค้าให้ศรีนานาพร ซึ่งครอบคลุมถึงวัตถุดิบสำคัญในน้ำตาล ซอส ซีอิ๊ว เนย มาการีน เป็นต้น พร้อมใช้รูปแบบธุรกิจเดียวกัน ได้แก่ การสร้างแบรนด์การขยายช่องทางจำหน่าย และการพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภคให้ตอบโจทย์ความต้องการและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

“ผมอยากให้นึกภาพ CP หรือ TCC ที่มีหลายธุรกิจประกอบกัน ซึ่งจุดกำเนิดของเรามาจากพ่อค้า ทำให้มองเห็นช่องว่างและโอกาสการเติบโตของสินค้า เราสามารถต่อยอดขนมและเครื่องดื่มเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคได้ จากปัจจุบันเรามีศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ต่างๆ เรามี SNNP International เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ศรีนานาพรถือหุ้น 100% และถือเงินลงทุนในต่างประเทศ เช่น กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ รวมถึงเราเพิ่งตั้งศรีนานาพร ดิสทริบิวชั่น เป็นหน่วยรถ”




https://forbesthailand.com/people/asean ... ิ์กุล.html


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35957
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SNNP

Posts by pakapong_u » Thu Sep 12, 2019 7:21 pm

SNNP : บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
ประเภทธุรกิจ
ธุรกิจผลิต จำหน่ายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว เช่น เยลลี่พร้อมดื่ม เครื่องดื่ม ปลาหมึก ปลาเส้น ขนมปังขาไก่
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร / อาหารและเครื่องดื่ม
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO
ไม่เกิน 260,000,000 หุ้น (28.89%) ซึ่งประกอบด้วย
1. หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 180,000,000 หุ้น
2. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Concord I. Capital Limited 80,000,000 หุ้น
ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
n/a
ราคา IPO
n/a
ราคา PAR
0.50 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ข้อมูล Filing
www.snnp.co.th


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35957
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SNNP

Posts by pakapong_u » Thu Sep 12, 2019 9:42 pm

‘ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง’ ยื่นไฟลิ่ง IPO 260 ล้านหุ้นเข้า SET

12/09/2019IPO, SNNP
HoonSmart.com>> “ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง” ยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 260 ล้านหุ้น ระดมทุนตั้งธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ชูจุดเด่นผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว เตรียมขยายตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV หนุนเติบโตระยะยาว

น.ส.วีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง (SNNP) กล่าวว่า บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2562

ปัจจุบันบริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง มีทุนจดทะเบียน 450 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 900 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยเป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 360 ล้านบาท และจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 260 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 28.89% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ


วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล
ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมจำนวนไม่เกิน 80 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 20.00% และ 8.89% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ ตามลำดับ

นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง (SNNP) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเสริมศักยภาพการขยายธุรกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง หลังจากดำเนินธุรกิจในไทยมายาวนานกว่า 30 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ มุ่งสู่ความเป็นเลิศ เพื่อเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวที่ดี ทั้งในด้านคุณภาพ และการสร้างแบรนด์ให้เป็นหนึ่งในใจของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย

ปัจจุบัน SNNP เป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าบริโภค ที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ (1) กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เยลลี่พร้อมดื่มและเยลลี่คาราจีแนนภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น เจเล่ ไดยาโมโตะ และคูลลี่ คูล และผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น Asian Drink ภายใต้ตราสินค้าเมจิกฟาร์ม เช่น น้ำเฉาก๊วยผสมเนื้อเฉาก๊วย น้ำมะพร้าวผสมวุ้นมะพร้าว น้ำภายใต้ตราสินค้าเมจิกฟาร์ม และน้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว ภายใต้ตราสินค้ายูซุ

(2) กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ประเภทปลาหมึกอบ ปลาหมึกเส้น และปลาเส้นภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น เบนโตะ ผลิตภัณฑ์ประเภทขนมขึ้นรูปและขนมปังแท่ง ภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น ดอกบัว และโลตัส และผลิตภัณฑ์ประเภทเวเฟอร์และขนมปังอบ ภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น ช๊อคกี้ และเบเกอรี่เฮาส์

บริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจมายาวนานกว่า 30 ปี มีผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งและหลากหลาย มีตราสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย อีกทั้งมีทีมวิจัยและพัฒนาที่มีศักยภาพ ส่งผลให้ SNNP เป็นผู้นำในการพัฒนาและนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ประกอบกับ SNNP มีเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าที่แข็งแกร่ง สามารถกระจายสินค้าเข้าสู่ช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีกประเภทขายส่ง รวมถึงร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม เพื่อทำให้สินค้าสามารถกระจายไปสู่กลุ่มผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ สินค้าของบริษัทยังมีการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและนอกอาเซียน เช่น กัมพูชา ลาว เวียดนาม จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และฮ่องกง เป็นต้น

นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล กล่าวเพิ่มว่า SNNP ยังมีจุดเด่นด้านฐานการผลิตที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียน โดยมีโรงงานในประเทศไทยจำนวน 4 แห่ง ที่มีความพร้อมด้านการผลิตในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทำให้ SNNP สามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันและช่วยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ SNNP มีแผนการขยายฐานการผลิตสินค้าในต่างประเทศ โดยได้เริ่มดำเนินการโรงงานผลิตสินค้าในประเทศกัมพูชาในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการพิจารณาและศึกษาเพื่อลงทุนขยายฐานการผลิตเพิ่มเติมที่ประเทศเวียดนาม เพื่อรองรับแผนการขยายตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และช่วยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35957
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SNNP

Posts by pakapong_u » Fri Sep 13, 2019 1:06 pm

หุ้นไอพีโอน้องใหม่ “SNNP” เตรียมระดมทุน SET 260 ล้านหุ้น
Source - เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (Th)

Friday, September 13, 2019 12:28


“บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง” หรือ SNNP หุ้นไอพีโอน้องใหม่ ยื่นไฟลิ่งเตรียมเสนอขายหุ้น IPO ในตลาด SET จำนวนไม่เกิน 260 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา พร้อมธนาคารไทยพาณิชย์เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง หรือ SNNP ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562
ปัจจุบัน บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง มีทุนจดทะเบียน 450 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 900 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยเป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 360 ล้านบาท และจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 260 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 28.89 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมจำนวนไม่เกิน 80 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 20.00 และร้อยละ 8.89 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ ตามลำดับ
นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อขยายธุรกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ หลังจากที่ดำเนินธุรกิจในไทยมายาวนานกว่า 30 ปี โดยเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว ปัจจุบัน SNNP เป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าบริโภค ที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
(1) กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เยลลี่พร้อมดื่มและเยลลี่คาราจีแนนภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น เจเล่ ไดยาโมโตะ และคูลลี่ คูล และผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น Asian Drink ภายใต้ตราสินค้าเมจิกฟาร์ม เช่น น้ำเฉาก๊วยผสมเนื้อเฉาก๊วย น้ำมะพร้าวผสมวุ้นมะพร้าว น้ำภายใต้ตราสินค้าเมจิกฟาร์ม และน้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว ภายใต้ตราสินค้ายูซุ
(2) กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ประเภทปลาหมึกอบ ปลาหมึกเส้น และปลาเส้นภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น เบนโตะ ผลิตภัณฑ์ประเภทขนมขึ้นรูปและขนมปังแท่ง ภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น ดอกบัว และโลตัส และผลิตภัณฑ์ประเภทเวเฟอร์และขนมปังอบ ภายใต้ตราสินค้าที่สำคัญ เช่น ช๊อคกี้ และเบเกอรี่เฮาส์
“ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจมายาวนานกว่า 30 ปี SNNP มีผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งและหลากหลาย มีตราสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย อีกทั้งมีทีมวิจัยและพัฒนาที่มีศักยภาพ ส่งผลให้ SNNP เป็นผู้นำในการพัฒนาและนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ประกอบกับ SNNP มีเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าที่แข็งแกร่ง สามารถกระจายสินค้าเข้าสู่ช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีกประเภทขายส่ง รวมถึงร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม เพื่อทำให้สินค้าสามารถกระจายไปสู่กลุ่มผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ สินค้าของบริษัทยังมีการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและนอกอาเซียน เช่น กัมพูชา ลาว เวียดนาม จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และฮ่องกง เป็นต้น” นายวิวรรธน์ กล่าว
นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล กล่าวอีกว่า SNNP ยังมีจุดเด่นด้านฐานการผลิตที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียน โดยมีโรงงานในประเทศไทยจำนวน 4 แห่ง ที่มีความพร้อมด้านการผลิตในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทำให้ SNNP สามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันและช่วยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ SNNP มีแผนการขยายฐานการผลิตสินค้าในต่างประเทศ โดยได้เริ่มดำเนินการโรงงานผลิตสินค้าในประเทศกัมพูชาในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการพิจารณาและศึกษาเพื่อลงทุนขยายฐานการผลิตเพิ่มเติมที่ประเทศเวียดนาม เพื่อรองรับแผนการขยายตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และช่วยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว


ที่มา: www.prachachat.net


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35957
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SNNP

Posts by pakapong_u » Wed May 06, 2020 11:09 pm

‘ศรีนานาพรฯ’ พลิกเกม เจาะออนไลน์-โฮมช็อปปิ้ง

06 May 2020 10:06 น.


ศรีนานาพรฯ เปิดแผนรับสู้โควิด-19 ทบทวน เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง พร้อมโยกเม็ดเงินไตรมาสแรกเดินหน้ารุกออนไลน์ ผนึก Happy Shopping เจาะโฮมช็อปปิ้งรับเทรนด์นักช็อป


นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล กรรมการบริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยว อาทิ เจเล่, เบนโตะ, ขนมขาไก่โลตัส, ช๊อคกี้เวเฟอร์ เป็นต้น เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อไม่ปกติแน่นอนว่ายอดขายของแต่ละบริษัทย่อมลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยในช่วงไตรมาส 1 บริษัทก็ได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย เนื่อง จากเตรียมแผนรองรับล่วงหน้าตั้งแต่การจัดซื้อ จัดจ้าง ลดค่าใช้จ่าย การให้บุคลากรทำงานหลากหลายมากขึ้น ไม่มีการรับพนักงานเพิ่ม

“บริษัทสั่งซื้อวัตถุดิบจากจีน และเห็นสัญญาณเมื่อวัตถุดิบบางอย่างจากจีนเริ่มมีการส่งช้า บางโรงงานสั่งสินค้าไม่ได้ จนกระทั่งปิดตัวไป ในช่วงที่มีการระบาดในจีน ทำให้คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าและเตรียมแผนตั้งรับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ช่วงที่สถานการณ์ยังไม่ระบาดในไทย”

สำหรับแผนการตลาดบริษัทได้ทบทวน เปลี่ยนแปลงและปรับปรุง เพื่อให้บริษัทสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาได้มีการโยกงบการตลาดมายังช่องทางออนไลน์มากขึ้น จากงบประมาณการตลาดทั้งเครือราว 5% ของยอดขาย ทั้งเรื่องโปรโมชัน ณ จุดขาย, โปรโมชันร่วมกับพาร์ตเนอร์มากขึ้น ผ่านการผสมผสานการตลาดทั้งทั้ง อะโบฟ เดอะ ไลน์ และบีโลว เดอะ ไลน์

ขณะเดียวกันยังปรับงบการตลาดมายังแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่าง เบนโตะ, เจเล่ เป็นผู้นำตลาดแทน เพราะในสภาวะที่ไม่ปกติการนำงบมาใช้กับแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะเป็นประโยชน์มากกว่า ส่วนแบรดน์อื่นๆ ก็ลดหลั่นกันไป



“ที่ผ่านมาเราดูสถานการณ์เดือนต่อเดือน โดยมีการโยกเงินมา 1 ไตรมาสก่อน เพื่อดูว่าการใช้จ่ายการสื่อสารในออนไลน์กระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากบริโภคสินค้าของเราหรือไม่ ยกตัวอย่างมีการเปิดแคมเปญ “เจเล่ เวิร์ก ฟรอม โฮม” มานำเสนอแบรนด์ในภาวะวิกฤติ ขณะที่เบนโตะ ก็นำมาให้ความรู้กับผู้บริโภคว่าเบนโตะสามารถทำเป็นอย่างอื่นได้มากกว่าการทานสแน็ก มีการนำมาทำแคมเปญออนไลน์ ต่างๆ เพื่อสื่อสารแบรนด์”

นอกจากนี้ยังเทแผนการตลาดไปยังช่องทางโฮม ช็อปปิ้ง เพราะคนอยู่บ้าน และกักตัวกันมากขึ้น ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคหันไปดูทีวีเลือกซื้อของจากโฮมช็อปปิ้งมากขึ้น โดยได้จับมือร่วมกับ Happy Shopping ในการจำหน่ายผ่านช่องทางดังกล่าวเพิ่มเติมเพื่อรับเทรนด์ดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้บริษัทคาดการณ์ว่าสถานการณ์โควิดจะรุนแรงไปจนถึงเดือนมิถุนายน หลังจากนั้นสถานการณ์จะดีขึ้นคนออกมาใช้จ่ายมากขึ้นแต่เชื่อว่าโควิด-19 ยังอยู่กับคนไทยต่อไป โดยแผน การตลาดในครึ่งปีหลังจะแตกต่างออกไปจากครึ่งปีแรก โดยบริษัทได้มีการเตรียมแคมเปญ แผนการตลาดในครึ่งปีหลังไว้หมดแล้ว

“ถ้าหลังเดือน 6 สถาน การณ์ไม่ดีขึ้นก็จะปรับแผนอีกแบบตามพฤติกรรมของผู้บริโภค สิ่งที่ท้าทายนี้คือทำอย่างไรให้โตมากกว่าปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้การทำให้เป็นไปตามเป้าถือเป็นเรื่องยาก ซึ่งวิกฤติครั้งนี้ถือว่าหนักสุดในรอบกว่า 30 ปีที่มีการก่อตั้งบริษัทมา”

ขณะที่ในส่วนของตลาดต่างประเทศบริษัทมีโรงงานที่กัมพูชา และกำลังดำเนินการก่อสร้างที่เวียดนาม และเมียนมา คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดทำการผลิตได้ในปี 2564 แต่เนื่องจากวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ทำให้ระบบขนส่ง การเดินทาง ไม่สามารถทำได้ จึงจำเป็นต้องมีการเลื่อนแผนงานออกไปก่อน ซึ่งแน่นอนว่าหากสถานการณ์ดีขึ้นก็พร้อมเดินหน้าต่อทันที

อย่างไรก็ดีช่วงที่ผ่านมายังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เพราะเป็นการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย โดยปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการส่งออกราว 20%

นอกจากนี้บริษัทยังได้เลื่อนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯจากเดิมที่มีแผนจะจดทะเบียนในปีนี้ โดยมีทำการทบทวนแผนธุรกิจใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิมก่อนในภาวะวิกฤติ จึงต้องชะลอแผนการเข้าตลาดฯ ออกไปก่อนเป็นปลายปี 2563 หรือต้นปี 2564


หน้า 21-22 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,571 วันที่ 3-6 พฤษภาคม 2563


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35957
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SNNP

Posts by pakapong_u » Fri Jul 24, 2020 8:30 pm

ED980CBA-84BF-4094-9FC9-71BC358229B0.jpeg
ED980CBA-84BF-4094-9FC9-71BC358229B0.jpeg (341.57 KiB) Viewed 137 times


Post Reply