โดย จขกท อยากใช้เงินเดือนละ 30,000 บาท ค่าเล่าเรียนลูกปีละ 100,000 บาท
ส่วนภรรยารับราชการใช้เงินเดือนของเขาครับ จะเกษียณ หลัง จขกท 5ปี
หลังเกษียณส่วนใหญ่จะอยู่ต่างจังหวัด มีที่นา 4ไร่ ที่สวน 8ไร่
กรุณารอสักครู่...
โดย จขกท อยากใช้เงินเดือนละ 30,000 บาท ค่าเล่าเรียนลูกปีละ 100,000 บาท
ส่วนภรรยารับราชการใช้เงินเดือนของเขาครับ จะเกษียณ หลัง จขกท 5ปี
หลังเกษียณส่วนใหญ่จะอยู่ต่างจังหวัด มีที่นา 4ไร่ ที่สวน 8ไร่
ผมขออนุญาตมาลองตอบนะครับ แถมอาจจะตอบไม่ตรงคำถามด้วย
เพราะผมอยากวางแผนไว้ให้ตัวเองเหมือนกันในเวลาอีกไม่นานข้างหน้า
หวังว่าคงมีอาจารย์และสมาชิกท่านอื่นๆเข้ามาแก้ไข เพิ่มเติม หรือแบ่งปันประสบการณ์เป็นความรู้ด้วยกันนะฮะ
ผมว่าท่านlaemwadeคงถามไอเดียของแผนเกษียณ
1. เรื่องเงิน
ผมว่าแผนของเงินเกษียนน่าจะ"ต้องไม่เสี่ยงต่อการเสียเงินต้น" ส่วนผลตอบแทนมากน้อยก็ตามแต่
ดังนั้นเงินLTF,RMFสิบล้านตามโจทย์นี้ น่าจะมีทางเลือกคือ
1.1 ปล่อยไว้เหมือนเดิม ผลตอบแทนน่าจะได้ราวๆ10%(มั้ง)ตามค่าเฉลี่ย
แล้วถอนมาปีละสี่แสนหกเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและค่าเรียนลูก(ทำงี้ได้มั้ยก็ไม่ทราบนะฮะ หรือถอนหมดแล้วซื้อกลับบางส่วน)
1.2 ถอนออกมาลงในหุ้นกู้ สลากออมสิน สลากธกส.พันธบัตร ซึ่งไม่เสี่ยงเรื่องเงินต้น แต่หายากที่จะได้ผลตอบแทน4-5%ตามแผน อาจต้องยอมรับผลตอบแทนที่น้อยกว่าแล้วลดค่าใช้จ่ายเดือนละสามหมื่นที่ตั้งไว้ลง
1.3 ถอนออกมาลงในกองทุนอสังหา "หุ้นเสมือนพันธบัตร"(คือปันผลดีกว่าเงินฝาก แต่ไม่โต จำพวกหุ้นสาธารณูปโภคอะไรเทือกนั้น) เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ต้องการ
1.4 ถอนออกมาลงทุนหุ้นเติบโต ,หุ้นปันผล ตามคำถาม ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า ถ้าเราจิ้มหุ้นปันผลมาสักห้าตัว เพื่อให้ได้ปันผลปีละสี่ห้าแสน ถ้าเงินเหลือ(ซึ่งไม่น่าเหลือ เพราะหุ้นปันผลดีๆ ที่ซื้อแล้วราคาไม่ร่วงลงจนแทบอยากเอาปันผลไปคืนน่ะ ยังมีมั้ย ถ้ามีบอกผมด้วยนะฮะ ฮา)แล้วค่อยมาซื้อหุ้นเติบโต ปัญหาคือต้องมีการจัดการติดตามปรับผอร์ท
1.5 ถอนออกมาฝากเงินเฉยๆ (แพ้เงินเฟ้อแน่นอน)แถมยังต้องกระจายฝากแห่งละล้านสิบธนาคาร
แล้วถอนใช้ไปเรื่อยๆปีละสี่แสนหก น่าจะหมดในยี่สิบกว่าปี ตอนนั้นอายุแปดสิบแล้ว เงินหมดพอดี วิธีนี้ไม่วุ่นวายดี
1.6 ค่อยๆถอนออกมาลงทุนในกองทุนดีๆ สม่ำเสมอ ค่าบริหารต่ำๆ(มีมั้ยอ่ะ? อดีตดีมานานพอเปลี่ยนผู้จัดการจะเป็นไงมั่งน้อ)เพื่อไม่ต้องวุ่นวายบริหารเอง แผนนี้น่าจะเหมาะกรณีที่เราจะส่งต่อไปให้ครอบครัวมั้งฮะ ง่ายดีสำหรับทุกคน
1.7 ลองคิดใหม่ทำใหม่ รักษาเงินต้นไว้ แล้วลดค่าใช้จ่าย ใช้ชีวิตแบบเต่าจำศีล อยู่เงียบๆหายใจเบาๆ
เงินเหลือจากเดือนสามหมื่นเอาไปซื้อหุ้นแบบdollar cost averageไปเรื่อยๆ แต่กว่าจะขึ้นs-curve ก็น่าจะสิบปีนะฮะ (ตอนนั้นยังจะมีอารมณ์ลงทุนหุ้นมั้ยเนี่ย)
วิธีนี้ต้องเป็นคนมีความสุขจากการเห็นเงินงอกฮะ ไม่ได้มีความสุขจากการใช้เงิน
อยากได้ความเห็นท่านอื่นๆด้วยนะฮะ
เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกเอาเอง ว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของทุกอย่าง
เห็นประธานสหกรณ์ใหญ่แถวอำเภอที่ผมอยู่(ซึ่งน่าจะอนุรักษ์นิยม) เชียร์ลงทุนcryptocurrencyอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู
เลยพิศวงงงงวยกับความเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบตัวน่ะฮะ
2. เรื่องที่ดิน
ถ้าเป็นที่นาที่สวน ที่มีศักยภาพเปลี่ยนไปเป็นทำเลอยู่อาศัยหรือการค้า ก็อาจเก็บสำรองไว้
เผื่อต้องการใช้เงิน(เช่นรักษาตัว เพราะโอกาสที่ภรรยาจะไปก่อนเราก็มี ถ้าลูกรับราชการก็ดีไป แต่เด็กรุ่นใหม่ไม่นิยมแล้ว แถมอนาคตอาจรวมกองทุนทุกกองเป็นกองเดียวด้วย ประกัยสุขภาพก็ไม่ขายคนอายุเกิน65)
แต่ถ้าเป็นได้แค่เพื่อการเกษตร มีแรงทำก็ทำไปเท่าที่ได้ ทำเอาสนุกๆถ้าอยากทำนะฮะ
จะให้เขาเช่าแล้วแบ่งผลผลิตกันเท่าที่รู้ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่นะฮะ หรือจะไปลงทุนอะไรเพิ่มก็มักไม่ได้ผลตอบแทนเป็นเงินมากนัก
3. เรื่องตัวเรา
อันนี้สำคัญที่สุดฮะ ฟังมาจากหลายๆท่านสรุปลงที่"เอาที่สบายใจเลย"
ทำอเไรก็ได้ ให้สบายใจ สงบ สนุก สุข ถ้าเป็นประโยชน์ต่อสังคมผู้อื่นคนรอบข้างยิ่งดี
อ.ผมท่านนึงทำงานหนักมาก เตรียมแผนเกษียณไว้ก่อนอายุ50คือ1.สะสมหนังสือดีๆทั่วโลก2.สะสมไวน์สุดยอดทั่วโลก
3.สะสมสุดยอดชาจากทุกที่4.สะสมพระเครื่อง ของโบราณ สุดท้ายท่านจากไปจากมะเร็งตับตั้งแต่ก่อนเกษียณหรือเปล่าไม่แน่ใจฮะ
ผมเองสะสมสมบัติบ้าไว้เยอะทั้งหนังสือวิดีโอเทปซีดีดีวีดีเครื่องดนตรีเครื่องมือช่างบ้าบอคอแตก ยังอยู่ในกล่องเลยฮะ
สรุปว่าผมตอบไม่ตรงคำถามนะฮะ กราบขออภัยด้วยฮะ
เห็น หมอหนึ่งตอบ แล้วค่อนข้างครบ
แต่ผมอยากจะแชร์เรื่องเงิน10ล้านที่มีอยู่กับค่าใช้จ่าย 4.6 แสนบาทต่อปี
เทียบแล้ว port ที่ให้return สัก 5% ก็น่าจะตอบโจทย์แล้ว
ขอเสนอportที่ประกอบด้วยกองทุนรวมดังนี้
กองทุนตราสารหนี้ไทย 10%
กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ 20%
Property fund , REITs 35%
กองทุนหุ้นไทย 20%
กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ 10%
กองทุนหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว 5%
ผลตอบแทนในสภาวะปกติประมาณ 5-8%ถ้าถือยาวพอ
คุณ laemwade (จขกท) ลืมบอกนะครับว่า ลูกยังต้องเรีียนอีกกี่ปี
ถึงจะจบตามที่ต้องการ และมีรายได้เลี้ยงตนเองได้
สมมุติว่า อีีก 5 ปี เรียบจบและมีรายได้เลี้ยงตนเองได้
หลังจาก 5 ปีแล้ว ก็คงไม่จำเป็นต้องใช้ส่งลูกเรียนปีละแสน
แล้ว อาจจะนำเงินมาลงทุนเพิ่ม และ/หรือ ใช้จ่ายอย่างอื่นๆ
ตามที่ต้องการได้
เนื่องจากภรรยารับราชการ เรื่องค่ารักษาพยาบาลก็เบาใจ
ได้ส่วนหนึ่งแล้วครับ
อย่างไรก็ตามก็จำเป็นต้องกันเงินส่วนหนึ่งไว้ฉุกเฉินอาจจะ
สัก 5 แสนบาทก็ได้ ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถไปฝานธนาคาร
บางแห่งที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าปกติได้มีตั้งแต่ 1.5% ถึง 3%
(แบบออมทรัพย์พิเศษ พิสดาร อะไรก็ว่าไปครับ)
ความเสี่ยงคงไม่มีเพราะมีการรับประกันเงินฝากอยู่ อย่างน้อยๆ
ที่สุดสุดท้ายก็ที่ 1 ล้านบาทต่อธนาคาร
ส่วนที่เหลือสามารถลงทุนในกองทุนต่างๆ /หุ้นที่ดีและมั่นคง/
กองทุนอสังหาฯ อินฟราฯ REIT
ดูๆ แล้วสามารถกระจายความเสี่ยงและได้ผลตอนแทนไม่น่าจะ
น้อยกว่า 5% นะครับ อีกทัั้งยังมีที่นา และสวนอีกหลายไร่ เดาๆ
ว่าน่าจะให้เขาเช่าทำนาทำไร่อยูู่ ตรงนี้น่าจะมีรายได้อีกส่วนหนึ่ง
ด้วย