PTTOR

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri Nov 01, 2019 2:10 pm

PTTOR - Spin Off เพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ รอจังหวะเข้าตลาด
1 พฤศจิกายน 2562 / 13.56 น.

รอแล้วรออีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก สำหรับแผนการ IPO ของ PTTOR บริษัทลูกของ PTT ที่จับเอาส่วนที่เกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีกของ ปตท. ทั้งหมดเข้ามา แต่หลักๆแล้วที่นักลงทุนทั่วไปให้ความสนใจก็คือ ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน กับร้านกาแฟ Cafe Amazon

PTTOR ได้มีการจัดตั้งบริษัทและมีการโอนทรัพย์สินจาก ปตท. ไปแล้วก่อนหน้านี้ ล่าสุดทาง ปตท. ให้ข้อมูลสร้างความมั่นใจว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนธุรกิจ 5 ปีข้างหน้า และไม่กังวล เอาเข้าตลาด "ชัวร์"

ข้อดีอย่างหนึ่งของการแยกเอาธุรกิจค้าปลีกออกมาเป็นอีกบริษัทหนึ่ง ก็คือ บริษัทจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารเป็นของตนเอง การบริหารจัดการด้านธุรกิจค้าปลีกก็จะมีความเป็นสัดส่วนและชัดเจนมากขึ้นกว่าการเป็นเพียงส่วนงานหนึ่งใน PTT

นอกจากนั้นยังเพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจด้านค้าปลีก ซึ่งทาง ปตท. น่าจะมองว่า เป็นธุรกิจที่น่าจะผลักดันให้เติบโตได้ดีในอนาคตด้วย

แต่ที่เป็นประเด็นสำคัญที่สุดเลย น่าจะเป็น "การปลดล็อค" มูลค่าของส่วนงานด้านค้าปลีก ให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นกว่าปัจจุบัน

นั่นเพราะจากงบปี 2561 ถ้าเทียบราคาปัจจุบัน PTT จะมีค่า PE เพียงแค่ราว 11 เท่า ซึ่งก็อยู่ราวๆนี้มาโดยตลอด

กำไรของ PTT เองก็ผันผวนมากในระยะหลัง เนื่องจากมีการประกอบธุรกิจด้านพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งราคาน้ำมัน และสเปรดผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมีการแกว่งตัวรุนแรงมากตามภาวะเศรษฐกิจโลก และกำไรจากธุรกิจเหล่านี้เป็นสัดส่วนที่สูงมาก

นั่นเท่ากับว่าราคาหุ้นของ PTT ก็จะปรับตัวผันผวนไปตามภาพรวมของธุรกิจของบริษัทลูกว่าเป็นเช่นไรในช่วงนั้น ทั้งๆที่ธุรกิจส่วนค้าปลีกของ PTT นั้นยังคงมีผลดารดำเนินงานที่ดีก็ตามแต่

PTT ให้ข้อมูลว่า PTTOR ในปี 2561 มียอดขายกว่า 5 แสนล้านบาท และมีกำไรราว 7.9 พันล้านบาท ก็เท่ากับว่ามีอัตรากำไรสุทธิแค่ 1.6% ซึ่งหลายคนอาจตกใจว่าทำไมมันน้อยนิด

แต่ก็ต้องบอกว่า มันเป็นธรรมชาติของธุรกิจค้าปลีกอยู่แล้ว ที่จะมีอัตรากำไรสุทธิไม่สูง หากเราไปเทียบกับ BCP ซึ่งทำธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเช่นกัน ก็มีอัตรากำไรสุทธิแค่ 1.27%

แต่อัตรากำไรสุทธิจะต่ำกว่าหากไปเทียบกับ CPALL ที่มีอัตรากำไรสุทธิที่ราว 4% และ COM7 ที่ 3.18%

อันที่จริงเราไม่สามารถเทียบอัตรากำไรสุทธิข้ามธุรกิจกันได้ แต่อยากแสดงให้เห็นแค่ว่า ธุรกิจค้าปลีกนั้น เน้นปริมาณการขายมากกว่ากำไรต่อหน่วย

แต่จะเห็นว่า ดูโดยภาพรวม PTTOR จะดีกว่า BCP เพราะบางจากยังมีสัดส่วนรายได้จาก non-oil น้อยมาก (เพิ่งจะปรับแนวทางการทำธรกิจโดยเพิ่มสัดส่วนรายได้ non-oil มากขึ้นเมื่อไม่นานมานี้)

หากในอนาคต PTTOR มีการขยายธุรกิจส่วน non-oil ได้มากขึ้น ก็อาจทำให้อัตรากำไรสุทธิสูงขึ้นกว่าเดิมได้ ซึ่งคาดว่าอันนี้เป็นแผนของ PTTOR อยู่แล้วด้วย

ตัวเลขอัตรากำไรสุทธิแม้เปลี่ยนเพียงนิดเดียว แต่จะส่งผลต่อธุรกิจค้าปลีกอย่างมาก นั่นเพราะยอดขายธุรกิจเหล่านี้สูงมาก บริษัทที่อยู่ในธุรกิจค้าปลีก จึงพยายามปรับตัวเพื่อเพิ่มมาร์จิ้นโดยการเพิ่มการขายสินค้าที่มี margin สูงขึ้น เช่น CPALL ที่ขายไส้กรอก ขายกาแฟในร้าน และมีการกำหนดเป้าให้สาขา นั่นก็เพราะสินค้าพวกนั้นมีกำไรมาก

เช่นเดียวกับ COM7 ก็ใช้วิธีเดียวกัน โดยลดการพึ่งพาสินค้า APPLE ลง และให้ความสำคัญกับสินค้าอื่นซึ่งให้มาร์จิ้นมากกว่าเพิ่มมากขึ้น

ถ้าดูจากข้อมูลของ PTTOR หากบริษัทสามารถปรับโครงสร้างรายได้และทำให้ net profit margin เพิ่มได้แค่สัก 0.5% นั่นก็คิดเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นถึง 2.5 พันล้านบาทแล้ว

นั่นจึงไม่แปลก ที่ทาง PTT จะตั้งเป้าในเรื่องของการเติบโตอย่างก้าวกระโดดไว้เป็นเป้าหมายหลักของ PTTOR ด้วย

เมื่อ PTTOR แยกออกมาเป็นบริษัทจดทะเบียนต่างหาก จะมีข้อดีก็คือ ราคาหุ้นของธุรกิจค้าปลีกนั้น มีการใช้ค่า PE ในการประเมินมูลค่าเหมาะสมของหุ้นประกอบไปด้วย มากกว่าธุรกิจพลังงานอย่าง PTT ซึ่งมักใช้แค่ในเชิงเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นเท่านั้น

ดังนั้นหุ้นของ PTTOR น่าจะถูกประเมินมูลค่าโดยเทียบเคียงด้วย PE ของธุรกิจค้าปลีก ซึ่งแน่นอนว่าสูงกว่าระดับ PE ที่เป็นอยู่ของ PTT

และหากนักวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกต่อ PTTOR ว่าจะสามารถเติบโตได้อีกมาก ก็อาจจะทำให้ได้พรีเมี่ยมบนค่า PE เมื่อเทียบกับกลุ่มก็เป็นได้

ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ หลายคนมองว่าธุรกิจ Cafe Amazon และฟรานไชส์อาหารของ PTT มีความน่าสนใจ แต่หากจะให้ซื้อหุ้น PTT ก็จะต้องโดนถ่วงด้วยผลประกอบการที่แย่ของธุรกิจด้านพลังงานและปิโตรเคมี

การแยก PTTOR ออกมาทำให้นักลงทุนที่มีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจค้าปลีกของ PTT จะสามารถเข้าถือหุ้นได้อย่างสบายใจ เพราะเป็นการถือธุรกิจค้าปลีกของ PTT โดยตรง ไม่ต้องไปแบกรับความเสี่ยงกับธุรกิจอื่น

อย่างไรก็ตาม PTT ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่า จะเอา PTTOR เข้าตลาดเมื่อไหร่ แต่บอกแต่เนิ่นๆไว้เลยว่า คงไม่มีคำว่า "ถูก" แน่นอน

มีแต่ "แพงมาก" หรือว่า "แพงน้อย"

นั่นเพราะ PTT มองเห็นศักยภาพของ PTTOR มาก และวางเป้าหมายสำหรับธุรกิจนี้ไว้สูง

ซึ่่งศักยภาพการเติบโตของ PTTOR จะถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของราคา IPO ที่จะออกมาด้วย

เพราะ IPO เขาให้เราซื้อ "อนาคต" ไม่ได้ให้เราซื้อ "ปัจจุบัน"


จาก Facebook page Wattana Stock page


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri Nov 01, 2019 3:38 pm

โออาร์เดินหน้าเตรียมกระจายหุ้น


กรุงเทพฯ 1 พ.ย. - โออาร์ตอกย้ำเตรียมกระจายหุ้น เดินหน้าเต็มสูบธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก พร้อมเติบโตคู่สังคมไทย มุ่งสู่แบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก



บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ จัดงานแถลงข่าว “TOGETHER FOR BETTERMENT: รวมพลัง ร่วมสร้าง เพื่อทุกวันที่ดีขึ้น” เพื่อเปิดตัวโออาร์ อย่างเป็นทางการ โดยนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ และนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ย้ำว่าขณะนี้บริษัทเตรียมกระจายหุ้นและส่งผลให้ตลาดมีความคึกคัก เพราะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ปีที่แล้วมียอดขาย 500,000 ล้านบาท มีกำไร 7,900 ล้านบาท โดยการดำเนินธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมชุมชน รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ตลอดจนการสร้างมูลค่าร่วมให้เกิดแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล ตั้งเป้าเร่งขยายสาขาในอาเซียนที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน



ปัจจุบันโออาร์ มีสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น ในประเทศลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเมียนมา รวมกว่า 280 แห่ง ร้านกาแฟคาเฟ่อเมซอน ในประเทศ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น และโอมาน รวมกว่า 200 สาขา ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ กว่า 70 สาขา ขณะที่ในไทยมีปั๊มน้ำมันกว่า 1,800 สาขา มีคาเฟ่อเมซอนกว่า 2,800 สาขา ซึ่งขณะนี้กำลังทำแผน 5 ปี เพื่อเสนอคณะกรรมการทั้งโออาร์และ บมจ.ปตท. เบื้องต้นในการรุกต่างประเทศในอาเซียนแผน 5 ปี จะมีปั๊มน้้ำมัน 675 แห่ง คาเฟ่อเมซอน 700 สาขา

สำหรับกลยุทธ์หลักการดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ (Productivity) การเติบโตอย่างก้าวกระโดด (Inorganic growth) ซึ่งมีเป้าหมายสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจน้ำมัน และขยายธุรกิจนอนออยล์และต่างประเทศที่ในอนาคตสัดส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของ 2 ธุรกิจนี้จะเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 30% และธุรกิจน้ำมันอยู่ที่ 70% โดยการเติบโตในอนาคตจะเน้นการตั้งบริษัทย่อย หรือร่วมทุนกับพันธมิตรในบริษัทต่าง ๆ ทั้งพันธมิตรในประเทศและพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละกลุ่มมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri Nov 01, 2019 3:47 pm

PTT เปิดตัว OR เป็นเรือธงใหม่เดินหน้าธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกเต็มสูบ ยึดโมเดลลงทุน BCG ในการดำเนินธุรกิจ
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Friday, November 01, 2019 09:50


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ย. 62)--นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) หรือโออาร์ เปิดเผยว่า ได้จัดงาน TOGETHER FOR BETTERMENT: รวมพลัง ร่วมสร้าง เพื่อทุกวันที่ดีขึ้น" เพื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีฐานะเป็นบริษัทเรือธง (Flagship) ของกลุ่ม ปตท. (PTT) ด้านการดำเนินธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมชุมชน รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ตลอดจนการสร้างมูลค่าร่วมให้เกิดแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล

โออาร์ ประกอบด้วยธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) และกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดยมีกลุ่มธุรกิจสนับสนุนช่วยผลักดันให้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก สามารถดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับกลุ่มธุรกิจน้ำมัน โออาร์ ครองส่วนแบ่งตลาดรวมน้ำมันเป็นอันดับ 1 ในประเทศมาอย่างยาวนานกว่า 26 ปี โดยมีธุรกิจที่โดดเด่น ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันฯ ทั่วประเทศกว่า 1,850 แห่ง ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ภายใต้แบรนด์ พีทีที ลูบริแคนท์ส (PTT Lubricants) ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศอย่างต่อเนื่องถึง 10 ปี และส่งออกไปจำหน่ายแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้กับลูกค้ากลุ่มอากาศยาน เรือขนส่ง และอุตสาหกรรม การจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas: LPG) ให้กับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคครัวเรือน ภายใต้แบรนด์ ก๊าซหุงต้ม ปตท. โดยมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ

สำหรับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) โออาร์ คือ ผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ภายในสถานีบริการน้ำมันฯ เป็นรายแรกของประเทศ โดยมีร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขาภายในประเทศรวมกว่า 2,800 สาขา นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) มาเพิ่มความหลากหลาย เติมเต็มความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์และบริการ อาทิ ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ ชานมไข่มุกเพิร์ลลี่ ที เท็กซัส ชิคเก้น ฮั่วเซ่งฮง ติ่มซำ ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ (FIT Auto) ฯลฯ อีกทั้งยังมีบัตรพีทีที บลูการ์ด (PTT Blue Card) เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความผูกพันและนำไปสู่การออกแบบเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคเป็นการรายบุคคล (Individualized Customer Experience) ผ่านเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Big Data Analytics)

สำหรับกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โออาร์ นำรูปแบบทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จภายในประเทศ ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ และศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ ไปต่อยอดโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ อีกทั้งยังได้นำผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีไทย (SMEs) ไปขยายธุรกิจ สร้างการเติบโตร่วมกันในต่างประเทศ ปัจจุบัน โออาร์ มี สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในประเทศ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเมียนมา รวมกว่า 280 แห่ง ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ในประเทศ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น และโอมาน รวมกว่า 200 สาขา ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ กว่า 70 สาขา รวมถึงศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ อีกด้วย

โออาร์ ดำเนินธุรกิจโดยนำความต้องการของลูกค้ามาเป็นศูนย์กลาง (Customer Focus) และใช้แนวคิด โซเชียล อินคลูซีฟเนส (Social Inclusiveness) เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มโดยเฉพาะสังคมชุมชนและเอสเอ็มอีไทย ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบรูปแบบธุรกิจเพื่อร่วมกันสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ที่ โออาร์ เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดย โออาร์ มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมของผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนเป็นผู้ทดลองดำเนินธุรกิจต้นแบบตามที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้ช่วยกันออกแบบไว้จนประสบความสำเร็จ เพื่อส่งมอบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้น ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยได้เป็นเจ้าของ ดังจะเห็นได้จากการที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น และร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน กว่า 80% ลงทุนและดำเนินการโดยผู้แทนจำหน่าย หรือ แฟรนไชส์ซี

นางสาวจิราพร กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ โออาร์ เป็นไปตามแนวทางบีซีจี (BCG: Bio-Economy Circular-Economy Green-Economy) ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว โออาร์ เป็นผู้นำการจำหน่ายน้ำมันดีเซล บี 10 ให้เป็นน้ำมันดีเซลชนิดหลักของประเทศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์ม และช่วยลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 การใช้แก้วกระดาษเคลือบพลาสติคชีวภาพ แก้วพลาสติกและหลอดที่ทำจากพืช ของร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน โครงการ แยก แลก ยิ้ม ร่วมสร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม เชิญชวนผู้บริโภคให้แยกขยะ และนำไปขายเพื่อนำรายได้มาสร้างประโยชน์ให้กับสังคมชุมชน ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน อัพไซคลิ่ง (Café Amazon Up-Cycling) นำวัสดุเหลือใช้ภายในร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน มาแปรรูปให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ และวัสดุตกแต่งภายในร้าน การใช้ถุงกระดาษแทนถุงพลาสติกในร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน การริเริ่มสถานีบริการ อีวี ชาร์จจิ้ง (EV Charging Station) การจำหน่ายเครื่องชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car Charger) การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยแผงโซล่าเซลล์ (Solar Cell) บนหลังคาเกาะจ่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น



--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sat Nov 02, 2019 6:06 am

“โออาร์” ปลดล็อกการลงทุน พร้อมติดปีกบินจากปตท.
.
เตรียมตัวเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯปี 2563
.
วันนี้ จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (โออาร์) แม่ทัพหญิงคนแรกในธุรกิจพลังงานของเมืองไทย ได้เปิดตัว โออาร์ อย่างเป็นทางการและร่ายยาวถึงกลยุทธ์ต่างๆ อย่างเต็มปากเต็มคำเป็นครั้งแรก
.
หลังจากปตท.ได้ปรับโครงสร้างบริษัทใหม่นี้สำเร็จไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2561ที่ผ่านมาและ มีแผนนำ “โออาร์” เข้าระดมทุนตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งได้ในปลายปีนี้ และทำการซื้อขายในตลาดได้ในไตรมาสแรกของปี 2563
.
ย้อนกลับไปหาคำตอบกันอีกครั้งว่าทำไมโออาร์ต้องแยกตัวมาจากปตท.
.
จิราพร เคยอธิบายไว้ว่าเพื่อให้ภาพของ ปตท. หลุดพ้นจากการเป็นองค์กรของรัฐที่มีความได้เปรียบ รวมทั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจนสอดคล้องตามรัฐธรรมนูญมาตราที่ 75 ซึ่งระบุไว้ว่า รัฐต้องไม่ทำกิจการแข่งกับภาคเอกชน
.
และการเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเสริมสร้างความชัดเจนและโปร่งใสในสายตาของสาธารณชนต่อการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากจะมีการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงิน ตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกด้วย
.
เมื่อแยกตัวออกมาแล้วทรัพย์สินของโออาร์ประกอบด้วยอะไรบ้าง
.
มี 3 กลุ่มหลักได้แก่1.กลุ่มธุรกิจน้ำมัน 2.กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) และ3.กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ

ปัจจุบันรายได้ 70% ของโออาร์ มาจากกลุ่มธุรกิจน้ำมัน ส่วนอีก 30% มาจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil)
.
มีเป้าหมายว่า 2 ธุรกิจหลังจะต้องมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นหลังการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเฉพาะการบุกไปทำธุรกิจในต่างประเทศที่โออาร์ได้นำรูปแบบทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จภายในประเทศ เช่นสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ และศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ ไปต่อยอด
.
โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ
.
ปัจจุบัน โออาร์ มีสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในประเทศ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเมียนมา รวมกว่า 280 แห่ง
.
ร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน ในประเทศ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น และโอมาน รวมกว่า 200 สาขา
.
ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ กว่า 70 สาขา รวมถึงศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ อีกด้วย
.
สำหรับกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจของ โออาร์ ต่อจากนี้ไป จะเน้นการร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศ เพื่อเอาจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาใช้ทำธุรกิจร่วมกัน รวมทั้งมุ่งมั่นในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และให้ความสำคัญในการสร้างความผูกพันและนำไปสู่การออกแบบเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคเป็นการรายบุคคล (Individualized Cus tomer Experience) ผ่านเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Big Data Analytics)
.
พร้อมๆกับการวางแผนสร้างรายได้ทางธุรกิจ โออาร์ ยังพยายามบิวท์แบรนด์เลิพให้เกิดขึ้นในใจคนไทยด้วย
.
อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้นำหญิงคนนี้ได้ให้ความสำคัญและใช้เวลาในการชี้แจงก็คือ ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ โออาร์ ต้องเป็นไปตามแนวทางบีซีจี (BCG: Bio-Economy Circular-Economy Green-Economy) ซึ่งหมายถึงให้ความสำคัญในเรื่องเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งเรื่องมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน ผ่านโครงการไทยเด็ดด้วย
.
เธอรู้ดีว่า วันนี้มูลค่าของแบรนด์ที่มีอยู่ในมือมีค่ามหาศาล เช่น PTT Station เป็นแบรนด์ของสถานีน้ำมันที่มีผู้นิยมมาใช้บริการมากที่สุด
.
หรือSuccess Story ของแบรนด์ Café Amazon ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนมีเอสเอ็มอี รอเข้าคิวซื้อแฟรนไชส์เดือนละนับพันราย
.
ดังนั้นการสร้างให้แบรนด์ โออาร์ เป็นที่รักและยอมรับของสังคมคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้องค์กรแห่งนี้เติบโตได้อย่างแข็งแรงยั่งยืนในอนาคต
Attachments
D320072C-34DD-4C7C-BD1B-565FE7E05827.jpeg
D320072C-34DD-4C7C-BD1B-565FE7E05827.jpeg (354.11 KiB) Viewed 1510 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sat Nov 02, 2019 11:14 am

OR เรือธงแถวหน้ากลุ่มปตท. เดินหน้าร่วมทุนพันธมิตร ส่งแบรนด์ไทยติดระดับโลก

01/11/2019Exclusive News, OR
HoonSmart.com>>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) จัดงานเปิดตัวครั้งแรก OR เรือธงใหม่ของกลุ่ม ปตท. ยอดขาย 5 แสนล้านบาท ปี 61 เป็นรองเพียง PTTGC ส่วนกำไรทำได้เพียง 7,800-7,900 ล้านบาท เน้นเพิ่มจากธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันมากกว่า 30% ชูกลยุทธ์โตก้าวกระโดด ซื้อกิจการ-ร่วมทุนพันธมิตร เป้าหมายมุ่งสู่แบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก พร้อมเติบโตคู่สังคมไทย ใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มบริการลูกค้าตรงจุด ส่วนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ยังเปิดเผยไม่ได้ ยอมรับมีการศึกษากระจายหุ้นให้ชุมชน



นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) และนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ นำทีมคณะผู้บริหารมาเปิดตัว “OR” อย่างเป็นทางการครั้งแรก พร้อมแถลงข่าว “TOGETHER FOR BETTERMENT: รวมพลัง ร่วมสร้าง เพื่อทุกวันที่ดีขึ้น” เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา

นายอรรถพลกล่าวว่า OR จะทำหน้าที่เป็นแขนขาที่ดีให้กับปตท.ในการทำธุรกิจน้ำมัน และกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) มีความคล่องตัวในการดูแลสังคม และชุมชนให้ทั่วถึง ในปี 2561ที่ผ่านมา OR มียอดขายมากกว่า 5 แสนล้านบาท และกำไรประมาณ 7,800-7,900 ล้านบาท กำไรไม่มากเพราะธุรกิจน้ำมันได้ไม่มาก แต่กำไรก็ยังอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับบริษัทน้ำมันแห่งอื่น เช่น บางจาก เอสโซ่มียอดขาย 2 แสนล้านบาท มีกำไรกว่า 2,000 ล้านบาท

” OR มียอดขาย 5 แสนล้านบาท เทียบกับบริษัทไทยออยล์ (TOP) และบริษัทไออาร์พีซี (IRPC) ที่มียอดขายประมาณ 2-3 แสนล้านบาท จะรู้ว่า OR อยู่ตรงไหนของกลุ่มปตท.และในอุตสาหกรรม ธุรกิจน้ำมัน เราเป็นที่ 1 ของประเทศไทยมานานหลายปี คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 40% และมีร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน 2,800 สาขา เป้าหมายต่อไปจะเป็นแบรนด์ของคนไทยไปต่างประเทศ และยังพาคู่ค้าในปั๊มของเราไปให้ต่างประเทศรู้จักด้วย เติบโตไปด้วยกัน สิ่งที่มุ่งมั่นจะไป 60 ล้านคนทำได้แล้ว เป้าหมายต่อไป 600 ล้านคนในอาเซียน”นายอรรถพลกล่าว

นางสาว จิราพร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2561 ปตท. ได้ปรับโครงสร้างนำหน่วยธุรกิจน้ำมันและบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้องมาอยู่ภายใต้บริษัท ชื่อ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก โดยมีฐานะเป็นบริษัทเรือธง (Flagship) ของกลุ่ม ปตท. มี 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน Non-Oil และธุรกิจต่างประเทศ โดยธุรกิจน้ำมัน มีสถานีบริการทั่วประเทศกว่า 1,850 แห่ง ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นก็มียอดขายเป็นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่องถึง 10 ปี และส่งออกไปขาย 40 ประเทศทั่วโลก ส่วนธุรกิจ Non-Oil มีร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) รวมกว่า 2,800 สาขาและยังนำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ มาเพิ่มความหลากหลายในบริการ ส่วนธุรกิจต่างประเทศ ได้นำรูปแบบทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จภายในประเทศไปต่อยอด มีสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในหลายประเทศรวมกว่า 280 แห่ง และร้านร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอนกว่า 200 สาขา

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าวว่า กลยุทธ์การเติบโตก้าวกระโดดในอนาคต จะเน้นการตั้งบริษัทย่อย หรือร่วมทุนกับพันธมิตทั้งในประเทศและพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละกลุ่มมาใช้ร่วมกันเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ทำให้มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย ( EBITDA) ของธุรกิจ Non-Oil และต่างประเทศจะเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 30% และธุรกิจน้ำมันอยู่ที่ 70%

ขณะเดียวกันยังคงเน้นการพัฒนานวัตกรรมของผลิตภัณฑ์และบริการ นำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Big Data Analytics) มาปรับกระบวนการปรับรูปแบบธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจและบริการ โดยนำความต้องการของลูกค้ามาเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มโดยเฉพาะสังคมชุมชนและเอสเอ็มอีไทย ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบรูปแบบธุรกิจ เพื่อส่งมอบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยได้เป็นเจ้าของ ดังจะเห็นได้จากการที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น และร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน กว่า 80% ลงทุนและดำเนินการโดยผู้แทนจำหน่าย หรือ แฟรนไชส์ซี เกิดการจ้างงานและพัฒนาฝีมือกว่า 85,000 อัตรา สร้างเอสเอ็มอีกว่า 3,800 ราย

” OR จะเติบโตร่วมกับสังคมชุมชนไทยและเอสเอ็มอีไทยมีหลายโครงการที่ช่วยเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์พื้นเมือง เช่นโครงการไทยเด็ด พร้อมนำเอสเอ็มอีไทย สร้างการเติบโตร่วมกันในเวทีโลก เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลกที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ”นางสาวจิราพรกล่าว

ส่วนการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังคงดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และกำลังศึกษาเรื่องการกระจายหุ้นให้ชุมชนตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องช่วงเวลาในการยื่นไฟลิ่งและการกระจายหุ้น ส่วนแผนธุรกิจในปี 2563 รอเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาในปลายปีนี้
Attachments
1DB8C075-2C73-40EC-96F4-03CC2A4FFF4B.jpeg
1DB8C075-2C73-40EC-96F4-03CC2A4FFF4B.jpeg (178.29 KiB) Viewed 1499 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sat Nov 02, 2019 12:44 pm

ปตท. เปิดตัวบริษัทเรือธง “โออาร์” คุมธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก มุ่งเข้าตลาดหุ้น

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ “โออาร์” ธุรกิจเรือธงของกลุ่ม ปตท.
จากเดิมหน่วยงานธุรกิจน้ำมันและบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง จะเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ปตท.

แต่ทาง ปตท. ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ
โดยนำหน่วยงานดังกล่าว มาอยู่ภายใต้บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์
เพื่อดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โออาร์ ประกอบด้วยธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจน้ำมัน 2) กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ (Non-Oil) และ 3) กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ

สำหรับกลุ่มธุรกิจน้ำมัน
โออาร์ ครองส่วนแบ่งตลาดรวมน้ำมันเป็นอันดับ 1 ในประเทศมาอย่างยาวนานกว่า 26 ปี โดยมีธุรกิจที่โดดเด่น ได้แก่

สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันฯ ทั่วประเทศกว่า 1,850 แห่ง

ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ภายใต้แบรนด์ พีทีที ลูบริแคนท์ส ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศอย่างต่อเนื่องถึง 10 ปี และส่งออกไปจำหน่ายแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีการจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ให้กับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคครัวเรือน ภายใต้แบรนด์ ก๊าซหุงต้ม ปตท.
และจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้กับลูกค้ากลุ่มอากาศยาน เรือขนส่ง และอุตสาหกรรม

สำหรับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil)
โออาร์ จะมีร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี
โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขาภายในประเทศรวมกว่า 2,800 สาขา

และธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ อาทิ ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่, ชานมไข่มุกเพิร์ลลี่ ที, เท็กซัส ชิคเก้น, ฮั่วเซ่งฮง ติ่มซำ, ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้, ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมี บัตรพีทีที บลูการ์ด เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความผูกพันและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่ให้แก่ผู้บริโภค ผ่านเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

สำหรับกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ
โออาร์ ได้นำรูปแบบทางธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จภายในประเทศแล้ว
ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น, ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน, ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ และศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้
ไปต่อยอด ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะกับพฤติกรรมการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ

ปัจจุบัน โออาร์ มีสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในประเทศลาว, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์ และเมียนมา
รวมกว่า 280 แห่ง
ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ในประเทศลาว, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์, เมียนมา, สิงคโปร์, มาเลเซีย, จีน, ญี่ปุ่น และโอมาน รวมกว่า 200 สาขา
และร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ กว่า 70 สาขา รวมถึงศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ อีกด้วย

โออาร์ ดำเนินธุรกิจโดยนำความต้องการของลูกค้ามาเป็นศูนย์กลาง
และใช้แนวคิด โซเชียล อินคลูซีฟเนส (Social Inclusiveness)
เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มโดยเฉพาะสังคมชุมชนและเอสเอ็มอีไทย
ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบรูปแบบธุรกิจ และเป็นเจ้าของ

ดังจะเห็นได้จากการที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น และร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน กว่าร้อยละ 80 ลงทุนและดำเนินการโดยผู้แทนจำหน่าย หรือแฟรนไชส์ซี

ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ โออาร์ จะเป็นไปตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว

เช่น เน้นจำหน่ายน้ำมันดีเซล บี 10 ให้เป็นน้ำมันดีเซลชนิดหลักของประเทศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์ม และช่วยลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ใช้ถุงกระดาษแทนถุงพลาสติก ใช้แก้วกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพ แก้วพลาสติกและหลอดที่ทำจากพืช
รวมถึงนำวัสดุเหลือใช้ภายในร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน มาแปรรูปให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ และวัสดุตกแต่งภายในร้าน

รวมถึงได้ริเริ่มสถานีบริการ อีวี ชาร์จจิ้ง, จำหน่ายเครื่องชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยแผงโซล่าเซลล์ บนหลังคาเกาะจ่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น

การดำเนินธุรกิจของ โออาร์ ช่วยให้เกิดการสร้างงานของประเทศกว่า 85,000 อัตรา
และช่วยส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยกว่า 3,800 ราย

โดยจุดมุ่งหมายของโออาร์ คือ การเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหุ้น
ซึ่งขณะนี้ดำเนินการเรื่องต่างๆ ไปแล้วประมาณ 80%
ที่เหลืออีก 20% จะแล้วเสร็จไม่เกิน 6 เดือน

และมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก
ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ..


จาก facebook page marketthink


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sun Nov 17, 2019 8:32 pm

เทียบฟอร์ม PTTOR – CRC หุ้นไอพีโอค้าปลีก ห้าง-ปั๊มน้ำมัน

17 November 2019
เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2562 บรรยากาศการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ก็ดูคึกคักเป็นพิเศษ กับการรอคอยหุ้น IPO บิ๊กไซต์ ซึ่งมีข่าวว่าอยู่ระหว่างการยื่นไฟลลิ่งเพื่อรอการเข้าเทรดอย่างเป็นทางการ ว่าที่ IPO น้องใหม่ที่บรรดานักลงทุนรอคอยก็คือ PTTOR (PTT Oil and Retail business) และ CRC (Central Retail)

มูลค่าที่คาดว่าจะมีการระดมทุนระดับหมื่นล้านบาท ทำให้นักลงทุนต่างจับตาเป็นพิเศษ และการมาของ IPO น้องใหม่ทั้ง 2 บริษัทนี้ คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทยแน่นอน อย่างน้อยก็หุ้นใน SET50 – SET100

ที่สำคัญ หุ้นสองตัวนี้ต่างเป็นธุรกิจค้าปลีกทั้งคู่แต่รายหนึ่งขายของในปั้ม รายหนึ่งอยู่ในห้าง

PTTOR กับเป้าหมายแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก

ธุรกิจของ PTTOR ประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ (Non-Oil) และกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ

ธุรกิจน้ำมันมี สถานีบริการน้ำมัน พีทีทีสเตชั่น (PTT Station) ปัจจุบันมีจำนวนสถานีทั่วประเทศกว่า 1,850 แห่ง นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ภายใต้แบรนด์ พีทีที ลูบริแคนท์ส (PTT Lubricants) จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

ธุรกิจจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้กับลูกค้ากลุ่มอากาศยาน เรือขนส่ง และอุตสาหกรรม การจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ให้กับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคครัวเรือน ภายใต้แบรนด์ ก๊าซหุงต้ม ปตท.

ส่วนธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ (Non-Oil) มีร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน (Cafe Amazon) ปัจจุบันมีจำนวนสาขาภายในประเทศรวมกว่า 2,800 สาขา นอกจากนี้ยังได้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ (Non-Oil) มาเพิ่มความหลากหลายเติมเต็มความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์และบริการ อาทิ ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่, เท็กซัสชิคเก้น, ฮั่วเซ่งฮงติ่มซำ และศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ (FIT Auto)

ขณะที่กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ปัจจุบันมี สถานีบริการน้ำมันพีทีทีสเตชั่น ในประเทศสปป.ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเมียนมา รวมกว่า 280 แห่ง, ร้านกาแฟ คาเฟ่อเมซอน ในประเทศ สปป.ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น และโอมาน รวมกว่า 200 สาขา

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR ระบุว่าปี 2561 บริษัทมียอดขายกว่า 5 แสนล้านบาท และมีกำไรราว 7.9 พันล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 40% มีค่าการตลาดอยู่ในระดับที่เหมาะสม หากเทียบกับบริษัทในกลุ่มอย่างโรงกลั่นน้ำมันก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี

แต่คาดการณ์ตัวเลขต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ชัดเจน เพราะอยู่ในขั้นตอนการทำรายการแบบแสดงข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายธุรกิจไปให้กลุ่มประเทศอาเซียน

CRC ปรับโครงสร้างใหม่

ในขณะที่เซนทรัลรีเทลหรือ CRC ได้มีการประกาศปรับโครงสร้างไปก่อนหน้านี้ โดยเตรียมนำหุ้น Robinson ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และเตรียมนำ CRC เข้าระดมทุนแทนในเร็วๆ นี้

โดยโครงสร้างธุรกิจของ CRC จะเป็นการนำธุรกิจค้าปลีกทั้งหมดในเครือเซ็นทรัลรวมไว้ด้วยกัน ทั้งธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นเสริมความแข็งแกร่งและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีก

จากบทวิเคราะห์ของ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า CRC เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก แบ่งเป็น กลุ่ม คือกลุ่มธุรกิจแฟชั่น เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน รวมทั้งห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ ทั้งอิตาลี และเวียดนาม รวมทั้ง CMG (ตัวแทนจำหน่ายสินค้าแฟชั่น) , กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ สินค้าตกแต่ง ปรับปรุงบ้านและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ร้านไทวัสดุ และ เพาเวอร์บาย , กลุ่มธุรกิจอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ท๊อปซุปเปอร์มาร์เก็ต แฟมิลี่มาร์ท เพาเวอร์บาย เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ และร้านอาหารในเครือ

ปี 2561 มีรายได้อยู่ที่ 206,078 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,536 ล้านบาท เติบโต 10% YOY รายได้หลักมาจากกลุ่มอาหาร คิดเป็น 44% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้ในไตรมาส 1 ของปี 2562 อยู่ที่ 53,626 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,434 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่ม Central Retail คือกลุ่มจิราธิวัฒน์มีรายได้รวม 206 แสนล้านบาท

ว่าที่ IPO น้องใหม่ทั้ง PTTOR และ CRC ซึ่งหากศึกษาโครงสร้างธุรกิจของทั้งสองบริษัท จะพบว่าแม้จะทำธุรกิจคนละประเภท แต่ในความต่างก็จะมีความคล้ายคลึงอะไรบ้างอย่างที่เหมือนๆ กัน คือทั้งคู่ต่างมีธุรกิจค้าปลีกเหมือนกัน โดย CRG เป็นธุรกิจค้าปลีกที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ส่วน PTTOR มีธุรกิจค้าปลีกที่อยู่สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งทั้งคู่ต่างมีจุดแข็งในตัวเองทั้งคู่ ในขณะเดียวกันทั้ง CRC และ PTTOR ต่างก็รุกธุรกิจต่างประเทศเช่นเดียวกัน

จุดเหมือนที่สำคัญอีกอย่างคือมูลค่าการระดมทุน แม้ขณะนี้จะอยู่ในระหว่างการยื่นไฟลิ่ง แต่ก็มีการคาดการว่ามูลค่าการระดมทุนครั้งนี้ จะมีแรงเขย่าการคำนวณดัชนีใน SET50 และ SET 100 เหมือนการเข้าเทรดของ AWC (แอสเสทเวิรด์ คอร์ป) อย่างแน่นอน

PTTOR CRC

นักวิเคราะห์มอง CRC มีความเสี่ยงมากกว่า

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างหุ้น PTTOR และหุ้น CRC ว่า หุ้นทั้ง 2 ตัวเป็นหุ้นที่อยู่ในประเภทค้าปลีกด้วยกันทั้งคู่ และยังมีความแข็งแกร่งทางการเงินที่พอกัน แต่เป็นหุ้นที่เจาะกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจคนละกลุ่มกันอย่างชัดเจน

ฉะนั้นถือว่าหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้ ไม่ใช่คู่แข่งในเชิงธุรกิจกันโดยทางตรง เนื่องจากหุ้น CRC เป็นหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่จะเน้นตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่างโรบินสัน หรือ ท็อป เป็นต้น

ขณะเดียวกัน หุ้น PTTOR เป็นหุ้นค้าปลีกในกลุ่ม ปตท. ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายนักเดินทางที่ต้องการจับจ่ายระหว่างทาง เช่นร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กในปั๊มน้ำมัน หรือร้านกาแฟอเมซอน ที่ส่วนใหญ่อยู่ในปั๊มของ ปตท. ด้วยเช่นกัน จึงจะเห็นได้ว่า ฐานลูกค้าของหุ้นทั้ง 2 ประเภทถูกแบ่งกันอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ประเมินว่าหุ้น CRC มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่มากกว่า เนื่องจากดำเนินธุรกิจแบบใหญ่ อย่างซุปเปอร์มาร์เก็ต และค้าปลีกที่อิงกับห้างสรรพสินค้า ซึ่งการดำเนินธุรกิจเช่นนี้มักอิงกับภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ หากเศรษฐกิจดีก็ยังไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ แต่เมื่อเศรษฐกิจเข้าสู่โหมดชะลอตัวหรือไม่ดีเมื่อไร พฤติกรรมผู้บริโภคจะซื้อน้อยลงทันที ทำให้หุ้น CRC จะมีปัญหาเมื่อต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจ

ส่วนหุ้น PTTOR ประเมินว่าแม้เศรษฐกิจไม่ดีก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากมีการทำธุรกิจที่ผูกติดกับการเดินทางอย่างปั๊มน้ำมัน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการเดินทางทั่วประเทศอยู่ทุกวัน และตลอดเวลา ทำให้ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านกาแฟของ PTTOR ที่มีทำเลอยู่ในปั๊มน้ำมันเป็นหลัก จะได้เปรียบห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เพราะไม่ว่าด้วยเหตุผลใดนักเดินทางก็ต้องแวะปั๊มน้ำมัน และต้องมีการจับจ่ายใช้สอยระหว่างการเดินทางในการซื้อของบริโภคเป็นเรื่องปกติ
Attachments
A5E04B5E-67CE-4756-9CB6-7EAC18C46F8F.png
A5E04B5E-67CE-4756-9CB6-7EAC18C46F8F.png (112.04 KiB) Viewed 1392 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sat Nov 23, 2019 10:53 am

PTTOR มั่นใจสิ้นปีนี้เปิด `คาเฟ่ อเมซอน` ในไทย-ตปท.ครบ 3,200 สาขา

  บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) มั่นใจเปิด "คาเฟ่ อเมซอน" ในไทย-ตปท.ครบ 3.2 พันสาขา สิ้นปีนี้ ลั่นปี 63 แนวโน้มคนไทยยังบริโภคกาแฟเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

  นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจค้าปลีก บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)​ PTTOR เปิดเผยว่า ในสิ้นปี 62 บริษัทจะมีจำนวนสาขาร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นจำนวน 3,200 สาขา โดยเป็นสาขาที่ประเทศไทยจำนวน 2,950 สาขา และต่างประเทศ จำนวน 250 สาขา

  โดยภายในปี 62 มีการเปิดสาขาใหม่รวมทั้งสิ้นประมาณ 450 สาขา โดยแบ่งเป็นในประเทศ 400 สาขา และต่างประเทศ จำนวน 50 สาขา ซึ่งการขยายสาขานั้นจะเป็นในรูปแบบของเฟรนไประมาณ 80% ใช้งบลงทุนประมาณ 2.5-5 ล้านบาทต่อสาขา

  ทั้งนี้ แผนการเปิดสาขาแห่งใหม่ในปี 63 นั้นเบื้องต้นบริษัทยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกิจ รวมถึงกำลังเตรียมแบบรายการแสดงข้อมูล (ไฟลิ่ง) ​เสนอสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

  สำหรับแนวทางพิจารณาในการเปิดสาขาแห่งใหม่นั้น จะครอบคลุมพื้นที่ ที่มีศักยภาพ และเชื่อว่าคนไทยยังมีความต้องการบริโภคกาแฟอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นได้จากสถิติล่าสุดที่ออกมาพบว่าเฉลี่ยแล้วคนไทยมีการบริโภคกาแฟแค่เพียงคนละ 1.2 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งน้อยกว่าเวียดนามที่มีอัตราการบริโภค 1.6 กิโลกรัมต่อปี และญี่ปุ่นที่มีการบริโภคกว่า 3 กิโลกรัมต่อปี


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sat Nov 23, 2019 10:57 am

PTTOR เดินหน้าเข้าตลท.เชื่อสร้างความหวือหวาให้ตลาดหุ้น เล็งบุกอาเซียน



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -1 พ.ย. 62 13:20 น.
  "ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก" (PTTOR)​ ยันแผนเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อจะสร้างความหวือหวาให้กับตลาดหุ้น เนื่องจาก PTTOR เป็นบริษัทขนาดใหญ่ แย้มศึกษาจัดสรรหุ้นให้ชุมชน ชงบอร์ดเคาะแผนธุรกิจปี 63 เดือนธ.ค.นี้

  นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)​ PTTOR เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการทำแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง)​ เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศในอาเซียนให้มากขึ้น พร้อมกับการนำแบรนด์คู่ค้าในสถานีบริการน้ำมันเป็นที่รู้จักในอาเซียน

  โดยในปี 61 บริษัทมีรายได้ประมาณ 500,000 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิประมาณ 7,800-7,900 ล้านบาท ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก ที่มีส่วนแบ่งการตลาดในระดับ 40% นั้น มีค่าการตลาดอยู่ในระดับที่เหมาะสม และใกล้เคียงกับกลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีกเช่นเดียวกัน

  ด้านนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTOR เปิดเผยว่า บริษัทได้ทยอยดำเนินการรับซื้อโอนสินทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีกมาจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.61 โดยการเข้าซื้อธุรกิจดังกล่าวเป็นการซื้อด้วยราคากลางของตลาด ยืนยันว่าไม่ได้มีการเอื้อผลประโยชน์ต่อกัน

  บริษัทมีเป้าหมายชัดเจนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่าบริษัทจะสร้างความหวือหวาให้กับตลาดหุ้น เนื่องจาก PTTOR เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันมีหลักการที่จะนำไปพิจารณาคือการจะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับชุมชน สำหรับแผนธุรกิจปี 63 จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาในเดือนธ.ค.62

  ล่าสุดเปิดตัวบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก อย่างเป็นทางการ โดยประกอบธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) และกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดยมีกลุ่มธุรกิจสนับสนุนช่วยผลักดันให้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก สามารถดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sat Nov 23, 2019 11:54 am

PTTOR เรือธงใหม่กลุ่ม ปตท. รุกธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก ชูกลยุทธ์สร้างพาร์ทเนอร์หนุนการโต

1 November 2019
ปตท. เปิดตัว โออาร์ บริษัทเรือธงใหม่ในกลุ่ม เดินหน้ารุกธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก ชูกลยุทธ์สร้างพาร์ทเนอร์ และตั้งบริษัทย่อยช่วยดันการเติบโตของบริษัท


นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค.61 ปตท. ได้ปรับโครงสร้างโดยนำหน่วยธุรกิจน้ำมันและบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเดิมเป็นหน่วยธุรกิจหนึ่งของ ปตท. มาอยู่ภายใต้บริษัท ชื่อ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) โดยมีฐานะเป็นบริษัทเรือธงของกลุ่ม ปตท. ด้านการดำเนินธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ โออาร์ ประกอบด้วยธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ และกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดยมีกลุ่มธุรกิจสนับสนุนช่วยผลักดันให้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก สามารถดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปี 61 มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจน้ำมัน 70% และธุรกิจค้าปลีกร่วมกับธุรกิจต่างประเทศ 30%

สำหรับกลุ่มธุรกิจน้ำมัน โออาร์ ครองส่วนแบ่งตลาดรวมน้ำมันเป็นอันดับ 1 ในประเทศกว่า 26 ปี โดยมีธุรกิจที่โดดเด่น ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันฯ ทั่วประเทศกว่า 1,850 แห่ง ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ภายใต้แบรนด์ พีทีที ลูบริแคนท์ส ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศอย่างต่อเนื่อง 10 ปี และส่งออกไปจำหน่ายกว่า 40 ประเทศทั่วโลก การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้กับลูกค้ากลุ่มอากาศยาน เรือขนส่ง และอุตสาหกรรม การจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas: LPG) ให้กับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคครัวเรือน ภายใต้แบรนด์ ก๊าซหุงต้ม ปตท.

ขณะที่ กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) โออาร์ คือ ผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ ภายในสถานีบริการน้ำมันฯ เป็นรายแรกของประเทศ โดยมีร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขาภายในประเทศกว่า 2,800 สาขา นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ มาเพิ่มความหลากหลายให้ผลิตภัณฑ์และบริการ อาทิ ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ ชานมไข่มุกเพิร์ลลี่ ที เท็กซัส ชิคเก้น ฮั่วเซ่งฮง ติ่มซำ ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ เป็นต้น อีกทั้งยังมีบัตรพีทีที บลูการ์ด เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความผูกพันและนำไปสู่การออกแบบเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคเป็นการรายบุคคลผ่านเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Big Data Analytics)

ส่วน กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โออาร์ นำรูปแบบทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จภายในประเทศ ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ และศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ ไปต่อยอดโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ อีกทั้งยังได้นำผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีไทย ไปขยายธุรกิจ สร้างการเติบโตร่วมกันในต่างประเทศ

ปัจจุบัน โออาร์ มี สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในประเทศ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเมียนมา รวมกว่า 280 แห่ง ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ในประเทศ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น และโอมาน รวมกว่า 200 สาขา ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ กว่า 70 สาขา รวมถึงศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ อีกด้วย

โออาร์ ดำเนินธุรกิจโดยนำความต้องการของลูกค้ามาเป็นศูนย์กลาง และใช้แนวคิด โซเชียล อินคลูซีฟเนส เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มโดยเฉพาะสังคมชุมชนและเอสเอ็มอีไทย ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบรูปแบบธุรกิจเพื่อร่วมกันสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ที่ โออาร์ เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดย โออาร์ มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมของผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนเป็นผู้ทดลองดำเนินธุรกิจต้นแบบตามที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้ช่วยกันออกแบบไว้จนประสบความสำเร็จ เพื่อส่งมอบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้น ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยได้เป็นเจ้าของ

การดำเนินธุรกิจของ โออาร์ ช่วยให้เกิดการสร้างงานของประเทศกว่า 85,000 อัตรา และช่วยส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยกว่า 3,800 ราย โออาร์ จะเติบโตร่วมกับสังคมชุมชนไทยและเอสเอ็มอีไทย พร้อมนำเอสเอ็มอีไทย สร้างการเติบโตร่วมกันในเวทีโลก เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลกที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ในปี 61 โออาร์ มีรายได้จากยอดขาย 5 แสนล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 7.9 พันล้านบาท ซึ่งโออาร์ อยู่ในช่วงเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และมีกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตให้องค์กรอย่างก้าวกระโดด ด้วยการจัดตั้งบริษัทย่อย และร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่โออาร์จะเข้าไปทำธุรกิจ เพื่อผนึกจุดแข็งของบริษัทฯ และพันธมิตรเข้าไว้ด้วยกัน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sat Nov 23, 2019 11:57 am

PTT เปิดตัว PTTOR เป็นเรือธงใหม่พร้อมเข้าตลาด โชว์รายได้ปี 2561 ทะลุ 5 แสนล้านบาท


นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR เปิดเผยว่า ได้จัดงาน TOGETHER FOR BETTERMENT: รวมพลัง ร่วมสร้าง เพื่อทุกวันที่ดีขึ้น" เพื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีฐานะเป็นบริษัทเรือธง (Flagship) ของกลุ่ม ปตท. (PTT) ด้านการดำเนินธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ


ประกอบด้วยธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) และกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดยมีกลุ่มธุรกิจสนับสนุนช่วยผลักดันให้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก สามารถดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับกลุ่มธุรกิจน้ำมัน ครองส่วนแบ่งตลาดรวมน้ำมันเป็นอันดับ 1 ในประเทศมากว่า 26 ปี โดยมีธุรกิจที่โดดเด่น ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันฯ ทั่วประเทศกว่า 1,850 แห่ง ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ภายใต้แบรนด์ พีทีที ลูบริแคนท์ส (PTT Lubricants) มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศถึง 10 ปี และส่งออกไปจำหน่ายแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก


รวมทั้งการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้กับลูกค้ากลุ่มอากาศยาน เรือขนส่ง และอุตสาหกรรม การจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas: LPG) ให้กับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคครัวเรือน ภายใต้แบรนด์ ก๊าซหุงต้ม ปตท. โดยมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ


ส่วนกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) บริษัท​ คือ ผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ภายในสถานีบริการน้ำมันฯ เป็นรายแรกของประเทศ โดยมีร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ปัจจุบันมีจำนวนสาขาภายในประเทศรวมกว่า 2,800 สาขา นอกจากนี้ ยังได้นำธุรกิจ Non-Oil มาเพิ่มความหลากหลาย เช่นร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ ชานมไข่มุกเพิร์ลลี่ ที เท็กซัส ชิคเก้น ฮั่วเซ่งฮง ติ่มซำ ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ (FIT Auto) ฯลฯ อีกทั้งยังมีบัตรพีทีที บลูการ์ด (PTT Blue Card)


ด้านกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ได้นำรูปแบบทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จภายในประเทศ ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ และศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ ไปต่อยอดโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ปัจจุบัน โออาร์ มี สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในประเทศ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเมียนมา รวมกว่า 280 แห่ง ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ในประเทศ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น และโอมาน รวมกว่า 200 สาขา ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ กว่า 70 สาขา รวมถึงศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ อีกด้วย


ด้าน ทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษั​ท เป็นไปตามแนวทางบีซีจี (BCG: Bio-Economy Circular-Economy Green-Economy) ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว บริษัท​ เป็นผู้นำการจำหน่ายน้ำมันดีเซล บี 10 ให้เป็นน้ำมันดีเซลชนิดหลักของประเทศ การริเริ่มสถานีบริการ อีวี ชาร์จจิ้ง (EV Charging Station) การจำหน่ายเครื่องชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car Charger) การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยแผงโซล่าเซลล์ (Solar Cell) บนหลังคาเกาะจ่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น


นางสาวจิราพร กล่าวอีกว่า ประเด็นการกระจายหุ้น IPO ให้ชุมชนตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ต้องพิจารณารายละเอียด ความเป็นไปได้และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในขณะนี้
ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ PTTOR กล่าวว่า ความคืบหน้าการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท) โดยปัจจุบันอยู่ในกระบวนการจัดทำรายละเอียดแบบแสดงรายการ (ไฟลิ่ง) เพื่อยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)


โดยในปี 2561บริษัท มีกำไรสุทธิประมาณ 7,800-7,900 ล้านบาท และมีรายได้ประมาณ 500,000ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศในอาเซียนให้มากขึ้น พร้อมกับการนำแบรนด์คู่ค้าในสถานีบริการน้ำมันเป็นที่รู้จักในอาเซียน
Attachments
84B6EA2D-6021-43EC-A064-4BD2E1F014A3.jpeg
84B6EA2D-6021-43EC-A064-4BD2E1F014A3.jpeg (170.96 KiB) Viewed 1321 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Dec 04, 2019 9:27 pm

PTT-GULF-WHA ยันธุรกิจไปได้สวย ปตท.ยื่นไฟลิ่ง OR ก่อน มิ.ย. 63

03/12/2019Exclusive News, GULF, PTT, WHA
HoonSmart.com>>ปตท.- กัลฟ์-ดับบลิวเอชเอ เดินหน้าลงทุน ยันธุรกิจเติบโตระยะยาว GULF ยันกำไรโต P/E ลดเหลือไม่เกิน 20 เท่าใน 3-4 ปีข้างหน้า WHA คาดนักลงทุนจีนเข้ามาซื้อที่ดินมากขึ้น

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า ธุรกิจปิโตรเคมียังคงได้รับกระทบจากเศรษฐกิจโลก ทำให้ความต้องการใช้ลดลงไปมาก กดดันให้ส่วนต่าง (สเปรด) แต่ราคาและส่วนต่างที่ต่ำเกินไป เชื่อว่าจะทำให้การบริโภคกลับมาบ้าง ส่วนธุรกิจโรงกลั่น ค่าการกลั่นเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/2562

สำหรับธุรกิจอื่น ๆ จะไม่ได้รับผลกระทบ และจะได้ผลดีจากราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวในระดับไม่สูงมาก เช่น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) จะมีปริมาณสำรองยาวนานขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการในช่วงที่ผ่านมา บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) มีการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเต็มที่ต่อเนื่อง และบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) มุ่งขยายไปยังอินโดจีนอย่างต่อเนื่อง

ส่วนความคืบหน้าการนำบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คาดว่าจะยื่นแบบไฟลิ่ง เพื่อเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ใน ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ปี 2563

นายชาญศิลป์ กล่าวว่า กลุ่ม ปตท.ยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยตามแผน 5 ปี (ปี 2562-2566) มีงบลงทุนรวม 1.1 ล้านล้านบาท เป็นของปตท.ประมาณ 2 แสนล้านบาท เชื่อว่าจะเริ่มเห็นผลมากขึ้นในปี 2565 และได้ผลชัดเจนในปี 2567 จากโครงการขยายกำลังการการกลั่นตามโครงการพลังงานสะอาด (CFP) ของบริษัทไทยออยล์ (TOP) แล้วเสร็จ

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) กล่าวว่า บริษัทตัดสินใจลงทุนโครงการใดๆ ได้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศ ส่งผลให้บริษัทมีกระแสเงินสดและกำไรค่อนข้างต่อเนื่อง ทำให้ P/E หุ้น GULF ลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับผลประกอบการที่จะเข้ามาใน 3-4 ปีข้างหน้าตามที่คาดการณ์ไว้ ด้วยราคาหุ้นในปัจจุบัน P/E จะเหลืออยู่ที่ 15-20 เท่า ไม่แพงเมื่อเทียบกับ P/E ตลาดหุ้นที่ปัจจุบันอยู่ที่ 17-18 เท่า

“โครงการที่วางแผนลงทุนไว้ใน 10 ปีข้างหน้า ค่อนข้างมีภาพที่ชัดเจน บริษัทสามารถจัดการความเสี่ยงต่างๆได้ ส่วนเรื่องเงินบาทแข็งค่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบ เพราะเป็นการลงทุนโครงการระยะยาว และได้ซื้อฟอร์เวิร์ดไว้ทั้งหมดแล้ว รวมถึงยังได้ขยายออกไปต่างประเทศค่อนข้างมาก ทำให้พอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงและมีความสมดุลมากขึ้น”นายสารัชถ์กล่าว

ด้านนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) กล่าวว่า นักลงทุนจีนย้ายออกมาลงทุนในต่างประเทศ น่าจะเห็นภาพที่ดีขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า ทำให้ลูกค้านิคมอุตสาหกรรมของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมเป็นลูกค้าญี่ปุ่นมากสุด แต่ขณะนี้นักลงทุนจากจีนมาเป็นอันดับ 1 รองลงมาไต้หวัน คิดเป็นสัดส่วนลงทุนรวม 70% ส่วนญี่ปุ่นเข้ามาเป็นอันดับ 3

ขณะเดียวกัน บริษัทวางแผนลงทุน 5 ปี (ปี 2563-2567) ที่ 5.4 หมื่นล้านบาท เป็นการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยจะเน้นการลงทุนใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค และโลจิสติกส์ ซึ่งยังมีศักยภาพการเติบโตค่อนข้างมาก


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri Dec 06, 2019 1:02 pm

‘โออาร์’ ยังไม่ได้ข้อสรุปกระจายหุ้นให้ชุมชน

โดย The Bangkok Insight Editorial Team 4 ธันวาคม 2562
“โออาร์” ยังไม่ได้ข้อสรุปกระจายหุ้นให้วิสาหกิจชุมชน ย้ำต้องทำตามกฎหมาย ระบุเอกสารไฟลิ่งเสร็จปีนี้แน่ พร้อมเข้าบอร์ดปตท.



นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ กล่าวถึงความคืบหน้าการนำโออาร์เข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ยังอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) คาดว่าจะแล้วเสร็จ และนำเข้าคณะกรรมการปตท.ในปีนี้ โดยต้องให้ที่ปรึกษากฎหมายตรวจสอบด้วย

ส่วนที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ยังไม่ได้แต่งตั้ง สำหรับสัดส่วนการกระจายหุ้นจะเป็นเท่าใดนั้น ก็ต้องมาดูกันอีกครั้ง รวมไปถึงการจัดสรรหุ้นให้กลุ่มต่างๆ รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายเช่นเดียวกัน สำหรับเวลาที่เหมาะสมในการกระจายหุ้นนั้น นางสาวจิราพร ย้ำว่า ต้องดูจังหวะที่เหมาะสม


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Dec 11, 2019 11:41 am

โออาร์ขยายธุรกิจนอนออยล์ เตรียมขยายตลาดชา หลังประสบความสำเร็จตลาดกาแฟ คุยช่วยสร้างรายได้ชุมชน ซื้อเมล็ดกาแฟดิบประมาณ 4,000 ตันต่อปี จากเกษตรกรทั่วประเทศกว่า 2,800 ครัวเรือน

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ เปิดเผยว่า โออาร์ อยู่ระหว่างจัดทำแผนธุรกิจระยะ 5 ปี (ปี 2563-2567) เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการของโออาร์และ บมจ.ปตท.เห็นชอบในช่วงเดือนธันวาคมนี้ โดยในส่วนของธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non Oil) จะเห็นการส่งเสริมออกไปทำตลาดในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV เช่น ชานมไข่มุกเพิร์ลลี่ ที (Pearly Tea) จะเห็นการเปิดสาขาแรกในต่างประเทศเป็นครั้งแรกที่ สปป.ลาว และเตรียมจัดทำมาสเตอร์แฟรนไชส์ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ใน สปป.ลาวอีกด้วย เป็นการจับมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่น และอยู่ระหว่างการเจรจา เพื่อพัฒนาสินค้าร่วมกัน ซึ่งเป็นแบรนด์ท้องถิ่นของลาวออกมาจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้

ส่วนร้านกาแฟ “คาเฟ่อเมซอน” ก็มีแผนที่จะขยายสาขาในต่างประเทศมากขึ้น เช่น เวียดนาม ส่วนในจีนที่มีการเปิดสาขาในปั๊มน้ำมันซิโนเปค เมืองหนานหนิง มณฑลกว่างซี ประเทศจีน ได้รับการตอบรับจากลูกค้าที่ดีมีการสั่งซื้อผ่านออนไลน์ ทำให้ยอดขายเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าแผนที่ตั้งไว้ ขณะที่ยอดขายในแทนอาเซียน ก็เติบโตดี โดยยอดขายในกัมพูชา ถือว่าเป็นอันดับ 1 เฉลี่ยอยู่ที่ 400-500 แก้วต่อวัน รองลงมา คือ ลาว มียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 300 แก้วต่อวัน และบางวันทะลุไม่ถึง 1,000 แก้ว

ส่วนในไทย โออาร์ได้เปิดให้สินค้าหรือร้านค้าท้องถิ่นเข้ามาจำหน่ายในสถานีบริการ (ปั๊ม) น้ำมัน “PTT Station” เพิ่มมากขึ้น อาทิ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย และอื่น ๆ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี

ในงาน “เศรษฐกิจฐานราก พลิกความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย” วานนี้ (10 ธ.ค.) นางสาวจิราพร กล่าวว่า โออาร์เดินตามวิสัยทัศน์ของ ปตท.ในการเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลกที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชน ผ่านการดำเนินธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง มุ่งมั่นพัฒนาสถานีบริการน้ำมันฯ ให้เป็นพื้นที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกว่า 1,500 ราย เป็นผู้ดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังได้สร้างงานสร้างอาชีพกว่า 23,000 คน ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันฯ จำนวนรวมกว่า 1,850 แห่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ โออาร์ ได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจัด “โครงการไทยเด็ด” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนนำผลิตผลทางการเกษตร อาหาร และสินค้าหัตถกรรมงานฝีมือที่มีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นมาจำหน่ายภายในสถานีบริการน้ำมันฯ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสในการขยายตลาดและสร้างรายได้เพิ่มให้กับผู้ประกอบการฯ ปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว จำนวน 147 ราย และยังคงมีแผนขยายโครงการฯ ไปยังสถานีบริการน้ำมันฯ ทั่วประเทศต่อไป

นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากผ่านธุรกิจร้านกาแฟคาเฟ่อเมซอน ที่มีจำนวนรวมกว่า 2,800 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการโดยผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) กว่า 2,400 ราย เป็นธุรกิจที่ช่วยสร้างงานกว่า 16,000 คน

นอกจากนี้ ยังได้คัดเลือกสินค้าชุมชนมาวางจำหน่ายภายในร้าน รวมถึงการรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบประมาณ 4,000 ตันต่อปี จากเกษตรกรทั่วประเทศกว่า 2,800 ครัวเรือน อาทิ เมล็ดกาแฟกะลาจากวิสาหกิจชุมชนบ้านปางขอน จังหวัดเชียงราย เป็นต้น โดยมีแผนการขยายผลการวิจัย การพัฒนาการปลูก และการผลิตกาแฟแบบระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กับเกษตรกรในภาคเหนือและภาคใต้ รวมถึงการรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรทั่วประเทศอีกด้วย

"ธุรกิจกาแฟประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ช่วยเหลือชุมชนขณะนี้กำลังดูว่าจะผลักดันแบรนด์ใดเพิ่มเติม ซึ่งกรณีชาก็จะเป็นตัวหนึ่งที่จะผลักดันให้เดินหน้าแข็งแกร่ง" นางสาวจิราพร กล่าว


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Dec 11, 2019 9:44 pm

ปตท.ยันไม่ร่วมชิงซื้อ”เทสโก้ โลตัส” ชี้ไม่มีความถนัด-ขอโฟกัสธุรกิจในมือ

เผยแพร่: 11 ธ.ค. 2562 17:27 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

11 ธ.ค. 2562 17:27
ปตท.ไม่สนใจร่วมยื่นซื้อเทสโก้โลตัส แต่จะโฟกัสธุรกิจที่มีอยู่ในมือและการนำโออาร์เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯในปีหน้า
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท.ไม่สนใจที่จะเข้าร่วมประมูลซื้อกิจการเทสโก้ โลตัส หากจะมีการขายกิจการจริงตามที่เป็นข่าว เนื่องจากเป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่ และ ปตท.ไม่มีความถนัดที่จะเข้าไปบริหารจัดการ

ปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวแตกต่างจากปี 2553 ที่ ปตท.เคยเข้าร่วมเสนอประมูลซื้อห้างค้าปลีกคาร์ฟูร์ แต่ขณะนี้ ปตท.ขอโฟกัสการลงทุนในธุริกจที่มีอยู่และบริหารจัดการให้ดีที่สุดก่อน รวมถึงเตรียมความพร้อมเพื่อนำบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยคาดว่าจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง)เพื่อเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรกต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้ภายในครึ่งแรกปี 2563

“ขณะนี้ขอโฟกัสกับธุรกิจที่มีอยู่และดำเนินการหลากหลายด้าน ซึ่งต้องยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก แต่ก็ได้บริหารความเสี่ยงให้ดีที่สุด พร้อม ๆ กับดูถึงทิศทางในอนาคตที่จะลงทุนเพิ่มรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ส่วนการค้าปลีกขนาดใหญ่ไม่ใช่งานถนัดของ ปตท." นายชาญศิลป์ กล่าว

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ระบุว่า หาก Tesco ตัดสินใจประกาศขายกิจการเทสโก้ โลตัส ในไทยและมาเลเซีย มองว่า บริษัทที่มีศักยภาพที่จะซื้อกิจการได้ ประกอบด้วย บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) , เครือเซ็นทรัล, เครือซีพี และเครือไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งเทสโก้ โลตัสในประเทศไทยมีสาขา 1,967 สาขา และมาเลเซีย 74 สาขา


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Dec 18, 2019 3:31 pm

PTTOR เผยไม่มีแผนซื้อ`เทสโก้ โลตัส`ในตอนนี้ ยื่นไฟลิ่ง-เข้า SET ปี 63



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 ธ.ค. 62 15:26 น.
  PTTOR ระบุไม่มีแผนซื้อ"เทสโก้ โลตัส"ในตอนนี้ เตรียมยื่นไฟลิ่ง-เข้าเทรด SET ปี 63

  นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)​ PTTOR เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่มีแผนจะซื้อกิจการเทสโก้ โลตัส ในปัจจุบัน แม้ว่านักวิเคราะห์จะประเมินว่าบริษัทมีศักยภาพในการลงทุนและสามารถสร้าง synergy ให้แก่บริษัท จากทั้ง 3 กลุ่มบริษัทที่มีศักยภาพ ประกอบไปด้วย กลุ่มซีพี,กลุ่มทีซีซี และกลุ่มปตท.

  "ในอดีตบริษัทมีความสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการอย่างร้านค้าปลีกคาร์ฟู แต่ด้วยสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลง จึงมองว่าการซื้อกิจการเทสโก้โลตัสยังไม่ใช่แผนในตอนนี้"นางสาวจิราพรกล่าวเพิ่มเติม

  สำหรับการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำไฟลิ่งยื่นแก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งคาดว่าในปี 63 จะสามารถยื่นเอกสารและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)ได้

  แผนธุรกิจในปี 63 บริษัทจะเสนอเข้าการประชุมคณะกรรมการของบริษัทและคณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ได้ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ โดยในเบื้องต้นบริษัทยังคงโฟกัสการขยายคาเฟ่ อเมซอน ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการขยายสถานีบริการน้ำมันในประเทศ

  บริษัทพร้อมด้วยบริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือการจัดตั้งร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์(Café Amazon for Chance) ในรูปแบบเพื่อสังคม โดยก.ล.ต. จะจัดตั้งร้าน คาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์ ณ อาคาร ก.ล.ต. ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งจะเปิดให้บริการในไตรมาส 2/63 เพื่อใช้เป็นสถานที่พัฒนาอาชีพและส่งเสริมการจ้างงานกลุ่มผู้พิการให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Thu Dec 19, 2019 8:13 pm

OR ร่วมทุน”เซ็นทรัล เรสตอรองส์ ” เปิดร้าน Cafe Amazon ในเวียดนาม

19/12/2019Exclusive News, OR
HoonSmart.com>>บริษัทปตท.น้ำมันและการค้าปลีก(OR)เซ็นสัญญาร่วมทุนเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป สัดส่วน 60 ต่อ 40 ดำเนินธุรกิจกาแฟ Café Amazon ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม OR คาดใช้เงินลงทุนประมาณ 64 ล้านบาท ส่งแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญบริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2562ที่ผ่านมา บริษัทย่อยคือ บริษัทปตท.น้ำมันและการค้าปลีก(OR) ลงนามในสัญญาร่วมทุนกับบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) สัดส่วน 60 ต่อ 40 เพื่อดำเนินธุรกิจกาแฟ Café Amazon ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ทั้งนี้ กลุ่ม OR ใช้เงินลงทุนไม่เกิน 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯคิดเป็นเงินประมาณ 64 ล้านบาท การร่วมทุนครั้งนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ OR ในการขยายธุรกิจ และเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก

บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า เบื้องต้นมองเป็นบวกต่อ CENTEL (CRG เป็นบริษัทลูก) Café Amacon แบรนด์ที่แข็งแรงและเป็นร้านกาแฟอันดับ 1 ของไทยและกัมพูชา ขณะที่เวียดนามเป็นตลาดที่น่าสนใจมีจำนวนประชากรสูงกว่า 95 ล้านคน รวมถึงกลุ่มเซนทรัลมีธุรกิจค้าปลีกในเวียดนามคือ Big C (กำลังเปลี่ยนชื่อเป็น GO) คาดว่าจะสามารถใช้ประโยชน์และมี Synergy ร่วมกัน

“เบื้องต้นปัจจุบันเรายังคงราคาเหมาะสมปี 2563 ของ CENTEL ที่ 27 บาท แนะนำ เก็งกำไร”บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Thu Jan 09, 2020 10:53 am

PTTOR ยันไม่มีแผนซื้อกิจการ `เทสโก้`



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 ม.ค. 63 10:38 น.
  PTTOR ยืนยันไม่มีแผนจะเข้าซื้อธุรกิจ "เทสโก้" ในไทยตามที่เป็นข่าว

  นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) PTTOR เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า บริษัทยืนยันว่าไม่มีแผนจะเข้าซื้อกิจการ 'เทสโก้' ในไทยตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า PTTOR วางแผนจะเข้าซื้อธุรกิจเทสโก้ในไทย ด้วยการเข้าร่วมประมูล

  "เราไม่ได้มีแผนที่จะทำการอย่างที่เป็นข่าว ไม่ได้ดำเนินอะไร"นางสาวจิราพร กล่าว


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Thu Jan 09, 2020 11:05 am

ซีอีโอ PTT ปฏิเสธข่าวยื่นซื้อ"เทสโก้ โลตัส" ระบุเป็นข่าวปลอม

ข่าวหุ้น-การเงิน 9 มกราคม พ.ศ. 2563 09:06 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) ปฏิเสธข่าวกลุ่มปตท. สนใจเข้าซื้อกิจการ เทสโก้ โลตัสในเอเชีย

"เป็นข่าวปลอม ... ไม่ใช่บิสซิเนสของเรา ไม่ใช่กลยุทธ์ของเรา" นายชาญศิลป์ กล่าวกับ"อินโฟเควสท์"

เช้านี้สื่อต่างประเทศรายงานว่า บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบมจ.ปตท. (PTT) วางแผนที่จะซื้อธุรกิจในเอเชียของเทสโก้ ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกของอังกฤษ มูลค่าราว 9 พันล้านดอลลาร์


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Thu Jan 09, 2020 11:34 am

ซีอีโอ PTT ปฏิเสธข่าวยื่นซื้อ"เทสโก้ โลตัส" ระบุเป็นข่าวปลอม

ข่าวหุ้น-การเงิน 9 มกราคม พ.ศ. 2563 09:06 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) ปฏิเสธข่าวกลุ่มปตท. สนใจเข้าซื้อกิจการ เทสโก้ โลตัสในเอเชีย

"เป็นข่าวปลอม ... ไม่ใช่บิสซิเนสของเรา ไม่ใช่กลยุทธ์ของเรา" นายชาญศิลป์ กล่าวกับ"อินโฟเควสท์"

เช้านี้สื่อต่างประเทศรายงานว่า บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบมจ.ปตท. (PTT) วางแผนที่จะซื้อธุรกิจในเอเชียของเทสโก้ ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกของอังกฤษ มูลค่าราว 9 พันล้านดอลลาร์


Jaikhom04
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1
Joined: Tue Feb 04, 2020 11:36 am

Re: PTTOR

Posts by Jaikhom04 » Fri Feb 07, 2020 8:30 am

pakapong_u wrote:
Thu Dec 19, 2019 8:13 pm
OR ร่วมทุน”เซ็นทรัล เรสตอรองส์ ” เปิดร้าน Cafe Amazon ในเวียดนาม

19/12/2019Exclusive News, OR
HoonSmart.com>>บริษัทปตท.น้ำมันและการค้าปลีก(OR)เซ็นสัญญาร่วมทุนเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป สัดส่วน 60 ต่อ 40 ดำเนินธุรกิจกาแฟ Café Amazon ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม OR คาดใช้เงินลงทุนประมาณ 64 ล้านบาท ส่งแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญบริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2562ที่ผ่านมา บริษัทย่อยคือ บริษัทปตท.น้ำมันและการค้าปลีก(OR) ลงนามในสัญญาร่วมทุนกับบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) สัดส่วน 60 ต่อ 40 เพื่อดำเนินธุรกิจกาแฟ Café Amazon ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ทั้งนี้ กลุ่ม OR ใช้เงินลงทุนไม่เกิน 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯคิดเป็นเงินประมาณ 64 ล้านบาท การร่วมทุนครั้งนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ OR ในการขยายธุรกิจ และเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก

บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า เบื้องต้นมองเป็นบวกต่อ CENTEL (CRG เป็นบริษัทลูก) Café Amacon แบรนด์ที่แข็งแรงและเป็นร้านกาแฟอันดับ 1 ของไทยและกัมพูชา ขณะที่เวียดนามเป็นตลาดที่น่าสนใจมีจำนวนประชากรสูงกว่า 95 ล้านคน รวมถึงกลุ่มเซนทรัลมีธุรกิจค้าปลีกในเวียดนามคือ Big C (กำลังเปลี่ยนชื่อเป็น GO) คาดว่าจะสามารถใช้ประโยชน์และมี Synergy ร่วมกัน

“เบื้องต้นปัจจุบันเรายังคงราคาเหมาะสมปี 2563 ของ CENTEL ที่ 27 บาท แนะนำ เก็งกำไร”บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ
ร้านกาแฟในเวียดนาม ผมมองว่ายากมากๆ คนเวียดนาม กินกาแฟของตัวเอง ถ้ายิ่งราคาแตกต่างจาก local มากยิ่งไปกันใหญ่เลยทีเดียว


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34033
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Thu Feb 20, 2020 2:18 pm

CRC รับเล็งซื้อ`เทสโก้ โลตัส`- แย้มอาจใช้ `กรีนชู`ตั้งแต่วันแรก
  CRC คาดรายได้ใน 5 ปี โตปีละ 10-12% กระจายลงทุนในไทย-เวียดนาม-อิตาลี นำเงินระดมทุน 7หมื่นลบ.ลุยขยายสาขาต่อเนื่อง วางงบลงทุนปีนี้ 3-5หมื่นลบ. แย้มอยู่ระหว่างพิจารณายื่นประมูลซื้อ "เทสโก้ โลตัส" ฟาก บล.ภัทร แจงหุ้นร่วงตามตลาด ยันพื้นฐานยังแกร่ง แย้มวันนี้อาจใช้ "กรีนชู"

   นาย ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า มั่นใจว่าธุรกิจของบริษัทยังเติบโตได้ดี ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ดี โดยมั่นใจแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทยังแข็งแกร่ง ซึ่งบริษัทได้ขยายการลงทุนในกลุ่มธุรกิจ 3 กลุ่มได้แก่

   1.กลุ่มแฟชั่นซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ 2.กลุ่มฮาร์ดไลน์ ซึ่งจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้านภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ และเพาเวอร์บาย 3.กลุ่มอาหาร ซึ่งจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค

   โดยบริษัทคาดการเติบโตของรายได้เฉลี่ยเติบโตปีละประมาณ 10-12% เนื่องจากมีการกระจายการลงทุนในไทย เวียดนาม และอิตาลี ทั้งนี้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปขยายสาขาในกลุ่มประเทศที่ดำเนินธุรกิจอยู่ ซึ่งเบื้องต้นวางงบลงทุนในปี 63 ไว้ประมาณ 30,000-50,000 ล้านบาท ทั้งนี้เงินลงทุนดังกล่าวยังไม่รวมกับการซื้อกิจการ

   ด้านนาย ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร CRC เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อเข้ายื่นประมูลซื้อกิจการ "เทสโก้ โลตัส" ซึ่งคาดว่าจะยื่นประมูลในช่วงสิ้นเดือนก.พ.นี้

   ขณะที่นายอนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดทุน สายงานวานิชธนกิจ และตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีที่ในช่วงการซื้อขายหุ้น CRC ในช่วงเช้าราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาจองที่ 42 บาทต่อหุ้น มองว่าสาเหตุที่ราคาลดลงเป็นเพราะตลาดหุ้นโดยรวม ซึ่งไม่เกี่ยวกับพื้นฐานของบริษัท

   ส่วนเรื่องการใช้ “กรีนชู ออปชั่น” หรือไม่นั้น จะต้องรอดูในช่วงของการซื้อขายช่วงก่อนปิดตลาดในวันนี้ว่าราคาหุ้นจะเป็นอย่างไร

   ทั้งนี้มองว่า CRC มีจุดแข็งคือเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ ซึ่งมีช่องทางจำหน่ายตอบสนองกับผู้บริโภคทั้งในออนไลน์ และออฟไลน์ รวมถึงมีการกระจายการลงทุนในไทย เวียดนาม และอิตาลี ซึ่งมีกลุ่มทั้งธุรกิจกลุ่มแฟชั่น กลุ่มจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าตกแต่ง รวมถึงกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

  นอกจากนี้ คาดว่าในปี 63 จะสามารถนำบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อยื่นแบบรายการแสดงข้อมูลให้กับ ก.ล.ต.พิจารณา หลังจากที่ได้ดำเนินการโอนสินทรัพย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว


Post Reply