PTTOR

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Mon Nov 05, 2018 5:25 pm

PTTOR รุกตลาดกาแฟตปท. เล็งเปิดร้านอเมซอน ในสิงคโปร์ ช่วง Q1/62 พร้อมเจรจาพันธมิตรเปิดสาขาในมาเลเซีย
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Monday, November 05, 2018 15:56


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ย. 61)--นายวิศาล ชวลิตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดต่างประเทศ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) ในกลุ่มบมจ.ปตท. (PTT) กล่าวว่า บริษัทมีแผนขยายการลงทุนในตลาดอาเซียน ซึ่งจะเน้นในธุรกิจรีเทลเป็นหลัก หลังการเปิดร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ในหลายประเทศก่อนหน้านี้ได้รับการตอบรับที่ดี ล่าสุดเตรียมเปิดร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอนในสิงคโปร์ ภายในไตรมาส 1/62 และตั้งเป้าเปิด 3 แห่งภายในปีหน้า ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร เพื่อลงทุนในมาเลเซียเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 1/62
ปัจจุบันบริษัทเปิดร้านคาเฟ่ อเมซอน ในลาว 51 แห่ง และวางเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 80 แห่งในปี 62 , ฟิลิปปินส์ มี 8 แห่ง จะเพิ่มเป็น 20 แห่ง , เมียนมา อยู่ที่ 4 แห่ง จะเพิ่มเป็น 14 แห่ง และกัมพูชา อยู่ที่ 150 แห่ง เพิ่มเป็น 190 แห่งภายในปี 62
ทั้งนี้ พบว่ายอดขายกาแฟ ที่ร้านคาเฟ่ อเมซอน ในกัมพูชานับว่าดีมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน โดยมียอดขายกาแฟอยู่ที่ 900 แก้ว/วัน/สาขา , ส่วนที่ลาว อยู่ที่ 230 แก้ว/วัน/สาขา ,เมียนมา 180 แก้ว/วัน/สาขา และฟิลิปปินส์ 100 แก้ว/วัน/สาขา
สำหรับธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นขณะนี้ มีการลงทุนแล้ว 9 ประเทศในอาเซียน ส่วนสถานีบริการน้ำมันปตท. มีแล้วใน 4 ประเทศ ได้แก่ ลาว กัมพูชา เมียนมา และฟิลิปินส์
ด้านนายบุญมา พรธนกรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท.(กัมพูชา) จำกัด เปิดเผยว่า นอกเหนือจากธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและร้านกาแฟ คาเฟ่า อเมซอนแล้ว บริษัทยังมองหาโอกาสการลงทุนธุรกิจใหม่ โดยล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร เพื่อเช่าคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และโรงบรรจุ LPG ในกัมพูชา เพื่อขยายตลาด LPG ภาคครัวเรือน เนื่องจากต้องการขยายแบรนด์ ปตท. โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 2/62

--อินโฟเควสท์ โดย อตฦ/วิลาวัลย์/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


mezzo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 693
Joined: Tue Aug 02, 2011 9:33 am

Re: PTTOR

Posts by mezzo » Wed Nov 21, 2018 8:24 pm

มาศึกษาธุรกิจของบริษัท PTTOR กันเถอะ
https://blog.nextzy.me/มาศึกษาธุรกิจของ ... 6d9ca8533e

และขอชื่อชมผู้สรุปด้วยครับ อ่านเข้าใจง่ายดีครับ


mezzo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 693
Joined: Tue Aug 02, 2011 9:33 am

Re: PTTOR

Posts by mezzo » Mon Nov 26, 2018 9:01 pm

“ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก” จับมือการบินไทยเซ็นสัญญาบันทึกช่วยจำเป็นพันธมิตรทางธุรกิจภาคพื้น โดยนำสินค้าเบเกอรี “พัฟแอนด์พาย” มาจำหน่ายในร้าคาเฟ่ อเมซอนสิ้นปีนี้ 17 สาขา คาดปีหน้าขยายเพิ่มเป็น 70 สาขา รวมทั้งจะเปิดร้านร่วมกันในรูปCo-Branding และพัฒนาสินค้าอาหารแช่แข็ง เพื่อจะนำไปวางจำหน่ายในร้านคาเฟ่ อเมซอนในสาขาต่างประเทศด้วย

วันนี้ (26 พ.ย.) นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (PTTOR) ร่วมลงนามในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจภาคพื้นกับนายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือศึกษาและพัฒนาการประกอบธุรกิจร่วมกัน ทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ความร่วมมือในด้านเทคโนโลยีการผลิต รวมถึงการส่งเสริมการสร้างภาพลักษณ์ตราสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้ทดลองจัดจำหน่ายสินค้าประเภทแซนด์วิช เบเกอรี สลัด และอาหารพร้อมรับประทานกว่า 20 ชนิด ภายใต้แบรนด์ “THAI Catering” ของการบินไทยในร้านคาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ที่ PTTOR บริหารเอง 5 สาขาตั้งแต่พฤษภาคม 2561 เป็นต้นมา

นางสาวจิราพรกล่าวว่า การบันทึกความเข้าใจเป็นพันธมิตรทางธุรกิจภาคพื้นในครั้งนี้เป็นการนำจุดแข็งของ 2 บริษัทมาต่อยอดสร้างประโยชน์ร่วมกันช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการบินไทยและยังเพิ่มความหลากหลายในสินค้าในร้านคาเฟ่ อเมซอนเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยสิ้นปีนี้จะขยายเพิ่มเป็น 17สาขา และปีหน้าจะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 70 สาขา

ทั้งนี้ ร้านคาเฟ่ อเมซอนมีทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 2,300 สาขา บริษัทมีเป้าหมายที่จะปั้นให้เป็น Top 10 Brand ของโลก โดยมีอาหารพร้อมรับประทานจากครัวการบินไทยมาให้บริการภายในร้านคาเฟ่ อเมซอน

“ตลอดเวลา 15 ปีที่ผ่านมาธุรกิจร้าน Café Amazon มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการคิดค้นสินค้า และบริการใหม่ๆ เพิ่มความหลากหลายให้กับผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา มีการขยายสาขา เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศ กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ พม่า ญี่ปุ่น และโอมาน โดยปัจจุบันมีร้าน Café Amazon ทั้งใน และต่างประเทศ รวมกว่า 2,300 สาขา โดยมีเป้าหมายในการสร้างการเติบโตให้แบรนด์ Café Amazon เป็น Top 10 แบรนด์ในเวทีโลก และเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมให้การให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในร้าน Café Amazon สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างตรงใจผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น และเป็นก้าวสำคัญในการนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจอื่นๆ ร่วมกันระหว่าง THAI Catering และ Café Amazon ต่อไป

นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในอนาคตจะเปิดร้านร่วมกันในลักษณะของ Co-Branding คือเป็นการรวมกันระหว่างร้านคาเฟ่ อเมซอน กับร้านพัฟแอนด์พาย ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะครอบคลุมไปถึงการร่วมกันพัฒนาสินค้าอาหารแช่แข็งเพื่อจะนำไปวางจำหน่ายในร้านคาเฟ่ อเมซอนในสาขาต่างประเทศอีกด้วย มั่นใจว่าสินค้าภายใต้แบรนด์ “THAI Catering” จะสามารถเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและอาหารพร้อมรับประทานในร้านคาเฟ่ อเมซอน สอดรับแผนกลยุทธ์ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เพิ่มของหน่วยธุรกิจ บริษัท การบินไทยฯ โดยครัวการบินไทยบริการภาคพื้นสร้างรายได้ในปีนี้ 720 ล้านบาท และจะโตขึ้นอีก 13% ในปีหน้า


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri Nov 30, 2018 4:53 pm

ปตท.ทุ่มงบ4หมื่นล้าน ปั้นอเมซอนชนสตาร์บัคส์

ปตท.เตรียมแผน 5 ปี ลงทุน 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายคาเฟ่ อเมซอนสู่ตลาดโลก

ปตท.ทุ่มงบ4หมื่นล้าน ปั้นอเมซอนชนสตาร์บัคส์
นิกเกอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า บริษัท ปตท. วางแผนลงทุน 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.29 หมื่นล้านบาท) ใน 5 ปีข้างหน้า สำหรับการขยายร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน สู่แบรนด์ระดับโลก แข่งกับร้านกาแฟชื่อดังอย่าง สตาร์บัคส์ ของสหรัฐ โดยเน้นตะวันออกกลางและจีนเป็นตลาดหลัก

น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (พีทีทีโออาร์) เปิดเผยว่า ปตท.วางแผนเปิดสาขาคาเฟ่ อเมซอน ทั้งหมด 2 หมื่นสาขาทั่วโลก และมีเป้าหมายปั้นคาเฟ่ อเมซอน เป็นท็อป 10 แบรนด์ระดับโลก ภายใน 5 ปี ซึ่งปัจจุบันคาเฟ่ อเมซอน มีสาขาในประเทศไทย ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เมียนมา และญี่ปุ่น รวมกัน 2,300 สาขา

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. กล่าวว่า ปตท.วางแผนใช้กลยุทธ์แฟรนไชส์ในการขยายคาเฟ่ อเมซอน โดย ปตท.จะขายแฟรนไชส์ให้กับมาสเตอร์แฟรนไชส์รายหนึ่ง ซึ่งจะสามารถช่วยขยายแบรนด์ผ่านทาง แฟรนไชส์ขนาดย่อมในบางประเทศ โดยโอมานจะเป็นศูนย์กลางของคาเฟ่ อเมซอน ในตลาดตะวันออกกลาง ส่วนอีกตลาดหลักคือจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสที่จะดึงดูด ผู้บริโภคได้กว่าพันล้านคน

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. ระบุว่า อีกทางเลือกหนึ่งคือการขยายแบรนด์คาเฟ่ อเมซอน ผ่านทางพันธมิตรในต่างประเทศ โดยปัจจุบัน ปตท.มีธุรกิจที่แข็งแกร่งในบางประเทศในตะวันออกกลาง เช่น โอมาน โดย ปตท.ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจหลายรายมานานกว่าหลายปีแล้ว ซึ่ง ปตท.จะร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อขยายคาเฟ่ อเมซอน ในโอมาน และทุกประเทศในตะวันออกกลางในอนาคต


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Mon Dec 10, 2018 10:16 am

PTTOR นับถอยหลังปลุกราคาหุ้น ดัน “คาเฟ่ อเมซอน” ชน “สตาร์บัคส์”

Suporn Sae-tang ธันวาคม 7, 2018 Cover Story

Home > Cover Story > PTTOR นับถอยหลังปลุกราคาหุ้น ดัน “คาเฟ่ อเมซอน” ชน “สตาร์บัคส์”
ตามแผนของ ปตท. คาดว่า การโอนทรัพย์สินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกจากบริษัทแม่ให้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา จะแล้วเสร็จและยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายในปีนี้ เพื่อเร่งแผนขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (IPO) กลางปี 2562 หลังเลือกตั้ง ซึ่งเท่ากับเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนที่ ปตท.จะต้องสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ PTTOR ในฐานะบริษัทน้ำมันเอกชนที่ร้อนแรง ปลุกราคาหุ้นสู้ปัจจัยลบต่างๆ ที่ยังรุมเร้าประเทศรอบด้าน

ก่อนหน้านี้ ปตท. เคยตีมูลค่าทรัพย์สินที่จะขายให้ PTTOR อยู่ที่ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท แต่เนื่องจากการเลื่อนระยะเวลาการโอนทรัพย์สินทำให้ต้องตีมูลค่าใหม่ ซึ่งเชื่อว่ามูลค่าจะสูงขึ้นอีก

หากดูตามโครงสร้างธุรกิจของ PTTOR แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก

กลุ่มแรก กลุ่มธุรกิจน้ำมัน ประกอบด้วยธุรกิจค้าปลีกน้ำมันผ่านสถานีบริการ ทั้งในและต่างประเทศ (ปั๊มน้ำมัน) ธุรกิจจำหน่ายเชื้อเพลิงหล่อลื่นทั้งในและต่างประเทศ ธุรกิจจำหน่ายน้ำมันและก๊าซหุงต้มแอลพีจี จำหน่ายแอลพีจีในครัวเรือน รวมถึงการบริหารโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจน้ำมัน

ส่วน กลุ่มที่ 2 นอนออยล์ ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีกด้านอื่นๆ และให้บริการด้านบำรุงรักษายานยนต์ โดยมีธุรกิจแบรนด์หลัก คือ คาเฟ่ อเมซอน(Café Amazon) ศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ FIT Auto ร้านชานมไข่มุก “เพิร์ลลี่ที” ร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ (Jiffy) ร้านโดนัทแด๊ดดี้โด (Daddy Dough) ร้านติ่มซำ ฮั่วเซ่งฮง และร้านฟาสต์ฟู้ดประเภทไก่ทอด เท็กซัสชิคเก้น (Texas Chicken)

เบื้องต้น PTTOR ประเมินว่าภายในสิ้นปี 2561 จะมีสถานีบริการน้ำมันรวมทั้งสิ้นมากกว่า 1,900 แห่ง ทั้งในและต่างประเทศ

ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน 2,497 สาขา อยู่ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 1,568 สาขา นอกปั๊ม ปตท. 721 สาขา และอยู่ในต่างประเทศ 208 สาขา

ร้านสะดวกซื้อจิ๊ฟฟี่ 240 สาขา อยู่ในประเทศไทย 162 แห่ง และต่างประเทศ 78 แห่ง

ร้านแด๊ดดี้โด 16 สาขา เป็นสาขาที่ PTTOR ดำเนินการเอง 15 แห่ง และสาขาแฟรนไชส์ 1 แห่ง

ร้านเท็กซัส ชิคเก้น 26 สาขา อยู่ในศูนย์การค้า 14 แห่ง และนอกศูนย์การค้า 12 แห่ง

ร้านติ่มซำ ฮั่วเซ่งฮง 60 สาขา แยกเป็นสาขาที่ PTTOR ดำเนินงานเอง 42 แห่ง และสาขาแฟรนไชส์ 18 แห่ง

ร้านชานมไข่มุก เพิร์ลลี่ที ล่าสุดมีสาขารวมมากกว่า 160 แห่ง โดยเปิดในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.อาคารสำนักงาน และสถานศึกษา

ส่วนศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ FIT Auto ในปั๊ม ปตท. ตั้งเป้าเปิดครบ 45 สาขาภายในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ปตท. ถือเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจกลุ่มนอนออยล์และประสบความสำเร็จอย่างมาก ขณะที่ธุรกิจน้ำมันมีส่วนต่างกำไรลดลงต่อเนื่อง จนเกิดความพยายามที่จะแยกธุรกิจนอนออยล์ออกมาจากบริษัทแม่ เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและหากเทียบธุรกิจนอนออยล์ทั้งหมด ร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน ถือเป็นแบรนด์ดาวรุ่งที่เติบโตรับเทรนด์กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ภาพลักษณ์แบรนด์ที่สามารถขึ้นชั้นโกลบอลแบรนด์ จำนวนสาขาและยอดขายต่อสาขา จนถือเป็นหัวหอกหลักตามแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนอนออยล์

ที่ผ่านมา PTTOR พยายามดึงพันธมิตรเข้าเสริมจุดแข็ง เพราะธุรกิจร้านกาแฟมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทั้งตลาดรวมและในกลุ่มบริษัทน้ำมัน

ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟอินทนิลของค่ายบางจาก ร้านกาแฟพันธุ์ไทยของกลุ่มพีทีจี หรือค่ายเอสโซ่ที่เปิดเกมรุกดึงยักษ์ใหญ่ “สตาร์บัคส์” เข้าร่วมเป็นพันธมิตรเปิดร้านกาแฟในสถานีบริการน้ำมัน หลังจากลุยมาแล้วหลายแบรนด์ ทั้งร้านกาแฟคาเฟ่ดิโอโร่และร้านกาแฟราบิก้า

ปัจจุบันแม้คาเฟ่ อเมซอนสามารถขยายสาขามากเกือบ 2,500 สาขา แต่การเป็นร้านกาแฟเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเอาชนะสงครามจีสโตร์ได้อย่างยั่งยืน ต้องเติมเต็มความหลากหลายด้านสินค้าและบริการมากขึ้น

ล่าสุด PTTOR ประกาศจับมือกับธนาคารกสิกรไทยเปิดให้บริการรับฝากเงิน “เคแบงก์ เซอร์วิส” (KBank Service) ในร้านคาเฟ่ อเมซอน ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) ให้กับธนาคารกสิกรไทย โดยถือเป็นการให้บริการฝากเงินในร้านกาแฟครั้งแรกในประเทศไทยที่สาขาพีทีที สเตชั่น (เอกมัย-รามอินทรา) เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา สามารถรับฝากเงินสดสูงสุด 5,000 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 40,000 บาทต่อวัน มีค่าธรรมเนียม 20 บาทต่อรายการ

ขณะเดียวกัน ดึงบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นำสินค้ากลุ่มเบเกอรี่และอาหารพร้อมรับประทานเข้ามาจำหน่ายในร้านคาเฟ่ อเมซอน 17 สาขา และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 70 สาขาทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑลภายในปีนี้ หลังจากนั้นจะทยอยวางจำหน่ายครบทุกสาขาภายในปี 2562

ในอนาคตทั้งสองค่ายยังวางแผนเปิดร้านร่วมกัน (โค-แบรนดิ้ง) ผ่านพัฟแอนด์พาย และคาเฟ่ อเมซอน ภายในต้นปี 2562 เบื้องต้นจะนำร่องในพื้นที่หน่วยงานราชการก่อนขยายไปในพื้นที่ต่างๆ

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทวางเป้าหมายช่วง 5-10 ปีนับจากนี้ จะปั้นร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน สู่ความเป็นโกลบอลแบรนด์ และมีจำนวนสาขาทั่วโลกราว 20,000 แห่ง หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนร้านกาแฟระดับโลกอย่าง “สตาร์บัคส์” ที่ปัจจุบันมีจำนวนสาขาอยู่ราว 2 หมื่นแห่งทั่วโลก หลังจากช่วงที่ผ่านมาบริษัทเริ่มขยายตลาดเข้าไปในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีและอาเซียน

สเต็ปแรก คือการเร่งสร้างแบรนด์ โดยขยายตลาดในภูมิภาคเอเชีย ในช่วง 3-5 ปีนับจากนี้ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และโอมาน ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งในรูปแบบแฟรนไชส์ การร่วมทุน และบริษัทเข้าลงทุนเอง โดยบริษัท โอมาน ออยล์ จำกัด ได้ประเดิมเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ ขยายสาขาร้านคาเฟ่ อเมซอน ไปยังประเทศโอมาน และจะเป็นฮับขยายร้านไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เพื่อเป็น Reginal Brand ก่อนขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศในแถบยุโรป

ในส่วนตลาดอาเซียนนั้น ปัจจุบัน PTTOR เปิดร้านคาเฟ่ อเมซอน ใน สปป.ลาว 51 แห่ง และตั้งเป้าหมายปี 2562 เพิ่มเป็น 80 แห่ง ฟิลิปปินส์ 8 แห่ง จะเพิ่มเป็น 20 แห่ง เมียนมา 4 แห่ง จะเพิ่มเป็น 14 แห่ง และกัมพูชา 150 แห่ง จะเพิ่มเป็น 190 แห่ง โดยพบว่ายอดขายกาแฟอเมซอนในกัมพูชาต่อสาขาสูงสุดอยู่ที่ 900 แก้ว/วัน/สาขา ถือเป็นร้านกาแฟที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 ในกัมพูชา ลาวมียอดขายเฉลี่ย 230 แก้ว/สาขา/วัน เมียนมา 150-200 แก้ว/สาขา/วัน ฟิลิปปินส์ 100 แก้ว/สาขา/วัน ส่วนไทยเฉลี่ย 200 กว่าแก้ว/สาขา/วัน

ด้านแผนการปั้นแบรนด์ในตลาดระดับโลก จะเน้นปรับโมเดลธุรกิจให้สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละประเทศให้มากที่สุด โดยวางโพสิชั่นของแบรนด์สู่ความเป็นป๊อปปูลาร์แบรนด์ ที่เน้นเจาะผู้บริโภคในตลาดกลางที่อยากดื่มกาแฟสดในราคาที่เข้าถึงได้ หรือ Value for Money ผ่านเอกลักษณ์ในการสร้างความแตกต่างคือการเป็นร้านกาแฟที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมภายใต้คอนเซ็ปต์กรีนโอเอซิส (Green OASIS) ภายในร้าน ทั้งตัวผลิตภัณฑ์และสภาพแวดล้อมการตกแต่ง (Value Chain)

มีรายงานด้วยว่า บริษัทแม่ ปตท. เตรียมเงินลงทุนถึง 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.29 หมื่นล้านบาท ในระยะ 5 ปีข้างหน้า เพื่อขยายร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน สู่แบรนด์ระดับโลก แข่งกับร้านกาแฟสตาร์บัคส์ ของสหรัฐฯ โดยเน้นกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและจีนเป็นตลาดหลัก

ด้าน “สตาร์บัคส์” กาแฟข้ามชาติที่เข้ามาบุกตลาดกาแฟไทยตั้งแต่ปี 2541 ปัจจุบันมีสาขารวม 345 แห่ง และเพิ่งฉลองครบรอบ 20 ปี ด้วยการเปิดร้าน สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ บาร์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอบริการกาแฟแบบดั้งเดิมและกาแฟหายากจากทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งเน้นการขยายร้านในรูปแบบ “กรีน” ตามประกาศพันธสัญญาของบริษัทแม่ ซึ่งตั้งเป้าหมายภายในปี 2025 จะพัฒนากิจการสู่ร้านกาแฟกรีนไม่น้อยกว่า 10,000 แห่ง ปรับปรุงแบบของสถาปัตย์การก่อสร้างและรูปแบบการดำเนินงานของร้านกาแฟสตาร์บัคส์สู่ “Greener Store” จากสาขาทั้งหมดทั่วโลก

แน่นอนว่า การต่อสู้ของกาแฟแบรนด์ไทย “คาเฟ่ อเมซอน” ยังต้องใช้เวลา เงินทุน และกลยุทธ์อีกหลายกระบวนท่า หากคิดจะล้มยักษ์ข้ามชาติอย่าง “สตาร์บัคส์”


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Mon Jan 28, 2019 9:28 pm

IPO คึก แห่ตบเท้าเข้าตลาด 3 บิ๊ก ‘PTTOR-BAM-DO’ ลุยปีนี้

28/01/2019BAM, DO, IPO, PTTOR
หุ้นไอพีโอฟื้น ตลาดหลักทรัพย์เผยมีบริษัทจำนวนมากจ่อคิวเข้าซื้อขาย เผย มี 3 บริษัทใหญ่ คาด PTTOR มาร์เก็ตแคป 1 แสนล้านบาท BAM มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ส่วน DO มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ได้รับอนุมัติไฟลิ่งตั้งแต่ต.ค.ที่ผ่านมา ดึงเรื่องไว้ พร้อมเข้าเทรดปีนี้

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีหุ้นไอพีโอจำนวนมากอยู่ในขบวนการยื่นเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ 3 บริษัท ซึ่งบริษัทแต่ละแห่งมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหรือมาร์เก็ตแคปประมาณ 10,000 ล้านบาท ส่วนจะเข้าซื้อขายภายในปีนี้หรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เนื่องจากขึ้นอยู่หลายปัจจัย เช่น แผนการใช้เงินทุน และภาวะตลาดหุ้น


แมนพงศ์ เสนาณรงค์

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ภาวะตลาดโดยรวมมีความรู้สึกดีขึ้น เชื่อว่าสถานการณ์หุ้นไอพีโอจะดีขึ้นด้วย หลังจากที่หุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ(mai) 2 บริษัทในปีนี้ ขายหุ้นไม่หมด
สำหรับหุ้นที่ประเดิมเข้าซื้อขายในปี 2562 ได้แก่ บริษัท เอสเอเอเอ็ม เอ็นเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ (SAAM) เสนอขายไอพีโอในราคาหุ้นละ 1.80 บาท ราคาวันแรกปิดที่ 1.52 บาท ต่ำกว่าจองประมาณ 15.56% ล่าสุดวันที่ 25 ม.ค. ปิดที่ 1.50 บาท ตามด้วย บริษัท ซี เอ แซด (ประเทศไทย) หรือ CAZ เปิดซื้อขายต่ำกว่าจอง แต่สามารถปิดวันแรกที่ 3.90 บาทเท่ากับไอพีโอ ล่าสุดวันที่ 25 ม.ค.ปิดที่ 3.80 บาท

ส่วนหุ้นที่เข้าซื้อขายในปี 2561 โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ราคาต่ำกว่าจองหลายตัว แต่ภาวะตลาดที่ดีขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สนับสนุนให้ราคาหุ้นพ้นจอง เช่น บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (TQM) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)ในราคาไอพีโอที่ 23 บาท ล่าสุดวันที่ 25 ม.ค. 2562 ปิดที่ 24.40 บาท บวก 1 บาท คิดเป็น 4.27% บริษัท โอสถสภา (OSP)ไอพีโอ 25 บาท ราคาล่าสุดปิดที่ 25.50 บาท

หุ้นที่เข้า mai บริษัท เอสไอเอสบี (SISB)ไอพีโอที่ 5 บาท ราคายังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ปิดที่ 5.30 บาท บวก 0.20 บาทหรือ 3.92% แต่มีหุ้นหลายตัวที่ราคายังคงปรับตัวลงต่ำกว่าราคาไอพีโอ เช่น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER)

แหล่งข่าวจากวงการวาณิชธนกิจ กล่าวว่า หุ้นขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ในปี 2562 ได้แก่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) คาดมาร์เก็ตแคปประมาณ 1 แสนล้านบาท บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด หรือ BAM ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ NPL และ NPA มีมูลค่าหลักทรัพย์ประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองบริษัทรอผลกำไรสุทธิปี 2561 ที่จะออกมาประมาณเดือนเม.ย.-พ.ค. 2562 ก่อนปรับปรุงข้อมูล เพื่อยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) คาดว่าจะเข้าซื้อขายในไตรมาส 3 นี้

บริษัท ดูโฮม (DO) ซึ่งไฟลิ่งได้รับอนุมัติเมื่อเดือนต.ค.2561 ที่ผ่านมา แต่ได้ชะลอการขายหุ้น คาดว่าพร้อมจะขายและเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเร็วๆนี้ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณ 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ DO จะเสนอขายไอพีโอ 524.16 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 1 บาท มีบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร , บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย เป็นปรึกษาทางการเงิน

บริษัท DO ดำเนินธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง และให้บริการด้านวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “ครบ ถูก ดี…ที่ดูโฮม” มีสาขาที่เปิดดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 9 สาขา ได้แก่ อุบลราชธานี นครราชสีมา รังสิต ขอนแก่น อุดรธานี พระราม2 บางบัวทอง เชียงใหม่ และบางนา

บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น(ZEN)เตรียมขายไอพีโอ 75 ล้านหุ้น เข้า SET ในไตรมาส 1 ดำเนินธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น (โฮลดิ้ง) ที่มุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ภายใต้แบรนด์ ZEN, Musha by ZEN, Sushi Cyu Carnival Yakiniku, AKA, Tetsu, On the Table Tokyo Cafe, ตำมั่ว, ลาวญวณ, แจ่วฮ้อน, เฝอ, de Tummour และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น ได้แก่ ธุรกิจบริการจัดส่งอาหาร, บริการจัดเลี้ยง, บริการบริหารร้านอาหาร, ที่ปรึกษาเกี่ยวกับร้านอาหาร และธุรกิจอาหารค้าปลีก เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุง และผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน


KedJade
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 478
Joined: Fri Jan 04, 2013 6:23 pm

Re: PTTOR

Posts by KedJade » Wed Feb 27, 2019 5:53 am

ref: http://ptt.listedcompany.com/misc/PRESN ... 4q2018.pdf
Attachments
PTTOR_2018Q4.PNG
PTTOR_2018Q4.PNG (242.58 KiB) Viewed 2604 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Thu Apr 11, 2019 4:48 pm

(เพิ่มเติม)PTT นำ PTTOR เข้าตลาดหุ้นช้ากว่าแผน 6 เดือน รอโอนทรัพย์สิน

  PTT เผยเลื่อนนำบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ออกไปอีก 6 เดือนจากนี้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างรอการโอนทรัพย์สิน
  นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยในงาน "ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 62" ว่า คาดคลัง LNG แห่งที่ 2 จะสร้างแล้วเสร็จปี 65 ชี้ระบุไม่ได้ว่าอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีกำไรสุทธิแตะ 1.5 แสนลบ.ได้หรือไม่ เหตุขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน
  - ​คาดว่าโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือและสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว หนองแฟบ (คลัง LNG)​ ขนาด 7.5 ล้านตันต่อปี จะก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี 65 โดยจะทำให้มีคลังที่สามารถรองรับได้ถึง 19 ล้านตัน
  - ​ขณะเดียวกัน ไม่สามารถระบุได้ว่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 150,000 ล้านบาท หรือไม่ ถึงแม้ว่าในปี 60 จะมีกำไรสุทธิที่ระดับ 135,179 ล้านบาท เนื่องจากจะต้องขึ้นอยู่กับส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ และระดับราคาน้ำมัน รวมถึงว่าช่วงเวลาขณะนั้นจะมีกำไรหรือขาดทุนจากสต็อกน้ำมันหรือไม่
  - ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย PTT เปิดเผยว่า จะต้องยืดระยะเวลาการนำบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ออกไปอีก 6 เดือนจากนี้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างรอการโอนทรัพย์สิน และโอนสัญญาคู่ค้าต่างๆ กว่า 1,000 รายการ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 80%


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Thu Apr 11, 2019 9:02 pm

ยืดส่ง PTTOR เข้าตลาดหุ้น 6 เดือน ยันไม่กระทบปตท.

11/04/2019Exclusive News, PTT, PTTOR
HoonSmart.com>>ปตท.แจ้งผู้ถือหุ้นเลื่อนส่ง PTTOR เข้าตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 6 เดือน ขอเวลาเคลียร์การโอนทรัพย์สิน สัญญา ยืนยัน ปตท.ไม่ได้รับผลกระทบ ยังคงถือหุ้น 100% ส่วนแผนธุรกิจ PTT วางยุทธศาสตร์รุกตลาด LNG คาดแนวโน้ม 4-5 ปี ราคาขาขึ้น

บริษัท ปตท.(PTT) จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 วันที่ 11 เม.ย. 2562 โดยมีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมคับคั่ง มากกว่า 2,500 คน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. (PTT) กล่าวในที่ประชุมว่า แผนการนำบริษัทปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังมีความล่าช้ากว่ากำหนด และขอยืดเวลาออกมาประมาณ 6 เดือน เพราะยังมีสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อ ทั้งการโอนทรัพย์สิน โอนสัญญา และโอนคู่ค้า ซึ่งทั้งหมดมีเป็น 10,000 รายการ แต่ขณะนี้สามารถดำเนินการได้แล้ว 80% คงเหลือเพียง 20%

ส่วนความล่าช้าที่เกิดขึ้น คาดว่าจะไม่กระทบอะไร เพราะ PTTOR ยังดำเนินธุรกิจน้ำมันของ ปตท.อยู่ตามปกติ โดยมีปตท.ถือหุ้น 100% ผลประกอบการของ PTTOR จะนำมารวมเป็นผลประกอบการของปตท.ทั้งหมด

ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า เดิม PTTOR จะยื่นไฟลิ่งในเดือนเม.ย.หรือพ.ค.นี้ หลังจากงบการเงินประจำปี 2561 ออกมาแล้ว โดยปตท.มีแผนที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้นเหลืออย่างน้อย 45% หลังจากขายกิจการให้ PTTOR มูลค่า 117,203 ล้านบาท โดยกำไรที่เกิดขึ้นการซื้อขายกิจการ ปตท.ได้จ่ายภาษีไปประมาณ 6,032.97 ล้านบาท



สำหรับแผนการขยายสถานีบริการน้ำมันในประเทศนายอรรถพล กล่าว่า จะยังขยายในรูปแบบของดีลเลอร์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 80% ส่วนการลงทุนของ ปตท.เอง ทำเพื่อสร้างมาตรฐานของสถานีบริการเท่านั้น

ส่วนแผนการขยายร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ปัจจุบันมีการขยายทั้งในสถานีบริการและนอกสถานีบริการ แต่ข้อจำกัดของสถานีบริการ ทำให้การขยายนอกสถานีบริการอาจจะสูงกว่า ปัจจุบันมีร้านคาเฟ่ อเมซอนในสถานีบริการ 1,600 แห่ง และนอกสถานีบริการ 600-700 แห่ง รวมถึงยังมีการขยายในต่างประเทศด้วย ปัจจุบันมีอยู่กว่า 200 แห่ง ส่วนการขยายร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ยังไม่มีแผนขยายออกไปนอกสถานีบริการ

ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัทปตท. (PTT) ได้คาดการณ์ว่าในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ยังคงเป็นตลาดของผู้ซื้อ และปริมาณ LNG ที่ยังมีอยู่มาก เริ่มมีสัญญาณการนำเข้ามากขึ้นจากจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ โดยในปีที่ผ่านมาจีนนำเข้า LNG มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ จากการที่ลดใช้ถ่านหินและหันมาใช้ก๊าซธรรมชาติมากขึ้นในการผลิตไฟฟ้า

” LNG เป็นสินค้า Commodity ที่เป็นวัฎจักร หลังจาก 4-5 ปีนี้ LNG ก็มีแนวโน้มราคาสูงขึ้น”นายวิรัตน์ กล่าว

นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า ปตท.มีหน้าที่รักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ มียุทธศาสตร์ในการรุกตลาด LNG ด้วยการลงทุนห่วงโซ่ธุรกิจ และธุรกิจขั้นต้นของ LNG เพิ่มขึ้นเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกัน

นอกจากนี้ จะติดตามพัฒนาการกำหนดสูตรราคา LNG จากปัจจุบันเริ่มมีสัญญาการซื้อขายที่อิงกับราคาถ่านหิน จากเดิมที่อิงกับราคาน้ำมันหรือราคาก๊าซฯ ขณะที่การผลิต LNG มีออกมามากจะติดตามดูว่าผลกระทบที่เกิดขึ้น เบื้องต้นเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค

ส่วนการที่บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ที่ได้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต จากแหล่งบงกชและเอราวัณ ตั้งแต่ปี 2565-2566 ในราคาก๊าซฯ ที่ต่ำ จะทำให้การซื้อก๊าซฯ เพื่อส่งเข้าโรงแยกก๊าซฯ ของปตท.มีราคาลดลงด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้ธุรกิจปิโตรเคมีที่ใช้ก๊าซฯ เป็นวัตถุดิบจะมีศักยภาพการแข่งขันมากขึ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นเช่น ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) จะมีราคาถูกลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค
Attachments
CE3D830F-E5AF-44B5-9A2B-9F4E05BA1DE1.jpeg
CE3D830F-E5AF-44B5-9A2B-9F4E05BA1DE1.jpeg (861.5 KiB) Viewed 2361 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Apr 17, 2019 12:23 pm

คอลัมน์: รายงาน: ค่ายน้ำมันแห่เปิดปั๊มชิงตลาด PTTORเร่งรีวิวธุรกิจเสริมใหม่
Source - ผู้จัดการรายวัน 360 องศา (Th)

Wednesday, April 17, 2019 03:23


ในปี 2562 บริษัทน้ำมันสัญชาติไทยและเทศต่างชักธงรบช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่นับเป็นอีกปีหนึ่งที่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันมีการแข่งขันดุเดือดทวีความรุนแรง เริ่มตั้งแต่พี่เบิ้มอย่างปตท.ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันราว 40% ก็ยังต้องหากลยุทธ์ใหม่เพื่อดึงลูกค้าเดิมเอาไว้ ควบคู่กับการเร่งนำบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน)หรือ PTTOR ที่ดูธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก เข้าระดมทุนขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฯ
โดยกลยุทธ์ที่ผู้ค้าน้ำมันทุกค่ายต่างวางแผนงานทำไม่แตกต่างกัน คือการขยายสถานีบริการน้ำมันใหม่เพิ่มขึ้น และการเร่งหาธุรกิจเสริมเพิ่มและขยายสาขามากขึ้น ซึ่งธุรกิจเสริมยิ่งสร้างรายได้มากเท่าไรย่อมหมายถึงบริษัทยิ่งมีกำไรเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น เพราะการขายน้ำมันทุกลิตรมีมาร์จินต่ำจึงต้องเน้นการขายในปริมาณที่มาก PTTOR วางเป้าหมายปีนี้ มีแผนขยายสถานีบริการน้ำมันใหม่เพิ่มขึ้นอีก 155 แห่งจากปัจจุบันที่มีอยู่ 1.7 พันแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งตั้งเป้าปริมาณขายน้ำมันรวมปีนี้เติบโต 3% จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 26,351 ล้านลิตร สูงกว่าปี 2561 ที่มีปริมาณการขายน้ำมันขยายตัวเพียง 1.3%
รวมทั้งเร่งขยายการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในสถานีบริการน้ำมันเบื้องต้น 50 แห่ง เพื่อลดต้นทุนค่าไฟ และเร่งขยายธุรกิจค้าปลีกไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ "คาเฟ่ อเมซอน" ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันของปตท.ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด จนเป็นที่มาของการขยายธุรกิจเสริมอื่นๆตามมาทั้งร้านไก่ทอด"Texas Chicken", โดนัท "Daddy Dough", ติ่มซำ "ฮั่วเซ่งฮง", ชานมไข่มุก "Pearly Tea" ร้านก๋วยเตี๋ยวใจดี ฯลฯ
จากการเร่งขยายธุรกิจเสริมในช่วงที่ผ่านมามีทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ทำให้ PTTOR ต้องหวนกลับมาทบทวนการลงทุนธุรกิจเสริมฯใหม่ โดยปีนี้บริษัทยังไม่มีแผนที่จะซื้อมาสเตอร์แฟรนไชส์ใหม่เพิ่มเติม แต่จะเน้นบริหารจัดการธุรกิจที่ได้มาสเตอร์แฟรนไชส์มาให้ดีไม่ว่าจะเป็น "Texas Chicken" "Daddy Dough" เป็นต้น
ด้านบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) มีนโยบายขยายสถานีบริการน้ำมันในปีนี้เพิ่มขึ้น 70 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1,175 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งมีการปรับปรุงสถานีบริการน้ำมันสหกรณ์ให้มีรูปโฉมดีขึ้นรวมทั้งนำธุรกิจเสริมทั้งร้านกาแฟอินทนิล และร้านสะดวกซื้อเข้าไปเพิ่มในปั๊มบางจากด้วย
ขณะเดียวกัน ก็มีการขยายสถานีบริการน้ำมันที่มีการออกแบบอาคารรูปลักษณ์สวยงามแตกต่างจากปั๊มน้ำมันบางจากทั่วไป โดยสถานีบริการน้ำมันรูปโฉมใหม่นี้จะเป็นสถานีบริการ Flagship Joint Venture ที่ดีลเลอร์เป็นผู้ลงทุน คาดว่าปีนี้จะเปิดให้บริการราว 3-5 แห่ง ใช้เงินลงทุน 70-80 ล้านบาท/แห่ง โดยคาดว่า 3 สาขาแรก จะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยดันยอดขายน้ำมันผ่านสถานีน้ำมันเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการขยายธุรกิจเสริมทั้งร้านกาแฟอินทนิลอีก 160 สาขาในปีนี้ เป็น 690 สาขา และร้านซูเปอร์มาร์เก็ต SPAR เพิ่มอีกราว 10-20 สาขา จากที่มีอยู่ปัจจุบัน 45 สาขา พร้อมทั้งตั้งเป้าปริมาณการขายน้ำมันผ่านปั๊มโตขึ้น 7-8% จาก เดือนละ 333 ล้านลิตรในปี 2561
ส่วนค่ายน้องใหม่สัญชาติไทยอย่างบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือปั๊มน้ำมันพีที ที่สร้างปรากฏการณ์ทำธุรกิจค้าปลีกน้ำมันแบบป่าล้อมเมือง โดยมีการขยายการเปิดสถานีบริการน้ำมันในต่างจังหวัดตามถนนเส้นรองและสายหลัก เพื่อสร้างการจดจำก่อนที่จะขยายการลงทุนมายังกรุงเทพฯและปริมณฑล จนเป็นค่ายน้ำมันที่มีจำนวนสถานีบริการมากที่สุดแซงหน้าพี่เบิ้มอย่าง ปตท. โดยปีนี้จะขยายสาขาเพิ่มประมาณ 100 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1,900 สาขา รวมเป็น 2,000 แห่ง ดันปริมาณจำหน่ายน้ำมันเพิ่มขึ้น 10-15%
ในปีนี้บริษัทมีแผนในการสร้างเครือข่ายของธุรกิจกาแฟให้แข็งแกร่ง โดย เริ่มขยายแฟรนไชส์ของร้านกาแฟพันธุ์ไทย ภายหลังจากที่ได้รับติดต่อจากผู้ที่สนใจมาอย่างต่อเนื่อง จากสิ้นปี 2561 ร้านกาแฟพันธุ์ไทยอยู่ที่ 187 สาขา และร้าน Coffee World อยู่ที่ 82 สาขา
สำหรับค่ายน้ำมันซัสโก้ ในปี 2562 บริษัทได้ทุ่มงบลงทุนขยายสถานีบริการน้ำมัน เพิ่มอีก 20 แห่งรวมเป็น 250 แห่ง และมีการขยายธุรกิจเสริมทั้งร้านสะดวกซื้อLOWSON 108 อีก 20 แห่ง
ส่วนค่ายน้ำมันต่างชาติก็มีแผนการขยายสถานีบริการน้ำมันใหม่ส่วนหนึ่ง เพื่อทดแทนสถานีบริการน้ำมันที่ปิดตัวไป อาทิ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ก็ได้มีการหันมาขยายสถานีบริการน้ำมันใหม่เพิ่มขึ้น ในปีนี้เอสโซ่แผนขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้น 30 แห่ง จากปี 2561 ที่มีสถานีบริการน้ำมันราว 600 แห่ง รวมทั้ง มีการปรับรูปโฉมปั๊มน้ำมันเดิมให้มีรูปโฉมใหม่ ภายใต้กลยุทธ์ synergy ราว 300 แห่ง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า
รวมทั้งหาพันธมิตรใหม่ที่ดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมันมาสวมแบรนด์เอสโซ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มเพียวไทยก็มีการเปลี่ยนแบรนด์ปั๊มน้ำมันตัวเองเป็นแบรนด์เอสโซ่ราว 50 แห่ง และบริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส เจ้าของสถานีบริการก๊าซแอลพีจีภายใต้แบรนด์ "BEST" ที่เปิดสถานีน้ำมันเอสโซ่ อยู่ในที่เดียวกัน จำนวน 15 แห่ง
ขณะเดียวกันก็ดึงร้านค้าใหม่เข้ามาเสริม ในปั๊มน้ำมันนอกเหนือจากร้านค้าเดิมที่มีอยู่ ทั้งแมคโดนัลด์ KFC Burger King, ธุรกิจร้านสะดวกซื้อหลัก ได้แก่ เทสโก้ โลตัส ฯลฯ ธุรกิจร้านกาแฟร่วมกับแบรนด์ Rabika Coffee, Caffe D"Oro และเพื่อเพิ่มความหลากหลาย ได้มีการเปิดร้านกาแฟสตาร์บัคส์, ธุรกิจขนส่ง Kerry Logistic และธุรกิจยาง Tyreshop 51 ซึ่งจะให้บริการเปลี่ยนยาง คาดหวังว่าจะดันยอดขายน้ำมันเพิ่มขึ้น 3-4%
ค่ายน้ำมันเชลล์ ก็วางแผนขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นปีนี้อีก 30 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ราว 500 กว่าแห่ง โดยจะมีการขยายสถานีบริการน้ำมันที่จำหน่ายเชลล์ วี-เพาเวอร์ ซึ่งเป็นน้ำมันเกรดพรีเมี่ยมเท่านั้นเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง หลังจากประสบความสำเร็จจากการเปิดปั๊มน้ำมันเกรดพรีเมี่ยมแล้ว 2 แห่ง ซึ่งไทยถือเป็นประเทศแรกของโลกที่มีการเปิดปั๊มน้ำมันขายน้ำมันเฉพาะเกรดพรีเมียมเท่านั้น.--จบ--

ที่มา: ผู้จัดการรายวัน 360 องศา


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sun May 26, 2019 12:18 pm

PTTOR มุ่งสู่แบรนด์ระดับโลก เปิดคาเฟ่ อเมซอน สาขาสิงคโปร์

25/05/2019Exclusive News, PTTOR
HoonSmart.com>>”พีทีที โออาร์” โตไม่หยุด เปิด คาเฟ่ อเมซอน สาขาสิงคโปร์ วางแผนขยายไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบันมีกว่า 2,500 สาขาในประเทศไทย 200 สาขา ในต่างประเทศ

นายมานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ นางสาวจีน ฮุง ซีอีโอ บริษัท จีเวล ชางงี แอร์พอร์ต ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก บริษัท พีทีที โออาร์ (PTTOR) และนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โออาร์ ร่วมพิธีเปิด คาเฟ่ อเมซอน สาขาจีเวล ชางงี แอร์พอร์ต ซึ่งเป็นสาขาแรกในประเทศสิงคโปร์และเป็นสาขาที่ 2,750 ของคาเฟ่ อเมซอนทั่วโลก

นายอรรถพล กล่าวว่า พีทีที โออาร์ ในฐานะบริษัท Flagship ของกลุ่มปตท. ด้านการค้าน้ำมันและการค้าปลีกมีวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก ที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชนผ่านการดำเนินธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีพันธกิจในการสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล

“พีทีที โออาร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ขยายสาขาร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน มายังประเทศสิงคโปร์ ซึ่งคาเฟ่ อเมซอน เป็นแบรนด์ไทยที่ PTTOR พัฒนาขึ้นเองตั้งแต่ปี 2545 โดยเริ่มต้นให้บริการภายในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น เพื่อให้บริการแก่ผู้บริโภคที่เป็นคนกลุ่มเดินทาง และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคทุกประเทศที่ พีทีที โออาร์
ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจเป็นอย่างดีตลอด 15 ปีที่ผ่านมา”นายอรรถพลกล่าว

สำหรับการเปิดร้าน คาเฟ่ อเมซอน ในสิงคโปร์นี้ พีทีที โออาร์ ยังได้ปรับเปลี่ยนเมนูเครื่องดื่ม และอาหารว่าง บางรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับความชื่นชอบของผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ได้ดีขึ้นโดยเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน คือ “หยินหยาง พรีเมียม มัทฉะ ลาเต้”

คาเฟ่ อเมซอน ทุกสาขาทั้งในและต่างประเทศ จะรักษาเอกลักษณ์ของการเป็น “กรีน โอเอซิส” ที่มีบรรยากาศร่มรื่นและเป็นธรรมชาติ รวมถึงการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ อาทิ การเลือกใช้แก้วไบโอ คัพ ซึ่งเป็นพลาสติกย่อยที่สลายได้การใช้หลอดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ถุงกระดาษแทนถุงพลาสติก เป็นต้น

นายอรรถพลกล่าวว่า คาเฟ่ อเมซอน มียอดจำหน่ายต่อสาขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2561 มียอดขายรวมถึง 225 ล้านแก้ว ปัจจุบันมีสาขากว่า 2,500 สาขาในประเทศไทย และ 200 สาขา ในต่างประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา พม่า ฟิลิปินส์ ญี่ปุ่น และโอมาน และมีแผนงานขยายไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อผลักดันให้คาเฟ่ อเมซอน มุ่งสู่ความเป็น โกลบอล แบรนด์ ในอนาคตอันใกล้ต่อไป


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Jun 19, 2019 11:52 pm

“PTTOR” ปลดล็อกการลงทุน รอวันติดปีกบิน

Date: 19/06/2019Author: Orawan Marketeer
จากยุค น้ำมันขาดแคลน

สู่ยุคโชติช่วงชัชวาลของ PTT ที่มีรายได้ในปีที่ผ่านมาถึง 2.3 ล้านล้านบาท และผลกำไรกว่า 1.1 แสนล้าน แล้วทำไม ปตท. จึงต้องแยกธุรกิจออกมาเป็นหน่วยงานใหม่ คือ PTTOR และขายกิจการให้เป็นเงิน รวมทั้งสิ้น 117,203.26 ล้านบาท และคาดว่าหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ ปตท. จะลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 100% เหลือเพียงไม่เกิน 48%

การปลดล็อกของการเป็นรัฐวิสาหกิจได้ติดปีกให้การทำงานเป็นอิสระอย่างไรบ้าง และแผนการในการบิวด์แบรนด์เลิฟให้เกิดขึ้นในใจผู้บริโภคถูกวางไว้อย่างไร

จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) แม่ทัพหญิงคนแรกในธุรกิจพลังงานของเมืองไทยที่เต็มไปด้วยพลังและไฟในการทำงานได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Marketeer อย่างละเอียด โดยเริ่มจากอธิบายให้เข้าใจก่อนว่าทำไมประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมี “การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย หรือ ปตท.”



ย้อนกลับไปในยุคน้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ

เมื่อ 40 กว่าปีก่อนประเทศไทยยังไม่มีการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และในยุคนั้นบ่อยครั้งที่เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลน บางวันตามปั๊มต่างๆ ขึ้นป้ายว่า “น้ำมันหมด” เลยเป็นที่มาของเพลงลูกทุ่งที่มีเนื้อร้องประมาณว่า “น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ ถึงตอนดับไฟอะไรๆ ก็ต้องมืดมิด…” หลายๆ คนคงยังจำได้

ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับประชาชนทำให้รัฐบาลในสมัยพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้มีการก่อตั้งการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยขึ้นในปี พ.ศ. 2521 เพื่อแก้ปัญหาการผูกขาดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมโดยบริษัทน้ำมันต่างชาติ ซึ่งขณะนั้นบริษัทน้ำมันต่างชาติมีส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ถึงร้อยละ 80 มีผู้เล่นรายใหญ่ประมาณ 8 ราย

จากวันนั้นเป็นต้นมาภาครัฐก็ได้วางนโยบายและกรอบแนวทางเพื่อเปิดเสรีธุรกิจน้ำมันอย่างเป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ประกอบการเอกชนทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาแข่งขันในตลาดมากขึ้น

การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันผ่านรูปแบบการค้าและบริการที่หลากหลาย ทำให้ประชาชนมีทางเลือกและได้รับการบริการที่ดีมากขึ้นเช่นกัน
8B6C426C-9C03-4B1E-B05D-C79BEA0AEBA1.jpeg
8B6C426C-9C03-4B1E-B05D-C79BEA0AEBA1.jpeg (199.97 KiB) Viewed 1900 times
จากยุคผูกขาดน้ำมันสู่การแข่งขันเสรี

ปัจจุบันตลาดค้าปลีกน้ำมันเป็นตลาดแข่งขันเสรีโดยสมบูรณ์ ประเทศไทยมีกำลังการกลั่นน้ำมันสำเร็จรูปสูงกว่าปริมาณความต้องการในประเทศ และผู้ค้ามีเสรีในการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

ส่วนรัฐมีกลไกกำกับดูแลและวางกฎกติกาในรูปแบบของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการพลังงานต่างๆ เพื่อให้ไม่เกิดการผูกขาด ไม่ให้ขาดแคลน รวมถึงให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างผู้ค้าทุกราย ปัจจุบันมีผู้ค้ามาตรา 7 เพิ่มขึ้นกว่า 45 ราย (ณ เมษายน 2562) โดยทุกรายเป็นผู้ประกอบการเอกชนยกเว้น ปตท.

“ดังนั้น เมื่อ ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนคู่แข่งรายอื่นเป็นเอกชน ทำให้มุมมองของภาคสังคมทั่วไปมองว่า ปตท. อาจจะได้เปรียบในการทำงาน ทั้งๆ ที่กว่าจะเป็นเบอร์ 1 ในตลาดได้นั้น ปตท. ต้องปรับวิธีการทำงานมาโดยตลอด และใช้กลยุทธ์การออกแบบสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ภายใต้แนวคิด Living Community คือ สถานีบริการน้ำมันที่เป็นมากกว่าจุดเติมน้ำมันเชื้อเพลิง แต่เป็นจุดเติมความสุขของประชาชน ผ่านสินค้าและบริการที่หลากหลาย อีกทั้งยังสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ชุมชนโดยรอบอีกด้วย”

ภายใต้กรอบของความคิดนี้ ปตท. ยังต้องปรับตัวต่อไปในการออกสินค้าใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด และให้ความสำคัญในเรื่อง CRM ผ่านระบบของบัตรบลูการ์ดอย่างต่อเนื่อง

“แต่ต่อให้เราเหนื่อยแค่ไหนในการคิดค้นบริการต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าพอใจสูงสุด ภาพของ ปตท. ยังถูกมองว่าเป็นแบรนด์ที่ได้สิทธิพิเศษจากภาครัฐอยู่ดี”

ดังนั้น เพื่อให้ภาพของ ปตท. หลุดพ้นจากการเป็นองค์กรของรัฐที่มีความได้เปรียบ รวมทั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจนสอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตราที่ 75 ซึ่งระบุไว้ว่า รัฐต้องไม่ทำกิจการแข่งกับภาคเอกชน

เป็น 2 เหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดการปรับโครงสร้าง ปตท. ด้วยการเอาหน่วยธุรกิจน้ำมันที่ทำธุรกิจแบบเอกชนออกมาเป็น PTTOR และมีแผนการที่จะเอาบริษัทนี้เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป
3482A377-7DED-4B1B-9ABA-7A1AC7CD86FD.jpeg
3482A377-7DED-4B1B-9ABA-7A1AC7CD86FD.jpeg (196.21 KiB) Viewed 1900 times
ทรัพย์สินธุรกิจที่ PTTOR ซื้อมาจาก ปตท. ไม่ได้มีมูลค่าแค่เพียงตัวเงินเท่านั้น แต่เป็นมูลค่าของแบรนด์ที่มีค่ามหาศาล เพราะ ปตท. เป็นแบรนด์ของสถานีน้ำมันที่มีผู้นิยมมาใช้บริการมากที่สุด

รวมทั้งมี Success Story ของแบรนด์ Café Amazon ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันสามารถขยายสาขาไปแล้ว ถึง 2,500 สาขาในประเทศและอีก 200 สาขาในต่างประเทศ (ตัวเลขเมื่อเดือนเมษายน 2562)

ดังนั้น โปรดักต์ที่ได้มาสามารถนำไปต่อยอดได้อีกมากมาย โดยมูลค่าที่เกิดขึ้นนี้มาจากองค์ความรู้ของคนทุกกลุ่มธุรกิจ ที่ล้วนแล้วแต่มีวิสัยทัศน์ ความชำนาญ และประสบการณ์ต่างๆ ที่สะสมมายาวนาน

ทำให้ PTTOR ในยุคนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็งบนพื้นฐานที่มั่นคงแข็งแรง

PTTOR รอเวลาติดปีก ปลดล็อกการลงทุน

PTTOR ได้รับการมอบหมายให้มีบทบาทเป็น Flagship Company ของกลุ่ม ปตท. ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก ซึ่งจะมีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและแสวงหาโอกาสในการเติบโตที่ชัดเจน สามารถแสวงหาบุคลากรและ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจที่มีประสบการณ์สูงมาร่วมทีมได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเป็นพันธมิตรในประเทศ หรือในอาเซียนเท่านั้น แต่ขยายไกลไปกว่านั้น เช่น จีน ญี่ปุ่น เป็นการเสริมสร้างศักยภาพธุรกิจของ PTTOR อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ การที่ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเสริมสร้างความชัดเจนและโปร่งใสในสายตาของสาธารณชนต่อการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากจะมีการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินของ PTTOR ตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกด้วย

สำหรับในเรื่องพนักงาน ปตท. ที่มีทั้งหมดประมาณ 4,500 คน ก็จะมีประมาณ 1,500 คนที่จะย้ายเข้ามาทำงานอยู่ใน PTTOR

ส่วนการดำเนินการทางด้านกฎหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโอนสัญญาและใบอนุญาต ซึ่งสัญญามีอยู่ประมาณ 3 หมื่นฉบับ รวมทั้งการเปลี่ยนคู่ค้าของดีลเลอร์ปั๊มน้ำมันประมาณ 1,600 ราย หรือลูกค้าน้ำมันอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น สายการบิน ที่ต้องมาทำสัญญากันใหม่กับ PTTOR ภายใต้เงื่อนไขเดิมนั้น ก็ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มคนเหล่านี้อย่างดีมาก

ทำให้ขั้นตอนล่าสุดในเรื่องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในตอนนี้ก็คือ อยู่ในกระบวนการเตรียมการยื่น Filing ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก

เร่งสร้างจุดต่าง เพื่อตอกย้ำแบรนด์ในใจผู้บริโภค

ในขณะเดียวกัน การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การเกิดขึ้นของ Mega Trend ต่างๆ เช่น สังคมสูงวัย สังคมเมืองที่ขยายตัวมากขึ้น (Urbanization) รวมถึงการเกิด Business disruption ต่างๆ อาทิ การเกิดขึ้นของพลังงานทางเลือก (Renewable Energy) และยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle)
10761444-2766-416D-B874-4B8F545ACFE8.jpeg
10761444-2766-416D-B874-4B8F545ACFE8.jpeg (156.06 KiB) Viewed 1900 times

PTTOR จึงอยู่ระหว่างการจัด Portfolio การลงทุนใหม่ให้สอดคล้องกับ Mega Trend ข้างต้น รวมถึง Business Direction ของบริษัทที่ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์คุณค่าให้เกิดแก่สังคมชุมชน และเติบโตร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้อย่างสมดุล

นอกจากนี้ PTTOR มีโครงการที่จะปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Ways of Work) ปรับวิถีคิด (Mindset) ปรับวิถีการทำงาน (Skillset) และ Competency ของพนักงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงข้างต้น โดย PTTOR ให้ความสำคัญกับ Enablers ที่สำคัญคือ

1. ด้าน Hard side: PTTOR นำดิจิทัลเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) จากข้อมูล Big Data ขององค์กรเข้ามาเป็นเครื่องมือในการวางกลยุทธ์ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ และปรับกระบวนการทำงานทั้งหมดแบบ End to End เพื่อทำงานได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้นนั่นเอง

2. ด้าน Soft side: PTTOR มีการพัฒนาศักยภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประเมิน competency และวางแผนสายอาชีพของพนักงาน จากนั้นจะเติมเต็มและพัฒนาพนักงานผ่านการอบรมในรูปแบบหลักสูตร และ on the job training ผ่านการดูแลของหน่วยงานทรัพยากรบุคคล และศูนย์การเรียนรู้ของ PTTOR (OBA) โดยมีเป้าหมายในการสร้าง Culture และ DNA ใหม่ให้คน PTTOR และสนับสนุนให้ปลดปล่อยศักยภาพของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่
EBA30E5C-86C1-4127-9697-A444EF3C4985.jpeg
EBA30E5C-86C1-4127-9697-A444EF3C4985.jpeg (201.91 KiB) Viewed 1900 times
Café Amazon ติดปีกบินหนีคู่แข่งไปไกลถึงจีน

หลังจาก Café Amazon ขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศ AEC เช่น ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว เมียนมา มาระยะหนึ่งแล้ว และยัง ’มุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศ AEC นี้อย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งในรูปแบบการขยายสาขาใหม่ รวมถึงการหา Partner ที่มีความรู้ความสามารถเพื่อร่วมกันลงทุนทำธุรกิจที่ส่งเสริมศักยภาพของ PTTOR

เช่น ในปีนี้ PTTOR ได้เปิด Café Amazon Flagship Store เป็นแห่งแรกในประเทศสิงคโปร์ ที่ห้างสรรพสินค้า Jewel แห่งใหม่ที่สนามบินสิงคโปร์ โดยเพิ่งเปิดดำเนินการในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และมีแผนในการขยายเพิ่มเติม รวมทั้งจะมีการขยายสาขาเพิ่มในเวียดนาม อินโดนีเซีย และพม่า

นอกจากนั้น ยังมองหาโอกาสบินไกลไปกว่า AEC ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายมากๆ เนื่องจากจะต้องมีการปรับ Business Model ให้สอดคล้องกับลักษณะตลาดและความต้องการของผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ ซึ่งการขยายในประเทศใหม่ๆ นั้น ก็จะเน้นที่แบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการเติบโตและความพร้อมในการลงทุน เช่น Café Amazon

โดยเมื่อปีที่แล้ว PTTOR ได้ให้สิทธิ์ Master Franchise แก่บริษัทในเครือของบริษัทน้ำมันแห่งชาติของโอมาน เพื่อดำเนินธุรกิจร้าน Café Amazon ในประเทศโอมาน เป็นต้น

คุณจิราพรยังกล่าวอีกว่า จีนคือประเทศเป้าหมายอีกประเทศหนึ่งที่น่าสนใจอย่างมากของตลาดน้ำมันหล่อลื่น และ Café Amazon

“โดยเมืองที่จะเข้าไปก่อนเป็นอันดับแรกๆ คือ กวางสี เสิ่นเจิ้น และเซี่ยงไฮ้ และยังมีโอกาสที่ฮ่องกง โดยวิธีไปจะมีการคัดเลือกพาร์ตเนอร์ที่มีศักยภาพ ที่เราคิดว่าได้แน่นอนแล้ว โดยในปีนี้จะเปิด 1 สาขาในจีนแน่นอน”



PTTOR บิวด์แบรนด์ Love เพื่อช่วย SMEs

คุณจิราพรย้ำว่า หน้าที่ของ PTTOR คือการบิวด์แบรนด์ สร้างแบรนด์ เมื่อแบรนด์ดีมีมาตรฐานแล้ว ก็ขายแบรนด์เป็นแฟรนไชส์เพื่อเปิดโอกาสให้ SMEs รายย่อยทั่วประเทศไทยได้มีโอกาสเติบโตร่วมกับ PTTOR ต่อไป

เธอได้ย้ำให้เห็นภาพชัดๆ ว่า

“จำนวนปั๊มทั้งหมดในประเทศ 1,800 กว่าแห่ง ประมาณ 80% เป็นของดีลเลอร์ เช่นเดียวกับสาขาของ Café Amazon ทั้งหมดก็เป็นของแฟรนไชส์ที่เป็น SMEs 80% ดังนั้น กำไรที่ได้ส่วนใหญ่จึงเป็นของ SMEs แต่ละราย ไม่ใช่ของ PTTOR นะคะ”

นอกจากนั้น PTTOR ยังได้วางแนวทางการช่วยสนับสนุนและสร้างผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีแก่สังคมและชุมชน ในอีกหลายๆ เรื่อง เช่น

-โครงการไทยเด็ด ซึ่งเป็นโครงการจากความร่วมมือของ PTTOR, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs Bank), ธ.ก.ส. และผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ที่มุ่งยกระดับสินค้าวิสาหกิจชุมชน เพิ่มช่องทางการจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ



– โครงการรวมพลัง ร่วมใจ ช่วยเกษตรกร สนับสนุนเกษตรกรซึ่งเป็นอาชีพหลักของไทย นำสินค้ามาวางจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันในช่วงที่สินค้าราคาตกต่ำ เช่น ข้าว และสับปะรด เป็นต้น

– การพัฒนาคุณภาพการเพาะปลูกกาแฟและผลิตเมล็ดกาแฟร่วมกับโครงการหลวง การสร้างวิสาหกิจชุมชนที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ในเชิงพาณิชย์

– โครงการนำร่องต้นแบบรถพยาบาลเคลื่อนที่รักษาผู้ป่วยหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน

– การมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนรอบพื้นที่คลังปฏิบัติการ และการให้การสนับสนุนโครงการกีฬาของชุมชนต่างๆ ผ่านโครงการ “แยก แลก ยิ้ม”

– โครงการ Café Amazon for Chance ที่เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางการได้ยินได้ประกอบอาชีพเป็นบาริสต้าในร้าน Café Amazon ที่จะช่วยสร้างรายได้ สร้างอาชีพ พร้อมพัฒนาความสามารถให้ผู้พิการอีกด้วย

คุณจิราพรกล่าวสรุปว่า

ทั้งหมดที่ PTTOR กำลังดำเนินการอยู่นั้นได้ตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ของ PTTOR ในการเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลกที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชนผ่านการดำเนินธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้วย

เมื่อถึงวันที่ชุมชนรักและผูกพันกับแบรนด์ เชื่อได้ว่าการขยายตัวในส่วนของธุรกิจค้าปลีก ซึ่งปัจจุบันมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 20-30% ของรายได้ทั้งหมดนั้นมีโอกาสที่โตเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วแน่นอน

ล่าสุด เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา

PTTOR ได้รับการคัดเลือกให้เป็น No. 1 Brand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ใน 3 ธุรกิจหลัก คือสถานีบริการน้ำมัน, ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น (PTT Lubricants) และ Café Amazon ซึ่งอ้างอิงผลสำรวจโดย Marketeer Research ร่วมกับบริษัท Kadence International (Thailand)

ทั้ง 3 ธุรกิจเต็มไปด้วยผู้เล่นรายใหญ่ในประเทศ และ Inter Brand มากมาย ดังนั้น การที่ PTTOR ยังคงรักษาแชมป์ไว้ได้นั้น วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่ผู้บริหารวางไว้ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Jun 26, 2019 11:01 am

*PTT ลดเป้ากำไรปีนี้จากสเปรดธุรกิจโรงกลั่น-ปิโตรฯยังอ่อนแอ ,ถกบอร์ด Q3/62 เคาะนำ PTTOR เข้าตลท.ก่อนยื่นไฟลิ่ง
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Wednesday, June 26, 2019 08:25


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มิ.ย. 62)--นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า ปตท.ปรับลดเป้าหมายกำไรในปีนี้ลงเล็กน้อยจากเป้าหมายเดิมในช่วงต้นปี หลังจากมองว่าธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมียังคงได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ทำให้ส่วนต่าง (สเปรด) ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและน้ำมันยังคงอ่อนแอ ซึ่งจะกดดันต่อผลประกอบการของบมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บมจ.ไทยออยล์ (TOP) ซึ่งเป็นบริษัทลูก แม้แนวโน้มของธุรกิจบมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) จะมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการเข้ามา แต่ก็ยังขึ้นกับทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกด้วยทำให้น่าจะยังไม่สามารถเข้ามาชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ อีกทั้งพอร์ตธุรกิจปิโตรเคมีของบริษัทในกลุ่มก็มีขนาดใหญ่ด้วย
อย่างไรก็ตาม ปตท.คาดว่าราคาน้ำมันดิบในช่วงครึ่งหลังของปีนี้และเฉลี่ยทั้งปี 62 จะอยู่ในช่วง 60-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากภาวะโอเวอร์ซัพพลายที่ยังมีอยู่ ขณะที่ตลาดอยู่ระหว่างปรับตัวเพื่อเข้าสู่จุดสมดุลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า หลังเผชิญกับสงครามการค้าส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้ แต่ก็คาดว่าน่าจะเป็นปัญหาระยะสั้นและสามารถตกลงกันได้ อีกทั้งตลาดยังมีการปรับตัวเพื่อรับเกณฑ์ใหม่ขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ที่กำหนดให้เรือเดินสมุทรต้องใช้น้ำมันเตาที่มีค่ากำมะถันต่ำไม่เกินกว่า 0.5% ในปี 63
ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันดิบยืนอยู่ในระดับ 60-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ตามเป้าหมาย ก็คาดว่ารายได้ในปีนี้จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ 2.34 ล้านล้านบาท เพราะแม้ราคาน้ำมันจะดีขึ้นแต่ก็มีโรงงานของบริษัทในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีมีแผนหยุดซ่อมบำรุงทำให้กระทบต่อปริมาณการผลิต
"บอร์ดมีการทบทวนในช่วงกลางปีปรับเป้ากำไรลงเล็กน้อย ไม่เยอะ จากที่ประเมินไว้ในช่วงต้นปี เพราะเราจะต้องทำให้เราแข็งแรงขึ้น ใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพ ลดอะไรที่ไม่จำเป็นอย่างการบริหารจัดการภายใน เช่น ค่าเดินทาง การจัดอบรม"นายชาญศิลป์ กล่าว
นายชาญศิลป์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามปตท.ได้ปรับแผนลงทุนในปีนี้ใหม่ โดยเพิ่มงบลงทุนปีนี้อีกราว 3.32 หมื่นล้านบาท เป็น 1.04 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการปรับเพิ่มในธุรกิจเทคโนโลยีและวิศวกรรม เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ที่คาดว่าจะเซ็นสัญญากับรัฐบาลในราวเดือนก.ค.นี้ รวมถึงการเพิ่มทุนในบมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เพื่อรักษาสัดส่วนการลงทุนและก็มีโอกาสที่จะเพิ่มการถือหุ้นใน GPSC อีกเล็กน้อย ตลอดจนใช้ลงทุนในรูปแบบ Venture Capital เพื่อการเติบโตในระยะยาว
อย่างไรก็ตามปตท.จะมีการทบทวนงบประมาณลงทุนตามแผนลงทุน 5 ปีอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะมีเรื่องสำคัญ 2-3 เรื่องที่เกึ่ยวเนื่องกับพลังงานรอนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาต่อไปด้วย
นอกจากนี้ปตท.จัดทัพธุรกิจเพื่อส่งบริษัทในกลุ่มเป็นผู้นำเข้าไปบุกตลาดในแต่ละพื้นที่ อย่างในตะวันออกกลางและเพื่อนบ้านก็จะใช้ PTTEP เป็นผู้บุกเบิก สหรัฐอเมริกา ก็จะมี PTTGC เป็นผู้นำ ส่วนเวียดนามมี TOP เป็นผู้นำ ขณะที่บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) จะเป็นผู้นำบุกตลาดในลาว กัมพูชา ฟิลิปินส์ จีนตอนใต้ และประเทศเพิ่อนบ้าน
ทั้งนี้ ล่าสุด PTTOR จับมือกับพันธมิตร เพื่อร่วมทุนธุรกิจคลังและค้าส่งน้ำมันและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และร่วมทุนธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและค้าปลีกในเมียนมา ทำให้ปตท.ยังคงจะต้องผลักดันการนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเตรียมนำรายละเอียดเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการเพื่ออนุมัติในไตรมาส 3/62 หลังจากนั้นจะยื่นแบบเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ต่อไป
"เรามีการขยายน้ำมันและนอนออยล์ไปต่างประเทศ ต่อไปเมื่อเขาเข้าตลาดก็จะขยายของเขาเอง ปัจจุบันอยู่ในกระบวนการเข้าตลาด เป็นหน้าที่ที่ผมจะต้องพยายามนำเข้าให้ได้ในเวลาที่เหมาะสม...เรากำลังทำกระบวนการเพื่อเตรียมยื่นต่อก.ล.ต. และรอดูสถานการณ์ตลาดด้วยว่าเป็นอย่างไร เรายังเดินหน้าอยู่ ตอนนี้ก็รอเข้าบอร์ดน่าจะเป็นช่วงไตรมาส 3"นายชาญศิลป์ กล่าว
นายชาญศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับธุรกิจไฟฟ้าซึ่งมี GPSC เป็นแกนหลักนั้นก็ยังคงมองหาโอกาสการลงทุนในภูมิภาคเอเชียต่อเนื่อง นอกเหนือจากปัจจุบันที่มีการลงทุนอยู่ในลาว และอยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกิจโรงไฟฟ้าตามรูปแบบ Gas to Power ในเมียนมา ซึ่งเป็นการต่อยอดนำก๊าซฯมาผลิตไฟฟ้าในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม หลังจากที่มี PTTEP เป็นผู้นำเข้าไปลงทุนธุรกิจก๊าซธรรมชาติในเมียนมาอยู่แล้ว โดยคาดว่าโครงการในเมียนมาจะมีความชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปีนี้
นอกจากนี้ GPSC ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโรงไฟฟ้าจากขยะชุมชน ขนาด 9.8 เมกะวัตต์ (MW) ในจ.ระยอง เพื่อขายไฟฟ้าเข้าระบบภายในสิ้นปี 62 โดยเป็นการนำขยะจากพื้นที่ในจ.ชลบุรี ,ระยอง และจันทบุรี มาใช้เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งเมื่อประสบความสำเร็จในพื้นที่แล้ว กลุ่มปตท.ก็มองโอกาสนำรูปแบบโมเดลธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะดังกล่าวไปใช้ในพื้นที่อื่นที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามาก โดยอาจจะทำให้มีการรวมตัวเป็นคัสเตอร์จังหวัดเพื่อรวบรวมปริมาณขยะให้มีเพียงพอมาใช้ผลิตไฟฟ้าต่อไป
ส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศนั้น ปัจจุบันปตท.มีโอกาสที่จะได้พัฒนาโครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะ3 และโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะ 3 ซึ่งเป็นโครงการที่มีการลงทุนสูง แต่ก็เป็นโครงการที่ปตท.มีความเชี่ยวชาญ ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้น ปตท.ไม่มีความเชี่ยวชาญ หากผู้ชนะการประมูลโครงการดังกล่าวเชิญชวนให้ปตท.เข้าร่วมลงทุนด้วย ปตท.ก็จะต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อหารือต่อไป
นายชาญศิลป์ กล่าวอีกว่า ด้านธุรกิจก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) นั้น ปัจจุบันปตท.อยู่ระหว่างการพิจารณาแผนธุรกิจหลังจากความต้องการใช้ลดลง โดยปตท.จะยังคงรักษาสถานีบริการที่อยู่ตามแนวท่อก๊าซฯเพื่อเป็นสถานนีหลัก และจะปิดสถานีบริการในบางพื้นที่ที่อยู่นอกแนวท่อก๊าซฯและไม่มีศักยภาพ เพื่อทำให้ธุรกิจมีความเข้มแข็งมากขึ้น
นายชาญศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับภาพของกลุ่มปตท.ในอีก 3-5 ปีข้างหน้าจะสร้างการเติบโตด้านพลังงานอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ โดยจะมีปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซฯเพิ่มขึ้นจากการลงทุนของ PTTEP ,มีการขยายธุรกิจ Gas to Power ให้มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ,ขยายธุรกิจร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน สถานีบริการน้ำมัน และ LPG ในกัมพูชา ลาว เมียนมา และจีน ,มีผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเกรดพิเศษมากขึ้น , มีน้ำมันที่สะอาดใช้ทั้ง B10 และ B20 ตลอดจนการส่งเสริมให้เกิด Bio Economy ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งด้วย


--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/เสาวลักษณ์/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sat Jul 20, 2019 12:39 pm

PTTORชงบอร์ดฯอนุมัติยื่นไฟลิ่งปลายก.ค.นี้
เผยแพร่: 19 ก.ค. 2562 17:45 โดย: ผู้จัดการออนไลน์





ปตท.น้ำมันและการกลั่น เตรียมชงบอร์ดเพื่อพิจารณายื่นไฟลิ่งช่วงปลายก.ค.นี้ หลังยืดเยื้อ และต้องเร่งเคลียร์การโอนทรัพย์สิน โอนสัญญาและคู่ค้าให้แล้วเสร็จ

แหล่งข่าวจากบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)หรือ PTTOR เปิดเผยความคืบหน้าการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ในปลายเดือนก.ค.นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯจะพิจารณาเรื่องการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO)ในตลาดหลักทรัพย์ฯ หากบอร์ดฯเห็นชอบก็จะดำเนินการยื่นไฟลิ่งต่อก.ล.ต.ต่อไป



โดยก่อนหน้านี้ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เคยกล่าวว่าPTTORคาดว่าจะยื่นไฟลิ่งให้ก.ล.ต.ได้ในช่วงไตรมาส 3 นี้ หลังจากได้เลื่อนแผนการนำ PTTOR เข้าตลาดหลักทรัพย์ออกไปจากกำหนดการเดิม 6 เดือน เพื่อเร่งเคลียร์การโอนทรัพย์สิน โอนสัญญาและคู่ค้าให้แล้วเสร็จ หลังจาก ปตท.ได้แยกกิจการหน่วยธุรกิจน้ำมันมาอยู่ใน PTTOR เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2561


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Mon Jul 22, 2019 10:38 am

'พีทีทีโออาร์' เล็งชงบอร์ดขออนุมัติเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
Source - กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (Th)

Friday, July 19, 2019 21:04

"พีทีทีโออาร์" เล็งชงบอร์ดปลายเดือนก.ค.นี้ ขออนุมัติเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก่อนกำหนดระยะเวลายื่นไฟลิ่งต่อไป
เมื่อวันที่ 19 ก.ค.62 แหล่งข่าวบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือ PTTOR เปิดเผยถึงความคืบหน้าการนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เรื่องดังกล่าวจะต้องนำเสนอขอการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท(บอร์ด PTTOR)ในช่วงปลายเดือนก.ค.นี้ก่อน ซึ่งหากผ่านการอนุมัติแล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนเตรียมยื่นแบบเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อนำหุ้น PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และสามารถเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เข้าตลาดหุ้นได้ ส่วนระยะเวลาดำเนินการจะเป็นช่วงใดนั้น ยังต้องรอจังหวะที่เหมาะสมอีกครั้ง

ที่มา: www.bangkokbiznews.com


mezzo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 693
Joined: Tue Aug 02, 2011 9:33 am

Re: PTTOR

Posts by mezzo » Wed Jul 24, 2019 8:50 pm

OR ร่วมสนับสนุน F1 ครับ

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ เปิดเผยว่า พีทีที โออาร์ ยินดีที่ได้ร่วมกับทีมสคูเดอเรีย โทโร่ รอสโซ่ สนับสนุนให้นายอเล็กซ์ อัลบอน อังศุสิงห์ นักแข่งรถยนต์ชื่อดังลูกครึ่งไทย – อังกฤษ ร่วมการแข่งขันรถยนต์ฟอร์มูล่า 1 รายการแข่งขันที่รวมนักขับยอดฝีมือ และเทคโนโลยีรถแข่งชั้นนำระดับโลก ซึ่งนายอเล็กซ์ฯ เป็นนักแข่งสัญชาติไทยเพียงคนเดียวที่มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ในปี 2562 และนับเป็นคนไทยคนที่ 2 ต่อจาก พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ที่เคยลงแข่ง F1 เมื่อปี 2493
โดย พีทีที ลูบริแคนท์ส (PTT Lubricants) ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นของคนไทย หนึ่งในแบรนด์ภายใต้ พีทีที โออาร์ ได้มีโอกาสร่วมสนับสนุนนายอเล็กซ์ฯ ตั้งแต่การแข่งขันฟอร์มูล่า ทู ในปี 2561 จนมาถึงปีนี้ที่นายอเล็กซ์ฯ ได้เข้าร่วมทีมสคูเดอเรีย โทโร่ รอสโซ่ ในการแข่งขัน F1 นับว่าสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยอย่างยิ่ง
การแข่งขัน F1 เป็นหนึ่งในรายการสำคัญที่ชาวมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกให้ความสนใจ โดย พีทีที โออาร์ หวังว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้นักกีฬามอเตอร์สปอร์ตชาวไทยได้แสดงศักยภาพ และความสามารถในเวทีการแข่งขันระดับโลก สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นของไทย PTT Lubricants ให้ปรากฎสายตาของแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตจากทั่วทุกมุมโลก ดั่งวิสัยทัศน์ของ พีทีที โออาร์ ที่มีเจตนารมณ์ในการผลักดันผลิตภัณฑ์ของไทยให้เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก
Attachments
CF53ED55-3785-4DF6-8D28-C6F35E54FE02.jpeg
CF53ED55-3785-4DF6-8D28-C6F35E54FE02.jpeg (709.76 KiB) Viewed 1575 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri Aug 02, 2019 9:16 pm

บอร์ดปตท.สั่งชะลอกระจายหุ้น “โออาร์” ในตลาดหลักทรัพย์

2 August 2019

-เหตุโครงสร้างธุรกิจไม่มีความชัดเจน
-หวั่นถูกครหาว่า“ขายชาติ”
-ราคาขายต่ำเกินจริงและการระดมทุนยังไม่มีแผนใช้เงินชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัทปตท. จำกัด(มหาชน)​ที่มีนายไกรฤทธิ์อุชุกานนท์ชัยเป็นประธานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีมติไม่เห็นชอบให้บริษัทปตท.น้ำมันและการค้าปลีกจำกัดหรือพีทีทีโออาร์ เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)​เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจยังไม่ชัดเจนและไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าเมื่อระดมทุนแล้วจะนำเงินไปลงทุนในกิจการใดบ้างขณะเดียวกันบอร์ดไม่ต้องการให้ถูกกล่าวหาว่าขายชาติหากจะมีการขายหุ้นของปตท.โออาร์

สำหรับประเด็นที่มีถกเถียงกันในที่ประชุมบอร์ดและยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน อาทิ การกำหนดราคาต่อหุ้นถือว่าต่ำเกินจริง ขณะเดียวกันหากระดุมทุนแล้วจะนำเงินมาลงทุนในกิจการใดบ้างแต่หากต้องดำเนินการจริงๆควรจะแบ่งการระดมทุนหรือการนำหุ้นกระจายในตลาดหลักทรัพย์แบ่งเป็น2 ระยะโดยระยะแรก20,000 ล้านบาทส่วนที่เหลือเป็นระยะต่อไปซึ่งประเด็นทั้งหมดผู้บริหารโออาร์ไม่สามารถชี้แจงให้รายละเอียดกับบอร์ดปตท.ได้ดังนั้นจึงขอให้ชะลอการระดมทุนโออาร์ในตลาดหลักทรัพย์ฯออกไปก่อน

ทั้งนี้ตามแผนเดิมปตท.จะนำปตท.โออาร์กระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาส2 ของปีนี้แต่ขณะนี้จำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อนจนกว่าทางผู้บริหารของโออาร์จะไปทบทวนและจัดทำโครงสร้างธุรกิจใหม่รวมถึงจะต้องไม่มีคำถามหรือสังคมคาใจได้อีกว่าการกระจายหุ้นดังกล่าวเป็นการขายชาติแต่การขายหุ้นเพื่อขยายการกิจการและความมั่นคงด้านพลังงาน

สำหรับการปตท.โออาร์จัดตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพและความคล่องตัวในการแข่งขันในธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเนื่องจากธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีกเป็นธุรกิจเสรีที่มีผู้ค้ามากรายและมีการแข่งขันสูงปตท. จึงดำเนินการปรับโครงสร้างบริษัทด้วยการโอนกิจการของหน่วยธุรกิจน้ำมันตลอดจนหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องปตท.โออาร์ ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายเปิดเสรีธุรกิจน้ำมันที่ภาครัฐได้วางแนวทางและดำเนินการเปิดเสรีธุรกิจน้ำมันอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและทำให้ประชาชนมีทางเลือกและได้รับการบริการที่ดีมากขึ้นอีกทั้งยังจะช่วยสนับสนุนและสร้างผู้ประกอบการรายย่อย(เอสเอ็มอี) ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกรวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีแก่สังคมและชุมชนด้วย


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Mon Aug 05, 2019 1:13 pm

รมว.พลังงาน เตรียมเรียกผู้บริหาร PTTOR แจงแผนเข้าตลาดหุ้น ชี้ต้องตอบโจทย์มีประโยชน์ต่อปท.-ศก.ชุมชน
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Monday, August 05, 2019 11:34


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ส.ค. 62)--นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมที่จะเชิญผู้บริหารบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) มาหารือภายใน 1 เดือนข้างหน้าถึงแผนการนำบริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะการนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯไม่ใช่เฉพาะพีทีที โออาร์เท่านั้น แต่จะต้องเป็นประโยชน์ของประเทศ และเศรษฐกิจชุมชนด้วย
"เดี๋ยวคุยกับผู้บริหารแล้วก็คงจะมีคำตอบ คงไม่นาน ต้องดูผลกระทบรอบตัว ใน 1 เดือนนี้ก็จะเชิญผู้บริหารมาหารือเรื่องการเข้าตลาดของพีทีที โออาร์ การเข้าตลาดไม่ใช่เฉพาะโออาร์ แต่ต้องเป็นประโยชน์ของประเทศ และเศรษฐกิจชุมชน ถ้าตอบโจทย์ได้ก็มีศักยภาพในการเข้าตลาด...ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ควรเข้าหรือไม่ควรเข้าตลาด ประเด็นอยู่ที่ว่าเข้าแล้วประเทศได้ประโยชน์ไหม"นายสนธิรัตน์ กล่าว
ก่อนหน้านี้นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของพีทีที โออาร์ ระบุว่าเตรียมนำรายละเอียดการนำพีทีที โออาร์เข้าตลาดหุ้น เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการเพื่ออนุมัติในไตรมาส 3/62 หลังจากนั้นจะยื่นแบบเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ต่อไป


--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/เสาวลักษณ์/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Mon Aug 05, 2019 1:30 pm

PTT แจง PTTOR อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น รอช่วงเวลาที่เหมาะสม
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Monday, August 05, 2019 13:25


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ส.ค. 62)--นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท. (PTT) กล่าวว่า ตามที่ได้มีข่าวคณะกรรมการ PTT มีมติไม่เห็นชอบให้ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดในวงกว้างนั้น ปตท. ขอเรียนชี้แจงว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ปตท. เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ยังไม่มีวาระของโออาร์นำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา
ในส่วนของความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว ปัจจุบัน โออาร์อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อนำโออาร์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ปตท. ไม่สามารถให้รายละเอียดการดำเนินการในเรื่องนี้ได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดตามกฎหมาย ทั้งนี้ ในฐานะผู้ถือหุ้นของโออาร์ ปตท. ขอยืนยันว่าการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จะได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ และจะมีการพิจารณารายละเอียด รวมทั้งสถานการณ์และช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป หากมีความคืบหน้าที่สำคัญประการใดที่ ปตท.สามารถแจ้งได้ตามกฎหมาย ปตท. จะแจ้งให้ทราบต่อไป

--อินโฟเควสท์ โดย อตฦ/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Mon Aug 05, 2019 6:17 pm

ปตท. ย้ำเดินหน้า’โออาร์’ ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์

โดย SARANYA THONGTHAB 5 สิงหาคม 2562
ปตท. ปฏิเสธข่าว “โออาร์” ชะลอการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ยันเดินหน้าตามแผนในช่วงเวลาที่เหมาะสม

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) กล่าวถึงข่าวที่คณะกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีมติไม่เห็นชอบให้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั้นไม่เป็นความจริง อาจส่งผลให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดในวงกว้าง

ทั้งนี้ปตท. ขอเรียนชี้แจงว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ปตท. เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ยังไม่มีวาระของโออาร์นำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ในส่วนของความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว ปัจจุบันโออาร์อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ปตท. ไม่สามารถให้รายละเอียดการดำเนินการในเรื่องนี้ได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ในฐานะผู้ถือหุ้นของโออาร์ ปตท. ขอยืนยันว่า การนำโออาร์ระดมทุนตามในตลาดฯ จะได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ และจะมีการพิจารณารายละเอียด ทั้งสถานการณ์และช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป หากมีความคืบหน้าที่สำคัญที่ ปตท.สามารถแจ้งได้ตามกฎหมาย ปตท. จะชี้แจงให้ทราบต่อไป


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Mon Aug 05, 2019 6:17 pm

ปตท. ย้ำเดินหน้า’โออาร์’ ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์

โดย SARANYA THONGTHAB 5 สิงหาคม 2562
ปตท. ปฏิเสธข่าว “โออาร์” ชะลอการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ยันเดินหน้าตามแผนในช่วงเวลาที่เหมาะสม

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) กล่าวถึงข่าวที่คณะกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีมติไม่เห็นชอบให้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั้นไม่เป็นความจริง อาจส่งผลให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดในวงกว้าง

ทั้งนี้ปตท. ขอเรียนชี้แจงว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ปตท. เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ยังไม่มีวาระของโออาร์นำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ในส่วนของความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว ปัจจุบันโออาร์อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ปตท. ไม่สามารถให้รายละเอียดการดำเนินการในเรื่องนี้ได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ในฐานะผู้ถือหุ้นของโออาร์ ปตท. ขอยืนยันว่า การนำโออาร์ระดมทุนตามในตลาดฯ จะได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ และจะมีการพิจารณารายละเอียด ทั้งสถานการณ์และช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป หากมีความคืบหน้าที่สำคัญที่ ปตท.สามารถแจ้งได้ตามกฎหมาย ปตท. จะชี้แจงให้ทราบต่อไป


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Aug 21, 2019 10:40 am

รมว.พลังงานขีดเส้นปตท. แจงก.ย. สารพัดประโยชน์ OR เข้าตลาดหุ้น

19/08/2019PTT
HoonSmart.com>>รมว.พลังงาน สั่ง PTT เคลียร์ปม OR ตอบโจทย์อุ้มเศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน คาดชัดเจนใน ก.ย.ก่อนลุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ต้นปี 2563 ปตท.ใช้บริษัทย่อยซื้อ 2 บริษัทถ่านหินอินโดนีเซีย 356 ล้านบาท เพิ่มปริมาณสำรอง

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท. (PTT) และผู้บริหารปตท.เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา มอบหมายให้จัดทำแผน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการนำบริษัทปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะต้องตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก และความเข้มแข็งที่จะเป็นผู้นำในต่างประเทศ คาดว่าจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนภายในเดือนก.ย. และหากไม่มีประเด็นติดขัด คาดว่าน่าจะสามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้ในช่วงต้นปี 2563

” ถ้าตอบโจทย์ 3-4 ข้อนี้ได้ ผมก็ไม่ปฎิเสธเรื่องเข้าตลาด ต้องตอบให้ได้ว่าทำเพื่ออะไร เพื่อขยายธุรกิจ แต่ธุรกิจนั้นไม่ใช่เป้าหมายหลัก เพราะเราเป็นองค์กรที่แตกออกไปจากองค์กรของรัฐ จะต้องมีสิ่งที่เราจะต้องกลับมาเกื้อกูลสังคม เกื้อกูลเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งมิตินี้ในอดีตต้องบอกว่าเราไม่เห็นภาพอย่างนี้มากนัก “นายสนธิรัตน์ กล่าว

รมว.พลังงาน กล่าวว่า การจะนำโออาร์เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องตอบโจทย์เรื่องความมั่นคงด้านพลังงานให้ได้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญและปตท.เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สร้างความมั่นคงเรื่องพลังงานของประเทศ นอกจากนี้จะต้องเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานราก และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งการจะทำให้โออาร์มีความเข้มแข็งขึ้นก็ต้องยกระดับเป็นองค์กรที่จะต้องขยายการทำธุรกิจไปในต่างประเทศ และสามารถผลักดันเอสเอ็มอีของไทยให้เติบโตไปด้วยกัน เช่นกรณีการนำสินค้าชุมชนเข้ามาขายในสถานีบริการน้ำมัน ตามโครงการ”ไทยเด็ด” ซึ่งในอนาคตอาจมีความร่วมมือกับสหกรณ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชนและจะนำไปสู่การจัดตั้งร้านโคออป

นอกจากนี้ ยังต้องการให้โออาร์เข้าไปช่วยดูแลเพื่อผลักดันกลไกการซื้อขายปุ๋ยของเกษตรกรให้มีความเหมาะสม เพราะปัจจุบันกลไกซื้อขายปุ๋ยจะเป็นลักษณะที่เกษตรกรไม่มีทุนก็จะนำปุ๋ยมาใช้ก่อน เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตก็เอามาหักราคาค่าปุ๋ย

ทางด้านบริษัทปตท. (PTT) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทย่อยได้ซื้อหุ้น 100% ใน PT Sentika Mitra Persada (SMP) ทุนจดทะเบียน 57,804 ล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย และ PT Multiara Kapuas (MK) ทุนจดทะเบียน 21,883 ล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย ซึ่งทั้งสองบริษัทเป็นผู้ถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าการลงทุนรวม ประมาณ 11.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 356 ล้านบาท

วัตถุประสงค์ในการซื้อครั้งนี้ เพื่อรักษาปริมาณสำรองถ่านหินให้กับกลุ่ม เนื่องจากปริมาณสำรองถ่านหินในแหล่งที่มีในปัจจุบันปรับลดลง รวมถึงสามารถเพิ่มศักยภาพในการปรับคุณภาพของถ่านหินจากเหมืองที่ผลิตในปัจจุบัน เพื่อให้ตอบสนองและตรงตามความต้องการของลูกค้าของกลุ่ม


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Aug 28, 2019 3:56 pm

PTT คาดส่ง PTTOR เข้าตลาดหุ้นได้ภายใน 1 ปีหลังนำเสนอข้อมูลต่อ รมว.พลังงาน แล้ว
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Wednesday, August 28, 2019 15:42


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ส.ค. 62)--นายชาญศิลป์ตรีนุชกรประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) คาดว่าจะสามารถนำ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) เข้าจดทะเบียนเพื่อระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ภายใน 1 ปีนับจากนี้ โดยเบื้องต้นได้มีการเข้าพบเพื่อหารือและนำเสนอข้อมูลกับ รมว.พลังงานแล้ว ซึ่งมีความเข้าใจถึงแผนดังกล่าวเป็นอย่างดี
ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร แผนธุรกิจ และการลงทุน รวมถึงสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐว่าจะออกมาในรูปแบบใด อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุช่วงระยะเวลาการเข้าจดทะเบียนใน SET ที่ชัดเจนได้เนื่องจากขึ้นอยู่กับกระบวนการและการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต)

--อินโฟเควสท์ โดย วิทวัส โพธิ์มูล/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri Sep 06, 2019 8:07 am

ปตท. ลุ้นโค้งสุดท้าย ดันขุมทรัพย์ “โออาร์”

Suporn Sae-tang กันยายน 2, 2019 Cover Story

Home > Cover Story > ปตท. ลุ้นโค้งสุดท้าย ดันขุมทรัพย์ “โออาร์”
ยุทธศาสตร์การจัดทัพธุรกิจและดันบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลายเป็นแผนยืดเยื้อยาวนาน แม้กระทั่งชื่อยังเปลี่ยนจากยุค “PTTOR” เป็น “OR” และล่าสุดต้องลุ้นเฮือกสุดท้าย เมื่อรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ที่มีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเจ้ากระทรวงพลังงาน ออกมาสั่งการให้ ปตท. ต้องกำหนดนโยบายตอบโจทย์ 3 ข้อของท่านรัฐมนตรีให้ชัดเจนภายในเส้นตายเดือนกันยายนนี้

อย่างไรก็ตาม หากว่ากันตามเนื้อหาโจทย์ 3 ข้อจากที่ประชุมเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งนายสนธิรัตน์ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หารือร่วมกับนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารที่เกี่ยวข้องต่อกรณี ปตท. ต้องการนำบริษัท ปตท. น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ทุกข้อล้วนเป็นผลพวงจากข้อครหาที่ผ่านๆ มา ในเรื่องผลประโยชน์ของชาติทั้งสิ้น

ข้อแรก โออาร์จะสามารถสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานได้อย่างไร

ข้อ 2 โออาร์จะดูแลสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายหลักของรัฐบาลอย่างไร

ข้อ 3 การเข้าตลาดของโออาร์ ต้องสร้างความแข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศ พาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไทยไปเติบโตได้อย่างไร

“นโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้พลังงานสร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชนฐานราก จะพบว่าภารกิจล้วนเกี่ยวข้องกับโออาร์ทั้งหมด หากโออาร์จะเข้าตลาด ควรเน้นการสนับสนุนชุมชน ส่วนความต้องการสร้างรายได้ กำไร หัวใจควรไปเน้นต่างประเทศ ไม่ใช่ในประเทศไทย ที่สำคัญ แผนการเข้าตลาดจะขยับเป็นปี 2563 แทน” นายสนธิรัตน์กล่าว

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ปตท. เป็นองค์กรธุรกิจที่มีรายได้มูลค่ามหาศาล โดยผลประกอบการครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2562) มีรายได้รวม 1,121,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,437 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1% แม้ตัวเลขกำไรอยู่ที่ 55,250 ล้านบาท ลดลง 14,567 ล้านบาท หรือ 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเฉลี่ยต่ำกว่าปีที่ผ่านมา และค่าการกลั่นลดลงถึง 50% เป็นผลจากสงครามการค้าและเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา

แต่นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังมั่นใจว่า กำไรในปี 2562 จะไม่เลวร้ายเท่ากับปี 2558 อาจต่ำกว่าปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ 119,683.94 ล้านบาท เพียงเล็กน้อย

ขณะที่ช่วงที่ผ่านมา ปตท. จัดการทรัพย์สินให้โออาร์เรียบร้อยแล้ว มูลค่าประมาณ 1.2 แสนล้านบาท และตั้งความหวังว่า โออาร์จะเป็นแหล่งรายได้ที่มีการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากวางยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจค้าปลีกแบบรอบด้านภายใต้การบริหารงานที่คล่องตัวขึ้นและมีมาร์จิ้นดีกว่าธุรกิจปิโตรเลียมของบริษัทแม่

ถ้าดูโครงสร้างธุรกิจของโออาร์ล่าสุดแบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก เริ่มจากกลุ่มธุรกิจการตลาดค้าปลีกที่มีทั้งธุรกิจสถานีบริการ PTT Station ที่ครอบคลุมอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยและเน้นความเป็นมินิคอมมูนิตี้มอลล์ ภายใต้แนวคิด “ความสุขหลากสไตล์ในที่เดียว” (One Stop Service) โดยเร่งขยายบริการใหม่ๆ และพันธมิตรร้านค้า เช่น บัดเจ็ตโฮเทล บริการฟิตเนส สนามฟุตซอล บริการร้านเสริมสวย ร้านตกแต่งรถยนต์ เชนร้านอาหาร และร้านค้าต่างๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น เอสแอนด์พี แบล็กแคนยอน แมคโดนัลด์ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ชานมไข่มุก ล่าสุด มีร้านอาหารเข้ามาเป็นพันธมิตรมากกว่า 90 แบรนด์ กระจายตามปั๊มสาขาต่างๆ ตามทำเลและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

สำหรับการขยายสาขาปั๊มตามแผน 5 ปี จะขยายสถานีครอบคลุมทั่วประเทศมากกว่า 2,000 แห่ง และในตลาดต่างประเทศจะเปิดครบ 500 แห่ง ทั้งใน สปป.ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์

ขณะเดียวกัน โออาร์เดินหน้าธุรกิจร้านกาแฟคาเฟ่อเมซอน เพื่อปลุกปั้นขึ้นสู่ระดับ “เอเชียแบรนด์” โดยปีนี้ตั้งเป้าขยายสาขาในประเทศราว 400 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 2,500 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นการขยายผ่านแฟรนไชส์กว่า 80% แบ่งเป็นร้านตั้งในสถานีบริการน้ำมันของ PTT Station จำนวน 1,700 แห่ง และนอกสถานีบริการน้ำมัน 800 แห่ง นอกจากนี้ เพิ่งเปิดตัวต้นแบบร้านแห่งแรกภายใต้ Green Concept ใช้วัสดุรีไซเคิลในการตกแต่งร้าน และนำวัสดุย่อยสลายมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้งานภายในร้าน วางเป้าหมายจะเปิด 5 ร้าน ภายในปีนี้

ปัจจุบัน ธุรกิจคาเฟ่ อเมซอนสร้างรายได้ราว 12,000 ล้านบาทต่อปี ถือเป็นร้านกาแฟที่มียอดขายและสาขามากที่สุดในไทย เทียบกับยักษ์ใหญ่ “สตาร์บัคส์” ที่มีแผนเปิดสาขาในปีนี้ครบ 400 แห่ง นอกจากนี้ ยังแตกขยายแบรนด์ต่างๆ เพิ่มขึ้น ทั้งร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ร้านฟาสต์ฟู้ด ไก่ทอด เท็กซัส ชิคเก้น ร้านแดดดี้โด และฮั่วเซ่งฮง ติ่มซำ

กลุ่มที่ 2 ธุรกิจการตลาดพาณิชย์ (Commercial Marketing) จำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้กลุ่มลูกค้าภาคอุตสาหกรรม บริษัทสายการบิน การเดินเรือขนส่ง เรือประมง หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ลูกค้าก๊าซหุงต้ม และลูกค้ากลุ่มขนส่งและสร้างทาง มีจำนวนลูกค้ากว่า 2,500 ราย รวมถึงลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินธุรกิจน้ำมันทั้งภายในและภายนอกประเทศ

กลุ่มที่ 3 ธุรกิจหล่อลื่น ครอบคลุมทั้งการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น จาระบี ไขข้น และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ผ่านช่องทาง B2B และ B2C ภายใต้แบรนด์ PTT Lubricants เจาะตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุกภาคขนส่ง รถมอเตอร์ไซค์ เรือประมงขนส่ง เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องยนต์ก๊าซ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นสำหรับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยมีช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ร้านค้ารายย่อย สถานีบริการ PTT Station และศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto ทั่วประเทศ และเจาะตลาดต่างประเทศกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

กลุ่มที่ 4 ธุรกิจต่างประเทศ ภายใต้บริษัท PTT Philippines Corporation (PTT PC) และ PTT Philippines Trading Corporation (PTT TC) เป็นบริษัทลูก 100% ของโออาร์ นำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยมีถังเก็บน้ำมัน 3 แห่ง ที่ Subic Bay Freeport Zone, Clark Special Economic Zone และบนเกาะเซบู ความจุรวม 230 ล้านลิตร เพื่อขายให้ลูกค้าในกลุ่มอากาศยาน กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มค้าส่ง และสถานีบริการ ปัจจุบันเปิดสถานีบริการบนเกาะลูซอน และเกาะเซบู โดยมีการขยายร้านคาเฟ่อเมซอนทั้งในและนอกสถานีบริการตามไปด้วย เช่น ในเมืองมะนิลาและบริเวณใกล้เคียง

เมื่อเร็วๆ นี้ โออาร์ยังจัดตั้งบริษัท พีทีทีโออาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) และบริษัท พีทีทีโออาร์ อินเตอร์เนชั่น โฮลดิ้งส์ (สิงคโปร์) เพื่อขยายตลาดต่างประเทศ

กลุ่มสุดท้าย ธุรกิจการบริหารและปฏิบัติการคลัง โดยโออาร์บริหารควบคุมดูแลการเก็บสำรอง รับจ่าย บรรจุผลิตภัณฑ์น้ำมัน ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือก๊าซหุงต้ม (LPG) ของคลังทั่วประเทศ มีคลังสำรองที่เป็นจุดบริการขายน้ำมันและก๊าซหุงต้มกับลูกค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ สถานีเติมน้ำมันอากาศยานในต่างประเทศอีก 3 แห่งที่สนามบินเสียมเรียบและสนามบินโปเชียนตง ในราชอาณาจักรกัมพูชา และสนามบินฮ่องกง ในสาธารณรัฐประชาชนจีน

แน่นอนว่า นับเม็ดเงินทั้ง 5 ธุรกิจหลักแสนล้าน ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างฟันธงว่า “OR” จะขึ้นชั้นหุ้นดาวเด่นและเป็นขุมทรัพย์ต่อยอดให้บริษัทแม่ได้อีกหลายเท่า นั่นยิ่งทำให้ ครม. บิ๊กตู่ 2 ต้องเน้นความโปร่งใส เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ ไม่ใช่ส่วนตัว แต่เพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง


mezzo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 693
Joined: Tue Aug 02, 2011 9:33 am

Re: PTTOR

Posts by mezzo » Fri Sep 20, 2019 9:11 pm

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR เปิดเผยในงานแถลงเปิดตัว Blue connect ยืนยันไม่ล้มแผนเข้าตลาดหุ้นภายในปี 63 แย้มทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการเตรียมความพร้อม มั่นใจการเข้าระดมทุนในตลาดฯ สร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  -บริษัทยังไม่ล้มเลิกแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยปัจจุบันอยู่ในกระบวนการเตรียมความพร้อมทางด้านต่างๆ เช่น บุคลากร แผนธุรกิจ แผนการลงทุน และ ระบบงานต่างๆ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท และ เสนอไปยังรัฐมนตรีพลังงานต่อไป หลังจากนั้นจะสามารถยื่นไฟลิ่งแก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในลำดับต่อไป คาดว่าจะสามารถเข้า SET ได้ภายในปี 63

  "ตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการ รอบอร์ดอนุมัติ และ รายงานต่อไปยังรมต.พลังงาน ถึงจะเจ้าสู่การยื่นไฟลิ่งต่อไป ส่วนการที่รมต.พลังงานระบุว่า การเข้าตลาดฯ ต้องสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาตินั้น เราขอยืนยันว่า ทุกที่ที่เราไปเกิดการจ้างงานคนในท้องถิ่น สินค้าในท้องถิ่นก็เข้ามาขายในสถานีบริการน้ำมันและ เรายังกระจายไปทั่วประเทศด้วย"

  -สำหรับโครงการ PTT EV Charging Station ที่ติดตั้งภายในสถานีบริการน้ำมัน ตปท. ขณะนี้ได้ขยายจุดชาร์จรถไฟฟ้าแล้ว 21 สาขา เพื่อรองรับต่อความต้องการในการใช้พลังงานประเภทดังกล่าว โดยราคาติดตั้งหัวจ่ายแบบเร่งด่วน (Quick Charge) ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อหัวจ่าย และ หัวจ่ายแบบธรรมดา (Normal Charge) ใช้เงินลงทุนประมาณ 5 แสนบาทต่อหัวจ่าย

  -ขณะที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศขณะนี้มีอยู่ 1,800 แห่ง และ ในต่างประเทศ 270 แห่ง ส่วนการขยายสาขาร้านกาแฟ อเมซอนยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสาขาในประเทศทั้งสิ้น 2,700 แห่ง และ ต่างประเทศ 280 แห่ง ประกอบด้วย ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ กัมพูชา มาเลเซีย ญี่ปุ่น จีน และ โอมาน

  -ส่วนการขายน้ำมันดีเซล B10 ในสถานีบริการน้ำมันนั้น ปัจจุบันมีอยู่ 49 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้จะเปิดเพิ่มเป็นอีก 100 แห่ง เพื่อเป็นไปตามนโยบายของทางรัฐบาล


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri Sep 20, 2019 10:51 pm

"โออาร์" ทำแผนแต่งตัวเข้าตลาดหุ้น วางขั้นตอนชงบอร์ด PTT -กระทรวงพลังงาน มั่นใจส่งผลบวกต่อศก.ฐานราก
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Friday, September 20, 2019 13:13


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.ย. 62)--นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) หรือ โออาร์ ในกลุ่มบมจ.ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของหลายฝ่าย หากจัดทำแผนแล้วเสร็จก็จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการของโออาร์ จากนั้นเสนอต่อคณะกรรมการของปตท.และกระทรวงพลังงานตามลำดับ โดยยังไม่สามารถกำหนดเวลาการนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ในช่วงไตรมาสใดของปี 63
สำหรับข้อกังวลของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ที่ต้องการให้การนำหุ้นของบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯนั้นจะต้องตอบโจทย์ความมั่นคงด้านพลังงาน การสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก และความเข้มแข็งที่จะเป็นผู้นำในต่างประเทศนั้น บริษัทมั่นใจได้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับชุมชน เนื่องจากการขยายลงทุนทั้งในและต่างประเทศของบริษัทจะส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น และร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน 6 หมื่นคน นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะนำสินค้าชุมชนเข้ามาขายในสถานีบริการน้ำมัน ตามโครงการ"ไทยเด็ด" ได้มากขึ้นด้วย

--อินโฟเควสท์ โดย อตฦ/วิลาวัลย์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Tue Oct 08, 2019 2:01 pm

รมว.พลังงาน เผย PTTOR กำลังทำแผนเข้าตลท.-เร่งคลอดมาตรการหนุนใช้รถ EV



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 ต.ค. 62 13:49 น.
  รมว.พลังงาน เตรียมคลอดมาตรการส่งเสริมใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV สิ้นปีนี้ เผย PTTOR กำลังทำแผนตามแนวทาง ก.พลังงานกำหนด พร้อมเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์

  นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบริษัท ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) อยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนที่ทางกระทรวงพลังงานได้วางแนวทางไว้ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1.นโยบายเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 2.การขยายโอกาสการลงทุนและการเติบโตในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน และ 3.จะต้องรักษาความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ

  ทั้งนี้ เมื่อดำเนินนโยบายตามแนวทางแล้ว ก็สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไปได้
ขณะเดียวกัน ในสิ้นปี 62 จะออกมาตรการส่งเสริมที่ชัดเจนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ทั้งในส่วนของผู้บริโภคและผู้ผลิต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่ถูกต้อง และให้ความมั่นใจต่อผู้บริโภค ซึ่งจะให้เห็นผลการเปลี่ยนผ่านภายใน 5 ปี จากนี้ โดยในตัว EV นั้นจะต้องมีในเรื่องของ 3 เทคโนโลยี ได้แก่ 1.ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่เป็นระบบการใช้พลังงานทางเลือก 2.การใช้ EV เต็มรูปแบบหรือการใช้แบตเตอร์รี่ 100% ซึ่งเป็นกระแสที่กำลังมา ซึ่งในเรื่องนี้จะมีรายละเอียดต่อไป 3.การใช้ EV ที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน โดยการส่งเสริมทั้งสามด้านเป็นเรื่องสำคัญในประเทศ

  "จะต้องมีมาตรการที่ทำให้เกิดแรงจูงใจของผู้ใช้และผู้ผลิตเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปใช้รถไฟฟ้า EV คาดจะเห็นผลของการเปลี่ยนผ่านนั้น จะต้องใช้เวลาประมาณ 5 ปี ทั้งนี้มาตรการที่สนับสนุนจะชัดเจนในสิ้นปี 62 นี้" นายสนธิรัตน์ กล่าว

  ในช่วงต้นเดือนต.ค.62 กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการเพื่อสนับสนุนนโยบาย โดยจะกำหนดให้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 เป็นน้ำมันดีเซลฐานสำหรับรถดีเซลทั่วไป โดยราคาน้ำมัน B10 ถูกกว่า B7 จำนวน 2 บาท โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 10 นั้น มีปริมาณรถในตลาดที่สามารถรองรับเปลี่ยนมาใช้ได้กว่า 50% ภาครัฐจึงเร่งกระตุ้นให้เกิดการใช้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดจะผลักดันให้มีปริมาณใช้ได้สูงสุดถึง 57 ล้านลิตรต่อวัน

  ในวันพรุ่งนี้ (9 ต.ค.62) จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น และนำรายละเอียดความคิดเห็นของผู้มีส่วนร่วม เพื่อนำมาใช้ขับเคลื่อนโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ตามแนวทางนโยบาย 1 ชุมชน 1 พลังงานทางเลือก ด้วยการนำซังข้าวโพด ฟางข้าว เศษไม้ ซึ่งปกติที่เกษตรกรจะนำไปเผาทิ้งนั้น มาหมุนเวียนเพื่อใช้ให้เป็นพืชเศรษฐกิจในการขับเคลื่อน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31635
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Tue Oct 08, 2019 4:53 pm

ชงบอร์ด ปตท.อนุมัติ OR เข้าตลาดหุ้น Q4 นี้
เผยแพร่: 7 ต.ค. 2562 10:46 ปรับปรุง: 7 ต.ค. 2562 11:36 โดย: ผู้จัดการออนไลน์




“ชาญศิลป์” แย้มบอร์ด ปตท.เตรียมพิจารณาแผนนำ “โออาร์” เข้าระดมทุนตลาดหลักทรัพย์ฯ ในไตรมาส 4 นี้ คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งได้ในไตรมาสนี้ พร้อมศึกษาตลาดรถอีวี 3-5 ปี ก่อนตัดสินใจรุกการลงทุนเต็มตัว ด้าน NGV รัฐควรปล่อยราคาลอยตัว คาดยอดขาย NGV หดเหลือ 3 พันกว่าตัน ใน 4-5 ปีข้างหน้า

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยความคืบหน้านำบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ขณะนี้โออาร์อยู่ระหว่างจัดเตรียมแผนธุรกิจเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเติบโต โดยจะเสนอขอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปตท.เพื่ออนุมัติการนำโออาร์เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในไตรมาส 4 นี้ และคาดว่าจะดำเนินการยื่นแบบเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ทันภายในไตรมาส 4/2562 เพื่อเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ในปี 2563



“ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โออาร์เป็นบริษัทใหญ่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก และมั่นใจว่าแผนธุรกิจของโออาร์ตอบโจทย์ 3 ข้อที่กระทรวงพลังงานตั้งไว้เพราะเป็นเรื่องที่ดำเนินการอยู่แล้ว ขณะที่การโอนทรัพย์สินให้โออาร์คืบหน้าไป 90% โดยในส่วนที่เป็นความมั่นคงทางพลังงานจะยังอยู่กับ ปตท. รวมถึงการตอบแทนต่อสังคมภาระหลักๆ จะยังอยู่กับบริษัทแม่”

นายชาญศิลป์กล่าวถึงความร่วมมือกับดับเบิ้ลยูเอ็มมอเตอร์ (WM Motors) จากจีน ในการศึกษาพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ว่า จากการศึกษาดูงานในหลายประเทศพบว่าจีนเป็นประเทศที่มีความคืบหน้าและการใช้รถอีวีจำนวนมาก โดยมีฐานการผลิตที่สำคัญ รวมถึงการผลิตพลาสติก และแบตเตอรี่ จึงเป็นโอกาสดีที่ ปตท.จะเข้าไปร่วมศึกษาเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเป็นการเตรียมความพร้อมตามกลยุทธ์หาธุรกิจที่เป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จใหม่ (New S-Curve) ของ ปตท. โดยเบื้องต้นจะนำรถอีวีมาใช้ภายในกลุ่ม ปตท.ก่อนเพื่อทดสอบระบบและประสิทธิภาพ หลังจากนั้นค่อยพิจารณาในการตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจรถไฟฟ้าใน 3-5 ปีนี้

ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาแบตเตอรี่นั้น เบื้องต้นจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาในรูปแบบระบบการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System : ESS) มากกว่าการพัฒนาแบตเตอรี่ในรถยนต์ เพราะ ESS ปัจจุบันยังมีผู้เล่นในตลาดน้อยกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ โดยมีการพัฒนาแบตเตอรี่ในสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) และ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ร่วมกับ 24M Technologies, Inc. ในการศึกษาและพัฒนาโครงการนำร่อง

นายชาญศิลป์กล่าวว่า รัฐควรปล่อยราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) เป็นไปตามราคาตลาดโลก หากราคาแพงก็ไม่มีการใช้บริการ ซึ่งปัจจุบันต้นทุน NGV อยู่ที่ 16 บาท/กก.ต่ำกว่าราคาขายในปัจจุบัน ส่วนการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยก็จะมาพิจารณาจากผู้มีรายได้น้อยใช้รถเมล์ หรือรถเท็กซี่ NGV อย่างไร ขณะเดียวกัน ปตท.หาธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจก๊าซ (Non Gas) เข้าไปเสริมสร้างรายได้ปั๊ม NGV

ด้านนายศักดิ์เฉลิม สิทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ยอดขาย NGV อยู่ที่ 5,300 ตัน/วัน คาดว่าทั้งปีนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ 5,000 ตัน/วัน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบทรงตัวที่ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงจากอดีตที่ราคาน้ำมันดิบสูง 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ยอดขาย NGV สูงถึง 8,800 ตัน/วัน



ทั้งนี้ ปตท.ประเมินว่า แนวโน้มยอดขาย NGV จะลดลงมาอยู่ระดับต่ำสุด 3,600 ตัน/วัน ในอีก 4-5 ปี เนื่องจากรถบรรทุกที่ใช้ NGV ถึงกำหนดรอบที่ต้องลงทุนเปลี่ยนเครื่องยนต์ก็อาจกลับไปใช้น้ำมันแทนเพราะราคาน้ำมันไม่สูง ขณะที่ผู้ผลิตรถบรรทุกก็พร้อมจะผลิตรถที่ใช้เครื่องยนต์สำหรับ NGV ถ้าราคา NGV ต่ำเท่ากับ 50% ของราคาดีเซล จากการเจรจากับผู้ผลิตรถบรรทุกพบว่าปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีการเลือกซื้อรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เพราะราคารถบรรทุกที่ใช้ NGV สูงกว่ารถบรรทุกทั่วไป 1 ล้านบาท/คัน และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงสูง ปัจจัยดังกล่าวนี้กดดันให้จำนวนสถานีบริการ NGV ก็มีแนวโน้มจะลดลงจากปัจจุบันอยู่ที่ 450 แห่ง

ขณะนี้ ปตท.ได้มีการปิดสถานีจ่ายก๊าซหลัก (Mother Station) ไป 3 สถานีจากทั้งหมด 15 สถานี เพื่อใช้เป็นสถานีสำรอง เนื่องจากความต้องการใช้ NGV ที่ลดลง ขณะเดียวกันก็มีแผนจะเปิดให้เอกชนเข้าใช้บริการสถานีจ่ายก๊าซหลักดังกล่าวเพื่อทำตลาดก๊าซ NGV ป้อนให้โรงงานอุตสาหกรรม พบว่ามีเอกชนให้ความสนใจและอยู่ระหว่างเจรจา

ก่อนหน้านี้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบนโยบายต่อผู้บริหาร ปตท. กรณีหากต้องการนำโออาร์เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นจะต้องจัดทำแผนธุรกิจให้ตอบโจทย์ ภาครัฐใน 3 ข้อ คือ 1. ความมั่นคงพลังงานของประเทศ 2. เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานราก และ 3. สร้างเข้มแข็งโด


Post Reply