OR

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

OR

Posts by pakapong_u » Mon May 01, 2017 11:30 pm

ปตท.นำ “ค้าปลีก” เข้าตลาดหุ้น จ่อปรับโครงสร้างใหม่ชูธุรกิจเรือธงในอนาคต
Source - เว็บไซต์ไทยรัฐ (Th)

Monday, May 01, 2017 05:10


นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของ ปตท. ได้อนุมัติการปรับโครงสร้าง ปตท. ซึ่งประกอบด้วยการโอนกิจการของหน่วยธุรกิจน้ำมัน รวมถึงสินทรัพย์และหนี้สินของหน่วยธุรกิจดังกล่าว ตลอดจนหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องให้แก่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) และรับทราบความเป็นไปได้ของแผนการเสนอขายหุ้นสามัญของ PTTOR ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งรวมถึงการเสนอขายหุ้นสามัญของ PTTOR ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ ปตท. ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้น แต่จะไม่เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นที่ทำให้ PTTOR มีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ และการนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในอนาคต
สำหรับหุ้นสามัญ PTTOR ที่จะเสนอขาย เป็นจำนวนไม่เกิน 55% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งหมดภายหลังรายการ IPO แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.การเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป ในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 95% ของหุ้นสามัญของ PTTOR ที่เสนอขาย และ 2.การเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ ปตท.ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้น แต่จะไม่เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นที่ทำให้ PTTOR มีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ ในสัดส่วนไม่เกิน 5% ของหุ้นสามัญของ PTTOR ที่เสนอขาย โดย ปตท.และ PTTORจะวางแผนและกำหนดหลักเกณฑ์การกระจายหุ้น เพื่อให้มั่นใจว่าหุ้นของ PTTOR ในการ IPO จะสามารถกระจายไปสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง
นายเทวินทร์กล่าวว่า ปตท. มั่นใจว่าการปรับโครงสร้าง ปตท. และรายการ IPO ครั้งนี้จะช่วยสร้างความชัดเจนในโครงสร้างองค์กรของ ปตท.ซึ่ง PTTOR ถูกจัดตั้งเป็นบริษัทแกน (Flagship Company) ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกของกลุ่ม ปตท.ในอนาคต เพื่อสร้างโอกาสการเติบโต เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและบริหารจัดการกิจการในกลุ่ม ปตท. เพิ่มความคล่องตัวและศักยภาพการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ มีส่วนช่วยเอสเอ็มอีขยายธุรกิจเติบโตควบคู่ไปกับ PTTOR อีกทั้งเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนไทยมากขึ้น.

ที่มา: www.thairath.co.th


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Mon May 01, 2017 11:34 pm

ผู้ถือหุ้นไฟเขียวปรับโครงสร้างปตท. โอนธุรกิจค้าปลีก-น้ำมัน1.2แสนล้านเข้า"ปตท.ค้าปลีก"
Source - เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (Th)

Saturday, April 29, 2017 19:00


ผู้ถือหุ้น ปตท.ไฟเขียว ปรับโครงสร้างธุรกิจน้ำมัน ดัน PTTOR เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับค้าปลีกน้ำมันมูลค่า 1.2 แสนล้าน ให้แล้วเสร็จปีนี้
ผู้สื่อข่าว ประชาชาติธุรกิจ รายงานจากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560 ของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่มีระเบียบวาระสำคัญคือการพิจารณาปรับโครงสร้างธุรกิจและแผนการเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ PTTOR (PTT Oil and Retail Business Company Limited) โดยแยกธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและธุรกิจเสริม (Non-oil) ทั้งหมดมาอยู่ในบริษัทดังกล่าว ซึ่งผู้ถือหุ้นถึงร้อยละ 99 เห็นด้วยตามแผนธุรกิจดังกล่าว
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายหลังจากที่ผู้ถือหุ้นเห็นชอบในการปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกน้ำมันแล้ว ขั้นตอนจากนี้คือ 1) การโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันทั้งหมดมาไว้ที่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีกฯ ซึ่งการประเมินเบื้องต้นมีมูลค่า 120,000 ล้านบาท 2) จัดโครงสร้างทางการเงิน ส่วนทุน และส่วนหนี้ เพื่อพิจารณาความสามารถทางการเงินว่าเพียงพอสำหรับการซื้อทรัพย์สินในธุรกิจน้ำมันจากบริษัท ปตท.หรือไม่ 3) ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ เช่น ใบอนุญาตต่าง ๆ รวมถึงการทำสัญญากับคู่ค้าต่าง ๆ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงคู่สัญญาจากเดิมที่เป็น ปตท.มาเป็น ปตท.น้ำมันและการค้าปลีกฯ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดที่อาจเข้าข่ายพระราชบัญญัติร่วมทุนด้วย
ทั้งนี้รายละเอียดทั้งหมด ได้มีการนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อรับทราบแล้ว และ กพช.ได้นำเรื่องการปรับโครงสร้างทางธุรกิจครั้งนี้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเห็นว่าการปรับโครงสร้างทางธุรกิจของ ปตท.ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงาน ส่วนข้อกังวลจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นั้นได้ดำเนินการชี้แจงไปแล้วเช่นกันว่า ปัจจุบันธุรกิจน้ำมันในประเทศมีการแข่งขันเสรีอยู่แล้ว และที่สำคัญหน่วยงานภาครัฐอย่างเช่น กระทรวงพลังงาน มีเครื่องมือที่ใช้กำกับดูแลอยู่แล้ว ส่วนสัดส่วนการถือหุ้นที่ต้องการให้ ปตท.ถือหุ้นที่ร้อยละ 50
ในขณะที่ ปตท.มีนโยบายที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้นบริษัทในเครือที่ร้อยละ 40 ซึ่งหากถือหุ้นที่ร้อยละ 50 เท่ากับทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ระบุรัฐวิสาหกิจจะต้องไม่ดำเนินธุรกิจที่แข่งขันกับเอกชน
วางเป้าหมายที่จะดำเนินการขั้นตอนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในปีนี้หลังจากนั้นต้องมีการรันธุรกิจของ PTTOR สักพักเพื่อให้เห็นภาพว่าเป็นอย่างไร หลังจากนั้นจึงจะพิจารณาว่าจะนำบริษัท PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นำเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ในช่วงใด เป็นลำดับต่อไป
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุ สำหรับบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีกฯ นั้น บริษัท ปตท.และหน่วยงานรัฐยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ภายหลังจากที่มีการเสนอขายหุ้น และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว หลังจากนั้น ปตท.จะลดการถือหุ้นลงมาอยู่ที่ร้อยละ 45 โดยมีการกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของบุคคลต่างด้าวทั้งหมดไม่เกินร้อยละ 25 และจำกัดสัดส่วนถือหุ้นของบุคคลสัญชาติต่างด้าวไม่เกินร้อยละ 3 ต่อราย และเพื่อรักษาสิทธิผู้ถือหุ้นปตท.จึงเห็นชอบให้มีการเสนอขายหุ้น IPO ให้ผู้ถือหุ้นเดิมที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้น แต่จะไม่เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นที่ทำให้ PTTOR มีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ (Preferential Share Offering) ไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่จะเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก

ที่มา: www.prachachat.net


User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2644
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by vim » Tue May 02, 2017 4:16 am

https://www.facebook.com/tevinatptt/pos ... 9565353615

Tevin at PTT added 2 new photos — feeling thankful at Bangkok Convention Center Hall @ Central Plaza Ladphrao.
Yesterday at 14:35 · Bangkok, Thailand ·

การปรับโครงสร้างธุรกิจ แยกกิจการน้ำมันและค้าปลีกของ ปตท.

เมื่อวันศุกร์ 28 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของ ปตท. ซึ่งครั้งนี้มีวาระสำคัญคือการปรับโครงสร้างธุรกิจ แยกกิจการน้ำมันและค้าปลีกออกไปอยู่ภายใต้บริษัทลูกคือ PTTOR โดยมีเป้าหมายที่จะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัท Flagship ในลักษณะเดียวกับธุรกิจสำรวจและผลิต ธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมี และธุรกิจไฟฟ้าครับ

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าจะแยกจาก ปตท.ทำไม? ในเมื่อทำได้ดีอยู่แล้ว มีประโยชน์แอบแฝงอะไรอยู่หรือ? จะทำให้ผู้เปิดปั๊ม ปตท. และผู้บริโภคเดือดร้อนหรือไม่? ก็ต้องขอเรียนว่า ปตท.ได้ศึกษาเรื่องนี้มากว่า 2 ปี และเหตุผลที่ตัดสินใจทำ ก็เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายดังนี้ครับ

1. เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ต้องการให้รัฐไปดำเนินธุรกิจแข่งกับเอกชน ดังนั้น กิจการนี้ก็ไม่ควรมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ที่อาจจะได้เปรียบเอกชนอื่นๆ ควรต้องแข่งขันบนพื้นฐานเดียวกัน โดยเฉพาะในวันนี้ มีผู้ประกอบการมากกว่า 40 ราย เป็นสัญชาติไทยมากกว่า 70% ของตลาด จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องมีรัฐวิสาหกิจมาทำธุรกิจนี้อีกต่อไป
2. การแยกกิจการเป็นบริษัทมหาชน จะทำให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส ในการรายงานผลการดำเนินงาน สังคมสามารถตรวจสอบข้อมูลการทำธุกิจนี้ เปรียบเทียบกับเอกชนอื่นๆ ในด้านประสิทธิภาพการแข่งขัน ต้นทุน รวมถึงศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม
3. การเป็นบริษัทมหาชนจะทำให้เกิดความคล่องตัวในการทำธุรกิจ และอยู่ภายใต้กติกาเดียวกับผู้ประกอบการเอกชนอื่นๆ เปิดโอกาสให้สามารถขยายกิจการได้เต็มศักยภาพ โดยเฉพาะในต่างประเทศกลุ่ม AEC ซึ่งโมเดลของปั๊ม ปตท.ที่มีร้านค้าปลีกต่างๆได้รับความนิยมอย่างสูง
4. ผลจากการขยายธุรกิจได้คล่องตัว รวดเร็วขึ้น จะช่วยให้ SME และร้านค้าพันธมิตรในปั๊มปตท.สามารถไปเติบโตด้วยกันใน AEC เป็นทีม Thailand ที่สร้าง Brand และรายได้ให้ประเทศไทย
5. การขายหุ้น PTTOR ให้นักลงทุนและสถาบันการเงิน จะกระตุ้นให้ตลาดทุนของไทยมีขนาดและความสำคัญมากขึ้น เปิดโอกาสให้คนไทยได้เป็นเจ้าของกิจการนี้โดยตรง ทำให้ปตท.มีรายได้เพื่อนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเสริมความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศในอนาคต และยังส่งผ่านรายได้ไปเป็นภาษีให้ภาครัฐ
การดำเนินการครั้งนี้ อยู่ภายใต้หลักการที่สำคัญคือ
- การแยกกิจการจะต้องไม่กระทบต่อราคาขายปลีกหน้าปั๊ม ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้บริโภค
- ราคาหุ้น IPO จะต้องสะท้อนมูลค่ากิจการที่แท้จริง เพื่อความเป็นธรรมทั้งต่อภาครัฐในฐานะผู้ถือหุ้นปตท.และต่อนักลงทุน
- ปตท.จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ PTTOR ในสัดส่วนระหว่าง 45-49%
- ผู้ถือหุ้นปตท.จะมีสิทธิจองซื้อหุ้น IPO ของ PTTOR ในสัดส่วน 5% ของหุ้นที่จะนำออกจำหน่าย
- การจัดสรรหุ้นที่เหลือ จะต้องโปร่งใส กระจายทั่วถึงนักลงทุนไทยเป็นหลัก
ที่ประชุม AGM ได้อนุมัติการปรับโครงสร้าง และรับทราบความเป็นไปได้ของแผนการ IPO ด้วยคะแนนเสียง 99 % อย่างไรก็ตาม ยังมีกระบวนการและขั้นตอนที่ต้องทำภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบต่างๆอีกพอสมควรนะครับ
ผมขอใช้ช่องทางนี้ ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทั้งสนับสนุน ให้ข้อแนะนำ และแสดงความเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าว ขอให้คำยืนยันว่า ปตท.พร้อมรับฟังความเห็น และจะมุ่งมั่นดำเนินการในเรื่องนี้อย่างโปร่งใส เพื่อประโยชน์ที่ของผู้มีส่วนได้เสียทุกด้านอย่างสมดุลครับ

Vi IMrovised

pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Tue May 09, 2017 2:08 pm

*(เพิ่มเติม) PTT คาดกระบวนการโอนทรัพย์สินธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีกให้ PTTOR อาจล่าช้าจากเป้าเดิม ก.ค.นี้
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Tuesday, May 09, 2017 13:32


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 พ.ค. 60)--นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) คาดว่ากระบวนการโอนทรัพย์สินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก มูลค่าราว 1.2 แสนล้านบาทให้กับ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) อาจมีความล่าช้าจากเป้าหมายเดิมในวันที่ 1 ก.ค.60 หลังจากการขออนุญาตจากภาครัฐยังมีความล่าช้า และอาจทำให้มูลค่าการโอนทรัพย์สินเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
"กระบวนการทำเรื่องขออนุญาตจากภาครัฐในการโอนสิทธิและทรัพย์สินต่างๆ จาก ปตท.ไปยัง PTTOR กระบวนการนี้ต้องใช้เวลา เป้าเดิมคือวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ค่อนข้างท้าทายมาก ถ้ากระบวนการไม่เสร็จก็อาจเลื่อน เป็นไปได้ที่จะมีความล่าช้ากว่าแผน"นายเทวินทร์ กล่าว
นายเทวินทร์ กล่าวว่า การดำเนินการหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นปตท. อนุมัติการปรับโครงสร้างธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกแล้ว และนำหุ้น PTTOR เสนอขายต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) แล้ว กระบวนการหลังจากนี้จะต้องทำเรื่องขออนุญาตจากภาครัฐในการโอนสิทธิและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็จะมีขั้นตอนที่ปตท.จะต้องเพิ่มทุนใน PTTOR เพื่อนำเงินไปใช้ในการรับโอนทรัพย์สินต่าง ๆ จากปตท. หลังจากนั้นปตท.จะได้รับเงินคืนจากการส่งมอบโอนทรัพย์สินดังกล่าว ก็จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งไม่กระทบต่อภาระการเงินของกลุ่มบริษัท
สำหรับกรณีออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ PTTOR ให้กับผู้บริหารและพนักงานของ PTTOR (ESOP) ที่เคยจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณา แต่ได้ขอถอนเรื่องออกไปก่อนนั้น ขณะนี้บริษัทยืนยันจะไม่มีวาระเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอีก เนื่องจากเห็นว่าไม่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล
อนึ่ง ปตท.อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก เพื่อให้มีความชัดเจน โปร่งใส ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มปตท.ในสายตาของสาธารณชน อีกทั้งยังช่วยให้ธุรกิจน้ำมันมีความคล่องตัวในการดำเนินงาน และสามารถปรับตัวกับสถานการณ์การแข่งขันที่สูงขึ้นได้ทันท่วงที ขณะที่ปตท.จะลดสัดส่วนการถือหุ้นใน PTTOR เหลือไม่น้อยกว่า 45% จากที่ถืออยู่ 100%

--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/ศศิธร/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Tue May 09, 2017 2:21 pm

*(เพิ่มเติม) PTT คาดกระบวนการโอนทรัพย์สินธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีกให้ PTTOR อาจล่าช้าจากเป้าเดิม ก.ค.นี้
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Tuesday, May 09, 2017 13:32


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 พ.ค. 60)--นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) คาดว่ากระบวนการโอนทรัพย์สินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก มูลค่าราว 1.2 แสนล้านบาทให้กับ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) อาจมีความล่าช้าจากเป้าหมายเดิมในวันที่ 1 ก.ค.60 หลังจากการขออนุญาตจากภาครัฐยังมีความล่าช้า และอาจทำให้มูลค่าการโอนทรัพย์สินเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
"กระบวนการทำเรื่องขออนุญาตจากภาครัฐในการโอนสิทธิและทรัพย์สินต่างๆ จาก ปตท.ไปยัง PTTOR กระบวนการนี้ต้องใช้เวลา เป้าเดิมคือวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ค่อนข้างท้าทายมาก ถ้ากระบวนการไม่เสร็จก็อาจเลื่อน เป็นไปได้ที่จะมีความล่าช้ากว่าแผน"นายเทวินทร์ กล่าว
นายเทวินทร์ กล่าวว่า การดำเนินการหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นปตท. อนุมัติการปรับโครงสร้างธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกแล้ว และนำหุ้น PTTOR เสนอขายต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) แล้ว กระบวนการหลังจากนี้จะต้องทำเรื่องขออนุญาตจากภาครัฐในการโอนสิทธิและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็จะมีขั้นตอนที่ปตท.จะต้องเพิ่มทุนใน PTTOR เพื่อนำเงินไปใช้ในการรับโอนทรัพย์สินต่าง ๆ จากปตท. หลังจากนั้นปตท.จะได้รับเงินคืนจากการส่งมอบโอนทรัพย์สินดังกล่าว ก็จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งไม่กระทบต่อภาระการเงินของกลุ่มบริษัท
สำหรับกรณีออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ PTTOR ให้กับผู้บริหารและพนักงานของ PTTOR (ESOP) ที่เคยจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณา แต่ได้ขอถอนเรื่องออกไปก่อนนั้น ขณะนี้บริษัทยืนยันจะไม่มีวาระเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอีก เนื่องจากเห็นว่าไม่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล
อนึ่ง ปตท.อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก เพื่อให้มีความชัดเจน โปร่งใส ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มปตท.ในสายตาของสาธารณชน อีกทั้งยังช่วยให้ธุรกิจน้ำมันมีความคล่องตัวในการดำเนินงาน และสามารถปรับตัวกับสถานการณ์การแข่งขันที่สูงขึ้นได้ทันท่วงที ขณะที่ปตท.จะลดสัดส่วนการถือหุ้นใน PTTOR เหลือไม่น้อยกว่า 45% จากที่ถืออยู่ 100%

--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/ศศิธร/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed May 24, 2017 11:08 am

PTT ลุ้นโอนธุรกิจน้ำมันเสร็จปีนี้ ดัน PTTOR เข้าเทรด SET ทันภายในปี 61
Source - ข่าวหุ้น (Th)

Wednesday, May 24, 2017 04:07

กรุงเทพฯ--24 พ.ค.--ข่าวหุ้น

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทยังคงอยู่ในระหว่างการเดินหน้าตามแผนปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ด้วยการโอนกิจการของหน่วยธุรกิจน้ำมัน รวมถึงทรัพย์สินและหนี้สินของหน่วยธุรกิจดังกล่าว ตลอดจนหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องให้แก่บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ PTTOR ซึ่งน่าจะดำเนินการได้เสร็จในช่วงเดือนธันวาคม 2560
ดังนั้น หากสามารถดำเนินการโอนกิจการระหว่าง PTT และ PTTOR แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ จะทำให้แผนเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ของ PTTOR ดำเนินการได้ภายในปี 2561

นอกจากนี้ ทาง PTT ยังอยู่ระหว่างนำเรื่องเสนอต่อหน่วยงานราชการและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการขอรับการอนุมัติและความเห็นชอบ เพื่อให้ PTTOR ขอเช่าช่วงพื้นที่ของหน่วยงานราชการต่อจาก PTT ตามระเบียบของ พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งต้องดำเนินการให้ถูกต้องและรอบคอบ
อย่างไรก็ตาม หากขั้นตอนการโอนกิจการของหน่วยธุรกิจน้ำมันไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2560 จะส่งผลให้การทำไอพีโอของ PTTOR เลื่อนออกไปเป็นปี 2562 รวมทั้งจะต้องมีการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ ซึ่งปัจจุบันมูลค่าสินทรัพย์ของ PTTOR ภายหลังการโอนกิจการ จะมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 115,105 ล้านบาท
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ PTTOR มีแผนขยายสถานีบริการน้ำมันให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งเป้าจะมีจำนวนสาขารวมประมาณ 1,800 แห่งภายใน 5 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,500 แห่ง และขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งตั้งเป้าขยายร้านกาแฟคาเฟ่อเมซอนให้เพิ่มเป็น 2,700 แห่งภายใน 5 ปี
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจของหน่วยธุรกิจน้ำมันในปี 2560 บริษัทคาดจะมีปริมาณขายน้ำมันเติบโตสูงกว่าภาพรวมตลาดในประเทศ จากการที่ในช่วงไตรมาส 1/60 บริษัทมีปริมาณขายเติบโตอยู่ที่ระดับ 4% แต่ภาพรวมทั้งประเทศเติบโตเพียง 1.4% ซึ่งประเมินภาพรวมทั้งปี 2560 แล้วปริมาณขายจะโตลดลง จากราคาน้ำมันที่อยู่ในช่วงขาขึ้น
ส่วนความคืบหน้าเรื่องการขยายธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด หรือ Budget Hotel ในสถานีบริการน้ำมัน ล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร คาดจะความชัดเจนเรื่องพันธมิตรภายในปี 2560 ซึ่งบริษัทต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณา เนื่องจากมีผู้ประกอบการยื่นข้อเสนอมาจำนวนมาก และ PTT ไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจโรงแรมทำให้ต้องพิจารณาอย่างละเอียดและรอบด้าน โดยคาดจะสามารถเปิดดำเนินการโรงแรมแห่งแรกได้ในปี 2561 และตั้งเป้าที่จะขยายโรงแรมเป็น 50 แห่ง ภายใน 5 ปี
ทั้งนี้ ล่าสุดทางนายอรรถพล ยังได้เป็นประธานในพิธีจับรางวัลกิจกรรมส่งเสริมการขาย “ยิ้มยกกำลังสอง” ครั้งที่ 1 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ปตท. มอบโชคทองคำแท่งหนัก 10 บาท จำนวน 3 รางวัล และสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 30 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 1,200,000 บาท พร้อมเชิญชวนผู้บริโภคร่วมลุ้นรางวัลใหญ่ ทองคำหนัก 50 บาทและรางวัลอื่นๆ เพิ่มเติมอีกในการจับรางวัลครั้งที่ 2 ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีจากการจับรางวัลครั้งที่ 1 ทาง www.pttplc.com ได้ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 และการจับรางวัลครั้งที่ 2 ตรวจสอบได้ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2560--จบ--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Thu Jun 15, 2017 10:18 pm

บล.กรุงศรี คาด PTTOR เข้าเทรดกลางปี 61 รอความชัดเจนบอร์ด และผู้ถือหุ้น
โดย MGR Online
15 มิถุนายน 2560 15:30 น. (แก้ไขล่าสุด 15 มิถุนายน 2560 15:49 น.)

บล.กรุงศรี คาด ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ PTTOR เข้าเทรดได้กลางปี หรือไตรมาส 3/2561 เหตุรอความชัดเจนจากบอร์ดบริหารตลอดจนผู้ถือหุ้น และการโอนย้ายสินทรัพย์ให้เรียบร้อย ชี้เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่จะสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรให้กลุ่มบริษัท ปตท. อย่างมีนัยสำคัญในอนาคตได้

นายณภัทร จันทรเสรีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี หรือ KSS กล่าวถึงการเตรียมเข้าจดทะเบียนซื้อขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไป หรือ IPO ของ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ PTTOR ว่า ขณะนี้ PTTOR อยู่ในกระบวนการเตรียมตัวที่จะเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไป หรือ IPO ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนซื้อขายหุ้นได้ประมาณกลางปี หรือไตรมาส 3 ของปี 2561

“ภาพรวมธุรกิจของ ปตท. นั้น มีโครงสร้างการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายทั้งกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี ซึ่งผลประกอบการและการดำเนินธุรกิจที่ดีอยู่แล้ว ซึ่ง PTTOR ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจสามารถสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรให้กลุ่มบริษัท ปตท. อย่างมีนัยสำคัญในอนาคตได้"

อย่างไรก็ตาม การที่ บมจ. บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ PTTOR จะเข้าจดทะเบียนซื้อขายหุ้นใหม่ได้นั้น จะต้องมีการอนุมัติรับรองจากคณะกรรมการบริหารบริษัท และมติความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นเป็นที่เรียบร้อย อีกทั้ง จะต้องมีการโอนถ่ายสินทรัพย์จากบริษัทเดิมไปยังบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนใหม่ให้เสร็จสิ้นก่อน ถึงจะสามารถดำเนินการซื้อขายหุ้น IPO ได้


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Tue Aug 22, 2017 5:06 pm

PTT ยันนำ PTTOR เข้าตลาดฯตามแผน เร่งทำข้อเสนอส่งบอร์ด PPP พิจารณา

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการนำบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยังคงเป็นไปตามแผน

โดยหากสามารถโอนทรัพย์สินให้กับ PTTOR ได้ก่อนวันที่ 1 ธ.ค.60 ก็จะสามารถนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนภายในปี 61 แต่หากการโอนสินทรัพย์ ไม่ทันวันที่ 1 ธ.ค.60 การนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนคงต้องเลื่อนไปเป็นปี 62

ขณะที่ปัจจุบัน ปตท.อยู่ระหว่างการจัดทำข้อเสนอการนำทรัพย์สินที่ปตท.เช่าจากส่วนราชการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่ ปตท.เช่าอยู่ ต้องเปลี่ยนมาให้ PTTOR เป็นคนเช่าช่วงแทน ทำให้ต้องนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการ PPP) เพื่อพิจารณาต่อไปด้วย

“ขณะนี้อยู่ระหว่างทำเล่มที่จะเสนอผ่านกระทรวงพลังงานแล้วไป สคร. ก่อนจะส่งต่อไปยังคณะกรรมกา PPP คือเราต้องทำโปรเจ็คต์เข้าไป เป็น proposal เวลาเสนอกระทรวงพลังงานผ่าน สคร. ทันไม่ทันขึ้นกับการประชุมคณะกรรมการ PPP”นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ PPP เป็นเรื่องของการเช่าช่วงทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับส่วนงานราชการ แต่ในส่วนการโอนทรัพย์สินของ ปตท.ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก ซึ่งมีอยู่เกือบ 10 บริษัทนั้นไม่จำเป็นต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการ PPP อย่างไรก็ตาม มูลค่าการโอนทรัพย์สินทั้งหมดอาจจะต้องมีการทบทวนใหม่อีกครั้งในช่วงใกล้เวลาโอนจากปัจจุบันที่มีมูลค่าเบื้องต้นอยู่ที่ราว 1.2 แสนล้านบาท

สำหรับการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) นั้น ปตท.ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และยังมองว่าเปิดเสรียังนับเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้ราคา LPG สะท้อนตามราคาตลาดและมีการแข่งขันอย่างเสรี ส่วนพื้นที่คลัง LPG ที่เขาบ่อยา จ.ชลบุรี ซึ่งมีศักยภาพรองรับ LPG ได้ 2.5 แสนตัน/เดือนนั้น ปัจจุบันมีอัตราการใช้ไม่ถึง 50% หลังจากการนำเข้า LPG ลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบัน ปตท.อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ค้ารายอื่นที่สนใจจะเช่าใช้คลัง LPG ดังกล่าว

ส่วนยอดขายธุรกิจน้ำมันรวมทั้งในส่วนของอุตสาหกรรม,น้ำมันเครื่องบิน และค้าปลีก ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ปตท.ยังคงสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดในระดับ 40.7-40.8% เพิ่มขึ้นราว 1% โดยมีปริมาณขายรวม 9,840 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 4.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าตลาดรวมของประเทศที่มียอดขายน้ำมันรวม 25,690 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 1.5% โดยยอดขายของธุรกิจน้ำมันของ ปตท.เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มทั้งเบนซิน ,ดีเซล, น้ำมันเครื่องบิน ยกเว้น LPG ที่มียอดขายลดลง 0.6% แต่ยังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดรวมที่มียอดขาย LPG ลดลง 2% เมื่อพิจารณาเฉพาะการขายน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมัน ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ปตท.มียอดขายน้ำมันดีเซล ลดลง 1% แต่เบนซิน เพิ่มขึ้น 4%

ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คาดว่ายอดขายน้ำมันของทั้งประเทศน่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมาก โดยคาดว่าตลาดรวมน่าจะยังเติบโตในระดับ 1-2% เช่นเดียวกับครึ่งปีแรก แม้ว่าในช่วงเดือน ต.ค.ที่ปกติเป็นช่วงไฮซีซั่น แต่ในปีนี้อาจจะมียอดขายลดลงบ้างก็ตาม ขณะที่ราคาน้ำมันดิบน่าจะยังทรงตัวระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไม่เปลี่ยนแปลงจากปัจจุบันมากนัก


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Tue Aug 22, 2017 5:09 pm

*PTT เพิ่มงบลงทุน 5 ปี (60-64) อีก 1 หมื่นลบ.ลุ้นโอนสินทรัพย์ PTTOR ก่อน ธ.ค.นี้หวังส่งเข้าตลาดทันปี 61
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Monday, July 03, 2017 09:29


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 ก.ค. 60)--นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บมจ.ปตท.(PTT) กล่าวว่า หน่วยธุรกิจน้ำมันปรับเพิ่มงบลงทุน 5 ปี (ปี 60-64) มาที่ราว 5 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ราว 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นการทบทวนงบลงทุนในทุกๆ ปี และได้ปรับใหม่ในช่วงกลางปีนี้ โดยการลงทุนหลักยังอยู่ในธุรกิจน้ำมัน (oil) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องใช้เงินลงทุนเพราะมีทรัพย์สินค่อนข้างมาก ทั้งการสร้างคลังน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งล่าสุดบริษัทจะขยายคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี เพิ่มเติม คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 2 ปี
ขณะที่ในส่วนสถานีบริการน้ำมันมีเป้าหมายในปี 64 จะมีสถานีบริการในประเทศ เพิ่มเป็น 1,852 แห่ง จากระดับ 1,544 แห่งในสิ้นปี 59 และสถานีบริการน้ำมันในต่างประเทศ เพิ่มเป็น 535 แห่ง จาก 183 แห่งเมื่อสิ้นปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันอยู่ในลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเมียนมา นอกจากนี้ยังจะรุกการจำหน่ายน้ำมันเครื่องในต่างประเทศให้มากขึ้นด้วย จากปัจจุบันที่ส่งขายไปกว่า 30 ประเทศ
ส่วนธุรกิจ non-oil ซึ่งประกอบด้วย ร้านกาแฟคาเฟ่อเมซอน, ศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและให้บริการยานยนต์ FIT Auto ,ร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ และร้านค้าทึ่ซื้อมาสเตอร์แฟรนไชส์เข้ามาดำเนินงาน เช่น ไก่ทอดเท็กซัส ร้านติ่มซำฮั่วเซ่งฮง เป็นต้น
ทั้งนี้ ตามแผน 5 ปี จนถึงปี 64 บริษัทจะขยายร้านคาเฟ่อเมซอนในประเทศ เพิ่มเป็น 2,700 แห่ง จาก 1,600-1,700 แห่งในปัจจุบัน และขยายในต่างประเทศ เพิ่มเป็น 400 แห่ง จาก 63 แห่งในปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศ ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากหลังการบริโภคกาแฟของไทยอยู่ในระดับ 1 กิโลกรัม/คน/ปี ซึ่งต่ำกว่าลาวและกัมพูชา
ขณะที่การเปิดร้านคาเฟ่อเมซอนในประเทศญี่ปุ่น ปตท.ได้ขายสัญญาแฟรนไชส์ให้กับบริษัท โคโดโม เอเนอร์จี จำกัด เป็นผู้ดำเนินการและได้เปิดดำเนินการเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันมีเพียง 1 แห่งที่สาขาคาวากุจิ จังหวัดฟุกุชิม่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและอุบัติเหตุเตาปฏิกรนิวเคลียร์ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดให้บริการในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อมุ่งหวังให้พื้นที่ดังกล่าวกลับมาคึกคักอีกครั้ง อย่างไรก็ตามทางโคโดโมฯอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดร้านคาเฟ่อเมซอนในเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น โอซาก้า โตเกียว ต่อไป


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Tue Aug 22, 2017 5:11 pm

กลุ่มธุรกิจน้ำมันปตท.รีวิวแผน5ปี คาดแยกเป็นPTTORงบลงทุนเพิ่ม
Source - MGR Online (Th)

Friday, July 21, 2017 17:55


กรุงเทพฯ--21 ก.ค.--ASTVผู้จัดการออนไลน์

กลุ่มธุรกิจน้ำมันปตท.ทบทวนแผนลงทุน 5ปี(2561-2565)ใหม่จากที่วางไว้ 5 หมื่นล้านบาท หลังปีนี้ตั้งงบไว้ 1 หมื่นล้านบาท โดยเชื่อว่าหลังแยกเป็นPTTOR งบการลงทุนจะเพิ่มขึ้นหลังมีความคล่องตัวในขยายธุรกิจปั๊มน้ำมันและนอนออยล์ ส่วนการเปิดเสรีแอลพีจีในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ปตท.ลั่นรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 และพร้อมคุยกับผู้ค้าที่สนใจเช่าคลังก๊าซฯที่เขาบ่อยา
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผนธุรกิจน้ำมัน 5ปีธุรกิจน้ำมัน ( 2561-2565) จากเดิมที่วางงบลงทุนไว้ 5 หมื่นล้านบาท โดยปีนี้ได้วางงบไว้ 1หมื่นล้านบาท ใช้ไปแล้ว 70-80%ของแผนฯ
พร้อมทั้งวางกลยุทธ์รับมือเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า(EV) ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอนาคต ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำมัน โดยปตท.ได้วางแผนปรับตัวมาระยะหนึ่งแล้ว ทำให้ปั๊มน้ำมันปตท.ไม่ใช่แค่ขายน้ำมันอย่างเดียว แต่ทำให้เป็นที่พักรถพักคน หรือLife Station เป็นที่รวมตัวของชุมชน (Community Mall) ขณะเดียวกันมีการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger)เพิ่มขึ้นเป็น 20 แห่งในสิ้นปีนี้จากปัจจุบันอยู่ที่ 6 แห่ง เน้นกรุงเทพฯและปริมณฑล
ซึ่งการแยกธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกออกมาเป็นบริษัท PTTOR เชื่อว่างบการลงทุน 5ปีจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีความคล่องตัวในการขยายธุรกิจน้ำมันและธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (นอนออยล์)ในต่างประเทศ โดยปตท.มีแ ผนจะจับมือกับพันธมิตรในต่างประเทศ
นายอรรถพล กล่าวถึงการเปิดเสรีก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือแอลพีจีในวันที่ 1 ส.ค.นี้ว่า บริษัทมีความพร้อมในทุกด้านเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด ขณะเดียวกันก็พร้อมจะหารือกับผู้ค้าก๊าซแอลพีจีทั้งสยามแก๊สและมิตซูบิชิ ที่ต้องการเช่าคลังก๊าซแอลพีจีที่เขาบ่อยาของปตท. ซึ่งอัตราค่าเช่าจะเป็นการตกลงระหว่างปตท.กับผู้ค้าก๊าซแอลพีจี
โดยปัจจุบันปตท.มีส่วนแบ่งการตลาดแอลพีจี 38 % แต่มั่นใจว่ามีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 แม้ว่าจะมีผู้เล่นเข้ามาในตลาดมากขึ้นอย่างมิตซูบิชิที่จะเจาะตลาดแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม โดยไทยมีการนำเข้าแอลพีจีเฉลี่ย 2-4 หมื่นตัน/เดือน โดยในเดือนก.ค.นี้ ปตท.มีการนำเข้าแอลพีจี 6.6 หมื่นตันและส่งออกแอลพีจี 5.9 หมื่นตันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชาและลาว ที่มีความต้องการใช้แอลพีจีเติบโตมาก ขณะที่เมียนมาก็มีการใช้โตเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ด้านนายนพดล ปิ่นสุภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปตท.ได้รับเรือแอลเอ็นจีเที่ยวแรกจากปิโตรนาส จำนวน 137,600 ลูกบาศก์เมตร ณ สถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว มาบตาพุด จ.ระยอง โดย ปตท. และปิโตรนาส ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายแอลเอ็นจีระยะยาว 15 ปี ปริมาณการจัดส่ง 1.2 ล้านตันต่อปี เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ในภาวะที่การผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งภายในประเทศและจากประเทศเพื่อนบ้านเริ่มมีขีดจำกัด นับเป็นโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจแอลเอ็นจีและก๊าซธรรมชาติในอนาคตต่อไปด้วย--จบ--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Mon Nov 27, 2017 5:14 pm

*(เพิ่มเติม) PTT เผยเลื่อนแผนโอนทรัพย์สินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกให้ PTTOR เป็นปี 61 คาดดันเข้าตลาดหุ้นปี 62
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Monday, November 27, 2017 17:04


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ย. 60)--นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บมจ.ปตท. (PTT) กล่าวว่า การโอนทรัพย์สินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกให้กับ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) จะเลื่อนออกไปเป็นปี 61 จากเดิมที่คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้
“การโอนทรัพย์สินเลื่อนออกไปก่อนเป็นปีหน้า ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เป็นไปตาม process"นายอรรถพล กล่าว
ด้านนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ของ PTT กล่าวว่า ขณะนี้ ปตท.อยู่ระหว่างดำเนินการตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) สำหรับการโอนทรัพย์สินให้กับ PTTOR
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการปตท.แล้ว และส่งเรื่องให้กับกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นกระทรวงต้นสังกัดพิจารณา ก่อนส่งต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งเป็นเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการ PPP) ก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการ PPP พิจารณาต่อไป
หลังจากผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ PPP แล้ว ก็จะกลับมาพิจารณาเรื่องการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่จะโอนให้กับ PTTOR ใหม่อีกครั้ง จากมูลค่าเบื้องต้นอยู่ที่ราว 1.2 แสนล้านบาท เพราะมูลค่าทรัพย์สินสุดท้ายจะต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือนก่อนการโอนคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังถึงปลายปี 61
"ตอนนี้เป็นไปตาม process หลังจากที่ผ่านคณะกรรมการ PPP แล้วก็จะมาตีมูลค่าทรัพย์สินซึ่งจะใช้เวลา 6-7 เดือน การโอนทรัพย์สินก็น่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงครึ่งหลังถึงปลายปีหน้า หลังจากนั้นก็จะยื่นไฟลิ่งต่อ ก.ล.ต. เพื่อขออนุญาตทำ IPO แผนเบื้องต้นก็คาดว่าจะเข้าตลาดหุ้นได้ในปี 62"นางสาวจิราพร กล่าว
นางสาวจิราพร กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการคัดเลือกพันธมิตรเพื่อทำธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.นั้น คาดว่าจะรู้ผลในสิ้นปีนี้ หลังจากที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการปตท.ภายในเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะรู้ถึงรูปแบบการลงทุนร่วมกับพันธมิตรอย่างชัดเจน ก่อนจะลงนามในสัญญาร่วมดำเนินการได้ภายในไตรมาส 1/61
"บอร์ดจะพิจารณา หลังจากนั้นจะเห็นรูปแบบการลงทุนที่ชัดเจนหลังการประชุมบอร์ดที่จะพิจารณาว่าจะเลือกรายใดเพียงรายเดียว ก็คาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาได้ในช่วงไตรมาส 1/61"นางสาวจิราพร กล่าว
อนึ่ง วันนี้ปตท.เปิดงาน"รวมพลังซื้อข้าวจากชาวนา"ปีที่ 2 เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายข้าวให้แก่ชาวนาไทยบรรเทาความเดือดร้อนในการระบายผลผลิต ช่วยให้ชาวนาได้เรียนรู้และพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้าว อีกทั้งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อข้าวคุณภาพดี ราคาถูก จากชาวนาโดยตรง โดยจะมีสถานีบริการน้ำมันปตท.จำนวน 768 แห่งทั่วประเทศ ที่เข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.60-28 ก.พ.61


--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Feb 21, 2018 10:07 am

*PTT เผยบอร์ดอนุมัติแตกพาร์จาก 10 บ. เป็น 1 บาท-ปันผล 12 บ./หุ้น XD 6 มี.ค.
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Tuesday, February 20, 2018 18:58


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 61)--บมจ.ปตท. (PTT) แจ้งการพิจารณาจ่ายปันผลและแตกพาร์ เหลือหุ้นละ 1 บาท

เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันที่คณะกรรมการมีมติ : 20 ก.พ. 2561
ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) : 07 มี.ค. 2561
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 06 มี.ค. 2561
จ่ายให้กับ : ผู้ถือหุ้นสามัญ
อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด (บาทต่อหุ้น) : 12.00
จ่ายจากกำไรสุทธิ : 0.00
ส่วนที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
(NON-BOI)(บาท/หุ้น)
จ่ายจากกำไรสุทธิ ส่วนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน : 12.00
(BOI)(บาท/หุ้น)
มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาท) : 10.00
วันที่จ่ายปันผล : 27 เม.ย. 2561
จ่ายปันผลจาก : กำไรสะสม

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) จากหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท
เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่หุ้นของบริษัท โดยจะเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ในวันที่ 12 เม.ย. เพื่อพิจารณาต่อไป
นอกจากนี้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น จะพิจารณาวาระสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ แผนการจัดหาเงินกู้ 5 ปีของ ปตท. (ปี 61-65)
จากแหล่งภายนอก ของ ปตท. ซึ่งรวมถึงวงเงินการกู้ยืม/ก่อหนี้ของ บริษัท ปตท. ศูนย์บริหารเงิน จำกัด (PTT TCC) เพื่อจัดหา
แหล่งเงินทุนให้ ปตท. โดยมี ปตท.ให้การค้ำประกัน โดยส่วนหนึ่งของแผนการจัดหาเงินกู้นี้เป็นวงเงินสำหรับการออกหุ้นกู้เทียบเท่า
150,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปี (ปี 61-65) เพื่อใช้ในการลงทุน และ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไป และ/หรือเพื่อทด
แทนเงินกู้เดิมที่ครบกำหนดชำระ (Refinance) ซึ่งจะพิจารณาดำเนินการในเวลาโอกาสที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด
ตลอดจนพิจารณารับทราบความคืบหน้าของการปรับโครงสร้าง ปตท. รวมถึงแผนการเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัท ปตท.
น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และการนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลัก
ทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งคณะกรรมการ รับทราบความคืบหน้าโดยให้ปตท. สร้างเครื่องหมายการค้าใหม่แบบผสมโดยมีรูป
เปลวเพลิงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ เพื่อโอนขายให้ PTTOR
อนึ่ง การปรับเปลี่ยนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ PTTOR มีเครื่องหมายการค้าซึ่งมีกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์
เป็นของตนเอง ซึ่งจะทำให้ PTTOR สามารถวางแผนการตลาด การใช้แบรนด์ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ต่อลูกค้าในธุรกิจการตลาด
น้ำมันและค้าปลีกได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งคาดว่าการโอนกิจการจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3/61 และ PTTOR จะเริ่มเตรียมการ
เสนอขายหุ้นสามัญของ PTTOR ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และการนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทยต่อไป

--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Feb 21, 2018 3:20 pm

*PTT คาดเทรดพาร์ใหม่ 1 บ.ปลาย เม.ย.-ต้น พ.ค.,ยื่นไฟลิ่ง PTTOR ปลายปีนี้กระจายหุ้นกลางปีหน้า
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Wednesday, February 21, 2018 14:37


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 61)--นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.(PTT) คาดว่า หุ้น PTT น่าจะเริ่มซื้อขายที่มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) ใหม่หุ้นละ 1 บาท ภายในปลายเดือน เม.ย.-ต้น พ.ค.นี้ หากผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้ปรับเปลี่ยนราคาพาร์จากเดิมหุ้นละ 10 บาท ตามที่ฝ่ายบริหารนำเสนอ
ส่วนแผนการเสนอขายหุ้นสามัญของ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และการนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น คาดว่าจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ภายในช่วงปลายปีนี้และกระจายหุ้นได้ราวกลางปี 62



--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Mar 07, 2018 3:18 pm

PTT ยักษ์นอกตะเกียง

แฉทุกวันทันเกมหุ้น

ในนิยายอาหรับราตรี เรื่องของอะลาดิน กับยักษ์ในตะเกียงวิเศษ มีคำถามตามมาเสมอว่า เมื่อยักษ์ออกมาอยู่นอกตะเกียงแล้วไม่ยอมกลับเข้าไป อะลาดิน จะทำอย่างไร

คำถามนี้ กำลังจะเกิดขึ้นกับ หุ้นของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT บริษัทน้ำมันแห่งชาติโดยพฤตินัย หลังจากที่ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ออกมาเปิดเผยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้แตกพาร์จากราคาพาร์เดิม 10 บาท เป็นระดับ 1 บาท จากเดิม 10 บาท

ผลของการแตกพาร์ จะทำให้หลังจากดำเนินการจำนวนหุ้นของบริษัทจะปรับเพิ่มขึ้น 10 เท่า เป็น 28,562,996,250 หุ้น จากเดิม 2,856,299,625 หุ้น ส่วนทุนจดทะเบียนจะยังคงเดิมที่ 28,562,996,250 บาท โดยกำหนดขอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติในวันที่ 12 เม.ย. 2561

หากผ่านขั้นตอนนี้มาได้ ตำนานหน้าใหม่หลังจากผ่านช่วงเวลาและเส้นทางกว่า 16 ปีของ PTT ในฐานะบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย จะเริ่มต้นขึ้น….หลังจากได้ผ่านความตกระกำลำบากทั้งก่อนและระหว่างการเข้าเทรดช่วงแรก ตลอดจนถึงปัจจุบันที่เรียกว่าเป็นตำนานของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจครั้งใหญ่สุดของประเทศ ที่เริ่มต้นด้วยการมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท มีขนาดใกล้เคียงกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในขณะนั้น และมีน้ำหนักในการคำนวณดัชนีประมาณ 6.5-7% ของหุ้นทั้งตลาด….และเผชิญกับการ “หลุดจอง” ต่ำกว่าราคาขาย IPO ที่ 35.00 บาทนานกว่า 1 ปี

วันนี้ มาร์เก็ตแคปปัจจุบันที่ใหญ่มากถึง 1.4 ล้านล้านบาทของ PTT ทำให้นักลงทุนขนาดใหญ่และสถาบันทุกราย ไม่สามารถละเว้นการถือหุ้นนี้ในพอร์ตของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้เลย แต่สำหรับรายย่อย การเข้าลงทุนถือหุ้น เปรียบได้กับ “…………เห่าเครื่องบิน” เพราะราคาหุ้นที่เหนือกว่าหุ้นละ 550.00 บาท ต้นทุนสูงเกินจะไขว่คว้า

ราคาที่สูงลิ่ว แม้จะไม่แพง เพราะค่าพี/อีของหุ้น PTT ยังอยู่ที่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ SET เพียงไม่ถึง 11.67 เท่า โดยมีมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นที่ 286.62 บาท ก็ถือว่ายังไม่น่าซื้ออยู่ดี

ตัวอย่างง่ายๆ คือ จะซื้อหุ้น 1 บอร์ดล็อต หรือ 100 หุ้นที่ราคาระดับ 500 บาท ต้องใช้เงิน 50,000 บาท แต่การแตกพาร์จะทำให้ราคาหุ้นลงมาระดับ 50 บาท ก็จะใช้เงินสดน้อยลง

ข้อเท็จจริงนี้ นายเทวินทร์ระบุว่า การที่ราคาหุ้น PTT สูงมีผลให้ล่าสุด ฟรีโฟลตของหุ้นที่เคยมากกว่า 16% ลดลงมาเหลือแค่ 4% ในช่วง 2-3 ปีนี้ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีเท่าใดนัก

หาก PTT ได้รับอนุมัติแตกพาร์จากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งไม่มีใครสูญเสียประโยชน์เลย…คาดว่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องหุ้น PTT ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น เพราะจะเปิดโอกาสให้ได้รับแรงซื้อจากทางรายย่อยมากขึ้น….

ที่สำคัญ ราคาหุ้น มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้ดีต่อเนื่อง……อันนี้ นายเทวินทร์ไม่ได้พูด แต่นักลงทุนเข้าใจกันดี

ก็มันมีตัวอย่างเห็นๆ….ก่อนหน้าที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ที่เคยแตกพาร์เป็น 1 บาท จากเดิม 10 บาท ราคาหุ้นก่อนแตกพาร์อยู่แถวระดับ 40-42 บาท แต่ล่าสุด อยู่เหนือ 60 บาท จนเป็นปกติไปแล้ว

หลังวันที่ 12 เมษายนปีนี้ และคาดว่าจะเป็นปลายเดือนเมษายน จะได้เห็นราคาหุ้นใหม่ที่เทรดกันในพาร์ใหม่ของ PTT โลดแล่นในตลาด…จะโบยบินเป็น “พานทองแท้” หรือ ร่วงลงเหวเหมือน “ปอเต็กตึ๊ง”….เป็นอันรู้กัน

ที่น่าสนใจนอกเหนือจากการเทรดพาร์ใหม่ในปีนี้แล้ว สตอรี่ควบคู่กันที่รุกคืบหน้าไปเรื่อยๆ การปรับเปลี่ยนจากบริษัทกึ่งโฮลดิ้ง เป็นโฮลดิ้งเต็มตัว …ย่อมมีความหมายในเชิงการบริหารจัดการที่ล้ำลึกทีเดียว

ในยุคเริ่มแรกของการเป็นหุ้นจดทะเบียน PTT มี “จุดขาย” จากความได้เปรียบของ “อำนาจเหนือตลาด” ในการกำหนดกลไกราคาในธุรกิจน้ำมันและธุรกิจก๊าชธรรมชาติ โดยมีรายได้หลัก 66% มาจากกลุ่มธุรกิจน้ำมัน และ 31% มาจากธุรกิจก๊าชธรรมชาติ แต่อนาคตจะมีทิศทางที่เปลี่ยนไปมาก และมีสมดุลมากกว่าในอดีต

แผนการผลักดันให้ บริษัท ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการโอนสินทรัพย์) เพื่อจะยื่นไฟลิ่งในช่วงปลายปี 2561 และเข้าจดทะเบียนในปี 2562 หากทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทั้งหมดจะช่วยเพิ่มอัพไซด์ให้กับหุ้น PTT มากขึ้น

แม้จะไม่ต้องรอสตอรี่หนุนดังกล่าว ปี 2561 ก็ยังคงสวยงามต่อไป โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า แนวโน้มงวดปี 2561 ของ PTT จะมีโอกาสทำกำไรสุทธิโตแข็งแกร่งต่อเนื่องจากงวดปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิ 1.35 แสนล้านบาท หลังจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในปี 2561 ยังคงมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ราคาก๊าซยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ล่าสุด รายงานของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ที่คาดว่า ความต้องการใช้น้ำมันจะยังคงขยายตัวต่อไปอีก 5 ปี แม้จะมีขีดจำกัดขาขึ้นจากเอกชนในสหรัฐฯ และชาติอื่นๆ เช่น แคนาดา บราซิล และนอร์เวย์ ที่สามารถจะปรับเพิ่มกำลังการผลิต และการส่งออกน้ำมัน จนสามารถรองรับอุปสงค์น้ำมันส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อันเป็นผลพวงของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทั่วโลก ซึ่งจะยังสนับสนุนการใช้น้ำมันอย่างต่อเนื่องจนถึงปี ค.ศ. 2023 หรือ พ.ศ. 2566 ….เป็นข่าวดีโดยตรง

นอกจากนั้น ภาพรวมของธุรกิจบริษัทลูกในเครือยั้วเยี้ยยังเติบโตทั้งรายได้และกำไรต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ

การแตกพาร์ จะเป็นโอกาสเปิดช่องให้มาร์เก็ตแคปของ PTT เบ่งบานไม่หยุด…เว้นเสียแต่ไม่อยากจะเบ่งบานเสียเอง…

อิ อิ อิ


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri May 11, 2018 12:15 am

PTTOR ความหวังใหม่ของ PTT

PTTOR หรือบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) เป็นบริษัทลูกในเครือของ PTT หรือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทพลังงานรัฐวิสาหกิจอันดับหนึ่งของประเทศ

PTT ถือว่าเป็นบริษัทที่มีโครงสร้างบริษัทที่ซับซ้อนมาก เนื่องจากมีส่วนงานและบริษัทในเครือจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บมจ.ไทยออยล์ (TOP) บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) และบมจ.ทิพยประกันภัย (TIP) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนอีกจำนวนมากอีกด้วย

โครงสร้างซับซ้านดังกล่าวทำให้ PTT มีความตั้งใจที่จะปรับตัวเองให้กลายเป็น holding company อย่างเต็มตัว โดยตั้งใจจะโอนส่วนงานขายปลีกธุรกิจน้ำมันบางส่วนที่ยังเหลืออยู่ในบริษัท PTT เองไปให้กับบริษัทลูกอย่าง PTTOR เพื่อจะให้บริษัทนี้ดูแลเรื่องงานการตลาดค้าปลีกและพาณิชย์ไปอย่างเต็มตัว และบริษัทแม่เองน่าจะยังคงเหลือธุรกิจส่วนงานที่ดูแลอย่างเต็มตัวคือส่วนของธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และงานส่วนบริหารภาพรวมขององค์กร

PTTOR ถือเป็นเพชรเม็ดงามของเครือ PTT

อย่างที่ทราบกันดีว่าธุรกิจพลังงานนั้นมีความผันผวนค่อนข้างสูง เนื่องจากราคาขายและราคาต้นทุนต่างๆ มักขึ้นกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งผันผวนไปตามอุปสงค์อุปทานในตลาดโลกซึ่งควบคุมไม่ได้ ทำให้หลายครั้งผลประกอบการจะผันผวนไปตามตลาดโลกค่อนข้างมาก


แต่ PTTOR ถึอเป็นธุรกิจค้าปลีกและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าซึ่งมาความมั่นคงสูงกว่า เพราะสามารถควบคุมอัตรากำไรได้มากกว่า เนื่องจากเป็นธุรกิจซื้อมาขายไปและให้เช่าพื้นที่ ซึ่งในปัจจุบัน ปั้มปตท.ในถนนสายต่างๆ ก็กลายสภาพเป็นเหมือน community mall ขนาดย่อมๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะนอกจากการเติมน้ำมัน ยังมีร้านกาแฟอะเมซอน ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร รวมไปถึงอาจจะมีโรงแรมราคาประหยัดเข้ามาเสริมทัพตามที่ทางบริษัทได้เคยให้บริษัทโรงแรมต่างๆ ยื่นซองเสนอราคากันเข้ามาด้วย

PTT ตั้งใจจะนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นภายในปี 2562

เรื่องนี้ถือเป็นข้อดีกับทั้งบริษัทและนักลงทุนรายย่อย ฝ่ายของบริษัทเองก็จะได้เงินระดมทุนจำนวนมากในการไปขยายกิจการและพัฒนาให้พื้นที่ในปั้มปตท.นั้นเป็นที่นิยมมากขึ้นและมีประสิทธิภาพการทำกำไรสูงขึ้น ส่วนนักลงทุนรายย่อยเองก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกลงทุนเฉพาะบริษัทลูกไล่เป็นรายบริษัทไป อย่างเช่น หากชอบธุรกิจค้าปลีกแต่ไม่ชอบโรงกลั่นก็อาจจะเลือกซื้อแต่หุ้น PTTOR ไม่ต้องซื้อ PTT หรือถ้าชอบแต่ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมก็อาจจะเลือกซื้อแต่ PTTEP ไม่ต้องซื้อ PTT เป็นต้น

ถ้าดำเนินการเข้าตลาดเรียบร้อยได้จริง นักลงทุนรายย่อยคงจะเห็นหุ้นขนาดแสนล้านตัวใหม่มาประดับตลาดหุ้นไทยเพิ่มอีกตัว


ลงทุนศาสตร์ – Investerest


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed May 30, 2018 10:36 am

“จิราพร ขาวสวัสดิ์” หญิงแกร่งแห่ง PTTOR นักบัญชีที่ “ไม่สี่เหลี่ยม” กับหลักการไม่ใช่ลูกจ้างหัวหน้าแต่เป็นลูกจ้าง ปตท.

29 พฤษภาคม 2018

“จิราพร ขาวสวัสดิ์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ท่ามกลางกระแสในโซเชียลมีเดียที่พยายามรณรงค์ให้ไม่เติมน้ำมันปั๊ม ปตท. ไม่ว่าจะด้วยการได้รับข้อมูลที่บิดเบี้ยว ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ต่างก็ทำให้ส่งผลกระทบต่อดีลเลอร์ที่เป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกันค่อนข้างถ้วนหน้า

คนส่วนใหญ่รู้จัก ปตท. ในฐานะผู้ให้บริการปั๊มน้ำมัน และคนส่วนใหญ่รู้สึกว่า ปตท. คือรัฐ มีความได้เปรียบเอกชนที่เป็นคู่ค้าปั๊มน้ำมันด้วยกัน ปมนี้เป็นจุดอ่อนที่ถูกหยิบขึ้นมาปลุกกระแสได้ตลอดเวลา

ด้วยปมดังกล่าว บอร์ดหรือคณะกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงมีมติเมื่อพฤศจิกายน 2559 ปรับโครงสร้างถอด “ยวง” สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ ปตท. ออกมา นั่นคือการโอนกิจการของหน่วยธุรกิจน้ำมันทั้งหมดมายังบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ PTTOR และคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560

PTTOR จึงเป็น “บริษัทเอกชน” เพื่อให้ภาพลักษณ์ปั๊มน้ำมันที่ดูเหมือนจะได้เปรียบเอกชนรายอื่นๆ ทำให้ภาพรัฐจางไป และเข้าสู่สนามธุรกิจที่มีการแข่งขันค่อนข้างดุเดือดแบบไม่มี “ความพิเศษ” หรือตัวช่วยเหมือนที่ผ่านมา

ปัจจุบัน PTTOR อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ “จิราพร ขาวสวัสดิ์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในระหว่างการโอนธุรกรรม โอนทรัพย์สินต่างๆ รวมทั้งขั้นตอนกระบวนการยื่นเตรียมกระจายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงเดือนกรกฎาคม 2562

“จิราพร” เล่าว่าเหตุผลที่คณะกรรมการ ปตท. ต้องแยกธุรกรรมที่ ปตท. ทำ ที่เรียกว่าธุรกิจน้ำมัน ที่มีธุรกิจปั๊มน้ำมัน ธุรกิจขายน้ำมันให้โรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจขาย LPG ให้โรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจขายก๊าซหุงต้มที่ส่งตามครัวเรือน เป็นต้น ซึ่งตามภาษาพลังงานเขาเรียกว่า “ผู้ค้ามาตรา 7” ปัจจุบันมี 42 ราย ทุกรายเป็นเอกชนหมดเลย มีเพียง ปตท. เท่านั้นที่ทำธุรกรรมนี้และเป็นหน่วยงานรัฐ คนส่วนใหญ่จึงคิดว่ารัฐเอื้อประโยชน์ให้กับ ปตท.

“ธุรกิจปั๊มน้ำมัน ปตท. คิดและพัฒนาโปรดักต์ใหม่ๆ เป็นเจ้าแรกที่เอาน็อนออยล์เข้าปั๊มน้ำมัน ไม่ว่า 7-11 ร้านอาหาร จนทำให้แบรนด์ ปตท. เป็นที่ติดใจ มีรายได้เพิ่ม ยอดขายดี แต่สังคมเข้าใจว่ารัฐเอื้อให้ ปตท. จึงเป็นเหตุให้บอร์ด ปตท. มองว่าธุรกิจน้ำมันที่ทำซ้ำเหมือนเอกชน ควรแยกออกมาเป็นเอกชน และด้วยเหตุผลเพื่อความโปร่งใสเพื่อให้เห็นว่าตัวเลข(รายได้)ที่ได้ ไม่ใช่เพราะรัฐเอื้อประโยชน์ให้”

และอีกเหตุผลหนึ่งคือรัฐธรรมนูญมาตรา 75(2) ที่ระบุว่า “รัฐต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ การรักษาประโยชน์ส่วนรวม การจัดให้มีสาธารณูปโภค การจัดทำบริการสาธารณะ”

ดังนั้น จาก 2 เหตุผลนี้ ปตท. จึงทำเรื่องการปรับโครงสร้าง เอาธุรกรรมที่หน่วยธุรกิจทำอยู่ทั้งค้าปลีกน้ำมันและ LPG เอาออกจาก ปตท. มาไว้ที่บริษัท PTTOR

การปรับโครงสร้างครั้งนี้ ปตท. ยังถือหุ้นใน PTTOR ไม่ต่ำกว่า 45% แต่ไม่เกิน 48% โดย 3% นี้มีไว้เพื่อให้กองทุนที่เป็นภาครัฐลงทุน เช่น กองทุนวายุภักดิ์ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม เป็นต้น เพื่อไม่ให้บริษัทนี้กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีก

ทั้งนี้ PTTOR ยังคงใช้เครื่องหมายการค้าใหม่แบบผสมที่มีรูปเปลวเพลิงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบในการดำเนินธุรกิจต่อไป ซึ่งแบรนด์ถูกตีราคามูลค่า 5 หมื่นล้านบาท

“จิราพร” เข้ามาบริหารจัดการ PTTOR เดือนตุลาคม 2560 เธอเล่าว่า “พอเข้ามา ก็ลงพื้นที่เยี่ยมดีลเลอร์ทันที ตั้งใจเข้ามาปรับปรุงระบบ ขบวนการ การเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น เข้าทีละสายงาน สายน้ำมัน สายหล่อลื่น สายต่างประเทศ

“เราไปรับรู้ปัญหา เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้เขา เจ้าของปั๊มบางแห่งเขาทำมา 40 ปี ตั้งแต่รุ่นปู่มาสู่พ่อแม่ วันนี้มาสู่รุ่นเหลน เขามีความผูกพัน แต่เขาขาดการสนับสนุน สภาพการแข่งขันเป็นแบบนี้ การลงทุน การซ่อมบำรุงช้า เขาแจ้งแต่ไม่มีคนแก้ปัญหาให้”

“จิราพร” เล่าว่า บางเรื่องดูแค่ในกระดาษดูไม่ออกว่าเขามีปัญหา อย่างกรณีการเปิดปั๊มน้ำมัน ที่ผ่านมา ปตท. เปิด เน็ตเวิร์กซ้ำซ้อน (ปั๊ม ปตท. อยู่ใกล้ๆ กัน) ดีลเลอร์บอกว่าถ้าแบรนด์อื่นมาเปิดใกล้ เขาไม่กลัว ยกเว้น ปตท. บางแห่งมาอยู่ใกล้กันมากเกินไป เราต้องมาเห็นจริงๆ ดูแค่กระดาษ ดูไม่ออก บางทีระยะห่างกัน 15 กม. แต่มีชุมชนก็สามารถอยู่ได้ แต่บางแห่งหากเป็นถนนเส้นตรง ไม่มีชุมชน หากปั๊มเปิดใกล้กันมาก มันกระทบกัน คนใหม่ก็แย่คนเก่าก็แย่ เพราะการลงทุนปั๊มหนึ่งไม่น้อย 40 ล้านบาท

เมื่อถามว่าอนาคตรายได้ PTTOR จะมาจากไหนบ้าง “จิราพร” เล่าว่า ธุรกิจน้ำมันประกอบด้วยการจัดหา จัดเก็บ ขนส่ง และขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงสำเร็จรูป ทั้งในรูปแบบขายส่ง ขายโรงงานอุตสาหกรรม ขายให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ขายผลิตภัณฑ์น้ำมันอากาศยานแก่สายการบิน ขาย LPG และขายปลีก ณ สถานีบริการ ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการขายน้ำมันหล่อลื่น ครบวงจร



สำหรับปั๊มน้ำมันที่มี 1,600 สาขาทั่วประเทศ หากนับกำไร 100% มาจากหัวจ่ายน้ำมัน 30%, ร้านค้าต่างๆ เช่น ร้านค้าสะดวกซื้อ Food & Beverage (ไก่ทอดเท็กซัส, โดนัท-แดดดี้โด) 25% กาแฟอะเมซอน 35% ที่เหลือมาจากการให้เช่าพื้นที่ เช่น ข้าวแกง ธุรกิจบริการยานยนต์-Fit Auto เป็นต้น

“ตัวปั๊ม จะเสริมน็อนออยล์มากขึ้น แผนที่จะทำต่อ เช่น โรงแรมในปั๊ม ซึ่งเป็นปั๊มที่ต้องไม่อยู่ในชุมชนหรือแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งที่พักต้องมีระยะห่างตามกฎหมายในเรื่องความปลอดภัย ไม่มีบริการอาหาร ก็ไปใช้บริการร้านค้าในปั๊มได้ เพื่อเป็นที่พักสำหรับคนทำงาน เช่น เซลส์ นักเดินทาง คนทำงาน ไม่เน้นนักท่องเที่ยว เรียกว่า business hotel”

นอกจากนี้กำลังจะเอ็มโอยูกับบริษัทไปรษณีย์ฯ ทำเรื่องลอจิสติก ให้เขามาทำที่ปั๊ม และเอาสินค้าชุมชนมาขายในปั๊ม รวมทั้งกำลังทำคุยกับ “พัฟแอนด์พายของการบินไทย” มาลงในร้านกาแฟอะเมซอน

ขณะที่ร้านกาแฟอะเมซอน ต่อไปจะไปต่างประเทศ ที่ไปแล้ว ได้แก่ โอมาน ญี่ปุ่น ที่กำลังไปคือสิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ขณะเดียวกันในอีกสเตปหนึ่ง จะบุกไปบราซิล โซนยุโรป โซนอเมริกา อาจจะเป็นกาแฟกระป๋อง แต่ก็ไม่ทิ้งร้านกาแฟ คาดว่าจะเกิดขึ้นใน 2 ปีข้างหน้า

สำหรับการขยายปั๊มน้ำมันในเออีซี ปัจจุบันมีปั๊มน้ำมันในลาว เขมร ฟิลิปปินส์ ส่วนเวียดนามกำลังจะไป ด้านพม่าเพิ่งได้สิทธิ์ไปร่วมลงทุนทำคลังน้ำมัน ท่าเรือ ขายส่งขายปลีก

“ส่วนในประเทศ ในแง่จำนวนปั๊มเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่เพิ่มถนนเส้นหลัก เพราะปั๊มแข่งกันเต็มที่แล้ว แต่จะเพิ่มเส้นรอง เมืองรองตามนโยบาย ขนาดไม่ใหญ่แค่ 2 ไร่ มีร้านกาแฟอะเมซอนและ 7-11 คนลงทุนไม่ต้องใช้เงินทุนสูง”

“เราเองมีนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอี อย่างแรก สินค้าเกษตรกร ในฤดูกาลที่ล้นตลาด ให้มาเปิดขายได้ฟรี เพื่อให้ประชาชนสนับสนุนเกษตรกรได้โดยตรง อย่างที่ 2 ทางดีลเลอร์ที่เป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันในท้องถิ่น เขารู้ว่าที่ไหนมีสินค้าเด่นอะไร ถ้าเป็นเรื่องของกิน เราจะช่วยทำให้เข้าสู่กระบวนการ อย. มาจำหน่ายในปั๊ม อยากให้ปั๊ม ปตท. เป็นที่รวมของสินค้าชุมชน ที่มีสินค้าแต่ละท้องถิ่น พัฒนาบรรจุภัณฑ์ มีคิวอาร์โค้ด รู้แหล่งกำเนิดมาจากที่ไหน อย่างไร และจะสั่งซื้อนอกปั๊มได้ ยกระดับให้ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อให้ธุรกิจตรงนั้นอยู่ได้ นอกจากนี้ในแหล่งท่องเที่ยว เราทำปั๊มยูนีก เช่น ปั๊มที่เชียงคาน เป็นต้น”

“เรามีทั้งโอกาส ความรู้ กำลังเงิน และมีพาร์ทเนอร์ที่ดี ทั้งเอสเอ็มอีที่เป็นดีลเลอร์เจ้าของปั๊ม มีเอสเอ็มอีแบงก์ เราต้องทำเรื่องนี้ให้จริงจัง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอี”

ดังนั้น การเข้ามาบริหารจัดการต้องสร้างศรัทธาและความเชื่อใจทั้งลูกค้าและพนักงานว่า PTTOR มีโอกาสและอนาคตที่ดีรออยู่ เพื่อสร้างองค์กร ชุมชน และเศรษฐกิจ ของประเทศให้ยั่งยืน



การเป็นนักบัญชีต้อง “ไม่สี่เหลี่ยม”

“จิราพร” เป็นนักบัญชี จบปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต (การบัญชี) จากคณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาโทหลักสูตรการบัญชีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหลักสูตร MBA-Finance มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งหลักสูตร Senior-Executive Program ที่ London Business School ประเทศอังกฤษ และหลักสูตรกรรมการบริษัท สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

ชีวิตการทำงานไต่จากนักบัญชีของ ปตท. วันนี้ 31 ปีที่เธอใช้ชีวิตการทำงานอยู่ที่นี่ เธอบอกว่าเธอเป็นลูกจ้าง ปตท. ไม่ใช่ลูกจ้างหัวหน้า การทำงานของเธอจะมุ่งผลสำเร็จของ ปตท. เป็นเป้าหมาย เธอพร้อมที่จะถูกแขวนถ้าหากต้องทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเธอก็เคยผ่านเรื่องนี้มาแล้ว แม้จะไม่ถูกแขวน แต่ปีนั้นการประเมินผลงานของเธอได้ B เป็นครั้งแรกในประวัติการทำงาน เพราะที่ผ่านมาเธอคว้า A มาครองตลอด

เธอเล่าต่อว่าต้องกล้าเสนอความเห็น เธอมีโอกาสเข้าร่วมการประชุมระดับสูง บ่อยครั้งที่การประชุมมีอะไรต้องปรับปรุง มีมติให้ทำนั่นทำนี่ แต่ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ผู้ใหญ่ก็ถามว่าคุณมีความเห็นอย่างไร เธอได้เสนอว่า มีการประชุมแต่ไม่มีเห็นมีการทำตามที่ประชุม ควรให้มีทีมติดตามงาน เพื่อมารายงานที่ประชุมในครั้งต่อไปว่าทำไปถึงไหน ถ้าไม่มีปัญหาก็รายงานความคืบหน้า ถ้ามีก็ให้ที่ประชุมช่วยแก้ เธอย้ำว่า “จะนั่งประชุมกันไปทำไม เพราะคนที่มาประชุมค่าตัวสูงๆ ทั้งนั้น”

เธอบอกว่าข้อดีคือเธอได้โอกาสเป็นหัวหน้าโครงการปรับปรุงขบวนการระบบและกระบวนการของ ปตท. ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน (Enterprise Resorce Planning: EPR) เนื่องจาก ปตท. มีหลายส่วน สำนักงานใหญ่, ก๊าซ, น้ำมัน, เทรดดิ้ง จึงทำให้รู้จักเนื้องานทุกหน่วยธุรกิจ และการรู้จักคนทุกหน่วยธุรกิจ เป็นการรู้คน รู้งาน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมา เราได้ใจคน เป็นการได้เห็นบูรณาการการทำงาน เป็นการได้โอกาส มีเพื่อนทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง เราจริงใจกับทุกคน เชื่อใจกัน เป็นเรื่องที่ไม่ได้สร้างกันง่ายๆ 31 ปีที่อยู่ ปตท.

เธอย้ำว่า “โชคดีที่ได้เรียนรู้ทุกหน่วย เป็นการเรียนรู้ร่วมกัน”

“จิราพร” เล่าต่อว่า การเป็นนักบัญชีต้อง “ไม่สี่เหลี่ยม” …กล่าวคือ ตามหลักการบัญชีที่เรียนมา มาตรฐานบัญชี แต่เขาให้เรามาประยุกต์กับธุรกิจที่ทำอยู่ มันสามารถมีทางออกแบบนี้ได้ ถ้าคุณทำแบบนี้ ทั้งเรื่องบัญชีและเรื่องภาษี หากเทียบกับคนอื่นบางคนก็บอกว่าไม่ได้หรอกหากต้องทำแบบนี้

เช่น แต่ก่อนการขายน้ำมัน ลูกค้าต้องโอนเงินล่วงหน้ามาให้ ปตท. ก่อนออกรถน้ำมันเอาน้ำมันไปส่ง ลูกค้าโอนล่วงหน้ามาให้ก่อน การทำอย่างนี้มีข้อเสียสองอย่าง 1. ลูกค้าต้องจ่ายเงินให้ ปตท. ก่อน เอาเงินมาจมอยู่ตรงนี้ สมมติลูกค้าสั่งน้ำมัน 15,000 ลิตร ลิตรละ 30 บาท/คัน เป็นเงินเท่าไหร่ และ 2. ทาง ปตท. ต้องออกใบกำกับภาษีทันที ถ้าไม่ออกใบกำกับภาษี ผิด ตอนนั้นเราก็คิดว่าต้องมีทางอื่นที่จะแก้ปัญหานี้ เราคุยกับธนาคาร ให้ลูกค้าเปิดบัญชีชื่อตัวเองสำหรับซื้อน้ำมัน ปตท. เท่านั้น เราคุยกับแบงก์ขอผูกระบบให้กันเงินลูกค้าไว้ไม่ให้ใช้อย่างอื่น ผลที่ได้คือลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าให้เรา และ ปตท. ไม่ต้องโดนเบี้ยปรับเงินเพิ่มจากที่ไม่ออกใบภาษี ปีหนึ่ง ปตท. ประหยัดเงินค่าปรับได้ 1,500 ล้านบาท และลูกค้าไม่ต้องเอาเงินมาจมที่ ปตท. ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายขายปฏิบัติกันมานานมา จนปี 2554 จึงมีทางออกดังที่กล่าวมา

นี่คือนักบัญชีต้องไม่ใช่ประเภทสี่เหลี่ยม


JatuGodhand
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 533
Joined: Tue Jul 17, 2012 10:12 pm

Re: PTTOR

Posts by JatuGodhand » Wed May 30, 2018 11:04 pm

ขอติดตามด้วยครับ PTT มีลูกเยอะมากๆ แต่ส่วนตัวแล้ว สนใจตัวนี้มากที่สุดครับ เลยขอปักหมุดติดตามด้วยคน

"สิ่งจำเป็นอย่างแท้จริงคือ กรอบความคิดอันสมเหตุสมผล สำหรับการตัดสินใจในการลงทุน รวมถึงความสามารถในการป้องกันไม่ให้อารมณ์ มีโอกาสเข้ามากัดกร่อนความคิดดังกล่าว"

User avatar
kissme
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1229
Joined: Wed Jul 11, 2012 1:45 pm

Re: PTTOR

Posts by kissme » Fri Jun 01, 2018 9:25 am

เลื่อนไปซะยาวเลย เสียดาย น่าจะเข้ามาเร็วๆ ตลาดจะได้กลับมาคึกคักบ้าง


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sat Jun 16, 2018 6:24 pm

บอร์ด ปตท.ตั้ง “จิราพร” นั่งซีอีโอ PTTOR เลื่อนวาระหาพันธมิตร รร.ราคาถูกในปั๊มไป Q3
เผยแพร่: 15 มิ.ย. 2561 17:54 ปรับปรุง: 15 มิ.ย. 2561 19:00 โดย: MGR Online




ปตท.เลื่อนชงบอร์ดฯพิจารณาตัดสินใจเลือกพันธมิตรธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดในปั๊มน้ำมันออกไปเป็นไตรมาส 3 แทน พร้อมแต่งตั้ง “จิราพร” นั่งซีอีโอ PTTOR ที่จะเริ่มทยอยโอนกิจการปั๊มน้ำมันและค้าปลีกในเดือน ก.ค.นี้

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยความคืบหน้าการหาพันธมิตรร่วมทุนธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ว่า ได้เลื่อนนำวาระการหาพันธมิตรธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดต่อที่การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ วันนี้ (15 มิ.ย.) เนื่องจากบอร์ดมีวาระเร่งด่วนพิจารณาจำนวนมาก จึงจะเลื่อนเสนอต่อบอร์ด ปตท.ในไตรมาส 3 แทน หลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างโรงแรมราคาประหยัดได้ในต้นปี 2562



ส่วนความคืบหน้าการโอนทรัพย์สินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ให้กับบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) นั้น บริษัทฯ จะเริ่มทยอยโอนกิจการให้ PTTOR ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2561 ส่วนการตีมูลค่าทรัพย์สินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกเพื่อขายให้กับ PTTOR นั้น ขณะนี้ต้องดำเนินการประเมินมูลค่าทรัพย์สินกันใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่จากเดิมที่เคยระบุไว้ 1.2 แสนล้านบาท โดย ปตท.จะถือหุ้น PTTOR ไม่ต่ำกว่า 45% แต่ไม่เกิน 50% ซึ่งจะยื่นไฟลิ่ง PTTOR ภายในปีนี้เพื่อให้สามารถขายหุ้นเพิ่มทุนให้ประชาชนครั้งแรก (IPO) ได้ภายในปี 2562

ขณะที่พนักงาน ปตท.ที่อยู่ในในธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก ปตท.จำนวน 1.7 พันคน จะต้องตัดสินใจว่าจะโอนย้ายจากการเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ปตท.ไปเป็นพนักงานบริษัทใหม่ภายในวันที่18 มิ.ย.นี้ โดยแรงจูงใจ เช่น อายุงานเหลือไม่เกิน 10 ปี ได้ผลตอบแทน 10 เดือน อายุงานตั้งแต่ 10-20 ปี ผลตอบแทน 20 เดือน อายุงานมากกว่า 20 ปี ผลตอบแทน 24 เดือน และหากปี 2562 ถ้าเมื่อกระจายหุ้น IPO จะได้หุ้นมูลค่า 4 เท่าของเงินเดือน

ส่วนการเปลี่ยนโลโก้ ปตท.ในสถานีบริการน้ำมันนั้นจะทยอยเปลี่ยนไป คาดว่าจะใช้เวลาหลายปีเนื่องจาก ปตท.มีปั๊มน้ำมันมากถึง 1.6 พันแห่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ ปตท.เข้าซื้อกิจการปั๊มน้ำมันเจ็ทก็ยังใช้เวลาในการเปลี่ยนปั๊มน้ำมันเป็น ปตท.นาน 2-3 ปี เนื่องจาก PTTOR จะไม่ได้ใช้โลโก้ ปตท.อีก แต่จะเป็นโลโก้ที่ ปตท.ผลิตขึ้นมาใหม่แล้วขายขาดให้ PTTOR จึงไม่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมานการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)

ทั้งนี้ PTTOR จะยังคงนโยบายค้าปลีกน้ำมันในราคาที่เหมาะสม และไม่สูงกว่าคู่แข่งขันเพื่อดูแลผู้บริโภคเหมือนเดิม

ขณะที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) วันนี้ ได้มีมติแต่งตั้ง น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTOR


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri Jun 29, 2018 4:06 pm

*PTT คาดหุ้น PTTOR เข้าตลาดในช่วง Q2/62 หลังจะยื่นไฟลิ่งในช่วงเดือน พ.ย.61
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Friday, June 29, 2018 15:49


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 มิ.ย. 61)--นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) คาดว่าจะยื่นแบบเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อนำหุ้นบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงเดือนพ.ย.61 และสามารถเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เข้าตลาดหุ้นได้ในช่วงไตรมาส 2/62
ทั้งนี้ ปตท.เตรียมที่จะโอนทรัพย์สินให้กับ PTTOR ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.นี้ โดยทรัพย์สินที่จะโอนนั้นมีมูลค่าลดลงเล็กน้อยเหลือกว่า 1 แสนล้านบาทต้นๆ จากเป้าหมายเดิมที่ราว 1.2 แสนล้านบาท เนื่องจากมีทรัพย์สินเพื่อความมั่นคงบางส่วนที่จะเก็บไว้กับ ปตท.ไม่ได้โอนไปด้วย เช่น คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และคลังน้ำมันที่ศรีราชา ,เขาบ่อยา ,บ้านโรงโป๊ะ เป็นต้น ซึ่งการปรับลดมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ปตท.ได้ปรับลดมูลค่าการลงทุนในปีนี้ลงเหลือราว 2.21 แสนล้านบาท จากเดิมที่ 2.47 แสนล้านบาท
การนำ PTTOR เข้าตลาดหุ้นก็จะทำให้มีความคล่องตัวในการขยายกิจการทั้งในและต่างประเทศ โดยการขยายงานในประเทศก็จะยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีด้วย เพราะการขยายงานของ ปตท.โดยเฉพาะในสถานีบริการจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดเอสเอ็มอีใหม่ๆ เกิดขึ้นซึ่งจะทำให้เกิดการขยายวงกว้างมากขึ้น

--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/รัชดา/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri Jun 29, 2018 4:16 pm

*(แก้ไข) PTT คาดหุ้น PTTOR เข้าตลาดในช่วง Q2/62 หลังจะยื่นไฟลิ่งในช่วงเดือน พ.ย.61
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Friday, June 29, 2018 16:10


บริษัทขอแก้ไขข้อมูลในย่อหน้าที่ 2 จาก "โอนทรัพย์สินให้กับ PTTOR ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.นี้" เป็น "...ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้" ข่าวที่แก้ไขแล้วเป็นดังนี้

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 มิ.ย. 61)--นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) คาดว่าจะยื่นแบบเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อนำหุ้นบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงเดือนพ.ย.61 และสามารถเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เข้าตลาดหุ้นได้ในช่วงไตรมาส 2/62
ทั้งนี้ ปตท.เตรียมที่จะโอนทรัพย์สินให้กับ PTTOR ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยทรัพย์สินที่จะโอนนั้นมีมูลค่าลดลงเล็กน้อยเหลือกว่า 1 แสนล้านบาทต้นๆ จากเป้าหมายเดิมที่ราว 1.2 แสนล้านบาท เนื่องจากมีทรัพย์สินเพื่อความมั่นคงบางส่วนที่จะเก็บไว้กับ ปตท.ไม่ได้โอนไปด้วย เช่น คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และคลังน้ำมันที่ศรีราชา ,เขาบ่อยา ,บ้านโรงโป๊ะ เป็นต้น ซึ่งการปรับลดมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ปตท.ได้ปรับลดมูลค่าการลงทุนในปีนี้ลงเหลือราว 2.21 แสนล้านบาท จากเดิมที่ 2.47 แสนล้านบาท
การนำ PTTOR เข้าตลาดหุ้นก็จะทำให้มีความคล่องตัวในการขยายกิจการทั้งในและต่างประเทศ โดยการขยายงานในประเทศก็จะยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีด้วย เพราะการขยายงานของ ปตท.โดยเฉพาะในสถานีบริการจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดเอสเอ็มอีใหม่ๆ เกิดขึ้นซึ่งจะทำให้เกิดการขยายวงกว้างมากขึ้น

--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/รัชดา/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Fri Jun 29, 2018 9:55 pm

(เพิ่มเติม) PTT คาดหุ้น PTTOR เข้าตลาดในช่วง Q2/62 หลังยื่นไฟลิ่งในช่วงเดือน พ.ย.61

--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/รัชดา/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--
ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 29 มิถุนายน 2561 18:21:31 น.
(เพิ่มเติม) PTT คาดหุ้น PTTOR เข้าตลาดในช่วง Q2/62 หลังยื่นไฟลิ่งในช่วงเดือน พ.ย.61
ดูรูปทั้งหมด
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) คาดว่าจะยื่นแบบเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อนำหุ้นบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงเดือนพ.ย.61 และสามารถเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เข้าตลาดหุ้นได้ในช่วงไตรมาส 2/62

ทั้งนี้ ปตท.เตรียมที่จะโอนทรัพย์สินให้กับ PTTOR ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยทรัพย์สินที่จะโอนนั้นมีมูลค่าลดลงเล็กน้อยเหลือกว่า 1 แสนล้านบาทต้นๆ จากเป้าหมายเดิมที่ราว 1.2 แสนล้านบาท เนื่องจากมีทรัพย์สินเพื่อความมั่นคงบางส่วนที่จะเก็บไว้กับ ปตท.ไม่ได้โอนไปด้วย เช่น คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และคลังน้ำมันที่ศรีราชา ,เขาบ่อยา ,บ้านโรงโป๊ะ เป็นต้น ซึ่งการปรับลดมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ปตท.ได้ปรับลดมูลค่าการลงทุนในปีนี้ลงเหลือราว 2.21 แสนล้านบาท จากเดิมที่ 2.47 แสนล้านบาท

การนำ PTTOR เข้าตลาดหุ้นก็จะทำให้มีความคล่องตัวในการขยายกิจการทั้งในและต่างประเทศ โดยการขยายงานในประเทศก็จะยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีด้วย เพราะการขยายงานของ ปตท.โดยเฉพาะในสถานีบริการจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดเอสเอ็มอีใหม่ๆ เกิดขึ้นซึ่งจะทำให้เกิดการขยายวงกว้างมากขึ้น

นายเทวินทร์ กล่าวอีกว่า การรับโอนทรัพย์สินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกจากปตท.นั้น ปตท.ใส่เงินเพิ่มทุนใน PTTOR และให้เงินกู้ยืมบางส่วนแก่ PTTOR เพื่อมานำเงินมาใช้ซื้อทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งกระบวนการจะแล้วเสร็จทั้งหมดในวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดย PTTOR ก็จะมี 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจน้ำมัน และธุรกิจค้าปลีก โดยธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค ไม่ว่าธุรกิจน้ำมันจะมีวัฏจักรขึ้นลงอย่างไร ธุรกิจค้าปลีกก็จะกระทบน้อยกว่าเมื่อเทียบกับธุรกิจน้ำมันที่จะผันผวนตามทิศทางราคาน้ำมัน ดังนั้น ธุรกิจค้าปลีกก็จะมีโอกาสเติบโตได้ดีและมีมาร์จิ้นสูง


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Mon Jul 02, 2018 2:56 am

PTTOR ผู้คุมคนใหม่ของ Oil&Retail

ทำไมต้องเปลี่ยนจาก PTT เป็น PTTOR

orawan28/06/2018
PTTOR
ภารกิจหลักของปตท.เริ่มมาตั้งแต่ปี 2521 คือการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ ด้วยการขุดเจาะสำรวจทั้งในและต่างประเทศ เมื่อจัดหาน้ำมันมาแล้วก็ต้องจัดจำหน่ายให้ทั่วถึงด้วยการสร้างสถานีบริการน้ำมัน

พร้อมๆกับการสร้าง brand awareness เพื่อแข่งกับแบรนด์ฝรั่งที่อยู่ในเมืองไทยมาเป็นร้อยปีให้ได้ ในปี 2535ปตท.เพิ่งมามีส่วนแบ่งการตลาดได้เป็นอันดับ 1

ดัวยตัวเลขรายได้ และกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วทำไมปตท.ต้องมีการเปลี่ยนแปลง

เหตุผลสำคัญมาจาก 4 ประเด็นหลักๆคือ

1.เป็นการมองการณ์ไกลในเรื่องธุรกิจพลังงานโลกของผู้บริหารปตท.เอง ที่จับเทรนด์ได้ว่าพลังงานน้ำมันมีแนวโน้มการเติบโตที่ช้าลง มูลค่ารวมต่อปีเพิ่มขึ้นประมาณ 2-3 %เท่านั้น

2.ธุรกิจค้าปลีกมีโอกาสในการเติบโตได้สูงมาก ปัจจุบันกำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำมันปตท. มีสัดส่วนของน้ำมัน (Oil) อยู่ที่ 80% อีก 20 % คือธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ (Non-Oil) ซึ่งคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า สัดส่วนจะอยู่ที่ 70:30 และสัดส่วนของธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ มีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการที่สถานีบริการน้ำมันปตท. กำลังปรับตัวให้เป็น Mini Community Mall มากยิ่งขึ้น

3. เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในยุคที่มีการแข่งขันกันสูงความรวดเร็วของระบบการทำงานเป็นเรื่องจำเป็น และทุกวันนี้หลายธุรกิจหลักเช่นสถานีบริการน้ำมัน คาเฟ่ อเมซอน หรือ ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ถูกวางแผนให้เป็นGobal Brand บุกทั้งตลาดเพื่อนบ้านและกำลังลัดฟ้าไกลออกไปอีกหลายประเทศในโลก

4.เมื่อสถานีบริการน้ำมันอยู่ภายใต้บริษัทใหม่ PTTOR ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ภาพลักษณ์เดิมๆของการเป็นรัฐวิสาหกิจที่ถูกมองว่ามีความได้เปรียบในการทำธุรกิจจะได้ลดน้อยลงด้วย

โตแล้วแตก บทบาทที่ชัดเจนของ PTT และ PTTOR

PTTOR จะเป็นบริษัทที่ประกอบไปด้วยธุรกิจค้าปลีกเช่น สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในประเทศและต่างประเทศ, ฟิตออโต้, คาเฟ่ อเมซอน, ร้านอาหารเครื่องดื่ม, ก๊าซหุงต้มและสถานีบริการก๊าซแอลพีจี รวมไปถึงธุรกิจใหม่ๆ ทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมันในอนาคต

ในขณะที่ปตท. ยังมีภาระหน้าที่หลักในเรื่องการจัดหาและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างเดียว เช่น จัดหาก๊าซธรรมชาติ, น้ำมันดิบ, เชื้อเพลิงอื่นๆ รวมทั้งวางท่อก๊าซ สร้างคลังก๊าซแอลเอ็นจี ฯลฯ

ตั้งแต่เดือนก.ค.61 นี้เป็นต้นไป ปตท.จะเริ่มทยอยโอนทรัพย์สินให้กับ PTTOR ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในไตรมาส 3/61

โลโก้แบรนด์เปลวไฟที่คุ้นตาสำหรับโปรดักท์หลักๆเช่นสถานีบริการน้ำมันของปตท.ที่มีอยู่ประมาณ 1,700 แห่งทั้งในและต่างประเทศ ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนเป็นโลโก้ใหม่แต่จะเพิ่มคำว่า Station ลงไปใต้โลโก้เดิมเพื่อป้องกันการสับสน

ส่วนผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสินค้าและบริการอื่นๆของปตท. รวมทั้งโลโก้ในเอกสารอื่นๆ ต้องทยอยปรับเป็นโลโก้ใหม่ของแบรนด์ PTTOR ตั้งแต่เดือนก.ค.

ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษก็คือรูปแบบการทำงานของบริษัท PTTOR คือ โอกาสครั้งสำคัญ ในการสร้างความเติบโตให้เพิ่มขึ้นและเร็วขึ้นในธุรกิจหลักเช่น สถานีบริการน้ำมัน, คาเฟ่ อเมซอน, น้ำมันหล่อลื่น

จะว่าไปแล้วการที่ปตท. แยกธุรกิจค้าปลีกออกไปจากธุรกิจหลัก เป็นแนวทางปกติในการทำธุรกิจ ที่เมื่อโตแล้วต้องแยกออกไปสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจแต่ละสาขา สุดท้ายบริษัทแม่ก็ได้ประโยชน์ จากกำไรของบริษัทลูกอยู่ดี

รอวันแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ PTTOR

สำหรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่นั้น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็คือ น.ส. จิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท. ที่ร่วมงานกับปตท.มานานถึง31 ปี และได้เข้ามาบริหารจัดการงานต่างๆใน PTTOR มาตั้งแต่กลางปี 2560 ที่ผ่านมา และขณะนี้ที่ประชุมบอร์ดปตท.มีมติเสนอชื่อของเธอไปให้บอร์ด PTTOR แล้ว


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Sat Jul 07, 2018 6:08 am

แจ้งเกิดปตท.ค้าปลีกน้ำมัน เปลี่ยนคู่สัญญาเป็น PTTOR ดีลเลอร์ป่วนกลัวตั้งปั๊มแข่ง!

วันที่ 5 July 2018 - 13:10 น.

แฟ้มภาพ
ปตท.ร่อนสัญญาซื้อขายน้ำมันใหม่ ถามความเห็นดีลเลอร์ เปลี่ยนคู่สัญญาเป็น PTTOR เพิ่มการตรวจสอบซื้อ-ขายน้ำมัน หวังสกัดจ็อบเบอร์ โยกน้ำมันในบัญชีค้าส่งขายทำกำไรหน้าปั๊ม ด้านดีลเลอร์จี้สางปัญหาค้างเก่า เปิดปั๊มซ้ำซ้อน ส่งผลยอดขายหดเกินครึ่ง หวั่นพอเป็น PTTOR ปัญหายิ่งหนักข้อ

การปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ด้วยการนำส่วนของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและธุรกิจเสริม (nonoil) เข้ามาอยู่ภายใต้บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ PTTOR (PTT Oil and Retail Busi-ness Company Limited) ถือเป็นการเปลี่ยนสถานะจาก “รัฐวิสาหกิจ” มาเป็น “เอกชน” เต็มตัว เพื่อให้ธุรกิจมีความคล่องตัวและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเปิดเสรีธุรกิจพลังงานและเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

ล่าสุด บริษัท ปตท.ได้เริ่มทยอยโอนสินทรัพย์ที่มีอยู่กว่า 100,000 ล้านบาทมายังบริษัทใหม่ PTTOR แล้ว และคาดว่าจะสามารถนำบริษัท PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ภายในช่วงต้นปี 2562 การปรับโครงสร้างครั้งนี้จึงได้กลายเป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้แทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์ ปตท.ที่มีสถานีบริการน้ำมันรวมกันมากกว่า 1,780 แห่งทั่วประเทศ โดยเป็นการลงทุนของดีลเลอร์ถึงร้อยละ 90 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 10 เป็นการลงทุนของ ปตท.

แหล่งข่าวจากผู้แทนจำหน่ายน้ำมัน ปตท. (ดีลเลอร์) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ปตท.ได้มีหนังสือถึงดีลเลอร์ทั่วประเทศ เพื่อถามความเห็นและให้เซ็นลงนามเรื่องการเปลี่ยนแปลงคู่สัญญา จากเดิมที่คู่สัญญาคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มาเป็นบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ PTTOR แทน ในส่วนของการซื้อขายน้ำมันนั้น สัญญาระบุว่า ดีลเลอร์ต้องซื้อน้ำมันจาก ปตท. หรือจากแหล่งที่ปตท.กำหนดไว้เท่านั้น

นอกจากนี้ ปตท.ได้เพิ่มการตรวจสอบการซื้อขายน้ำมันเพื่อให้ยอดซื้อและยอดขายมีความสัมพันธ์กัน เพื่อป้องกันไม่ให้ดีลเลอร์ ปตท.บางรายที่จดทะเบียนเป็นผู้ค้ามาตรา 10 หรือผู้ค้าส่งน้ำมัน (จ็อบเบอร์) “ลอบนำ” น้ำมันในบัญชีค้าส่งมาจำหน่ายหน้าสถานีบริการ เนื่องจากสามารถทำ “กำไร” ได้มากกว่าการซื้อจากบัญชีค้าปลีกกับ ปตท.ตามปกติ นอกจากนี้ในสัญญาฉบับใหม่ระบุถึงยอดรับรองขั้นต่ำสำหรับผู้แทนจำหน่ายรายเดิมอยู่ที่ 300,000 ลิตร ขณะที่ผู้แทนจำหน่ายรายใหม่ยอดรับรองจะปรับเพิ่มขึ้นมาก-น้อยตามขนาดของสถานีบริการและทำเลที่ตั้ง ขณะที่รายละเอียดอื่น ๆ ยังคงยึดตามสัญญาเดิมเป็นหลักอยู่

ทว่าสิ่งที่ดีลเลอร์ ปตท.ยังคงกังวลมากที่สุดก็คือ 1) การเปิดสถานีบริการน้ำมัน ปตท. หรือแบรนด์ในเครือ ปตท. (Jiffy) ที่ซ้ำซ้อนในพื้นที่ใกล้เคียงกันในลักษณะติดกันเป็นพรืดบนถนนสายเดียวกันทั้งไป-กลับ ส่งผลให้ยอดขายน้ำมันของสถานี ปตท.บริการเดิมที่มีอยู่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในประเด็นนี้ดีลเลอร์รายเก่าเห็นว่า ปตท.ควรกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไข “ระยะห่าง” ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ให้ชัดเจนมากขึ้น และในกรณีที่มีความจำเป็นต้องขยายในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ปตท.ก็ควรมีมาตรการเยียวยาความเดือดร้อนให้กับผู้ค้ารายเดิม เช่น การให้ “ส่วนลด” ราคาน้ำมันหรือมาตรการอื่น ๆ ร่วมด้วย

และ 2) ขอให้มีการตรวจสอบการอนุมัติให้สร้างสถานีบริการน้ำมัน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา มีการใช้ “วิธีพิเศษ” โดยเรียกเก็บเงินจากผู้สนใจลงทุนเพื่อให้มีการพิจารณาอนุมัติเร็วขึ้นด้วย

“เดิมสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ที่อยู่ในทำเลที่ดีมียอดขายสูงถึง 500,000 ลิตร/เดือน แต่เมื่อบริษัทแม่เข้ามาเปิดปั๊มน้ำมันใหม่ ๆ บริเวณใกล้เคียงกันห่างกันแค่ 5-10 กม. ส่งผลให้ยอดขายลดลงเหลือแค่ 200,000-300,000 ลิตร/เดือนเท่านั้น และสถานีบริการใหม่ที่เพิ่มขึ้นใคร ๆ ก็รู้ว่าคือ ส่วนขยายของสถานีบริการในส่วนของ ปตท.เอง และส่วนที่เป็นของบริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก (PTTRM) ที่ซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมันเจ็ท (JET) จากบริษัทโคโนโค่ ฟิลลิปส์ เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาด (market share) กันเอง” แหล่งข่าวกล่าว

อย่างไรก็ตาม ดีลเลอร์รายเก่าของ ปตท.เชื่อว่า PTTOR มีเป้าหมายชัดเจนที่จะขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บนถนนสายหลักและถนนสายรองแน่นอน เพื่อเพิ่ม network ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าและรักษา market share ที่ปัจจุบันสูงที่สุดในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน (ร้อยละ 39) ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องการเปิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ซ้ำซ้อนได้ยากมาก เพราะถ้า ปตท.ไม่ขยายแบรนด์อื่น ๆ ก็จะขยายเข้ามาในพื้นที่แทนอยู่แล้ว

“เราอยากให้ ปตท.เข้าใจว่า ดีลเลอร์แต่ละรายต้องกู้เงินมาเพื่อลงทุนสร้างปั๊มหลายสิบล้านบาท เมื่อยอดขายตกก็ส่งผลต่อการเงินที่จะต้องจ่ายแบงก์ในแต่ละเดือน ดังนั้นผู้บริหารใหญ่ ๆ ใน ปตท.ต้องเข้าใจการทำธุรกิจของดีลเลอร์น้ำมันที่ร่วมหัวจมท้ายมากับ ปตท.ตั้งแต่ต้น จึงควรมีมาตรการรองรับและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

ล่าสุดมีรายงานข่าวเพิ่มเติมเข้ามาว่า คณะกรรมการบริหาร ปตท.ได้มีมติแต่งตั้งให้ น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท. ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือ CEO ของ PTTOR แล้ว จากการสอบถามความเห็นไปยังดีลเลอร์ ปตท.หลายรายค่อนข้างเชื่อมั่นว่า น.ส.จิราพรจะเข้ามาแก้ไขปัญหาข้างต้นได้ เนื่องจากเป็นผู้บริหารที่มีความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน รวมถึงเข้าใจปัญหาและอุปสรรคในการทำธุรกิจของดีลเลอร์เป็นอย่างดี

มีรายงานข่าวเพิ่มเติมเข้ามาว่า ก่อนหน้านี้ดีลเลอร์ของ ปตท.ได้ขอปรับขึ้น “ค่าการตลาด (marketing margin)” เพิ่มอีก 40 สตางค์/ลิตร จากเดิมที่ได้อยู่ประมาณ 90 สตางค์/ลิตร เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงและอื่น ๆ โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัท ปตท.ได้พิจารณาปรับเพิ่มค่าการตลาดให้แค่ 15 สตางค์/ลิตรเท่านั้น โดย ปตท.ให้เหตุผลว่า เป็นระดับที่มีความเหมาะสมและใกล้เคียงกับผู้ค้าน้ำมันแบรนด์อื่น ๆ แล้ว รวมถึงรายได้ของดีลเลอร์ไม่ได้มีเพียงแค่การจำหน่ายน้ำมัน แต่ยังมีธุรกิจเสริมหรือ nonoil อย่างร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นอีกด้วย


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Tue Jul 17, 2018 7:05 pm

PTTOR ร่างแผนธุรกิจ 5 ปี (61-65) ชงเข้าบอร์ดภายใน ส.ค.นี้รุกนอนออยล์-ต่างประเทศ

--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--
ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 17 กรกฎาคม 2561 16:42:26 น.
PTTOR ร่างแผนธุรกิจ 5 ปี (61-65) ชงเข้าบอร์ดภายใน ส.ค.นี้รุกนอนออยล์-ต่างประเทศ
ดูรูปทั้งหมด
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บมจ.ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) วางแผนขยายการเติบโตธุรกิจนอนออยล์และธุรกิจต่างประเทศ จากปัจจุบันที่มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย,ภาษี,ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในแต่ละปี หลังมีนโยบายที่จะขยายธุรกิจไปพร้อมกับชุมชนและกลุ่มเอสเอ็มอี โดยเตรียมนำเสนอแผนธุรกิจ 5 ปี (ปี 61-65) ของ PTTOR เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ PTTOR ในเดือน ส.ค.นี้

ปีที่ผ่านมาธุรกิจน้ำมันของ ปตท.มี EBITDA ประมาณ 1.96 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนนี้ราว 80% มาจากธุรกิจน้ำมันในประเทศ ส่วนอีก 20% มาจากธุรกิจนอนออยล์และต่างประเทศ โดยธุรกิจต่างประเทศจะรวมยอดขายน้ำมันต่างประเทศ,ร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน และการขายน้ำมันหล่อลื่นต่างประเทศ ซึ่งยังมีโอกาสขยายงานได้อีกมาก

ขณะที่ธุรกิจนอนออยล์ จะรวมถึงธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดในสถานีบริการน้ำมันด้วย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการนำเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการ ปตท. หรือคณะกรรมการ PTTOR ต่อไป

"EBITDA ของธุรกิจน้ำมันภาพรวมประมาณ 80% มาจากธุรกิจน้ำมันในประเทศ ซึ่งจะเอากำไรส่วนนั้นมาต่อยอดนอนออยล์และธุรกิจต่างประเทศ หลักใหญ่จะเติบโตด้วยอัตราที่มากกว่าปกติก็ต้องเป็นตัวนอนออยล์และต่างประเทศ"นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวว่า การที่ปตท.โอนสินทรัพย์ธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกให้กับ PTTOR ก็จะกลายเป็นผู้ค้าน้ำมันรายหนึ่งที่มาทดแทน ปตท.แต่จะเป็นผลดีต่อ ปตท.ที่จะเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารและขยายงานภายใต้นโยบายเดิมที่จะเติบโตไปพร้อมกับกลุ่มเอสเอ็มอี โดยสถานีบริการน้ำมันที่มีอยู่ราว 80% และร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน ที่มีราว 90% ของกลุ่ม ปตท.นั้นเป็นธุรกิจของเอสเอ็มอี ซึ่งจะทำให้ PTTOR ขยายงานและเติบโตได้รวดเร็วและแตกต่างจากคู่แข่ง ขณะที่เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพก็พร้อมที่จะชวนออกไปขยายฐานในต่างประเทศด้วย

ล่าสุดวันนี้ปตท.เปิด Cafe Amazon for Chance ร้านกาแฟแห่งแรกที่ดำเนินการโดยผู้พิการด้านการได้ยิน สาขาสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม เพื่อเปิดโอกาสในการพัฒนาความสามารถ สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ผู้พิการทางการได้ยินที่จบการศึกษาจากวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ปตท. กล่าวว่า กลุ่ม ปตท. ตระหนักถึงพลังของการดำเนินงานธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่นำจุดแข็งของธุรกิจมาช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมได้อย่างยั่งยืน จึงได้จัดตั้ง บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ขึ้นเพื่อดำเนินงานทางด้านวิสาหกิจเพื่อสังคมให้กับ กลุ่ม ปตท. โดยมุ่งเน้นพัฒนาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ให้เป็นสังคมแห่งการเกื้อกูล เป็นสังคมแห่งความสุขร่วมกัน

โดย Cafe Amazon for Chance เป็นอีกหนึ่งในโครงการวิสาหกิจชุมชนที่ได้นำความสำเร็จของธุรกิจคาเฟ่ อเมซอนมาสร้างคุณค่าให้สังคม ด้วยการพัฒนาทักษะการทำงานให้แก่ผู้พิการทางการได้ยิน ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้พิการที่มีมากเป็นอันดับ 2 รองจากผู้พิการทางร่างกาย และมักได้รับการจ้างงานต่ำกว่าวุฒิการศึกษา รวมทั้งไม่มีการอบรมพัฒนาความสามารถในสายอาชีพนี้อีกด้วย

ปัจจุบันร้านคาเฟ่ อเมซอนที่ดำเนินการโดยผู้พิการทางการได้ยินมีอยู่ 2 สาขา ณ สำนักงานอธิการบดี และคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยจะขยายเพิ่มอีก 3 สาขา ได้แก่ สาขาบ้านเจ้าพระยา สาขาโรงพยาบาลแหลมฉบัง สาขากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายในสิ้นปี 61 ซึ่งกำไรจากร้านคาเฟ่ อเมซอนที่ดำเนินงานโดยผู้พิการทางการได้ยิน จะนำไปเป็นกองทุนในการพัฒนาอบรมและฝึกอาชีพให้แก่ผู้พิการต่อไป

นายเทวินทร์ กล่าวว่า ปตท.มีพนักงานราว 5,000 คน ซึ่งตามกฎหมายจะต้องจ้างพนักงานที่มีความพิการราว 1% หรือ 50 คน ซึ่งปัจจุบันมีการจ้างพนักงานที่มีความพิการแล้วใกล้ระดับ 50 คน และพร้อมที่จะส่งเสริมให้องค์กรหรือสมาคมต่างๆเพื่อสาธารณกุศลที่ต้องขอความช่วยเหลือด้านเงินบริจาคสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเอง โดยการเปิดร้านคาเฟ่ อเมซอน ด้วยตัวเองเพื่อสร้างรายได้กลับเข้าสมาคมหรือองค์กรนั้นๆต่อไป


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Jul 18, 2018 4:05 pm

คอลัมน์: สัมภาษณ์: จิราพร ขาวสวัสดิ์ เปิดตัวว่าที่แม่ทัพหญิง 'PTTOR'
Source - ประชาชาติธุรกิจ (Th)

Wednesday, July 18, 2018 02:56


ด้วยการแข่งขันอย่างรุนแรงในอุตสาหกรรมทั่วโลก ไม่พ้นแม้กระทั่งในอุตสาหกรรมน้ำมันที่ปัจจุบันจะต้องหันมาทำตลาดในธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น และต้องยอมรับว่าธุรกิจส่วนนี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญอย่างมากของบริษัทน้ำมัน ในวันนี้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ได้แยกองค์กรเกี่ยวกับธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกออกมา เพื่อความคล่องตัวและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน "ประชาชาติธุรกิจ" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ถึงแนวทางการทำงานของ "นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์" รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน PTT ในฐานะรักษาการ แทนประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR
Q : ภาพรวมธุรกิจ PTTOR
บริษัท PTTOR นั้นถูกแยกออกมาจาก PTT หรือ ปตท. ที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในฐานะผู้ให้บริการปั๊มน้ำมัน จากคณะกรรมการหรือบอร์ดบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 เป็นการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยทำการโอนกิจการของหน่วยธุรกิจน้ำมันทั้งหมดมายังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก หรือ PTTOR มีสถานะเป็นบริษัทเอกชนอย่างเป็นทางการ หลังผ่าน ครม.ไปเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2560 จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่การแข่งขันอย่างเต็มตัว จะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของ PTTOR มีความคล่องตัวมากขึ้น แต่ก็ยังคงดำเนินการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลเช่นเดิม
Q : ทรัพย์สินที่ยังคงอยู่
จากที่ได้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเบื้องต้นที่ ปตท.โอนให้กับ PTTOR จะมีมูลค่าประมาณ 100,000 ล้านบาท โดยในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านพลังงานประเทศ เช่น คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และคลังน้ำมันที่ศรีราชา, เขาบ่อยา, บ้าน โรงโป๊ะ จะยังอยู่กับ ปตท.เช่นเดิม
ขณะที่แนวทางการบริหารธุรกิจของบริษัทนั้น แน่นอนว่าเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2561 บริษัท PTTOR ของเราที่เพิ่งได้รับการ ถ่ายโอนทรัพย์สินจาก ปตท. และมีผลตามกฎหมายตั้งแต่ 1 ก.ค. 2561 ได้เริ่มเดินหน้าชี้แจงกับทางพนักงานและทำมาโดยตลอด จนถึงวันที่เราจัดงาน Welcome All to PTTOR ให้กับพนักงานกว่า 1,500 คน ที่เดิมเคยเป็นพนักงานของ ปตท. แต่โอนย้ายมาเป็นพนักงานของ PTTOR เป็นสัญญาณว่าจากนี้ธุรกิจของเราจะเดินหน้าไปด้วยกัน เป้าหมายของบริษัทยังคงมุ่งไปสู่เรื่องของน้ำมันและการค้าปลีกเป็นหลัก ซึ่งเป็นการค้าปลีกน้ำมันเหมือนแบบ มาตรา 7 ทุกราย
Q : ความคืบหน้าของการ เตรียมตัวเข้าตลาดหุ้น
ขั้นตอนหลังจากนี้ PTTOR จะเตรียมยื่นแบบเสนอขายหุ้นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อนำหุ้นบริษัท PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯช่วงเดือน พ.ย. 2561 คาดว่าจะสามารถเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เข้าตลาดหุ้นได้ในช่วงไตรมาส 2/2562 โดยขณะนี้รอแจ้งผลประกอบการไตรมาส 2/2560 และจะเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไม่มีอุปสรรคในเรื่องของอะไรที่จะทำให้การเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯของบริษัทจะต้องสะดุด
Q : นโยบายการต่อสัญญาดีลเลอร์
ตอนนี้เราทราบว่าในกลุ่มธุรกิจ ดีลเลอร์นั้นมีความกังวลเรื่องของการเปลี่ยนสัญญาคู่ค้าระหว่าง ปตท.เดิมไปเป็น PTTOR เรายืนยันว่าตอนนี้ได้มีการหารือกับทางกลุ่มดีลเลอร์และจะไม่มีการเปลี่ยนอะไรในสัญญาเดิมที่เราเคยทำไว้ เพียงแต่มาคุยกันว่าจากนี้เมื่อเราเป็น PTTOR แล้วนั้น ในรายละเอียดจะปรับอะไรบ้างที่ไม่ใช่สาระสำคัญถึงขั้นเกิดผลกระทบต่อดีลเลอร์ที่เป็นคู่ค้า กับเรา เช่น เปลี่ยนว่าเราคือใคร
ในส่วนของปัญหาเรื่องจ็อบเบอร์เรายังคงใช้ระบบการค้าปกติแบบมาตรา 7 เหมือนเดิม ดังนั้น ไม่ว่าในสัญญากับดีลเลอร์เดิมเป็นยังไง ทุกอย่างจะคอนเวิร์สต่อไปเหมือนเดิมจึงไม่อยากให้ต้องกังวล หากจ็อบเบอร์ดำเนินตามธุรกิจแบบมาตรา 7 ก็ทำธุรกิจต่อไปได้
Q : บทบาทในการส่งเสริม B20
เราเริ่มดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 รวมกับกระทรวงพลังงาน ซึ่งล่าสุดได้มีการเปิดตัว B20 ไป เพราะขณะนี้เรามีคู่ค้าที่เป็นปั๊มน้ำมันรายใหญ่ 5 ราย (ผู้ค้า มาตรา 7) ที่เริ่มเข้าโครงการ B20 สำหรับภาคการขนส่งในรถบรรทุก โดย บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีกส่งให้กับผู้ค้าอย่างบริษัท เอสซี แคริเออร์ จำกัด, บมจ.บางจากคอร์ปอเรชั่น ส่งให้ผู้ค้า 3 ราย คือ บริษัท ทองธาราขนส่ง บริษัท คุณอนันต์ แอนด์ เค-แมน เซอร์วิส บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา
ส่วน บจ.ซัสโก้ ดีลเลอร์ส ส่งให้ ผู้ค้า หจก.ท.เที่ยงขนส่ง ซึ่งทั้ง 3 รายได้เริ่มโครงการขาย B20 แล้ว โดยจากนี้จะหารายอื่นเพิ่มเติมโดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการให้การใช้ B20 ได้สนับสนุนเรื่องของปาล์มในประเทศให้มากที่สุด--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 19 - 22 ก.ค. 2561--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Thu Aug 02, 2018 11:34 am

น้ำมันกำไรน้อย ขายกาแฟดีกว่า! ปตท. เตรียมดัน Cafe Amazon สู่ Global Brand หวังเปิด 20,000 สาขา ใน 5-10 ปี

August 1, 2018


ปกติแล้วค่าการตลาดของ “น้ำมัน” มีค่าเพียงแค่ 0.90-1.60 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่าเป็นมาร์จิ้นที่ต่ำมาก รวมทั้งธุรกิจพลังงานความผันผวนตามตลาดโลกอย่างมาก รวมถึงเทรนด์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงเริ่มก้าวเข้าสู่พลังงานทางเลือกที่หลากหลายกว่าแค่น้ำมัน นั่นทำให้บริษัทอย่าง “ปตท.” (PTT) ต้องเร่งปรับตัวอย่างหนัก เพื่อรักษาการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปให้ได้


PTTOR บทพิสูจน์ แค่ “ขายน้ำมัน” เอาไม่อยู่

กลยุทธ์ที่สำคัญและเริ่มเดินหน้าให้เห็นแล้วอย่างชัดเจนก็คือ การปรับตัวไปสู่ธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องกันและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีความแน่นอนมากกว่า มูฟเมนต์นี้เริ่มจากการผลักดัน PTTOR หรือบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือของ ปตท. เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2019 เพื่อระดมทุน อีกทั้งกฎเกณฑ์ของความเป็นรัฐวิสาหกิจก็ไม่เอื้อให้แข่งขันกับภาคเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ นั่นทำให้ PTTOR ต้องเดินหน้าต่อไปในฐานะบริษัทมหาชน

โดยแบรนด์ที่เป็นหัวหอกสำคัญของการปรับตัวในครั้งก็คือ Cafe Amazon และความคาดหวังของ ปตท. กับแบรนด์นี้ก็คือ การก้าวเข้าสู่ความเป็น Global Brand ที่ในวันนี้เค้าลางการเติบโตของ Cafe Amazon มีให้ห็นชัดมากขึ้นทุกที ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ที่ชิมลางเปิดตัวไปแล้ว

Global Brand เทียบชั้น Starbucks

คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยวิสัยทัศน์ว่า ภายใน 5-10 ปี ต่อจากนี้แบรนด์ Cafe Amazon จะเป็น Global Brand ที่มีสาขาทั่วโลกราว 20,000 สาขา จากตอนนี้ที่มีสาขาในประเทศไทยและภูมิภาคทั้งสิ้น 2,300-2,400 สาขา ใน 9 ประเทศ โดยภายใน 3-5 ปีต่อจากนี้ จะก้าวเข้าสู่ความเป็น Regional Brand เดินหน้าเปิดสาขาที่โอมาน ในเดือนนี้ เพื่อเป็นฮับขยายอาณาจักรกาแฟในตะวันออกกลาง และลุยเปิดสาขาในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่

แน่นอนว่าการขยายตัวสู่ตลาดโลกนี้จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายและการแข่งขัน จากแบรนด์ร้านกาแฟเบอร์ 1 อย่าง Starbucks ซึ่ง ตัวเลขสาขา 20,000 สาขาที่ปตท.วางแผนเอาไว้นี้ ก็มาจากการประเมินตัวเลขว่าจะต้องมีสาขาราว 1 ใน 3 ของสตาร์บัคส์ให้ได้ เพื่อตอบโจทย์การแข่งขัน ที่ภายใน 5 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่าสตาร์บัคส์เองก็คงจะมีสาขาประมาณ 50,000 แห่งทั่วโลก

โดยรูปแบบการขยายสาขาในต่างประเทศ จะเป็นไปในรูปแบบการขาย Master Franchise (ขายแฟรนไชส์หลักให้กับองค์กรใหญ่ซึ่งจะนำสิทธิ์ไปขายต่อให้กับแฟรนไชส์ซีในประเทศของตัวเอง รูปแบบเดียวกับที่เซเว่น อีเลฟเว่นขายมาสเตอร์แฟรนไชส์ให้กับเครือซีพีมาดูแลสาขา 7-11ในประเทศไทย) หรือรูปแบบการร่วมทุน (Joint Venture) กับนักธุรกิจท้องถิ่น

ว่ากันว่า “น้ำ” ที่มีค่ามากที่สุดในโลก 2 อันดับแรก ก็คือ “น้ำมัน” และ “กาแฟ” ซึ่งอาจจะมีเพียงบริษัทไม่กี่แห่งที่ขายทั้ง 2 อย่าง แล้วประสบความสำเร็จ เหมือนที่ ปตท. ทำ และนี่คือตัวอย่างของยักษ์ใหญ่ผู้ที่พร้อมจะปรับตัวสู้กับกระแสความเปลี่ยนแปลง ถ้าองค์กรใหญ่ไซส์บิ๊กเบิ้มขนาดนี้ยังกล้าหาญพอจะเปลี่ยน และรู้ตัวว่าต้องเปลี่ยน แล้วคุณละ…พร้อมจะปรับตัวสู่ยุค Disruptive Technology หรือยัง


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Thu Aug 02, 2018 11:50 am

เจาะลึก! “คาเฟ่ อเมซอน” คิดการใหญ่ ขอเป็น Global Brand วัดรอยเท้า “สตาร์บัคส์”


เครื่องร้อนสุดๆเลยก็ว่าได้ สำหรับนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย(MAT) คนใหม่ “โด่ง -อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) และควบตำแหน่ง ประธานบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือ PTTOR เพราะนอกจากประกาศวิสัยทัศน์จะยกระดับประเทศไทยให้ “ติดอาวุธการทำตลาด” ฉกาจฉกรรจ์เก่งเทียบเท่าประเทศอื่นๆในโลกทั้งสหรัฐ ยุโรปแล้ว

สิ่งหนึ่งที่จะทำให้โลกรู้จักประเทศไทยมากขึ้น คือการสร้างสรรค์ “โปรดักท์แชมป์เปี้ยน” ขึ้นมาเพื่อให้ผู้บริโภคเห็นปุ๊บ! รู้ปั๊บ! นี่สินค้าจากประเทศไทย

แล้วสินค้าไหน? เหมาะจะเป็น “โปรดักท์แชมป์เปี้ยน” เมียงมองมายัง “ปตท.” เห็นของดีอยู่ในมือคือ “คาเฟ่ อเมซอน” (Cafe Amazon) “อรรถพล” เลยลั่นกลองรบพาร้านกาแฟสัญชาติไทยโกอินเตอร์ไปเป็น “แบรนด์ระดับโลก” หรือ Global Brand ภายใน 5-10 ปี โดยจะมีร้านกาแฟกระจายสู่ตลาดต่างประเทศให้มากสุด จากปัจจุบันกำลังกรุยตลาดได้ 9 ประเทศ

ส่วนจำนวนร้านต้องเพิ่มจาก 2,300-2,400 สาขา(ทั้งในและต่างประเทศ)ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 สาขาทั่วโลก หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของร้านกาแฟ “สตาร์บัคส์”(Starbcuk) ที่คาดการณ์ 5-10 ปีข้างหน้า ร้านคงทะลุ 50,000-60,000 สาขา จากปี 2560 มีร้านทั้งสิ้น 27,339 สาขาทั่วโลก

“อยากทำแบรนด์ดิ้งให้ประเทศไทย ด้วยการทำคาเฟ่ อเมซอน เป็นโกลบอลแบรนด์ แน่นอนว่าเราจะต้องขยายสาขาไปยังตลาดต่างประเทศให้ได้มากสุด ถ้าพูดถึงสเกลเรามองไวหลักหมื่นสาขา ซึ่งไม่ง่ายนะ การสร้างโกลบอลแบรนด์”

ตั้งใจ “ท้าทาย” และ “ท้าชน” สตาร์บัคส์ขนาดนี้ “ปตท.” เลยติดอาวุธให้ “คาเฟ่ อเมซอน” พร้อมรบรอบด้าน ตั้งแต่ระดมหัวกะทิภายในปตท.มารวมตัวเป็นดรีมทีมสร้างโกลบอลแบรนด์ มีทีมที่ปรึกษาเพื่อทำตลาดเต็มที่ เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยการโอนกิจการของหน่วยธุรกิจ น้ำมันให้แก่ PTTOR ประกอบด้วย ปั๊มน้ำมันปตท., ร้านกาแฟ Cafe Amazon, ร้านสะดวกซื้อ Jiffy, ร้านอาหารฮั่วเซ่งฮง และร้านไก่ทอดแบรนด์ Texas เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่ทำ “กำไร” ได้ดี เมื่อเทียบกับ “น้ำมัน” มีค่าการตลาด(กำไร)ตั้งแต่ 60 สตางค์ ถึง 1.60 บาทต่อลิตรเท่านั้น



ผลของการปรับโครงสร้างธุรกิจ ส่งผลให้สินทรัพย์ของ PTTOR มีมูลค่าประมาณ 1.2 แสนล้านบาท เรียกว่าขุมกำลังบริษัทปึ้ก!ทีเดียว

สเต็ปต่อไป ปีหน้าบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญ PTTOR ให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ขั้นต่ำจะได้สิทธิ์คว้าหุ้นไปกอดรายละ 500 หุ้น ใครอยากได้เพิ่มลุ้นในภายหลัง จากนั้นนำ PTTOR เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ปูทางระดมเงินทุนต้นทุนต่ำไปใช้เปิดร้านคาเฟ่ อเมซอนให้เกิน 20,000 สาขาตามเป้าหมาย

ส่วนโมเดลในการเปิดสาขา มี 3 รูปแบบ ได้แก่ บริษัทเข้าไปลงทุนและสร้างแบรนด์เองในประเทศที่มีศักยภาพ 2.หากมีนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุน บริษัทพร้อมดึงเป็นพันธมิตรแล้วขายสิทธิ์แต่งตั้งเป็น “มาสเตอร์แฟรนไชส์” ไปขายสิทธิ์แฟรนไชส์ซีที่มีศักยภาพในการเปิดร้าน ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวไม่ต่างจากร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ขายมาสเตอร์แฟรนไชส์ให้กับ “ซีพีออลล์” สปีดเปิดร้านเป็นหมื่นสาขา และ 3.ร่วมทุนกับพันธมิตร(Joint Venture) เพื่อเปิดร้าน



เพื่อให้การสตาร์ทสู่โกลบอลแบรนด์ เวทีสากลรู้จัก “คาเฟ่ อเมซอน” มากขึ้น เดือนเมษายน 2561 คณะกรรมการบริษัท ปตท. ยังอนุมัติการจัดตั้งบริษัทใหม่ในประเทศ "สิงคโปร์" เพื่อเป็นหัวหอกขยายร้านกาแฟและแจ้งเกิดแบรนด์ให้ได้ และตามแผนระบุว่าจะจัดตั้งบริษัทใหม่ให้เห็นเป็นรูปร่างในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยทุนจดทะเบียนไม่เกิน 6.5 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยมี PTTOR ถือหุ้น 100% ด้วย แต่จนขณะนี้ยังไม่การรายงานจัดตั้งบริษัทแต่อย่างใด

ส่วนประเทศที่ “คาเฟ่ อเมซอน” เริ่มบุก หนีไม่พ้นประเทศเพื่อบ้านในเอเชีย ทั้งกัมพูชา ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และกำลังจะเปิดร้านที่ มาเลเซีย สิงคโปร์ ในเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนตลาดที่พลาดไม่ได้ต้องลุย! คือ จีนเพราะเป็นตลาดใหญ่มีประชากรหลัก “พันล้าน” ถ้ากอดขุมทรัพย์เปิดร้านได้มาก แดนมังกรจะเป็น “สปริงบอร์ด” ให้ไล่ตาม “สตาร์บัคส์” เข้าใกล้ความจริงมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังปักหมุดเปิดร้านเอาใจคอกาแฟในประเทศตะวันออกกลางเพิ่ม โดยอาศัยประเทศ “โอมาน” เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) เพราะประเทศค่อนข้างเปิดกว้าง ที่สำคัญปตท.มี “ฐานทัพ” ธุรกิจน้ำมันในประเทศดังกล่าว จนได้พันธมิตรบริษัทน้ำมันแห่งชาติอย่าง “โอมาน ออยล์” ลุยเปิดร้านในเดือนสิงหาคมนี้

“เราเลือกโอมานเป็นฮับขยายร้านคาเฟ่ อเมซอน เพราะอาศัยคอนเน็คชั่นธุรกิจเดิมกับโอมาน ออยล์ ที่ชอบโมเดลธุรกิจของเรา ส่วนการเปิดร้านมีทั้งรูปแบบเปิดในปั๊มน้ำมัน สแตนอะโลน และขยายสู่ภายนอกด้วย”



กลยุทธ์ดังกล่าว “อรรถพล” หวังมากว่า 3-5 ปีข้างหน้า “คาเฟ่ อเมซอน” จะมีสาขาครอบคลุมตลาดในเอเชีย แล้วอัพเลเวลแบรนด์ไทยให้เป็น “แบรนด์ระดับภูมิภาค” หรือ Regional Brand จากนั้นค่อย “ข้ามทวีป” ไปเจอของจริงและกระดูกเบอร์ใหญ่อย่างตลาดสหรัฐ และยุโรปต่อไป

คิดการใหญ่ทั้งที มีทุนรอนก้อนโต แผนบุกพร้อมกลยุทธ์การตลาดเพียบ! แล้ว “จุดแข็ง” ของ “คาเฟ่ อเมซอน” มีอะไร? ประเด็นนี้ “อรรถพล” ยกเอกลักษณ์ “คอนเซ็ปต์” ร้านด้าน “Green Oasis” ซึ่งได้รวบรวมทุกอย่างมาใส่ในร้านทั้งดีไซน์ การแตกแต่ง และบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร



เรารวมทุกอย่างทั้งห่วงโซ่ธุรกิจร้านกาแฟหรือ Value Chain ให้อยู่ภายใต้คำว่า Green


นอกจากนี้ การรับรู้แบรนด์ ตลอดจน Positioning ของแบรนด์คาเฟ่ อเมซอนในไทย “อรรถพล” การันตีว่าเป็นแบรนด์สุดฮิตหรือ Popular Brand เพราะวัดจากตัวเลขในปี 2560 จำนวนร้านในประเทศประมาณ 2,000 สาขา ยอดขายมากกว่า 10,000 ล้านบาท ย้ำความป๊อปปูล่าได้อย่างดี เมื่อเทียบกับ "สตาร์บัคส์" ที่มีร้านน้อยกว่า จำวนประมาณ 400 สาขา และตัว “บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) จำกัด” ทำรายได้รวมในปี 2560 มากกว่า 7,006 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.78% จากปี 2559 มีรายได้รวมกว่า 6,051 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิปี 2560 มากกว่า 885 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.21% จากปี 2559 มีกำไรสุทธิกว่า 818 ล้านบาท (ที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

“คาเฟ่ อเมซอนกับคู่แข่ง(สตาร์บัคส์)ถือว่าอยู่คนละเซ็กเมนต์ คาเฟ่ อเมซอน เป็นป๊อปปูล่าแบรนด์ ไม่ใช่ไฮโซแบรนด์ เข้าถึงง่าย จับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการดื่มกาแฟสดราคาไม่แพง คุ้มค่าเงินที่จ่าย และจากการสำรวจตลาดในประเทศ เราต้องการให้แบรนด์ป๊อปปูล่ามากกว่าเดิม”

ส่วนจุดอ่อนที่ “คาเฟ่ อเมซอน” เผชิญอย่างต่อเนื่อง คือเรื่องมาตรฐานของ “รสชาติผลิตภัณฑ์” ที่เหมือนกันทุกแก้ว เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคส่งเสียงสะท้อนถึงแบรนด์พอสมควร รวมถึงบริการของพนักงาน ซึ่งแบรนด์ต้องหาทางปรับปรุงปัญหา (Pain Point) เหล่านั้นให้ได้

สำหรับการก้าวออกจาก Comfort Zone ของ “คาเฟ่ อเมซอน” ครั้งนี้ “อรรถพล” เห็นโจทย์โหดรออยู่สารพัด ทั้งความเข้าใจตลาดแต่ละประเทศ เข้าใจความต้องการตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่นับวันยิ่งซับซ้อน อุปสรรคจากการทำตลาด การห้ำหั่นของแบรนด์ในแต่ละประเทศทั่วโลก ปัจจัยดังกล่าวทำให้บริษัทต้องเตรียมองค่าพยพให้พร้อม ทำการศึกษาตลาดอย่างดีเพื่อเดิมเกมได้รัดกุมมากสุด และการค่อยๆก้าวไปขยายร้านในต่างประเทศ ถือเป็นการโยนหินถามทาง “ทดสอบตลาด” ก่อนจัดหนักทำตลาดเป็นเรื่องเป็นราว.


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Aug 15, 2018 5:10 pm

*PTT คาดบันทึกกำไรพิเศษโอนสินทรัพย์ให้ PTTOR ใน Q3/61,ตุนเงินสด 3.95 แสนลบ.มองหาโอกาสลงทุนใหม่
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Wednesday, August 15, 2018 16:46


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ส.ค. 61)--นางนิธิมา เทพวนังกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บมจ.ปตท. (PTT) กล่าวว่า ปตท.จะบันทึกกำไรพิเศษจากการโอนทรัพย์สินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกให้กับบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) ในไตรมาส 3/61 ซึ่งจะทำให้ปตท.ก็จะต้องเสียภาษีจากกำไรทึ่ขายสินทรัพย์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน ซึ่งการเสียภาษีเป็นการตั้งภาษีค้างจ่ายในทางบัญชีไว้ก่อนและจะจ่ายภาษีจริงในช่วงเดือน พ.ค.62 ซึ่งเป็นรอบการจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลธรรมดา
"เรามีการโอนทรัพย์สินให้กับ PTTOR ในต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา การขายสินทรัพย์ทำให้มีกำไร ซึ่งกำไรที่ได้ก็ต้องมาจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วยเช่นกัน ส่วนกำไรหรือเสียภาษีเท่าไหร่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้"นางนิธิมา กล่าว
นางนิธิมา คาดว่า PTTOR จะสามารถยื่นแบบเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่การโอนสินทรัพย์ออกไปให้กับ PTTOR ก็จะทำให้สินทรัพย์ของปตท.น้อยลง แต่ก็เชื่อว่าปตท.จะได้ประโยชน์จากการกระจายหุ้น PTTOR ในอนาคตเข้ามาชดเชย
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ PTT กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินการเพื่อนำหุ้น PTTOR เข้าตลาดหุ้นยังอยู่ในกระบวนการ ซึ่งก็จะยังดำเนินการตามแผนต่อไป
ทั้งนี้ นายเทวินทร์ เคยระบุก่อนหน้านี้ว่าการโอนทรัพย์สินให้ PTTOR มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งหลังจากโอนทรัพย์สินแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็เตรียมจะยื่นไฟลิ่งเพื่อเสนอขายหุ้น IPO ในเดือน พ.ย. และคาดว่าจะนำหุ้น PTTOR เข้าตลาดหุ้นได้ในไตรมาส 2/62
สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งแรกปีนี้ PTT มีกำไรสุทธิ 69,817 ล้านบาท ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นายเทวินทร์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นผลจากการที่ช่วงครึ่งแรกของปี 60 ปตท.มีกำไรจากการขายเงินลงทุนในกองทุนรวม EPIF ขณะเดียวกันยังได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนหลังจากที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงทำให้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง ขณะที่ช่วงครึ่งแรกปีนี้ตามงบรวมของ ปตท.มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนตามภาระเงินกู้ราว 2,200 ล้านบาท จากระดับกำไร 7,800 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ปตท.ก็ถูกชดเชยในด้านของรายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นเมื่อแปลงเงินจากสกุลดอลลาร์มาเป็นบาท โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย,ภาษี,ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 16% มาที่ระดับ 190,815 ล้านบาท ดังนั้น มองว่าผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อภาระเงินกู้ และในด้านรายได้และกำไรต่อ ปตท.นับว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน
ปัจจุบัน ตามงบรวมของ ปตท.มีภาระหนี้รวมประมาณ 500,000 ล้านบาท โดยประมาณ 60% เป็นหนี้สกุลเงินบาทและที่เหลือ 40% เป็นหนี้สกุลดอลลาร์สหรัฐ
นายเทวินทร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกลุ่ม ปตท.มีกระแสเงินสดราว 395,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนใหม่ๆตามแผน โดยเฉพาะในส่วนของ New S-Curve ซึ่งปัจจุบัน ปตท.ยังมองหาโอกาสการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับความคืบหน้าการสร้างโรงแรมราคาประหยัดในสถานีบริการน้ำมัน แม้จะยังไม่สรุปแผนที่ชัดเจนแต่ก็ยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการต่อด้วยแผนที่รัดกุม เพราะเห็นศักยภาพทางธุรกิจ โดยคาดว่าภายปีนี้น่าจะใกล้เคียงที่จะมีความชัดเจน
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม PTT กล่าวว่า สำหรับความสนใจในการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้น ปัจจุบัน ปตท.ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาเรื่องการลงทุนซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปว่าปตท.จะเข้าร่วมประมูลหรือไม่ และจะร่วมกับพันธมิตรรายใดในการเข้าประมูล แม้ว่าขณะนี้จะได้เริ่มหารือกับพันธมิตรในต่างประเทศทั้งยุโรป ญี่ปุ่น รวมถึงพันธมิตรในไทยบ้างแล้วก็ตาม คาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดก่อนยื่นประมูลโครงการในเดือนพ.ย.นี้
ส่วนการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตามโครงการสมาร์ทซิตี้ ซึ่งจะมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งด้านดิจิทัล พลังงาน การพัฒนาเชิงพาณิชย์นั้น ปตท.ก็ให้ความสนใจเนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ตั้งของปตท. ขณะที่ปตท.และรฟท.ก็เป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งหากมีความร่วมมือระหว่างกันก็จะเป็นแนวทางที่ดี แต่ทั้งนี้ ต้องรอโมเดลที่ชัดเจนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และรฟท.ด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในปี 62


--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PTTOR

Posts by pakapong_u » Wed Sep 12, 2018 12:44 pm

กรณ์เดินสายยื่นหนังสือ กกพ.คัดค้านกลุ่ม PTT ซื้อกิจการ GLOW ก่อนพบผู้ตรวจการแผ่นดินวันนี้

--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--
ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 12 กันยายน 2561 12:06:09 น.
กรณ์เดินสายยื่นหนังสือ กกพ.คัดค้านกลุ่ม PTT ซื้อกิจการ GLOW ก่อนพบผู้ตรวจการแผ่นดินวันนี้
ดูรูปทั้งหมด
นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อคัดค้านการที่กลุ่ม บมจ.ปตท.(PTT) จะเข้าซื้อกิจการ บมจ.โกลว์ พลังงาน (GLOW) โดยเห็นว่า กกพ.จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะอาจจะมีผลต่อการดำเนินการที่ขัดกับรัฐธรรมนูญตามมาตรา 75 ที่ห้ามภาครัฐทำธุรกิจแข่งกันเอกชน ยกเว้นว่าสามารถดำเนินการได้กรณีจำเป็น และจะเดินทางไปยื่นข้อร้องเรียนดังกล่าวต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในวันนี้ ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินจะยื่นข้อท้วงติงกรณีขัดรัฐธรรมนูญให้กับศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องพิจารณาต่อไป

"การที่จะซื้อหุ้น GLOW เพื่อที่จะทำธุรกิจไฟฟ้า ถือเป็นการแข่งขันกับเอกชนอย่างปฎิเสธไม่ได้ เราจึงมองว่าเป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ และจะยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบในประเด็นนี้ต่อในวันนี้"นายกรณ์ กล่าวภายหลังการยื่นข้อร้องเรียนต่อกกพ.ในเช้าวันนี้

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นสำคัญที่ได้หารือกับนายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประธานกกพ. คือเงื่อนไขสำคัญการซื้อขายหุ้นครั้งนี้ต้องได้รับการอนุมัติจากกกกพ. ซึ่งหากกกพ.อนุมัติก็จะทำให้บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของปตท.ที่จะเป็นคนเข้าซื้อ GLOW จ่ายเงินค่าซื้อหุ้นให้กับกลุ่ม Engie ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น GLOW มูลค่าเกือบ 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้เงินจำนวนนี้ถูกดึงออกนอกประเทศ หากภายหลังมีการโอนเงินไปแล้ว แต่มีการตีความว่าเป็นการกระทำที่ขัดกฎหมายใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ดังนั้น กกพ.ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ ซึ่งมีกำหนดการพิจารณาแล้วเสร็จภายในวันที่ 27 ก.ย. และสามารถขยายเวลาได้อีก 15 วัน

นอกจากนี้ยังมีความกังวลต่อการซื้อกิจการ GLOW จะทำให้เกิดการผูกขาดการขายไฟฟ้าในพื้นที่มาบตาพุด นอกเหนือจากการผูกขาดในธุรกิจก๊าซธรรมชาติของปตท. ทำให้กลุ่มลูกค้าของ GLOW นับ 10 รายมีความกังวลเรื่องการซื้อไฟฟ้าและไอน้ำที่อาจจะไม่เป็นธรรม และได้ยื่นข้อร้องเรียนดังกล่าวมาที่กกพ.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า การที่ปตท.มีแผนจะขยายธุรกิจร้านกาแฟคาเฟ่อเมซอนภายใต้ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ปตท.นั้น นับว่าเป็นการขัดรัฐธรรมนูญที่ห้ามแข่งขันกับภาคเอกชนด้วยเช่นกัน ซึ่งแนวทางที่เป็นไปได้เห็นว่าปตท.ควรขายธุรกิจอเมซอนออกมาให้กับเอกชน โดยไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาครัฐ. ซึ่งอาจจะเป็นการขายให้กับอดีตผู้บริหารปตท. หรือขายให้กับกลุ่มแฟรนไชส์ หรือประชาชนทั่วไป

"PTTOR จะกระจายหุ้นหรือไม่ เป็นสิทธิของเขา สำหรับผมมองว่าวิธีการแก้ปัญหาคือกลางแปลงอเมซอนเป็นเอกชนล้วนๆ อย่างน้อยให้การแข่งขันเกิดขึ้นระหว่างเอกชนกันเอง ไม่ใช่รัฐแข่งกับเอกชน แล้วทำให้เกิดการสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ"นายกรณ์ กล่าว

นายการณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังรอดูการปรับกลยุทธ์ธุรกิจอเมซอนของปตท.หลังจากที่ได้มีการหารือร่วมกันก่อนหน้านี้ ก่อนจะตัดสินใจดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ที่ได้มายื่นข้องเรียกร้องกรณีกิจการไฟฟ้าก่อนนั้นเนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา


Post Reply