“หาหุ้น” ในยาม...หายาก ตอนจบ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
doctorwe
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 151
Joined: Wed Oct 20, 2004 8:12 pm

“หาหุ้น” ในยาม...หายาก ตอนจบ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Posts by doctorwe » Thu Mar 16, 2017 1:39 pm

posttoday.png
posttoday.png (24.5 KiB) Viewed 1509 times
คอลัมน์: หุ้นส่วนประเทศไทย
หนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์
“หาหุ้น” ในยาม...หายาก ตอนจบ
ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์
วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
http://www.CsiSociety.com
Add Line: @CsiSociety

เมื่อวานนี้ เราได้คุยกันถึง การ “หาหุ้น” เพื่อให้นักศึกษาของโครงการนักลงทุน CSI รุ่น 12 มหาวิทยาลัยรังสิต ได้มาประลองฝีมือในการวิเคราะห์ ประเมินราคา และหาให้พบว่า หุ้นตัวๆนั้นมีความสามารถในการแข่งขันและมีราคาที่น่าลงทุนไหม แต่ในครั้งนี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์บ้านเราอยู่ประมาณ 1,600 จุดเข้าไปแล้ว ซึ่งทำให้การหาหุ้นในครั้งนี้ จึงอยู่ในสภาพที่...หายากยิ่ง
โดยคณะทำงานต้องคำนึงถึงปัจจัย 4 ข้อด้วยกันคือ หนึ่ง หุ้นตัวนั้นๆ จะต้องมีความสามารถที่โดดเด่น และมีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดของตนสูงที่สุด หรือเกือบสูงที่สุด สอง หุ้นตัวนั้นๆ จะต้องมีราคาที่ “ไม่แพง” เกินกว่าพื้นฐานและโอกาสในอนาคต สาม ควรจะมีแนวโน้มที่จะมีเหตุการณ์ที่จะทำให้ราคาปรับขึ้นได้ ภายใน 3-6 เดือนนี้ และสี่ สำคัญที่สุดคือ ผู้บริหารจะต้องมีธรรมาภิบาล ซึ่งเราก็ได้หุ้นมา 5 ตัว แต่จะขอมาคุยแค่ 4 ตัว เมื่อวานนี้ได้คุยตัวที่หนึ่งไปแล้ว วันนี้จะขอคุยต่ออีก 3 ตัวที่เหลือ ดังนี้นะครับ

หุ้นตัวที่สอง
เป็นหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล เป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง
ในปี 2560 นี้ น่าจะเป็นปีที่สดใสของหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลที่ให้บริการประกันสังคม เพราะมีมาตรการต่างๆ ที่ออกมาเอื้อต่อผู้ประกันตน ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจโรงพยาบาลคือ หนึ่ง การเพิ่มสิทธิให้ผู้ประกันตนได้ทำฟันฟรีโดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้าในวงเงิน 900 บาทต่อปี และมาตรการตรวจสุขภาพฟรี ซึ่งการเพิ่มสิทธิดังกล่าวจะทำให้มีผู้ประกันตนเข้าสู่ระบบมากขึ้น สอง สำนักงานจะมีการปรับฐานคำนวณเงินสมทบใหม่จาก 15,000 บาท เป็น 20,000 บาท ทำให้เงินสมทบเพิ่มจากเดือนละ 750 บาทเป็น 1,000 บาท จึงมีแนวโน้มสูงขึ้นไปอีกที่จะปรับอัตราค่าเหมาจ่ายต่อหัวและค่าภาระโรคเสี่ยง ซึ่งจะทำให้กำไรต่อหัวของโรงพยาบาลในเครือประกันสังคมเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลการปรับภายในไตรมาสที่หนึ่งของปีนี้
นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงภายในโรงพยาบาลที่มีนัยสำคัญอีกด้วย เริ่มจากการมีแผนจะเปิดให้บริการตึกใหม่ ซึ่งจะเป็นอาคารให้บริการศูนย์โรคเฉพาะทาง (Excellent Center) ให้ครบทั้ง 9 ศูนย์ รวมถึงการขยายจำนวนเตียงผู้ป่วยก็จะส่งผลดีต่อโรงพยาบาลเช่นกัน โดยจะเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยใน และห้องตรวจสำหรับผู้ป่วยนอก ซึ่งจะส่งผลทำให้สัดส่วนผู้ป่วยเงินสดมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นไปอีก

หุ้นตัวที่สาม
ธุรกิจสินค้าบริโภคก้าวไปพร้อมกับร้านสะดวกซื้อ และตลาดต่างประเทศ
หุ้นตัวนี้ถือได้ว่า เป็นหุ้นที่คณะทำงานถกเถียงกันมากที่สุดตัวหนึ่ง ในเรื่องความสามารถในการแข่งขันซึ่งมีเหนือกว่าคู่แข่งขันเป็นอย่างมาก การที่บริษัทสามารถสร้างความสัมพันธ์กับร้านสะดวกซื้อรายใหญ่รายหนึ่งของประเทศได้อย่างแนบแน่น ทำให้นวัตกรรมทางด้านสินค้าบริโภคของบริษัทนั้น มีช่องทางจัดจำหน่ายขนาดใหญ่มหึมา จึงดูเหมือนว่า หน้าที่หลักของบริษัทนี้ก็คือ ค้นหาสินค้าที่ถูกใจแก่ผู้บริโภคให้เจอเท่านั้น ถ้าเจอสินค้านั้นเมื่อไร ก็มีโอกาสเป็นอย่างมาก ที่ยอดขายจำนวนมหาศาลจะตามมา เรามาลองดูสินค้าที่บริษัทนี้จำหน่ายในปัจจุบันกันหน่อยนะครับ
• เครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อ ได้แก่ กาแฟเย็น และเครื่องดื่มใหม่ๆในอนาคต แนวโน้มในอนาคตค่อนข้างสดใส ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากมองง่ายๆ ก็อาจกล่าวได้ว่า รายได้ในกลุ่มนี้อยู่ในฐานะ “STAR” และมีโอกาสจะกลายไปเป็น “Cash Cow” ของบริษัทได้ในอนาคต
• รายได้จากสินค้าเบเกอรี่และสินค้าลิขสิทธิ์ คณะทำงานคิดว่า รายได้ในส่วนนี้ยังอยู่ในช่วง “แสวงหา” ซึ่งยังคงต้องใช้เวลา แต่เมื่อใดก็ตามที่เจอ “สินค้าที่ใช่” ก็มีโอกาสที่จะสร้างรายได้และกำไรเป็นจำนวนมาก
• สินค้าเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนับเป็นตลาดที่ใหญ่และมีอัตราการเติบโตที่สูง สินค้าไปได้ค่อนข้างดีภายใต้ภาวะการแข่งขันที่สูง
• เครื่องดื่มรสผลไม้ ที่เจาะตลาดต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่มาก อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในขั้นทดลอง หากติดตลาด...ก็คงจะสร้างมูลค่าการตลาดที่สูงมากเช่นกัน

หุ้นตัวที่สี่
เป็นสินค้าบริโภคชื่อดังของเมืองไทย และเป็นสินค้ายอดฮิตของนักท่องเที่ยว
สินค้าทานเล่นตัวนี้เริ่มกำเนิดในประเทศไทย แต่ด้วยความเป็นสินค้าที่เกาะกระแสการรักษาสุขภาพ และรสชาติที่อร่อย ก็ทำให้สามารถครองใจประชาชนชาวไทยได้เป็นส่วนใหญ่ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงที่สุดในตลาดเมืองไทย ในปี 2558 มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 60% ของตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากในการที่จะรักษาส่วนแบ่งการตลาดสูงขนาดนี้ไว้ได้ แต่ในปี 2559 คาดว่าตัวเลขส่วนแบ่งการตลาดจะสูงขึ้นไปอีกคือ สูงกว่า 65% นั่นแสดงให้เห็นถึง ความสามารถในการแข่งขันที่มีระดับสูงมาก จนคู่แข่งขันต้องสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นไปอีก
ตลาดต่างประเทศ สินค้าตัวนี้ได้บุกยังไปบางประเทศที่มีจำนวนประชากรเป็นพันล้านคน หรือบางประเทศก็มีจำนวนประชากรหลายร้อยล้านคน ในปัจจุบันตลาดต่างประเทศของบริษัทนี้ขยายตัวจนทำให้รายได้จากต่างประเทศสูงกว่า 50% ของรายได้รวมของบริษัทเข้าไปแล้ว โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า ตลาดต่างประเทศของสินค้าตัวนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 15 เท่า (จาก 100 ล้านบาท เป็นมากกว่า 1.5 พันล้านบาทในปัจจุบัน)
สิ่งที่สำคัญคือ รูปแบบการกระจายสินค้าในต่างประเทศผ่านห้างในรูปแบบ Modern Trade (ซึ่งก็คล้ายๆ โลตัส บิ๊กซี ในบ้านเรา) มีสัดส่วนเพียง 20% เท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่า ตลาดต่างประเทศของสินค้าตัวนี้ยังจะเติบโตได้อีกมหาศาล

และทั้งหมดคือ เรื่องราวของการ “หาหุ้น ในยาม..หายาก” หวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณผู้อ่านเกิดประกายในการลงทุนไม่มากก็น้อยนะครับ ซึ่งอันที่จริงแล้วการลงทุนในตลาดหุ้น...ไม่ใช่สิ่งที่ยาก แต่เป็นสิ่งที่...ต้องตั้งใจ อดทน และรอบคอบ ทำให้นึกถึงนักลงทุนนามก้องโลก Peter Lynch ที่เคยกล่าวไว้ว่า “Everyone has the brainpower to follow the stock market. If you made it through fifth-grade math, you can do it.” แปลตามความได้ว่า “ทุกคนมีกำลังสมองที่จะลงทุนในหุ้นได้ ถ้าคุณสามารถทำเลขชั้น ป.5 ได้ คุณก็ลงทุนได้”

หาอ่านตอนที่ 1 ได้ที่ลิงก์นี้... http://www.doctorwe.com/posttoday/20170221/6660
หาอ่านบทความ และความรู้ด้านการลงทุนของผู้เขียนได้เพิ่มเติมได้ที่ http://www.doctorwe.com


aketvi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 12
Joined: Thu Jul 07, 2005 4:02 pm

Re: “หาหุ้น” ในยาม...หายาก ตอนจบ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Posts by aketvi » Sat Apr 08, 2017 8:43 pm

ไม่ทราบว่า ถ้าจะช่วยกรุณาเฉลยให้สักนิดจะขอบคุณมากเลยครับ คุ้นๆทุกตัวแต่ไม่สามารถฟันธงได้ว่าตัวไหนกันแน่ครับ
ขอบคุณมากครับ


jokerz
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1649
Joined: Tue Dec 04, 2012 2:15 pm

Re: “หาหุ้น” ในยาม...หายาก ตอนจบ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Posts by jokerz » Sun Apr 09, 2017 2:05 pm

ผมเดานะครับ chg tacc tkn


ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6427
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Re: “หาหุ้น” ในยาม...หายาก ตอนจบ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Posts by ลูกอิสาน » Sun Apr 09, 2017 3:16 pm

น่าจะมีการวิเคราะห์เรื่องความเสี่ยง
ของหุ้นแต่ละตัวด้วย
เพราะดูแล้วมีความเสี่ยงเช่นกัน

ตาดูดาว เท้าติดดิน ด้วยนะครับ

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

Green_tree
Verified User
Posts: 296
Joined: Wed Aug 12, 2009 4:08 pm

Re: “หาหุ้น” ในยาม...หายาก ตอนจบ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Posts by Green_tree » Sun Apr 09, 2017 4:20 pm

ให้เราไปเรียนสงสัยจะสอบตก เพราะไม่เห็นด้วยกับการวิเคราะห์ อิอิ


Post Reply