พุธ เม.ย. 29, 2015 10:35 pm
convenient store
- ขายความสะดวก สินค้าที่เน้นความสะดวก ก็คงยังขายได้อยู่ เช่น เครื่องดื่มเย็น อาหารพร้อมทานต่างๆ
วัสดุก่อสร้าง
- ถ้าเป็นลูกค้าบ้านเก่า ต้องการปรับปรุงบ้าน ก็เป็นลูกค้ากลุ่มที่นานๆซื้อที่ แต่ซื้อแล้วคงไม่ได้เปลี่ยนบ่อยๆ ยังไงก็คงอยากเห็นของจริงก่อน เช่น กระเบื้อง สุขภัณฑ์ หรืออาจรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่
super market
- ของบางอย่าง สินค้าอุปโภค+บริโภค ที่ซื้อซ้ำ โดยไม่เปลี่ยนยี่ห้อ, แต่ก็มีบางอย่าง ที่อาจจะอยากเลือกเอง เช่น ผัก ผลไม้ ของสด ได้ดูวันหมดอายุ ได้ดูสภาพสินค้า
department store
- สินค้าหลายๆอย่าง อาจจะเลือกหาทางอินเตอร์เนตได้สะดวกกว่า หลากหลายกว่า, แต่บางอย่าง โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายที่ราคาสูงขึ้นมา อาจจะมีความต้องการทดลองสวมใส่ก่อนซื้อ ซึ่งถ้าชอบ ก็อาจจะไม่ได้หาได้ทางอินเตอร์เนต
community mall
- กลุ่มแฟชั่น มีโอกาสที่จะกระทบก่อน แต่กลุ่มอาหาร ก็คงยังพอไปได้ เพราะแนวโน้มของสังคมไทย ยังมีความเป็นปัจเจกน้อย ชอบรวมกลุ่ม
ผมคิดว่า สภาพสังคมมีส่วนอย่างมาก เช่น สังคมไทย ไม่ค่อยมีพื้นที่สาธารณะ รวมถึงสภาพอากาศที่ร้อน, ถ้าอยู่บ้านแล้วเบื่อ อยากออกนอกบ้าน ก็คงมีไม่มากนัก ที่จะเลือกไปสวนสาธารณะ ห้องสมุด มิวเซียม, เทียบกับกิจกรรมหลากหลายจำนวนมากในห้างต่างๆ
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด คงขึ้นอยู่กับ ชนิดของสินค้าและบริการที่ modern trade นั้นๆนำเสนออยู่มากกว่า