พวกเราอยู่กลุ่มไหน

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Sun Nov 25, 2018 9:35 am

โลกกลม..... วงเวียน..... วงจร ....สัจธรรม....ธรรมชาติ

สมัยก่อนหลายปีแล้ว มีคำ ติดปาก คำหนึ่งว่า "CHANGE" ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ....วันเวลาเปลี่ยนไปการเปลี่ยนแปลงก็ต้องมี.......ต่อมาก็เกิดคำว่า "DISRUPTION" การหยุดชะงัก........ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข ปรับรูปแบบให้ทันสมัย .....และล่าสุด ก็มีคำว่า "STARTUP" การริเริ่ม.......มันคล้ายกับวงจรเศรษศาสตร์ที่เคยเรียนมา และคล้ายกับธรรมะ ที่เคยเรียนรู้ การเกิด การดับ.......ถ้ายอมรับในสิ่งที่เกิดและปรับปรุงตนเองให้เข้ากับมันได้ ก็จะได้เห็นสิ่งที่จะเกิดในอนาคตต่อไปได้ ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตเป็นอย่างไร ...ใครคือคนกำหนด......สิ่งที่ทำได้และปฏิบัติอยู่ช่วงนี้คือ อยู่กับปัจจุบันและทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ผมมองถึงการลงทุนในหุ้นมันก็เป็นแบบเดียวกัน มีเกิดมีดับ มีการเปลี่ยนแปลง... ในอดีตการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มันจะช้าและค่อย ๆ เป็น....แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว การเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเห็นผลได้เร็วกว่าที่คิด สมัยก่อนพูดว่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก .....แต่ตอนนี้สอนกันว่าต้องเป็น ปลาไวจะชนะปลาใหญ่และกินปลาเล็กได้........ผมลงทุนมานานกว่า 30 ปีเห็นหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย และไม่เคยคิดว่า การลงทุนจะลำบากและมีการเปลี่ยนแปลงมากแบบนี้มาก่อน....เพื่อน ๆ หลายคนถามถึงการลงทุนกับผมว่า ทำอะไรกับมันบ้าง ......ผมก็ได้แต่บอกว่า ผมลงทุนหวังปันผล และเงินปันผลที่รับต้องมากกว่า รายจ่ายที่จะเกิดขึ้น หรือมีอยู่ในปัจจุบัน......ผมไม่ได้ทำอะไรกับหุ้นเท่าไหร่ เนื่องจากหุ้นที่ลงมากสุดเป็นหุ้นตัวเล็ก สภาพคล่องแทบจะไม่มี ....ส่วนอันดับที่สอง ก็เป็นหุ้นดี มีสภาพคล่องสูง สามารถจะขายได้ทุกเวลา แต่ก็ไม่ได้ขายเพราะถ้าขายในระดับราคาปัจจุบัน ก็จะเกิดการขาดทุน เช่นกัน.....นี่คงเป็นวงจรตามที่เขียนไว้ข้างบน และเป็นรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้น และยอมรับกันต่อไป.....สู้กันต่อไปนะครับ :D :D :D

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Sat Jan 05, 2019 4:13 pm

28/12/2561 ปีดบัญชีการลงทุนปี 2561 (คศ2018)
...........
ดัชนีเริ่มจาก 1753.71 ไปจบปลายปีที่ 1563.88 ลดลง 189.83 จุด หรือ 10.82%..หุ้นกลางและเล็กที่ผมลงทุนส่วนใหญ่โดนกระทบลดต่ำกว่าหุ้น set50 เสียอีก....ดูผลงานปี 2561 แล้วคิดว่า รายย่อยแทบทุกคนที่เล่นพื้นฐานขาดทุนถ้วนหน้า ยกเว้นใครเก่งเล่นตามเทคนิคและสามารถใช้เครื่องมือป้องกันที่ตลาดออกให้ ก็อาจจะเอาตัวรอดได้.....ส่วนผมลงทุนตามพื้นฐานและพยายามศึกษาเทคนิค เพื่อหาจังหวะซื้อ-ขายในหุ้นที่มีอยู่ (ทดสอบวิชา) ก็ สนุกไปกับมันได้ แต่ก็เป็นส่วนน้อยประมาณ 5%ของที่ลงทุนได้ ซึ่งผมถือว่าเป็นการทำกำไร ในราคาหุ้น trading หุ้น เพื่อช่วยให้ IC ไม่คัดผมออกจากโบรค 555555 (IC ตามอ่านอยู่)... ด้าน trading ทำกำไรได้ 4.35% (ปีที่แล้ว 10.10) ส่วนเงินปันผลรับปีนี้ได้ 4.34% (ต่ำกว่าปีก่อนที่ได้ 4.79%) รวมทั้งปี 8.69% (ปีที่แล้วได้ 14.89%)......นับว่าตกต่ำมากพอควร นี่คิดเฉพาะผลการดำเนินงานที่ realized แล้ว ...... แต่ถ้าคิดมูลค่าที่เป็นจริงหมายถึง มูลค่าเงินที่ลงทุนไปทั้งหมด จะขาดทุนถึง 19.3% เลย.....ทุกคนบอกไม่ขายไม่ขาดทุน เอา ด้วยคนนะครับ ไม่ขายไม่ขาดทุน 555555 ปรอบใจตนเองว่า ยังไม่ขาดทุนนะ... เพียงแต่ตัวเลขในบัญชีมันลดลงเอง (สงสัยจะไม่ยอมตัดค่าเสื่อมในปีนี้ออกไป 55555)...ผมคิดของผมแบบนี้มานานแล้ว

ผมลงทุนยาวไม่กังวลกับตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงทุกปี กังวลแต่ปันผลที่รับและการทำ trading ที่ลดลงนั่นแหละ......เงินซื้อหุ้นก็คือต้นทุนที่ลงไป ขอลงทุนในหุ้นที่กิจการ..มีกำไร มีปันผล มั่นคง มีธรรมาภิบาล ก็ สบายใจมากทีเดียว...ทำไมผมเลือกบริษัทเล็ก เพราะวิเคราะห์ง่าย เข้าใจง่าย โดยเฉพาะตัวพระเอกของผม ถึงแม้จะขาดทุนจากการลงทุนแล้วตอนนี้ แต่ก็ยังไม่กังวล เพราะคิดว่าเขาคงให้ปันผลทุกปี กิจการเขามีเงินสด ไม่ค่อยกู้เท่าไหร่ D/E แต่่ 0.37 ในอดีต 0.17-0.29 เท่านั้นเอง แต่ปีนี้บริษัทต้องใช้เงินสร้างตึกของตนเอง ก็คงเพิ่ม D/E สูงขึ้น ขอเพียงให้เขาปันผลในระดับพอใจ ผมก็คงถือต่อไปเรื่อย ๆ เพราะเชื่อในกิจการของเขาที่จะพัฒนาตามโครงการก่อสร้างที่จะเพิ่มขึ้นในปีหน้า....ส่วนผลประกอบการที่ผ่านมา ลดลงเรื่อย ๆ ทำให้ราคาหุ้นลดต่ำลง จนกระทั้งต่ำกว่าทุนของผมที่มีเสียอีก(ใครซื้อตอนนี้ถูกกว่าผมนะจะบอกให้).... เรื่องนี้คิดว่าเกิดกับนักลงทุนหลายบริษัท ถึงแม้บริษัทมี่มีกำไรโตและเติบโต ราคาหุ้นก็ไม่ไปไหน กลับลงมาเสียอีก ต่ำกว่าอดีต ทำราคาต่ำไปเรื่อย ๆ ซึ่งมีหุ้นอยู่ตัวผมคิดอยู่ และอยากจะเพิ่มการลงทุนในตัวนั้นในปีหน้า คงต้องปรับ portforlio ขายตัวอื่น และ เพิ่มตัวนั้นให้ได้ในเร็วๆนี้

ในปีหน้าเงินปันผลรับ ผมได้คำนวณล่วงหน้าเคร่า ๆ แล้ว ก็ได้พอ ๆ กันในระดับที่4-4.5%...ผมคงไม่เพิ่มเข้าไปในลงทุน เพราะต้องการเอามาใช้จ่ายมีสิ่งที่อยากจะซื้อในปีหน้า ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง (ซื้อรถดี ดี สักคันหนึ่ง).....ส่วนการทำ trading คงลำบากขึ้นต้องหาทางคิดและเล่นรอบให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะได้ส่วนต่างของมัน ซึ่งปีหน้าถ้าได้สัก 2-4% ก็ดี .....รวมหวังว่าปีใหม่นี้ขออยู่ในระดับ 6%คือจากปันผล4%กับซื้อขาย 2% ก็พอใจแล้ว

ปีใหม่จะถึงแล้ว ก็ขออวยพรให้เพื่อน ๆ และผู้ติดตาม ประสบความสุข ความเจริญ สมปรารถนาทุกประการ ด้วย ถ้าประหยัด รักษาสุขภาพ ออกกำลังกายเป็นประจำ ทำจิตใจให้แจ่มใส ก็จะประสบแต่สิ่งดีดี นะครับ. โชคดีปีใหม่ :D :D :D

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Wed Jan 08, 2020 6:41 am

เริ่มปีใหม่แล้ว และได้สรุปการลงทุนของผมไป ซึ่งเข้าตามเป้าหมายที่ต้องการ คือได้ผลตอบแทน 6.93% โดยได้จากเงินปันผลรับ 4.16%และการซื้อขายหุ้น(trading) 2.77% ...(ปี2561ให้ผลตอบแทน 8.69 ปี2562 6.93%).ถ้าดูจากที่ผมขึยนสรุปปีก่อน ผมหวังเพียง 6% แต่ทำได้ 6.93% ก็พอใจแล้วครับ มันสุดความสามารถแล้ว....

.ส่วนปีใหม่นี้ ตั้งเป้าหมาย สัก 5% ที่ลดเป้าหมายลง ก็คิดว่า ภาพใหญ่ของการลงทุนปีใหม่มันไม่ดี กระทบจากเรื่อง สงครามการค้า ระหว่างยักใหญ่ สองประเทศนั่นแหละ และการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ทำให้พวกทำอุตสาหกรรมในด้านต่าง ๆ ต้องชะลอตัว หรือ ปรับตัว ถ้าใครไม่ปรับตัวก็จะล้าหลังในที่สุด เหมือนกันคำสอนที่ว่า ถ้าเรายืนอยู่เฉยๆ ในขณะที่คนอื่นก้าวไปเรื่อย ๆ เราก็จะเป็นคนหลังๆในที่สุด ผมเกิดในยุค baby boomer หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การพัฒนาต่าง ๆ ก็เริ่มขึ้น... คนยุคนี้ขยันทำมาหากิน และคิดว่าส่วนใหญ่ก็มีฐานะอันดีแล้ว ผมคิดว่าบุคนั้นคือยุคหากิน......ส่วนยุคปัจจุบัน เปลี่ยนหลาย gen มาเรื่อย ๆ คนปัจจุบัน (คนทำงาน) ต้องการใช้เวลาน้อย และให้ได้ผลงานมาก มีการคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอด บ้างก็ประสบผลสำเร็จ บางก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ (ใช้เงินของพ่อแม่อยู่) ก็มีให้เห็นมากมาย......ผมดีใจที่ได้เกิดในยุค baby boomer ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง จนปัจจุบัน ก็ยังรักและชอบกับการได้ศึกษาหาความรู้ ซึ่งช่วยให้เวลาว่างหมดไป พึ่งเข้าใจว่าทำไม คนถือหุ้นน้อย ๆ บางทีเป็นเศษหุ้น ก็มี คนพวกนี้มักจะเป็นพวกอายุมากทั้งนั้น สมัยก่อนบ่นว่ามีแต่อาแปะ อาซิ้มมาถือหุ้นเพื่อของชำร่วยหรือขอให้ทางบริษัทลี้ยงอาหารดีดีกัน จนตลาดหลักทรัพย์ต้องประกาศนโยบาย ไม่ให้แจกของชำร่วยกัน มีหุ้นหลายบริษัทที่ผมถือแค่ 100 หุ้น เพื่อศึกษาและหาความรู้ ซึ่งถ้ามีโอกาสไปประชุมวิสามัญหรือสามัญประจำปี ก็จะทราบรายละเอียดของธุรกิจในอุตสาหกกรมต่าง ๆ ได้ ช่วยการตัดสินใจในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ดีขึ้น...ขอเป็นอาแปะกับเขาคนหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับต้องไปแย่งของกับเขานะ

เป้าหมายปีนี้ 5%ก็หวังจากเงินปันผล 4%ซึ่งผมคาดการณ์ว่าคงจะได้แน่ ส่วนการซื้อขายหุ้นลำบากใจมาก อาจต้องขายหุ้นบางตัวที่ทำให้เกิดการขาดทุนก็เป็นได้ แต่คิดว่า หุ้นที่มีอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่เวลาขาย แล้ว ต้องปรับ portfolio ไปถือหุ้นที่มั่นคง และให้ปันผลระดับ 4% และจะถือกองทุนมากขึ้น พวก กอง reit ต่าง ๆ ด้วย แถมเพิ่มลงในหุ้นกู้ระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 4% นั่นคือทางที่จะไปในปีใหม่นี้

พูดถึงตลาดที่ออกหุ้นและการลงทุนแบบใหม่ ๆ พวก DW ต่าง ๆ นั่นระดับมือโปรฯ หรือระดับพวกบริหารกองทุนทำกัน ผมไม่อยากไปศึกษาหาความรู้กับพวกนั้น คราวที่ออก tfex ใหม่ ๆ ก็ทำลองศึกษาและทดสอบการลงทุนก็ขาดทุนเป็นค่าเรียนไป สามแสนกว่าบาท ไม่ใช่แนวทาง ของผม แต่ผมมาใช้แนวทางเพิ่มในปีที่แล้วและจะใช้ในปีใหม่นี้ ด้วยการศึกษากราฟเทคนิค จาก VI เน้นคุณค่า (Value Investment) เปลี่ยนมาเป็นลงทุน ไวไว ตามเทคนิคกราฟ ก็สนุกไปอีกแบบหนึ่ง แต่ไม่ใช่เป้าหมายการลงทุนระยะยาวของผม ปีใหม่นี้ผมคงไม่เพิ่มการลงทุน คงได้แต่ปรับ portfolio ไปบ้าง เท่านั้นเอง โชคดีในการลงทุนสำหรับเพื่อน ๆ ที่ลงทุนในตลาด ระวังกันหน่อย ก็แล้วกัน

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Mon Feb 24, 2020 7:01 am

ที่สุดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่ของโลกก็ได้เกิดขึ้น เลยคิดว่า... วันหนึ่งขาวจะเป็นดำ และดำจะเป็นขาว สังคมนิยม จะเป็นทุนนิยม และพวกทุนนิยมก็จะเป็นสังคมนิยม......สิ่งตรงข้ามถ้ายึดเอาสุด ๆ โดยไม่คิดถึง คนส่วนใหญ่ ก็ต้องมีการปรับตัว ที่สุดทุกอย่างก็ควรจะเดินสายกลาง อย่าไปสุดๆ ในแต่ละข้าง การเดินสายกลางคือกฏของธรรมชาติ และธรรมชาติ ก็คือหลักของธรรมะ หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ยึดเอาหลักธรรมะ เป็นเส้นเดินทางของชีวิต น่าจะถูกต้องที่สุด จะเขียนถึงตลาดหลักทรัพย์แต่ก็แวะไปทางสายกลางที่เราควรจะยึดเดินไป

การเติบโตของจีนแบบที่มี GDP ที่สูงในโลกมาหลายปีติดต่อกัน ระดับ เลขสองตัว ตอนนี้ตกลงน่าจะได้ ระดับ5- 6% ก็เกิดจากการเติบโตสุด ๆ ของเขา และที่สุดก็ต้องปรับตัวลงเร็ว จาก โรค COVID19 .....สาเหตุจากโรคนี้เกิดได้อยางไรก็ยังค้นหากันอยู่ แต่ที่รู้ ๆ มันประทบถึงโลก ประทบถึงหลายประเทศ ที่ต้องหยุด และ ศึกษาโรคตัวนี้ว่า ทำไมถึงระบาดได้เร็วนัก มันกระทบถึง GDPโลก.....ทำให้ GDP ของประเทศต่างก็ต้องลดลงทุกประเทศ รวมทั้งของไทยด้วยที่ปีที่แล้วที่ระดับ 2.8% ก็ค่อย ๆ ลดลงมา เหลือเป้าหมายปีนี้ระดับที่ 1.5% เลย เพราะหลังๆ นี้ รายได้ส่วนใหญ่หวังการเติบโตจากท่องเที่ยว ซึ่งโดนระงับและลดแบบทันทีทันใด ถ้ามองในด้านนี้จะเห็นว่าทุกธุรกิจลำบากขึ้นแบบที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แล้วจะทำให้ตลาดหุ้นขึ้นได้อย่างไร .....เคยบอกแล้วว่า่ปีนี้จะลดการลงทุนในหุ้น (ไม่ได้ขายหุ้นที่มี คงถือและปรับเล็กน้อย)....จากเคยประมาณการปันผลที่จะได้รับปีนี้น่าจะระดับ 4% ตัวเลข ณ วันนี้ต้องคำนวณใหม่ จะได้แค่ 3.7% จึงเป็นปีที่ลำบากอีกปีหนึ่ง ดีแต่ว่าได้ย้ายรายได้บางส่วนไปลงใน หุ้นกู้ระยะสั้น (แต่ก็ยังเสี่ยงเพราะลงในหุ้นกู้ระดับเก็งกำไร ซึ่งให้ดอกเบี้ย มากกว่า 5%) และหันไปศึกษากองทุนต่างประเทศโดยเฉพาะกองทุนทอง ที่น่าจะให้ผลดีในอนาคตได้....การได้ศึกษากองทุนต่างประเทศทำให้ต้องไปดูตัวเลขต่าง ๆ ศึกษา Top down ลงมา ...จึงรู้ว่าตลาดหุ้นไทยยังแพงกว่าเขา อยู่ เงินจึงไปลงทุนในต่างประเทศกัน....ปกติเเคยแต่ bottom up และลงทุนในหุ้นตัวเล็กและตัวกลาง....เลยต้องเปลี่ยนนิสัยมาสร้างความมั่นคงในด้านหุ้นกู้และกองทุนต่าง ๆ กันต่อไป เพื่อที่จะได้รักษาผลตอบแทนให้อยู่ในระดับ 5% ให้ได้ในปีนี้ นั่นคือเป้าหมายอันสูงสุดในช่วงนี้ ถึงแม้จะมีโอกาสน้อยมากทีเดียว ชีวิตต้องสู้อย่าหยุดศึกษาและเปลี่ยนแปลงไปกับโลกของเรา :D :D :D

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

Suphat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 424
Joined: Wed Jun 11, 2014 9:10 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by Suphat » Mon Feb 24, 2020 4:11 pm

สู้ๆ ครับ คุณลุงขวด


Post Reply