พวกเราอยู่กลุ่มไหน

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
User avatar
luangrit
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 376
Joined: Fri Jun 02, 2006 4:27 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by luangrit » Tue Dec 30, 2014 9:16 am

เป็นบทความที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา

ผมกดโหวตไปให้แล้ว
แต่ก็อดขอบคุณไม่ได้จริงๆครับ


Kaiser
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1155
Joined: Tue May 16, 2006 7:08 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by Kaiser » Tue Dec 30, 2014 2:55 pm

ขอบคุณลุงขวดมากครับ ปีหน้าหวังว่าจะได้พบลุงขวดอีกในวันประชุม AGM นะครับ


X-man
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 76
Joined: Tue Jun 29, 2010 4:35 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by X-man » Wed Dec 31, 2014 8:37 am

พอได้เริ่มอ่านบทความนี้ ก็รู้สึกเหมือนตอนที่เริ่มลงทุนครับ

ผมเริ่มลงทุนมาเมื่อตอนวิกฤติการเงินสหรัฐ เริ่มจากเก็งกำไรรายวัน รายเดือน แต่ผลตอบแทนก็แพ้ตลาด ตอนนี้เป็น VI น่าจะเรียกได้ว่าเต็มตัว หุ้นแต่ละตัวถือไม่น้อยกว่า 1-2 ปี บทความที่เป็นแนวคิดการลงทุนก็คือบทความของ ดร.นิเวศน์

หลังจากได้อ่านบทความต่าง ๆ มามาก นับตั้งแต่เริ่มลงทุน ผมก็รู้สึกว่า บทความหลัง ๆที่ผมอ่านนั้น ความสนใจของเนื้อหามันน้อยลงไปมากทีเดียว

ขอบคุณลุงขวดมากครับ ที่ทำให้ผมรู้สึกเสมือนหนึ่งว่า ผมกำลังเริ่มลงทุนใหม่


worawutag
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 77
Joined: Fri Jul 20, 2012 12:54 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by worawutag » Sun Jan 04, 2015 3:52 pm

ผมทําชิ้นส่วนส่งบริษัทญี่ปุ่นครับลุงขวด เเนวโน้มจะดีขึ้นครับหลังกลางปี2558ตามที่ลูกค้าประมาณการณ์ให้ เหตุก็มาจากโครงการรถคันเเรกตามที่พวกเรารู้กันครับ


Vinzy
Verified User
Posts: 569
Joined: Sat May 12, 2007 4:10 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by Vinzy » Wed Jan 07, 2015 1:54 pm

ขอบคุณลุงขวดมากครับ

"Compound interest is the most powerful force in the universe" Einstein, Albert

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Sat Mar 14, 2015 9:08 am

7. หุ้นเติบโต...นักลงทุนควรสนใจหุ้นพวกนี้เป็นพิเศษ ผมผิดพลาดในกลุ่มนี้มาก เนื่องจาก เป็นคนอายุมากแล้วชอบความมั่นคง ค่อย ๆ ไป มีปันผลในอัตราสูง....หุ้นเติบโตนี้ส่วนใหญ่จะปันผลน้อย มักเอาเงินที่ได้ไปขยายกิจการให้โตขึ้นเรื่อย ๆ และมักจะมี D/E ที่สูง (ปกติผมชอบมี D/E ที่ต่ำกว่า 1) พวกนี้เป็นกลุ่ม high risk high return....ผมตามอยู่ตัวหนึ่งมาหลายปีแล้ว หุ้นตัวนี้ผู้บริหารเก่งมาก ธุรกิจในกลุ่มนี้ผมว่าตัวนี้เลือกผลิตสินค้าที่ค่อนข้างจะลำบากหน่อย คู่แข่งมักจะเป็นผู้ผลิตต่างประเทศ เดิมผู้บริหารคนนี้ไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทฯ เป็นมืออาชีพ กองทุนต่างประเทศเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในที่สุดผู้บริหารท่านนี้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน มาซื้อหุ้นจากกองทุน และ ภายใน 2 ปี เขาสามารถที่จะจ่ายคืนสถาบันการเงินได้ และเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์ เป็นกรณีศึกษาได้เลยครับ การวางแผนให้คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ.....ปัจจุบัน ROA อยู่ในระดับ 30% ROE อยู่แถว 47%...หุ้นตัวนี้เป็นหุ้นที่ผมชอบตัวหนึ่ง และคงตามต่อไปเรื่อยๆ....เพราะเชื่อในความสามารถของผู้บริหาร.

.........................
มา update หัวข้อ พวกเราอยู่กลุ่มไหน เพื่อคนที่ไม่เคยได้อ่านมาก่อน......และจะบอกว่า หุ้น 7.หุ้นเติบโต เริ่มทำงานแล้ว ...จะให้ตกอยางไร เมื่อผู้บริหาร มี โครงการขอซื้อหุ้นคืนอีก ดังนี้
เรื่อง : ซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน
วันที่คณะกรรมการมีมติ : 28 ม.ค. 2558
จำนวนหุ้นที่ซื้อคืน(หุ้น) : 200,000,000
%ของจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 8.83
วงเงินซื้อหุ้นคืน(ล้านบาท) : 1,000.00
วิธีการในการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
Pyrostrikes
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 997
Joined: Fri Oct 19, 2012 4:54 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by Pyrostrikes » Sat Mar 14, 2015 9:52 am

เสียดายวันจันทร์ผมติดธุระ ไม่งั้นผมจะไปเยี่ยมบริษัทที่ลุงขวดกล่าวถึง :wink:
ยอมรับจริงๆ ว่า ผบห เก่งมากโดยเฉพาะความสามารถในการลงทุน

Nothing comes for free...

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Thu Apr 02, 2015 8:28 am

เมื่อวานนี้ 1/4/58 ได้มีโอกาสไปประชุม AGM 2 บริษัท ตอนเช้าได้ไปของ MCS และยินดีที่ได้เจอเพื่อน ๆ ในกลุ่ม Thaivi หลายคน ไม่คิดว่าจะได้เจอก็ได้เจอ แสดงว่า กลุ่มเราเริ่มใหญ่ขึ้น และ ชักจะมีบทบาทในการลงทุนมากขึ้น....ก็ ยินดีด้วย เพราะผมถือว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ดูหุ้นพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ใช่กลุ่มที่เล่นเก็งกำไรกันโดยไม่สนใจการเงินของบริษัทฯ เลย เหมือนเช่นกลุ่มที่ขึ้นมาในรอบปีที่แล้ว จากกิจการที่แทบจะเรียกได้ว่า ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องโดน rehab แน่นอน และส่วนมากก็มีกิจการขาดทุนมาก่อนหน้านี้ และมาเก็งกำไรกับข่าวที่บริษัทให้ ทั้ง ๆ ที่ ผลการดำเนินงานยังไม่เห็นเลย........ตรงกันข้ามกับกลุ่มพวก Thaivi ที่เลือก MCS ในการลงทุน ผมมาตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ใน MCS แล้ว หลังสุด 12/3/58 มีคนที่ผมรู้จักในกลุ่มนี้ มาลงทุนและติดชื่ออยู่ถึง มากกว่า 4 คน คงจะมีอีกหลายคนที่เข้าซื้อ แต่ไม่ติดชื่อ เพราะยังลงทุนไม่มากก็ได้......ถ้าให้ผมคิด พวกกลุ่มใหม่นี้ก็ลงทุน แถวระดับ ราคา 4-5 บาทเป็นส่วนใหญ่ ผมมีหุ้นตัวนี้อยู่ แต่ไม่ได้ตาม เพราะไม่มั่นใจในผู้บริหาร ดร ไน ยวน ซิ ว่าเขาจะวางมือเมื่อไร...ประกอบกับปัญหาของผู้ตรวจสอบบัญชี ที่เขึยนสรุปในไตรมาส 3 ปีที่แล้ว ....ถ้าใครเจาะเข้าไปในบริษัท ในช่วงนี้ก็จะประสบผลสำเร็จดังเช่น พวก Thaivi ที่ได้กระทำมา......ในการประชุม ดร ไน ยวน ซิ พูดถึงคำสรุปของผู้ตรวจสอบบัญชีเป็นเวลานาน ที เดียว ก่อนเข้าวาระการประชุม นี่แสดงถึง ความโปร่งใสของเขา ที่จะแสดงให้ผู้ถือหุ้นทราบ.....ผมยอมรับเขาครับ เขาเก่งมากทีเดียว หลายปีก่อนเขาก็มา งาน opp day บ่อย ๆ หลัง ๆ นี้ ไม่ยอมมา ผมเลยไม่ได้ตาม เลยพลาดโอกาสครับ......โดยสรุป ดู งบปี 56-57 แล้วจะเห็นว่า ไม่มีปัญหา มีเพียงยอดขายของปี 57 ที่ลดไปมากเกือบครึ่ง แต่บริษัท ก็ยังสามารถทำกำไรได้อยู่....มีบุคเวลูอยู่ที่ 4.07 บาท บริษัท มีกำไร และราคาหุ้นก็อยู่แถวเกินบุคนิดหน่อยเลง จึงเป็นสิ่งที่น่าลงทุนมากทีเดียว....ไปฟังแล้ว เขาได้ turnaround แล้วครับ มี งานในอนาคตถึง 150000 ตัน ที่จะได้และคงจะทะยอยทำไปอีก 2-3 ปี ได้...ส่วนจะได้กำไรมากเท่าไหร่ก็อยู่ที่ฝีมือในการจัดหาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนที่เข้ามาเป็นตัวแปรที่ต้องพิจารณาด้วย.....ส่วนต่อจากนี้ไปก็คงเริ่มงานได้เต็มที่อีกช่วงหนึ่ง.....ก็ยินดีกับนักลงทุน Thaivi กลุ่มนี้ด้วยนี้ ดูจากราคาหุ้น ตอนนี้ ก็ 7 บาทกว่า แล้ว ก็ ขึ้นมามากพอควร ใครจะลงทุนเพื่ออนาคตก็คำนวณกันต่อไปนะครับ ขอให้โชคดีในการลงทุนด้วย

ส่วนตอนบ่าย ผมได้มีโอกาสไปประชุมหุ้นเก่า แก่ บริษัทฯ หนึ่ง ซึ่งถือมา นานมาก ตั้งแต่ปี 2006 นี่ก็ 2015 แล้ว เป็นเวลา 9 ปี ซื้อแล้วไม่คิดจะขาย และได้ซื้อเพิ่มไปเรื่อย ๆ ในตอน3-4 ปีแรกที่ซื้อนะครับ และ ถือจนทุกวันนี้ ไม่คิดอยากจะขาย ถึงแม้ จะได้กำไร มากพอควร และไปประชุมทุกปี เห็นมีการเติบโตเรื่อย ๆ ตอนนี้เป็นรุ่นที่สองแล้วแล้ว มีคุณ พงศ์รัตน์ ซึ่งเป็นลูกของ คุณวีระ อรุณวัฒนากร เป็นผู้เข้ามาบริหารต่อ ลูกคนนี้เข้ามาช่วยเมื่ออายุ 28 ปี ตอนนี้ อายุ 33 ปีแล้ว คุณวีระ เลยค่อยปล่อยให้ลูกดูแลแทน....นี่แหละครับเป็นบริษัท ที่ผมชอบ ...ผมชอบบริษัทที่ค่อย ๆ เติบโต ไปเรื่อย ๆ มีความมั่นคงในการเงิน ผู้บริหารเป็นคนดี มีธรรมาภิบาล และ อยู่ในกิจการที่ดี กิจการทางการแพทย์นี่ผมชอบนะครับ ผมมีหุ้น โรงพยาบาลอยู่หลายตัว และ ให้ผลตอบแทนดีทีเดียว ตอนนี้ก็เริ่มสะสมหุ้นยา แต่เสียดายที่ส่วนใหญ่เป็นยาบำรุงสุขภาพมากกว่า มีบางส่วนก็ผลิตเป็นยารักษาโรคแต่ก็เป็นส่วนน้อย (แต่่เรื่องธรรมาภิบาลของผู้บริหารยังไม่ค่อนแน่ใจเท่าไหร่เท่านั้นเอง).....กลับมาดู JCT ก็ยินดีที่ได้เจอคุณคลายเครียดแห่ง เวป พันธ์ทิพย์ ยังถืออยู่ และราคาทุนถูกทีเดียว และเห็นว่ามีพี่เขยเขาถืออีกระดับแสนหุ้น สองท่านนี้ถือระดับ สิบบาทต้น ๆ ของผมแพงกว่านั้นครับ .... การถือหุ้นยาว และมีการเติบโต มีปันผลตลอดก็นับว่า เป็นการลงทุนที่ดีทีเดียว เล่ามาก็เพื่อจะให้ผู้อ่านได้คิดมาลงทุนในหุ้นที่ดี ซื้อในเวลาที่ถูกต้อง และ ถือยาว หาหุ้นแบบนี้ค่อนข้างลำบากเหมือนกัน แต่ผมก็พยายามหาอยู่เหมือนกัน :D :D :D

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
dome@perth
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4736
Joined: Fri Oct 05, 2007 1:43 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by dome@perth » Thu Apr 02, 2015 11:28 am

ขอบพระคุณลุงขวดครับ

"ไม่มีสุตรสำเร็จ ไม่มีทางลัด ไม่ใช่แค่โชค
หนทางจะได้มาซึ่ง ความมั่งคั่งอย่างถาวร
มันมาจาก ความขยัน ไขว่คว้า หาความรู้
เชื่อและตั้งมั้นในหลักการลงทุนที่ถูกต้อง
"

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Thu Apr 02, 2015 9:13 pm

เมื่อวันที่ 27/3/58 ได้ไป AGM ของบริษัท SNC ที่ ห้องประชุม โรงงานของเขาที่ บางพลี ทางบริษัท จัดรถตู้มารับผู้ถือหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ การจัดประชุมปีนี้เร็วกว่า ก่อน ๆ สัก 1 อาทิตย์ได้ นับว่าดีมากเลย บริษัท ที่ดี มักจะจัด ก่อนเขาเพราะต้องการให้ผู้ถือหุ้นได้ไปประชุมกันมาก ๆ เกือบ 90 % ของบริษัทต่าง ๆ มันจะจัดประชุม ในช่วง 2 อาทิตย์สุดท้ายของเดือนเมษา กัน ซึ่งผู้ถือหุ้นต้องเลือกว่าอยากจะไปบริษัทฯ ไหนกัน บางทีก็มักจะชนกัน ... นี่ก็มักแสดงถึงการเอาใจใส่ของผู้บริหารที่มีธรรมาภิบาลที่ดี .... บริษัท SNC ผมถือหุ้นมานาน ตั้งแต่ปี 2548 นี่ก็เข้าไปเป็นปีที่ 10 แล้วที่ถือหุ้นของเขามา ชอบในการบริหารงานของ ดร สมชัย ที่มีความสามารถดี เป็นคนเก่งคนหนึ่ง จนตอนนี้ได้รับเลือกให้เข้ามาเป็นกรรมการของตลาดหลักทรัพย์ มาช่วยพัฒนาตลาดคนหนึ่ง....บริษัทเขาโตขึ้นมาเรื่อย ๆ ผมคิดว่า เขามาพลาดตอนที่ไปลงทุนบริษัทย่อยต่าง ๆ มากเกินไป และ บางส่วนก็อยู่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ซึ่งช่วงนี้ถดถอยลงไป เขาคาดว่า บริษัทใหม่ ๆ ที่เขาลงทุนจะให้ผลตอบแทนกลับมาเร็ว แต่ก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เลยทำให้ต้องใช้เวลานานเกินไป....จากราคาหุ้นที่ ได้ขึ้นสูงที่ 32 บาท ในปี 2554 ก็เริ่มลงมาเรื่อย ๆ จากปี 2555 จนถึงปัจจุบันนี้ ที่มีราคา แถว 15.20 บาท (ต่ำสุด 13.80 บาท)....การที่หุ้นลงก็เนื่องจาก ก็เพราะการลงทุนไป ยังไม่เห็นผล บางบริษัท ก็ ยังขาดทุนอยู่ บางบริษัทก็อยู่ในช่วงเท่าทุน และบางบริษัทฯ ก็ เริ่มให้กำไรได้เห็นแล้ว......ผมมาผิดพลาดที่ตอนราคาหุ้นที่ขึ้นไปสูง ๆ ก็ น่าจะขายออกไปก่อน เพราะผมเชื่อในความสามารถของ ดร สมชัย ที่จะทำให้บริษัท ต่าง ๆ ที่ลงทุนไป ให้ผลกำไรภายใน 2 ปี แต่ก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เลยทำให้ราคาหุ้นตกลงมาเรื่อย ๆ ค่าใช้จ่ายในบริษัทฯ ที่ลงทุนไป มีผลทำให้กำไรบริษัท ลดลง ราคาหุ้นก็เลยลงตาม.....ผมเชื่อว่า ปี 2558 นี่จะเริ่มค่อย ๆ ดีขึ้น จากการไป AGM มีการคุยถึงผลประกอบการว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เขาก็สรุปว่า ที่ลงทุนไปเริ่มค่อย ๆ เห็นผล โดยบริษัทฯ ที่จะฉุดอยู่ก็คือบริษัท ที่จะผลิตอลูมิเนียมสำหรับเครื่องปรับอากาศ ตอนนี้ผ่านการทดสอบคุณภาพแล้ว รอแต่ว่าลูกค้าจะให้ใบสั่งซื้อเมื่อไรเท่านั้นเอง...ถ้ามีใบสั่งซื้อก็จะทำบริษัทนี้เริ่มผลิตและคงถึงจุดคุ้มคงก็คงปีหน้า...ส่วนอีกบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ก็น่าจะคุ้มทุนได้ในปีนี้.....รายละเอียดเขาก็จะมาให้ข้อมูลแก่นักลงทุนในงาน opp day ซึ่งมักจะมาในวันแรก เสียด้วย นี่แหละครับ ที่ผมชอบบริษัทฯ เขาและรักบริษัทเขา เลยไม่ได้ขายทำกำไรไปก่อน ถ้าเราเลือกบริษัทที่ดี และ ถืออยู่ ก็ ต้องอดทน รอผลงานที่จะค่อย ๆ ดีขึ้น ที่สุดราคาหุ้นก็ต้องไปเอง..... รอและอดทนครับสำหรับผู้ที่ถือหุ้นนี้ :D :D :D

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

dsdumrong
Verified User
Posts: 530
Joined: Tue Jul 13, 2010 11:32 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by dsdumrong » Sun Apr 05, 2015 3:41 pm

:B


User avatar
บูรพาไม่แพ้
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2536
Joined: Sat Mar 06, 2010 11:03 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by บูรพาไม่แพ้ » Sun Apr 05, 2015 5:14 pm

ขอขอบพระคุณมากครับ


User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Mon Apr 20, 2015 1:22 pm

เช้านี้ 20/4/58 ไป AGM ของ fancy มา ทั้ง ๆ ที่ ไม่มีหุ้นเหลืออยู่ ก็ขอรับมอบอำนาจจากเพื่อนที่มีหุ้นอยู่.... ในวาระต่าง ๆ ก็ ไปได้ด้วยดี ผู้บริหารคือ คุณวิชัย ตอบคำถามได้ดี มีผู้ไปประชุม่และมอบอำนาจรวมกัน แค่ สี่สิบกว่าคนเอง ได้จำนวนหุ้นแค่ 52% แสดงว่า ผู้ถือหุ้นไม่ค่อยมีคนสนใจตัวนี้เท่าไหร่....กิจการปี 57 รายได้ 564 ล้าน (ได้จากรายได้อื่น ๆ 157 ล้าน นี่เป็นรายได้ของการขายทรัพย์สิน) สุดท้ายทำให้บริษัท มีกำไร 19.25 ล้่านตามที่ทราบกันอยู่แล้ว .. มีการถามถึงผู้ถือหุ้นรายใหม่ 2 ราย ว่าเคยติดต่อกับบริษัท มาก่อน หรือ ไม่ .. ทางคุณวิชัยตอบว่า ไม่เคย ทราบมาก่อน ไม่เคยติดต่อมากก่อน .... ตอนลงทะเบียนผมก็ถามว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 2 รายที่พึ่งซื้อหุ้นที่ราคา 3.50 บาท มาประชุมหรือเปล่า เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่มา มีแต่มอบอำนาจให้คนอื่น มาแทน...เลยไม่มีโอกาสคุยกับเขาเลย......สรุปแล้วสำหรับปี 2558 จะมีการเติบโตของ Bionboard เพราะเขาได้ไปติดต่อกับผู้ผลิตสินค้าเดียวกัน ที่มีงานล้นมือ เครื่องจักรเขามี 3 เครื่อง เหมือนกันทาง fancy ซึ่งมี 2 เครื่อง เป็น บริษัทชื่อ EGGER อยู่ในออสเตรีย ส่งไปขายในยุโรป และ รัสเซีย ทำงานกัน 3 กละ มีการผลิตไม่ทัน.....ทาง fancy จึงไปขอร่วมกับเขาคงขอแบ่ง orders มาผลิตในไทย คุณภาพของ fancy ที่ ทำ ได้ ... ทางคุณวิชัยว่า ได้ผ่านการทดสอบแล้ว และ ดีกว่าของทางยุโรป ทำเสียอีก......ส่วนเรื่องกิจการผลิตไม้ท่อนที่ส่งไปทางจีนมีการน้อยลง เพราะลูกค้าลดการสั่งซื้อ ทางคุณวิชัยว่า ส่วนนี้ยังต้องพยายามเพิ่มกำลังผลิต ให้มากขึ้น เพราะเห็นว่ามีเครื่องจักร 80 ตัวใช้แค่ 40 ตัว มีเตาอบ 100 ตัวใช้แค่ 50-60 ตัวเอง ต้องไปหาลูกค้าเพิ่มและผลิตให้ได้เพิ่ม แต่ก็ยังไม่รับปากว่าจะทำได้ไหม......สรุปแล้วต้องพึ่งการขาย bionboard ว่าจะได้ไหม เขาคุยว่า ชนิดนี้มีทาง fancy ทำได้คนเดียว เป็นชนิดบาง กว่า ปกติ มีการกันน้ำได้ดี แต่มีราคาแพงหน่อย.....เรื่องสนามกอล์ฟ ก็ ได้เพิ่มขยาย club house ใช้เงินไป 7-8 ล้านบาท ทำให้สวยมากขึ้น มีการโฆษณาให้คนแถว ๆ นั้นมาใช้บริการกัน แต่ก่อน ก็แค่ระยะ 5-6 ไมล์ ตอนนี้อยากได้ลูกค้าที่ไกลขึ้นสัก 15 ไมล์มาใช้บริการ ผมว่าส่วนนี้ยังขาดทุนอยู่ เพียงแต่ว่า ได้ซื้อทรัพย์สินที่ราคาถูกไว้เท่านั้นเอง....ใครสนใจจะลงทุนก็รอดูผลประกอบการที่จะประกาศออกมาก่อนดีกว่า ส่วนผมขอรอไปก่อนครับ :D :) :)

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Tue Apr 21, 2015 7:39 pm

วันนี้ 21/4 ช่วงเช้าไป AGM ของ หุ้น SST หุ้นที่ผมลงทุนมานานพอควร ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกลุ่มอาหาร โดยสรุป จากการที่มีสาขา 329 แห่ง ปี 2557 เป็นรวม 372 แห่งแล้ว แสดงว่า มีการเพิ่มสาขาของร้านอาหารได้มากพอควร ทั้ง Au Bon Pain และ กลุ่ม่ของ Greyhound มีการเติบโตได้ดี Greyhound จะไปเปิดสาขาต่างประเทศที่มาเลเซียอีก ส่วนกิจการเดิมคลังเอกสารและคลังสินค้าก็โตขึ้น เขาชอบคลังเอกสารมากกว่า เพราะลงทุนแล้วได้รายได้มั่นคงและยาวไปเรื่อยๆ ...สิ่งที่ผมชอบของบริษัทนี้คือ มีที่ดิน 35 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะคิดว่าน่าจะมีมูลค่าสูงพอควร ปีใหม่นี้คงยังไม่มีการขายคลังสินค้าเข้ากองทุน จึงคิดว่า น่าจะมีกำไรแต่คงไม่มาก ลุ้นขอให้มีการกำไรก็พอใจแล้ว...เป็นหุ้นดีที่ผมคงถือยาวไปเรื่อย ๆ รอดูกิจการอาหารว่าจะเติบโตอย่างไร เขาคุยถึงว่าตอนวิกฤตเศรษฐกิจ กิจการด้านอาหารก็ไม่สะเทือนเท่าไหร่ หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับ 1.05 เท่า ก็ พอจะรับได้ เขาคงจ่ายปันผลเป็นหุ้นไปสักระยะหนึ่ง ส่วนจะเพิ่มทุนหรือไม่ก็จะพิจารณาถ้ามีโอกาสเห็นกิจการดีดี ก็ อาจจะซื้อและเพิ่มทุนภายหลังเพราะ มีการขอ การเพิ่มทุนแบบ general mandate เพื่อไว้ ปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้วที่ขอเพิ่มในจุดนี้แต่ก็ยังไม่ได้ใช้สักที ถ้ามีการใช้ก็่จะพิจารณาให้ผู้ถือหุ้นเดิมได้ประโยชน์มากที่สุด

ส่วนตอนบ่ายก็ไป AGM ของ หุ้น AYUD ซึ่งในปี 57 ธุรกิจประกันภัยโต 1% แต่ทาง Ayud สามารถจะโตได้ถึง 3.3% และเขาว่า ทาง คปภ คาดว่า ปี 58 ประกันภัยจะโต 9% ทาง Ayud ก็คุยว่าจะทำให้มากกว่าที่ทาง คปภ คาดการไว้ ... จุดนี้ ผมว่า การคาดการที่ว่าจะโต 9% ผมว่าน่าจะลำบาก ไม่น่าจะได้เห็น เพราะทาง Ayud ก็ว่า ใน 3 เดือนแรก ธุรกิจประกันภัยนี้แทบจะไม่โตเลย...ผมเคยทราบว่า ธุรกิจประกันภัยโดยรวมแล้ว ถ้าโตเป็น 2 เท่าของ GDP ก็ลองต้องติดตามกันต่อไป แต่ธุรกิจของ Ayud นี่ดี เพราะ มีธุรกิจด้านประกันชีวิต รวมอยู่ด้วย เพราะมีถือหุ้นใน อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต อยู่ 20% ตัวนี้ ส่วนกำไรสะสมอยู่ถึง 4000 ล้าน ฉะนั้นทาง Ayud ก็มีส่วนอยู่ถึง 800 ล้านบาททีเดียว และรายได้ทางด้านประกันชีวิตจะโตทุกปี ปีนี้ก็น่าจะโตกว่าสัก 12% ...ส่วนธุรกิจประกันภัย เขาก็คุยว่า มีพวกประกันไฟ ประกันสินค้า มากพอควร เลือกพวกที่ให้กำไรมาก ๆ ไว้ .... ปี 57 ให้ปันผล รวม 2.50 บาท เพราะมีรายได้จากการขายหุ้นของ sunrise ที่ลงทุนไว้นานแล้ว ส่วนในปี 58 นี้ เขาคาดและพยายามจะให้ได้ปันผลแถว 2 บาท เป็นอย่างต่ำ ... ใครมีอยู่ก็ถือและรอปันผลไป กิจการมั่นคงดีครับ ถือกันต่อไปได้ไม่น่ามีปัญหาอะไร

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

Rakkiat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 348
Joined: Thu Jan 15, 2009 6:14 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by Rakkiat » Wed Apr 22, 2015 1:02 pm

ขอบพระคุณลุงขวดครับ อ่านแล้วน่าติดตามมากและได้สรุปสาระความรู้ที่ดีมากครับ :P


User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Wed Apr 22, 2015 7:58 pm

เช้านี้ 22/4/58 ได้ไปประชุมของหุ้น TIC มีนักลงทุนไปกันมากพอควร เพราะที่นี่ประชุมจะเริ่ม 11 น. เมื่อเสร็จแล้วก็มีอาหารกลางวันเลี้ยง นักลงทุนคงสนใจ...เพราะที่อื่น ๆ ส่วนใหญ่จะแจกเป็น snack box ซึ่งไม่ค่อยจะอิ่มนัก...สรุปกิจการปี 57 นั้นขาดทุนการรับประกันภัย เป็นเงิน 26.7 ล้านบาท มาได้ส่วนของรายได้จากการลงทุน กำไรจากเงินลงทุน ทำให้บรรทัดสุดท้าย มีกำไรสุทธิหลังภาษีเงินได้ เป็นเงิน 46.7 ล้านบาท ปี 56 ทำได้ดีกว่าคือกำไร 58.9 ล้านบาท....ส่วนที่ขาดทุนในด้านการรับประกันภัยเพราะมีการโฆษณา ให้รู้จัก "พี่ช้าง" ที่ใช้เงินถึง 80 ล้านบาท.....ซึ่งถือว่ามากพอควร และในปีใหม่นี้ก็จะใช้งบโฆษณาเพื่อกระตุ้นในรู้จัก "พี่ช้าง" ต่อไปแต่จะใช้งบแค่ 5 ล้านบาทเอง นั่นหมายถึง เขาคงคิดว่า ต้องประหยัดลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเพื่อการอยู่รอดและให้กำไรเพิ่มในปีใหม่นี้มากขึ้น...ธุรกิจต่าง ๆ ในปีนี้ยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ ...ธุรกิจประกันภัยของเขาในปี 57 โตแค่ 1.07% เอง เขาว่าต่ำสุดในรอบ 15 ปี....แล้วปีนี้จะเป็นอย่างไร เขาไม่ได้คาดการและอธิบายเท่าไหร่ เพียงแต่บอกว่า ที่ผ่านมา สองสามเดือนนี้ ก็ยังไม่ดีเท่าไหร่ ตอบเหมือนกับทาง ayud เลย แล้วเราจะคาดหวังอะไรกับธุรกิจประกันภัยครับ ทาง TIC บอก ว่า combined ratio ของเขา 114% ซึ่งนับว่าสูงพอควร อัตราส่วนนี้ยิ่งน้อยยิ่งดี .... สรุปได้ว่า ของ AYUD น่าสนใจกว่า แถมมีธุรกิจประกันชีวิตอยู่ในนั้นด้วย...ผมเลยคิดเพิ่มการลงทุนของ AYUD และลดการลงทุน TIC ครับ :D :D :D

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

TemImm
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 77
Joined: Fri Apr 13, 2007 11:44 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by TemImm » Wed Apr 22, 2015 10:33 pm

ลุงขวดไม่สนใจ tip กับ mti บ้างเหรอครับ


User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Fri Apr 24, 2015 7:27 pm

TemImm wrote:ลุงขวดไม่สนใจ tip กับ mti บ้างเหรอครับ
สนใจครับ แต่ไม่มีเงินซื้อแล้วครับ :oops: :oops: :oops:

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2622
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by vim » Fri Apr 24, 2015 7:56 pm

ลุงขวดครับ ลุงขวดช่วยอธิบายได้ไหมครับว่าทำไมลุงขวดมองอย่างไรถึงสนใจบริษัทประกันขนาดกลางและขนาดเล็ก

ผมคิดว่าธุรกิจประกันภัยนั้นเป็นธุรกิจที่รายใหญ่ค่อนข้างได้เปรียบ เพราะเกิดความประหยัดเชิงขนาด (Economy of Scale) เมื่อเบี้ยรับเยอะขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานกับค่าใช้จ่ายอื่นๆนั้นสามารถแชร์กันได้ ซึ่งทำให้บริษัทมักได้กำไรจากการประกัน ตรงนี้สะท้อนจาก combined ratio ที่ค่อนข้างต่ำ

ในขณะที่บริษัทประกันขนาดเล็กนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูง ตัวธุรกิจประกันถ้าทำตรงๆจะไม่กำไร บริษัทเลยต้องไปหาทางทำกำไรทางอื่น เช่นบางเจ้านำเงินไปลงทุนได้กำไรดี บางเจ้าเป็นเจ้าของที่ดินเจ้าของตึกให้เช่า บางเจ้าก็ไปเจาะตลาดเฉพาะขนาดเล็กที่รายใหญ่ไม่ค่อยมาเจาะกัน บางรายหันไปทำตลาดรับประกันภัยต่อจากบริษัทใหญ่

บริษัทขนาดเล็กเหล่านี้ ทุกบริษัทมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไปหมด ผมเลยไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไร ที่ผ่านมาเลยเป็นมวยวัด ลองถูกลองผิดไป

ผมยังค่อนข้างใหม่และยังคิดไม่ตกผลึก ไม่เข้าใจว่าจุดชี้เป็นชี้ตายของบริษัทประกันขนาดเล็กนั้น นักลงทุนต้องดูยังไง ลุงขวดช่วยชี้เคล็ดวิชาได้ไหมครับ

Vi IMrovised

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Fri Apr 24, 2015 8:25 pm

เมื่อวันที่ 23/4 ได้เดินทางไป AGM หุ้น TPA....หุ้นตัวนี้เป็นหุ้นที่ผมลงทุนผิดพลาดมากทีเดียว เพราะไม่ได้เจาะลึกในงบดุล ดูแต่ตัวเลขตัวสุดท้ายที่เกิดขึ้น...หุ้นตัวนี้ในปี 2555 ใน Q1 กำไรสุทธิ 35.3 ล้านบาท และ ใน Q2 กำไรสุทธิ 33.2 ล้านบาท.....ซึ่งแต่ก่อน ๆ ผมดูแล้วปีที่ผ่าน ๆ มาเฉลี่ยได้กำไรปีละ 40 ล้านบาท.....มาเจอแบบนี้แล้ว แค่ไตรมาสเดียวก็กำไรเกือบทั้งปีแล้ว ก็เริ่มซื้อเลย...แถมไตรมาสที่ 2 ก็ดีเช่นกัน รวม 2 ไตรมาส่ก็ปาเข้าปี 68.5 ล้านแล้ว ฉะนั้นปี 55 จะเป็นปีที่เขากำไรสูงสุดและมากเสียด้วย เลยซื้อต่อ สะสมจนมากทีเดียว ....จากนั้นแต่ละไตรมาสก็เริ่มตกลงมาเรื่อย ๆ ไม่เคยเห็นจะทำกำไรได้เท่ากับ 30 กว่าล้านเลย ปีนั้นเขาทำกำไรได้ รวม 103.43 ล้าน....ที่สุดก็มาดูยอดขาย เขาไม่ขยับเลย สิ่งที่ทำให้กำไรสูงในสองไตรมาสเกิดจากต้นทุนที่ถูกลง (ราคาน้ำยาเคมีลดลงมาก) เท่านั้นเอง.....ต่อมา ปี 56 กำไรทั้งปีก็แค่ 33.42 ล้าน และ ที่สุด ปี 57 กำไรได้ 31.42 ล้าน...นับว่าแย่มาก....ขอให้กำไรปีละสัก 40 ล้านก็พอใจแล้ว งบการเงินเขาดีพอควร ไม่มีปัญหา ปัญหาตอนนี้เขากลัวเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำลง..ทำให้ลูกค้าลดการสั่งซื้อ เขาต้องหาลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น พยายามขายต่างประเทศให้มากขึ้น ก็ต้องดูความสามารถของเขา....ส่วนดีของเขาเขาว่าอยู่เครือของบริษัทที่ดี เขาชื่นชมใน Mitsubishi Rayon ที่คอยสนับสนุนเขาอยู่...ตอนนี้ขอให้คุณสุจิตร ผู้ซึ่งเป็นกรรมกรบริษัทฯ หยุดทางด้านบริหารไป 2 ปี กลับมาช่วยในด้านบริหารได้อย่างเต็มมืออีกที ผู้นี้เคยเป็นกรรมการผู้จัดการมาตั้งแต่ปี 2536 ถึง มค 2556 ....ตอนนี้กลับมาจัดการใหม่อีกคงดีขึ้นเป็นแน่ ส่วนกรรมการผู้จัดการคนปัจจุบันก็คงอยู่ไว้ เพราะเขาพึ่งเข้ามี ปี 2556 ถึงปัจจุบัน มีแนวคิดและความคิดดีหลายอย่าง ผมเลยคิดว่า ตอนนี้น่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว รอค่อย ๆ ขยับขึ้นได้แล้ว....ในวาระอื่น ๆ ผมถามถึงที่ดินเวลโกที่ไม่ได้ทำอะไร เขาขอไม่พูดถึงเรื่องนี้ รอแจ้งตลาดก่อน แสดงว่า มีการพิจารณาขายไปเป็นแน่เลย...ผมขอให้กรรมการอิสระดู 3 เรื่อง คือ 1.ขอให้ payout ratio กลับไปแถว กว่า 80% ปีก่อนจ่าย 90.9% (ปีนี้เขาจ่ายแค่ 77 %เอง) 2.ดูเรื่องที่ดินเวลโก ว่าควรขายออกได้แล้วเพราะไม่ได้ทำประโยชน์อะไร 3.ดูเรื่องการซื้อวัตถุดิบจากในกลุ่มของเขาว่าไม่ให้ราคาแพงเกินไป.....เขาเป็นบริษัท ที่ดีครับ คงไม่ทำให้กิจการขาดทุนเป็นแน่..แต่ปัญหาของผมคือซื้อไว้ราคาแพง ตอนนี้ขาดทุนระดับ 32% เมื่อไหร่ใครจะมาลากราคาให้ผมหลุดหนอ.... :oops: :oops: :oops:

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Sat Apr 25, 2015 9:32 am

เมื่อวานนี้ 24/4/58 ได้ไปประชุมของหุ้น ARROW หุ้นที่ผมพบในงาน MAI forum 2014 และเกิดความสนใจ จึงกลับมาดูงบและเห็นการเติบโตที่ดีและสม่ำเสมอ จึงตัดสินใจลงทุน....เขาเป็นผู้ผลิตสินค้าที่ใช้ในโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ในระบบไฟฟ้า ที่ดีที่ซ่อนอยู่ในผลิตภัณท์ของเขาคือส่วนของผลิตท่อในการทำพื้นให้แข็งแรงโดยใช้คานหรือเสาน้อยลงซึ่งการก่อสร้างวิธีนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (post-tension) ซึ่งกำลังผลิตของเขาใช้เพิ่มทุกปี 3070 ตัน เป็น 4100 ตัน และ 4700 ตัน ปีใหม่นี้จะเพิ่ม 20% ก็จะได้ 5600 ตัน อัตราการใช้ 96% เขาสามารถผลิตได้ถูกกว่าเจ้าของโครงการที่ผลิตอยู่ แต่ก่อนมักใช้ในตึกสูง ๆ แต่ตอนนี้ตึกเตี้ย ๆ ก็ เริ่มหันมานิยมวิธีนี้มากขึ้น การสร้างถนน สะพาน ก็ใช้พวกนี้มากขึ้นเช่นกัน.....เป็นตัวเอกที่เขาผลิต รองจาก ส่วนท่อร้อยสายไฟ

ท่อร้อยสายไฟเขาครองตลาดในอันดับหนึ่งกว่า 60% ใช้ยี่ห้อของเขา ..ยอดขายของท่อร้อยสายไฟ 519 -555- 648 ล้านบาท (ปี 55-56-57)....ส่วนยอดขายของท่อสำหรับงานก่อสร้าง (post-tension) 149-215-250 ล้านบาท......ในวาระ4 หุ้นปันผล....ผมถามถึงการปันผลเป็นหุ้น 8 ต่อ 1 และมีการออกหุ้นเพิ่มทุน 8 ต่อ 1 อีก ทำให้ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมไม่ ออกหุ้นปันผลเลยทีเดียวเป็น 4 ต่อ 1 ซึ่งจะให้ผลเท่ากัน ทำไมถึงต้องทำ 2 ขั้นตอน......ที่สุดก็เข้าใจแล้ว เพราะ ต้องดูจากงบเดี่ยว และ ต้องดูกำไรสะสมที่มีอยู่ 101 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ปันผลระหว่างกาลมาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 รวมปันผลที่จะให้ เป็น 93 ล้านแล้ว ....จึงไม่มีเงินเหลือพอที่จะให้อีก....จึงต้องออกมาเป็นปันผลหุ้น 8 ต่อ 1.....จากนั้นก็จะเพิ่มทุนให้ RO ที่ 8 ต่อ 1 ในราคา 1 บาท อีกตอนหนึ่งเพื่อเก็บเงินส่วนนี้ไปทำการผลิตท่อร้อยสายไฟลงใต้ดิน RTRC ที่ต้องมีการใช้อีกมากทีเดียว เพราะ นโยบายการไฟฟ้าจะเอาสายไฟฟ้าลงดินทั่วกรุงเทพฯ ตอนนี้ก็เริ่มปิดถนนสุขุมวิทซอย 24 เพื่อทำระบบสายไฟฟ้าใต้ดินแล้ว .... ในที่ประชุมไม่มีใครถามอะไรเลย มีนักลงทุนเพิ่มมากกว่าปีก่อน ๆ แสดงว่า มีผู้สนใจมากขึ้นทีเดียว .... เขาทำการปิดประชุม โดยไม่มีผู้ถามคำถามเลย....สงสัยคนส่วนใหญ่จะคุยนอกรอบไปแล้วหรือไม่ก็เข้าใจกิจการของเขาดีแล้ว แต่ที่ดีคือหลังปิดประชุม เขาก็เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนถามแบบ off record ผมเลยถือโอกาสนี้ คุยกับเขาและให้นักลงทุนที่มาประชุมได้ทราบด้วย ผมกล่าวขอบคุณคณะกรรมการบริหารที่ไม่เอาเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนคณะกรรมการ(ให้เฉพาะกรรมการอิสระ) ซึ่งนับว่า ดีมากทีเดียว ... ผมคุยถึง การลงทุนใน Mega-S ที่ลงทุน 6.5 ล้านบาทเอง บริษัทนี้มี webside และมี face book ที่ดีมาก มีงานในมือและมีผลงานมากทีเดียว....เขาตอบว่าบริษัทนี้ดี มีงานอยู่กว่า 40 ล้านบาท เป็นการสนับสนุนผู้รับเหมาที่ซื้อสินค้าเขาและเป็นคนดีที่อยากจะขยายงานให้โตไปเรื่อย ๆ นับว่าถูกทางแล้ว....สำหรับปี 2558 ก็คงจะทำให้กิจการโตได้อีก 20% เป้าหมายยอดขายที่ 1200 ล้านบาท คิดว่าคงไม่พลาดเป้า.....เขาบอกงานขายส่วนเพิ่มของ ไบเทค นี่เขาก็ได้ส่วนของท่อร้อยสายไฟด้วย ผมมาประชุมโดยนั่งรถไฟฟ้า BTS ก็เห็นข้าง ๆ เขากำลังก่อสร้างโครงการนี้อยู่..... อนาคตคงมีคนมาใช้ห้องประชุมของไบเทคมากขึ้นเป็นแน่ ......ผมมานั่งคำนวณและคิดว่า เขาคงทำได้นะ 1200 ล้่าน ถ้าไม่มีการชะลอตัวของโครงการต่าง ๆ ครับ ....อีกเรื่อง เขาจะพาไปชมโรงงานในส่วนของการผลิตท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน RTRC คาดว่าคงช่วง Q3 หรือ Q4 ปีนี้.....และเขาสัญญาว่าจะมา opp day ให้ข้อมูลปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้พวกเราได้เห็นการพัฒนาของเขา....ขอให้โชคดีในการลงทุนสำหรับหุ้นตัวนี้นะครับ ผมคงถือยาวไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่เขายังมีการเติบโตอยู่ :D :D :D

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Mon Apr 27, 2015 7:41 pm

บ่ายนี้ 27/4 ไป AGM ของ บริษัท TMD ที่ทำถังโลหะ ใส่ เคมี...ใส่น้ำยางพารา และ ใส่น้ำมันเครื่องเป็นส่วนใหญ่ มีกิจการย่อยเป็นบริษัท ทำ ขวดพลาสติคขวด PET ....เป็นบริษัทเก่า แก่ มีธรรมาภิบาลดี....พยายามรักษายอดขายและกำไรในระดับพอใช้ได้ มีการปันผลสม่ำเสมอ ผมถือมาเป็นเวลารวมสิบปีได้...ไปประชุมแทบทุกปี ถ้ามีโอกาส เพราะอยากจะไปเจอ ท่านรองประธานกรรมการ คือ คุณสุจินต์ หวั่งหลี เพราะเคารพ ท่านมาก เนื่องจากท่านเป็นประธานหุ้นนวกิจประกันภัย ที่ผมซื้อเก็บตอนวิกฤตและไปประชุมจนรู้จักกับท่าน ท่านมีความรู้เรื่องประกันภัยเป็นอย่างดี...ผมเจอท่านและได้คุยกับกับท่าน ไม่คุยถึงหุ้น TMD แต่กลับไปคุยเรื่องบริษัทประกัน ขอบคุณครับที่บริหารนวกิจกิจประกันภัยได้อยู่รอดและปันผลให้ดีแถมบางส่วนปันผลเป็นหุ้นปันผลให้ด้วย ท่านว่าปีหน้าก็คงมีหุ้นปันผลให้เหมือนเดิม

ผม่ถามถึง THREL ว่าทาง THRE จะขายส่วนที่ถือครอง THREL อีกไหม ท่านบอกว่าลดอัตราส่วนถือครอง 25% ก็พอแล้ว คงไม่ขายออกมาแล้ว....ที่ถามถึง THREL เพราะผมติดหุ้นตัวนี้อยู่ที่ 15 บาท ชอบในกิจการประกันชีวิต เลยซื้อเพิ่มเรื่อย ๆ จนค่าเฉลี่ยวิ่งไปที่ 15 บาท...(มีทุนที่ IPO 9.50 ด้วยแต่ได้มาไม่มาก)..หุ้นลงทุนถือยาวไม่คิดจะขาย โดยรวมแล้วผมถือกลุ่มประกันมากที่สุด ส่วนใหญ่จะไม่มีสภาพคล่องแต่ให้ปันผลในระดับที่พอใจได้....ส่วน THRE ปีนี้คงมีกำไร จากที่ขาดทุนอยู่แต่จะได้กำไรจากการขายหุ้น THREL ออกมา...ในร้อยคนร้อยหุ้นวิเคราะห์หุ้น THRE และ THREL ได้เก่งมากทีเดียว

แฮะ ๆ ไปประชุมหุ้น TMD แต่ดันไปหาความรู้เรื่องประกัน.....ทางด้าน TMD ว่า ปี 2558 ปีนี้คงโตได้เพียง 5% แต่ไตรมาสแรกโต 10%....กิจการบริษัทย่อยที่ทำขวด PET มีการขยายออกไป 3 ลูกค้า เดิมมีลูกค้าเดียว ตอนนี้เพิ่มอีก 2 ราย เอาเครื่องจักรไปตั้งที่โรงงานของลูกค้าเลย ประหยัดการขนส่ง....รายได้อีกส่วนที่ได้จาก ค่าเช่าในตึกสำนักงาน ตอนนี้มีคนเช่าเต็มแล้ว ด้านนี้คงไม่ขยายแล้ว.....นับว่าเป็นหุ้นปันผลดี มีปันผลทุกปี กิจการปานกลาง มีธรรมาภิบาลดีครับ ก็คงถือรับปันผลไปทุกปี....แถมที่ประชุมมักจัดประชุมที่ Montien Riverside Hotel มี boot อาหารให้ทาน 3 อย่าง คือ 1.ข้าวมันไก่ ของมีชื่อของโรงแรมนี้....2.ข้าวหมูแดง หมูกรอบ และ 3.ก้วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น....อร่อย ๆ ทั้งนั้น ใครถือหุ้นก็อย่าลืมไปประชุมด้วย ผมคงถือไปเรื่อย ๆ ยังไม่คิดจะขายเลย :D :D :D

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Wed Apr 29, 2015 8:17 am

เมื่อวาน 28/4 ตอนเช้าไปประชุมใหญ่ LTX ...หุ้นที่ผมถือยาวกว่า 10 ปี รับปันผลปีละ 2.50 บาท (จ่าย 1.25 บาท 2 ครั้ง)....สิ่งที่ผมสนใจเมื่อกว่า 10 ปี เพราะได้ชมโรงงานและพบว่า การตีราคาที่ดินที่โรงงาน 3 แห่งนั้นถูกมาก เลยคงมีค่าซ่อนเร้นอยู่ ASSET PLAY ดูการปันผลแล้วก็สม่ำเสมอทุกปี มีปีนึงบริษัทขาดทุนนานทีเดียวจำไม่ได้แล้วว่าปีไหน เขาก็ปันผลให้ตามนโยบาย ... ต่อมาก็มีกำไรทุกปี มีกำไรเรื่อย ๆ จนปีหนึ่งมีกำไรมากทีเดียว ผมขอเขาปันผลเพิ่มก็ไม่ยอมรับ ปันผลเท่าเดิม....ใจผมอยากให้ปันผลตามอัตราส่วนของกำไรที่ได้ เขาเคยยึดแถวปันผลมากกว่า 30% ของกำไร ฉะนั้นปีนั้นที่กำไรมากอัตราส่วนปันผลจึงต่ำกว่า 30% ผมเลยโจมตีจุดนี้ ที่สุดเขาก็ตัดนโยบายปันผลไม่คิดเป็น เปอร์เซ็นต์ไปเลย

กิจการเขาดีขึ้นเพราะได้เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเป็นอุตสาหกรรมรถยนต์คือทำ airbag ที่ประชุมมีการแสดงแผนงานที่จะเติบโตไปเรื่อย ๆ ขยายกำลังผลิตเพิ่มเครื่องจักรของส่วน airbag ตลอดตอนนี้มี 251 เครื่องแล้ว ในที่ประชุมก็มีคนเห็นว่า โรงงาน 1 ที่ สุขสวัสดิ์ที่ดินดีมากติดถนน 105 ไร่ เลยอยากให้ขายส่วนนี้ออกไป แล้วย้ายโรงงานเข้าไปในนิคมที่อื่น นี่แหละเป็นส่วนที่เรื่อง asset play ที่ผมรอคอยมากว่า 10 ปี แต่ยังไม่เกิดผลอะไร เขาคงไม่ทำง่าย ๆ นอกเสียจากให้ทางรัฐ หรือ กทม จัดการสั่งให้ยุติงานในส่วนนี้เพราะอยู่ในชุมนุมชนซึ่งก่อปัญหาเครื่องน้ำเสียและสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ใช่เครื่องง่าย แต่ถ้าเขาขายอีกประเด็นคือเขาจะมาจ่ายกำไรในส่วนนี้หรือ ซึ่งก็ไม่ใช่ง่ายเหมือนกัน เรื่องนี้เลยเป็นสิ่งที่ผิดพลาดในการลงทุนถ้ายึดเอา asset play ด้านนี้....สิ่งดีอย่างเดียวที่ได้จากบริษัทนี้คือเงินปันผลเท่านั้น ... ผมพูดในที่ประชุมต่อว่าเขา และ คณะกรรมการ ว่า พวกผู้บริหารและคณะกรรมการต่างขอเพิ่มเงินเดือนและค่าตอบแทน....แต่ผู้ถือหุ้นละ ได้เพิ่มอะไร ไม่ได้ครับ ได้เท่าเก่าคือปันผล ปีละ 2.50 บาท มากว่า 10 ปีแล้ว....ผมเลยลงมติไม่เห็นด้วยที่จะเพิ่มค่าตอบแทนให้คณะกรรมการ......ใครจะลงทุนตัวนี้ก็คิดให้ดีและรอบครอบด้วยนะครับ แต่ถ้าผลตอบแทนธนาคารยังต่ำอยู่ หุ้นตัวนี้ก็ให้ผลตอบแน่นอนและตลอดไป ถ้าซื้อที่ 69 บาทก็จะได้ปันผล 2.50 บาท หรือ D/Y ที่ 3.62% ซึ่งน่าจะได้ต่อไปอีกเป็นสิบปี.......เรื่อง ASSET PLAY ผมประสบผลสำเร็จอยู่ตัวหนึ่ง คือหุ้นของ TTL ลงทุนไปไม่ถึง 10 ปี ตอนนั้นเห็นมูลค่าทรัพย์สินและเงินสดที่เขาถืออยู่ ก็ ซื้อลงทุนไปกลับเขา ที่สุดตอนนี้เขาก็ได้ยุติกิจการสิ่งทอไปแล้ว คืนเงินสดให้ และจะขายที่ในโรงงานที่ 2 ออกไป ผมก็จะได้เงินสดกลับมาอีก และยังมีที่ดินในโรงงาน 1 ยังให้ทาง NIDA ศึกษาอยู่ว่าจะทำอะไรจึงเหมาะสม...ก็รอดูกันต่อไป ตัวนี้ได้เงินคืนเกินกว่าที่ได้ซื้อหุ้นไป.....ฉะนั้นย้อนกลับมาที่ LTX ทางเดียวที่นักลงทุนจะได้เงินกลับมาโดยปันผลมาก ๆ มีอย่างเดียวต้องให้ กิจการของ TORAY Industries มีปัญหา ขาดทุนหรือเลิกกิจการ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะเขามีกิจการที่มั่นคงและเก่งทีเดียว :D :D :D

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

opengn
Verified User
Posts: 140
Joined: Sat Aug 21, 2010 8:46 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by opengn » Wed Apr 29, 2015 10:57 am

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ


User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Wed Apr 29, 2015 8:15 pm

เมื่อวาน 28/4 ตอนบ่ายไป AGM ของหุ้น DEMCO ซึ่งผมว่าเป็นหุ้นพลังงานทดแทนที่ดีที่สุดและถูกที่สุดในขณะนี้ ซึ่งเขามา opp day ประจำสามารถตามรายละเอียดได้ดีพอควร โดยสรุปแล้วผมชอบบริษัทนี้ สมัยก่อนกว่า 5 ปีแล้วผมเคยไปโรงงานนี้ เคยมีและได้ขายทำกำไรไปเพราะช่วงนั้นเขาทำแต่โครงสร้างเหล็กเสาไฟฟ้า เข้าใจแค่นี้เอง แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมได้ไปชมโรงงงานเป็นครั้งที่สอง จึงเริ่มเข้าใจว่าเขามีการผลิตและมีงานโครงการต่าง ๆ ในด้านการผลิตไฟฟ้า แถมมีการลงทุนที่ได้รับปันผลอีก.. เป็นหุ้นที่ดี จะเห็นว่า market cap โตจาก 1516 ล้านในปี 2011 จนมาเป็น 9700 ล้านในขณะนี้....ราคาหุ้นได้ไปสูงสุดที่ 18.30 และตกลงมาขณะนี้เหลือ 13.20 บาท.....ตอนที่ดัชนีล่วงไป 100 จุด หุ้นตัวนี้เหลือ10.50 แต่สามารถมาปิดได้ที่ 12.40 บาท เมื่อต้นปีมีการลุ้นว่าจะยืนได้เหนือ 12 บาทหรือเปล่า เพราะจะมี Warrant 5 ที่จะแปลงในราคา 12 บาท ด้วย ที่สุดก็สามารถจะยืนได้เหนือ 12 บาท.....ช่วงนี้ก็เหลือแต่ว่า มี Warrant 6 ที่จะแปลงในต้นปีหน้า ที่ ราคา 15 บาท ก็ ได้ลุ้นอีกแล้วว่าปีหน้า ราคาจะเกิน 15 บาทหรือไม่.....งาน backlog มีอยู่ 5500 ล้านบาท เป็นของปี 58 จำนวน 3400 ล้่านบาท...และมีการประมูลงานอยู่อีกมาก....เป้าหมายรายได้ปี 58 นี้น่าจะทำได้ 6000 ล้านบาท เงินปันผลจากการลงทุนก็คงพอ ๆ กับปี 57....เขาว่าปี 58 นี้ gross margin จะได้ดีกว่าปี 57 ... มีงานตางประเทศแล้วที่ ลาว และ พม่า....ที่ลาวไปทำระบบน้ำประปาให้เขา ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน แต่ก็เป็นการเริ่มโครงการพัฒนาประเทศให้เขา ส่วนในพม่าไปทำระบบไฟฟ้าให้เขาแต่น้อยมากแค่ 90 ล้านบาทเอง......สิ่งสำคัญคือการลงทุนใน WEH ของคุณนพพร ซึ่งเขาคาดว่าเรื่องนี้จะดำเนินต่อไปได้เพราะเรื่องต่าง ๆ จะจบใน Q2 นี้ ซึ่งจะเป็นข่าวดีทำให้หุ้นของ demco ขึ้นไปได้ เพราะหุ้นตัวนี้ตกลงจาก 18.30 บาท เหลือ 12-13 บาท จากเรื่องการลงทุนใน WEH เมื่อเรื่องจบ ราคาหุ้นก็ต้องกลับไปในระดับที่เคยอยู่ ผมคิดของผมอย่างนี้นะครับ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไป......แต่ผมเชื่อในคณะผู้บริหารซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากการไฟฟ้า ก็คงพัฒนาให้บริษัทได้ก้าวหน้าต่อไปเรื่อย ๆ เพราะการไฟฟ้าของเราต้องพัฒ่นาไป ความต้องการไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นของเราทุกคน เป็นหุ้นตัวหนึ่งที่ผมพึ่งได้ศึกษาอย่างละเอียด และได้ซื้อไว้ในราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน ผมรอปันผลที่จะได้ในเดือนหน้า ก็จะ พยายามซื้อเฉลี่ยอีก ขอให้ราคาเดือนหน้าอย่าพึ่งขึ้นก็แล้วกัน :D :) :)

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1688
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by amornkowa » Sat May 02, 2015 8:01 am

ขอบคุณลุงขวดครับได้ความรู้เยอะเลย ยังไม่ได้ศึกษาหุ้นที่ลุงขวดถือเลยครับ ถือว่าได้เริ่มศึกษาพอดี


GOOD VI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 214
Joined: Tue Nov 06, 2012 2:52 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by GOOD VI » Sun May 03, 2015 1:07 pm

ขอบคุณลุงขวดที่ไปประชุมAGM แล้วมาเล่า
ให้ผู้อื่นที่ไม่ได้ไป มีนำ้ใจมากๆครับ
แถมเล่าprofileบริษท์แบบไม่อคติ
อ่านแล้วมีประโยนช์มากๆครับ
อยากให้คนที่ไปประชุมผถห. ถ้าไม่เขียนที่
ร้อยคนร้อยหุ้นก็มาเล่าในกระทู้นี้ก็ดีเหมือนกันครับ


Tapakus
Verified User
Posts: 43
Joined: Sun Sep 05, 2010 11:31 pm

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by Tapakus » Sun May 03, 2015 3:18 pm

ขอบคุณครับที่ทำให้เห็นว่า

ThaiVI สังคมแห่งการแบ่งปันยังคงมีอยู่


User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Tue May 19, 2015 10:17 pm

วันนี้ 19/5/58 ได้มีโอกาสไปชมโรงงาน TKS ที่สมุทรสาคร มีรถตู้ 2 คันมารับที่ ตลท ช่วงบ่าย มีผู้ถือหุ้นขับรถไปเองเหมือนกันรวมกันได้กว่า 30 คน ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากคุณศิริวรรณ สุกัญจนศิริและพนักงานเป็นอย่างดี ได้ไปชมระบบการพิมพ์และระบบข้อมูลที่เขาเก็บอย่างดี ไม่ใช่เป็นโรงพิมพ์แบบที่เห็น ๆ กันอยู่ แต่เป็นโรงพิมพ์ที่มีระบบความปลอดภัยสุดยอด พนักงานต้องได้รับการตรวจสอบรวมทั้งผู้ถือหุ้นที่ไปประชุมก็ต้องปฏิบัติกันอย่างรัดกุมไม่ให้มีการถ่ายรูปในบริเวณโรงงาน โรงงานนี้มีระบบการเก็บข้อมูลสิ่งพิมพ์อย่างปลอดภัย ในการพิมพ์ข้อสอบต่าง ๆ ก็ต้องเก็บเป็นความลับ มีมาตรการที่เข้มมาก ผมชอบที่ระบบที่เขาจัดมีขั้นตอนการทำงานอย่างมีระบบ มีการวางแผนงานต่าง ๆ ด้วยคอมพิวเตอร์และแสดงผลต่าง ๆ บนจอภาพให้พนักงานได้รู้ เห็นมีพิมพ์ใบเสร็จทางด่วน มีพิมพ์เช็คให้หลายธนาคาร และ เอกสารของธนาคารบางชนิด วัตถุดิบที่สำคัญคือกระดาษม้วนใหญ่ที่ซื้อจาก SCG ที่มีการวางแผนการเก็บสินค้าอย่างมีมาตรฐาน ดูจากผลประกอบการ มีการเติบโตทุกปี และ มีการจ่ายปันผลเป็นหุ้นด้วยทำแบบนี้มาหลายปี ยังมีที่ดินที่ว่างเปล่าเผื่อไว้ขยายโรงงานและเก็บสินค้าอีก 10 ไร่ มีการวางแผนได้ดีครับ เขาจะมา opp day บอกรายละเอียดอีกทีใน วันที่ 21/5/58 นี้ด้วย มีผู้ถามเรื่องจะมีการร่วมมือกับต่างชาติในธุรกิจใหม่อะไรหรือเปล่า ก็ยังไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ แต่ก็บอกว่ามีหลายราย น่าจะประสบสำเร็จและบอกข่าวดีได้ เมื่อได้ตกลงกันแล้วก็จะแจ้งให้ทราบกัน ก็ ลองติดตามกันดู ผมถือหุ้นบริษัทฯ นี้มานานแล้วปีแล้ว และเป็นการลงทุนที่ประสบกับความสำเร็จตัวหนึ่ง เป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลดีและกิจการเติบโตตลอด ผมชอบที่เขาเริ่มมีการพิมพ์ในส่วนของ flexible packaging ตอนนี้พิมพ์ในส่วนของ non food ก่อน อนาคตอาจมีการพิมพ์ในส่วนของ food ด้วย ซึ่งผมว่าน่าจะมีอนาคตดีมากในส่วนนี้ :D :D :D

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2412
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

Posts by ลุงขวด » Fri May 22, 2015 8:39 pm

วันนี้ 22/5/58 ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตยา MEGA ได้ความรู้เรื่องยาพอควรเลย ส่วนใหญ่ก็เป็นยาบำรุงสุขภาพมากกว่า ได้ชมระบบการผลิตและเข้าใจในขั้นตอนการผลิดพอควร เขามี line การผลิต 18 ชุดด้วยกัน แต่ที่ได้ชมเพียง ห้องเดียวแต่มี 3 line การผลิต ผลิตยาแบบที่เป็นแคปซูล ได้ชมโรงงานใหม่ที่จัดไว้อย่างสะอาดดีมาก ยาเป็นสิ่งสำคัญต้องระวังฝุ่น เขาจัดในส่วนที่สำคัญขจัดฝุ่นละอองต่าง ๆ ได้ เครื่องจักรเป็นระบบทันสมัยออโตเมติค มีคนคุมแค่ 3-4 คนในแต่ละ สายการผลิต เขาว่าเครื่องจักรต่าง ๆ เขาพัฒนาเอง วัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากหลายประเทศด้วยกัน เห็นว่าจะเพิ่มผลิตภัณฑ์อีกหลายประเภทด้วย ตอนนี้ทำงานกัน 12 ชั่วโมง เครื่องจักรยังพอรับงานได้อยู่ ดูแล้วผมว่าเป็นหุ้นที่ดีตัวหนึ่ง เพราะยาเป็นสิ่งที่จำเป็นแก่การดำรงชีพ จะเห็นได้ว่า กลุ่มยาและโรงพยาบาล มักจะเติบโตแทบทุกปี หุ้นยาตัวอื่น ๆ ผมว่ามันขึ้นไปพอควรแล้ว มีแต่ MEGA นั้นยังไม่ขึ้นเท่าไหร่ จึงคิดว่าเหมาะแก่การลงทุน ถึงแม้จะมี PE 27 เท่าก็ตาม เขาว่ายอดขายช่วงครึ่งปีแรกจะมี 45% แต่ในครึ่งปีครึ่งจะได้ 55% ผมคิดว่าช่วงนี้ไม่เหมือนกับปีที่แล้ว ที่ไปโตใน Q4 ...ก็ต้องลองติดตามกันดูต่อไป หุ้นตัวนี้ผมเลือกและคงถือไปตลอดยังไม่คิดจะขาย แต่ดูการขยับของหุ้นแล้ว มีรอบให้เล่นอยู่เรื่อย ใครเก่งพวกกราฟเทคนิคก็น่าจะทำกำไรในแต่ละรอบได้ ปันผลคงได้ไม่น่าจะเกิน 2% แต่ส่วนต่างของราคาหุ้นน่าจะทำได้ในระยะยาว...การลงทุนมีความเสี่ยงตัดสินใจในการลงทุนด้วยนะครับ อย่าเชื่อผมไปทุกอย่าง :D :D :D

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

Post Reply