กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
User avatar
Wongratt
Verified User
Posts: 471
Joined: Thu Dec 27, 2012 4:11 pm

กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by Wongratt » Tue Dec 24, 2013 1:45 pm

ใครพอทำการค้าขายพอจะรู้สึกว่ากำลังซื้อกลับมาบ้างรึยังครับ ปีหน้า 2557 มีเรื่องลดภาษีรายได้ น่าจะพอช่วยขึ้นมาได้บ้าง เรื่องการผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ผ่านไป 1 ปี จะพอปรับตัวกันได้รึยังครับ


Dech
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3916
Joined: Mon Dec 29, 2003 6:40 pm

Re: กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by Dech » Wed Dec 25, 2013 9:00 am

จากข่าวนี้
http://www.thanonline.com/index.php?opt ... Itemid=417

ข้อมูลจากกรมสรรพสามิตระบุถึงสถานะโครงการรถคันแรก ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2556 ว่าตั้งแต่ดำเนินโครงการมีผู้ขอใช้สิทธิรถคันแรกจำนวน 1,259,056 ราย คิดเป็นเงิน 92,173 ล้านบาท มีผู้ยกเลิกการใช้สิทธิ 7,181 ราย และไม่เข้าเงื่อนไข 1,667 ราย ทำให้มีผู้อยู่ในสถานะรับสิทธิ 1,250,208 ราย คิดเป็นเงิน 91,561 ล้านบาท และในจำนวนนี้ ได้รับรถแล้ว 1,105,598 ราย ที่รอครบ 1 ปีจะได้คืนเงิน 6 แสนราย และก่อนหน้านี้ได้คืนไปแล้ว 5 แสนราย และยังเหลือผู้ที่ยังไม่ได้รับรถอีก 144,610 ราย หรือคิดเป็น 11.57%
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รถคันแรกเริ่มต้นปี 54 ผ่อน 4-5-6 ปี ผ่านมาแล้ว 2 ปีเฉลี่ยเหลืออีก 3 ปีครับ ในกลุ่มนี้มีพวกที่มีกำลังซื้อจริงๆ
ผมคิดว่าคนที่มีเงินอยู่แล้วประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือประมาณ 900,000 คน กลุ่มนี้ก็จะประหยัดลงมาก
กว่ากำลังซื้อกลับมาอีก 2-3 ปีครับ เพราะเงินเดือนเพิ่มหรือปรับตัวได้ก็ว่ากันไปครับ
แต่ยังไงผ่านมา ปีสองปีแล้ว เขาก็ชินแล้วครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------
เอาเรื่องกำลังซื้อในประเทศ มาจากอะไรบ้างละครับ ก็เหมือนเดิม

1. เงินลงทุนภาครัฐ
2. เงินลงทุนภาคเอกชน
3. ท่องเที่ยว
4. รายได้ส่งออก

ปีงบประมาณ 2557
ภาครัฐมีงบประมาณปกติ 2.5 ล้านล้าน ไม่เกี่ยวเงินกู้ 3.5 แสนล้านกับ 2 ล้านล้าน นะครับ เพิ่มจากปีงบประมาณก่อน 5.2%
จะมีรัฐบาลหรือไม่มีรัฐบาล 2.5ล้านล้านนี้ ข้าราชการก็จ่ายทั้งหมดอยู่แล้วครับ
ในจำนวนนี้มีรายจ่ายประจำ 2 ล้านล้าน เพิ่มจากปีก่อนที่ 1.9 ล้านล้าน เงิน 2 ล้านล้านนี้ยังไงก็จ่ายหมดอยู่แล้วครับ
คิดเป็น 80% ของงบประมาณ อันนี้หมุนเวียนได้อยู่แล้ว ที่เหลือ 4.4 ล้าน 20% เป็นงบลงทุน อันนี้ก็จ่ายหมดแน่ แต่อาจช้ากว่าหน่อย

อันนี้ก็หมุนเวียนในระบบอยู่แล้วนะครับ
จะกังวลอะไรว่าไม่มีเงินกู้ 2ล้านล้าน แล้วเศรษฐกิจจะตกหนัก ถูกนักการตลาดของรัฐกรอกหูทุกวัน เพี้ยนกันหมดแล้ว

ไม่รวมเงินจากการท่องเที่ยว ซึ่งเงินบาทอ่อน คนต่างชาติยิ่งชอบ แลกเงินได้มาก
ซึ่งจากข่าวประท้วงๆ กันเยอะเนี้ยๆ นักท่องเที่ยวก็ปกติดีนะครับ ลดบ้างแต่น้อยมากนะครับ
นักท่องเที่ยวต่างชาติก็เดินทางปกติเหมือนเดิมนะครับ โรงแรมเต็มทั้งนั้น ไม่น่ากังวล
ตราบใดที่ไม่ประท้วง เผาบ้านเผาเมือง เขาก็เที่ยวเหมือนเดินครับ ลดบ้างแต่น้อยมาก

นักท่องเที่ยวในประเทศก็เที่ยวเหมือนเดิม ประท้วงก็พักรบนิดหน่อย
มันไม่เกี่ยวกัน นี่คนไทยนะ ดูการเดินทางปลายปีได้ จะมีข่าวรถติดและคนตายจากอุบัติเหตุเยอะมากเหมือนเดิม
ต้องเอารถคันแรกไปอวดกันหน่อย

ภาคอุตสาหกรรมปีหน้า จากเงินบาทอ่อน สินค้าเกษตร ก็ส่งออกได้ดีขึ้น
อุตสาหกรรมส่งออกอื่นๆ รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ก็โตได้ครับ

เงินจำนำข้าวหลายหมื่นล้านที่รัฐบาลหาเสียง ก่อนเลือกตั้ง มีไม่มียังไงรัฐก็ต้องหามาจ่าย เพื่อหาเสียง
ก็มีเงินหมุนเวียน แม้ว่าจะตกถึงท้องเกษตรกรน้อยก็ตาม

แล้วยังมีเงินเลือกตั้ง ทั้งในระบบและนอกระบบอีก จะได้เลือกตั้งหรือเปล่าไม่รู้นะครับ
แต่เงินที่นักการเมืองซุกไว้เงินเริ่มหมุนแล้ว อันนี้ก็เป็นหมื่นล้านครับ

มองไม่เห็นว่าจะไม่โตได้ไง โดยเฉพาะ q1 แล้วคนทำงานได้รับโบนัสได้อังเปา ได้ปรับเงินเดือนใหม่ยังไงก็จ่ายแน่ครับ
ส่วนเอกชน ยังไงแผนการลงทุนเขาก็แน่นอนครับ ไม่ลงทุนตอนนี้จะลงตอนไหน จะมีบ้างพวกเล็กๆ หรือ sme ก็ชลอหน่อยครับ
รายใหญ่รายกลางยังไง เขาก็ไปต่อแน่ครับ ผมว่ายังไงปีหน้าเศรษฐกิจก็ไปต่อได้แน่ครับ

แต่ตัวฉุดก็มีนะครับ เรื่องการเมืองนั่นแหละ ตัวสำคัญ จะยื้อถึงเมื่อไหร่ ไม่รู้ จะรุนแรงหรือไม่ ไม่รู้
ที่แหละตัวปัญหาหลักครับ เรื่อง qe อะไร ก็ไม่เกี่ยวมากหรอกครับ ลด qe เงินบาทอ่อน มันก็พอหักลบกันได้อยู่ครับ
ผมคิดแบบนี้นะครับ

สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์

User avatar
เหรียญ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 569
Joined: Mon Sep 03, 2012 4:32 pm

Re: กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by เหรียญ » Wed Dec 25, 2013 10:33 am

ธุรกิจดิ้นหาทางรอดสู้"ต้นทุนพุ่ง" มู้ดไม่เอื้อสินค้าชั่งใจขึ้นราคา-หวั่นQ1ซบหนัก

ธุรกิจ หวั่นมู้ดเดี้ยงยาวข้ามปี ล่าสุดน้ำมันจ่อขยับราคาหลังมาตรการสิ้นสุด ลดภาษีน้ำมันดีเซล แอลพีจีภาคขนส่ง หลังจากก่อนหน้านี้ที่เจอพิษม็อบการเมืองทุบมู้ดจับจ่ายนิ่งสนิท ยอดขายร่วงถ้วนหน้า สินค้าอุปโภคบริโภคครวญสถานการณ์ไม่เอื้อ-แข่งขันสูง ซัพพลายเออร์-ค่ายค้าปลีกเร่งปรับแผนรับมือ

จากสถานการณ์การ เมืองที่ยังไม่นิ่ง จนถึงขณะนี้ที่เป็นช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปีที่อารมณ์จับจ่ายของผู้บริโภคยัง คงชะงักงันซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับสินค้าต่าง ๆ โดยถ้วนหน้า ล่าสุดข่าวการเตรียมขึ้นราคาสินค้าที่เป็นผลจากการลดภาษีน้ำมัน ดีเซล ก๊าซแอลพีจีในภาพขนส่งที่จะหมดลงในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ ที่จะส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป เป็นข่าวร้ายซ้ำสองที่กระหน่ำเข้ามาท่ามกลางกำลังซื้อและมู้ดจับจ่ายที่ยัง ไม่กระเตื้องขึ้น และหลาย ๆ ฝ่ายมองว่าอาจซึมยาวไปจนถึงไตรมาส 1 ปีหน้า เป็นโจทย์ยากของทุกธุรกิจที่ต้องเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ที่ไร้ "ข่าวดี" ที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ซัพพลายเออร์กระอักพิษต้นทุน

นายสหาย ณ นคร ผู้จัดการแผนกสื่อสารการตลาด บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ต้นทุนน้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นข่าวร้ายซ้ำสองสำหรับธุรกิจในปีหน้า เพราะจะทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นทันที แต่สถานการณ์ขณะนี้การขึ้นราคาทำได้ยาก เพราะสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง ยิ่งดอกบัวคู่ไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ การขึ้นราคาจึงต้องดูคู่แข่งเป็นหลัก การปรับราคาขายปลีกในภาวะเช่นนี้คงทำไม่ได้แน่ เช่นเดียวกับการขึ้นราคาขายส่งที่เป็นเรื่องยาก เพราะยี่ปั๊วที่เป็นช่องทางจัดจำหน่ายหลักของดอกบัวคู่

หากปรับลด ส่วนลดต่าง ๆ ก็จะลดแรงจูงใจการผลักดันสินค้าสู่ร้านค้าย่อย ไตรมาส 1 ปีหน้าคงไม่สามารถกระตุ้นตลาดได้มากนัก และคงคาดหวังกับอีก 3 ไตรมาสที่เหลือ และต้องดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง และต้องปรับตัวเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งปีหน้าบริษัทจะชะลอการใช้งบฯโฆษณา และได้เพิ่มช่องทางจำหน่ายด้วยการนำสินค้าส่งออกของบริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มพรีเมี่ยมไปทำตลาดผ่านช่องทางการขายตรงในรูปแบบการนำสินค้าไป ฝากขาย ขณะเดียวกันก็จะเน้นการออกสินค้าพรีเมี่ยมเข้าสู่ตลาด เพื่อเพิ่มกำไร และไม่ต้องลงไปแข่งขันด้านราคา

สอดคล้องกับความเห็น ของนายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย ที่เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า แนวโน้มว่าจะมีสินค้าปรับราคาในต้นปีหน้า จะยิ่งซ้ำเติมอารมณ์จับจ่ายผู้บริโภคที่ซบเซาอยู่แล้วให้แย่ลงอีก ก่อนหน้านี้สินค้าส่วนใหญ่ใช้วิธีปรับลดขนาดให้เล็กลงแทนการขึ้นราคา เพื่อไม่ให้กระทบการจับจ่ายของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวมองว่าสถานการณ์ขณะนี้การขึ้นราคาอาจต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย บางสินค้าอาจเลือกตรึงราคาไปก่อนรอจนกว่าภาวะเศรษฐกิจ มู้ดจับจ่ายจะดีขึ้น จึงค่อยขึ้นราคา บางธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นก็อาจต้องตัดสิน ใจขึ้นราคา

"ค้าขายช่วงนี้ไม่ดี สินค้าก็ต้องทำใจ ช่วงโค้งสุดท้ายนี้คงต้องปล่อยไป และไตรมาส 1 ปีหน้าค่อยมาลุ้นกันอีกที"

ธุรกิจโอดมู้ดหดทุบยอดขายร่วง

นาย อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังซื้อชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด สำหรับบีเจซีปีนี้เติบโตได้เพียง 10% ไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ เพราะได้รับผลกระทบในช่วงไตรมาส 4 ที่สินค้าชะลอตัวทุกกลุ่ม และกำลังซื้อเงียบเหงาอาจข้ามไปถึงปีหน้า หากบรรยากาศหรือมู้ดการจับจ่ายไม่ดี ถ้าลูกค้าไม่มั่นใจน่าจะกระทบหนัก

นอก จากนี้ ปีหน้าที่อาจจะต้องเผชิญกับปัญหาค่าเงินบาทที่อ่อนตัว ก็ยิ่งมาซ้ำเติมมากขึ้น สำหรับราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ในแง่ระบบขนส่งของบริษัทไม่กระทบเพราะใช้พลังงานธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นต้นทุนผลิตโดยรวมอาจกระทบบ้าง อย่างไรก็ตามจากภาวะของกำลังซื้อและบรรยากาศเป็นเช่นนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการคงไม่มีใครกล้าปรับราคาสินค้า

นายอัศวินกล่าว อีกว่า สำหรับแผนในปี 2557 ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ซื้อกิจการ และการร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่นในการบุกตลาดอาเซียน ในส่วนปีนี้ที่สำเร็จเรียบร้อยแล้วคือที่ประเทศลาว ส่วนปีหน้ายังต่อเนื่องสำหรับแผนซื้อกิจการในประเทศเวียดนาม ไทย และพม่าต่อเนื่อง

ปีหน้าธุรกิจชูนโยบายระมัดระวัง

นาง สาวสุวรรณา โชคดีอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดสินค้าเด็กโดยรวมโตลดลงอยู่ที่ 8-9% พฤติกรรมผู้บริโภคขณะนี้ส่วนหนึ่งคือ เรื่องอารมณ์จับจ่าย แต่หลัก ๆ คือกำลังซื้อจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น บวกกับภาระค่าใช้จ่าย หนี้ต่อครัวเรือนทำให้เงินในกระเป๋าของผู้บริโภคลดลง

เชื่อว่าปี หน้าแนวโน้มจะยังเห็นภาพการระมัดระวังการใช้จ่าย อารมณ์ผู้บริโภคจดจ่อที่การเมือง ทำให้อารมณ์จับจ่ายหรือเตรียมเฉลิมฉลองปีใหม่น้อยลง สังเกตว่าการจัดกิจกรรมของห้างและทราฟฟิกไม่คึกคัก

ผู้บริโภคมีการตัดสินใจซื้อนานขึ้น

"เชื่อ ว่าทุกธุรกิจไม่ได้ตั้งความหวังว่ามู้ดจับจ่ายจะฟื้นกลับมาทันใน 1-2 สัปดาห์ บรรยากาศเงียบมาก จะเห็นว่าโมเดิร์นเทรดมีการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นแรงมากในช่วงนี้"

ทั้ง นี้ภาพรวมเศรษฐกิจต่างประเทศปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจในประเทศยังไม่แน่นอน ดังนั้นการดำเนินธุรกิจในปีหน้าจะต้องระมัดระวังมากขึ้น

"ต่าง ประเทศเริ่มดีขึ้น ในกลุ่มเพื่อนบ้านก็ดีขึ้นแต่ในประเทศยังไม่ดี หลังปีใหม่เชื่อว่าจะไม่เห็นทุกแบรนด์ออกมาทำการตลาดแรงเหมือนก่อน ทุกคนคงรอดูสถานการณ์ บางคนอาจชะลอใช้งบฯ ตลาดไว้ก่อน"

ยักษ์ค้าปลิกโหมกิจกรรมปลุกจับจ่าย

นาง วรรณา สวัสดิกุล ประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้คนไม่มีอารมณ์ออกมาจับจ่าย และโฟกัสอยู่เพียงเรื่องการเมือง โดยภาพรวมการใช้จ่ายชะลอตัวบ้าง บรรยากาศเงียบ ๆ ทุกธุรกิจเป็นเหมือนกัน จึงต้องทำเรื่องโปรโมชั่น จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริษัทต้องปรับตัว ปรับนโยบายและแผนงาน โดยเฉพาะการศึกษาพฤติกรรมและอารมณ์การจับจ่ายของผู้บริโภค เพื่อให้สามารถนำเสนอโปรโมชั่นผลิตภัณฑ์ บริการได้ตรงตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

"สถานการณ์ทางการ เมืองตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน และส่งผลกับอารมณ์จับจ่ายของผู้บริโภคโดยเฉพาะคนที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ส่วนต่างจังหวัดแม้จะไม่มีการชุมนุม แต่การที่คนมีการติดตามข่าวสาร ก็มีผลบ้างแต่ไม่มากเท่ากรุงเทพฯ"

สำหรับยอดกระเช้าปีใหม่ นางวรรณากล่าวว่า ยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ แต่บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจจะมีการทำกิจกรรมเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาจับจ่าย หวังว่าสัปดาห์หน้าสถานการณ์น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดี เพราะใกล้เทศกาลปีใหม่

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าปีนี้ลูกค้ากลุ่มบริษัทซื้อกระเช้าในปริมาณลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ

"เทสโก้จะมีโปรโมชั่นต่อเนื่องควบคู่กับการสื่อสารตลาด ความพิเศษปีนี้คือ ราคาเริ่มต้นกระเช้าละ 228 บาท ลดลงจากปีก่อนเริ่มต้นที่ 249 บาท เป็นผลจากการประเมินเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปีว่าไม่ดี บวกกับความวุ่นวายทางการเมืองที่ผ่านมา"

ด้าน นายเนติธร ประดิษฐ์สาร ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บิ๊กซีได้จัดโปรโมชั่น "เคานต์ดาวน์ นับถอยหลัง สู่ปี 2557" ระหว่างวันที่ 20-31 ธันวาคมนี้ จัดสินค้าราคาโปรโมชั่นธงฟ้าที่ไม่ซ้ำกันตลอด 12 วัน อาทิ ซื้อ 1 แถม 1, สินค้าราคาลดพิเศษสุดรายวัน และสินค้าแลกซื้อในราคาพิเศษ และร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ลดรายจ่ายผู้บริโภคโดยนำสินค้าช่วงเทศกาล และสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 1,000 รายการมาจำหน่ายในราคาธงฟ้า
http://www.prachachat.net/news_detail.p ... 1387885149

''I didn't come this far to only come this far''

nut776
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3325
Joined: Thu Feb 05, 2004 9:46 pm

Re: กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by nut776 » Wed Dec 25, 2013 1:19 pm

เหมือนก่อนหน้านี้ กำลังซื้อมาจาก การก่อหนี้ ภาค ครัวเรือนป่าวคับ
พอมาตอนนี้ เหมือน ความสามารถ ก่อหนี้ภาคครัวเรือน เหมือนใกล้จะเต็ม
หรือเต็ม เลยทำให้เหมือนคนจับจ่ายน้อยลงป่าวคับ


อีกเรื่อง ถ้าไม่พูดเรื่อง real sector
แต่พูดถึงหุ้น มันไม่สำคัญว่า เราเชื่อ หรือ คิดอย่างไร
ประเด็นอยู่ที่ คนที่เขาเอาเงินออก หรือ ขายหุ้น (ฝรั่ง)
เขาเชื่ออย่างไร หรือเปล่าอะคับ

show me money.

syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by syj » Wed Dec 25, 2013 2:47 pm

กำลังซื้อ อย่างที่หลายๆ คนคิด (ถ้าไปดู opp.day) ก็คือ รถคันแรก
จากที่บอกว่าผ่อนมาสองปีตามข่าวข้างบนว่านั้น ผมว่าที่จริงแล้วเริ่ม
ผ่อนกันปลายๆ ปีที่แล้วถึงต้นๆ ปีนี้มากกว่านะครับ เพราะฉะนั้นโดย
เฉลี่ยแล้วน่าจะอยู่ที่ 1.5 ปี ยังเหลืออีกประมาณ 3.5 ปี นั่นคือกำลังซื้อ
ในส่วนของคนชั้นกลางส่วนมากของประเทศ

แต่ผมว่า ทุักคนลืมไปอีกปัจจัยที่สำคัญมากๆ คนที่มีเงินลงทุน
มีเงินสะสม ขนเงินมาเก็งกำไร ทอง และหุ้น กันมาก ในช่วง
ปลายปีและต้นปีที่ผ่านมา ตรงนี้ หายกับไปกี่แสนล้าน???

ส่วนเรื่องงบประมาณประเทศ ขอวิจารณ์หน่อยสำหรับคนไม่ทัน ...
ตอนสิบกว่าปีก่อนประมาณ 16-17 ปีก่อน งบประเทศไทยประมาณ
800,000 ถึง 900,000 ล้านบาท (ตอนนั้นยังไม่มี อบต.) มีงบลงทุน
ในนั้น 400,000 กว่าล้านบาท ตอนเวลาที่ผ่านมาระบบราชการไทยที่
หลายคนบอกจะทำให้เล็กลงมีประสิทธิภาพมากขึ้น (แต่กลับตรงกันข้าม)
ตอนนี้งบปีหน้า 2.5 ล้านล้านบาท ก็มีงบลงทุนแค่ 400,000 กว่าล้านบาท
เหมือนเดิม ผ่านมา 16-17 ปี ราคาของขึ้นไปเท่าไรครับ แต่งบ
รายจ่ายประจำพวกเงินเดือนเพิ่มขึ้นมหาศาล!!! เป็นที่มาว่าทำไม
ต้องกู้เงินมาลงทุน 3.5 แสนล้าน (ซึ่งไม่รู้จะลงไปทำไม!!!) กับ 2.2 ล้าน
ล้านบาท (ที่พอมีประโยชน์บ้างถ้าทำถูกทาง)

ที่บอกเงินเดือนเพิ่มก็อาจจะจริงแต่น่าจะไม่มาก ค่าแรง 300.- นี่คง
ไม่น่าเพิ่มอีกสองสามปีข้างหน้านะครับ แค่นี้ในหมู่เพื่อนที่ทำธุรกิจบอก
ไม่ไหวแล้ว ถ้าเพิ่มอีกคงปิดกิจการหาอย่างอื่นทำ ...

... เป็นความเห็นส่วนตัว อาจมีผิดได้มากกว่าถูก ...

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by ปรัชญา » Wed Dec 25, 2013 3:10 pm

syj wrote: ที่บอกเงินเดือนเพิ่มก็อาจจะจริงแต่น่าจะไม่มาก ค่าแรง 300.- นี่คง
ไม่น่าเพิ่มอีกสองสามปีข้างหน้านะครับ แค่นี้ในหมู่เพื่อนที่ทำธุรกิจบอก
ไม่ไหวแล้ว ถ้าเพิ่มอีกคงปิดกิจการหาอย่างอื่นทำ ...

... เป็นความเห็นส่วนตัว อาจมีผิดได้มากกว่าถูก ...
คิดเห็นอย่างไรก็นำเสนอได้ครับ
เห็นต่าง แต่ไม่ขัดแย้ง

กำลังซื้อหด คงต้องดูปัจจัยต่างๆ
บางอย่างอาจจะอิ่มตัวแบบเครื่องคอมฯพีซี
พ่อค้าทำธุรกิจเพิ่มขึ้น เฉลี่ยกำลังซื้อออกไป(ใครๆก็อยากได้ของดีราคาถูก)


PLUSLOVE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1413
Joined: Wed Nov 17, 2010 8:43 am

Re: กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by PLUSLOVE » Wed Dec 25, 2013 4:15 pm

เราก้ต้องมองย้อนไปครับว่า คนทำไมกำลังซื้อลดลง ก้เพราะคนเป็นหนี้มากขึ้น หนี้ครัวเรือนมากขึ้น ทำไมถึงเป็นหนี้มากขึ้นก้เพราะใช้จ่ายเกินตัวมากขึ้น

ทำไมใช้จ่ายเกินตัวมากขึ้นไป ซื้อบ้านหรือรถใหม่ ก้เพราะ กิเลศไงครับ(โลภะ ) เมื่อความอยากมันบดบังไปว่า การก่อหนี้แล้วจะทำให้ต้องมานั่งแบ่งจ่ายต้องทำให้เกิดทุกข์

จะบอกว่านโยบายของรัฐบาลบ้าง หรือ โทษว่ารถคันแรกบ้านหลังแรกทำให้คนต้องก่อหนี้ ผมว่าไม่ถูก ต้องโทษโลภะของคนหรือความโลภของคน มันมีอยู่ตลอดเวลาอยากจะได้จะมี

อยากจะเด่นอยากจะดัง อยากจะเป็นที่รัก อยากเป็นคนใหญ่คนโต อยากให้คนกราบไหว้บูชา


เมื่อเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว คนหาเงินเริ่มยากการค้าเริ่มฝืดโอทีเริ่มหด รายได้เริ่มน้อยลง ผลที่จะตามมาคือ สันดานดิบของมนุษย์ก้จะเปิดเผย คนรายได้น้อยก้จะทำ

การปล้น การจี้วิ่งราวจึงตามมาเพื่อประคองไม่ให้สิ่งที่ตัวรักนั้นต้องจากมือไป บางคนผ่อนรถก้กลัวโดนยึดรถ บางคนผ่อนบ้านก้กลัวโดนยึดบ้าน

คนที่มีรายได้กลางๆและคนรวยก้จะหาผลตอบแทนที่ดีกว่า การฝากแบงค์


ความโลภก้อาจจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แต่จะก่อตัวรุนแรงกว่าเดิมตามสันดานดิบของการเอาตัวรอดเพื่อไม่ให้เสียสิ่งที่ตัวเองรักและเป็นเจ้าของไป

มนุษย์เป็นสัตว์ที่ดิ้นรนเพื่อการมีชีวิตรอดมาตั้งแต่ยุคก่อนไดโนเสาร์ เพราะมนุษย์มีการเอาตัวรอดเป็นเยี่ยม


User avatar
Paul Octopus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 798
Joined: Mon Jul 12, 2010 9:44 pm

Re: กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by Paul Octopus » Wed Dec 25, 2013 4:30 pm

ถ้าหลายๆท่านมีอายุ (อาวุโส) หน่อยจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างหนี่งของกำลังซื้อของคนไทยเรา

ยี่สิบกว่าปีก่อนตอนผมไปญี่ปุ่น วิศวกรจบใหม่เงินเดือน 70,000 บาทเราอิจฉาเค้าจริงๆ
แต่น่าแปลกไม่มีใครมีเงินซื้อรถยนตน์ได้เลย ขนาด Manager ก็ยังนั้งรถไฟใต้ดิน ต่อรถไฟชานเมือง
ตอนนั้น งง จริงๆครับว่าเค้าเอาเงินไปไว้ใหนหมด
จนกระทั้งได้ออกมากินบะหมี่น้ำข้างถนนมีกุ้ง 2 ตัว ราคา 300 บาท มีไข่ดิบวางไว้ในถาด ถ้าหยิบมาตอกใส่บะหมี่จะเพิ่มอีก 50 บาท ความรู้สึกเราตอนนั้น "บ้ามาก" คุณภาพเท่านี้บ้านเรา 10 บาทเอง ไข่ไก่ใบละบาทเดียวเองมั้ง (ราคาแค่หนี่งในสิบ)

ตลอดเวลายี่สิบกว่าปีผมก็ยังสังเกตุได้ว่า บะหมี่น้ำข้างทางที่ญี่ปุ่นก็ยัง 300 บาท แต่บ้านเราเมื่อกี้ผมไปทานเกาเหลาเนื้อตุ๋นกับข้าวเปล่าร้านดัง เกาเหลาชามเล็ก 80 บาท (ถ้าพิเศษ 100 บาท) ข้าว 1 ชามราคา 10 บาท โค๊ก 10 บาท น้ำแข็งแห้ง 2 บาททั้งหมด 102 บาท (หนี่งในสามของบะหมี่ข้างถนนญี่ปุ่นแล้วครับ)

เราอาจจะดีใจที่วันนี้เงินเดือน ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นมาตลอดมากมาย วิศวกรจบใหม่เดี๋ยวนี้ 25,000 บาท แต่..... แต่กำลังซื้อจริงๆมากขึ้นรึเปล่ามันน่าคิดนะครับ เพราะว่า ถ้ามันไม่ใช่ หุ้นหลายตัว บริษัทหลายบริษัทพวกเราอาจต้องประมาณการอนาคตใหม่เลย (สังเกตุมั้ยครับว่าเด็กรุ่นใหม่ซื้อบ้านไม่ไหวต่อให้เป็น ทาวร์เฮ้าส์ ก็ยังไม่ไหว ได้ประมาณคอนโด 30 ตารางเมตร)

หวังแค่ว่าประเทศเราเป็นแหล่งผลิตอาหาร เกาเหลาเราคงไม่วิ่งไปหาชามละ 300 บาทนะครับ :mrgreen:

Disclaimer & Disclosure: The articles posted only represent my personal view. They are by no means a guarantee to the stock performance. Have no plan to change my position to the stock mentioned over the next 72 hrs.

chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Re: กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by chatchai » Wed Dec 25, 2013 9:19 pm

อาจจะเป็นอย่างที่พี่ Paul Octopus บอก รายได้ของคนไทยขึ้น แต่ราคาข้าวของก็ขึ้นตาม มาตรฐานการครองชีพไม่ได้ดีขึ้น

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ สมัยที่พี่บอก คนญี่ปุ่นทำงานธรรมดาๆ ประหยัดหน่อย แต่มาเที่ยวประเทศไทยสบายมากๆเที่ยวแบบเศรษฐีเลย ประหยัดบะหมี่ธรรมดาๆ ก็สามารถมาซื้ออาหารภัตตาคารหรูในไทยได้

ในขณะที่คนไทยทำงานแบบเดียวกัน ประหยัดแบบเดียวกัน ก็ไม่มีเงินเพียงพอไปเที่ยวญี่ปุ่น

คิดๆคนไทยก็เสียเปรียบคนญี่ปุ่น หรือแม้แต่คนตะวันตกมานานแล้ว

ปัจจุบันค่าครองชีพคงใกล้เคียงกันมากขึ้น คนไทยถึงนิยมไปเที่ยวญี่ปุ่นมากขึ้น ไม่รู้สึกว่าแพงมากเกินไป

จริงๆทำงานเหมือนกัน ก็ควรจะสามารถใช้ชีวิตเหมือนกัน จริงไหมครับ

จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี

วรันศ์ บัฟเฟต
Verified User
Posts: 1679
Joined: Tue Feb 02, 2010 4:59 pm

Re: กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by วรันศ์ บัฟเฟต » Thu Dec 26, 2013 4:05 am

ไม่น่าจะใช่นะครับ นักการเมืองก็แค่ส่วนนึง

จุดที่ drive ทุกอย่างจริงๆคือ aggregate competitiveness และของเราก็ไม่ได้สุดยอดหรืออะไร พัฒนาผสมชะลอบ้างไปเรื่อยๆครับ เป็นธรรมชาติ

อีกอย่างการเมืองเกือบทุกประเทศในระดับนโยายที่ออกมาก็มีปัญหาหมดนะ มากน้อยอีกเรื่อง

ผมว่ามองเป็นกลางดีกว่า ไม่มีอะไรดีร้อย ชั่วร้อย นั่นคือธรรมชาติ ธรรมดา ปรกติ :mrgreen:

value trap
Image

yoko
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4221
Joined: Sat Jan 27, 2007 4:49 pm

Re: กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by yoko » Thu Dec 26, 2013 10:48 am

เมื่อ20ปีที่แล้วที่ญี่ปุ่นข้าวถุง ปลาสด บะหมี่ซอง ราคาถูกมาก ผมซื้อไปทำเองที่ที่พัก
บริษัทส่งผมไปอยู่7เดือนมีเงินเหลือล้านกว่าบาท
เมื่อ10ปีที่แล้วที่ลาวไก่ย่างตัวละ150บาท ทีไทยไก่ย่างตัวละ35บาท555


User avatar
anubist
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1370
Joined: Fri Jun 12, 2009 1:33 am

Re: กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ

Posts by anubist » Thu Dec 26, 2013 7:34 pm

Paul Octopus wrote:ถ้าหลายๆท่านมีอายุ (อาวุโส) หน่อยจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างหนี่งของกำลังซื้อของคนไทยเรา

ยี่สิบกว่าปีก่อนตอนผมไปญี่ปุ่น วิศวกรจบใหม่เงินเดือน 70,000 บาทเราอิจฉาเค้าจริงๆ
แต่น่าแปลกไม่มีใครมีเงินซื้อรถยนตน์ได้เลย ขนาด Manager ก็ยังนั้งรถไฟใต้ดิน ต่อรถไฟชานเมือง
ตอนนั้น งง จริงๆครับว่าเค้าเอาเงินไปไว้ใหนหมด
จนกระทั้งได้ออกมากินบะหมี่น้ำข้างถนนมีกุ้ง 2 ตัว ราคา 300 บาท มีไข่ดิบวางไว้ในถาด ถ้าหยิบมาตอกใส่บะหมี่จะเพิ่มอีก 50 บาท ความรู้สึกเราตอนนั้น "บ้ามาก" คุณภาพเท่านี้บ้านเรา 10 บาทเอง ไข่ไก่ใบละบาทเดียวเองมั้ง (ราคาแค่หนี่งในสิบ)

ตลอดเวลายี่สิบกว่าปีผมก็ยังสังเกตุได้ว่า บะหมี่น้ำข้างทางที่ญี่ปุ่นก็ยัง 300 บาท แต่บ้านเราเมื่อกี้ผมไปทานเกาเหลาเนื้อตุ๋นกับข้าวเปล่าร้านดัง เกาเหลาชามเล็ก 80 บาท (ถ้าพิเศษ 100 บาท) ข้าว 1 ชามราคา 10 บาท โค๊ก 10 บาท น้ำแข็งแห้ง 2 บาททั้งหมด 102 บาท (หนี่งในสามของบะหมี่ข้างถนนญี่ปุ่นแล้วครับ)

เราอาจจะดีใจที่วันนี้เงินเดือน ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นมาตลอดมากมาย วิศวกรจบใหม่เดี๋ยวนี้ 25,000 บาท แต่..... แต่กำลังซื้อจริงๆมากขึ้นรึเปล่ามันน่าคิดนะครับ เพราะว่า ถ้ามันไม่ใช่ หุ้นหลายตัว บริษัทหลายบริษัทพวกเราอาจต้องประมาณการอนาคตใหม่เลย (สังเกตุมั้ยครับว่าเด็กรุ่นใหม่ซื้อบ้านไม่ไหวต่อให้เป็น ทาวร์เฮ้าส์ ก็ยังไม่ไหว ได้ประมาณคอนโด 30 ตารางเมตร)

หวังแค่ว่าประเทศเราเป็นแหล่งผลิตอาหาร เกาเหลาเราคงไม่วิ่งไปหาชามละ 300 บาทนะครับ :mrgreen:
ผมเคยได้ยินว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่เติบโตมาเป็นสิบปีแล้ว เมื่อเศรษฐกิจไม่เติบโต เงินเฟ้อก็ต่ำ
ต่างกับไทย เศรษฐกิจเติบโตมาตลอด เงินเฟ้อเฉลี่ยที่5%
ซึ่งคงอธิบายสถานการณ์ที่พี่Paulยกตัวอย่างมาได้ว่าทำไมการเปลี่ยนแปลงราคาอาหารของไทยกับญี่ปุ่นต่างกัน
ส่วนที่ราคาบ้านสูงจนคนรุ่นใหม่ซื้อไม่ไหวเพราะความเจริญเมื่อหลายปีที่แล้วต่างกับตอนนี้
และพื้นที่ในเมืองมีจำกัดแต่ความต้องการยังมีอย่างต่อเนื่อง ราคาย่อมสูงขึ้นเป็นธรรมดา
ไทยก็ไม่ต่างจากโตเกียว ผมเคยได้ยินข่าวอพาร์ทเม้นโลงศพในโตเกียวที่พื้นที่พอแค่นั่งเล่นโน๊ตบุ๊คและนอนเท่านั้น
ก็คงไม่ต่างกับตอนนี้ที่คนรุ่นใหม่ซื้อคอนโดได้แต่ขนาดสตูดิโอเท่านั้น

ทุนน้อยและหลุดดอยแล้ว เย้ๆ

Post Reply