สรุป Special Talk "พลังจีน...ขับเคลื่อนโลก" คุณธนินท์

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pawattt
Verified User
Posts: 413
Joined: Tue Oct 12, 2010 10:17 pm

สรุป Special Talk "พลังจีน...ขับเคลื่อนโลก" คุณธนินท์

Posts by pawattt » Mon Jul 09, 2012 9:19 pm

ผมได้ไปฟังมาครับ ขอนำมาแบ่งปัน หากผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะครับ

นับถึงปีนี้ คุณธนินท์เข้าไปลงทุนในจีนเป็นปีที่ 32 แล้ว และยังคงเชื่อมั่นว่าจีนจะยิ่งใหญ่ขึ้นไป(จีนพึ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่งมา 10 กว่าปีนี้เอง)

ประเด็นสำคัญ ๆ
1. ตอนนี้จีนพร้อมทุกอย่างแล้ว ความรู้ เงินทุน Infrastructure ต่างจากตอนที่ท่านไปใหม่ ๆ
“ เป็นโอกาสของเราแล้วตอนนี้”
จุดที่เป็นโอกาส ท่านเชื่อว่าจีนจะออกมาตรการที่สนับสนุน ธุรกิจ “จิ๋ว เล็ก กลาง” เพราะจีนรู้แล้วว่าประเทศจะอยู่ได้ ต้องสร้างตรงนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีเป็นรูปธรรมมากนัก แต่กำลังทำกันนอยู่ เมื่อมีนโยบายขึ้นมา คนไทยควรเตรียมพร้อมหากเค้าเปิดการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ
2. ธุรกิจบริการของจีนพึ่งเกิดมาไม่กี่ 10 ปีนี้เอง รัฐบาลยังไม่มีหลักสูตรมาสนับสนุนเลย
3. ตอนนี้แค่จีนโต 1% ก็มีความหมายมหาศาลมากกว่า การโต 100% ของแต่ก่อนมาก
4. วัฒนธรรมจีน เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว “หากผมเปียล้าสมัย ก็ตัดออกกันหมดเลย”
5. สำหรับธุรกิจไทยนั้น มาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาของธนาคาร เอื้อกับบริษัทขนาดใหญ่หมด ไม่ค่อยมีสนับสนุน “จิ๋ว เล็ก กลาง” ตรงนี้สำคัญมาก “จะเอาวิธีที่ปฏิบัติกับผู้ใหญ่ มาดูแล เด็กได้อย่างไร” ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสนับสนุน
6. แต่ก่อนมีคนพูดที่ว่า “มังกรข้ามน้ำทะเลมา ยังสู้งูท้องถิ่นไม่ได้ (เทียบคนไทยที่ข้ามไปทำธุรกิจต่างแดน)” ตอนนี้หากเราเข้าไปทำธุรกิจที่จีน ไม่ใช่มังกรน้ำข้ามไปสู้กับงูท้องถิ่นแล้ว เราไปเจอมังกรท้องถิ่นเลย !!!”
7. การทำธุรกิจ เน้นที่ “คน” ก่อน ทุนมาทีหลัง ถ้าไม่มีคนอย่าทำ
8. เกษตรกรจีนคิดเป็นประมาณกว่า 50-60% ของประชากรทั้งหมด คือประมาณ 700 ล้านคน หากจีนรวยขึ้นมา 5 เท่า แล้วเพียง 10% มาเที่ยวไทย ที่พักทั้งประเทศก็ไม่พออย่างแน่นอน !!!
9. 12-13 ปีนี้เองที่ประชาชนจีนสามารถซื้อรถได้ แต่ก่อนจะซื้อได้คือ รัฐบาลและข้าราชการเท่านั้น



ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวของกับ CP
1. หลาย ๆ คนอาจมองว่า CP เป็นคู่แข่งเกษตรกร ท่านตอบว่า “เราไม่ได้เป็นคู่แข่งแน่นอน เราสนับสนุนเค้า” ที่เราทำ เริ่มที่จีนแล้ว และกำลังทำที่ไทยคือว่า ผู้ที่มีพื้นที่ทำการเกษตร เราจะติดต่อเค้า ขอเช่าพื้นที่แล้วให้คนที่เค้าเก่ง (บุคคลที่ 3) มาทำแทน เจ้าของพื้นที่ ก็มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่ชอบที่ถนัด ส่วนเราเองก็จะสนับสนุน และทำการตลาดให้ จะเห็นว่า win ทั้ง 3 ฝ่ายเลย และได้ประโยชน์ และคุณภาพสูงสุดด้วย เป็นการ “สานประโยชน์”
2. CP กำลังทำธุรกิจเกษตรสมัยใหม่
3. ไม่ว่าประเทศไหน ไม่มีไคอยากให้คนต่างชาติมาเอาเปรียบ ดังนั้นเราต้องไปเสียเปรียบให้เขาก่อน อย่าเอาเปรียบเขา เอาเปรียบไปก็ไม่ได้อะไรมากนักหรอก “คนยิ่งใหญ่ต้องรู้จักเสียเปรียบให้เป็น”
4. ท่านกล่าวว่า สินค้าเกษตรควรมีราคาเท่ากับน้ำมัน (หรือเพิ่มเป็นสัดส่วนเท่ากัน ตรงนี้ไม่แน่ใจครับ)
5. ผู้ปกครองแต่ละรัฐ แต่ละชุมชน เป้าหมายสำคัญ คือ การดูแลปากท้องประชาชน CP ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้เต็ม ๆ
6. มีคนถามว่า CP จะไปแข่งกับ KFC หรือไม่ ท่านตอบว่า “เราเป็นนักวิ่งมาราธอน อย่างไปแข่งกับนักวิ่งร้อยเมตรที่เป็นแชมป์อยู่แล้ว” ถึงแม้แข่งไปแล้วเราชนะ กว่าจะชนะได้ก็เสียพละกำลังไปมหาศาล ไม่คุ้มหรอก หากเราจะแข่ง ต้องให้เค้ามาแข่งในสนามของเรา หรือไม่เราก็เปิดตลาดใหม่เลย เช่น ทำ model คล้าย ๆ KFC แต่ขายข้าวมันไก่ กระจายทั่วจีน แล้วค่อยขยายไปทั่วโลก
7. การมองวิกฤติกับโอกาส แล้วแต่มุมที่มอง ท่านกล่าว ส่วนตัวแล้วท่านมองในแง่โอกาส เช่น ส่วนมากจะบอกกันว่า ถ้าพม่าปลูกข้าว จะเป็นวิกฤติของไทยแน่ ๆ ข้าวจะล้นตลาด ราคาตกต่ำ
แต่คุณธนินท์กลับมองเป็นโอกาสดังนี้
ท่านถามกลับว่า เราห้ามพม่าปลูกข้าวได้หรือ? ไม่ได้แน่นอนใช่ไหม “ถ้าพม่าปลูกข้าวจริง ผมจะเป็นคนไปซื้อข้าวเค้า แล้วทำการตลาดให้ ส่งขายทั่วโลก” ส่วนพื้นที่เกษตรเรา ก็ไม่ต้องไปปลูกแข่งกับเขา เราก็เปลี่ยนเป็นปลูกอย่างอื่นที่มี “มูลค่ามากกว่าข้าวแทน” จะไปแข่งกับเขาทำไม

จากการที่ผมฟังทั้งหมดนั้น คุณธนินท์เป็นผู้ที่เน้นการหาและมองที่โอกาสเสมอ มีคำถามจากท่านผู้ฟังถามประมาณว่า “อะไรคือจุดที่เสี่ยงทีสุดของจีน” ท่านตอบว่า “หากพูดถึงความเสี่ยงผมคงต้องกลับไปหาข้อมูลก่อน” แต่หากถามคำถามอื่นๆ ท่านจะตอบแนวทางที่เป็นโอกาสเสมอครับ
:D :D


Post Reply