นักลงทุนญี่ปุ่นย้ำไม่ย้ายฐานการผลิตหนีไทย
--------------------------------------------------------------------------------
วันศุกร์ ที่ 14 ต.ค. 2554
กรุงเทพฯ 14 ต.ค.-นักลงทุนญี่ปุ่นย้ำไม่ย้ายฐานการผลิตจากไทย แม้น้ำท่วมหนัก ด้าน ส.อ.ท.ยอมรับห่วงแรงงานเอาท์ซอส์ส ที่อาจว่างงาน 3-10 เดือน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท.เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนักธุรกิจจากหอการค้าญี่ปุ่นและองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร
สำนักงานกรุงเทพ ว่า ส.อ.ท. ได้ยืนยันต่อนักลงทุนญี่ปุ่น ว่ารัฐบาลไทยและกองทัพได้พยายามแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมที่นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างเต็มที่ ซึ่งจากการหารือวันนี้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นก็เข้าใจ และยืนยันที่จะอยู่ร่วมกับประเทศไทย ทั้งในช่วงที่เกิดวิกฤต และรุ่งเรืองร่วมกัน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการญี่ปุ่นเองก็ได้เตรียมมาตรการที่จะฟื้นฟูนิคมโรจนะไว้แล้ว โดยหากระดับน้ำที่ท่วมลดต่ำกว่าคันดินกั้นน้ำ ก็จะว่าจ้างผู้รับเหมารายใหญ่ 4 ราย เข้าไปสูบน้ำออกจากนิคม และหากระดับน้ำลดลงเหลือ 1 เมตร ก็จะขอความร่วมมือกำลังทหาร เข้าช่วยเหลือขนย้ายระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ส่วนใหญ่จัดเก็บไว้ที่ชั้น 2 ของโรงงาน ส่วนในระยะยาวนิคมโรจนะ ได้เตรียมป้องกันน้ำท่วม ด้วยการสร้างคันกั้นน้ำเป็นซีเมนท์ที่แข็งแกร่ง และเพิ่มระดับความสูงได้
ส่วนปัญหาที่น่ากังวลนับจากนี้ คือ ปัญหาการว่างงานของแรงงานหลักแสนคน ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อาจต้องหยุดงาน 3 -10 เดือน เพราะการฟื้นฟูโรงงานแต่ละแห่งไม่เท่ากัน โดยกลุ่มที่น่ากังวลคือพนักงานเอาท์ซอส์ ที่มีสัดส่วนกว่า 30 % ของการจ้างงาน เพราะไม่มีสัญญาจ้างระยะยาว ทั้งนี้ส.อ.ท.ยังได้เตรียมหาสำนักงานชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอีกด้วย
ด้านนายเซ็ทซึโอะ อิอูจิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร สำนักงานกรุงเทพ ยืนยันว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นักลงทุนญี่ปุ่นยังไม่ได้คิดย้ายฐานการลงทุนจากไทย เพราะยังเป็นประเทศฐานการผลิตที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และร่วมมือทางธุรกิจอย่างเข้มแข็งมาอย่างยาวนาน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด เพราะต้องรอให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติจึงจะประเมินได้
ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบการญี่ปุ่นต้องการคือข้อมูลข่าวสารที่เป็นภาษาอังกฤษโดยอาจให้ BOI และ กนอ. เป็นศูนย์กลางกระจายข่าวสาร เพราะขณะนี้ข้อมูลสถานการณ์น้ำค่อนข้างสับสน ทั้งยังหวังให้ระดับน้ำลดโดยเร็ว เพื่อที่จะได้เข้าไปสำรวจความเสียหาย และเร่งฟื้นฟูเพื่อเดินหน้าสายการผลิตต่อไป. –สำนักข่าวไทย