หน้า 7 จากทั้งหมด 14

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 3:26 am
โดย atitus.b
simplelife เขียน:
pak เขียน:ถ้าผมจะหา "แพะ" ให้เรื่องนี้
ผมจะยกตำแหน่งนี้ให้กับ "การ์ตูนประจำสัปดาห์นี้" อ่ะนะครับ
ลองไปดูตรงนี้

สรุปรายงานหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นสูงสุด 50 อันดับแรก

http://www.set.or.th/th/market/market_statistics.html

ดูย้อนไปไกลๆหลายๆเดือนด้วย
ขอบคุณมากครับ เห็นแล้วได้แต่ :shock: :shock: :shock:

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 7:07 am
โดย Zcyllar
Pn3um0n1a เขียน:
Zcyllar เขียน: นั้นแหละครับสาเหตุที่ลงแรง รับไม่อยู่ และไอ้ที่ขายกันออกมา ตั้งแต่ประมาณ 3.30 ผมว่าส่วนใหญ่จำใจขายหรือบางคนอาจโดนบังคับให้ต้องขาย ซะด้วย ยิ่งลงก็ยิ่งมีเพิ่ม ผมว่ายังเหลือที่จะต้องโดนบังคับขายอีกเยอะหากราคายังอยู่แถว ๆ นี้ ใจเย็น ๆ ครับ บางทีนะอาจจะเป็นว่า ทุบให้พวกใช่มาร์จินปล่อยของออกมาเยอะ ๆ เพื่อเปิดทางให้ต่างชาติเข้า เร็ว ๆ นี้นะครับ :mrgreen: :mrgreen: ราคาก่อนลงอาจจะยังไม่จูงใจต่างชาติ (โดยเฉพาะแถว ๆ ฮ่องกง) เออ.....ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม่ต้องฮ่องกง :wink: :wink: อิอิอิอิ
3.30 นี่ ต้องซื้อที่ราคาเท่าไหร่ถึงโดน force sell (บังคับขาย) เหรอครับ
ผมคิดว่า น่าจะประมาณ 3.8 ขึ้นไปครับ แต่ผมไม่ได้หมายความว่าทุกเคสจะต้องถูก force sell ครับ แต่ส่วนใหญ่ทุกคนก็จะทราบจุดที่ตัวเองจะต้องถูก force sell พอมันลงมาใกล้ใกล้จะถึง ก็ขายกันก่อนแล้วครับ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วขอต่ออีกนิดนะครับ โดยส่วนตัวผมเองคิดว่าเหตุการณ์นี้มันไม่ได้มีอะไรซับซ่อนเท่าไหร่ครับ ถ้าจะจำได้ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดลง jas ก็สวนตลาดขึ้นมา เพราะงั้นอารมณ์แต่ละคนก็แตกต่าง แต่ส่วนใหญ่ผมว่าประเมินว่าจะต้องย่อลงนะครับ แต่ขายไปก็กลัวขายหมูเพราะเห็นว่าเป็นขาขึ้น เหมือนกับว่า กล้า ๆ กลัว ๆ นะครับ ไม่ทราบพอจะเคยเห็นภาพที่เมื่อก่อนนะครับ เป็นภาพที่มีฝูงนก เพนกวิด ยืนกันเยอะ และก็มี ตัวนึงกระโดดลงน้ำตัวต่อไปก็ตามกันจนหมด

ผมคิดว่าคนหรือกลุ่มที่ขายไม้แรก ก็อาจจะไม่ได้มีความตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรอกครับ แต่อาจจะมีความจำเป็นต้องใช้เงินนะครับ เช่น ต้องใช่เงินเพื่อไปเลือกตั้ง ลูกกำลังจะเปิดเทอม หรือ อะไรก็ได้ครับ และผมก็เชื่อว่าไม่ใช่กลุ่ม ผถห ใหญ่หรอกครับ อาจจะเป้นใครก็ได้ เพราะถ้าใช่ มาร์จิน ก็น่าจะมีจำนวนหุ้นพอสมควร แต่พอขายไปคนที่อื่นเห็นว่ามีทิ้งมาก็ผสมโรงกันไปด้วย จาก 1 เป็น 10 จาก 10 เป็น 100 พอลงไปถึงจุดนึง กลไก force sell ก็เริ่มทำงาน ยิ่งลงก็ยิ่งเพิ่ม จึงไหลลงไปเยอะนะครับ บวกกับท่านอื่นที่ไม่ใช่มาร์จินก็ผสมเข้าไปอีก ช่วงหลัง ๆ มาผมได้ยินเป้าหมายเยอะมาก มีทั้ง 3.5 4.0 5.0 6.8 เลยไปยัง 12 ก็เคยได้ยิน เริ่มจากมั่นใจ จนมาเป็นกังวล และก็กลัว

เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวผมว่าอาจจะเป็นเรื่องของจิตวิทยามวลชน น่ะครับ เมื่อก่อนช่วงเป็นวัยรุ่น มีช่วงนึงที่วัยรุ่นชอบไปท้าพิสูจน์ บ้านผีสิง ผมกับเพื่อน ๆ ก็ไปครับ ก่อนไปก็ครึกครื่นกันดี พอไปถึงผมก็เริ่มเสียว ๆ เพราะบรรยากาศ พอได้เข้าไปในใจนี้กลัวแต่ต้องทำเป็นกล้า กลัวเพื่อนว่า พอเดิน ๆ ไป มีคนนึงทำของตก เท่านั้นแหละครับไปกันคนละทิศละทางเลย พอรวมกลุ่มกันได้อีกทีถามว่าวิ่งกันทำไม โห บางคนบอกเห็นเงาคน บางคนบอกเห็นเด็กวิ่ง ไอ้คนที่ไม่เห็นก็ต้องบอกว่าเห็นร่วมถึงผมด้วย เพราะกลัวจะอายหาว่า ปอดแหก อิอิ

ใจร่ม ๆ เถอะครับ น้ำครึ่งแก้วเราจะมองว่ามันหายไปตั้งครึ่งแก้ว หรือเราจะมองว่ามันเหลืออีกตั้งครึ่งแก้ว ก็อยู่ที่ตัวเราจะเลือกมองครับ ค้วยความเครพครับ

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 7:39 am
โดย Zcyllar
เมื่อกี้ลืมเล่าครับ ผมมีเรื่องที่ทั้งงง และ ก็ทั้งฮา สำหรับผมนะครับ ช่วงก่อนผมเคยซื้อหุ้นอยู่ตัวนึง ที่ตอนนี้ pe ประมาณ 800 มั้ง ผมเคยมีต้นทุนหลังจากเพิ่มทุนแล้ว ที่ 1.20 แต่หลังจากนั้นก็ลงไปเรื่อย จนมาหยุดเที่ยว 0.76-0.78 ผมก็ไม่ได้ไปดูเลย วันนั้นอุตริยังไงไม่รู้ ไปดู ผมเห็นว่าผมขาดทุนเยอะ แต่ผมก็มีไม่เยอะหรอกครับ ก็เลยคิดว่าราคานี้ซื้อมาเฉลี่ยต้นทุนเดินก็น่าจะทำให้ออกของง่ายขึ้นหากราคาเด้งกลับมาหน่อย ผมก็โทรสั่งเคาะขวาเลยครับ เท่านั้นแหละครับ มันวิ่งไป เกือบซิลลิ่งเลยครับ จนทุกวันนี้ เพิ่งติด gb ไปนะครับ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่มันวิ่งไปนะครับ แต่อย่างน้อยครั้งนึงในชีวิต ได้ดูเหมือนเป็นเจ้าก็ตกลงดีนะครับ แม้มันจังบังเอิญแบบงงก็เถอะ :mrgreen: :mrgreen:

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 8:57 am
โดย pak
ที่ผมเข้ามาตามอ่าน เป็นเพราะว่า...

ผมต้องการศึกษาไว้เพื่อเป็น Case Study สำหรับหุ้นที่ครองตำแหน่ง "ขวัญใจมหาชน"
และต้องบอกว่า ผมได้รับความรู้จากกระทู้นี้ไปมากมายเลยครับ

ผมขอตั้งชื่อเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ว่า..."สึนามิราคาหุ้น" นะครับ
เพราะมันมาแบบรวดเร็ว ไม่ทันให้เราได้ตั้งตัว
และมันกวาดทุกสิ่งทุกอย่างกลับลงไปในทะเลเกือบจะหมด...แทบไม่เหลืออะไรเลย!!!

วันจันทร์ที่จะถึงนี้...
ไม่รู้ว่า "ฟ้าจะเปิด และทะเลจะเงียบสงบ" หรือยังนะครับ?
หรือว่าจะยังมี "อาฟเตอร์ช็อค" ตามมาอีก

เอาใจช่วยสำหรับคนมีหุ้นนะครับ
และเชื่อว่าเหตุการณ์ร้ายๆจะผ่านพ้นไปด้วยดี
ฟ้าหลังฝน ย่อมงดงามเสมอ

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 9:34 am
โดย sai
simplelife เขียน:
ศิษย์เซียน007 เขียน:ผมว่า2ล้านรายมีความน่าจะเป็นมากที่สุดว่าจะเป็นถึงในซักวันหนึ่ง และระบบของjasก็มีความพร้อมในการรองรับ โดยที่ไม่ต้องใช้จ่ายในการลงทุนที่มากมายนักอาจจะประมาณปีล่ะพันล้าน ผมเลยว่าตอนนี้เวลายังอยู่ข้างนักลงทุนนะคับ
จำนวนหุ้นจดทะเบียนประมาณ 7,400 ล้านหุ้น ถ้ากำไรปีละพันล้านเท่ากับ ประมาณ 0.14 ต่อหุ้น
ศิษย์เซียน007 เขียน:ส่วนwifiยังไม่กล้าคาดการณ์แต่ประการใดขอดูตัวเลขผู้ใช้ซัก2Qก่อนใหม่ๆที่คนใช้เยอะอาจจะมาการอยากลองของใหม่ก็ได้คับ :mrgreen:
สมมติว่ามีลูกค้า wifi 1 ล้านคน (ตอนนี้ ทรูมีลูกค้า wifi ประมาณ 5 แสนราย) เดือนละ 99- gpm ที่ 70% เท่ากับกำไรประมาณ 830 ล้านบาท หรืออีกประมาณ 0.11 ต่อหุ้น

?
wifi เราน่าจะได้ส่วนแบ่งประมาณ 70 บาทต่อหัวนะครับเพราะต้องแบ่งให้กับ ais ด้วย ถ้าไปคิดเดือนละ 99 อาจจะผิดเพี้ยนไปได้ครับ

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 10:19 am
โดย pongo
ขอบคุณคุณ simplelife ด้วยครับ สำหรับสถิติ margin loan
เพิ่งรู้ว่าใน set.or.th มีข้อมูลด้านนี้ด้วย :bow: :bow: :bow:

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 10:46 am
โดย leaderinshadow
pak เขียน:ที่ผมเข้ามาตามอ่าน เป็นเพราะว่า...

ผมต้องการศึกษาไว้เพื่อเป็น Case Study สำหรับหุ้นที่ครองตำแหน่ง "ขวัญใจมหาชน"
และต้องบอกว่า ผมได้รับความรู้จากกระทู้นี้ไปมากมายเลยครับ

ผมขอตั้งชื่อเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ว่า..."สึนามิราคาหุ้น" นะครับ
เพราะมันมาแบบรวดเร็ว ไม่ทันให้เราได้ตั้งตัว
และมันกวาดทุกสิ่งทุกอย่างกลับลงไปในทะเลเกือบจะหมด...แทบไม่เหลืออะไรเลย!!!

วันจันทร์ที่จะถึงนี้...
ไม่รู้ว่า "ฟ้าจะเปิด และทะเลจะเงียบสงบ" หรือยังนะครับ?
หรือว่าจะยังมี "อาฟเตอร์ช็อค" ตามมาอีก

เอาใจช่วยสำหรับคนมีหุ้นนะครับ
และเชื่อว่าเหตุการณ์ร้ายๆจะผ่านพ้นไปด้วยดี
ฟ้าหลังฝน ย่อมงดงามเสมอ
เค้าบอกว่า ก่อนสึนามึ มักมีสัญญาณเตือนภัย
เช่นเกิดแผ่นดินไหว 7 ริกเตอร์ขึ้นไป น้ำทะเลลดอย่างรวดเร็ว
ตัวนี้ก็เหมือนกัน ผมว่าก่อนราคาร่วงหนัก น่าจะมีการนำ ไปทำการศึกษานะครับ
ว่า 1 อาทิตย์ก่อนร่วง เกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง มีข่าวอะไรบ้าง คนรู้สึกอย่างไร
ตอนราคาร่วง เกิดข่าวอะไร คนรู้สึกอะไร
หลังจากนั้นเป็นอย่างไร เกิดข่าวอะไร คนรู้สึกอะไร

เปรียบเสมือนประเทศญี่ปุ่นกับไทย
ถ้าโดนสึนามึเหมือนกัน เค้าจะเสียหายน้อยกว่าไทยแน่ๆ
เพราะญี่ปุ่นเค้าบทเรียนกับเรื่องนี้เยอะ

ลองคิดดูว่าถ้าเหตุการณ์สึนามิ ครั้งล่าสุด มาเกิดที่ไทย
ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ...!

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 11:16 am
โดย dkm
black friday
รอดูผลประกอบการอีก 2-3 ไตรมาศกันก่อนดีกว่านะครับ :mrgreen:

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 11:28 am
โดย jo7393
เอามาให้อ่านเตือนใจอีกครั้งครับ
สำหรับคนที่วิเคราะห์ตาม พื้นฐานกิจการครับ :D
การทำใจในการลงทุน : ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
Posted by admin in Investment on ก.พ. 22nd, 2011 | no responses
ถ้ารักจะเป็น Value Investor แล้ว จะต้องรู้จัก “ทำใจ” ในหลายๆเรื่อง ใหม่ๆอาจจะรู้สึกกระวนกระวายใจและอาจทำไม่สำเร็จ แต่ถ้าฝึกไปเรื่อยๆก็จะทำได้เองและจะทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ และผลดีก็จะตามมา ต่อไปนี้เป็นบางสิ่งบางอย่างที่ผมคิดว่านักลงทุนควรจะฝึก “ทำใจ”
.
เรื่องแรกก็คือ อย่าตื่นเต้นหรือดีใจเกินไปเวลาหุ้นวิ่งขึ้นไปรวดเร็วและรุนแรง เช่นเดียวกับที่อย่าตกใจขวัญเสียเวลาหุ้นตกหนักในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะทำให้เราตัดสินใจซื้อหรือขายหุ้นบ่อย และที่สำคัญก็คือ ผิดเวลา ซึ่งทั้งสองอย่างนั้นรับประกันว่าจะทำให้เรากระเป๋าฉีกแน่นอน
.
ใกล้เคียงกับข้อแรกก็คือ อย่าเฝ้าจอหุ้นหรือติดตามราคาหุ้นใกล้ชิดเกินไป เพราะจะทำให้เราตาลายและสับสน เช่นเดียวกัน เราไม่ควรฟังข่าว ทั้งที่เป็นข่าวจริงหรือข่าวลือในห้องค้าเกินความจำเป็น เพราะหูจะอื้อ และเมื่อเราหูอื้อและตาลายพร้อมกัน ก็มีโอกาสสูงที่เราจะทำอะไรโดยไม่ได้คิดได้ง่าย ซึ่งการลงทุนที่ไม่ได้คิดอย่างรอบคอบนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับนักมวยที่เมาหมัด เดินเข้าหาคู่ต่อสู้โดยไม่ได้ป้องกันตัว
.
เรื่องที่ควรทำใจข้อสามก็คือ การยอมรับว่าเราไม่สามารถคาดการณ์ภาวะตลาดหุ้นได้ และไม่มีใครสามารถทำได้ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นการลงทุนโดยอิงกับการคาดการณ์ภาวะตลาดจึงไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ การทำใจในเรื่องนี้บางทีก็เป็นเรื่องยาก เพราะเรามักจะคิด “เข้าข้างตัวเอง” ว่าเรารู้และคาดได้ถูกมากกว่าผิด เหตุผลอาจจะเป็นเพราะว่าเวลาคาดถูก เรามักจะภูมิใจ ดีใจ และจดจำ ส่วนเวลาที่คาดผิด เรามักจะเสียใจและพยายามลืม ซึ่งทำให้สมองเราเก็บสถิติที่ผิดพลาดนึกว่าเราแน่ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่
.
เรื่องที่นักลงทุนส่วนใหญ่สนใจและติดตามกันมากในช่วง นี้ก็คือ การซื้อหุ้นสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศซึ่งซื้อติดต่อกันมาหลายเดือนนับได้ เกือบแสนล้านบาทเข้าไปแล้ว (2548) แต่ผมกลับคิดว่า Value Investor ควรจะทำใจไม่ให้สนใจกับเรื่องนี้ เพราะการซื้อหุ้นสุทธิของ “ฝรั่ง” นั้น ถึงแม้ว่ามักจะทำให้ดัชนีหุ้นวิ่งขึ้น แต่ ปัญหาก็คือ เราไม่รู้ว่าวันไหนฝรั่งจะซื้อหรือขายมากน้อยแค่ไหน เรารู้ต่อเมื่อเขาซื้อหรือขายเรียบร้อยแล้ว เรามักจะซื้อทีหลังและขายทีหลัง
.
ทุกครั้งที่สถาบันลงทุนชื่อดังจากต่างประเทศให้สัมภาษณ์ว่าเขา สนใจตลาดหุ้นไทย และจะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนนั้น เชื่อผมเถอะครับว่าเขาซื้อไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเราลงทุนโดยดูการซื้อขายของเขา เราน่าจะเป็น “เหยื่อ” มากกว่าที่จะเป็นคนตกปลา
.
เรื่องที่ห้าสำหรับ Value Investor ที่ควรจะทำใจ ก็คือ การ ลงทุนหุ้นนั้นจะให้ผลตอบแทนค่อนข้างดีในระยะยาว 4-5 ปีขึ้นไป แต่ในระยะสั้นแล้วอาจจะเลวร้ายหรือดีเยี่ยมก็ได้ แต่ไม่ว่าในกรณีใด การลงทุนในหุ้นไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้คนรวยในชั่วข้ามคืน ถ้าอยากจะรวยด้วยหุ้นแบบปลอดภัย ผมคิดว่าต้องศึกษาการลงทุนมาเป็นอย่างดี และต้องลงทุนต่อเนื่องยาวนานเป็นสิบๆปีขึ้นไป การคิดหวังรวยทางลัดในตลาดหุ้นนั้นผมคิดว่าร้อยละ 99 ขาดทุนและเสียหายหนัก
.
นอกจากทำใจว่า การลงทุนหุ้นไม่สามารถจะรวยได้เร็วเหมือนการเก็งกำไรหรือการพนันอย่างอื่น แล้ว ควรทำใจว่าผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีของเราน่าจะอยู่ในระดับไม่เกิน 10-15% โดยไม่ต้องสนใจว่าคนเล่นหุ้นหรือนักลงทุนคนอื่นจะได้กำไรมหาศาลแค่ไหน โดยเฉพาะในช่วงสั้นๆไม่เกินปีหรือสองปี เพราะ การพยายามไปเปรียบเทียบกับคนที่กำลังประสบความสำเร็จในช่วงสั้นๆ จะทำให้เราเข้าใจผิดคิดว่าวิธีการของเราผิดและวิธีการของเขาถูก ซึ่งอาจจะไม่ใช่
.
ถ้าจะให้สรุปสำหรับข้อห้าและหกก็คือ นักลงทุนควรจะทำใจให้รู้จักกับความพอใจและเพียงพอในการลงทุน ไม่โลภหวังรวยโดยการเสี่ยงหรือเก็งกำไรในสิ่งที่ไม่มีความแน่นอนพอ
.
อย่างไรก็ตาม การทำใจในเรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าผลตอบแทนของเราไม่มีทางที่จะดีเลิศได้เลย เพราะ ในความเป็นจริงนั้น มหัศจรรย์สามารถเกิดขึ้นได้กับพอร์ตการลงทุนที่เจ้าของยึดหลักความพอเพียง เท่าๆกับพอร์ตที่เน้นการลงทุนแบบหวังรวยเร็วเหมือนกัน
.
การทำใจที่สำคัญที่สุดอีกข้อหนึ่งสำหรับ Value Investor ก็คือ การ เชื่อว่าราคาหุ้นที่เราลงทุนไว้นั้นในระยะยาวจะขึ้นหรือลงตามกำไรของกิจการ ผลตอบแทนของการลงทุนของเราจะดีหรือเลวก็ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัท ที่เราลงทุน ถ้าเราทำใจในเรื่องนี้ได้ เราก็จะไม่กระวนกระวายหรือเสียใจเวลาที่ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นไปแรง ในขณะที่พอร์ตหุ้นของเราไม่ได้ปรับตัวขึ้นตาม เช่นเดียวกัน เราก็จะไม่เห็นเหตุผลหรือรู้สึกว่าจะต้องปรับพอร์ตตามภาวะตลาด
.
ต่อเนื่องจากเรื่องของกำไรกับราคาหุ้นก็คือ เราควรทำใจให้ได้ว่า การ ลงทุนซื้อหุ้นในตลาดนั้นก็คือการลงทุนในธุรกิจ เราซื้อหุ้นก็คือการซื้อส่วนหนึ่งของธุรกิจ เป็นเรื่องยากที่ธุรกิจจะมีค่ามากขึ้นมากมายในเวลาไม่กี่วัน เช่นเดียวกัน เป็นเรื่องยากที่ธุรกิจจะมีค่าตกต่ำลงมากมายในชั่วข้ามคืน ดังนั้น การซื้อหรือขายธุรกิจโดยอิงกับความผันผวนของราคาหุ้นในช่วงสั้นๆ จึงเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผล
.
การทำใจเรื่องที่เก้าก็คือ การ ทำใจไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับหุ้นที่ดูเหมือนจะสามารถทำกำไรได้ง่ายในระยะ เวลาอันสั้น แต่หุ้นนั้นพิจารณาจากพื้นฐานแล้วไม่มีความคุ้มค่าที่จะซื้อเลย นี่ก็คือหุ้นที่อาจจะกำลังมี “ข่าวดี” หรือกำลังจะมี “คนเล่น” หรืออะไรก็แล้วแต่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อดใจได้ยาก แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าที่จะทำ บางครั้งเราอาจจะได้กำไรมากกว่าขาดทุน แต่มันจะไม่เปลี่ยนแปลงขนาดของพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าเราทำบ่อยๆ เราจะ “หลงทาง” และหลุดจากเป้าหมายหลักของการสร้างพอร์ตในระยะยาว
.
สุดท้ายแต่ไม่ใช่เรื่องสุดท้ายที่จะต้องทำใจก็คือ เมื่อ เราประสบความสำเร็จในการลงทุนมา 2-3 ปี ก็อย่าเพิ่งเชื่อว่าเราจะชนะต่อไปเรื่อยๆด้วยวิธีการลงทุนที่ทำอยู่ เรามีโอกาสที่จะประสบกับความเลวร้ายเสมอและวันหนึ่งเราก็จะเจอ อย่าเชื่อว่าวิธีการที่ทำอยู่จะถูกต้อง จนกว่าคุณจะใช้มาไม่น้อยกว่า 5-6 ปีขึ้นไป และมันสร้างผลตอบแทนที่น่าประทับใจมาอย่างสม่ำเสมอ
.
การทำใจในการลงทุน
.
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 11:56 am
โดย naris
Zcyllar เขียน:
Pn3um0n1a เขียน:
Zcyllar เขียน: นั้นแหละครับสาเหตุที่ลงแรง รับไม่อยู่ และไอ้ที่ขายกันออกมา ตั้งแต่ประมาณ 3.30 ผมว่าส่วนใหญ่จำใจขายหรือบางคนอาจโดนบังคับให้ต้องขาย ซะด้วย ยิ่งลงก็ยิ่งมีเพิ่ม ผมว่ายังเหลือที่จะต้องโดนบังคับขายอีกเยอะหากราคายังอยู่แถว ๆ นี้ ใจเย็น ๆ ครับ บางทีนะอาจจะเป็นว่า ทุบให้พวกใช่มาร์จินปล่อยของออกมาเยอะ ๆ เพื่อเปิดทางให้ต่างชาติเข้า เร็ว ๆ นี้นะครับ :mrgreen: :mrgreen: ราคาก่อนลงอาจจะยังไม่จูงใจต่างชาติ (โดยเฉพาะแถว ๆ ฮ่องกง) เออ.....ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม่ต้องฮ่องกง :wink: :wink: อิอิอิอิ
3.30 นี่ ต้องซื้อที่ราคาเท่าไหร่ถึงโดน force sell (บังคับขาย) เหรอครับ
ผมคิดว่า น่าจะประมาณ 3.8 ขึ้นไปครับ แต่ผมไม่ได้หมายความว่าทุกเคสจะต้องถูก force sell ครับ แต่ส่วนใหญ่ทุกคนก็จะทราบจุดที่ตัวเองจะต้องถูก force sell พอมันลงมาใกล้ใกล้จะถึง ก็ขายกันก่อนแล้วครับ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วขอต่ออีกนิดนะครับ โดยส่วนตัวผมเองคิดว่าเหตุการณ์นี้มันไม่ได้มีอะไรซับซ่อนเท่าไหร่ครับ ถ้าจะจำได้ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดลง jas ก็สวนตลาดขึ้นมา เพราะงั้นอารมณ์แต่ละคนก็แตกต่าง แต่ส่วนใหญ่ผมว่าประเมินว่าจะต้องย่อลงนะครับ แต่ขายไปก็กลัวขายหมูเพราะเห็นว่าเป็นขาขึ้น เหมือนกับว่า กล้า ๆ กลัว ๆ นะครับ ไม่ทราบพอจะเคยเห็นภาพที่เมื่อก่อนนะครับ เป็นภาพที่มี

ฝูงนก เพนกวิด ยืนกันเยอะ และก็มี ตัวนึงกระโดดลงน้ำตัวต่อไปก็ตามกันจนหมด

ผมคิดว่าคนหรือกลุ่มที่ขายไม้แรก ก็อาจจะไม่ได้มีความตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรอกครับ แต่อาจจะมีความจำเป็นต้องใช้เงินนะครับ เช่น ต้องใช่เงินเพื่อไปเลือกตั้ง ลูกกำลังจะเปิดเทอม หรือ อะไรก็ได้ครับ และผมก็เชื่อว่าไม่ใช่กลุ่ม ผถห ใหญ่หรอกครับ อาจจะเป้นใครก็ได้ เพราะถ้าใช่ มาร์จิน ก็น่าจะมีจำนวนหุ้นพอสมควร แต่พอขายไปคนที่อื่นเห็นว่ามีทิ้งมาก็ผสมโรงกันไปด้วย จาก 1 เป็น 10 จาก 10 เป็น 100 พอลงไปถึงจุดนึง กลไก force sell ก็เริ่มทำงาน ยิ่งลงก็ยิ่งเพิ่ม จึงไหลลงไปเยอะนะครับ บวกกับท่านอื่นที่ไม่ใช่มาร์จินก็ผสมเข้าไปอีก ช่วงหลัง ๆ มาผมได้ยินเป้าหมายเยอะมาก มีทั้ง 3.5 4.0 5.0 6.8 เลยไปยัง 12 ก็เคยได้ยิน เริ่มจากมั่นใจ จนมาเป็นกังวล และก็กลัว

เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวผมว่าอาจจะเป็นเรื่องของจิตวิทยามวลชน น่ะครับ เมื่อก่อนช่วงเป็นวัยรุ่น มีช่วงนึงที่วัยรุ่นชอบไปท้าพิสูจน์ บ้านผีสิง ผมกับเพื่อน ๆ ก็ไปครับ ก่อนไปก็ครึกครื่นกันดี พอไปถึงผมก็เริ่มเสียว ๆ เพราะบรรยากาศ พอได้เข้าไปในใจนี้กลัวแต่ต้องทำเป็นกล้า กลัวเพื่อนว่า พอเดิน ๆ ไป มีคนนึงทำของตก เท่านั้นแหละครับไปกันคนละทิศละทางเลย พอรวมกลุ่มกันได้อีกทีถามว่าวิ่งกันทำไม โห บางคนบอกเห็นเงาคน บางคนบอกเห็นเด็กวิ่ง ไอ้คนที่ไม่เห็นก็ต้องบอกว่าเห็นร่วมถึงผมด้วย เพราะกลัวจะอายหาว่า ปอดแหก อิอิ

ใจร่ม ๆ เถอะครับ น้ำครึ่งแก้วเราจะมองว่ามันหายไปตั้งครึ่งแก้ว หรือเราจะมองว่ามันเหลืออีกตั้งครึ่งแก้ว ก็อยู่ที่ตัวเราจะเลือกมองครับ ค้วยความเครพครับ
อ่านแล้วขำกลิ้ง โดนใจจริงๆครับ :D

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 12:40 pm
โดย sorawut
ขอมอบเพลงนี้ให้ผู้กล้าทุกท่านครับ :D


Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 12:56 pm
โดย laohanant
simplelife เขียน:
pak เขียน:ถ้าผมจะหา "แพะ" ให้เรื่องนี้
ผมจะยกตำแหน่งนี้ให้กับ "การ์ตูนประจำสัปดาห์นี้" อ่ะนะครับ
ลองไปดูตรงนี้

สรุปรายงานหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นสูงสุด 50 อันดับแรก

http://www.set.or.th/th/market/market_statistics.html

ดูย้อนไปไกลๆหลายๆเดือนด้วย
ขอบคุณพี่ simplelife สำหรับมุมมองใหม่ๆ :D

ไม่มีหุ้นแต่ชอบอ่าน เห็นแล้วหนาวขี้เลย :shock:
margin.jpg
หุ้นทั้งมี 7,244,251,378 หุ้น เล่นวางกันไปถึง........... โอ้ นี่แค่เดือน มีนาคม นะ แล้วไอ้ เมษา ที่ผ่านมานี้อีกล่ะ :shock:

วางกันเกินครึ่งของรายย่อย ก็ต้องหมายความว่ารายใหญ่ก็วางด้วย :shock:

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 3:01 pm
โดย กล้วยไม้ขาว
ก่อนจะลงมันมีความน่าจะเป็นทางเทคนิคที่อาจจะเกิด Climax Top ครับ
ผมซื้อไว้เกร็งกำไรนิดหน่อย ยังขายทิ้งไปที่ 3.74 ตอนวันจันทร์เลยครับ :mrgreen:
รายละเอียดลองไปศึกษาเอาเองนะครับ มันไม่เกี่ยวกับหลัก VI

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 5:59 pm
โดย Real-VI
กล้วยไม้ขาว เขียน:ก่อนจะลงมันมีความน่าจะเป็นทางเทคนิคที่อาจจะเกิด Climax Top ครับ
ผมซื้อไว้เกร็งกำไรนิดหน่อย ยังขายทิ้งไปที่ 3.74 ตอนวันจันทร์เลยครับ :mrgreen:
รายละเอียดลองไปศึกษาเอาเองนะครับ มันไม่เกี่ยวกับหลัก VI
This is interesting...

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 6:41 pm
โดย ปรัชญา
...

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 8:09 pm
โดย chowbe76
เฮ้อออออ
ไม่รู้จะพูดว่าไงจริงๆ

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 8:54 pm
โดย janont
เข้ามาเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ ผมไม่เคยมีหุ้นตัวนี้ ยอมรับว่ามันเกินขอบเขตความรู้ความสามารถของผมสำหรับหุ้น turn around ถ้าใครประเมินราคาที่เหมาะสมไม่ออกก็ควรจะอยู่ห่างๆดีกว่าครับ ถ้ามองกันยาวๆ เมื่อ 3g/4g มา ทั้ง wifi และ adsl ยังไงก็ลำบากครับ เพียงแต่ตอนนี้มันยังติดขัดมาไม่ได้แค่นั้นเอง

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 9:30 pm
โดย drsp
นักลงทุนที่ดีต้องยึดมั่นในหลักการลงทุนของตนเอง
ไม่ใช่ผันผวนไปตามความบ้าคลั่งของตลาด

ถ้าคุณเป็นtrader ขาดทุน3-5% คุณต้องcut loss
ถ้าคุณปล่อยให้ขาดทุน30-50% คุณต้องถามตัวคุณเองว่าเป็นtrader แบบไหน

ถ้าคุณเป็นvalue investor
คุณต้องถามว่า value ของjas คือกี่บาท
ถ้าคุณว่า5บาท แล้วมันลงเหลือ2.7บาท
ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนไหม
ถ้าไม่เปลี่ยน
มีเงินก็ซื้อเพิ่ม ไม่มีก็อยู่เฉยๆ
ถ้าvalueมันแค่2บาทหรือคํานวนไม่ได้
ก็อย่าไปยุ่งกับมัน
เพราะไม่มีmargin of safety

ลองใช้โอกาสนี้ทบทวนตัวเองว่า
มีหลักการลงทุนที่ถูกต้องมั่นคงหรือยัง
ถ้าไม่มีหลักการลงทุนที่ดี
ก็ไม่มีโอกาสประสพความสําเร็จในการลงทุน
ขอเป็นกําลังให้ทุกๆท่านโดยเฉพาะมือใหม่ทั้งหลาย

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 10:08 pm
โดย simplelife
sai เขียน:
simplelife เขียน:สมมติว่ามีลูกค้า wifi 1 ล้านคน (ตอนนี้ ทรูมีลูกค้า wifi ประมาณ 5 แสนราย) เดือนละ 99- gpm ที่ 70% เท่ากับกำไรประมาณ 830 ล้านบาท หรืออีกประมาณ 0.11 ต่อหุ้น
wifi เราน่าจะได้ส่วนแบ่งประมาณ 70 บาทต่อหัวนะครับเพราะต้องแบ่งให้กับ ais ด้วย ถ้าไปคิดเดือนละ 99 อาจจะผิดเพี้ยนไปได้ครับ
ขอบคุณครับ บังเิอิญไม่เคยตาม แต่ผมเดาๆเอาว่า GPM ที่ 70% เพราะว่าต้องเผื่อให้ AIS หน่อยๆแหละครับ อย่าลืมว่าลูกค้า wifi บางส่วนสมัครตรงกับ 3BB ไม่น่าจะต้องเสียส่วนแบ่งอะไรตรงนั้นเลย มีบางส่วนที่เป็นลูกค้า internet package สูงๆของ AIS น่าจะกลับมาให้ส่วนแบ่ง 3BB ก็น่าจะถัวๆกันไปบางส่วน

ขอให้โชคดีในการลงพุง เอ๊ยการลงทุนครับ

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 08, 2011 11:02 pm
โดย Notelio
เลิกเครียดชั่วคราวแล้วไปอ่านการ์ตูน maoinvestor ตอนใหม่ดีกว่าครับ
http://www.maoinvestor.com/2011/05/2.html

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 09, 2011 1:02 am
โดย dragonrider
laohanant เขียน:
simplelife เขียน:
pak เขียน:ถ้าผมจะหา "แพะ" ให้เรื่องนี้
ผมจะยกตำแหน่งนี้ให้กับ "การ์ตูนประจำสัปดาห์นี้" อ่ะนะครับ
ลองไปดูตรงนี้

สรุปรายงานหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นสูงสุด 50 อันดับแรก

http://www.set.or.th/th/market/market_statistics.html

ดูย้อนไปไกลๆหลายๆเดือนด้วย
ขอบคุณพี่ simplelife สำหรับมุมมองใหม่ๆ :D

ไม่มีหุ้นแต่ชอบอ่าน เห็นแล้วหนาวขี้เลย :shock:
margin.jpg
หุ้นทั้งมี 7,244,251,378 หุ้น เล่นวางกันไปถึง........... โอ้ นี่แค่เดือน มีนาคม นะ แล้วไอ้ เมษา ที่ผ่านมานี้อีกล่ะ :shock:

วางกันเกินครึ่งของรายย่อย ก็ต้องหมายความว่ารายใหญ่ก็วางด้วย :shock:
ลองนึกดูเล่นๆ ครับ ถ้าผมรู้ข้อมูลตรงนี้ แล้วสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกจากวงในว่ามีใครบ้างที่เล่นมาร์จิ้นหนักๆ มีจำนวนกี่ราย ต้องทำราคาเท่าไหร่ถึงจะเกิด force sell พร้อมทั้ง snow ball effect (จากการ panic ของตลาด) ผมจะเห็นช่องทางการเล่นได้กำไรทันทีด้วยการยืมหุ้นมาขาย ขาย แล้วก็ขายอย่างเดียว ถล่มไปเลย แล้วรับกลับตอนปิดตลาด เพื่อคืนหุ้นให้เจ้าของเค้าไปแล้วจัดสรรกำไรกัน ทุกคนมีหุ้นอยู่เหมือนเดิม แต่ได้เงินสดกลับมามหาศาลภายในวันเดียวไม่ต้องเสียภาษีด้วยไม่ต้องลงทุนด้วย สุดยอดจริงๆ แล้วผมก็ไปเชิญคนนั้น คนนี้มาคุยกันว่าเอาไหม ถ้ามีแนวร่วมสัก 2-3 คน สร้างกระแสว่าคนโน้นเอาด้วย คนนี้ก็เอาด้วย เดี๋ยวก็เพิ่มมาอีกหน่อยเป็น 4-5 คน และกลายเป็นหลายๆ คน ผมแค่คิดไปเล่นๆ นะครับ ไม่ได้กล่าวหาใคร เป็นเพียงทฤษฎีสมคบคิด ที่อาจเกิดขึ้นได้เท่านั้น

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 09, 2011 1:09 am
โดย nut776
Notelio เขียน:เลิกเครียดชั่วคราวแล้วไปอ่านการ์ตูน maoinvestor ตอนใหม่ดีกว่าครับ
http://www.maoinvestor.com/2011/05/2.html
อย่างฮา อะคับ

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 09, 2011 1:50 am
โดย marble
มีข้อสงสัยอันนึงครับ

jasไม่ได้อยู่ในset50 หมายความว่าจะยืมหุ้นมาshortไม่ได้ใช่ไหมครับ

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 09, 2011 2:27 am
โดย san
drsp เขียน:นักลงทุนที่ดีต้องยึดมั่นในหลักการลงทุนของตนเอง
ไม่ใช่ผันผวนไปตามความบ้าคลั่งของตลาด

ถ้าคุณเป็นtrader ขาดทุน3-5% คุณต้องcut loss
ถ้าคุณปล่อยให้ขาดทุน30-50% คุณต้องถามตัวคุณเองว่าเป็นtrader แบบไหน

ถ้าคุณเป็นvalue investor
คุณต้องถามว่า value ของjas คือกี่บาท
ถ้าคุณว่า5บาท แล้วมันลงเหลือ2.7บาท
ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนไหม
ถ้าไม่เปลี่ยน
มีเงินก็ซื้อเพิ่ม ไม่มีก็อยู่เฉยๆ
ถ้าvalueมันแค่2บาทหรือคํานวนไม่ได้
ก็อย่าไปยุ่งกับมัน
เพราะไม่มีmargin of safety

ลองใช้โอกาสนี้ทบทวนตัวเองว่า
มีหลักการลงทุนที่ถูกต้องมั่นคงหรือยัง
ถ้าไม่มีหลักการลงทุนที่ดี
ก็ไม่มีโอกาสประสพความสําเร็จในการลงทุน
ขอเป็นกําลังให้ทุกๆท่านโดยเฉพาะมือใหม่ทั้งหลาย
ท่านสรุปได้ดีเชียวครับ

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 09, 2011 6:57 am
โดย densin
ดอก มะลิ กะ ดอกชบาน่ะมันต่างกันเยอะ ! .... ดอกมะลิ น่ะ หอมจริง แต่เอาไว้บูชาพระบนหิ้ง กะ ดอกชบา สีสันฉูดฉาด ทัดหูอวดคนเล่นได้เฉยๆ แต่มันไม่หอม ~ วลีเด็ดจากดอกส้มสีทอง
แม้แต่เรยายังต้องโหนกระแส

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 09, 2011 8:21 am
โดย tatandchin
simplelife เขียน:
pak เขียน:ถ้าผมจะหา "แพะ" ให้เรื่องนี้
ผมจะยกตำแหน่งนี้ให้กับ "การ์ตูนประจำสัปดาห์นี้" อ่ะนะครับ
ลองไปดูตรงนี้

สรุปรายงานหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นสูงสุด 50 อันดับแรก

http://www.set.or.th/th/market/market_statistics.html

ดูย้อนไปไกลๆหลายๆเดือนด้วย
ขอบคุณคุณ simplelife มากครับ

ขอความรู้ครับ มันเป็นข้อมูลแบบสะสม หรือ ข้อมูลของเฉพาะเดือนนั้นครับ ขอบคุณมากครับ

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 09, 2011 8:36 am
โดย champ_st

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 09, 2011 8:57 am
โดย คลายเครียด
ผมว่า จริงๆแล้ว

ราคาเป้าหมายที่เหมาะสม หาค่าแน่นอนไม่ได้
เพราะ

มันเป็นราคาหุ้นที่ใครก็ได้จะเป็นคนซื้อ นอกจากคนที่บอก


ฝากคุณลีดเดอร์ฯ ถามหนุ่มไชน์ไรส์เพื่อนซี้ด้วยครับ

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว หนุ่มไชน์ไรส์บอกไว้ตอนเจอตัวกันว่า
ได้ล้างพอร์ตไปแล้ว
แต่จะรอซื้อหุ้นกลับ หลังจากเกิด "แพนิกเซล"

ตกลงว่า หนุ่มไชน์ไรส์กลับขึ้นขับรถแจ๊สหรือยังครับ


:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 09, 2011 9:12 am
โดย เกล้า
ว้าว..นี้ผมถือเป็นข้อมูลระดับพีเมียลีกเลยนะเนี่ย
ขอบคุณมากๆครับ..คุณอาคลายเครียด :mrgreen:

Re: JAS มาม่าชามใหญ่ อยากระบายอะไรก็มาทางนี้

โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 09, 2011 9:22 am
โดย คลายเครียด
เกล้า เขียน:ว้าว..นี้ผมถือเป็นข้อมูลระดับพีเมียลีกเลยนะเนี่ย
ขอบคุณมากๆครับ..คุณอาคลายเครียด :mrgreen:

แฮะ แฮะ พี่เมียลีกตรงไหนครับ
ก็แค่หนุ่มไชน์ไรส์ออกความเห็นไว้ในวงสนทนา
ตามที่อาจารย์ไพบูลย์ได้กรุณาเลี้ยงอาหารญี่ปุ่น ที่โรงแรมเซนทรัลลาดพร้าว
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๗ พฤษภาคมว่า

เท่าที่รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง
มีคนเชื่อว่าหุ้นจะขึ้น สามสิบเปอร์เซนต์
มีคนเชื่อว่า หุ้นจะว่าลงแบบแพนิก เจ็ดสิบเปอร์เซนต์

หนุ่มไชน์ไรส์เลือกเชื่อว่า จะลงแบบแพนิกครับ
เลยขายหมดพอร์ตล้างมาร์จิ้น
และได้ถามขึ้นมาลอยๆ ในวงสนทนาว่า

จะซื้อกลับหลังแพนิกเซล ดีหรือเปล่า ?

ก็เลยเป็นที่มาของคำถาม ที่ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน


:roll: :roll: :roll: :roll: :roll: :roll: