Common Stock and Uncommon Profit

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
User avatar
Guiman
Verified User
Posts: 320
Joined: Sun Jun 15, 2008 7:57 pm
http://guimanstock.blogspot.com/-->

Common Stock and Uncommon Profit

Posts by Guiman » Thu Mar 19, 2009 4:44 pm

มีพี่ๆ คนไหนที่นี่ อ่านหนังสือเรื่อง
Common Stock and Uncommon Profit ของ ฟิลลิบ เอ ฟิสเชอร์
ฉบับแปลภาษาไทยมั้ยครับ

ผมซื้อมาอ่านแล้วรู้สึกมัน อ่านไม่รุ้เรื่อง
บางประโยค กว่าจะรู้เรื่อง ต้องอานซ้ำสัก 3-4 รอบ

ไม่ทราบว่ามีใครเป็นเหมือนผมบ้าง
หรือผมเป็นของผมเองอะครับ

ขอบคุณครับ  :vm:



User avatar
pavilion
Verified User
Posts: 1766
Joined: Thu Jun 30, 2005 3:09 am

Posts by pavilion » Thu Mar 19, 2009 4:48 pm

เป็นเหมือนกันครับ อ่านแล้วรู้สึกขาดๆ เกินๆ ผมเลยเอาไว้อ่านก่อนนอน



User avatar
charnengi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2373
Joined: Mon May 22, 2006 10:09 pm

Posts by charnengi » Thu Mar 19, 2009 5:00 pm

เล่มนี้อ่านไม่จบเหมือนกันครับ สลบก่อน

low PROFILE but HIGH PROFITS


User avatar
varoon
Verified User
Posts: 45
Joined: Wed Aug 06, 2008 1:49 pm

Posts by varoon » Thu Mar 19, 2009 5:02 pm

ไม่รู้เรื่องเหมือนกันครับ  :evil:



User avatar
SunShine@Night
Verified User
Posts: 2196
Joined: Wed Jan 09, 2008 3:23 pm

Posts by SunShine@Night » Thu Mar 19, 2009 6:32 pm

โห้ อ่านตั้ง 3-4 รอบเลยเหรอครับ

ขยันจัง

ผมอ่านไม่ภึง 100 หน้าก็วางแล้ว อิอิ :)

VI ฝึกหัด สำนักปีเตอร์ ลินช์

หวังผลต่อแทนทบต้นมากกว่า 15% ต่อปี :)


golfkinmon
Verified User
Posts: 281
Joined: Mon Feb 16, 2009 10:49 am

Posts by golfkinmon » Thu Mar 19, 2009 7:19 pm

เป็นเหมือนกัน  บางทีต้องอ่านผ่านๆ ไปก่อนตรงที่ไม่ค่อยเข้าใจ
สงสัยเดียวต้องกลับไปอ่านซ้ำรอบสอง



User avatar
densin
Verified User
Posts: 1073
Joined: Wed May 07, 2008 10:19 pm

Posts by densin » Thu Mar 19, 2009 8:02 pm

ดร. แปลแบบคงวิํธีการบรรยายแบบต้นฉบับภาษาengไว้
ต้องตั้งใจอ่านถึงจะเข้าใจ
บางประโยคผมต้องพยายามคิดว่าต้นฉบับengน่าจะเขียนยังไง ค่อยเข้าใจได้


ขอให้พยายามอ่านครับ รับรองคุ้มค่า

ปล. ผมอ่านสองรอบละ



User avatar
SEHJU
Verified User
Posts: 1238
Joined: Fri Jun 22, 2007 12:51 pm

Posts by SEHJU » Fri Mar 20, 2009 5:43 am

เคยอ่านจบไปแล้วครับ  แทบอ้วกครับ อ่านยากจริงๆ

ประโยคซ้อนประโยคซับซ้อนซ่อนเงื่อน...  จนผมรู้สึกว่า

ฟิลิป ฟิชเชอร์ เค้าเป็นคนละเอียด แล้วก็คิดมากจริงๆ

แล้วที่สำคัญคือ มีแต่ตัวหนังสือล้วนๆ ไม่ค่อยมีภาพประกอบเลย...



sutian
Verified User
Posts: 138
Joined: Tue Mar 11, 2008 11:53 pm

Posts by sutian » Fri Mar 20, 2009 7:08 am

อ่านแล้ว ต้องแปลไทยเป็นไทยอีกที

ปกติเป็นคนอ่านหนังสือเร็ว เจอเล่มนี้ จ้าเป็นเต่า เลย

แต่ถ้าอ่านแล้วจับใจความได้ เนื้อหาสาระเยอะมากๆนะครับ

อดทนอีกนิด แค่ชั่วอึดใจเดียว


User avatar
Guiman
Verified User
Posts: 320
Joined: Sun Jun 15, 2008 7:57 pm
http://guimanstock.blogspot.com/-->

Posts by Guiman » Fri Mar 20, 2009 1:16 pm

55 ขอบคุณครับ ค่อยยังชั่ว นึกว่าเปนคนเดียว

ผมอ่านไป ไม่รุ้เรื่อง เลยโดดข้ามไปบทอื่น โดดไปโดดมา เปนกบเลย



อินทรีทอง
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 160
Joined: Thu Dec 09, 2004 10:16 am

Posts by อินทรีทอง » Fri Mar 20, 2009 1:21 pm

ผมว่าแค่ท่าน ดร. แปลหนังสือเล่มนี้ได้ก็สุดยอดแล้วหล่ะครับ  :8)

Always stay humble or be swallowed by the market.


hisashi_hide
Verified User
Posts: 42
Joined: Sat Jan 31, 2009 8:32 pm

เป็นเหมือนกันคับ ผมยังอ่านไม่จบเหมือนกันคับ

Posts by hisashi_hide » Fri Mar 20, 2009 1:36 pm

เป็นเหมือนกันคับ ผมยังอ่านไม่จบเหมือนกันคับ

แต่ผมว่าจำเป็นต้องอ่านมังคับ อิอิอิ



007-s
Verified User
Posts: 2496
Joined: Sat Feb 04, 2006 11:38 am

Posts by 007-s » Fri Mar 20, 2009 2:16 pm

เป็นเหมือนกันค่ะ

แต่อ่านจบแล้ว ค่อยๆมานั่งทบทวน เนื้อหาดีมากเลย

เข้าใจว่า การแปลออกมาตรงๆ จะยิ่งอ่านเป็นไทยแล้วงง เพราะคิดว่า น่าจะเป็นภาษาเดิมที่ออกจะโบราณหน่อยด้วย เล่มนี้คนแต่งไม่แน่ใจแกเป็นคนรุ่นไหน แต่รู้สึกว่าจะนานมากแล้ว

ก็คงเหมือนอ่านหนังสือย้อนยุค แม้จะเป็นภาษาไทยเราเอง ให้ย้อนหลังไปซัก 5-60 ปี ก็เริ่มต้องอ่านแบบแปลในใจเป็นภาษาปัจจุบันอีกที
:lol:



choosak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1487
Joined: Tue Jun 05, 2007 10:59 pm

Posts by choosak » Fri Mar 20, 2009 5:25 pm

007-s wrote:เป็นเหมือนกันค่ะ

แต่อ่านจบแล้ว ค่อยๆมานั่งทบทวน เนื้อหาดีมากเลย

เข้าใจว่า การแปลออกมาตรงๆ จะยิ่งอ่านเป็นไทยแล้วงง เพราะคิดว่า น่าจะเป็นภาษาเดิมที่ออกจะโบราณหน่อยด้วย เล่มนี้คนแต่งไม่แน่ใจแกเป็นคนรุ่นไหน แต่รู้สึกว่าจะนานมากแล้ว

ก็คงเหมือนอ่านหนังสือย้อนยุค แม้จะเป็นภาษาไทยเราเอง ให้ย้อนหลังไปซัก 5-60 ปี ก็เริ่มต้องอ่านแบบแปลในใจเป็นภาษาปัจจุบันอีกที
:lol:
Common Stock พิมพ์ครั้งแรกปี 1958 นับถึงวันนี้ก็ 51 ปีมาแล้วครับ :D



investment biker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1284
Joined: Fri Nov 10, 2006 9:22 pm

Posts by investment biker » Sat Mar 21, 2009 7:40 pm

เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการลงทุนที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งเลยครับ ค่อย ๆ อ่านครับ ตอนผมอ่านเมื่อสามปีก่อนแทบวางไม่ลงเลยครับ

In search of super stocks


TPH
Verified User
Posts: 347
Joined: Sun Nov 04, 2007 2:36 pm

Posts by TPH » Sun Mar 22, 2009 10:59 am

เล่มนี้ถือว่าเป็นหนังสือเล่มโปรดของผมเลยครับ อ่านรอบแรกกว่าจะจบแทบจะสำลักแถมไม่ค่อยจะรู้เรื่องซักเท่าไหร่ ตอนนี้ก็กลับมาอ่านอีกรอบหลังจากที่ลองเก็บประสบการณ์ลงทุนไปศึกษาไปด้วยตลาดตอนที่เริ่มลงทุนจนถึงทุกวันนี้ช่างโหดร้าย  :lol:  อ่านรอบที่สองนี้เหมือนมันชัดเจนขึ้นเข้าใจเพิ่มขึ้น พอร์ทของผมมูลค่าตลาดลดลงเยอะแต่ผมยังคงซื้อสุทธิ  :8)



August
Verified User
Posts: 510
Joined: Sun Jun 24, 2007 5:13 pm

Posts by August » Mon Mar 23, 2009 4:36 pm

บรรยากาศของช่วงเวลานี้  
น่าศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
หนังสือเล่มนี้แม้จะเคยอ่านแล้ว
เมื่อหยิบมาอ่านใหม่
ทบทวนหลักการอีกครั้ง
คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

:D



User avatar
dome@perth
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4737
Joined: Fri Oct 05, 2007 1:43 am

Posts by dome@perth » Mon Mar 23, 2009 8:11 pm

ผมกำลังอ่านบท "มิติแรกของการลงทุน แบบอนุรักษ์นิยม- ความเหนือกว่าในการผลิต,การตลาด, การวิจัย และ ทักษะทางการเงิน"
ผมชอบตรงการยกตัวอย่างการได้เปรียบทางด้านต้นทุนการผลิตต่ำกว่า

ตลาดปกติ ราคาขาย 10 เซ็นต์
บริษัท A ต้นทุน 6 เซ็นต์ กำไร 4 เซ็นต์
บริษัท B ต้นทุน 9 เซ็นต์ กำไร 1 เซ็นต์

ตลาดดีชั่วคราว ดีมานด์เพิ่มราคาขาย 12 เซ็นต์
บริษัท A ต้นทุน 6 เซ็นต์ กำไร 6 เซ็นต์ กำไรเพิ่ม 50%
บริษัท B ต้นทุน 9 เซ็นต์ กำไร 3 เซ็นต์ กำไรเพิ่ม 300%

นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมในระยะสั้น บริษัทที่มีต้นทุนสูงกว่า
(บริษัท B)บางครั้งหุ้นขึ้นมากกว่าในช่วงบูม

ต่อมาตลาดตกต่ำ ราคาขาย 8 เซ็นต์
บริษัท A ต้นทุน 6 เซ็นต์ กำไร 2 เซ็นต์
บริษัท B ต้นทุน 9 เซ็นต์ ขาดทุน 1 เซ็นต์

นี่คือบทพิสุทธ์ บริษัทที่ต้นทุนสูงกว่า ไม่ได้ถึงกับล้มละลาย หายจาก
แต่ก็คงสร้างกลุ่มนักลงทุนที่เจ็บตัวอย่างหนัก กลุ่มใหญ่ อีกกลุ่มหนึ่ง
(บางทีนักเก็งกำไร นึกว่าตัวเองคือนักลงทุน)
จากตัวอย่างนี้ ทำให้ผมนึกถึงหลายบริษัทที่อยู่ในธุรกิจ
และ อุตสาหกรรมเดียวกัน
กำลังแข่งขัน แย่งตลาด(อันซบเซา)ในขณะนี้
แม้ว่าขาดทุนก็ยอม เพื่อรักษาสภาพคล่อง

ใครคือผู้นำด้านต้นทุนตัวจริง :?:  :D

"ไม่มีสุตรสำเร็จ ไม่มีทางลัด ไม่ใช่แค่โชค
หนทางจะได้มาซึ่ง ความมั่งคั่งอย่างถาวร
มันมาจาก ความขยัน ไขว่คว้า หาความรู้
เชื่อและตั้งมั้นในหลักการลงทุนที่ถูกต้อง
"


User avatar
xyuno
Verified User
Posts: 11
Joined: Wed Nov 14, 2007 11:44 pm

Posts by xyuno » Wed Mar 25, 2009 9:03 pm

อ่านแล้วครับ ชอบเล่มนี้   :D



Post Reply