การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนหุ้น VI เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
-
luckyman
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2346
- ผู้ติดตาม: 35
สวัสดีครับ
คือผมอยากทำงานเป็นโบรกเกอร์ หรือ นักวิเคราำะห์หลักทรัพย์ครับ
ไม่ทราบว่าต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างครับ
ีรบกวนท่านใ้ดที่ทำงานตำเเหน่งนี้อยู่ช่วยตอบคำถามหน่อยครับ
1. ผมจบตรีวิศวะ มาครับ ถ้าผมจะไปเรียนโทไฟแนนท์แล้วมาสมัครนี้ จะได้ไหมครับ
2. demand ณ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ
3. ต้องมี certify อะไรบ้างครับ
ขอบคุณมากมากครับ
-
charnengi
- Verified User
- โพสต์: 2395
- ผู้ติดตาม: 8
1. ผมจบวิศวะและกำลังเรียน mba finance เทอมสุดท้าย
หากอยากเป็นมาร์เกตติ้ง นี่ไม่ต้องต่อไฟแนนซ์ก็ได้ แต่ถ้าจะเป็นนักวิเคราะห์คิดว่าควรเรียนต่อจะรู้เรื่องเร็วกว่าอ่านเอง
2. demand ไม่รู้เหมือนกันครับยังไม่ได้ไปสมัคร เกาะที่เดิมอยู่
3. ตอนนี้รู้สึกว่าต้องผ่าน CFA หรือ CISA level 1 สำหรับนักวิเคราะห์ครับ
-
Zumo
- Verified User
- โพสต์: 582
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นโบรกเกอร์ ไม่ยากหรอกครับจบไรมาก้อเป็นได้ ขอแค่ไปสอบใบอนุญาติมาก้อพอ ถ้าจะมาเป็น marketing ผมว่าไม่ค่อยน่าสนเท่าไหร่ ตลาดหุ้นแบบนี้มีแต่อยากจะปลดคนออก เงินเดือน start แค่หมื่นนิดๆ กว่าจะหาฐานลูกค้าได้ อดตายก่อนพอดีครับ แล้วอีกหน่อยก้อจะมีค่าคอมเสรีมาอีก เทรดกันเหนื่อยเลยครับกว่าจะได้ค่าคอมสมใจ สรุปว่าถ้ารักแนว Vi ไม่น่าเป็น marketing ครับ^^ แต่ถ้ารักการเกร็งกำไรก้อโอเคครับ เล่น future ค่าคอมเยอะดี
ผมว่าหัวกะทิระดับวิศวะน่าจะไปสอบพวก CFA ดีกว่าครับ แพงหน่อย แต่ถ้าสอบเสร็จได้ใบมาก้อคุ้มเลย :D
-
tum_H
- Verified User
- โพสต์: 1857
- ผู้ติดตาม: 1
piggyman007 เขียน:สวัสดีครับ
คือผมอยากทำงานเป็นโบรกเกอร์ หรือ นักวิเคราำะห์หลักทรัพย์ครับ
ผมว่าคุณ piggy น่าจะวิเคราะห์นอกตลาดดีกว่านะครับ
ไม่ต้องปวดหัว สบายใจกว่าเยอะ
ช่วงวิกฤต ก็น่าจะดีกว่าทำงานในแวดวงธุระกิจหลักทรัพย์

ชาตินี้เป็นที่สุดแล้ว บัดนี้ไม่มีความเกิดอีก
-
luckyman
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2346
- ผู้ติดตาม: 35
thank you very much for all feed back.
^_^ in the during of practicing English.
-
Stock Broker
- Verified User
- โพสต์: 2509
- ผู้ติดตาม: 2
Zumo เขียน:เป็นโบรกเกอร์ ไม่ยากหรอกครับจบไรมาก้อเป็นได้ ขอแค่ไปสอบใบอนุญาติมาก้อพอ ถ้าจะมาเป็น marketing ผมว่าไม่ค่อยน่าสนเท่าไหร่ ตลาดหุ้นแบบนี้มีแต่อยากจะปลดคนออก เงินเดือน start แค่หมื่นนิดๆ กว่าจะหาฐานลูกค้าได้ อดตายก่อนพอดีครับ แล้วอีกหน่อยก้อจะมีค่าคอมเสรีมาอีก เทรดกันเหนื่อยเลยครับกว่าจะได้ค่าคอมสมใจ
ถ้ามองว่าอุตสาหกรรมกำลังขาลงจากค่าคอมเสรีในอนาคต เป็นนักวิเคราะห์อาจตกงานก่อนมาร์ก็ได้นะครับ

-
NDD
- Verified User
- โพสต์: 408
- ผู้ติดตาม: 0
marketing ช่วงก่อน เรียก มนุษย์ทองคำนะ ผมว่า แล้วแต่จังหวะ เดาว่า อีกไม่นาน มนุษย์ทองคำ ก็น่าจะกลับมา เพื่อนรุ่นเดียวกัน ไม่ได้เล่นหุ้น แต่เป็น market อายุ 30 ต้นๆ เอง เขาบอกว่า ถ้าเฉพาะเรื่องเงินเขาเกษียณได้แล้ว
marketing ไม่ต้องจบ finance โดยตรงก็ได้ ทำงานสบายกว่า นักวิเคราะห์เยอะ ประมาณ 9 โมงถึง 5 โมง ส่วนนักวิเคราะห์ทำงานหนักกว่า ฐานเงินเดือนของ นักวิเคราะห์สูงกว่า ส่วน marketing มาจาก commission ลองเป็นข้อมูลดูละกัน
-
tuniz
- Verified User
- โพสต์: 4
- ผู้ติดตาม: 0
เป็น marketing เงินเดือนจะมีหลายแบบครับ หลักๆ จะไม่เกิน 15000 บาท ถ้าได้คอมเกินก็รับส่วนเกินไป รายได้จะได้ ล้านล่ะ 687.5 บาท ขั้นต่ำทำยอดซื้อขายเดือนล่ะ 21 ล้านบาทรวมไปกลับนะครับ มันจะแย่ตรง ถ้าคุณทำไม่ได้ถึง 21 ล้านภายในกี่เดือนแล้วแต่บริษัท บริษัทจะปรับลดเงินเดือนลงตามวอลุ่มที่ทำได้ ที่เห็น 8000 บาท และ 5000 บาท ตามลำดับ และก็จะทนไม่ไหวก็ออกกันนะครับ ตามความคิดผมนะครับ ระบบแบบนี้เลยทำให้marketing มีคนเก่งอยู่น้อยนะครับ ส่วนมากมีแต่ ออกแรงเชียร์หุ้นซื้อๆ ขายๆ มากกว่า เพราะมันทำให้marketing อยู่ได้นะครับ ถ้าเล่นแบบยาวๆ จะทำให้ไม่มีวอรุ่มครับ ประโยขน์อีกอย่างของการเป็น marketing นะครับคือจะได้เห็นอารมณ์ ของคนที่มีทั้งกลัวและโลภ ได้ชัดเจนมากขึ้น จิตใจจะโดนฝึกให้สงบนะครับ เพราะแรงกดดันจะเยอะมาก เพราะคนที่กลัวและโลภ จะขาดเหตุผล และจะมีอารมณ์อย่างรุนแรง ข่าวสารคุณจะได้รับอย่างมากมาย แต่จริงไม่จริง ต้องคิดเอง เป็นการฝึกสมองอย่างมากนะครับ ผมบอกประมาณนี้แล้วกันนะครับถ้าอย่างไร ถ้าชอบก็ต้องไปสอบ ที่ www.tsi-thailand.org นะครับ
-
ภูมิ
- Verified User
- โพสต์: 21
- ผู้ติดตาม: 0
หวัดดีน้องอู๊ด จำพี่ภูมิได้ป่าว มาโพสส์หาแล้วเน่อ พี่ว่าเป็นนักวิเคราะห์แจ๋วกว่านะ อนาคตน่าจะรุ่งกว่า (เผื่อได้เป็น ผจก.กองทุน) เป็นนายกอง เชียวน๊าาา