ขอถามอาจารย์หมอ mprandy เรื่อง usa หน่อยครับ

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
mprandy
Verified User
Posts: 1992
Joined: Fri Jan 19, 2007 10:38 am

Posts by mprandy » Mon Feb 23, 2009 5:09 pm

Ryuga wrote:
ไม่ได้แซวใครหลายวัน แซวอาจารย์ดีกว่า อิ อิ

ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------


กูรูขอบสนาม
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 987
Joined: Fri Jun 08, 2007 8:29 pm

Posts by กูรูขอบสนาม » Mon Feb 23, 2009 8:09 pm

เซียนน้องริวสะบัดปลายนิ้วโพส
เมื่อข่าวร้ายที่สุดผ่านไป หุ้นก็มักมีเด้งดึ๋งทางเทคนิค ซึ่งการที่ข่าวร้ายที่สุดผ่านไปก็ยังไม่ได้หมายความว่าจุดต่ำสุดผ่านไปแล้วนะครับ (เศรษฐกิจยังลบต่อ พ้นจากลบก็ยังฟุบต่อ) แต่เมื่อทราบ Q3/41 หุ้นบ้านเราเริ่มนิ่งแล้ว พอทราบ Q4/41 เมษาบ้านเราหุ้นพุ่งเป็นร้อยจุดในเดือนเดียว
มาเสริมให้น้องริวในกระทู้อาจารย์หมอแพรนด้า
หุ้นไทยในปี  2542 เริ่มฟื้นตัวประมาณเดือนเมษายน
หลังจากผ่านจุดระทมระทวยปลายปี 2541
เนื่องจากข่าวการปรับอันดับเครดิตจากบริษัทเรทติ้ง
ตอนเดือนเมษายังพุ่งไม่เท่าไหร่
แต่เพราะติดวันหยุดหลายวันช่วงสงกรานต์
ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียขึ้นกันหมด
พอของเราเปิดก็เลยชดเชยไม่ให้เสียกำลังใจ :wink:

แต่ที่พุ่งเป็นเรื่องเป็นราวและเฮฮากันใหญ่ก็คือต้นเดือนพฤษภา
ด้วยเหตุผลของบริษัทจัดอันดับสองยักษ์ดังรายละเอียดข้างล่างนี้
(ความจริงตอนเมษาก็อีกยักษ์หนึ่ง แต่ไม่ใหญ่เท่า) :lol:

2 พฤษภาคม 2542 Moody  
ได้ปรับสถานะระดับเครดิตของประเทศ
จากแนวโน้มที่มีเสถียรภาพ (Stable)เป็นบวก (Positive)
โดยมีความเป็นไปได้ที่ระดับเครดิตจะได้รับการปรับให้สูงขึ้น
จากระดับ Ba1 สำหรับตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศระยะยาว
และ NPสำหรับตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศระยะสั้นตามลำดับ
ซึ่งเป็นระดับที่ประกาศเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2540

5 พฤษภาคม 2542 บริษัท S&P ประกาศเปลี่ยนสถานะเครดิตของประเทศไทย
จากที่มีแนวโน้มเป็นลบ(Negative) เป็นมีเสถียรภาพ (Stable)
ส่วนระดับเครดิตยังคงอยู่ที่ระดับ BBB- สำหรับตราสารหนี้สกุลเงินต่างประเทศระยะยาว
และ A-3 สำหรับตราสารหนี้สกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น
ซึ่งเป็นระดับเครดิตที่ประกาศเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2541
โดยให้เหตุผลว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ในการปรับโครงสร้างภาคการธนาคารและภาคเอกชน
รวมทั้งภาระหนี้ต่างประเทศที่ลดลง

ความสำเร็จในการเพิ่มทุนของธนาคารไทยพาณิชย์
เป็นตัวชี้ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อภาคเอกชน
การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถลดภาระ Swap
และระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
ช่วยเสริมสร้างสภาพคล่องระหว่างประเทศให้มีความแข็งแกร่งขึ้น
ดังนั้น ในระยะสั้นความกดดันต่อระดับเครดิตของประเทศจึงมีน้อยมาก

อย่างไรก็ดี ระดับเครดิตของประเทศปัจจุบัน
ยังสะท้อนถึงการปรับโครงสร้างที่รวดเร็วในภาคธนาคารและภาคเอกชน  
ดุลการชำระเงินที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
และการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่มีความสุขุมรอบคอบ
http://www.pdmo.mof.go.th/document/history_rating.pdf

ช่วงที่ข่าวออกมา อยู่ในวันหยุดติดต่อกัน
จำได้ว่า พอเปิดมาวันทำการช่วงเช้าก้ฮือฮาเตรียมพร้อม
สถานีโทรทัศน์ไปตั้งกล้องดักสัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์
เป็นการใหญ่ แถวๆห้องค้าลาดพร้าว

ตอนเช้าขึ้นไปว่าเยอะแล้ว  ตอนบ่ายยิ่งขึ้นไปเฉียดๆร้อย
แต่ก็มีแรงกดลงมาทำให้ไปไม่ถึง

จำได้ว่า ตกเย็นวันนั้น ฟ้าครึ้มทั่วกรุงเทพ
แล้วฝนที่ห่างหายไปนาน ก็ตกเกรียวกราวลงมาห่าใหญ่
ดับความร้อนของอุณหภูมิในตลาดหุ้นได้พอสมควร :roll:



User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Mon Mar 09, 2009 11:08 am

:8) ขอยกขึ้นมาหน่อยครับ

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
dome@perth
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4737
Joined: Fri Oct 05, 2007 1:43 am

Posts by dome@perth » Mon Mar 09, 2009 9:55 pm

por_jai wrote::8) ขอยกขึ้นมาหน่อยครับ
พี่พอใจครับ...เอาแน่ๆ "จะขอยก" หรือ" ปล่อยวาง" อิอิ

เข้ามาป่วนเล่น ครับพิ่ ฮิฮิ...ว่าง (ฮา):D

"ไม่มีสุตรสำเร็จ ไม่มีทางลัด ไม่ใช่แค่โชค
หนทางจะได้มาซึ่ง ความมั่งคั่งอย่างถาวร
มันมาจาก ความขยัน ไขว่คว้า หาความรู้
เชื่อและตั้งมั้นในหลักการลงทุนที่ถูกต้อง
"


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Mon Mar 09, 2009 11:04 pm

dome@perth wrote: พี่พอใจครับ...เอาแน่ๆ "จะขอยก" หรือ" ปล่อยวาง" อิอิ

เข้ามาป่วนเล่น ครับพิ่ ฮิฮิ...ว่าง (ฮา):D

อือม...พลาดจริงๆด้วย...ฮ่า...
ม่ายเป็นราย
ลูกผู้ชายชำระความแค้นสิบปียังไม่สาย
(แต่ปัญหาคือจะอยู่ได้ถึงหรือเปล่า...นี่ซี)

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
Linzhi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1406
Joined: Sun Jul 10, 2005 9:21 pm

Posts by Linzhi » Tue Mar 10, 2009 12:16 am

mprandy wrote:
ไม่ได้แซวใครหลายวัน แซวอาจารย์ดีกว่า อิ อิ



mprandy
Verified User
Posts: 1992
Joined: Fri Jan 19, 2007 10:38 am

Posts by mprandy » Tue Mar 10, 2009 11:36 am

por_jai wrote::8) ขอยกขึ้นมาหน่อยครับ
คราวนี้คุยเรื่องอะไรดีอ่ะเฮีย  :8)

ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------


beammy
Verified User
Posts: 3345
Joined: Mon Jan 03, 2005 8:09 pm

Posts by beammy » Tue Mar 10, 2009 12:43 pm

คุยกันเรื่อง GM มั้ยพี่

อิอิ  :8)



User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Tue Mar 10, 2009 10:48 pm

mprandy wrote: คราวนี้คุยเรื่องอะไรดีอ่ะเฮีย  :8)
ผมมานั่งทบทวนเรื่องในกระทู้นี้อีกรอบ
กะว่าจะพิมพ์เก็บไว้อ่านให้เข้าใจลึกซึ้งหน่อย
กระทู้มันตกไปอยู่หน้า2ปลายๆแล้ว หาลำบากแล้ว
ความจริงไม่มีอะไรจะคุยเพิ่มครับ
เพราะเนื้อหาเท่าที่มีนี่แค่ทำความเข้าใจผมก็จะแย่อยู่แล้ว
แต่ไหนๆอาจารย์มาเปิดทางให้
ผมก็มีข้อข้องใจตอนนี้อยู่2ข้อ
แต่เรื่องเดียวกัน
1.อาจารย์ว่า AIG กับ GM
จะเน่าทั้งคู่หรือมีอันใดอันนึงรอด
ผมกลัวจะเจอชนิดลดทุนเหลือ 0 แล้วค่อยเพิ่มทุนใหม่
2.ต่อเนื่องกันครับ
ในความเห็นของอาจารย์เอง
ว่ารัฐควรอุ้มหรือปล่อยให้มันเป็นไปตามกรรมของมันครับ
พอดีหัวข้อตรงกับบีมมี่ raise ขึ้นมาพอดี...ฮ่า...

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
Linzhi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1406
Joined: Sun Jul 10, 2005 9:21 pm

Posts by Linzhi » Mon Mar 16, 2009 8:09 am

พูดเหมือนกับต้องตามดูเฉพาะภาคการเงินเลย..

Fed chief Bernanke: recession could end in '09
Sunday March 15, 2009, 7:10 pm EDT

WASHINGTON (AP) -- America's recession "probably" will end this
year if the government succeeds in bolstering the banking system,
Federal Reserve Chairman Ben Bernanke said Sunday in a rare
television interview.

In carefully hedged remarks in a taped interview with CBS' "60
Minutes," Bernanke seemed to express a bit more optimism that this
could be done.

Still, Bernanke stressed -- as he did to Congress last month -- that
the prospects for the recession ending this year and a recovery
taking root next year hinge on a difficult task: getting banks to lend
more freely again and getting the financial markets to work more
normally.

"We've seen some progress in the financial markets, absolutely,"
Bernanke said. "But until we get that stabilized and working normally,
we're not going to see recovery.

"But we do have a plan. We're working on it. And, I do think that we
will get it stabilized, and we'll see the recession coming to an end
probably this year."


Even if the recession, which began in December 2007, ends this
year, the unemployment rate will keep climbing past the current
quarter-century high of 8.1 percent, Bernanke said.

A growing number of economists think the jobless rate will hit 10
percent by the end of this year.

Asked about the biggest potential dangers now, Bernanke suggested
a lack of "political will" to solve the financial crisis.


He said, though, that the United States has averted the risk of
plunging into a depression.

"I think we've gotten past that," he said.


ตัดมาบางส่วน ฉบับเต็มไปดูใน AP แล้วกันครับ

รบกวนถามคุณหมอมีความเห็นเรื่่อง political will รึเปล่าครับ



mprandy
Verified User
Posts: 1992
Joined: Fri Jan 19, 2007 10:38 am

Posts by mprandy » Wed Mar 18, 2009 9:35 pm

por_jai wrote:
คราวนี้คุยเรื่องอะไรดีอ่ะเฮีย

ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------


mprandy
Verified User
Posts: 1992
Joined: Fri Jan 19, 2007 10:38 am

Posts by mprandy » Wed Mar 18, 2009 9:56 pm

ตัวอย่างความซับซ้อนเกี่ยวโยง ระหว่าง AIG financial unit กับภาคการเงินโลก

Image

ภาพเป็นจำนวนเงินที่ AIG จ่ายให้กับสถาบันเหล่านี้ เป็นเงินชดเชยสำหรับ CDS ที่ AIG รับประกันไว้ แค่ 10 แห่ง รวมแล้วเกือบ 4 หมื่นล้านเหรียญ

ถ้ารัฐบาลไม่อัดฉีดเงินให้ AIG และปล่อยให้ล้ม จะเกิดอะไรขึ้น ?

รับรอง โกลาหลโคตร ๆ ดัชนีที่ร่วงกันเป็น free fall ปลายปีที่แล้วอาจจะเหมือนแค่หลุมจิ๊บ ๆ ในเหวใหญ่  :shock:

ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------


User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Wed Mar 18, 2009 10:01 pm

[quote="mprandy"]

ถ้ารัฐบาลไม่อัดฉีดเงินให้ AIG และปล่อยให้ล้ม จะเกิดอะไรขึ้น ?

รับรอง โกลาหลโคตร ๆ ดัชนีที่ร่วงกันเป็น free fall ปลายปีที่แล้วอาจจะเหมือนแค่หลุมจิ๊บ ๆ ในเหวใหญ่



User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Wed Mar 18, 2009 10:48 pm

รู้สึกว่าจะมีประเด็นนึงนะ

ก็คือว่า aig จะจ่ายโบนัสไหมอะ

รู้สึก obama จะโกรธนะที่เอาเงินภาษีไปแล้วไปจ่ายโบนัสแพงๆ

แต่ aig บอกว่าที่ต้องจ่ายมันอยู่ในสัญญาแรงงานอะไรประมาณนี้อะ



ผมว่าพวกนี้ก็น่าเกลียดนะ คราวที่แล้วก็นั่ง ฮ.ไปขออนุมัติเงินช่วยเหลือ


พวกนี้เวลาเดือดร้อนให้คนอื่นมาช่วยรับหนี้ แต่ตัวเองจะเอาแต่สบาย

ผมว่าไม่ไหวนะ นิสัยแบบนี้

เดี่ยวคนออกมาโวยวายอีกแหงเลย



noooon010
Verified User
Posts: 2712
Joined: Sat Jun 09, 2007 5:08 pm

Posts by noooon010 » Thu Mar 19, 2009 7:42 pm

ความเห็นเรื่องบ้าน ของเพื่อนผม ที่อยู่ที่ USA ครับ

ราคาบ้านถูกลงจริงๆ แต่ก็ยังคงแพงสำหรับคนไทยอยู่นะ อันนี้หมายความว่า
จ่ายราคาเท่ากันที่ไทยได้บ้านหลังโตๆ แต่ที่นี่ได้ Townhouseเล็กๆนะ ไม่รู้จะเรียกว่าถูกดีมั๊ย
แต่บ้านถูกๆก็มีนะ แบบไม่มีใครเอานะ เคยดูข่าวอยู่ ถ้าบ้านอยู่ใกล้โรงเรียนดีๆจะยิ่งแพงนะ
เวลาซื้อบ้านที่นี่ นิยมผ่อนมากกว่าจ่ายก้อนเดียว เพราะจะได้สร้างเครดิตนะ
ปีนี้คนตกงานเยอะนะ เลยไม่มีเงินมาส่งต่อ เห็นออกข่าวบางคนโดนยึดบ้านก็มีนะ
เราได้ยินข่าวมาก่อนแล้วละเมื่อ 2-3ปีก่อน คนก็เริ่มโดนเลย์ออฟกันแล้ว esp. พวกบริษัท IT หรือ มือถือนะ ปีนี้หนักสุดแล้วละ

ฟังแล้วใตร่ตรองด้วยความเห็นของแต่ละท่านนะครับผม
คิดว่าน่าจะมีประโยชน์บ้าง ไม่มาก ก็น้อยครับ

อย่าลืมให้เวลากับครอบครัว และสังคมรอบๆข้างของคุณนะครับ

มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม


นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ


User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Sun Mar 22, 2009 11:57 pm

หมอด้าจ๋า

ช่วงนี้กำลังเก็บข้อมุลดัชนีต่างๆ

เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ที่ link กับราคาโภคภัณฑ์อยุ่น่ะ

เก็บข้อมูลมาจนถึงจุดนึงติดขัดขอถามความเห็นหน่อยนะ

Image

ข้อมูลอาจจะยังไม่ล่าสุดถึงปี 2008 นะ

ประเด็นของข้อมูลข้างบนคือ

การเปลี่ยนแปลงของ pmi มีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมัน mymex

เกือบๆ 70% รูปนี้เก็บเมื่อเดือนกว่าๆแล้วตอนนั้น pmi ผงกหัวแต่

nymex ยังนิ่งๆอยู่ ไอ้ผมก็ไม่ได้ซื้อหุ้นน้ำมันได้ตอนนั้นซะด้วยสิ

แต่เห็นน้ำมันขึ้นเลยอยากมาถามหน่อยว่า

ดูแล้ว demand ของจีนก็แค่ประมาณ 10% เอง

ดังนั้นดัชนี pmi จะสัมพันธ์กับ nymex เกือบ 70% ได้เชียวหรือ

มีความเห็นว่าอย่างไรบ้างครับ

และ จากการเปรียบเทียบดัชนี pmi กับ ราคาโภคภัณฑ์ทุกชนิด

correalation ที่สูงกว่าก็คือ bdi อะ

ส่วนไอ้ที่จีนบริโภคเยอะๆ น่าจะเป็น ถ่านหิน

แต่ดัชนีถ่านหินก็ไม่ได้สัมพันธ์กับ pmi มากนักด้วยสิ

เลยงงๆอะ

รายงานฉบับเต็มผมส่งเข้าไปที่ เมล์หมอด้าสกุล msn แล้วนะ

ขอบคุณสำหรับคำตอบ แล้วถ้าผมรวบรวมข้อมูล indicator

โภคภัณฑ์ได้ครบพร้อมเหตุผล จะเล่าให้หมอด้าฟังเป็นการตอบแทนนะ

:lol:



User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Mon Mar 23, 2009 7:34 am

:8) ที่ฮงมองว่าอาจมี bear rally
   
     
     ลุงโฉลกก็ว่า ลุงเขาว่าจบa ก็ควรตามมาด้วย bที่เป็นคลื่นขึ้น

     เพิ่มความขลังเล็กน้อย

     เส้นแนวรับดำปี๋หนาปึ๊๊กรับได้ทุกครั้ง(ราวกับสีทนได้)
     ที่ฮงเห็นในภาพ
     อ.วันชัย ณกิมเอ็ง เรียกเส้นเทวดาอารักษ์ นั่นเทียว
     (แต่พระอาจารย์ผมบอกชิล ชิล แถมถามอีกว่า พี่จะเอาอีกกี่เส้น
      เดี๋ยวผมจะตีให้ดู...ฮ่า...)
     

Image

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Mon Mar 23, 2009 7:39 am

hongvalue wrote:รู้สึกว่าจะมีประเด็นนึงนะ

ก็คือว่า aig จะจ่ายโบนัสไหมอะ

รู้สึก obama จะโกรธนะที่เอาเงินภาษีไปแล้วไปจ่ายโบนัสแพงๆ

แต่ aig บอกว่าที่ต้องจ่ายมันอยู่ในสัญญาแรงงานอะไรประมาณนี้อะ

อาจารย์ครับ ไก๊ธเน่อร์จะรอดไหมครับเนี่ยงานนี้

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


mprandy
Verified User
Posts: 1992
Joined: Fri Jan 19, 2007 10:38 am

Posts by mprandy » Mon Mar 23, 2009 9:55 am

hongvalue wrote:รู้สึกว่าจะมีประเด็นนึงนะ

ก็คือว่า aig จะจ่ายโบนัสไหมอะ

รู้สึก obama จะโกรธนะที่เอาเงินภาษีไปแล้วไปจ่ายโบนัสแพงๆ

แต่ aig บอกว่าที่ต้องจ่ายมันอยู่ในสัญญาแรงงานอะไรประมาณนี้อะ



ผมว่าพวกนี้ก็น่าเกลียดนะ คราวที่แล้วก็นั่ง ฮ.ไปขออนุมัติเงินช่วยเหลือ


พวกนี้เวลาเดือดร้อนให้คนอื่นมาช่วยรับหนี้ แต่ตัวเองจะเอาแต่สบาย

ผมว่าไม่ไหวนะ นิสัยแบบนี้

เดี่ยวคนออกมาโวยวายอีกแหงเลย
อันนี้เขาเรียกว่า Moral hazard ไำง ตรงนี้เคยพูดกันไปทีนึงแล้ว

ไอ้คำว่า "Too big to fail" เป็นปัจจัยอย่างดีในการส่งเสริม moral hazard เพราะผู้บริหารจะเรียนรู้ว่า ฉันทำอะไรก็ได้ที่มันได้ผลตอบแทนดี โดยไม่สนใจความเสี่ยงซักเท่าไหร่ เพราะถ้าได้กำไรเยอะ ฉันได้คำชม ได้เงินเดือนขึ้น ได้โบนัส ฯลฯ แต่ถ้าเจ๊ง กิจการก็ไม่ล้ม เพราะรัฐต้องเข้ามาอุ้ม แถมเงินที่เจ๊งก็ไม่ใช่ของข้า (เพราะเงินข้า ข้าไม่เอามาเล่นอย่างนี้ :lovl:)

ที่ผ่านมา สถาบันการเงินต่าง ๆ กำไรอู้ฟู่ (Bank, investment bank, AIG รวมไปถึง GE) ก็เพราะเล่น high risk high return นี่แหละ

เรื่องโบนัส AIG เป็นผลให้สภาล่างผ่านกฏหมาย เก็บภาษีโบนัส 90% ซึ่งใช้บังคับเฉพาะกิจการที่ขอรับความช่วยเหลือผ่าน TARP เกิน 5 พันล้านเหรียญ

คิดว่าคงต้องมี compromise เพราะถ้ากวาดหมดทุกคน มีหวังกิจการพวกนี้จะไม่มีคนเก่งเข้ามาอยู่ แถมคนเก่ง ๆ จะพากันลาออกไปอยู่ที่อื่นกันหมด ปัญหาโบนัสที่ AIG คือโบนัสบางส่วนจ่ายให้พนักงานระดับสูงของ AIG financial unit ซึ่งเป็นตัวการทำบริษัทเจ๊ง ในขณะที่พนักงานของ insurance business ซึ่งทำกำไรเยอะ และสมควรได้โบนัส กลับโดนหางเลขเรื่องนี้ไปด้วย

ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------


mprandy
Verified User
Posts: 1992
Joined: Fri Jan 19, 2007 10:38 am

Posts by mprandy » Mon Mar 23, 2009 10:02 am

hongvalue wrote: ประเด็นของข้อมูลข้างบนคือ

การเปลี่ยนแปลงของ pmi มีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมัน NYMEX

เกือบๆ 70% รูปนี้เก็บเมื่อเดือนกว่าๆแล้วตอนนั้น pmi ผงกหัวแต่

NYMEX ยังนิ่งๆอยู่ ไอ้ผมก็ไม่ได้ซื้อหุ้นน้ำมันได้ตอนนั้นซะด้วยสิ

แต่เห็นน้ำมันขึ้นเลยอยากมาถามหน่อยว่า

ดูแล้ว demand ของจีนก็แค่ประมาณ 10% เอง

ดังนั้นดัชนี pmi จะสัมพันธ์กับ NYMEX เกือบ 70% ได้เชียวหรือ

มีความเห็นว่าอย่างไรบ้างครับ

และ จากการเปรียบเทียบดัชนี pmi กับ ราคาโภคภัณฑ์ทุกชนิด

correalation ที่สูงกว่าก็คือ bdi อะ

ส่วนไอ้ที่จีนบริโภคเยอะๆ น่าจะเป็น ถ่านหิน

แต่ดัชนีถ่านหินก็ไม่ได้สัมพันธ์กับ pmi มากนักด้วยสิ

เลยงงๆอะ

รายงานฉบับเต็มผมส่งเข้าไปที่ เมล์หมอด้าสกุล msn แล้วนะ

ขอบคุณสำหรับคำตอบ แล้วถ้าผมรวบรวมข้อมูล indicator

โภคภัณฑ์ได้ครบพร้อมเหตุผล จะเล่าให้หมอด้าฟังเป็นการตอบแทนนะ

:lol:
น้องฮงใช้ความสัมพันธ์เชิงคณิตศาสตร์ แบบบัญญัติไตรยางค์มาใช้ในการคาดการณ์ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ไม่ได้ครับ

เพราะราคาสินค้าขึ้นลง ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครซื้อมากซื้อน้อย แบบการซื้อเหมาโหล แล้วเอามาแบ่งกัน จ่ายเงินตามของที่ตัวเองจะซื้อ

คนเล่นเรื่องน้ำมันดิบ แล้วเข้าใจเรื่อง Last barrel effect จะร้อง "อ๋อ" สินค้าโภคภัณฑ์อื่นก็เช่นเดียวกัน

และก็เป็นเหตุผลที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง Chinese PMI กับ ราคาน้ำมัน และ Chinese PMI กับราคาถ่านหินด้วยครับ ว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างน้องฮงว่า

ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------


mprandy
Verified User
Posts: 1992
Joined: Fri Jan 19, 2007 10:38 am

Posts by mprandy » Mon Mar 23, 2009 10:03 am

[quote="por_jai"]:8) ที่ฮงมองว่าอาจมี bear rally

ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------


mprandy
Verified User
Posts: 1992
Joined: Fri Jan 19, 2007 10:38 am

Posts by mprandy » Mon Mar 23, 2009 10:05 am

por_jai wrote: อาจารย์ครับ ไก๊ธเน่อร์จะรอดไหมครับเนี่ยงานนี้
คิดว่ารอดครับ แต่ก็สะบักสะบอมไปพอสมควร
ตอนนี้ honeymoon effect ของ Obama แทบจะหายไปหมดแล้วครับ

สโลแกน Change นี่ สงสัยคนลืมไปหมดแล้ว ไม่รู้คนอเมริกันจะให้โอกาสแกไปอีกนานแค่ไหนเหมือนกัน

ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Mon Mar 23, 2009 10:16 am

:8) ผมไประยองไปส่งลูกฝึกงาน
     เจอป้ายเลือกตั้งของไทยๆนี่แหละ
     CHANGEตัวเบ้อเริ่มแต่ผมไม่รู้หรอกครับว่าไผเป็นไผ
     รู้จักแต่ทะเลกับน้องกุ้งน้องปูและน้องปลา...อร่อย...

     เรื่องเส้นสายลายแทงนี่
     อาจารย์ต้องถามมาเหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าจะอธิบายตรงไหนก่อนหลังดี

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Mon Mar 23, 2009 12:59 pm

[quote="por_jai"]:8) ที่ฮงมองว่าอาจมี bear rally



User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Mon Mar 23, 2009 1:01 pm

[quote="por_jai"]



User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Mon Mar 23, 2009 1:34 pm

hongvalue wrote:
ว่าแต่คลื่น c จะเอาซักกี่จุดล่ะพี่ป้อม

350 หรือว่า ต่ำกว่า 300 วัดได้คร่าวๆไหม
ฮงชอบfibonacci  ที่ %ไหนบ้างละ

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Mon Mar 23, 2009 1:41 pm

hongvalue wrote: ถ้าหลุดเส้นนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นไทยครับ
อาจารย์แกว่ายังไงซะเส้นนี้ก็รับอยู่
แต่ส่วนตัวผมไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรนัก
ชอบชื่อมันดูขลังดี...ฮ่า...
ส่วนมากอาจารย์ท่านทายอะไร
ผมก็อ่านขำๆแล้วคอยตามดูไป

ถ้าจะว่าไปแล้วดูว่าเป็นเส้นธรรมดาๆเส้นนึง
แต่ถ้าตกลงมาจริงก็ดีครับ
เพราะผมคิดว่าคงเป็นโอกาสของเราแล้วนะซีครับฮง
อีกหน่อยไม่นาน
ก็คงมีแต่สาวๆพริ๊ตต้งพริ๊ตตี้เรียกหาแต่เสี่ยฮง(กับลุงป้อม)...ฮ่า...

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


007-s
Verified User
Posts: 2496
Joined: Sat Feb 04, 2006 11:38 am

Posts by 007-s » Mon Mar 23, 2009 2:01 pm

[quote="por_jai"]แต่พระอาจารย์ผมบอกชิล ชิล แถมถามอีกว่า พี่จะเอาอีกกี่เส้น



User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Mon Mar 23, 2009 4:46 pm

por_jai wrote:
เพราะผมคิดว่าคงเป็นโอกาสของเราแล้วนะซีครับฮง
อีกหน่อยไม่นาน
ก็คงมีแต่สาวๆพริ๊ตต้งพริ๊ตตี้เรียกหาแต่เสี่ยฮง(กับลุงป้อม)...ฮ่า...

5555 ผมชอบประโยคนี้มากเลย

พวกพริ๊ตตี้จะเรียกพวกเราแบบนี้

เสี่ยฮงขา พี่ป้อมขา

:lol:  :lol:



User avatar
kotaro
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1490
Joined: Tue Jul 29, 2003 9:54 pm

Posts by kotaro » Tue Mar 31, 2009 7:05 pm

ติดตามกระทู้ อจ มาตลอด   :shock:

เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างครับ ซับซ้อน

แต่คิดว่า พวกทำงานการเงินในอเมริกานี้ ช่างคิดจริงๆเลย ออก product แต่ละอย่างมาเหมือน ปั่นเงิน เลย

เห็นกระทู้เงียบๆ ไป  เลยอยากถาม อจ ครับว่า

จากข่าวที่ จีน เสนอความเห็นว่า ควรจะเปลี่ยนเงินสกุลหลักที่ใช้กันอยู่ จาก USD มาเป็น SDR (Special Drawing Rights ) ของ IMF และ เห็น ไกรธ์เนอร์ ก็เห็นชอบด้วยในหลักการด้วย

อจ มีความเห้นในเรื่องนี้ยังไงครับ และหากเปลี่ยนมาเป็นสกุล SDR จริงๆ จะดีกว่า USD ไหมครับ

“Laughter is timeless. Imagination has no age. And dreams are forever.” ― Walt Disney Company


Post Reply