ความรู้ด้านดาวเทียมผมต่ำมากเลยครับ รู้แค่นิดเดียวเอง
เลยมาถามพี่ๆทั้งหลายว่า ดาวเทียม Broadband อย่าง IP star เนี่ย เจ๋งจริงหรือเปล่าครับ
แล้วคิดว่าจะขายดีหรือเปล่า จะทำกำไรได้ไหม หรือว่ามีเทคโนโลยีใหม่ที่ดีกว่าไปอยู่บนวงโคจรแข่งกันซะละ
กรุณารอสักครู่...
ความรู้ด้านดาวเทียมผมต่ำมากเลยครับ รู้แค่นิดเดียวเอง
เลยมาถามพี่ๆทั้งหลายว่า ดาวเทียม Broadband อย่าง IP star เนี่ย เจ๋งจริงหรือเปล่าครับ
แล้วคิดว่าจะขายดีหรือเปล่า จะทำกำไรได้ไหม หรือว่ามีเทคโนโลยีใหม่ที่ดีกว่าไปอยู่บนวงโคจรแข่งกันซะละ
IPstar ในย่านนี้มี ดาวเทียมดวงนี้ดวงเดียว
ลูกค้ารายใหญ่ ก็มี อินเดีย จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ย่านอาเซียน และในประเทศไทย ทั้งหมดตอนนี้ทำสัญญาเรียบร้อยแล้วครับ
ขาดทุนเพราะ ต้นทุนดอกเบี้ย ที่ผ่านมามีการตัดค่าเสื่อมทิ้ง และยิงดาวเทียม thaicom5 แทนที่ thaicom2 ,3
ในเครือ shin ผมว่า sattel น่าสนที่สุด ถ้าไม่นับการเมืองแล้ว ราคานี้ยังไงผมก็ช้อน แต่ถ้านับจะน่ากลัวมากกก ขนาด BOT-30% ยังกล้าทำ ITV ก็เสร็จไปแล้วหนึ่ง ผมช้อนมาแค่ 1000 หุ้น เอาไว้ลุ้น
จริงๆตอนนี้ % ต่างชาติใน sattel มีแค่ 46% (จากที่สอบถาม IR มา) แต่ผมไม่แน่ใจว่า เกมนี้จะเล่นกันแรงแค่ไหน รอให้ clear ก่อน แพงขึ้น 1 ceiling ก็คุ้น
ข้อเสี่ยง
1. หนี้เยอะ และงบการเงินซับซ้อนมาก
2. รัฐบาลที่แล้วไปเยี่ยมเพื่อนบ้านแถบ Asia จะเอา Shin Sattel ไปขายด้วย ช่วงนั้นเชื่อว่าเพราะความเกรงใจให้กับอดีตนาย ก แล้วตอนนี้ล่ะ? (ยอดขายในจีน และอินเดียไม่เข้าเป้าซักที)
3. สัปทาน IPstar ต้องรอดูว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำอย่างไร เพราะดูท่าจะล้มอดีตนาย ก และเครือข่ายให้ได้
4. ถามเพื่อนมาว่า ตอนนี้ได้มีระบบใหม่สำหรับ internet ผ่านดาวเทียมใน aisa ซึ่งต้นทุนการติดตั้งถูกกว่า ทำให้อนาคตIPstar น่าเป็นห่วง (อันนี้ต้องให้ผู้รู้ในเวปนี้ช่วยconfirm)
sattelขาดทุนปีนี้ สาเหตุสำคัญจากค่าเสื่อมจาก IPSTARและตัดจำหน่ายไทยคม3 ซึ่งปัจจุบันการดำเนินงาน1ปีของIPSTARที่ผ่านมาขายได้เพียงประมาณ 5%, IPSTARจะคุ้มทุนก็ต่อเมื่อขายช่องสัญญาณได้ประมาณ 25% (อีก 4 ปีขางหน้า?) คาดว่าปี 50 คงเท่าทุนหรือกำไรเล็กน้อย(เมื่อรวมกำไรจากธุรกิจอื่น eg มือถือเพื่อนบ้าน, CSL) หลังจากนั้นจะโตขึ้นเรื่อย ถ้าซื้อต้องถือนาน2-3 ปีจึงได้กำไรชัดเจน ปัจจุบันผมซื้อเก็บไปแล้ว และที่ราคาปัจจุบัน 5.9 บาท ถือว่าซื้อได้ถูกมากเมื่อเทียบกับราคาเพิ่มทุน 205 ล้านหุ้นกลางปี48 ที่ราคา 15.5 บาท
อืมมม.........................เข้ามารับฟังข้อมูลครับ
ส่วนตัว คิดว่า เทคโนโลยีดาวเทียมต้นทุนการดำเนินการและต้นทุน
การผลิตรวมถึงการจัดส่งขึ้นวงโคจร แพงมาก แถมยังต้องมีการลงทุน
เพิ่มต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพื่อจะแข่งกับเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
มากๆ ก็เป็นจุดหนึ่งที่น่าคิดครับ
ดูตามผลงานเก่า และ ข้อมูลเล็กน้อยที่พอหามาได้
IPO 39 Baht par 10 = 19.5 Baht par 5 ปัจจุบัน
ตลอดเวลาสิบกว่าปี จ่ายปันผลทั้งสิ้น 3 ครั้งเท่านั้น
0.60 บาท จำนวนหุ้น 175,000,000 หุ้น par10
0.25 บาท จำนวนหุ้น 350,000,000 หุ้น par10
0.5 บาท จำนวนหุ้น 437,500,000 หุ้น par10
ปัจจุบันมีหุ้นทั้งหมด 1,091,069,253 หุ้น par 5
ราคาต่ำสุดตอนปี 1998 ประมาณ 3 บาทกว่า par10
มีการยิงดาวเทียมทั้งหมด 5 ลูก
อีกอย่าง เกิดคมช.บ้าจี้ใช้ข้ออ้างความมั่นคง เล่นงานฐานอำนาจ
และการเงินของอำนาจเก่า ไม่รู้ดาวเทียมดวงนี้จะซวยไปด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้
( ปล. ความเห็นส่วนตัวควรฟังหูไว้ครึ่งหูครับ ขอบคุณครับ)
เท่าที่ผมมองนะครับ
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือ
1. คมช. ถ้าเกิดบ้าจี้จะยึดสัมปทานคืนนี้แย่เลย
2. การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เกิดมีดาวเทียมใหม่ๆยิงขึ้นไปก็จะแย่เอา ว่าแต่ในออสเตรเลีย อย่างเนี่ย พวกที่อยู่ชนบทไกลๆ ที่ต้องใช้ดาวเทียมเอาเนี่ย เขามีสัญญาณมือถือ GSM ใช้หรือเปล่าครับ
กลัว WiMax จะมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของดาวเทียม IP Star
เรื่องจุดคุ้มทุนเห็นผู้บริการบอกว่าถ้าให้บริการที่จีน กับอินเดียแล้วก็จะเริ่มกำไรละ ตามตารางเวลาก็บอกว่าประมาณไตรมาส 4 ปีนี้น่าจะถึงเวลาแล้ว
ถ้าไม่มี คมช. มันคงไม่ลงมาขนาดนี้มั้งครับ
ตรงนี้ผมกับมองตรงกันข้ามครับกลัว WiMax จะมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของดาวเทียม IP Star
ตัวที่น่ากลัวกว่า เป็นเทคโนโลยีความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า ซึ่งผมยังไม่รู้เป็นจริงได้แค่ไหน ถ้ามาใช้ในเชิงพาณิชย์ ตอนนั้น ipstar ก็คงหมดอายุไปแล้ว
ดูแล้วเป็นไปได้น้อย ไม่เหมือน itv sattel ไม่ได้ถูกดำเนินคดีเรืองผิดสัญญา หรือต่างชาติถือหุ้นเกิน การล้มsattel ไม่ได้ก่อประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติหรือความมั่นคงของชาติเพิ่มมากขึ้น ถ้ายึดจริงต้องยอมรับว่า คมช. บ้าไปแล้ว1. คมช. ถ้าเกิดบ้าจี้จะยึดสัมปทานคืนนี้แย่เลย
ขอร่วมแสดงความเห็นด้วยนะครับ ผมว่าถ้าดูที่งบการเงิน โดยเฉพาะ Cash flow แล้ว ถ้าผมจำไม่ผิดรู้สึกติดลบเกือบทุกปี แต่ถ้าดูในเรื่องเทคโนโลยี ต้องขอข้อมูลจากคนในวงการดีกว่า เพราะ เทคโนโลยี ipstar อาจจะสามารถเปลี่ยนวงจรรายได้ของ Sattel ไปเลยก็ได้
ตัวที่น่ากลัวกว่า เป็นเทคโนโลยีความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า ซึ่งผมยังไม่รู้เป็นจริงได้แค่ไหน ถ้ามาใช้ในเชิงพาณิชย์ ตอนนั้น ipstar ก็คงหมดอายุไปแล้วlekmak333 เขียน:
ตอนนี้ กทช ให้license กับทางการไฟฟ้าแล้ว ซึ่งที่ผ่านมามีการทดสอบระบบอยู่ ได้ยินว่าทางทรูเองก็ศึกษาระบบนี้มานานแล้ว ถ้าอนาคตเกิดได้จะทำให้การใช้งานอินเตอร์สะดวกขึ้นมาก และ speed ที่ได้จะมากกว่า asdl ที่เราเล่นอยู่ทุกวันนี้มาก ที่ยุโรปน่าจะเริมใช้กันแล้ว เยอรมันเป็นผู้นำด้านนี้อยู่
จริงๆลูกค้าของดาวเทียมเนี่ย เราต้องไม่มองตรงที่สายต่างๆเข้าถึงครับ
ไปมองตรงที่สายเข้าไม่ถึงดีกว่า
ในชนบทของจีน ของออสเตรเรีย อินเดีย ไทยเองก็เหอะ บางที่สายไฟก็เข้าไม่ถึงหนิครับ
พวกนี้แหละที่ยังไงก็ต้องใช้ดาวเทียม
จะให้เดินสายไปมันก็กระไรอยู่ได้ไม่คุ้มที่ลงทุน
โค้ด: เลือกทั้งหมด
ถ้าคมช.จะยึดดาวเทียมเล่นๆ ก็คงทำได้ครับ
แต่ผมว่าปัจจัยเสี่ยงของ sattel ในเรื่องนี้
ไม่ได้มากไปกว่าเหมืองถ่านหินของบ้านปูเลย
รัฐบาลไทยหรืออินโดนิเซีย อาจจจะตัดสินใจ
ยึดเหมืองของบ้านปูดื้อๆ ก็ทำได้ ถ้าอยากทำพี่ Eto แต่ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ บ้านปูมีการทำประกันที่เกิดจาก political risk ด้วยนะครับ
ถ้ารัฐบาลยึดคืน sattel ไม่สามารถเรียกร้องค่าประกันได้ครับ
อนึ่ง กรมธรรม์ประกันภัยของกิจการดาวเทียม จะไม่ครอบคลุมเหตุการณ์ต่อไปนี้
1. ภาวะสงคราม การคุกคาม หรือการป้องกัน หรือการกระทำอันนำไปสู่สงครามโดยรัฐบาล หรือการใช้กำลังทางทหาร
2. อุปกรณ์ต่อต้านดาวเทียม หรืออุปกรณ์เกี่ยวข้องกับระเบิดปรมาณูหรือนิวเคลียร์
3. การก่อกบฏ การก่อความไม่สงบ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ สงครามกลางเมือง
4. การยึดทรัพย์โดยหน่วยงานรัฐบาล
5. ปฏิกิริยาตอบสนองของนิวเคลียร์ กัมมันตภาพรังสีของนิวเคลียร์ที่ตกค้าง โดยทางตรงหรือทางอ้อม อันทำให้เกิดการสูญเสีย/เสียหายต่อดาวเทียม ยกเว้นกัมมันตภาพรังสีที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
6. คลื่นกระแสไฟฟ้า หรือคลื่นความถี่รบกวน ยกเว้นการสูญเสียหรือความเสียหายต่อดาวเทียมโดยตรง
7. ความตั้งใจ หรือเจตนาในการกระทำของผู้ประกันหรือผู้มีอำนาจในการกระทำ อันก่อให้เกิดการสูญเสียหรือเสียหายของดาวเทียม ยกเว้นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
สอบถามข้อมูลจากนักวิเคราะห์ เกี่ยวกับงบไตรมาส4 ปี49ของ sattel มาครับ
ผลการดำเนินงานจะพลิกกลับมาเป็นกำไรในไตรมาสสี่ปี49
1.ยอดจำหน่าย UT ที่สูงถึง 17,000 ตัว รวมทั้งการเติบโตจากธุรกิจมือถือในลามและกัมพูชา ทำให้ operating profit เป็นบวกได้
2.ขาดทุนจากภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูง (กำไรจากข้อ 1 ยังน้อยกว่าดอกเบี้ยจ่ายในข้อ 2)
3.แต่บริษัทมีหนี้สกุลตปท.มาก ทำให้มีกำไรจากค่าเงิน (มูลหนี้เป็นบาทลดลงจากเงินแข็งค่าขึ้น)
4.กำไรจากค่าเงินที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของไตรมาสก่อนๆ (ประมาณ 150 ล้านบาท/ไตรมาส) ทำให้ผลประกอบการไตรมาส 4/49 นี้จะแสดงตัวเลขกำไร
5.อย่างไรก็ดี บริษัทยังอ่อนแออยู่ เพราะหากไม่นับค่าเงินยังมีผลขาดทุน
6.คาดว่าจะเริ่มกลับมามีกำไรประมาณครึ่งปีหลัง 2550 อย่างไรก็ดี หากสัมปทานกับ TOT มีปัญหา การกลับมีกำไรอาจล่าช้าไปถึง 2551
7.รายได้ปัจจุบันเป็นบาท 30-40% ในอนาคต(ตามแผน) คาดว่าจะมาจากดอลลาร์ 90%
เซ็งเลย ขายไปวันศุกร์ซะเยอะ :wall:
ช่วงนี้ข่าวดี มีเยอะครับ สำหรับ sattel เนื่องจากเปิดสัญญาผ่าน gateway ในอินเดีย จีน ได้
แต่ที่เซ็ง คือ วิตกจริต กับรัฐบาลคุณธรรมสูง(แต่สมองกลวง) จะไล่ยึดสัปทานคืน
พอเห็นราคาปิดวันนี้ เซ็งเป็ดเลย ...... :'O
มันแพงแล้วหรือครับ ผมจำได้ว่าสมัยก่อน >15 บาท คนยังว่าไม่แพงเลย ตอนนี้ PB < 1 แต่ สินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสัมปทาน ดังนั้นก็ต้องประเมินความเสี่ยงกันเองพอเห็นราคาปิดวันนี้ เซ็งเป็ดเลย
ของผมเมื่อวานขายหมูตอนเปิดตลาดไป 900@7.05 เอาเงินไปกินหนมอีกแล้ว ![]()
ตอนนี้ราคาลงมาอีกแล้วครับ แถมมีข่าวอีกว่ารัฐจะซื้อคืนดาวเทียม ไม่รู้เป็นข่าวดีหรือร้ายดีครับ เพราะไม่รู้จะซื้อทีราคาเท่าไหร่ จะซื้อจริงรึเปล่า ที่สำคัญมีเงินซื้อรึเปล่า ซื้อแล้วจะคุ้มไหม
รู้สึกประธานจะบอกว่าเป็นแสนล้าน ต้อง "ยึดคืน"แถมมีข่าวอีกว่ารัฐจะซื้อคืนดาวเทียม
เมื่อเช้าผมดูใน SET ตอนนี้ Mar Cap แค่ 7xxx
SHIN มีอยู่ ประมาณครึ่งนึง ใช้ 3500 ล้านก็ได้มาสมใจอยากแย้ว
อีก 96,500 M เอาไปซื้อ Nuke มาทิ้งไว้ในโรงรถละกัน :lovl:
ส่วนของผู้ถือหุ้นเริ่มลดลง ปันผลก็ไม่มี
หนี้ระยะยาว 13598 หนี้ถึงกำหนดชำระ 3028 รวม 16626 ล้าน
สรุปว่าหนี้มากจริงๆ
book 11.73 เทรดกันที่ 7.05
ในด้านเงินสดจากการดำเนินงาน 30 กย 48 767 แต่ต้องจ่ายเงินสดเพื่อไปลงทุน 4576 ล้าน
30 กย.49 ได้เงินสด 2238 แต่ก็ต้องจ่ายเงินสดเพื่อไปลงทุนอีก 3439 ล้าน
โอย ไม่น่าสนใจเลย สมัยก่อนนานมากแล้ว ดูแล้วไม่น่าสนใจ แล้วราคาก็วิ่งขึ้นไป
มาตอนนี้ ราคาลงมาแล้วก็ยังไม่น่าสนใจเลย
หุ้นแบบนี้คงต้องวิเคราะห์ว่า ซื้อทั้งบริษัท 7692 ล้านบาท
แล้วดาวเทียมทุกดวง ใช้งานไปแล้ว ได้เงินมาทั้งหมด หักค่าใช้จ่าย และภาษีแล้ว เหลือเงินสดกลับมาเท่าไร >>> FCF
ซึ่งผลงานที่ผ่านมาในอดีต ยืนยันได้เลยว่า แย่ นอกจากจะไม่กำไรแล้ว ยังต้องยิงดาวเทียมดวงใหม่อีก
แสดงว่าที่ดาวเทียมที่อยู่ข้างบนนั้น จะขัดข้องอีกเมื่อไร ก็ไม่ทราบ
คิดเล่นๆว่าเมื่อ sattel + กระแสเงินสด จากค่าเสื่อม ค่าตัดจำหน่ายอุปกรณ์ อะไรต่างๆ สมมุติว่าตรงนี้ ได้เงินสด 2000 ล้าน แถมไม่ต้องยิงดาวเทียมใหม่
นั่นหมายถึงต้องรออีก 8 ปี ถึงจะหนี้หมด แล้วค่อยเป็นส่วนของผู้ถือหุ้น
โอย หุ้นไรหว่า ไม่น่าสนใจจริงๆ