ในแง่ของ
- เงินรายได้ที่จ่ายให้กับโรงพยาบาล
- ความครอบคลุมของโรค
- ค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลใช้
ฯลฯ ช่วยอธิบายหน่อยครับ ขอบคุณมากเลยครับ
กรุณารอสักครู่...
ต่อไปคงยกเลิกแล้วมั่ง เพราะนโยบายใหม่ รักษาฟรี แล้ว
ไม่ทราบว่าพี่ Boring Stock Lover หมายถึงการยกเลิกในส่วนไหนครับ รายได้เหมาจ่ายต่อหัว หรือว่า 30 บาทที่ต้องจ่ายไปในแต่ละครั้งครับBoring Stock Lover เขียน:ต่อไปคงยกเลิกแล้วมั่ง เพราะนโยบายใหม่ รักษาฟรี แล้ว
คงยกเลิกประกันสังคม เพราะวันนั้นฟังท่านรมต.พูดแล้ว มีความรู้สึกว่า ท่านอยากให้บริการคนดีขึ้น ลดงาน admin
แล้วก็มีนักวิชาการจากสธ.ที่ว่าหลักประกันสุขภาพต้องเท่าเทียม
จากแนวทางอย่างนี้แล้ว คนก็ต้องถามว่า จะมีประกันสังคมในส่วนค่ารักษาพยาบาลไปทำไม ในขณะที่ใครก็ตามไม่ว่าจะเสียเงินเพิ่มหรือไม่ หรือเสียภาษีหรือไม่ ก็รักษาฟรีได้อยู่ดี
ส่วนเงินชดเชยรพ.เอกชน ไม่ทราบครับ
ปกส เงินที่จ่ายได้มาจาก ลูกจ้าง,นายจ้าง และรัฐบาล จ่ายจากเงินในกองทุนครอบคลุมเกือบทุกอย่าง 30 บาทเป็นเงินงบประมาณ คำนวนต่อหัวต่อปีตามที่อยู่ คร่าวๆเป็นอย่างนี้ ถ้าต้องการทราบลายละเอียดลึกกว่านี้ช่วยเขียนมาอีกทีนะครับ
ค่าใช้จ่ายสำหรับ รพ. รัฐ :ปกส. เบิกจากกองทุน, 30 บาทเบิกจาก สถานพยาบาลที่ผู้ป่วยลงทะเบียนไว้ (ซึ่งมักไม่ได้จริง) สำหรับ รพ. เอกชน งบ ทั้ง2 จะเข้า รพ. ไปก่อน(30บาทเหมาต่อหัว, ปกส. จากกองทุนที่มาจาก ลูกจ้าง,นายจ้าง และรัฐบาล) ตามที่คนไข้ลงทะเบียนไว้ รพ.มีหน้าทีจัดสรร การใช้จ่ายจากงบนี้เอง ครับ
อย่างนี้แสดงว่าประกันสังคมเนี่ย คนไข้ต้องไปหาตามที่ตัวเองลงทะเบียนไว้
ส่วน 30 บาทเนี่ยไปหาที่ไหนก็ได้ แต่ก็ต้องมีการลงทะเบียนเหมือนกัน
ถูกหรือเปล่าครับ
ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว คนไข้ไปหา 30 บาทที่โรงพยาบาลอื่นที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ โรงพยาบาลนั้นจะได้รับเงินอย่างไรครับ
อีกข้อนึงคือทำไมประกันสังคมถึงได้เงินต่อหัวน้อยกว่า 30 บาทครับ พอจะทราบหรือเปล่า
ผมสงสัยอีกว่าทำไมโรงพยาบาลบางแห่งถึงไม่รับ 30 บาท รับแต่ประกันสังคม ทั้งๆที่ประกันสังคมจ่ายน้อยกว่า 30 บาท
หลักการส่งต่อผู้ป่วยของทั้ง 2 ระบบคือ โรงพยาบาลต้นสังกัดที่ผู้ป่วยลงทะเบียนไว้จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมดครับไม่ว่าผู้ป่วยนั้นจะไปรับการรักษาที่ใด โดยมีข้อแม้ว่าผู้ป่วยจะต้องมีใบส่งตัว (refer) จากรพ.ต้นสังกัด (คือประมาณว่ารพ.ต้นสังกัดคิดว่าตูรักษาไม่ไหวแล้วต้องส่งตัวไปยังรพ.ที่ใหญ่กว่า) แล้วรพ.ปลายทางที่ผู้ป่วยไปรักษาจะคิดค่าบริการทั้งหมดกับรพ.ต้นสังกัดที่ส่งมาครับอย่างนี้แสดงว่าประกันสังคมเนี่ย คนไข้ต้องไปหาตามที่ตัวเองลงทะเบียนไว้
ส่วน 30 บาทเนี่ยไปหาที่ไหนก็ได้ แต่ก็ต้องมีการลงทะเบียนเหมือนกัน
ถูกหรือเปล่าครับ
ซึ่งทั้ง 2 ระบบจะต่างกันเล็กน้อยที่เวลาไปรับบริการที่รพ.อื่น โดยจะอนุญาตให้ไปใช้บริการได้ปีละ 2 ครั้งทั้งคู่ (เรียกว่าสิทธิฉุกเฉินครับ) โดยทั้ง2แบบจะต่างกันที่ ระบบ30 บาทจะนอนรักษาตัวได้ตลอดแล้วจะเรียกเก็บเงินรพ.ต้นสังกัดทีหลัง แต่ระบบ ปกส.จะอยู่ได้ 24หรือ48 ชม.ไม่ค่อยแน่ใจครับแล้วต้องแจ้งรพ.ต้นสังกัดให้มารับผู้ป่วยมารักษาต่อ
ในความเป็นจริงแล้วรพ.จะได้เงินจากระบบปกส.มากกว่าครับ เพราะเงินระบบ30บาทจะถูกตัดจากส่วนกลาง เช่น สธ.จังหวัด, UC ก่อนจะมาถึงรพ.จริง เท่าที่รู้จะมาถึงหัวละไม่ถึงพันครับอีกข้อนึงคือทำไมประกันสังคมถึงได้เงินต่อหัวน้อยกว่า 30 บาทครับ พอจะทราบหรือเปล่า
ผมสงสัยอีกว่าทำไมโรงพยาบาลบางแห่งถึงไม่รับ 30 บาท รับแต่ประกันสังคม ทั้งๆที่ประกันสังคมจ่ายน้อยกว่า 30 บาท
และอีกอย่างคือ อัตราการใช้บริการของผู้ป่วย ปกส.จะมาน้อยกว่าและโรคที่เป็นเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อยกว่าครับ เนื่องจากเป็นวัยทำงานร่างกายแข็งแรงกว่าครับ
จากการที่รายรับได้เต็มๆและ รายจ่ายน้อยกว่าทำให้รพ.อยากรับจากระบบปกส.ครับ (ส่วนตัวเลขจะหามาให้วันหลังครับ จำไม่ได้แล้ว)
มาเพิ่มเติมครับสำหรับปกส. ทางรพ.จะได้เหมาจ่าย 1,575 บาทต่อรายของผู้ลงทะเบียน (รวมค่าคลอด และทำฟันแล้ว) โดยค่าเหมาจ่ายนี้ไม่รวมโรคเรื้อรังและรุนแรงต่างๆ เช่น เบาหวาน ,หัวใจ ,ควานดันสูงครับ
ทางด้านรพ.การรับผู้ป่วย ปกส. รพ.รัฐมีจุดคุ้มทุนต่ำกว่า รพ.เอกชนมากครับ ทางผู้บริหารรพ.รัฐจึงไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ว่าจะมีผู้มาลงทะเบียนเท่าไรก็มักจะกำไร
แต่รพ.เอกชนต่างๆจะต้องพิจารณาให้ดีว่าจะรับผู้ประกันตนดีหรือไม่ เพราะถ้ารับแล้วปริมาณไม่มากพอก็ขาดทุนครับ ดังเห็นได้ว่ามีหลายรพ.ยกเลิกไปแล้ว ซึ่งปัจจัยต่างๆที่มีผล โดยส่วนตัวผมคิดว่าขึ้นกับ
- ทำเลที่ตั้งของรพ. ว่าอยู่ในเขตที่มีประชากรเป้าหมายหนาแน่นแค่ไหน
- การบริหารต้นทุนของรพ.เอง
- ชื่อเสียงของรพ.รัฐบาลในพื้นที่นั้นว่าเป็นที่รักของประชาชนแค่ไหน
- นโยบายของรพ.รัฐ นั้นๆว่าให้ความสำคัญกับการรับผู้ประกันตนขนาดไหน (ซึ่งขึ้นกับฝ่ายบริหาร เป็นสำคัญ)
เอ้ ถ้ารักษาฟรีจริงๆ มันจะมีคุณภาพหรือครับ
อมตะวลี
ของถูกและดีไม่มีในโลก ยิ่งของฟรีแล้วดีด้วยยิ่งไม่ต้องคิด
ฟรีอย่างนี้ ร้านขายยาจะแย่ไปด้วยหรือเปล่า
ฟรีแต่รอชั่วโมงนึงก็ไปร้านขายยาดีกว่านะครับtanate เขียน:เอ้ ถ้ารักษาฟรีจริงๆ มันจะมีคุณภาพหรือครับ
อมตะวลี
ของถูกและดีไม่มีในโลก ยิ่งของฟรีแล้วดีด้วยยิ่งไม่ต้องคิด
ฟรีอย่างนี้ ร้านขายยาจะแย่ไปด้วยหรือเปล่า