อังคาร เม.ย. 03, 2012 2:06 pm
บอร์ดตีกลับผังเมืองกทม. ส่อปลดล็อก”ขนาดถนน”
อนุกรรมการผังเมืองฯ ตีกลับร่างผังเมืองรวม กทม.ฉบับใหม่ ส่งสัญญาณปลดล็อกห้ามสร้างอาคารสูงในถนนแคบ ส่อยึดแนวถนนตามผังเมืองฯ ปี 2549 เหตุมีการร้องเรียนมากหวั่นยื้อเวลาจนหมดเวลาต่ออายุ แนะทำผังเมืองเฉพาะพื้นที่เข้มงวดแทน ด้าน กทม. ยืนยันทำเพื่อประชาชน เตรียมเวนคืน 86 ถนนรอง เพิ่มความกว้างตามกรอบกฎหมาย ขณะที่ เอกชน เฮชี้ 5 ข้อดีใช้กฎเกณฑ์ถนนตามผังเมืองฯ เดิม
จากกรณีที่ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (กทม.) พ.ศ. 2549 หมดอายุบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพ.ค. ปี 2554 ที่ผ่านมา อยู่ในช่วงต่ออายุบังคับใช้ 1 ปีครั้งที่ 1 ถึงวันที่ 17 พ.ค. นี้ ซึ่งในระหว่างนี้ สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร (สำนักผังเมือง กทม.) ได้ออกร่างผังเมืองรวม กทม.ฉบับใหม่ตามขั้นตอน จนถึงร่างผังเมืองรวมกทม.(ปรับปรุงครั้งที่ 3) มีสาระสำคัญส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงจากผังเมืองฉบับเดิม คือ เรื่องเกณฑ์ความกว้างถนน ที่จะใช้ประกอบการสร้างอาคารสูง
เช่น เกณฑ์ความกว้างถนนในการสร้างอาคารอยู่อาศัยรวมขนาดใหญ่พิเศษ พื้นที่ก่อสร้างรวมเกิน 10,000 ตร.ม. จากเดิมที่พื้นที่สีน้ำตาล (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก) ย.8-ย.10 และพื้นที่สีแดง (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม) พ.4, พ.5 ตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินฉบับ พ.ศ. 2549 กำหนดให้ถนนและซอย ที่มีขนาดความกว้างถนนเกิน 10 เมตร สามารถสร้างได้ แต่ร่างผังเมืองฉบับใหม่ เพิ่มเกณฑ์ความกว้างถนนเป็น 16 เมตร จึงจะสร้างได้
นอกจากนี้ เกณฑ์การสร้างอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ พื้นที่ก่อสร้างไม่เกิน 5,000-9,999 ตร.ม. จากเดิมที่พื้นที่สีส้ม (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) ย.5, ย.6 และพื้นที่สีแดง พ.2, พ.3 ตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินฉบับ พ.ศ. 2549 กำหนดให้ถนนและซอยที่มีขนาดความกว้างถนนเกิน 6 เมตรสามารถสร้างได้ แต่ร่างใหม่เพิ่มเกณฑ์ความกว้างถนนเป็น 16 เมตรจึงจะสร้างได้ โดยให้เหตุผล เพื่อป้องกันการเกิดความแออัดภายในซอย และเพื่อให้สามารถเข้าไปดับไฟในซอยแคบได้ง่าย
การเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ความกว้างถนนดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมาก รวมถึงตัวแทนจาก 3 สมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ออกมาเรียกร้องผ่านช่องทางต่างๆ โดยอ้างถึงข้อกฎหมายใหม่ที่จะทำให้ไม่สามารถพัฒนาคอนโดมิเนียมราคาย่อมเยาในเขตเมือง เนื่องจากหาที่ดินเปล่าที่ติดถนนความกว้าง 16 เมตรได้ลำบาก จนอาจทำให้ผู้มีรายได้น้อยต้องออกไปอยู่ชานเมืองมากขึ้น
อนุผังเมืองฯ ส่อปลดล็อกขนาดถนน
นายเชตวัน อนันตสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยกับ กรุงเทพธุรกิจ ว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการผังเมือง ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีความเห็นว่า ต้องการให้ทางสำนักผังเมืองกทม. กลับไปทบทวนเรื่องการแก้ไขเกณฑ์ความกว้างถนนใหม่ เนื่องจากผังเมืองรวมกทม. 2 ฉบับที่บังคับใช้ 13-14 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีลักษณะเข้มงวดเช่นเดียวกับร่างฉบับใหม่ หากฉบับใหม่ออกมาเข้มงวดเลย จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และทำให้ประชาชนปรับตัวไม่ทัน
พอปรับตัวไม่ทัน ก็จะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามามาก เมื่อมีเรื่องร้องเรียนเราก็ต้องพิจารณาทุกเรื่อง ต้องใช้เวลานาน ท้ายที่สุดอาจพิจารณาไม่ทันขั้นตอน จนผังเมืองขาดอายุ ซึ่งเมื่อผังเมืองขาดอายุจะยิ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายเป็นอย่างมาก ปัจจุบันผังเมืองนนทบุรีและเชียงใหม่ ก็กำลังขาดอายุ ไม่มีกฎหมายควบคุมหรือบังคับใช้กับใครได้ ที่ประชุมจึงมีความเห็นว่า มีกฎหมายก็ยังดีกว่าไม่มีกฎหมาย จึงต้องการให้ กทม.ค่อยๆ เพิ่มความเข้มงวด ไม่อยากให้เข้มงวดในทันที
นายเชตวัน กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมเสนอทางแก้ไขเพิ่มเติมว่า หากบริเวณใดที่ทางสำนักผังเมืองเห็นว่าน่ากังวล ก็ให้จัดทำผังเมืองเฉพาะขึ้นในบริเวณนั้น เพื่อควบคุมเป็นการเฉพาะ แต่สำหรับครั้งนี้ขอให้เริ่มทบทวนจากผังเมืองรวมกทม. พ.ศ. 2549 อีกครั้ง เพื่อเสนอเข้าสู่คณะกรรมการผังเมือง มท.ให้ทันในปลายเดือนเม.ย.
กทม.ยันแก้เกณฑ์เพื่อประชาชน
ด้าน ม.ร.ว.เปรมศิริ เกษมสันต์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กทม. กล่าวว่า ทางสำนักยินดีรับข้อเสนอของที่ประชุม เนื่องจากเห็นความสำคัญของระยะเวลาการดำเนินงานเพื่อไม่ให้ผังเมืองขาดอายุ อย่างไรก็ดี สำนักยืนยันว่าการแก้ไขเกณฑ์ความกว้างถนน เป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน เพราะปัจจุบันความหนาแน่นของกรุงเทพฯ เกินความสามารถที่ระบบสาธารณูปโภคจะรองรับไหวแล้ว หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปประชาชนจะไม่ได้รับความสะดวก
เราต้องการทำความกว้างถนนให้ตรงตามหลักวิชาการ เราทำงานกันค่อนข้างละเอียด เพราะไม่ได้ใช้แค่ความเห็นของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เราใช้อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองจากหลายมหาวิทยาลัย พร้อมกันนี้ ยังเตรียมแผนจะเวนคืนถนนสายรอง 86 เส้นทั่วกรุงเทพฯ ไว้รองรับ โดยให้ผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ ยื่นเข้ามาแจ้งว่ามีที่ดินจะพัฒนาในบริเวณนั้น เกณฑ์ความกว้างถนนถูกปรับเป็นเท่าใด ทาง กทม.จะเข้าไปเวนคืนให้ เราจะมองประเด็นเรื่องการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
ม.ร.ว.เปรมศิริ กล่าวด้วยว่าการจัดทำผังเมืองเฉพาะจุดตามที่ที่ประชุมเสนอ โดยปกติใช้สำหรับบริเวณที่มีวัด สถานที่ราชการ เพื่อควบคุมความสูงของอาคารบางพื้นที่เป็นพิเศษ แต่การทำผังเมืองเฉพาะเพื่อควบคุมเกณฑ์ความกว้างถนนเป็นไปได้ยาก เพราะยังต้องคำนึงถึงเกณฑ์ความกว้างถนนที่กำหนดในผังเมืองฉบับใหม่เป็นเพดานด้วย เมื่อจะควบคุมเฉพาะจุดก็จะต้องมีการคัดค้านกันอีก
เอกชน เฮ หนุนผังเมืองฟังทุกฝ่าย
ด้าน นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่คณะอนุกรรมการผังเมือง เปิดรับความคิดเห็นของทุกฝ่าย และพิจารณาถึงผลประโยชน์ในภาพรวม เพราะการเลือกยึดเกณฑ์ความกว้างถนนเดิม ตามผังเมืองรวม กทม. พ.ศ. 2549 ช่วยให้เกิดผลดี 5 ข้อ คือ 1.เป็นโอกาสของประชาชนระดับกลาง ที่ยังมีโอกาสจะหาซื้อคอนโดในซอยเขตเมืองได้ 2.ประหยัดงบประมาณแผ่นดินในการขยายระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคเกินจำเป็น หากเมืองไปโตบริเวณรอบนอก ภาครัฐก็ต้องขยายทั้งรถไฟฟ้า เพื่อให้คนที่อยู่ชานเมืองกลับมาทำงานในเมืองได้ง่าย ภาคเอกชนก็ต้องขยาย 3จี เพื่อตามให้ทันการเติบโตของคน
3.คุณภาพชีวิตของประชาชนยังดีดังเดิม หากเมืองไปเติบโตรอบนอกแต่แหล่งงานยังอยู่ในเมือง ผู้คนจะต้องใช้เวลาในการเดินทางมากขึ้น 4.คงไว้ซึ่งแหล่งทุนของประเทศ เนื่องจากที่ดินเป็นแหล่งทุนอย่างหนึ่ง หากขยายเกณฑ์ความกว้างถนน จะทำให้ที่ดินหลายแปลงเสื่อมมูลค่าลง 5.ทำให้หลักประกันของสถาบันการเงิน คือที่ดินที่นำมาจำนองไว้ไม่เสื่อมค่าไปมาก
อย่างไรก็ดี การสร้างอาคารสูงภายในซอยมีกฎหมายอื่นๆ ควบคุมอยู่แล้ว ทั้ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ที่มีข้อกำหนดระยะถอยร่น อัตราส่วนพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (โอเอสอาร์) ซึ่งหากมองว่าเป็นปัญหาก็สามารถไปเพิ่มความเข้มข้น ที่กฎหมายเหล่านี้ได้ ไม่จำเป็นต้องมาแก้ที่ผังเมือง
เรื่องดับเพลิงก็เช่นกัน มีกฎหมายอื่นๆ ควบคุมอยู่แล้ว เช่น พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2535 กำหนดให้อาคารใหม่ทุกอาคารต้องมีสปริงเกอร์ แม้กระทั่งในที่จอดรถก็ยังมี คอนโดใหม่ๆ ในปัจจุบันไม่ได้รอพึ่งรถดับเพลิงอยู่แล้ว และที่จริงเกณฑ์ความกว้างถนนก็ช่วยอาคารสูงไม่ได้ ต่อให้ถนนกว้าง 50 เมตร แต่รถดับเพลิงก็เข้าไปก็ช่วยดับไฟให้ตึก 40 ชั้นไม่ได้อยู่ดี นายประเสริฐ กล่าว
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 3 เมษายน 2555