อาทิตย์ มี.ค. 18, 2012 8:08 am
ผมเห็นด้วยกับคุณ charonp นะครับ ตรงที่ว่าเราอย่าสอนแบบยัดเยียด
ถ้าไปถามนักดนตรีที่ีใจเอื้อเฟื้อต่อสังคม นักดนตรีอาจจะคิดว่า ทำไมไม่เอาหลักสูตรดนตรีดีๆ สอนตั้งแต่เด็กๆ เพราะช่วยกล่อมเกลาเด็กให้จิตใจร่าเริง และบางทีเยือกเย็นควบคุมตัวเองได้
ไปถามนักกีฬา ก็บอกว่าอยากเอากีฬาดีๆ มาลง เพราะช่วยสร้างสุขภาพแข็งแร็ง สุขภาพจิตดีตามมา ก่อให้เกิดความสามัคคีทำงานเป็นทีม อยากให้เด็กเล่นกีฬาทุกเย็น
ไปถามพระพยอม แม่ชีศันสนีย์ ก็บอกว่า จะเอาพระพุทธศาสนาหัดให้เด็กเข้าวัดตั้งแต่เด็ก เจริญธรรม สมถกัมมัฏฐาน วิปัสสนากัมมัฏฐาน
แต่ว่าผมเห็นด้วยกับหลายท่าน ว่าน่าจะมีบ้าง เพื่อช่วยให้เด็กมีความรู้
ถ้าคนไทย ก็บอกเด็กเหมือนผ้าขาว ที่เกิดมาสมองยังว่าง
ถ้าจะเอาเปรียบเทียบกับยุค ICT ก็ต้องเปรียบเทียบกับเด็กเหมือน PC หรือ Tablet ที่ออกมาจากโรงงานใหม่ๆ แล้วเจ้าของจะเริ่มใส่โปรแกรม Apps และเอา data ทั้งหลายใส่เข้าไป
ถ้าเราเป็นพ่อแม่ ก็เหมือนเจ้าของคอมพิวเตอร์ ถ้าเราไม่ใส่เอง ปล่อยให้คนอื่นมาใช้งานคอมเครื่องนี้ แล้วเอาโปรแกรม/Apps ต่างๆ มาลงเพิ่ม เอา data ขยะมาใส่บ้าง ไวรัสบ้าง malware, โดน phishing สารพัดไปหมด
เด็กๆ ก็เหมือนกัน พ่อแม่ครอบครอง แต่ก็ไม่ใช่เจ้าของ Hardware และ software หรือร่างกายและจิตใจเด็กก็จริง แต่เมื่อภูมิใจว่าเป็นผลผลิตเกิดจากความรัก นี่ลูกชั้นนะ
ก็ไม่น่าจะปล่อยให้คนอื่นหรือสิ่งแวดล้อมมลพิษ มาทำให้เกิดการลงโปรแกรม จับ data มายัดตามยถากรรม ควรมีส่วนประคับประคองไม่ให้ PC ใหม่เอี่ยมเครื่องนี้ เละเทะ กลายเป็นคอมพิวเตอร์มีปัญหา ทำงานรวน จะเอาทำงานเป็นจริงเป็นจัง ก็ crash ซะแล้ว แถมเป็นตัวกระจายไวรัสไปหาชาวบ้าน ถ้าซักวันเราจากโลกไป คอมเครื่องนี้คงกลายเป็นอุปกรณ์ล้าสมัยไร่ค้า บางเครื่องอาจถึงเป็นขยะสังคม
เด็กลูกนักการเงินชั้นเซียน ผู้มีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ตลอดชีวิต ไม่เคยทำบาปไม่เคยโกง แต่เอาลูกไปฝากไว้กับมหาโจรจอมเจ้าเล่ห์ สถุล ฆ่าคนยังยิ้มได้โดยที่ความรู้สึกเฉยๆ หรืออาจสนุกนานยังกับการ shopping สะสมคะแนน
สุดท้ายเราก็จะได้เด็กมหาโจรชั้นเซียน ทั้งเกิดจากการเรียนรู้เองเพราะเห็นมารอบตัวแล้วฝึกตาม และทั้งจากการฝึกจากโจรมืออาชีพ
บางทีก็บอกว่าทำไงได้ ในเมื่อเกิดมายุคที่มีมลพิษมากมาย มีตัวอย่างไม่ดี ชักนำทำให้เกิดการโปรแกรมผิดๆ เข้าไปในสมองน้อยๆ ได้เยอะ (อย่างเช่น นักร้อง idol ยังเสพยา ยังไม่ทันออกจากการรักษาเลย ผู้หลักผู้ใหญ่เตรียมเอามาประชาสัมพันธ์ซะแล้ว)
ก็ต้องเอาใจใส่ระมัดระวังกันเอง ใกล้ชิดกับลูกหลานเรามากขึ้น
เรื่องการดูแลให้หัดคิดทาางการเงิน
ถ้าใครไปอ่านหนังสือของพ่อรวยสอนลูก บังเอิญคล้ายกับที่ท่านเจ้าของกระทู้คิดพอดี
แม้สุดท้ายจะลงด้วยการขายความคิดเงินสี่ด้านตามแนวตัวเอง แต่โรบิร์ต คิโยซากิ ก็คิดเหมือนกับหลายท่านในนี้ แถมคิดไปไกลกว่าว่าทุกวันนี้ ถึงแม้จะไปถึงขั้นมหาวิทยาลัย top ระดับโลกก็ตาม มีสอนแต่ให้เด็กหัดกลายเป็นคิดจะเป็นลูกจ้างอย่างเดียว ไม่คิดดิ้นรนสร้างตัว
(คิโยซากิแบ่งออกเป็น 4 จำพวก E: Employee, S: Self employed individual/Small business, B: (Big) Business owner, I: Investor ทุกวันนี้ 'ปลูกฝัง' ค่านิยม ให้คิดแต่หนทางแต่ไป 'E' ทั้งนั้น แม้มหาวิทยาลัยระดับ top ก็ตาม)
ยุคใหม่อาจเห็นหลักสูตร MBA Entrepreneurship แต่นั่นมันก็ปลายทางแล้ว คนที่เรียนส่วนใหญ่ คือลูกคนสืบต่อกิจการคาบช้อนทองมาเกิดเท่านั้น คนที่บังเอิญดิ้นรนเองบางทีไม่รู้จะไปเรียนทำไมด้วยซ้ำ เพราะรู้จากประสบการณ์เอง มากกว่าไปเข้า class MBA แบบนั้น
ซึ่งสรุปคือนั่นเป็นโอกาสทางอ้อม ให้ Kiyosaki ขายสินค้าทั้งหลายของเขาได้โดยไม่หยุดและกลายเป็น Cash Flow เข้ากระเป๋าเขาไม่หยุด และยังมาจากการที่เขาสร้าง "อนุพันธุ์" ต่อ ด้วยการขายลิขสิทธิ์ไปทั่วโลก
สินค้าของค่าย Rich Dad Poor Dad โดยสรุปคือพยายามสอนคนให้ออกจากจากถูกโปรแกรมไว้ในด้าน E อย่างเดียวมาแต่เด็กจนโต
ประเด็นของเรื่องการปลูกฝังแต่เด็ก การจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการศึกษาหรือจับหลักสูตรใสเข้าไปขนาดนั้น จะเป็นไปได้ ถ้าเราได้คนในรัฐบาล ที่มีพื้นฐานจากการลงทุนและเห็นดีเห็นงามไปด้วย อาจแค่ได้รมต.ศึกษาก็พอจะเป็นได้
ซึ่งยังเรื่องไกลตัว อาจต้องใช้เวลา หรืออาจไม่เกิดเลย
ผมว่าทางออกของเราในเรื่องนี้คือ ไม่ต้องถึงกับยัดเยียด ไม่ต้องถึงกับจะทำให้เด็กกลายเป็นนักการเงินชั้นเซียน สอนพื้นฐานเล็กๆ น้อยๆ ถ้าเด็กอยากรู้ ถึงวัยที่จะคิดเองได้แล้ว ไปต่อยอดเอาเองถ้าจะเอาดีทางนั้น
ก็ต้องเริ่มกันเอง จากการสอนในชีวิตประจำวันก่อน ให้เด็กค่อยๆ โปรแกรมความคิดในแนวทางที่เราคิดว่าเป็นสิ่งถูกต้องลงไปเอง ให้กลายเป็นเหมือนกับเรื่องธรรมดาอื่นๆ ที่เราอยากสอน อยากให้เด็กเรียนรู้ แต่ก็อย่าให้รู้สึกถูกยัดเยียด จนเกิดการต่อต้าน
แล้วในมุมกลับด้วย ถ้าจะให้เด็กมีความรู้ทางการเงิน รู้จักประหยัดอดออม สอนให้รู้คุณค่า แต่มือถือออกใหม่ tablet ออกใหม่ ทั้งที่เครื่องเก่ายังใช้ได้ดี ซื้อให้เด็กใหม่หมด แล้วเราจะเอาอะไรไปสอน
ผมยังไม่มีลูก มีแต่หลาน จริงๆ มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยไปให้โปรแกรมอะไรผิดๆ ตามยถากรรม เริ่มต้นตัวอย่างจากในชีวิตประจำวันก่อน ถ้าอยากได้มากกว่านั้น ก็ต้องคืบคลานเข้าไปใกล้ชิดหาเด็กเอง รอการเปลี่ยนแปลง macro ขนาดนั้น ... เหมือนหวังน้ำบ่อหน้า