1) ไปกทม.ทีไร ขึ้นรถไฟฟ้า สังเกตเห็นพฤติกรรมผู้โดยสารทำคือ ก้มหน้า Touch โทรศัพท์ตัวเอง จนกระทั่งเมื่อ6เดือนก่อนนั่งรถเมล์บ่อยขึ้น(เเบบว่าอยากประหยัดเพราะเจอวิกฤติยุโรป
) สังเกตว่าผู้ดดยสารรถเมล์(ถ้าได้นั่ง) ก็จะมีโลกส่วนตัวกับโทรศัพท์มือถือของตัวเองไม่ต่างกับผู้โดยสารรถไฟฟ้าเเฮะ, คนรอบๆตัวที่รู้จักมีเเต่คนใช้ Iphoneทุกคนซื้อpakage3Gเหมาจ่ายทั้งนั้น...
2) ปีหน้ามี Euro 2012 ทีมดังๆเข้ารอบมากันครบ, ต่อด้วยโอลิมปิคที่ลอนดอน, ปิดท้ายด้วยฟุตซอลโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
3) น้ำท่วมทุกปีเเน่นอน บ้านผมโดนมา 2 ปีติด(ปกติบ้านผมจะมีท่วมเเบบนี้ 10 ปีครั้ง) เมื่อน้ำท่วมสิ่งที่ตามมาคือถนนขาดประจำ คงได้ลาดยางกันใหม่ทุกปี สำหรับจังหวัดผมบ้านไม่ต้องซ่อมมากเพราะส่วนใหญ่น้ำมาเร็วไปเร็ว เเต่เปลืองเงินตุนอาหารเเห้ง มาม่า ตอนPanic
4) กลับมาในวงการของตัวเอง...
-ผมคิดว่า(ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ) มีการพยายามผูกขาดธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน โดยโรงพยาบาลนั้นไล่Take Overเเละพยายามจะเป็นรายใหญ่รายเดียว(เเต่ตอนนี้ยังไม่สำเร็จและก็ไม่อยากให้สำเร็จเพราะธุรกิจ รพ. Monopolyไม่ได้ ไม่งั้นจะเกิดช่องว่างมหาศาลระหว่างรัฐกับเอกชน, เกิดช่องว่างกับการเข้าถึงการรักษาพยาบาลระหว่างคนจนกับคนรวย)
-ต่อไป รพ.เอกชนจะมีShare Resouceกับโรงพยาบาลรัฐมากขึ้นเช่นโรงพยาบาลรัฐที่ไม่มีเครื่องMRI ไม่เป็นไรส่งมาทำที่โรงพยาบาลเอกชนได้ อาจคิดราคาจากรัฐต่ำกว่าราคาผู้ป่วยWalk in เล็กน้อย
-จะมีการส่งต่อผู้ป่วยทางอากาศบ่อยขึ้น เข้าทางกับนโยบาย รพ.ใหญ่ดังกล่าวที่จะsynergyกับธุรกิจสายการบินที่มีอยู่ ปัจจุบันรพ.นี้มีการเตรียมบุคลากรอย่างเข้มข้น
-รอดูว่าใครจะได้วุฒิศักดิ์ ไปเป็นเจ้าของค่ายเพลงใหญ่หรือรพ.ยักษ์ดังกล่าว Dealนี้น่าสนใจเพราะธุรกิจความงามMarginสูงมากๆ
ที่เหมือนเดิมคือ
-ไปSevenต้องต่อคิวประจำเบื่อสุดๆ
-ตอนเช้ามีเเต่คนดูสรยุทธเกือบทุกบ้านส่วนละครกับเกมส์โชว์ไม่ทราบครับว่าเป็นอย่างไร สรุปในมุมมองผมยังมั่นใจว่าในประเทศไทย TV ดาวเทียมก็สู้Free TV ไม่ได้
-E-Book ก็OK...ที่ทำสวยที่สุดคือของZhake(เชค)เปิดเเล้วเหมือนหนังสือจริง (ตอนนี้Zhakeมาเเฝงตัวอยู่ในหุ้นตัวหนึ่งเเล้วในฐานะบริษัทย่อย) เเต่เกือบทุกบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ดันให้ OKbee ทำE-bookให้ซึ่งบอกได้คำเดียว"ฮ่วย" มากLoadช้าไม่สวย เเต่สรุปสุดท้ายผมมั่นใจว่า"หนังสือไม่มีวันตาย"