ครม.ไฟเขียว กฟผ.แปลงสภาพเป็น บมจ.กฟผ. กำหนดทุนจดทะเบียน 6 หมื่น
ล้าน กำหนดโอนสินทรัพย์ และหนี้ไปยัง บริษัท 30 เม.ย. นี้ หลังจากนี้เตรียมยกร่างพระราช
กฤษฎีกา และเสนอทูลเกล้าฯ หลังจากนั้นเตรียมเข้าตลาดฯได้ในเดือน พ.ย. นี้ โดยกระจาย
หุ้นตามแผนเดิม 25% ให้นลท. 75% รัฐถือหุ้น ขณะเดียวกันเตรียมตั้งคณะกรรมการกำกับ
ดูแลกิจการไฟฟ้า กำหนดอัตราไฟฟ้า กิจการไฟฟ้า และแผนพัฒนาไฟฟ้าทั้งหมด
นายวิเศษ จูภิบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าครม.ได้มีมติเห็นชอบ
ให้แปลงทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นทุนเรือนหุ้น และจัดตั้ง บริษัท
กฟผ.จำกัด (มหาชน) โดยมีทุนจดทะเบียนจำนวน 6หมื่นล้านบาทแบ่งเป็นจำนวนหุ้น 6พันล้าน
หุ้น มูลค่าราคาพาร์อยู่ที่ 10 บาทต่อหุ้น โดยให้มีการโอนกิจการสิทธิหนี้และสินทรัพย์ต่างๆของก
ฟผ.ไปยัง บมจ.กฟผ. ณ วันที่ 30 เม.ย. 2548
ทั้งนี้ขั้นตอนในการดำเนินการต่อไป หลังจากที่ครม.ได้อนุมัติให้กฟผ.เป็น บมจ.แล้ว
จะเตรียมยกร่างพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งให้เป็น บมจ.กฟผ. ก่อนที่ทูลเกล้าฯเพื่อลงพระ
ปรมาภิไธย และหลังจากนั้นจึงจะจดทะเบียนเป็น บมจ.ในตลาดหลักทรัพย์ โดยคาดว่าจะสามารถ
ดำเนินการได้ภายในเดือน พ.ย.2548นี้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบ ให้โอนทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับกฟผ.อาทิ เขื่อนและอ่างเก็บน้ำ
21 แห่ง รวมถึงที่ดินที่ตั้งอยู่ในบริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ และหัวงานให้แก่กระทรวงการคลัง
เป็นมูลค่า 23,605 ล้านบาท ทั้งยังกำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมกิจการผลิตไฟฟ้าเพื่อรับโอน
อำนาจของกฟผ. ในการประกาศกำหนดเขตโอนสายไฟฟ้าการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้า และการ
บริหารจัดการนั้น ในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำและทำหน้าที่ในการดูแลและบริหารจัดการในส่วนดัง
กล่าว และจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า โดยมีกรรมการอิสระเป็นคณะกรรมการ
โดยจะดูในเรื่องการกำหนดอัตราไฟฟ้า กิจการไฟฟ้า และแผนพัฒนาไฟฟ้าทั้งหมด
'ค่าไฟฟ้าปกติรัฐบาลเป็นผู้ดูแลอยู่แล้ว แต่หลังจากที่กฟผ.เป็นบมจ.แล้ว ก็จะมีการ
ควบคุมดูแลเป็นอย่างดี โดยให้จะคณะกรรมการกำกับดูลกิจการไฟฟ้าเป็นผู้ควบคุมอัตราดังกล่าว
ส่วนเรื่องการแข่งขันด้านไฟฟ้ากับเอกชน จะมอบให้คณะกรรมการกิจการไฟฟ้าเป็นผู้ดูแลในเรื่อง
นี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด 'นายวิเศษ กล่าว
นายวิเศษ กล่าวว่าในส่วนของพนักงานนั้น ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง
ทดลองงาน ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว จะไปเป็น ลูกจ้างของกฟผ.ทั้งหมด โดยจะได้รับเงินค่า
จ้างไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับจากเดิม และให้นับอายุงานต่อเนื่อง
ในส่วนของการกระจายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้นยังคงเป็นไปตามแผนเดิมคือ 75%
จะให้รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ส่วน 25% นั้นจะกระจายให้กับนักลงทุนทั่วไป โดยแบ่งเป็นนักลงทุนต่างชาติ
ให้ถือได้ไม่เกิน 5% เท่านั้น โดยการกระจายหุ้นให้กับประชาชนจะใช้วิธีการแรนดอม เพื่อเป็น
การไม่เลือกปฎิบัติ
สำหรับแผนการระดมทุนของกฟผ.ในอนาคตนั้น นายวิเศษกล่าวว่า กฟผ.ได้มีโครงการ
ที่จะพัฒนาเขื่อนในประเทศลาว และสร้างผลิตไฟฟ้าภายในประเทศจำนวน 4 แห่ง ซึ่งจะใช้เงินลง
ทุนในโครงการทั้งหมด 2แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นการระดมทุนจากการกระจายหุ้นประมาณ 3-
4 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะนำมาจากเงินกู้
[/u]