อย่ามีอคติกับการลงทุน
เท่าที่สังเกตุดู กับเหตุการณ์ที่ผ่านๆมา
ตัวผมเอง และหลายท่าน จะมีอคติ
มาดูพจนานุกรม กับคำแปล
"อคติ " ตามความหมายของ พจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2542 มีความหมายว่า
อคติ [อะคะ] น. ความลําเอียง มี ๔ อย่าง คือ
ฉันทาคติ = ความลําเอียงเพราะรัก โทสาคติ = ความลําเอียงเพราะโกรธ
ภยาคติ = ความลําเอียงเพราะกลัว โมหาคติ = ความลําเอียงเพราะเขลา. (ป.).
การมีอคติกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง น่าจะเหมือนมีอคติกับหุ้นตัวนั้น
เวลามีข่าวดีกับหุ้นตัวนั้นชอบต่อต้าน,โต้แย้ง
เวลามีข่าวร้ายกับหุ้นตัวนั้นชอบสนับสนุน,แบบร่วมด้วยช่วยกัน
พอนานๆไปน่าจะเกิดความมั่นใจมากขึ้นตามลำดับ
อาจจะเลยเถิดไปถึงตัวบุคคลเข้าให้
สังเกตดูไม่ได้ช่วยทำให้ชีวิตคนเรามีสุขขึ้น มีแต่การติเตียน ขุดเจาะ,หาสิ่งบกพร่องของผู้อื่นตลอดเวลา
ถ้าพูดแบบคนมีธรรมะทำให้ใจเป็นทุกข์
หุ้นที่มันเทรินขึ้นมาก็มีเสียงกระซิบกับสายลมว่าหุ้นปั่นๆ
บางครั้งคนที่พูดก็ไม่ได้ทำการบ้านเข้าไปขุดค้นหาที่มาที่ไป
แบบรู้น่ะรู้ แต่...รู้ไม่จริง (รู้แบบเป็ด เป็ด)
สุดท้ายตกรถ(เหมือนผมนี่ล่ะตกรถ)
พอตกรถ ความหวังดี ก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนเยอะแยะ
เวลาว่างที่มี ก็เที่ยวไปเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น
หุ้นปั่น อย่าไปร่วมขบวนการเขานะ ขึ้นมาหลายเท่าแล้ว
เสียดาย ดีกว่าเสียใจ
(ก็แบบว่า ว่ากันไป ว่ากันไป)
ถ้าจะให้สร้างสรรค์กันสักเล็กน้อย น่าจะว่า...
ดีใจด้วยนะที่ซื้อหุ้นได้ถูกตัวได้หุ้นดีมีกำไรทั้งราคาและน่าจะได้ปั่นผลไม่น้อยในอนาคต
คุ้มค่าแก่การลงทุนเชียวล่ะ
คนที่มีก็ถือไว้ คนที่ยังไม่มีก็อย่าเข้าไปเลย รอรถรอบหน้าหรือรอหุ้นตัวหน้าก็ยังทัน
มันน่าจะมีรถด่วนผ่านมาสักครั้งในชีวิตของการลงทุน
เพราะฉะนั้น อคติ ไม่เคยส่งผลดีกับใคร
ไม่ว่าจะเป็นเราที่ไปมีอคติกับเค้า
หรือเค้าที่โดนเราอคติใส่
เลยมาคิดดูว่า อย่าอคติกับใครเลย
ใครพูดอะไรมาก็ควรฟังและถ้ายังเคลือบแคลงสงสัยก็กลับไปค้นคว้าหาคำตอบสวยๆหรูๆดูกันใหม่
ที่เขียนมาไม่ได้มีเจตนาว่าใครนะครับ
ผมว่าตัวเองนี่ล่ะ จะได้ไม่มีอคติต่อผู้อื่น
โชคดีกับการลงทุนครับ
ส่วนผมยังไม่ทันขึ้นรถ นั่งอยู่ที่สถานี รอรถขบวนใหม่ เมื่อไหร่จะมีใครเรียกเราขึ้นรถด่วนด้วยคน