ดร.นิเวศน์เสริม : พวกกองทุน ฟันที่เก้งกำไรระดับโลก ที่ว่าเก่งๆ สุดท้ายก็หมดตัวมามากต่อมากแล้ว ต้องระวังหายยะที่อาจเกิดขึ้นมันจะมากินทุนจนหมดคนที่ได้กำไร 100% เยอะๆส่วนใหย่เป้นการเก็งกำไรแผงอยู่เสมอไม่น่าจะใช่การลงทุนแท้ๆ เช่นมาจิน บรรยากาศเป็นใจ เราเลือกถูกตัว โอกาสผิดน้อยมาก แต่ถ้าบ่อยๆเกิดโดนไป1/100 ที่ผิดมันก็หมดได้ วอเลนบัพเฟต ทำมา 50ปีไม่เคยถึง 100%ซักปีเพราะเขาลงทุนจริงๆตัดการเก็งกำไรออกไป เน้นป้องกันความเสี่ยงก่อน กระจายความเสี่ยงให้เหมาะสม นักลงุนเน้นคุณค่าที่สำคัยคือเน้นดูขาลงเป็นหลักว่าจะรอดได้ไหม เพราะถ้าไม่ขาดทุนเท่ากับเราได้กำไรแล้ว
คุณวชิราลักษณ์ : ปีหน้าต้องระวัง 1 การเมืองซึ่งเป้นปัจจัยลบซึมลึกลงไปแล้ว เทียบกับตอนปี 2003 เรากับอินโดก็พอพอกัน จนตอนนี้อินโดไป 3000 เราพึ่ง 1000 คิดแล้วก็น่าเสียดาย 2 คือความหวันไหวของนักลงทุนเอง นิสัยอย่างหนึ่งคือ เห็นอะไรดีดีก็แห่กันไปทำแล้วไม่มีการควบคุมเดี่ยวปัญหาตามก็ก็ค่อยมาแก้กัน เช่นคอนโด เห็นว่าดีก็สร้างกันใหญ่ไม่ควบคุมอะไรให้ดี สุดท้ายก็เริ่มมีมาตราการป้องกัน แบบจีนที่เริ่มมีมาตราการ ก้ทำให้จิตใจนักลงทุนหวั่นไหวได้แต่ถ้าไม่เอามาตราการมาแก้ ก็อาจบานปลายเป้นปัญหาได้เช่นกัน แต่ที่น่าสนใจคือ ตอนนี้เมกาไม่ดี ถ้าเกิดเมกาฟื้น เงินอาจไหลกลับไปได้ อะไรที่เป้นความเฟื่องฟุของเราอาจไหลกลับไปหมด
คุณณสุ : ตอนนี้ให้เรามองปัจจัยภายนอกเป้นปัจจัยเยงของหุ้นไทยมากกว่าปัจจัยภายใน ซึ่งเราก็ควบคุมอะไรไม่ได้ ที่ทำได้คือเลือกบริษัทที่เติบโตได้เรือยๆ รายได้ชัดเจนไม่หวั่นไหวไปตา ศก เช่นพวกมีสัญญาต่างๆไว้ล่งหน้า อย่างไฟฟ้า น้ำ น่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่งไม่หวือหวานตาม ศก อีกกลุ่มคือสินค้าที่ต้องกินต้องใช้ในชีวิตประจำวันเพราะมันจับต้องได้ทุกวัน
แต่ปีหน้าถ้าจะเลอกหุ้นไทยก็ต้องดูให้ดีว่าราคาตอนนี้มันเกินไปไหม เทียบกับตลาดต่างประเทศ อย่างสื่อสารกระแสเงินสดก็ดี ปันผลดี กำไรดี แต่มันเข้าใจยากว่าหมดปี 2015ที่สัมปะทานหมดมันจะไปต่ออย่างไรถ้าเราไม่เข้าใจลงทุนไปก็เลียงเพราะเราไม่รู้ ยิ่งในปัจจุบันหุ้นเล้กๆขึ้นมาแรงไปหมดถ้าคิดวาปีหน้าจะไปต่อยังไงก็ต้องเป้นหุ้นใหญ่ๆที่เปนตัวขับ
คุณวิบูลย์ : ยุทธ์ศาสตร์ปี 54 สำหรับคนที่ไม่มีหุ้นเลยต้องทำการบ้านเยอะๆหาหุ้นที่ตำกว่ามูลค่าพื้นฐานแล้วซื้อ ซึ่งมันยังมี ถ้าไม่อยากทำการบ้านก็ซื้อกองทุนรวม สำหรับคนที่มีหุ้นอยู่แล้ว ก็ดูว่าไอ้ที่ถือกิจการมันจะไปต่อได้ไหม ในอีก 3-5ปีจะเป้นอย่างไรถ้ามองแล้วแพงก็ขายออกไปก็ไม่เสียหายอะไร
ดร.นิเวศน์ : กลยุทธ์ ซุปเปอรืคอนเซอเวทีฟ เพราะพอไปดูหุ้นต่างประเทศมากๆก็รู้สึกว่าหุ้นเค้าดีมาก งบอะไรต่ออะไรก็ดี เที่ยบกับบ้านเราแล้วบ้านเราสู้ไมได้ จะเอาความถูกมาสู้แบบเมื่อก่อนหุ้นเรามันก็ไม่ถูกอีกแล้ว ทำให้คิดว่าหวังฝรั่งะมาซื้อห้นไทยมากไม่ได้ คนไทยนี่แระที่ซื้อๆขายๆกันเอง เพราะกำลังซื้อในประเทศก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นซื้อหุ้นแพงหน่อย กินปันผลเข้าไป คนเล่นก่อนได้กำไรก่อนมาทีหลังก็กำไรน้อยหน่อยแบบนี้ไปเรื่อยๆ
คุณณสุ : เสริม อาจารญ์นิเวศน์คือตลาดต่างประเทศเค้ามีหุ้นให้เลือกจำนวนมาก แต่ความเสี่ยงคือการเข้าถึงข้อมูลไม่เหลือหุ้นไทย เราเห็นงบดีดี พอเราซื้องบอาจแย่ ทีนี้เวลาไปด่าก่ากันคนละภาษาไม่เจ็บ ส่วนใหญ่ถ้าจะซือ้หุ้นต่างประเทศนี่เร้าองเริ่มจากเป้นคู่ค้าหรือรู้จักกันมาก่อนจริงๆ อ่านบทวิเคราะหืแล้วไปซือ้ไม่แนะนำเลย
คุณวชิราลักษณ์ : กลยุทธ์ปี 54 ก็เลือกพกหุ้นที่มีรายไดสม่ำเสมอ เช่นกลุ่มไฟฟ้า ที่ตอนนี้อาจสู้พวกพลังงานอย่างน้ำมันไม่ได้ ดยสนใจ Glow เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าเข้าใหม่ม่ทัน ทำให้ราคาที่สูงๆอยู่ร่วงลงมาถ้าทุกอย่างเข้าทางตามแผนที่วงไว้มันก็อาจกลับขึ้นมาได้ ปันผลก็มีนโยบายที่เพิ่มขึ้นทุกปีปีละ 5% องที่จ่ายอยุ่ ถ้าตกแรงๆก็น่าสนใจที่จะซือ้ไว้รับปันผล
นอกจากนั้นก็มองกลุ่ม อาหาร โรงบาล ภัณจุภัณที่ติดไปกับอาหาร โดยเลือก CPF ซึ่งพยายามเซตธุระกิจจนประสบความสำเร็จตั้งหลักได้แล้ว แล้วก็นำโมเดิลนี้ไปปรับใช้ในตุรกี อินเดีย เป้าหมายที่ 33.5 ซึ่งมีความน่าสนใจในการเปเนผู้นำธุระกิจอาหารเบอร์ต้นๆของโลก
BGH ล่าสุดที่ไปซื้อโรงบาลเปาโลกับพญาไท กำให้มีอัตรากำไรขึ้นต้นที่ดีขึ้น โดยโรงบาลกรุงเทพพยายามทำตัวเป้ฯศุนย์การแพทย์เฉพาทางที่ต้องลงทุนมากจนตอนนี้สำเร้จแล้วการที่ได้โรงบาล 2 แห่งนี้มาเป้นการขยายฐานคนไข้ออกไป มีการส่งตัวมารักษาระหว่างกันทำให้ตัวเลขทางการเงินในอนาคตดีขึ้นและเข้ากับเทรินในอนาคตที่คนอายุยืนยาวและไปโรงบาลมากขึ้น
BCP-DR1เนื่องจากราคาตำกว่ามูลค่ามากเมื่อเทียบกับกลุ่มอย่าง top irpc pttar ทัง้ในแง่ของ PE หรือราคาบุค แล้วตัวนี้หากเกิวิกฤติ ก็ยังมีการันตีที่ 13 บาท ซึ่งกระทรวงการคลังทำไว้แต่จะยกเลิกเมือ ราคาหุ้นแม่บางจากยืนที่ 22 บาทได้ 20วัน
ดร.นิเวศน์ : ถ้าเลือกพลังงานก็สนใจ BCP-dr1 เพราะปลอดภัย สตอรี่ก็พอมีเรื่องพลังงานทดแทนแต่คนก็ไม่สนใจกันเอง คนชอบเล่นหุ้นที่กำลังวิ่ง วิ่งปุ๊บสตอรี่ก้มาเต็มไปหมด Glow ก็น่าสนใจในแง่ของรายได้แน่นอน ปันผลก็ดีกว่าเงินฝากเห็นๆ โตก็พอได้แต่ถ้าจะเอาขอดูดครงการต่างๆให้ชัดๆก่อน แต่ไอ้ 4 ตัวที่แนะนำมาไม่เห็นสปอนเวอร์ หรือคนปั่น คนเชียร์ หุ้นมันก้เลยไม่ค่อยไป BGH ก็ดีมองระยะยาวโตมากดีเรื่อยๆแต่ราคานี้ก็ไม่ถูก
คุณวิบูลย์ : เงินของเราเราต้อรับผิดชอบเอง ถ้าไม่มีความรู้ก็ซื้อกองทุน ถ้าลงทุนแบบเน้นคุณค่าต้องหาซื้อทรัพย์สินอะไรก็ตามที่ตำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป้นให้ได้ มีความรู้เรื่องไหนก็ลงทุนเรื่องนั้น ไม่จำเป็นต้องลงทุนในหุ้น 100% หรือล้างพอต แต่เน้นอนุรักษณืนิยมไว้เยอะๆปีหน้า
คุณณสุ : ให้ลงไปเปิดดู Investment clock ซึ่งเป้นนาฬิกาที่คำนวนพวกรุปแบบการลงทุนต่างๆดูอยุ่ในเน็ทพิมหาใน google เข็มนาฬิกาชี้ไปที่คอมโมหน่อยๆแสดงว่าพอเล่นได้ แล้วมันจะตามด้วยการขึ้นดอกเบี้ย ก็ลองไปศึกษาดู ฟันใหญ่ๆก็ใช้การลงทุนแบบนี้ แต่ก็ที่ฝากไว้คือ อนุรักษณ์นิยมไว้มากๆ ยิ่งสูงยิ่งหนาว
"สิ่งที่ถูกต้องก็คือถูกต้อง แม้ไม่มีใครทำสิ่งนั้น สิ่งที่ผิดก็คือผิด แม้ทุกคนจะทำสิ่งนั้น" ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย