พุธ ธ.ค. 02, 2009 8:37 pm
เงินเฟ้อพุ่ง-ขาดดุลการค้าเพิ่มเวียดนามลดค่าเงิน-ขึ้นดอกเบี้ย
บลูมเบิร์ก ธนาคารกลางเวียดนามลดค่าเงินด่อง และขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อและการขาดดุลการค้า ซึ่งกำลังถ่างขึ้นจนทำให้ความเชื่อมั่นต่อเงินด่องลดลง
ธนาคารกลางเวียดนามลดอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงลง 5.2% โดยอยู่ที่ 17,961 ด่องต่อดอลลาร์ หลังจากที่ช่องว่างระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดสปอต กับในตลาดมืดต่างกันมากสุดในรอบทศวรรษ โดยได้ลดช่วงซื้อขายเงินด่องประจำวัน ให้แคบลงเหลือ 3%จาก 5% ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันนี้
อัตราแลกเปลี่ยนอย่างไม่เป็นทางการที่มีซื้อกันในร้านทองในโฮจิมินห์ ซิตี้ อ่อนกว่าอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดสปอตเมื่อวานนี้ 9%
เวียดนามยังขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน 1% เป็น 8% หลังจากที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในเดือนนี้ จึงถือเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้เพิ่มต้นทุนในการกู้ยืม
ดัชนีหุ้นเวียดนามได้ปรับตัวลงมากสุดในรอบกว่า 7เดือนเพราะมีความวิตกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้นจะทำให้กำไรของบริษัทลดลง
ไต้ ฮุย หัวหน้าฝ่ายวิจัยเอเชียแปซิฟิกของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ในฮ่องกง กล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยมีเป้าหมายเพื่อหนุนค่าเงินด่องให้แข็ง แต่การลดค่าเงินเป็นผลดีต่อการส่งออก "แรงขับเคลื่อนในเวียดนามแตกต่างจากเศรษฐกิจอื่นๆในเอเชียโดยสิ้นเชิง"
เงินด่องอ่อนตัวลง 0.04% อยู่ที่ 17,881 ด่องต่อดอลลาร์ เมื่อบ่ายวานนี้ ซึ่งอ่อนกว่าอัตราอ้างอิงที่ 17,034 ด่องของเมื่อวานนี้ 5%
ดัชนีหุ้นวีเอ็น ปรับตัวลง 4.5% มากสุดในรอบกว่า 7 เดือน ปิดตลาดที่ระดับ 503.41 จุด ต่ำสุดในรอบสามเดือน
ธนาคารกลางเวียดนามกล่าวว่า กำลังพยายามประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีหหน้า และควบคุมเงินเฟ้อ ที่ต้องขึ้นดอกเบี้ยก็เพื่อที่จะลดการเติบโตของสินเชื่อและให้เป็นไปตามเป้าหมายเศรษฐกิจ
สำนักงานสถิติในฮานอยเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ราคาผู้บริโภคในเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 4.35% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับแต่เดือนพฤษภาคม
ในขณะเดียวกัน เวียดนามขาดดุลการค้า เพิ่มเป็น 1,900 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม มากที่สุดนับแต่เดือนพฤษภาคม 2551 จาก 1,800 ล้านดอลลาร์ ในเดือนกันยายน
ความวิตกเกี่ยวกับการขาดดุลการค้าและเงินเฟ้อได้ทำให้นักลงทุนเวียดนามซื้อทองคำและสกุลเงินต่างชาติ ส่งผลให้ราคาทองคำในเวียดนามพุ่งขึ้นไปถึง 28.85 ล้านด่อง(1,613 ดอลลาร์)ต่อเทล(หนึ่งเทลมีค่าประมาณ 1.2 ออนซ์)จาก 18.4 ล้านด่อง เมื่อต้นปี
จาซีม อาห์เหม็ด ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน การบริหารสาธารณะ และการค้าสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย กล่าวว่า ธนาคารกลางเวียดนามต้องการสร้างความมั่นใจว่าการคาดการณ์เงินเฟ้อจะไม่เปลี่ยนแปลง และน่าจะพยายามทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน
พันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้นเพราะมีการคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจจะทำให้เงินเฟ้อลดลง ในขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรที่มีอายุไถ่ถอน 5 ปี ลดลง 0.14% เหลือ 11.13% ซึ่งถือว่าลดลงมากที่สุดนับแต่วันที่ 3 กันยายน
ค่าเงินด่องได้อ่อนตัวลง 2.3% ในปีนี้ โดยอ่อนตัวลงเป็นปีที่สอง ซึ่งสวนทางกับสกุลเงินในเอเชีย 10 สกุล ที่ล้วนแต่แข็งขึ้น ยกเว้นเงินหยวนและดอลลาร์ฮ่องกง
ผู้กำหนดนโยบายทั่วเอเชียไม่ปรับต้นทุนในการกู้ยืมเพราะมีความวิตกว่า ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะทำให้เงินทุนไหลเข้ามา จนอาจทำให้เงินแข็งขึ้นและบั่นทอนเสถียรภาพทางการเงิน
ฮุย กล่าวว่า รัฐบาลและธนาคารกลางในเอเชียส่วนใหญ่กำลังต่อสู้และต่อต้านการแข็งค่าของเงิน และกำลังพูดถึงมาตรการควบคุมเงินทุย แต่เวียดนามแตกต่างจากชาติอื่นในเอเชีย
เวียดนามยังจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ จาก 7% เป็น 8% ด้วย และจะขึ้นดอกเบี้ยซื้อลดพันธบัตรจาก 5% เป็น 6% เช่นกัน โดยการขึ้นดอกเบี้ยเหล่านี้เป็นการขึ้นครั้งแรกนับแต่เดือนมกราคม และจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนี้
วันที่ 26 พ.ย. 2552 แสดงข่าวมาแล้ว 5วัน 23ช.ม. 58นาที
ผมเชื่อว่าประเทศนี้ อันตรายอย่างยิ่ง อยู่ในสภาพที่แตกต่างกับประเทศเอเชียโดยทั่วไป ซึ่งได้รับบทเรียนจาก "ต้มยำกุ้ง" มาก่อนแล้วทั้งนั้น
แต่เวียดนาม ... หยิ่งผยองมากๆ วิ่งอย่างเร็ว โดยไม่เรียนรู้บทเรียนนี้จาก "ไทย" เลยแม้แต่น้อย
ศก.ของเวียดนาม ใหญ่ขึ้นถึง 10 เท่าตัวนะครับ ในเวลา 20 ปีนี้
ตอนนี้ขนาดไม่เล็กเท่าไหร่แล้ว เป็น 1 ใน 3 ของประเทศไทย
มีบริษัทจำนวนมากของไทยลงทุน และ ค้าขายที่นั่น
มีแบงก์ไทย ปล่อยกู้จำนวนไม่น้อย
ผมเชื่อว่า ไม่เกินครึ่งปี ประเทศเวียดนาม ซึ่งเคยเติบโตกว่า 7% อย่างต่อเนื่องแล้วยาวนานหลายปี จะสะดุดขาตัวเอง .... แบบ "ต้มยำกุ้ง"
วิกฤติเฝอ หรือ วิกฤติแหนมเนือง ครั้งนี้ มีคนตั้งชื่อมานานแล้ว แต่ ศก.เวียดนามก็ไม่ได้ปักหัวดิ่งเสียที
แต่ครั้งนี้ละของจริงแท้แน่นอน จะสะเทือนทั้งอาเซียน และ เอเชียแน่ๆ
เพราะ..... ตอนนี้นักวิชาการ และ นักลงทุน ส่วนใหญ่มองไม่ออกครับ เพราะมันซ้อนอยู่ในวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์อีกชั้นหนึ่ง
อ่านเจอข่าว world bank ยังชมเวียดนามอีกด้วยว่าบริหารจัดการค่อนข้างดี...
ที่ทำให้ ศก.ปีนี้โตได้ถึง 5% ผมว่านายคนนั้น ต้องเพี้ยนไปแล้วละครับ
ประเทศที่ไม่รู้จัก "ศก.พอเพียง" แห่งนี้ กำลังเดินสู่เส้นทางหายนะ แบบ "ต้มยำกุ้ง" ของไทยไม่มีผิด
อนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูง 2 ล้านล้านบาท
อนุมัติโรงไฟฟ้าปรมาณูมูลค่า 6 แสนล้านบาท....
เทียบไปก็เหมือน ประเทศไทยอนุมัติ แค่ 2 โครงการมูลค่าระดับ 8 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับระดับของ GDP แล้ว 90% เชียวนะนั่น
เพี้ยนไปแล้ว.....นึกว่าประเทศตัวเอง ร่ำรวยเหมือน "จีน" หรืออย่างไรกัน
เศรษฐศาสตร์ไท้เก๊ก... กรอบแนวคิดใหม่ใช้หลักยืมพลัง และ รักษาสมดุลเพื่อช่วยฟื้น ศก.ไทย และ ศก.โลก
หุ้นเงา... หุ้นอยู่ในเงาทำให้คนมองเห็นไม่ชัด ราคาหุ้นพร้อมจะปรับขึ้น 2 เด้งจาก EPS ที่สูงขึ้น และ การปรับค่า P/E ให้สูงขึ้นในอนาคต