การหา NOPAT เพื่อมาคิด FCF
เราต้องตัด ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ออกหรือเปล่าครับ ?
กำลังหัดหาค่า FCF ครับ งงกับสูตรมากๆ
FCF=NORPAD+D&A-CAPEX-สามเหลี่ยมWC
กรุณารอสักครู่...
การหา NOPAT เพื่อมาคิด FCF
เราต้องตัด ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ออกหรือเปล่าครับ ?
กำลังหัดหาค่า FCF ครับ งงกับสูตรมากๆ
FCF=NORPAD+D&A-CAPEX-สามเหลี่ยมWC
เรื่องที่คาดว่าจะงงต่อไปคือ D&A ครับ ว่าการคิดค่า D&A เนี่ยเราจะต้องรวมเอา "ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย" ซึ่ง D&A เนี่ยรวมเอา " ค่าตัดจำหน่ายและสำรองสินค้าเสื่อมสภาพ" และ "ค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุนระยะยาว" และ "ค่าเผื่อการด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์อื่นและหนี้สินอื่น"
และสรุปคือ ค่าอะไรบ้างที่เราต้องเอามารวมกันบ้างครับ สำหรับ D&A ?
ปล.ขอปรึกษาวิธีหา FCF แบบนี้หน่อยครับ ว่าถ้าเราหามูลค่าด้วยวิธีนี้เนี่ย สามารถใช้กับธุรกิจที่ลงทุนใน สิ่งก่อสร้าง และอสังหาได้หรือเปล่าครับ อสังหาที่ว่านี่ไม่ใช่แบบ LH อะไรแบบนี้นะครับ เพียงแต่่ว่าเป้นธุรกิจที่ไปลงทุนใน อสังหาบ้าง เป็นเป็นธุรกิจที่มีพวก ที่ดินและสิ่งก่อสร้างเยอะครับ แบบนี้จะทำให้การคิดมูลค่าป่วนหรือเปล่า เพราะธุรกิจพวกนี้จะต้องมีหนี้เยอะเป้นปกติในการลงทุน แต่เงินหมุนเวียนเค้าก็เยอะเหมือนกัน...
ผมว่าไม่ต้องนะครับ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายปกติของบริษัืทการหา NOPAT เพื่อมาคิด FCF
เราต้องตัด ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ออกหรือเปล่าครับ ?
ผมว่าขึ้นอยู่กับธุรกิจที่บริษัททำและความเสี่ยงของสินทรัพย์นั้นๆเรื่องที่คาดว่าจะงงต่อไปคือ D&A ครับ ว่าการคิดค่า D&A เนี่ยเราจะต้องรวมเอา "ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย" ซึ่ง D&A เนี่ยรวมเอา " ค่าตัดจำหน่ายและสำรองสินค้าเสื่อมสภาพ" และ "ค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุนระยะยาว" และ "ค่าเผื่อการด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์อื่นและหนี้สินอื่น"
และสรุปคือ ค่าอะไรบ้างที่เราต้องเอามารวมกันบ้างครับ สำหรับ D&A ? แ
ที่จะลดค่าลง แต่ถ้าเอาแบบอนุรักษ์นิยม ผมว่าเอาแค่ค่าเสื่อมที่สำคัญๆ
ที่มีผลต่อบริษัทมากๆก็พอครับ
อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆครับปล.ขอปรึกษาวิธีหา FCF แบบนี้หน่อยครับ ว่าถ้าเราหามูลค่าด้วยวิธีนี้เนี่ย สามารถใช้กับธุรกิจที่ลงทุนใน สิ่งก่อสร้าง และอสังหาได้หรือเปล่าครับ อสังหาที่ว่านี่ไม่ใช่แบบ LH อะไรแบบนี้นะครับ เพียงแต่่ว่าเป้นธุรกิจที่ไปลงทุนใน อสังหาบ้าง เป็นเป็นธุรกิจที่มีพวก ที่ดินและสิ่งก่อสร้างเยอะครับ แบบนี้จะทำให้การคิดมูลค่าป่วนหรือเปล่า เพราะธุรกิจพวกนี้จะต้องมีหนี้เยอะเป้นปกติในการลงทุน แต่เงินหมุนเวียนเค้าก็เยอะเหมือนกัน...
แต่ผมว่าการคิดมูลค่าหุ้น
ควรจะประเมินหลายๆวิธี
และควรคำนึงถึงลักษณะธุรกิจนั้นๆด้วย
เช่นบางบริษัทเงินทุนหมุนเวียนติดลบ
อย่างพวกค้าปลีก หนี้สินหมุนเวียนมักจะมากกว่าทรัพย์สินหมุนเวียน
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่ เพราะเป็นธรรมชาติของธุรกิจแบบนี้
นอกจากนั้นผมว่าการหามูลค่าหุ้นหลายๆวิธี
จะทำให้้เราได้มูลค่าหุ้นใกล้เคียงกับมูลค่าของมันจริงๆ
ณ เวลานั้นมากที่สุด
และช่วยไม่ให้เรายึดติดหรือพึ่งพิงกับการหามูลค่าหุ้นแบบใดแบบหนึ่ง
มากเกินไปเพราะเราอาจจะใช้สมมุิติฐานผิดพลาด ก็เป็นได้
แล้วถ้าเป้นอย่างที่คุณว่าก็คือ หนี้สินหมุนเวียนมักจะมากกว่าทรัพย์สินหมุนเวียน เนี่ยครับ ขั้นต้นเราใช้วิธีไหนในการหามูลค่าดีครับ
ปล.โดยใช้วิธีอ้างอิงจากหนังสือ "วัดมูลค่าหุ้นด้วยตัวคุณเอง" ของคุณ สุมาอี้ นะครับ ผมกำลังหัดคิดมูลค่าอยู่
อ่านเล่มเดียวกันเลยครับ
:8)
คุณ สุมาอี้แนะนำำว่าถ้าหนี้สินหมุนเวียนมากกว่าทรัพย์สินหมุนเวียน
ซึ่งก็คือเงินทุนหมุนเวียนติดลบมาอย่างต่อเนื่อง ให้ใช้เป็น 0 ครับ
จนกว่่าบริษัทจะหยุดการเติบโต ซึ่งตอนนั้นเงินทุนหมุนเวียนก็จะไม่ติดลบครับ
ส่วนวิธีการหามูลค่าหุ้นนั้นผมใช้
ทั้ง 2 วิธีที่คุณสุมาอี้ใช้ในหนังสือ และก็ใช้พวกค่า P/E P/BV ประกอบ
เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเอาตามความเหมาะสมของธุรกิจครับ
เช่น ถ้าเป็นพวกปันผลสม่ำเสมอ ผมจะให้น้ำหนัก DDM มากกว่าครับ
กำลังดูหุ้นตัวหนึ่งอยู่ครับ
ปรับลงสูงสุด เกิน50%กว่า จากจุดสูงสุดที่ แถวๆ16 ตอนนี้ ป้วนเปี้ยนอยู่ 6-8 บาท
เมื่อก่อนโบรคจากที่เคยให้ P/BV (Bt) ปี08เป็น 3.6
ตอนนี้
PE 17.2
P/BV 2.9
มีอะไรแนะนำบ้างครับ ส่วนตัวผมสนใจฐุรกิจเค้ามากพอดู แม้มองว่า PE สูงอยู่นะ แต่ถ้ามองในการให้ค่าบวก ค่าพัฒนา Brand ของเค้าจนมาถึงทุกวันนี้ ก็ยกให้ได้อีกหน่อยนึง.....
เอาในเชิงปริมาณนะครับ
P/E กับ P/BV แพงมาก
แต่ยังไงผมอยากให้เทียบกับในอดีตมากกว่า
ถ้าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตก็น่าพิจารณาต่อ
ลองประมาณการณ์กำไรในอนาคตครับว่าจะมากขึ้นหรือน้อยลง
ถ้าน้อยลง P/E อาจจะได้ได้ค่ามากกว่านี้
P/BV นั้น ในส่วน Book Value ควรจะตัดทรัพย์สินที่มูลค่าไม่แน่นอน
เพื่อให้ได้ Book value ที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด
แต่ถ้ายังเกิน 2.5 เท่า ผมว่ายังแพงอยู่ดีนะครับ ถึง Brand จะดีมาก ก็ตาม
ทั้งนี้ต้องลองเปรียบเทียบกับ P/BV ในอดีตของตัวมันเองครับ
ถ้าต่ำกว่าก้อาจจะน่าสนใจ
FCF=NOPAT+D&A-CAPEX-∆WCgnomeller เขียน:การหา NOPAT เพื่อมาคิด FCF
เราต้องตัด ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ออกหรือเปล่าครับ ?
กำลังหัดหาค่า FCF ครับ งงกับสูตรมากๆ
FCF=NORPAD+D&A-CAPEX-สามเหลี่ยมWC
NOPAT (Net Operating Profit After Tax) คือ กำไรจากการดำเนินงาน(ปกติ)หลังหักภาษีเงินได้
กำไรจากการดำเนินงานปกติ จะไม่รวมรายได้หรือรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เช่น ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้ส่วนเสีย กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ดอกเบี้ยรับ เงินปันผลรับ เป็นต้น
กำไรจากการดำเนินการ = รายได้+รายได้อื่นๆ-ต้นทุนขาย-ค่าใช้จ่ายในการบริหาร-ดอกเบี้ยจ่าย