ผมเองเคยอ่านหนังสือพ่อรวยสอนลูกตอน ม.5 (1ปีที่แล้ว)
อ่านแล้วก็ชอบ concept เกี่ยวกับ การให้เงินทำงานแทน
นี้เป็น file เสียงตอน Robert kiyokazi มาบรรยายเมืองไทย มีคนแปลเป็นไทยให้ด้วย
(ผมเอง)
(ฮา)
http://www.savefile.com/files/1252300
ผมอยาก share ให้เพื่อนๆฟัง
ผมชอบที่เขาบอกว่า คนเราต้องมีความกล้า ในตอนแรกของการเริ่มต้นให้เงินทำงานแทน
มี กฎ 2 ข้อ 1.เริ่มแต่น้อยๆก่อน 2.ต้องทำใจว่าจะเสียค่าโง่ เพราะไม่มีประสบการณ์
ผมคิดว่าการลงทุนเอง สำหรับมือใหม่ก็ควรจะเริ่มแต่น้อย และอย่าเพิ่งหวังจะได้ return สูงๆ
(ทำยากนะผมว่า)
Robert พูดว่า ให้รู้จักหาความรู้ทางการเงิน finance ไว้บ้าง อย่าเอาแต่ไปเรียนหนังสือ
เพราะเวลา ไปขอกู้ธนาคารไม่ได้ขอดูเกรดคุณ แต่เค้าจะขอดูสินทรัพย์ หรือ idea ทางธุรกิจ
ผมเองคิดว่า หนังสือพ่อรวยสอนลูก ประยุกต์กับ vi ได้หลายอย่างเช่น
1.คนที่ไม่ทำธุรกิจแต่อยากมีอิสรภาพทางการเงิน ก็เป็นได้โดยเป็น investors ระยะยาว
จะเงินปันผล cover ค่าใช้จ่าย ก็ให้เงินทำงานให้เหมือนกันแต่ไม่ต้องทำธุรกิจ
2.อย่ากลัวที่จะแพ้ ในการก้าวไปเป็นตัว b และ I เพราะว่าการเป็นลูกจ้างก็มีความเสี่ยงเรื่องการจะถูก
บีบให้ออกเมื่อเราอายุมากขึ้น เราต้องกล้าจะออกมาทำอะไรต่างๆด้วยตัวของเราเอง
3.ใครที่เคยเล่นเกมส์ cash flow (มีขายที่ se-ed) ก็จะเคยหยิบโอกาสเล็ก และโอกาสใหญ่ ผมว่าคนที่เล่นเกมส์นี้บ่อยๆ ก็จะช่วยเรื่องการลงทุนได้ เช่น หยิบ โอกาสเล็กออกมา แล้วเขียนว่า หุ้นยาตกหนักเพราะตลาดมีข่าวร้าย หุ้นเหลือ 10 บาท (ปกติอาจจะขายที่50) เราก็กว้านซื้อหุ้นยาไป และเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะมีโอกาสให้เราได้ขายหุ้นยา แพงๆ อืม เหมือนซื้อแบบ contarian พอเราเล่นเกมส์นี้ไปบ่อยๆเราจะเข้าใจว่า ชีวิต จะรวยได้นั้นต้อง รู้จักฉวยโอกาสของชีวิตให้ดี การคว้าโอกาสได้เพียงครั้งเดียว อาจนำคุณ ไปสู่ อิสรภาพทางการเงิน (เหมือนคนซื้อหุ้นตอนหลังวิกฤติปี 40)
4.ผมไม่เห็นด้วย ที่ Robert บอกว่า เค้าไม่ค่อยชอบหุ้นเพราะว่า เค้าควบคุมความเสี่ยงไม่ได้ เขาสั่งให้ บุช ไม่ทำสงครามไม่ได้ สั่งธนาคารกลางไม่ให้ขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้ เค้ามองว่าอสังหริมทรัพย์ให้เช่าดีกว่า