พุธ ธ.ค. 12, 2007 11:52 pm
แพงไม่แพงดูที่กำไรดีกว่าครับ.. แล้วจะเอา pe เท่าไหร่ก็ไปคูณกันเอาเอง ...
ข้อมูลส่วนใหญ่ พี่ๆ (พี่ picatos กับพี่ nanchan) น้องๆ (chut) ก็ post กันไปหมดแล้ว
ผมเองสรุปสั้นๆเลยล่ะกันครับ
1. ขยายกำลังการผลิต ทำให้ vol ของยอดขายเพิ่มขึ้น
2. Backward ไปทำวัตถุดิบ ทำให้ Margin ดีขึ้น
3. แนวโน้มราคาเรยอนน่าจะขึ้น (ผมใช้น่าจะเพราะก็ไม่รู้จะขึ้นจริงรึเปล่า) แต่สินค้าทดแทน 2 อย่างคือ cotton มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้นมาก จากพื้นที่ในการผลิตน้อยลง และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สินค้าทดแทนอีกอย่างคือ polyester ซึ่งมีวัตถุดิบเป็น By Product จากน้ำมันราคาขึ้น 2 ปัจจัยนี่เป็นแนวโน้มการขึ้นราคาแบบ Cost Push ส่วนเส้นใยเรยอนนั้นมีแนวโน้มราคาขึ้นจาก Demand push เนื่องจากสาเหตุ 2 ประการ 1. เส้นใยชนิดอื่นมีราคาเพิ่มขึ้น 2. พฤติกรรมการใช้เสื้อผ้าที่เน้นความสบายนั้นมากขึ้น เพราะเรยอนมีคุณสมบัตที่ดีว่าไอ้ 2 ตัวที่บอกมา ซึ่งที่พูดมายาวๆนี้ทำให้ Margin ดีขึ้น
4. line การผลิตใหม่นั้นสามารถผลิตเส้นใยโมดาลซึ่งมีราคาสูงกำไรสูงกว่า ทำให้ Margin ดีขึ้น
5. line การผลิตที่ลงใหม่ได้ Boi ทำให้ Tax rate ลดลง ทำให้ Net Margin ดีขึ้น
6. ค่าใช้จ่ายขายและบริหารของบริษัทนี้ค่อนข้างคงที่เอามากๆ ปีที่ผ่านมากำไรเพิ่มขึ้น 100% ค่าขายและบริหารเพิ่มขึ้นเพียง 15% เท่านั้นเอง ซึ่ง Track Record ย้อนหลังของบริษํทนี้ก็เป็นแบบนี้คือค่าขายบริหารไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมาก เพราะงั้นถ้ากำไรขั้นต้นเพิ่มได้จำนวนนึง กำไรสุทธิจะเพิ่มในอัตราส่วนที่มากกว่า
โดยรวมแล้วจะเห็นว่าแนวโน้มยอดขายก็น่าจะเพิ่มขึ้น
GPM ก็น่าจะเพิ่มขึ้น Tax rate ก็น่าจะลดลง ... กำไรคงโตก้าวกระโดดได้ระดับนึง ราคาจะแพงรึเปล่า ... ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคนครับ
ปล. ปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งคือ ผมไม่สามารถหาข้อมูลต้นทุกของ TR ได้ว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง รู้ว่าเป็นเยื่อไม้ แต่ก็คิดว่าการ Backward ของ TR ที่ทำมาตลอดจะช่วยลดความผันผวนของต้นทุนได้พอควร เพราะฉะนั้นความเสี่ยงนี้ก็จัดว่าอยู่ในเกณที่ผมรับได้ ...