มาร์โทรมาถามว่าจะรับซักจานไหม แต่ไม่มีข้อมูลเลยครับ
ขอความเห็นกะข้อมูลจากชาว TVI หน่อยครับ
![]()
กรุณารอสักครู่...
แนวโน้มภาพใหญ่คงคล้าย Advanc มั้งครับ อาจจะไม่ได้ดีสักเท่าไร เพราะ การแข่งขันเรื่องราคายังคงมีอยู่
แต่ถ้ามองอีกที คนรอบตัวผมรวมทั้งตัวผมเอง ผมหันมาใช้ Dtac เพื่อโทรออกแล้วครับ อาจจะดึงกลุ่มลูกค้าของ Advanc มาได้ครับ
อันนี้ลอกมาจาก case study10.0 ครับอ่านแล้วเห็นภาพ
ธุรกิจพอสมควร:D
red ocean คือแข่งกันในตลาดที่เห็นอยู่แล้ว ที่รบกัน
อย่างรุนแรงเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ แม้ว่ามาร์จิ้น
จะต่ำลงและคุณภาพแย่ โทรออกไม่ได้จนถูกด่าทั่วบ้าน
ทั่วเมืองในปัจจุบัน
ขอดีของ dtac ที่ผมชอบมากคือคุณซิคเว่ แต่ไม่ค่อย
ชอบธุรกิจเลยครับอนาคตน่าจะต้องลงทุนอีกมาก แถมพอ
ลงทุนแล้ว mobile operator รายอื่นก็ลงทุนตามอยู่ดี
มุมมองจากเด็กน้อยคนนึงนะครับ คุณหมอ ![]()

ผมว่าแข่งกันดุเดือดเรื่องราคาแถมแต่ละค่ายออกโปรฯใหม่แทบทุกวัน เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด ยังงี้ผมว่ากำไรคงได้ไม่เป็นกอบเป็นกำเท่าไหร่ ตามหลักการตลาดแล้วแข่งกันตายแท้ๆ .... ถ้าคิดจะลงทุนก็ต้องบอกว่ารักกันจิงๆ ![]()
DTAC ตั้งแต่ telecom norway มาร่วมทุนแร้ว การบริหาร เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเรย โปร่งใสขึ้น แระ ก็การตลาดดีขึ้นมาก, subs ปัจจุบันประมาณ 14 ล้าน จัดว่าเป็นเบอร์สองที่ยังสามารถ growth ได้อีกถ้าเทียบกับ AIS
ปัญหาของเค้าหลักๆก็คือ เรื่อง access charge กับ interconnection charge นี่แหละที่เสียเปรียบคู่แข่งคือ AIS เพราะเป็น สัมปทานของ กสท
ถ้าเคลียร์ปัญหาตรงนี้ได้ mkt cap ของหุ้นคงน้องๆ AIS แหละครับผมว่านะ
:shock: :shock:
เมื่อวานไปฟังสัมมนาของรายการ Money Talk จัดพิเศษในงาน Money Expo รอบนี้
พูดถึงเรื่องกลุ่มสื่อสารไว้
TAC จุดเด่นคือ จดทะเบียนทั้งสองตลาดทำให้ ตลาดไหนมีกฏอะไรต้องทำตามกฏทั้งหมด แถมถ้าตลาดไหนให้มาตราการที่แข็งกว่าก็ต้องทำตาม ลงความกังวลไปได้ในระดับหนึ่ง งบสามารถไปแกะย้อนหลังได้ที่ตลาดสิงคโปร์
สามารถเติบโตได้ ถ้าหาก AC (Access Charge) เปลี่ยนแปลงเป็น IC (Interconnection Charge) เนื่องจาก AC จ่ายให้บริการรายเดือน 200 บาท ต่อเดือนต่อเบอร์ และ ถ้าเป็นแบบเติมเงินจ่าย 18% ของรายได้ต่อเบอร์
Market Cap ขนาด 60-80พันล้านบาท ถ้าหากเข้ามาเป็นการจดทะเบียนบริษัทขนาดใหญ่ เป็นอันดับที่ 15 ของSET และ เป็นอันดับ 2 ในกลุ่มสื่อสาร
ผู้ใช้บริการอาจจะได้หุ้นอุปการะคุณได้ (อันนี้ขึ้นอยู่กับการไฟลิ่งกับทาง กลต. ต้องลุ้นกันเอาหน่อยว่า แต่ละเบอร์ได้เท่าไร)
ข่าวที่เล่นได้เท่าที่ดู
1. การออกใบอนุญาตของ 3G
2. การตรวจสอบเรื่องสัมปทานทั้งระบบ และในส่วนที่แบ่งความถี่ให้ชาวบ้านไปด้วย (ตอนนี้อยู่ในมือ TRUE กับ AIS)
3. การหารายได้และภาระการจ่ายดอกเบี้ย สามารถทำได้ดีหรือเปล่า เพราะกู้มาลงทุน เราไม่สามารถพัฒนาเองได้ในจุดนี้ รายได้ก็มาจาก Voice และ Non-Voice แต่ตอนนี้Non-Voice มาแรงมากๆแล้ว จุดนี้ต้องปรับเข้ากับ 3Gด้วย
4. นโยบาลจากรัฐบาลที่กระทบทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง จุดนี้ต้องทำใจไว้น่าครับ
5. ระยะเวลาที่เหลือของสัมปทาน เหลือกี่ปี
6. การแข่งขันที่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน สามารถทำได้ในกี่ปี
7. เรื่องคดีความที่อยู่ในชั้นศาล (พวกสัมปทานขอถกเถียงครับ เพราะอ่านเจอในหมายเหตุของ UCOM)
สิ่งเหล่านี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
เหมือนสิงโตที่ออกล่าเหยื่อด้วยความหิวกระหาย
สิ่งที่มีความเสี่ยงสูงมั่นจะได้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย
จงมีสติ สมาธิ และ ปัญญา ควบคุมกับการลงทุนน่าครับ
กทช. มีนโยบาย จะให้ใช้เบอร์ติดตัวบุคคล
ผู้ใช้สามารถใช้เบอร์เดิม แล้วเลือกโปรโมชันของค่ายไหนก็ได้
ถ้าหลักเกณฑ์นี้ออกมาจริง จาก red ocean คงกลายเป็น bloody ocean
หนี้ ไม่เยอะ ครับ ถึงยังมากกว่า Advanc แต่ไม่มาก ยังห่างไกลจาก True อีกเยอะครับ :lol:tsutomu เขียน:Advanc เขาไม่ค่อยมีหนี้เท่าไหร่ งบการเงินแข็งแรงดี
ส่วนดีแทค จะให้ pe 20 เท่า ไม่ทราบว่ามีหนี้แยะหรือเปล่า
คงต้องหาคำตอบกับคุณซิคเว่แล้วละครับว่าใช้ยาเสน่ห์หรือไงที่ทำให้ยอดให้บริการโทรศัพท์เพิ่มเป็น 15.8 พันล้านใน Q1 ที่ผ่านมา เทียบกับ Q1 ปีก่อนที่ได้เพียง 11.7 พันล้านเท่านั้น ที่จริง Q4 ปีที่แล้วก็มียอดให้บริการโทรศัพท์แค่ 12.0 พันล้าน ดูงงๆ อยู่นะครับ ไม่รู้ว่าเพราะลูกค้าพากันคว่ำบาตร AIS หรือเปล่า :lol:
กำไรต่อหุ้น(ปรับ dilution จาก IPO แล้ว) อยู่ที่ 11.04 บาท พาร์ 10 :mrgreen:
ว่าแต่ยอดผู้ใช้ของ AIS ลดหรือเปล่าครับ DTAC เพิ่มเนี่ย
คือตั้งแต่เริ่มเก็บ IC เนี่ย ผมก็พก 2 เครื่องเลยหน่ะครับ
ประมาณว่า โทรหาเครือข่ายไหนก็ใช้อันนั้น ราคามันต่างกันแบบได้เรื่องเลย
ขอบคุณพี่ Rataohm ครับที่มาช่วยให้ความกระจ่าง เพราะเห็นตัวเลขแล้วงงๆ :lol: 12.6 พันล้านก็มากกว่า Q4 นะครับ สวนทางกับ ADVANC ชัดเจนทีเดียว ถ้ารวม IC ตั้งแต่ Q1 แล้วกำไรได้แบบนี้ทั้งปีก็กระโดดเลยซิครับ :D