PEACE

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 43039
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

PEACE

Posts by pakapong_u » Thu Jul 01, 2021 12:37 pm

PEACE: บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)
ประเภทธุรกิจ
ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ พื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภายใต้แบรนด์ “Cher” “Cordiz” และ “The Glamor”

ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO
จำนวนไม่เกิน 84,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20% ภายหลัง IPO
ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
n/a

ราคา IPO
n/a

ราคา PAR
1.00 บาท

วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)


ข้อมูล Filing

www.peaceandliving.co.th



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 43039
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PEACE

Posts by pakapong_u » Thu Jul 01, 2021 12:39 pm

https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... sID=349266

หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : 29/06/2564
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : บริษัท หลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) / นาย ประเสริฐ ตันตยาวิทย์



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 43039
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PEACE

Posts by pakapong_u » Thu Jul 01, 2021 12:40 pm

"พีซแอนด์ลีฟวิ่ง" จะนำหุ้นเข้า SET ขาย IPO ไม่เกิน 84 ล้านหุ้น

บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด(มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET)โดยจะเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 84 ล้านหุ้น คิดเป็น 20% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ซึ่งได้แต่งตั้งให้บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน



บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง ได้ยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้น IPO ดังกล่าว และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนใน SET โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนบริษัทมีแผนที่จะนำไปใช้เป็นเงินลงทุนซื้อที่ดินสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน



ทั้งนี้ พีซแอนด์ลีฟวิ่ง ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวราบเพื่อขาย โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงการประเภทรีสอร์ท ที่จังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้ชื่อโครงการ"บ้านป่าริมธาร" และในเวลาต่อมาได้เล็งเห็นโอกาสและความต้องการซื้อบ้านของลูกค้าในจังหวัดระยอง จึงมีการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรประเภทบ้านเดี่่ยวและทาวน์เฮ้าส์ที่จังหวัดระยอง ภายใต้ชื่อโครงการ"บ้านลมทะเล" และตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมาบริษัทได้เริ่มมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยใช้ชื่อ"บ้านพัฒนาการ" “The Exclusive” “Cordiz” “The Glamor” และ “Cher”



ปัจจุบันบริษัทเน้นทำโครงการที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดย ณ สิ้นวันที่ 31 มี.ค.2564 บริษัทมีโครงการที่อยู่อาศัยในระหว่างการขาย 6 โครงการและโครงการในอนาคตจำนวน 3 โครงการ



โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท จะมีกลุ่มครอบครัวศิริโสภณา เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 49.33% ภายหลัง IPO สัดส่วนจะลดเหลือ 39.46% รองลงมาได้แก่ นายชุมพล พรประภา ถือหุ้น 5.26% ภายหลัง IPO สัดส่วนจะลดเหลือ 4.20% กลุ่มครอบครัวพูนลาภทวี ถือหุ้น 4.88% ภายหลัง IPO จะลดเหลือ 3.90% เป็นต้น



สำหรับโครงการในอนาคต 3 โครงการประกอบด้วย โครงการ Cher บางขุนนนท์ ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ มีการซื้อที่ดิน พัฒนาระบบสาธารณูปโภคและก่อสร้างบ้านแล้วบางส่วน มีมูลค่าโครงการประมาณ 803.6 ล้านบาท คาดจะเริ่มเปิดขายประมาณไตรมาส 3/64



โครงการ Cher Runway กรุงเทพกรีฑา-ร่มเกล้า อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ ได้มีการซื้อที่ดิน พัฒนาระบบสาธารณูปโภคและก่อสร้างบ้านแล้วบางส่วน โดยมีมูลค่าโครงการประมาณ 673.2 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเปิดขายประมาณไตรมาส 4/2564



และโครงการ Cher งามวงศ์วาน-เจษฏาบดินทร์ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ ได้มีการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน และวางมัดจำค่าซื้อที่ดินแล้วโดยมีมูลค่าโครงการประมาณ 1,517 ล้านบาท คาดจะเริ่มเปิดขายได้ประมาณไตรมาส 1/66



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 43039
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PEACE

Posts by pakapong_u » Tue Dec 14, 2021 3:54 pm

พีซแอนด์ลีฟวิ่ง แต่งตัวเข้าตลาดหุ้นปี 65 ต่อยอดธุรกิจกระจายพอร์ตขยายฐานลูกค้า

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday December 14, 2021 15:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประสพศักดิ์ ศิริโสภณา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พีซแอนด์ลีฟวิ่ง กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อต่อยอดสร้างการเติบโต และทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักและมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เบื้องต้นคาดว่าแผนการระดมทุนและเข้าตลาดหลักทรัพย์จะเดินหน้าในช่วงปี 65

บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีประสบการณ์มากว่า 27 ปี โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงการสไตล์รีสอร์ทในจังหวัดกาญจนบุรี นำความร่มรื่นมาสู่ใจกลางเมืองด้วยการจัดการที่มีประสิทธิภาพ และหัวใจที่เข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ภายใต้คอนเซปต์ Prosperous Living with PEACE เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตเพียบพร้อมและสงบสุขแก่ผู้อยู่อาศัย ผ่านแนวทางดำเนินธุรกิจ เน้นการสร้างบ้านที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ในราคาที่เหมาะสม

การเข้าตลาดหลักทรัพย์จะทำให้บริษัทสามารถนำเงินจากการระดมทุนไปต่อยอดในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะการกระจายพอร์ตสินค้าที่อยู่อาศัยของบริษัทไปที่กลุ่มคอนโดมิเนียม ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการมองหาทำเลในเมืองที่มีศักยภาพมาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เพื่อเป็นกระจายพอร์ตสินค้าที่อยู่อาศัยของบริษัทให้มีความหลากหลาย เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างมากขึ้น

ปัจจุบันบริษัทเน้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมแบบ 2 ชั้น และ 3 ชั้น ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายใต้แบรนด์ "The Glamor" "Cordiz" และ "Cher" และแบรนด์ใหม่ล่าสุด คือ "Cherene" และ "CHEREA VICINITY" ซึ่งแต่ละโครงการได้ออกแบบสไตล์โมเดิร์น เน้นบรรยากาศร่มรื่น สงบ มีความเป็นส่วนตัว การเดินทางสะดวกสบาย ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก บนทำเลที่ดีตอบโจทย์การใช้ชีวิต ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง

นายประสพศักดิ์ กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ก่อให้เกิดแนวทางดำเนินชีวิตในรูปแบบใหม่ (New normal) รวมถึงแนวทางการทำงานที่บ้าน ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างชัดเจน ส่งผลให้ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน มักมองหาบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันในด้านต่างๆที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยจริง ทั้งในเรื่องหลักอย่างทำเลที่ตั้งโครงการ พื้นที่ใช้สอย ดีไซน์ และราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้ลูกค้าซื้อที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม เป็นต้น ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าที่อยู่อาศัยประเภทแนวสูงและมีพื้นที่แยกเป็นสัดส่วนมากกว่า

นอกจากนี้ปัจจัยบวกจากนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาลทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจขยายตัว เอกชนเดินเครื่องธุรกิจเกิดการจ้างงาน ส่งผลให้รายได้ครัวเรือนดีขึ้น มีความมั่นคงในอาชีพ และการผ่อนคลายมาตรการ LTV เป็นการปลดล็อกตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้กลับมาคึกคักขึ้น เนื่องจากลูกค้าสามารถกู้ซื้อบ้านได้เต็มมูลค่า ส่งผลให้ประชาชนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย สามารถกู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบถือเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และเป็นการซื้อบ้านหลังแรกเป็นส่วนใหญ่ จึงได้รับผลกระทบน้อยกว่าคอนโดมิเนียม

ด้านนายโดม ศิริโสภณา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาดและการขาย กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก โดยฝ่ายการตลาดและการขายจะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลภาวะอุตสาหกรรมและวิจัยตลาดอย่างสม่ำเสมอ (Market Research) เพื่อให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของภาวะอุตสาหกรรม สภาวะตลาด การแข่งขันในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต เพื่อเข้าถึงข้อมูลกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ความต้องการของผู้บริโภคและความเป็นไปได้ของโครงการ

นอกจากนี้ หน่วยงานวิจัยตลาดจะทำการลงสำรวจพื้นที่เป้าหมายจริง รวมทั้งเก็บข้อมูลนำมาเป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์และสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เริ่มใช้สื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบใหม่ เช่น สื่อออนไลน์ Facebook บทความในเว็บไซต์เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง และกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โครงการของบริษัทได้พัฒนาและออกแบบบ้านที่ทันสมัยด้วยระบบสมาร์ทโฮม (Smart Home) ที่สามารถควบคุมอุปกรณ์ และระบบภายในบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน พัฒนาระบบบริหารนิติบุคคลบ้านจัดสรรแบบ Smart Community ช่วยให้ลูกบ้านสามารถจัดการการซ่อมแซมบ้านหรือแจ้งปัญหาต่างๆ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึงศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยนำเทคโนโลยีการก่อสร้างแบบใหม่มาใช้เพื่อบริหารจัดการงานก่อสร้างและบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพเโดยเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

บริษัทได้ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ เริ่มตั้งแต่ปี 32 พัฒนาโครงการประเภทรีสอร์ท จังหวัดกาญจนบุรี และประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นับจากอดีตถึงปัจจุบันมีการพัฒนาโครงการมาแล้วรวมทั้งสิ้น 25 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 1.65 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายการปิดการขายโครงการภายใน 2?3 ปีสำหรับโครงการที่มีจำนวนยูนิตไม่เกิน 200 ยูนิต และภายใน 3-5 ปีสำหรับโครงการที่มีมากกว่า 200 ยูนิต

ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและรอโอนรวม 7 โครงการ มูลค่ารวม 4.71 พันล้านบาท และมียอดขายรอโอน (Backlog) ราว 600 ล้านบาท ส่วนในปี 65 บริษัทมีแผนโครงการใหม่อีก 3 โครงการ มูลค่ารวม 3.04 พันล้านบาท



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 43039
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: PEACE

Posts by pakapong_u » Fri Jan 14, 2022 11:36 am

PEACE น้องใหม่หุ้นอสังหาฯ สร้างบ้านจากแนวคิด ที่ดินทุกผืนมีผืนเดียวบนโลก


ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นมีการแข่งขันที่สูง และมีน้อยรายมากที่จะทำธุรกิจได้ยาวนานเกิน 20 ปี การอยู่ได้ยาวนานผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมาหลายรอบเป็นการแสดงถึงความแข็งแกร่งของบริษัทที่พร้อมจะก้าวข้ามความยากลำบากที่จะเกิดขึ้นทั้งในอดีต และ อนาคต อย่างบริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PEACE ผู้ที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 30 ปี ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เพื่อพัฒนาโครงการในการเลือกพื้นที่ ที่ดินทุกผืนมีผืนเดียวบนโลก


ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์การเลือกทำเลที่ตั้งนั้นคือตัวชี้วัดว่าโครงการนั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ในพื้นที่ห่างกันแค่เพียงนิดเดียว แต่ราคานั้นต่างกันมหาศาล ใครที่มีข้อมูลมากกว่ามักจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ PEACE ประสบความสำเร็จเสมอมา ภายใต้การนำของ คุณประสพศักดิ์ ศิริโสภณา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PEACE


โดยแนวคิดของ PEACE นั้นเรียบง่าย ‘ที่ดินทุกผืนมีผืนเดียวบนโลก’ ไม่สามารถผลิตเพิ่มขึ้นใหม่ได้ ดังนั้นต้องมองให้ออกว่า พื้นที่ใดจะมีความโดดเด่น พื้นที่ไหนจะได้รับความนิยม ควรจะขายใคร ในราคาเท่าไหร่ โดย PEACE ได้ใช้ทีมวิจัยการตลาด เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสำเร็จ โดยในทุกโครงการนั้นทาง PEACE จะส่งทีมลงทำการบ้านในพื้นที่อย่างละเอียด และนำข้อมูลที่ได้รับมากำหนดรูปแบบและพัฒนาโครงการ


ความสำเร็จนี้สะท้อนได้จากในอดีต ในปี 2540 ช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเวลานั้นคือธุรกิจที่ตายแล้ว ไม่มีโครงการขึ้นใหม่แม้แต่โครงการเดียว แต่ PEACE เลือกที่จะใช้ทีมวิจัยในการทำการสำรวจ และพบว่าในเวลานั้นพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ด ในจังหวัดระยอง มีกำลังซื้ออย่างมาก จึงเลือกที่จะขึ้นโครงการ บ้านลมทะเล 1 และ 2 ที่กลายเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ขายดีมากในเวลานั้น บ้านกว่า 300 หลังขายหมดแม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติ และนับจากวันนั้นถึงวันนี้ ไม่มีแม้แต่โครงการเดียวที่ PEACE เจอปัญหา Dead Stock !!



PEACE กำลังก้าวสู่การเติบโต
นอกจากผลในงานอดีตจะน่าประทับใจแล้ว PEACE กำลังจะก้าวสู่การเติบโต นับจากอดีตถึงปัจจุบันมีการพัฒนาโครงการรวมทั้งสิ้น 25 โครงการ (แบ่งเป็นโครงการที่ปิดการขายแล้ว 15 โครงการ โครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์ 7 โครงการ และโครงการในอนาคต 3 โครงการ) คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 16,569 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายการปิดการขายโครงการ ภายใน 2 – 3 ปี (สำหรับโครงการที่มีจำนวนยูนิตน้อยกว่า 200 ยูนิต) และภายใน 3 – 5 ปี (สำหรับโครงการที่มีจำนวนยูนิตมากกว่า 200 ยูนิต)


โดย ณ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์ 7 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,717 ล้านบาท มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) 600 ล้านบาท และมีแผนโครงการในอนาคต 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,045 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตนี้จะผ่าน 5 แบรนด์สำคัญ

*ที่มา : https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... sID=349266



ใช้ทีมบริหารคนรุ่นใหม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค
อีกหนึ่งความน่าสนใจของ PEACE คือการใช้ทีมบริหารคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มคน Gen Y เข้ามาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ นำโดยคุณ โดม ศิริโสภณา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาดและการขาย (CMO) ของ PEACE ที่เลือกการใช้ช่องทางการสื่อสารการตลาดที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพราะ PEACE มองว่า กลุ่มคนซื้อบ้าน ในปัจจุบันนั้นเป็นกลุ่มคน Gen Y มากขึ้น ดังนั้นการใช้คนในวัยใกล้เคียงกัน จะเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคมากกว่า


ไม่เพียงแค่การสื่อสารการตลาดเท่านั้น การปรับแบรนด์ของแต่ละกลุ่มสินค้าก็ใช้รูปแบบการบริหารเดียวกัน โดยเน้นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยจริง ทั้งในเรื่องหลักอย่าง โลเคชั่น พื้นที่ใช้สอย ดีไซน์ และราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้ลูกค้าซื้อที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม เป็นต้น ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าที่อยู่อาศัยประเภทแนวสูงและมีพื้นที่แยกเป็นสัดส่วนมากกว่าทำให้ PEACE จึงมีความโดดเด่นในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ



กำไรเติบโต..แม้อยู่กลางวิกฤติ
อย่างไรก็ตามแม้บริษัทจะดีมากแค่ไหน แต่ถ้าบรรทัดสุดท้ายของบริษัทไม่สวยงามก็อาจไม่ดึงดูดใจนักลงทุน ในข้อนี้ PEACE ได้ผ่านการพิสูจน์มากว่า 30 ปี และปี 2564 ก็เป็นอีกปีที่ PEACE ได้โชว์ความแข็งแกร่งให้เห็น โดย


ในงวด 9 เดือน ปี 2564 PEACE มีรายได้รวม 809.57 เพิ่มขึ้น 40.69 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเริ่มเปิดขายบ้านโครงการใหม่ คือ โครงการ Cher งามวงศ์วาน – ประชาชื่น ซึ่งเริ่มเปิดขายในเดือนสิงหาคม 2563 และเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนกันยายน 2563 และโครงการ Cher สุขสวัสดิ์ – พุทธบูชา ซึ่งเริ่มเปิดขายในเดือนพฤศจิกายน 2563 และเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนมีนาคม 2564 ตามลำดับและมีกำไรสุทธิ 150.75 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 74.68 % จากปีก่อน


PEACE นั้นกำลังจะมีแผนสร้างการเติบโตครั้งใหม่ โดยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อม เสนอขายหุ้น ไม่เกิน 84,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (Par) 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นร้อยละ 20.00 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญของนักลงทุน ที่จะร่วมสร้างการเติบโตไปพร้อมกับบริษัทที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร


ซึ่งแผนการเสนอขายจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในเร็ววันนี้



Post Reply