OR

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: OR

Posts by pakapong_u » Thu Sep 17, 2020 12:18 pm

ก.ล.ต.อนุมัติ OR ขาย 3 พันล้านหุ้น PTT รวย ยังคงถือหุ้นใหญ่ 75%

17/09/2020 11:04OR

ปตท.ยิ้ม บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ได้รับอนุมัติเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้น มีที่ปรึกษาทางการเงินถึง 5 ราย ระดมทุนก้อนใหญ่ขยายธุรกิจปี 64-67

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2563 ได้อนุมัติให้บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) เพื่อนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

บริษัท OR เตรียมเสนอขายหุ้นไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 10 บาท คิดเป็น 25% ของทุนเรียกชำระแล้วหลัง IPO ประกอบด้วยหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 2,700 ล้านหุ้น และจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (กรีนชู) 300 ล้านหุ้น

ทั้งนี้ บริษัทเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ PTT จัดสรรตามสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อรักษาสิทธิ และจัดสรรไม่เกิน 2,400 ล้านหุ้นเสนอขายประชาชนทั่วไป (IPO) โดยบริษัทปตท.(PTT)จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ OR สัดส่วน 75% มีที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นถึง 5 รายได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง บล.ฟินันซ่า บล.กสิกรไทย บล. ภัทร และบล. ทิสโก้

วัตถุประสงค์ในการระดมทุนของ OR ครั้งนี้ รองรับการใช้เงินในช่วงปี 2564-2567 เพื่อขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ “ptt station” ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีศักยภาพ, ขยายธุรกิจสำหรับการตลาดพาณิชย์ในกลุ่มธุรกิจน้ำมัน, การลงทุนคลังเก็บผลิตภัณฑ์และศูนย์กระจายสินค้าธุรกิจน้ำมัน, ขยายเครือข่ายร้านค้าปลีกให้สอดคล้องกับการเติบโตของอุปสงค์ในตลาด, การลงทุนในธุรกิจต่างประเทศ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน หรือใช้ชำระคืนเงินกู้ยืม

ปัจจุบัน OR ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในตลาดค้าปลีกและตลาดพาณิชย์ ธุรกิจกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ร้านสะดวกซื้อ และการบริหารจัดการพื้นที่ โดยมีแบรนด์สถานีบริการน้ำมัน คือ ptt station และแบรนด์ร้านกาแฟ คือ คาเฟ่อเมซอน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: OR

Posts by pakapong_u » Thu Sep 17, 2020 5:35 pm

ก.ล.ต.อนุมัติไฟลิ่ง OR ด้านยอดขายฟื้น-เตรียมจ้างงานเพิ่มนับหมื่น

17 กันยายน 2563

ก.ล.ต.อนุมัติคำขอเสนอขายหุ้น IPO บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ด้านซีอีโอโออาร์ ระบุจะกระจายหุ้นได้เมื่อใด ขึ้นอยู่กับตลาดและการเดินทางโรดโชว์ เพราะอาจติดปัญหาโควิด-19 เผยยอดขายน้ำมันฟื้นตัวตามนโยบายส่งเสริมไทยเที่ยวไทย เตรียมจ้างงานเพิ่มนับหมื่นคน

น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) วานนี้ (16 ก.ย. ) ว่าได้อนุมัติแบบคำขอเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของ OR โดยจะเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 10 บาท คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 25 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

โดยขั้นตอนหลังจากนี้ OR มีสิทธิ์จะเสนอขายหุ้น IPO ได้ภายใน 6 เดือนและต่ออายุได้อีก 6 เดือน หลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการทำการตลาดและตรวจสอบราคา รวมถึงการนำเสนอข้อมูลการลงทุน (โรดโชว์) โดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน IPO ไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้นของ OR แบ่งเป็นเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนเป็นจำนวนไม่เกิน 2,700 ล้านหุ้น (ไม่รวมจำนวนหุ้นส่วนเกินสำหรับการให้สิทธิ์ซื้อหุ้นส่วนเกิน) โดย OR จะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ บมจ. ปตท. จัดสรรตามสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อรักษาสิทธิ (Pre-emptive Rights) และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 2,400 ล้านหุ้นเสนอขายประชาชนทั่วไป ขณะที่จะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 300 ล้านหุ้นรองรับการใช้สิทธิ์จัดสรรหุ้นเกินกว่าจำนวนที่เสนอขาย (หากมีการใช้สิทธิ์)

“ขั้นตอนจากนี้ไปจะรายงานเข้าสู่ทั้งบอร์ด บมจ.ปตท.และบอร์ด OR ส่วนระยะเวลาการเสนอขายหุ้นยังต้องรอดูสภาวะตลาดควบคู่กันไปด้วย เพราะจากการระบาดของโควิด -19 การจะมีวัคซีน การเดินทางไปโรดโชว์ทั้งในและต่างประเทศจะเป็นอุปสรรคหรือไม่อย่างไร ส่วน Pre-emptive Rights นั้นจะขึ้นอยู่กับ ปตท.ว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนรายย่อย ทาง OR มีเป้าหมายให้ผู้มีส่วนร่วมลูกค้าทั่วประเทศได้เข้ามาถือหุ้นด้วย” น.ส.จิราพร กล่าว

สำหรับ ปตท.จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ OR ด้วยการถือหุ้นในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 วัตถุประสงค์ในการระดมทุนรองรับการใช้เงินของ OR ซึ่งประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีแบรนด์สถานีบริการน้ำมัน คือ PTT station และ แบรนด์ร้านกาแฟ คือ คาเฟ่อเมซอน และอื่น ๆ โดยระดมทุนรองรับการลงทุน ช่วงปี 2564-2567 เพื่อขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ “PTT station” , ขยายธุรกิจสำหรับการตลาดพาณิชย์, การลงทุนคลังเก็บผลิตภัณฑ์และศูนย์กระจายสินค้าธุรกิจน้ำมัน, ขยายเครือข่ายร้านค้าปลีก, การลงทุนในต่างประเทศ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ หรือใช้ชำระคืนเงินกู้ยืม

น.ส.จิราพร กล่าวว่า ยอดขายน้ำมันภาคพื้นดินและธุรกิจไม่ใช่น้ำมัน เช่น ค่าเฟ่อเมซอน หากนับเดือนต่อเดือนขณะนี้ยอดขายเทียบเท่ากับปีที่แล้ว ยกเว้นยอดขายน้ำมันเครื่องบินยังคงหดตัว เพราะไม่มีการเดินทางระหว่างประเทศ แต่ในช่วงล็อกดาวน์การใช้น้ำมันลดลง จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่ายอดขายโดยรวมปีนี้จะเป็นเท่าใด ซึ่งการฟื้นตัวของยอดขายน้ำมันผ่านปั๊มที่ดีขึ้น ก็เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่รณรงค์การส่งเสริมไทยเที่ยวไทย ประกอบกับราคาน้ำมันที่ถูก ประชาชนจึงนิยมขับรถท่องเที่ยวมากขึ้น

โดยในส่วนของการลงทุนและการจ้างงานทาง OR จะสนองนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยพยายามเดินหน้าขยายสถานีบริการน้ำมันแห่งใหม่ควบคู่ธุรกิจไม่ใช่น้ำมันให้เป็นไปตามแผนงานเดิมให้มากที่สุด ในขณะที่การจ้างงาน ก็คาดว่าจะเพิ่มได้นับหมื่นคนที่จะรองรับการขยายปั๊ม, ร้านคาเฟ่อเมซอน, FIT AUTO และอื่น ๆ รวมทั้งจ้างงานเพิ่มเพื่อขยายงานการค้าผ่านระบบออนไลน์ ดิจิทัล และการตลาด เพื่อขยายยอดขายของ OR .


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: OR

Posts by pakapong_u » Fri Sep 18, 2020 12:25 am

MICRO เคาะไอพีโอ 2.65 บ./หุ้น-ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง OR

efinanceThai.com
"ไมโครลิสซิ่ง(MICRO)" เคาะราคาขายไอพีโอที่ 2.65 บาท/หุ้น เปิดจองซื้อ 21-23 ก.ย.นี้ เข้าเทรดใน SET วันที่ 1 ต.ค.63 ระดมเงินขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ ฟาก "ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก(OR)" ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว จ่อขายไอพีโอไม่เกิน 3 พันล้านหุ้น

*** MICRO เคาะไอพีโอ 2.65 บ. จอง 21-23 ก.ย. เทรด 1 ต.ค.63

นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO เปิดเผยว่า MICRO ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1.00 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดราคาไอพีโอหุ้นละ 2.65 บาท ซึ่งจัดสรรให้แก่บุคคลทั่วไป 58.4% นักลงทุนสถาบัน 16.6% และผู้มีอุปการคุณรวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์และพนักงาน 25.0%

ทั้งนี้ กำหนดเปิดจองซื้อหุ้นไอพีโอในช่วงระหว่างวันที่ 21 ถึงวันที่ 23 กันยายนนี้ และคาดว่าจะดำเนินการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรก ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ในกลุ่มธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์ (FIN) โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า MICRO

ขณะเดียวกันได้แต่งตั้งผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ MICRO จำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน),บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน),บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ,บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จํากัด,บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

*** ราคา 2.65 บ.P/E 14 เท่า ชูธุรกิจกำลังเติบโตสูง

สำหรับการตั้งราคาไอพีโอที่ 2.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E (Pre-Dilution) ประมาณ 14.0 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่มีความเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ เป็นธุรกิจที่กำลังขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีอัตรากำไรอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

ด้านนายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน เปิดเผยว่า การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจของบริษัทเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จำนวนประมาณ 620 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อจำนวน 460 ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 150 ล้านบาท และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 10 ล้านบาท

 ขณะที่นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรรมการผู้จัดการ MICRO เปิดเผยว่า กลยุทธ์ในช่วงต่อจากนี้พร้อมขยายการเติบโต โดยโครงการในอนาคตในปี 63 บริษัทมีแผนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ Mobile Application สำหรับการรวบรวมข้อมูลลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานสาขาส่งข้อมูลมายังสำนักงานใหญ่

 รวมถึงการอนุมัติสินเชื่อจากส่วนกลาง ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งจะใช้เงินที่ได้รับจากเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ และคาดว่าระบบจะพัฒนาแล้วเสร็จภายในปีนี้

*** คาดปี 65 พอร์ตสินเชื่อพุ่งแตะ 5,000 ลบ.
  
บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อได้ไม่น้อยกว่า 30% ต่อปี โดยมีแผนจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี 64 – 65 คาดจะมี 16 สาขา และ 20 สาขา จากปี 63 มี 12 สาขา เน้นในจังหวัดที่มีการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสูง หรือในพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการเต็นท์รถบรรทุกมือสองจำนวนมาก โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนในการขยายสาขาเฉลี่ยสาขาละ 4 ล้านบาท จากเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อรองรับเป้าหมายในการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโตเป็น 5,000 ล้านบาท ภายในปี 65
ในช่วงครึ่งแรกของปี 63 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่ออยู่ 2,100 ล้านบาท

ด้านนายกานต์ดนัย ชลสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงิน MICRO เปิดเผยว่า บริษัทจะนำเงินบางส่วนที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปชำระหนี้เงินกู้ ประมาณ 150 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% จะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนลดลงอยู่ในระดับ 1 เท่า ขณะเดียวกันเมื่อชำระหนี้ดังกล่าวแล้วบริษัทจะไปกู้เงินบางส่วนที่มีอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำที่ 4% ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลง นอกจากนี้มีแผนจะระดมทุนด้วยการออกและเสนอขายหุ้นกู้ เพื่อมีโอกาสจะทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำกว่าเดิม

*** ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง OR ขาย IPO 3 พันล้านหุ้น

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย.63 ได้อนุมัติคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ของ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ไม่เกิน 3,000,000,000 หุ้น พาร์หุ้นละ 10 บาท คิดเป็น 25% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลัง IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 10 บาท แบ่งเป็น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนเป็นจำนวนไม่เกิน 2,700 ล้านหุ้น (ไม่รวมจำนวนหุ้นส่วนเกินสำหรับการให้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกิน)
โดย OR จะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จัดสรรตามสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อรักษาสิทธิ (Pre-emptive Rights) และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 2,400 ล้านหุ้นเสนอขายประชาชนทั่วไป ขณะที่จะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 300 ล้านหุ้นรองรับการใช้สิทธิจัดสรรหุ้นเกินกว่าจำนวนที่เสนอขาย (หากมีการใช้สิทธิ)

*** PTT ยังคงถือหุ้นใหญ่ 75% ตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน 5 ราย

โดย PTT จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วยการถือหุ้นในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 75% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออกและจำหน่ายได้แล้ว
ที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้น 5 ราย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันซ่า ,บล.เกียรตินาคินภัทร ,บล.บัวหลวง ,บล.กสิกรไทย และ บล.ทิสโก้

*** ระดมทุนรองรับธุรกิจปี 64-67 ขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน

วัตถุประสงค์การระดมทุน เพื่อการขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน รองรับการใช้เงินในช่วงปี 64-67 ขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ "ptt station" ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีศักยภาพ, ขยายธุรกิจสำหรับการตลาดพาณิชย์ในกลุ่มธุรกิจน้ำมัน, การลงทุนคลังเก็บผลิตภัณฑ์และศูนย์กระจายสินค้าธุรกิจน้ำมัน, ขยายเครือข่ายร้านค้าปลีกให้สอดคล้องกับการเติบโตของอุปสงค์ในตลาด, การลงทุนในธุรกิจต่างประเทศ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ หรือใช้ชำระคืนเงินกู้ยืม (ถ้ามี)

บริษัทฯ ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในตลาดค้าปลีกและตลาดพาณิชย์ ธุรกิจกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ร้านสะดวกซื้อ และการบริหารจัดการพื้นที่


*** `เคแอนด์เคฯ (KK)` เตรียมขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น Q4 ขยายสาขา-ชำระหนี้

นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK เปิดเผยว่า เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเสนอขายหุ้นสามัญส่วนเกินอีกจำนวน 10.35 ล้านหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 4/63

โดยจำนวนระดมทุนหุ้นดังกล่าวยังเป็นจำนวนน้อยตามขนาดฐานทุนจดทะเบียน และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องการรักษาสัดส่วนการถือหุ้นเอาไว้

สำหรับเงินระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปใช้ขยายสาขาใหม่อีก 3 แห่ง แบ่งเป็นหาดใหญ่ 2 แห่ง ช่วงเดือนม.ค และ มี.ค 64 และการเจาะตลาดจังหวัดตรังเป็นครั้งแรกอีก 1 แห่งช่วงก.ค.64 โดยใช้งบลงทุนสาขาละ 12 ล้านบาท พื้นที่ 400 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการสร้างตึกใหม่บนพื้นที่เช่า ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีสาขาแล้วรวม 28 แห่ง และเงินระดมทุนอีกส่วนใช้ชำระหนี้ โดยคาดว่าหลังจากเข้าระดมทุนแล้วจะมีD/E ลดลงเหลือกว่า 1 เท่า จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.61 เท่า

โดยในช่วงวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมาบริษัทได้ไปโรดโชว์ที่หาดใหญ่จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีประมาณ 300 คน ซึ่งวันที่ 21 ก.ย.นี้จะเดินสายโรดโชว์ในกรุงเทพ และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน

สำหรับโควิด-19 ไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากบริษัทไม่ได้ปิดให้บริการเหมือนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โดยภาพรวมครึ่งปีหลังบริษัทยังมีโอกาสเติบโต เนื่องจากราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 50 บาท/กิโลกรัม จากระดับ 30บาท/กิโลกรัม ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่ม และในช่วงปลายไตรมาส4 ถึงต้นไตรมาส1 จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ อีกทั้งบริษัทยังได้รับประโยชน์จากการเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500 บาท/เดือน ในช่วงต.ค.-ธ.ค. นี้

โดยบริษัทยังรุกพัฒนาแอพพลิเคชั่นออนไลน์ K&K Superstore เพื่อเป็นส่วนลด และเป็นฐานลูกค้าโดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการแล้ว 3 หมื่นราย และตั้งเป้าขยายการใช้บริการเพิ่มสาขาละ 200 ราย/เดือน และในอนาคตมีแผนพัฒนาช่องทางการขายผ่านออนไลน์ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า(DIY) เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสั่ง โดยไม่ต้องเดินทางมาเลือกซื้อและเข้ามารับด้วยตนเอง หรือเรียกว่าบริการ Pick-Up Service

"KK เป็นธุรกิจภูธร อยู่วงการตลาดค้าปลีกในภาคใต้มานาน เราเป็นธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นที่สามารถสู้ค้าปลีกรายใหญ่ได้ หวังว่านักลงทุนให้โอกาสให้บริษัทสร้างการเติบโตและแสดงศักยภาพ" นายกวิศพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ KK ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" มีจำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บนพื้นที่ 7 ไร่ และดำเนินธุรกิจมากว่า 27 ปี


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: OR

Posts by pakapong_u » Fri Sep 18, 2020 11:50 am

OR จ่อเทรด ม.ค.64 มาร์เก็ตแคป 2 แสนล้าน

OR เตรียมเสนอบอร์ด "ปตท." ไฟเขียว กระบวนการขายหุ้นไอพีโอ ไม่เกิน 3 พันล้านหุ้น หลังก.ล.ต.อนุมัติไฟลิ่งแล้ว แหล่งข่าวเข้าเทรดไม่ทันปีนี้ เหตุ ต้องใช้เวลาพอสมควร ในขั้นตอน "ให้ข้อมูลนักลงทุน -บุ๊คบิวดิ้ง-เปิดจองซื้อฯลฯ" คาดมาร์เกตแคป 2 แสนล้าน


น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติแบบคำขอเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของ บริษัทแล้วนั้น

สำหรับขั้นตอน หลังจากนี้ OR มีสิทธิเสนอขายหุ้น IPO ได้ภายใน 6 เดือน และสามารถต่ออายุได้อีก 6 เดือน โดยจากนี้ จะเข้าสู่กระบวนการนำเสนอข้อมูลการลงทุน(โรดโชว์)ต่อนักลงทุน ,การสำรวจความสนใจจองซื้อจากนักลงทุน(Book building) ซึ่งแผนการดำเนินงานต่างๆจะต้องนำเสนอให้คณะกรรมการ(บอร์ด)ของบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน)หรือ PTTในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ และบอร์ด OR เห็นชอบก่อน

ทั้งนี้บริษัทจะเสนอขายหุ้นIPOไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้น แบ่งเป็น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนเป็นจำนวนไม่เกิน 2,700 ล้านหุ้น (ไม่รวมจำนวนหุ้นส่วนเกินสำหรับการให้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกิน) โดย OR จะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ ปตท. จัดสรรตามสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อรักษาสิทธิ (Pre-emptive Rights) และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 2,400 ล้านหุ้นเสนอขายประชาชนทั่วไป ส่วนอีกไม่เกิน 300 ล้านหุ้นเพื่อรองรับการใช้สิทธิจัดสรรหุ้นเกินกว่าจำนวนที่เสนอขาย (หากมีการใช้สิทธิ) อย่างไรก็ตาม ปตท.จะยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ OR ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 75%

"ระยะเวาลาที่จะเสนอขายหุ้น ยังตอบไม่ได้ ต้องรอดูสภาวะตลาดควบคู่กันไปด้วย เพราะโควิด -19 ยังไม่จบ ต้องรอว่าจะมีวัคซีนออกมาเมื่อไหร่ และการเดินทางไปโรดโชว์ทั้งในและต่างประเทศ จะมีอุปสรรคอย่างไร”

จากข้อมูลไฟลิ่งระบุ OR เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ จะนำไปขยายธุรกิจในปี 2564-2567 คือ ขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน “ptt station” ,ขยายธุรกิจสำหรับการตลาดพาณิชย์ ในกลุ่มธุรกิจน้ำมัน, ลงทุนคลังเก็บผลิตภัณฑ์และศูนย์กระจายสินค้าธุรกิจน้ำมัน, ขยายเครือข่ายร้านค้าปลีก,ลงทุนในธุรกิจต่างประเทศ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ หรือใช้ชำระคืนเงินกู้ยืม (ถ้ามี)

แหล่งข่าววงการตลาดทุน กล่าวว่า หลังจากที่ก.ล.ต.อนุมัติคำขอเสนอขายหุ้นของ OR แล้ว คาดว่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรในการนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ และนักลงทุนรายย่อย รวมถึงการให้ข้อมูลแก่นักวิเคราะห์ต่างๆ และต้องมีการทำBook building และมีระยะเวลาให้จองซื้อหุ้น จึงทำให้เข้าซื้อขาย(เทรด)ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)ไม่ทันในปี 2563 โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเข้าเทรดได้ประมาณเดือนม.ค.2564

ทั้งนี้หุ้นของOR เป็นหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เกตแคป)ประมาณ 2 แสนล้านบาท


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36599
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: OR

Posts by pakapong_u » Tue Sep 22, 2020 12:35 pm

ส่อง 2 บิ๊ก IPO หุ้น SCGP-OR ในมุมมอง "เอเชียพลัส-โนมูระ พัฒนสิน"

ทันหุ้น-สู้โควิด : บล.เอเชีย พลัส ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด หรือ SCC โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 41 บาทต่อหุ้น ชี้การระดมทุนจะช่วยทำให้สร้างการเติบโตของธุรกิจอีกเท่าตัว ด้านบล.โนมูระ พัฒนสิน ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) หรือ PTT เชื่อเป็นหุ้นที่น่าสนใจ

บล.เอเชีย พลัส ระบุว่า SCGP เป็นผู้นำด้านโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีอัตราการเติบโตของกำไรที่โดดเด่นมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมเข้าระดมทุน เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายธุรกิจ สร้างโอกาสการเติบโตของรายได้ขึ้นอีก 1 เท่าตัว ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยประเมินราคาเหมาะสมของปี 2564 อยู่ที่ 41 บาทต่อหุ้น

SCGP มีกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์สูงถึง 4 ล้านตัน/ปี และบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูก 1.1 ล้านตัน/ปี สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลุกค้าได้ครอบคลุมครบวงจร รวมถึงมีแหล่งจัดหาวัตถุดิบได้เองโดยตรง ซึ่งช่วง 5 ปีที่ผ่านมา SCGP มีอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยปีละ 14.6%

ฝ่ายวิจัยเอเชีย พลัส มองว่ากำไรที่เติบโตต่อเนื่อง เกิดจากการขยายกำลังกาผลิต ซึ่งมีทั้งรูปแบบของการเข้าซื้อกิจการและการลงทุนแบบ Brown Field การระดมทุน IPO ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ที่ยังมีศักยภาพการเติบโตได้อีกมาก โดยตั้งเป้าหมายจะมีรายได้เติบโตขึ้นอีก 1 เท่าตัวจากปัจจุบัน ภายในปี 2568

เมื่อวานนี้ SCGP ระบุในแบบไฟลิ่งว่า ได้กำหนดช่วงราคา IPO ที่หุ้นละ 33.50-35.00 บาท โดยคาดว่าจะสรุปราคาสุดท้ายในวันที่ 8 ต.ค.นี้ ซึ่งจะเสนอขายหุ้นภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยมีธนาคาร ไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีบล.ไทยพาณิชย์ และบล.บัวหลวง เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

**OR น่าสนใจ

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า OR มีแผนจะขายหุ้น IPO ให้ประชาชนจำนวน 3,000 ล้านหุ้น (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) ปัจจุบันได้รับอนุมัติไฟลิ่งแล้ว คาดอยู่ระหว่างเรียกประชุมผู้ร่วมจัดจำหน่าย โดยยังไม่ประกาศราคา IPO ทั้งนี้หากพิจารณาจากระดับ พี/อี เรโช 6-8 เท่า หรือ EV/EBITDA ประมาณ 7-9 เท่า ของหุ้นผู้ที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันในอุตสาหกรรม ได้แก่ PTG-BCP-ESSO เทียบกับผลดำเนินงานย้อนหลังในช่วง 3 ปี ของ OR มูลค่าตลาดของบริษัท อาจอยู่ในช่วงตั้งแต่ 4.7 หมื่นล้านบาทไปถึงราว 2 แสนล้านบาทโดยมูลค่าตามประมาณของฝ่ายวิจัยโนมูระ พัฒนสิน อยู่ที่ราว 4 หมื่นล้านบาท) ซึ่งอาจมี upside ได้ในอนาคตหลังได้รับข้อมูลโครงการในอนาคตของ OR เพิ่มเติม

ฝ่ายวิจัย มองธุรกิจ OR มีความน่าสนใจ จากโอกาสในการเติบโตต่อเนื่องทั้งในประเทศและภูมิภาค ทั้งธุรกิจ oil ที่ขยายตัวตามการเพิ่มสถานีบริการน้ำมัน ราว 9% ต่อปี หรือราว 208 สาขาต่อปี โดยเฉพาะในภูมิภาคที่อัตราการใช้น้ำมันต่อหัวยังเพิ่มได้อีก และฐานลูกค้าพาณิชย์ที่เติบโต

ส่วนธุรกิจ non-oil ที่เติบโตตามการขยายร้านค้า โดยเฉพาะคาเฟ่อเมซอน และพื้นที่เช่า โดยในระยะสั้นมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของปริมาณขายน้ำมันจากฐานต่ำในปี 2563 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19


Post Reply