ผู้ที่ลงทุนหุ้นในช่วงปี 2008 คงจะจำได้ถึงช่วงที่ดัชนีลงต่ำสุดแถวๆ 380 จุด ในวิกฤติ Hamberger
ดังนั้นกระทู้นี้ จะลองคำนวณดูว่าที่ระดับความถูกแพงเดียวกัน จะเทียบเท่าดัชนีเท่าไร ในปี 2020 นี้
โดยผมตั้งสมมุติฐานว่าความถูกแพงของหุ้นขึ้นกับค่า P/BV นะครับ
ข้อมูล P/BV และ SET Index ดังต่อไปนี้ มีที่มาจาก https://www.set.or.th/th/market/market_statistics.html
ในหัวข้อ Market Index และ P/BV
Nov 2008: ค่า P/BV = 0.88 เท่า; SET Index = 400 จุด (เป็นจุดเกือบต่ำสุดในช่วงวิกฤติปี 2008)
Feb 2020: ค่า P/BV = 1.49 เท่า; SET Index = 1,340 จุด
โจทย์: ในปี 2020 หาก P/BV จะเหลือ 0.88 เท่า (เช่นเดียวกับในปี 2008) ดัชนี (ในปี 2020) ควรเป็นเท่าไร
เทียบบัญญัติไตรยางค์
จากข้อมูลปี 2020: P/BV=1.49 จะมี SET Index = 1,340 จุด
ดังนั้นหาก P/BV=0.88 จะได้ค่า SET Index = 1,340 * 0.88 / 1.49 = 791 จุด
หรือคิดง่ายๆ ประมาณ 800 จุด
สาเหตุที่ดัชนีไม่กลับไปเท่า 400 จุดเหมือนเดิม มี 2 สาเหตุหลัก
1. ทุกๆ ปี ค่า Book Value (Equity) ของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น จากกำไรสะสม ที่บวกเข้าไปเป็นส่วน equity ในงบดุล
2. การนำหุ้นเข้าตลาดเพิ่ม ทำให้ค่า book value เพิ่มขึ้น (แต่ก็ทำให้ market cap เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ จะส่งผลในทางใดขึ้นกับค่า P/BV ของบริษัท ณ ขณะนำเข้าตลาด เทียบกับ P/BV ของตลาดหุ้น ณ ขณะนั้น)
สรุปผล
ถ้ามองว่าวิกฤติรอบนี้ หุ้นจะลงต่ำสุดเทียบเท่า 400 จุดของปี 2008 ก็แสดงว่าหุ้นจะลงไปประมาณ 800 จุด ณ ปี 2020 ครับ อาจจะช่วยให้สบายใจขึ้น เพราะไม่ได้ลงลึกไปกว่านี้มากนัก : )
หรือถ้าลงลึกต่ำกว่า 800 จุด ก็แสดงว่าจะได้ซื้อของถูกกว่าตอนปี 2008
พูดอีกแง่หนึ่ง ดัชนี 1,200 ของวันนี้ จะเทียบเท่าดัชนีประมาณ 600 จุด ของปี 2008
ยินดีรับความคิดเห็นครับ
ปล. จุดที่ควรระวังคือ พื้นฐานของประเทศ ณ ตอนนี้ อาจจะไม่แข็งแกร่งเท่าในปี 2008 ทั้งในแง่ประชากรลดลง ทั้งในแง่การแข่งขันกับต่างชาติ และเรื่องสังคมและการเมือง ดังที่หลายๆ บทความของท่านอาจารย์ดร.นิเวศน์เคยกล่าวไว้
ดังนั้นสมมุติฐานตั้งต้นที่ว่า P/BV เท่ากัน คือความถูกแพงเท่ากัน และความน่าซื้อเท่ากัน อาจจะไม่จริงเสมอไป