SHR

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

SHR

Posts by pakapong_u » Thu Feb 28, 2019 11:04 am

บอร์ด S ไฟเขียวนำ"เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท"เข้าตลาดฯ -เสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 40%
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Thursday, February 28, 2019 10:44


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ก.พ. 62)--บมจ.สิงห์เอสเตท (S) แจ้งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติแผนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ของบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (SHR) และอนุมัติการนำ SHR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยกำหนดสัดส่วนจำนวนหุ้นที่จะเสนอขาย IPO เป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 40 ของทุนชำระแล้วของ SHR ภายหลังการเพิ่มทุน
นอกจากนี้ยังได้มีมติอนุมัติการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ SHR ให้แก่ กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือ พนักงานของบริษัท ของบริษัทย่อยของบริษัทฯของ SHR ในจำนวนไม่เกิน 70 ล้านหน่วย ทั้งนี้ SHR จะยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่ยอของบริษัทเช่นเดิม โดยบริษัทฯจะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นใน SHR ในสัดส่วนที่ไม่ต่ำกว่า 58.76% ของทุนชำระแล้วของ SHR ภายหลังการเพิ่มทุน

--อินโฟเควสท์ โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Mon May 13, 2019 7:01 pm

66EE9192-6E36-4AB5-B513-7D29B3A524BA.jpeg
66EE9192-6E36-4AB5-B513-7D29B3A524BA.jpeg (690.63 KiB) Viewed 1406 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Mon May 13, 2019 7:03 pm

S เตรียมแถลงขาย IPO ` เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท` 15 พ.ค.นี้



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 62 14:51 น.
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 15 พ.ค.นี้ บมจ.สิงห์ เอสเตท (S) จะแถลงขาย IPO ธุรกิจโรงแรมในเครือ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด พร้อมทิศทางการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ

- ในวันที่ 15 พ.ค.62 บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S จะแถลงข่าว เสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ของธุรกิจโรงแรมในเครือ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทจำกัด รวมถึงประเด็น ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจโรงแรมของสิงห์ เอสเตท รายละเอียดเกี่ยวกับแผนการเสนอขายหุ้น และประโยชน์ของการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (IPO) และทิศทางการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ
   - ผู้บริหาร สิงห์ เอสเตท ที่ร่วมแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ คุณนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร , คุณฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน คุณเดิร์ก เดอ ไคย์เปอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจบริการ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Tue May 14, 2019 5:10 pm

S เตรียมนำ"เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท"เข้า SET ขาย IPO ไม่เกิน 1.437 พันล้านหุ้น - Thunhoon

พฤษภาคม 14, 2019wirat wiratIPO, ทันหุ้นวันนี้, ไม่มีหมวดหมู่S

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เตรียมนำบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด(มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจ โดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น( Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมและลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติ เข้าจดทะเเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 1,437.45 ล้านหุ้น

บริษัท เอส โฮเท แอนด์ รีสอร์ท ได้ยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งมีทั้งหุ้นสามัญเพิ่มทุน และหุ้นสามัญเดิม ที่ SHRSG จะนำออกมาเสนอขาย โดยมีธนาคาร ซีไอเอ็มบี(ไทย) และธนาคาร กรุงไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

เงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนในการพัฒนาโครงการต่างๆ ซึ่งรวมถึงโครงการ Crossroads เฟส 1 โครงการปรับปรุงและพัฒนาโรงแรม Outrigger โครงการปรับปรุงพัฒนาโรงแรม พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท ใช้เป็นเงินทุนสำหรับขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงนำเงินไปชำระคืนเงินกู้จาก สิงห์ เอสเตท และเงินกู้จากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะมีบริษัท เอส โฮลเทล แอนด์ รีสอร์ท อินเตอร์ จำกัด 5nvs6ho 81% ภายหลัง IPO สัดส่วนจะลดเหลือ 48.60% SHRSG ถือหุ้น 19% ภายหลัง IPO จะเหลือ 11.40%

ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท อินเตอร์ ได้แก่ สิงห์ เอสเตท


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Tue May 14, 2019 5:12 pm

https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... sID=250826


หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม / บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : 13/05/2562
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) / N.A.


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Wed May 15, 2019 11:24 am

SHR : บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
ประเภทธุรกิจ
ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมและลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติ

ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ บริการ / การท่องเที่ยวและสันทนาการ์
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO
จำนวนไม่เกิน 1,437,456,000 หุ้น คิดเป็น 40% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO ประกอบด้วย
(1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัท

(2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย SHRSG ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 165,860,400 หุ้น
ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
n/a

ราคา IPO
n/a

ราคา PAR
5 บาท

วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)

ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

ข้อมูล Filing

www.singhaestate.co.th/Our-Business/Hospitality


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Wed May 15, 2019 7:32 pm

สิงห์เอสเตทไล่ดันบริษัทลูกเข้าตลาด สานฝันโกลบอลคอมพานี

โดย The Bangkok Insight Editorial Team 15 พฤษภาคม 2562
“ปี 2562 นี้จะเป็นปีที่บริษัทฯ จะก้าวขึ้นเป็น โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี อย่างสมบูรณ์ หลังจากทยอยนำธุรกิจต่างๆ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และที่สำคัญคือเป็นปีที่สามารถรับรู้รายได้จากการลงทุนที่ผ่านมา ปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมกว่า 60,000 ล้าน”



คำกล่าวของ นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ย้ำถึงวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ชัดเจนของสิงห์ เอสเตท ในการระดมเงินทุนจากตลาดหลักทรัพย์ เพื่อนำเงินที่ได้มาลงทุนในธุรกิจหลักที่ที่จะเดินหน้าลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสามส่วนหลัก ได้แก่ ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย โดยจะก้าวสู่การเป็นบริษัทโฮลดิ้งระดับโลก หรือ โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี ผ่านกลยุทธ์ การขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

ที่ผ่านมา สิงห์เอสเตท ได้ทยอยนำธุรกิจต่างๆ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เริ่มจากธุรกิจที่พักอาศัย ที่นำบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทแรก และเมื่อต้นปี 2562 ได้จัดตั้งกองทรัสต์ SPRIME สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงาน จนกระทั่งล่าสุดเป็นการนำธุรกิจโรงแรม เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้ชื่อ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)

สำหรับ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ได้วางวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้ลงทุนโรงแรมและบริหารรีสอรท์ระดับพรีเมียม ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆทั่วโลก ซึ่งการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับ สิงห์ เอสเตท และเพิ่มความพร้อมในการลงทุนขยายธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก



“ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวมีการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง จากข้อมูลของ UNWTO พบว่า ปี 2561 ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึง 1,400 ล้านคน เติบโตจากปี 2560 ประมาณ 6% โดยภูมิภาคเอเชียมีการเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง จากนักท่องเที่ยวที่สูงถึง 343 ล้านคน และคาดว่าปีนี้จะเติบโต 5-6% ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตถึง 7%”

ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจโรงแรมของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท มีโรงแรมจำนวน 39 แห่ง 4,647 ห้อง กระจายอยู่ใน 5 ประเทศ 3 ภูมิภาค ประกอบด้วย ในยุโรป ที่สหราชอาณาจักร และในเอเซียแปซิฟิก คือ ไทย มัลดีฟส์ และฟิจิ และในแอฟริกา คือ มอริเชียส เมื่อมีความพร้อมของเงินทุนที่จะขยายธุรกิจไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงการบริหารโรงแรมที่มุ่งสร้างการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน การเติบโตของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะสามารถนำพา สิงห์ เอสเตท สู่การเป็นโกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี ได้อย่างสมบูรณ์ในอนาคต



พร้อมกันนี้ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาแบรนด์ SAii ซึ่งเป็นแบรนด์สำหรับโรงแรมระดับกลางค่อนไประดับบน โดยจะเริ่มจาก “SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton” ที่ตั้งอยู่ในโครงการครอสโรดส์ เฟส 1 และมองหาทำเลที่เหมาะสมเพื่อเปิดเพิ่มในอนาคต

บริษัท สิงห์ เอสเตท เริ่มจากการมีมูลค่าสินทรัพย์รวม 9,000 ล้านในปี 2557 ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 60,000 ล้าน หรือเติบโตเกือบ 700% โดยแบ่งเป็นธุรกิจโรงแรม 26,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะมีรายได้ถึง 2 หมื่นล้านในปี 2562 นี้


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Thu May 16, 2019 8:43 am

S คาดขาย IPO`เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท`ใน Q3/62 นำเงินคืนหนี้-ขยายธุรกิจ

  นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยในงานแถลง "แผนการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (IPO) บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือSHR" คาด ขายไอพีโอ "เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท" ในไตรมาส 3/62 ระดมเงินชำระคืนหนี้-ขยายธุรกิจ รายละเอียดดังนี้

  - บริษัทได้ยื่นอนุญาตสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ของบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ซึ่งได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้ว เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) โดย SHR จะเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 1.43 พันล้านหุ้น หรือคิดเป็น 40%ของทุนชำระแล้ว มูลค่าของหุ้นที่ตราไว้(พาร์) 5 บาทต่อหุ้น

  -ภายหลังการเพิ่มทุน SHR จะยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยข โดยยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 51% โดยที่ปรึกษาทางการเงินได้แต่งตั้ง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

  - วัตถุประสงค์การใช้เงินระดมทุนของ SHR จะนำเงินไปชำระหนี้บางส่วน ซึ่งคาดว่าหลังจากขายหุ้นไอพีโอแล้ว อัตราหนี้สินต่อทุน(D/E) จะอยู่ต่ำกว่า 1 เท่า นอกจากนี้จะนำเงินที่ระดมได้ใช้ขยายธุรกิจเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าในปี 68 บริษัทจะมีโรงแรมไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง และปีนี้บริษัทวางลงทุนไว้ราว 4 - 5 พันล้านบาท เพื่อขยายการลงทุน ทั้งการพัฒนาเอง เข้าซื้อกิจการและเข้าซื้อแฟรนไชส์เข้ามาบริหาร

  - ปัจจุบัน SHR มีโรงแรมทั้งหมด 39 แห่ง จำนวนห้อง 4,647 ห้อง กระจายอยู่ใน 5 ประเทศ 3 ภูมิภาค ประกอบด้วย ยุโรปที่สหราชอาณาจักร,ในเอเซียแปซิฟิก(ไทย,มัลดีฟส์และฟิจิ)และในแอฟริกา คือ มอริเชียส สำหรับในประเทศ มีโรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ โรงเเรมพีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท และ โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย ,โรงแรมในสหราชอาณาจักร จำนวน 29 แห่ง ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Mercure และแบรนด์ Holiday Inn โรงแรม Outrigger ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมจำนวน 6 แห่งที่ดำเนินกิจการภายใต้แบรนด์ Outrigger,โครงการ ครอสโรดส์ (CROSSROADS) เฟส 1 ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการบนเกาะจำนวน 3 เกาะ ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ประกอบด้วย โรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton และโรงแรม Hard Rock Hotel Maldives รวมถึงศูนย์รวมการให้บริการ เพื่อการพักผ่อนและสิ่งบันเทิงในโครงการ Marina @ CROSSROADS และเกาะที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นโรงแรมอีก 1 เกาะ


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Thu May 16, 2019 8:44 am

สิงห์เอสเตท เตรียมขาย”IPO ธุรกิจโรงแรม” รองรับการเติบโต
15/05/2019


บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ประกาศเดินหน้านำบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ยื่นเสนอขายหุ้นสามัญ (IPO) เพื่อขยายกลุ่มธุรกิจโรงแรม มุ่งสู่การเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการโรงแรมชั้นนำในระดับนานาชาติ รองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง




นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปัจจุบันบริษัทฯ มีการทำธุรกิจด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใน 3 ส่วนหลัก คือ ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย

โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะนำบริษัทฯก้าวสู่การเป็น “โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี” ผ่านกลยุทธ์ การขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ การสร้างแบรนด์ในระดีบพรีเมี่ยม, การปรับองค์กรให้มีความคล่องตัว, ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ดีให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

สำหรับปี 62 ถือเป็นปีที่สำคัญมากสำหรับสิงห์ เอสเตท เนื่องจากเป็นปีที่รับรู้รายได้จากการลงทุน และพัฒนาธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาไว่ว่าจะเป็นธุรกิจที่พักอาศัย ที่จะทยอยโอนกรรมสิทธิ์, อาคารสำนักงาน และธุรกิจโรงแรม ที่ลงทุนและพัฒนาในปีที่ผ่านมาจะรับรู้รายได้เต็มในปี 62

บริษัทฯยังคงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานในทำเลศักยภาพ การเปิดโครงการครอสโรด์ที่มัลดีฟส์ และที่สำคัญในปี 62 จะเป็นบริษัทที่ก้าวเป็น โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี อย่างสมบูรณ์ หลังจากทยอยนำธุรกิจต่าง ๆ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

เริ่มจากธุรกิจที่พักอาศัย ที่ได้นำบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนเมื่อต้นปี 62 บริษัทฯ ยังได้จัดตั้งกองทรัสต์ SPRIME สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก และครั้งนี้จะเป็นการนำธุรกิจโรงแรมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โยใช้ชื่อว่า บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)

โดยมุ่งสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ประทับใจผ่านการบริการที่เป็นเลิศ การให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนธรรมชาติที่มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัยพ์ครั้งนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับสิงห์ เอสเตท

และเพิ่มความพร้อมในการลงทุนขยายธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ให้กับ เอส โฮเอล แอนด์ รีสอร์ท เป็นการตอบสนองต่อโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งจะสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับบริษัทฯ ในระยะยาว

สำหรับธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของ UNWTO พบว่าปี 61 มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึง 1.4 พันล้านคน เติบโตจากปี 60 ประมาณ 6% โดยภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรักท่องเที่ยว 343 ล้านคน ในปี 61 เติบโตขึ้นมา 7% จากปี 60

นอกจากนี้ UNTWO ยังคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวโลกจะยังคงเติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะเอเชียที่ปี 62 คาดว่าจะมีการเติบโต 5-6% ธุรกิจโรงแรมจึงเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในระยะยาวเหมาะที่จะขยายธุรกิจ อีกทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรมของเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ก็มีความพร้อมทั้งจำนวน 39 แห่ง ทั่วโลก

เมื่อผนวกกับความพร้อมเงินทุนที่จะขยายธุรกิจไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก รวมถึงการบริหารโรงแรมที่มุ่งสร้างการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน การเติบโตของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะสามารถนำพาสิงห์ เอสเตท สู่การเป็นโกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี ได้อย่างสมบูรณ์ในอนาคต



ส่วนนางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อว่า ธุรกิจโรงแรมเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลัก ที่สร้างรายได้แบบต่อเนื่องให้กับสิงห์ เอสเตท โดยปี 61 ธุรกิจโรงแรมสร้างรายได้ร้อยละ 34 ต่อรายได้ทั้งหมดจากจำนวนห้องพักของธุรกิจโรงแรมจำนวน 8 แห่ง

ธุรกิจโรงแรมโดยรวมจากจำนวนห้องพักรวมที่มีอยู่ 4,217 ห้อง จากโรงแรมและรีสอร์ท 37 แห่งทั่วโลก การเข้าตลาดหลักทรัพย์ของเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจในกลุ่มโรงแรม การลงทุนในโครงการใหม่ทั้งในรูปแบบการซื้อกิจการ และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่

ด้วยความพร้อมด้านเงินทุน และบุคลากรที่แข็งแกร่งขึ้น หลังจากที่ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เป็นบริษัทจดทะเบียนเต็มตัวแล้ว โดยในการนำเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในครั้งนี้ บริษัทวางแผนเสนอขายหุ้น IPO เป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 40 ของทุนชำระแล้วของเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ภายหลังการเพิ่มทุน

ทั้งนี้เอสโฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของสิงห์ เอสเตท เช่นเดิม โดยสิงห์ เอสเตท มีนโยบายจะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ใน เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ในสัดส่วนที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 โดยมีธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการจัดจำหน่ายที่จะเปิดเผยต่อไป ซึ่งบริษัทคาดว่จะมีการเสนอขายหุ้น IPO ดังกล่าวทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้เอสโฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนสำหรับเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา และหากพิจารณาตามกรอบดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จะสามารถเปิดขายหุ้นได้ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 62

สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดของการเสนอขายหลักทรัพย์จากแบบรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนของเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ทาง www.sec.or.th


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Sat May 18, 2019 11:18 am

“สิงห์ เอสเตท” แยก “ธุรกิจโรงแรม” เข้า IPO หวังนำเงินขยายธุรกิจบุกไปทั่วโลก ตั้งเป้าปี 2025 ต้องมี 75 แห่ง


เพื่อสร้างรายได้ให้มั่นคงและลดความเสี่ยงจากการทำธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง “สิงห์เอสเตท” ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้เครือบุญรอดบริวเวอรี่ ที่เพิ่งติดนามสกุลมหาชนได้ 5 ปี จึงแยกธุรกิจออกเป็น 3 ส่วนหลักเพื่อทำให้รายได้มาจากทั้งการขาย และแบบต่อเนื่องหรือที่เรียกว่า Recurring Income ในสัดส่วน 50 : 50

ในส่วนแรกรายได้จากการขายมาจาก “ธุรกิจที่พักอาศัย” ทั้งภายใต้การดูแลของสิงห์เอสเตทเอง ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีการโอนอีกมูลค่า 5,000 ล้านบาท และเนอวานาไดอิ จำกัด (มหาชน)

ส่วนที่สอง “ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก” โดยมี 2 โครงการหลัก คือ สิงห์คอมเพล็กซ์ อัตราการเช่า 90% และซันทาวเวอร์สที่ถูกโยกเข้ากองทรัสต์ SPRIME เรียบร้อยแล้วเมื่อต้นปี 2019



ส่วนสุดท้าย “ธุรกิจโรงแรม” ที่เริ่มต้นด้วยการซื้อ 2 โรงแรมในปี 2014 นำมาบริหารเอง คือ พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท และ สันติบุรี เกาะสมุย มีจำนวนห้องร่วม 227 ห้อง ก่อนจะซื้อเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งโรงแรมในสหราชอาณาจักร จำนวน 29 แห่ง ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Mercure และแบรนด์ Holiday Inn

โรงแรม Outrigger ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมจำนวน 6 แห่งที่ดำเนินกิจการภายใต้แบรนด์ Outrigger และโครงการครอสโรดส์ (CROSSROADS) เฟส 1 ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการบนเกาะจำนวน 3 เกาะ 3 โรงแรมโดยหนึ่งในนั้นเป็นการพัฒนาแบรนด์ใหม่ๆภายใต้ชื่อ SAii เน้นจับกลุ่มลูกค้ากลางค่อนไประดับบน (Upper Mid-scale)

วันนี้รวมๆ แล้ว “สิงห์เอสเตท” มีโรงแรมทั้งหมด 39 แห่ง กระจายอยู่ใน 5 ประเทศ 3 ภูมิภาค ประกอบด้วยในยุโรปที่สหราชอาณาจักร และในเอเซียแปซิฟิกคือไทยมัลดีฟส์และฟิจิ และในแอฟริกาคือมอริเชียส มีอัตราการเข้าพักตั้งแต่ 70 - 80% โดยในปี 2018 มีรายได้ราว 3,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 40% ของรายได้ในภาพรวม



นริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิงห์เอสเตทมีจุดมุ่งหมายที่จะนำบริษัทก้าวสู่การเป็น “โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี” (Global Holding Company) ผ่านกลยุทธ์การขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศการสร้างแบรนด์ในระดับพรีเมียม

“ที่ผ่านมาสิงห์เอสเตทดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2014 โดยเริ่มจากมีมูลค่าสินทรัพย์รวม 9,000 ล้าน ปัจจุบันอยู่ที่ 60,000 ล้าน (โตเกือบ 700%) และคาดการณ์ว่าจะมีรายได้ถึง 2 หมื่นล้านภายในปี 2019 เร็วกว่าที่ตั้งเป้าไว้ตอนแรกในปี 2020”

ทั้งนี้ “นริศ” มองว่าธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของ UNWTO พบว่าปี 2018 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึง 1.4 พันล้านคน เติบโตจากปี 2017 ประมาณ 6% โดยภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง

โดยมีนักท่องเที่ยวสูงถึง 343 ล้านคน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตถึง 7% นอกจากนั้น UNWTO ยังคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวโลกจะยังคงเติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะเอเชียที่ปี 2019 คาดว่าจะเติบโต 5 - 6%



ด้วยเหตุนี้สิงห์เอสเตทจึงต้องการขยายธุรกิจโรงแรมขึ้นไปอีก แต่หากยังอยู่ภายใต้บริษัทเดิมการเติบโตอาจจะไม่เร็วมากนัก ด้วยเหตุนี้จึงได้วางแผนนำธุรกิจโรงแรมเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใต้ชื่อ “เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท”

ขณะนี้ได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนสำหรับการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว

หากเป็นไปตามแผนคาดเปิดให้ซื้อขายภายในสิ้นปีนี้ ในจำนวนหุ้นไม่เกิน 40% ของทุนจดทะเบียน 17,000 ล้านบาท ชำระแล้ว 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่ได้กำหนดวงเงินที่คาดว่าจะได้จากการ IPO

หลังจากเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว “สิงห์เอสเตท” ได้ตั้งเป้าขยายโรงแรมเป็น 75 แห่งภายในปี 2025 ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งซื้อและเข้าไปบริหารด้วยตนเอง รับบริหารและซื้อแบรนด์อื่นมาบริหาร (Franchise) หรือร่วมทุน (joint venture)



เดิร์ก เดอไคย์เปอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสโฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจัยในการพิจารณาเลือกลงทุนในโครงการหนึ่งๆ จะมีทั้งโครงการนั้นอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพหรือไม่โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง

โดยจะเน้นใกล้ชายหาดเป็นหลักซึ่งสามารถพัฒนาแบบ Greenfield หรือพัฒนาแบบ Brownfield ในขยาย 100 - 200 ห้องกำลังดี

“เราจะเน้นทำโรงแรมในระดับ 4 - 5 ดาว เพราะอยู่ในช่วงที่สามารถทำกำไรได้ดี อย่างในอังกฤษจะอยู่ราว 4 - 5% ซึ่งถือว่าดีมากแล้วส่วนโรงแรม 6 ดาวคงไม่คำด้วยไม่คุ้มที่จะลงทุนใช้เวลาคืนทุนนานกว่า”


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Sat May 18, 2019 11:45 am

สิงห์เปิด IPO “เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” ระดมทุนขยายพอร์ตธุรกิจโรงแรม 75 แห่งทั่วโลกภายในปี 2568


นริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สิงห์ เอสเตท หรือ S เปิดเผยถึงแผนการนำธุรกิจที่สามของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แก่ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หลังจากบริษัทมีการจดทะเบียนฯ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และจัดตั้งกองทรัสต์ SPRIME สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงานตึกซันทาวเวอร์ส ถนนวิภาวดี ไปแล้วก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ สิงห์ เอสเตทมีการทำธุรกิจ 3 ด้านคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ภายใต้แบรนด์ เช่น ดิ เอส, สันติบุรี เรสซิเดนส์, ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท และธุรกิจอาคารสำนักงาน โดยปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมทั้งสามกลุ่ม 5.89 หมื่นล้านบาท ทำรายได้ปี 2561 รวม 8.9 พันล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากอสังหาฯ เพื่อขาย 50% และอสังหาฯ เพื่อเช่า 50%



ฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บมจ.สิงห์ เอสเตท กล่าวต่อว่า บริษัทต้องการแยกเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จดทะเบียนภายใต้ชื่อย่อ SHR เนื่องจากธุรกิจนี้มีการลงทุนสูง การจดทะเบียนและระดมทุนใช้เครื่องมือทางการเงินได้ด้วยตนเองจะทำให้บริษัทแม่คือ S ลดภาระลง และเป็นการเพิ่มโอกาสแข่งขันให้ SHR

โดย SHR มีสินทรัพย์ทั้งหมด 2.6 หมื่นล้านบาท ทำรายได้ปีล่าสุด 3 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของรายได้รวมทั้งเครือ ถือเป็นรายได้ค่าเช่า (recurring income) ที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับสิงห์ เอสเตท

การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้จะนำไปใช้ในการชำระหนี้และเป็นกระแสเงินสดสำหรับลงทุนต่อเนื่อง เฉพาะปี 2562 มีแผนใช้งบลงทุน 4-5 พันล้านบาท เบื้องต้นใช้สำหรับลงทุนในโครงการครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ ซึ่งบริษัทเตรียมเปิดโรงแรม 2 แห่งในอีก 2 เดือนข้างหน้า


ทั้งนี้ SHR ได้ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้วเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 ซึ่งฐิติมาคาดการณ์ว่าจะเข้าเทรด IPO ได้ภายในช่วงปลายไตรมาส 3 ปีนี้

SHR วางเป้าขยายพอร์ตโรงแรม 75 แห่ง

Dirk De Cuyper ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีโรงแรมในเครือ 39 แห่ง จำนวนรวม 4,647 ห้อง ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย สหราชอาณาจักร มัลดีฟส์ ฟิจิ และหมู่เกาะมอริเชียส

ทั้งหมดบริหารภายใต้แบรนด์หลากหลาย ทั้งแบรนด์ของบริษัทเอง (Own Brands) เช่น สันติบุรี, SAii แบรนด์จัดตั้งใหม่ร่วมกับพาร์ทเนอร์ (White Label Brands) เช่น Curio Collection by Hilton และแบรนด์แฟรนไชส์ (Franchise Brands) เช่น เมอร์เคียว, ฮอลิเดย์ อินน์ ทั้งหมดอยู่ในระดับพรีเมียม คือตั้งแต่ระดับกลางบน 3.5 ดาว จนถึงโรงแรม 5 ดาวแบบอัลติเมท ลักชัวรี



เพื่อต่อยอดการเป็น “Global Holding Company” บริษัทจึงตั้งเป้าการขยายพอร์ตโรงแรมและรีสอร์ทเป็น 75 แห่งภายในปี 2568 โดยยังคงคอนเซปท์การลงทุนโรงแรมและรีสอร์ทระดับพรีเมียมต่อเนื่อง มุ่งเน้นการลงทุนในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเป็นหลัก เช่น ประเทศไทย (เชียงใหม่, เชียงราย) ทวีปเอเชีย ทวีปยุโรปโซนทะเลเมดิเตอเรเนียน ทวีปแอฟริกาโซนมหาสมุทร ประเทศญี่ปุ่น และประเทศออสเตรเลีย

โฟกัสลงทุนขนาดโรงแรม 100-200 ห้อง

แม้ยังไม่ระบุงบลงทุนรวมใน 6 ปีข้างหน้า แต่ Cuyper แจกแจงแนวทางการลงทุนว่าบริษัทมองศักยภาพของโรงแรมไม่ว่าจะเป็นลักษณะการเทกโอเวอร์กิจการหรือก่อสร้างใหม่ คือ

อยู่ในเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวรายได้สูง และมีการท่องเที่ยวค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดปี
ทำเลระดับไพรม์ เช่น ติดหน้าหาด
อัตรากำไร (yield) ที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดซึ่งแตกต่างกันในแต่ละทำเล เช่น สหราชอาณาจักรมี yield ที่ 4-5%
ขนาดการลงทุนไม่ใหญ่เกินไป โดยบริษัทมองหาโรงแรมขนาด 100-200 ห้องเป็นหลัก


Cuyper กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันโรงแรมทั้ง 39 แห่งของบริษัทเป็นสินทรัพย์การลงทุนเองทั้งหมด แต่อนาคตบริษัทเปิดกว้างต่อการร่วมลงทุน หรือรับจ้างบริหารโรงแรมด้วยแบรนด์ของบริษัท โดยมองว่าการมีลักษณะการบริหารที่หลากหลายทำให้มีความยืดหยุ่น และคาดหวังว่าแบรนด์ของบริษัทจะสร้างความแข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคตเนื่องจากมีโอกาสทำกำไรที่ดีกว่าการเซ็นสัญญาใช้แบรนด์

สำหรับการดำเนินงานปี 2561 ซีอีโอ SHR แจ้งว่า โรงแรมในไทยมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย (occupancy rate) ที่ 76% ในสหราชอาณาจักร 71% ในฟิจิและมอริเชียส 80-83% และเขาหวังว่าหลังเปิดตัวโรงแรม 2 แห่งในมัลดีฟส์ปีนี้จะสามารถเร่งอัตราเข้าพักเฉลี่ยได้เท่ากับตลาดที่ 70-71% ภายในปี 2563

F98B026A-CAB8-4C25-9EC0-3ACBFB1E6F47.jpeg
F98B026A-CAB8-4C25-9EC0-3ACBFB1E6F47.jpeg (56.03 KiB) Viewed 1289 times
E6C06E4A-89CD-440D-8990-71938EEE715D.jpeg
E6C06E4A-89CD-440D-8990-71938EEE715D.jpeg (70.52 KiB) Viewed 1289 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Mon Jun 24, 2019 9:30 am

S ลุยลงทุน 1 หมื่นลบ.ปีนี้ ยัน`เอส โฮเทลฯ(SHR)`ขาย IPO เข้าเทรด Q3/62

  นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า ปีนี้วางงบ 8,000-10,000 ล้านบาท ลงทุนและพัฒนา 3 ธุรกิจหลัก ทั้งอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย คาดผลงานครึ่งปีหลังสดใส หลังเริ่มรับรู้รายได้โรงแรมใหม่ 2 แห่ง - ตุน Backlog 1.2 หมื่นลบ. ยัน"เอส โฮเทลฯ (SHR)" ขายไอพีโอ-เทรด SET ได้ใน Q3/62
  -บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก ตามยอดขายและยอดโอนที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีโครงการเดิมอย่าง THE ESSE ASOKE ที่จะทยอยโอนได้ต่อเนื่อง,THE ESSE @SINGHA COMPLEX ที่จะเริ่มโอนกรรมสิทธิและส่งมอบห้องให้ลูกค้าในไตรมาส 3/62 นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นที่ทยอยรับรู้รายได้อีกอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ในมือ มูลค่ารวม 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ราว 5-6 พันล้านบาทและที่เหลือในปี 63
  "ถึงแม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีการปรับตัวจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ อาทิ เช่น เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และนโยบายกำกับดูแลสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อบ้าน แต่บริษัทได้มีการกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่นอย่างการลงทุนซื้อกิจการกลุ่มเอาท์ที่ริกเกอร์ ที่มีโรงแรม 6 เเห่ง,อาคารสำนักงานสิงห์ คอมเพล็กซ์ (The ofice at SINGHA COMPLEX) ที่เปิดให้บริการและเริ่มรับรู้รายได้ทยอยจากการเปิดให้บริการโรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton และโรงแรม Hard Rock Hotel Maldives รวมถึงศูนย์รวมการให้บริการ เพื่อการพักผ่อนและสิ่งบันเทิงในโครงการ Marina @ CROSSROADS ในโครงการ CROSSROADS สาธารณรัฐมัลดีฟส์ จะทำให้ผลการดำเนินของบริษัทเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ"นายนริศ กล่าวเพิ่มเติม
  -แผนการลงทุนในปีนี้บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนและพัฒนา 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย ตามที่วางไว้ด้วยงบลงทุน 8,000 - 10,000 ล้านบาทในปีนี้ โดยปัจจุบันบริษัทได้อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ OASIS ซึ่งเป็นโครงการอาคารสํานักงานและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่า มีพื้นที่ให้เช่าประมาณ 53,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นพื้นที่สํานักงาน และ พื้นที่ค้าปลีก คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีช่วงครึ่งปีหลังปี 64
  -ขณะที่ธุรกิจโรงแรมบริษัทได้มองหาโอกาสการเข้าซื้อกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทมีความสนใจที่จะเข้าลงทุนใน CLMV ด้วยเช่นกัน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนโครงการมิกยูสซ์ในประเทศเมียนมากับพันธมิตรในพื้นที่เพื่อร่วมลงทุน คาดว่าจะต้องให้ระยะเวลาสมควรจึงยังไม่สามารถเห็นความชัดเจนได้ในเร็วๆ นี้ ปัจจุบันบริษัทมีโรงแรมและรีสอร์ท 37 แห่งทั่วโลก ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 39 แห่ง หลังจากโรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton และโรงแรม Hard Rock ในโครงการ CROSSROADS สาธารณรัฐมัลดีฟส์แล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมนี้
  -ด้านความคืบหน้าแผนนำธุรกิจโรงแรมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยใช้ชื่อ บริษัท เอส โฮเทล แอนต์รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR บริษัทคาดว่าเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 1.43 พันล้านหุ้น หรือคิดเป็น 40% ของทุนชำระแล้ว มูลค่าของหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) 5 บาทต่อหุ้น และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ในช่วงไตรมาส 3/62 ซึ่งการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับบริษัทและเพิ่มความพร้อมในการลงทุนขยายธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลกให้กับ SHR เพื่อตอบสนองต่อโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
  "จากการขยายการลงทุนในธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่องและการรับรู้รายได้จากเอาท์ที่ริกเกอร์ ที่มีโรงแรม 6 เเห่ง,โรงแรม 2 แห่ง ในโครงการ CROSSROADS สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เต็มปี บริษัทคาดว่าในปี 63 สัดส่วนรายได้ธุรกิจโรงแรมจะอยู่ที่ 40-50% ได้และที่เหลือจะมาจากธุรกิจอาคารสำนักงานและธุรกิจที่พักอาศัย ขณะเดียวกันจะช่วยผลักดันให้รายได้ให้ถึง 2 หมื่นล้านบาท ภายในปี 63" นายนริศ กล่าวทิ้งท้าย


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Mon Jun 24, 2019 1:00 pm

S ศึกษาร่วมทุนพันธมิตรท้องถิ่นบุกตลาดพรีเมียมเมียนมา-เวียดนาม ตั้งธงทำ"มิกซ์ยูส",เมินมรสุมอสังหาฯลุยลงทุนครึ่งปีหลัง

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 11:55:14 น.

ดูรูปทั้งหมด
นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สิงห์ เอสเตท (S) เปิดเผยว่า บริษัทมีความสนใจที่จะขยายธุรกิจไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมาและเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และมีโอกาสทางธุรกิจที่ดีสำหรับโครงการในระดับพรีเมียมซึ่งเป็นตลาดหลักของ S โดยจะเน้นรูปแบบการเข้าร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น ขณะที่มองว่าการเข้าซื้อสินทรัพย์มาพัฒนาต่อเป็นโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูสน่าจะเป็นแนวทางที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เร็ว

นายนริศ กล่าวว่า ความเป็นไปได้ของการลงทุนในเมียนมาน่าจะทำได้เร็วกว่า เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาได้เดินทางไปยังเมียนมาตามคำเชิญของนักธุรกิจท้องถิ่นที่อยู่ในธุรกิจเหมืองหยกและเหมืองทับทิมที่แสดงความสนใจที่จะร่วมทุนกับ S ทั้งการพัฒนาโครงการในเมียนมาและในประเทศไทย ซึ่งนักธุรกิจรายนี้มีที่ดินหลายแปลงทั้งในย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ รัฐฉาน เป็นต้น



ขณะที่ S เคยเข้าไปศึกษาการลงทุนในเมียนมามานานแล้ว เพราะมีจุดเด่นในการมีทรัพยากรธรรมชาติและมีแรงงานจำนวนมาก แต่ยังไม่มีแผนงานชัดเจน โดยมองว่าปัจจุบันเมียนมายังไม่มีโครงการในระดับพรีเมียมที่แท้จริง จึงเป็นโอกาสที่บริษัทจะเข้าไปลงทุน ซึ่งเบื้องต้นเห็นว่ารูปแบบที่เหมาะสมน่าจะเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่อาจจะประกอบไปด้วยอาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก ที่พักอาศัย และโรงแรม รวมทั้งมองว่าการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่เหมาะสมมาพัฒนาต่อน่าจะเกิดความรวดเร็ว

ส่วนเวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากมีการเติบโตของเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างสูง แต่ขณนี้ยังไม่ได้เริ่มเข้าไปศึกษา และมองว่ายังมีคู่แข่งค่อนข้างมาก

"เมียนมาเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจของสิงห์ฯ โดยเฉพาะช่วงนี้อสังหาฯ ในบ้านเรามีปัญหาเยอะ อาจจะมีเวียดนาม และประเทศอื่น ๆ ที่มองว่าเป็นการกระจายความเสี่ยง...แต่คงยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน โดยเราจะ Focus ที่ตัวโครงการเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องถือหุ้นใหญ่ แต่ต้องมีอำนาจเต็มในการบริหาร"นายนริศ กล่าว

นายนริศ กล่าวอีกว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีการปรับตัวจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ อาทิ เศรษฐกิจชะลอตัว และนโยบายกำกับดูแลสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อบ้าน แต่ S ยังคงเดินหน้าลงทุนและพัฒนาโครงการตามแผนที่วางไว้ โดยมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ พร้อมรับความท้าทายของตลาดอสังหา นอกจากนี้บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย



สำหรับแผนงานในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทยังเดินหน้าลงทุนและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามที่วางไว้ด้วยงบลงทุน 8,000-10,000 ล้านบาทในปีนี้เพื่อสร้างรายได้ให้ถึง 20,000 ล้านบาทภายในปี 63 โดยบริษัทคาดว่าจะมียอดขายและยอดโอนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และเติบโตกว่าช่วงครึ่งปีแรก

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมจะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ในซอยรางน้ำในช่วงปลายไตรมาส 3/62 มูลค่าโครงการราว 4,500 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ใหม่ในระดับลักชัวรี่ที่รองจากแบรนด์ THE ESSE นอกจากนั้นจะมีการเปิดให้บริการ อาคารสำนักงาน Oasis บนถนนวิภาวดี-รังสิต และโรงแรม 2 แห่งในโครงการ CROSSROADS สาธารณรัฐมัลดีฟส์

ด้านโครงการเดิม เช่น THE ESSE ASOKE ทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ส่วน THE ESSE @SINGHA COMPLEX จะมีการโอนกรรมสิทธิ์และส่งมอบห้องให้ลูกค้าในไตรมาส 3/62 นอกจากนี้บริษัทยังมีโครงการอื่นๆ ที่ทยอยรับรู้รายได้อีกอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ S มียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือ มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ส่วนใหญ่ในปีนี้รวมราว 7 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ฯในปี 63

ขณะที่บริษัทมีโครงการที่พร้อมขายและอยู่ระหว่างพัฒนาในมือมีมูลค่ารวมประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท เช่น โครงการ THE ESSE Sukumvit 36 มูลค่าโครงการกว่า 6 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 3.8 พันล้านบาทล โครงการสันติบุรี มูลค่า 5 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 6 ยูนิต จากทั้งหมด 26 ยูนิต เป็นต้น ส่วน THE ESSE @SINGHA COMPLEX มีโครงการที่กันไว้ราว 8% เพื่อขายให้กับลูกค้าที่เข้ามาเช่าพื้นที่ในส่วนของอาคารสำนักงาน



ส่วนอาคารสำนักงานภายใน SINGHA COMPLEX ปัจจุบันยังมีลูกค้าให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีบริษัทขนาดใหญ่ติดต่อขอเช่าพื้นที่ โดยมีความต้องการพื้นที่มากถึง 6-7 หมื่นตารางเมตร ขณะที่บริษัทได้กันพื้นที่ขนาดใหญ่ไว้ส่วนหนึ่งเพื่อทำเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ แต่หากได้ข้อเสนอที่ดีก็อาจจะพิจารณาให้ลูกค้าเช่าใช้แทน

"จากแผนดังกล่าวนี้จะทำให้ S ก้าวขึ้นเป็น โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี อย่างสมบูรณ์แบบในปีนี้ ผ่านกลยุทธ์การขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ การสร้างแบรนด์ในระดับพรีเมียม การปรับองค์กรให้มีความคล่องตัว ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการพัฒนาอย่างยั่งยืน"นายนริศ กล่าว

นายนริศ กล่าวอีกว่า บริษัทมีความพร้อมทางการเงินในการลงทุนโครงการต่าง ๆ เพราะในปีนี้จะมีรายได้จากโครงการใหม่ทยอยเข้ามาจากทุกธุรกิจในเครือ ขณะที่สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.6 เท่า จากนโยบายที่จะรักษาไว้ไม่เกิน 2 เท่า นอกจากนั้นบริษัทยังมองโอกาสที่จะขายโครงการในมือ ทั้งพื้นที่ค้าปลีกในอาคารซันทาวเวอร์ และอาคารอื่นๆ เข้าเป็นสินทรัพย์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอส ไพรม์ โกรท (SPRIME) เพื่อนำเงินมาพัฒนาโครงการใหม่ ๆ คาดว่าจะดำเนินการได้ในปีหน้า

นอกจากนี้ บริษัทยังยืนยันแผนงานนำธุรกิจโรงแรมภายใต้ บมจ. เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ราวปลายไตรมาส 3/62 เพื่อระดมทุนมาใช้ในการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่ปัจจุบันมีการเจรจาซื้อโรงแรมและเชนเพิ่มเติมอีกหลายราย โดยหลังจากเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) แล้ว S จะคงถือหุ้นราว 58%



SHR มีเป้าหมาย 5 ปี (63-67) เพิ่มจำนวนห้องพักเป็น 1 หมื่นห้อง จากปัจจุบันมีอยู่เกือบ 5 พันห้อง เน้นการซื้อกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศมาปรับปรุงและเพิ่มจำนวนห้องพักเป็นหลัก รวมทั้งการสร้างเองและมีแผนจะทำแบรนด์ของตัวเองด้วย ซึ่งปัจจุบันธูรกิจโรวแรมในเครือมีหลาย Platform ทั้งร่วมทุน ใช้เชนบริหาร ซื้อมาบริหารเอง และเฟรนไชส์ โดยมีเป้าหมายขยายโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งในยุโรป เอเชีย และอาฟริกา ที่มีระยะการบินจากประเทศไทยประมาณ 10 ชั่วโมง

"การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับ สิงห์ เอสเตท และเพิ่มความพร้อมในการลงทุนขยายธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก ให้กับ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เพื่อตอบสนองต่อโอกาสจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว"นายนริศ กล่าว

ปัจจุบัน SHR มีโรงแรมรวม 37 แห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศอังกฤษ และเตรียมจะเปิดให้บริการอีก 2 แห่งในมัลดีฟส์ภายในเดือน ส.ค.62

--อินโฟเควสท์ โดย ศศิธร ซิมาภรณ์/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Mon Jun 24, 2019 7:25 pm

“สิงห์ เอสเตท” สนใจลุย “มิกซ์ยูส” ที่เมียนมาร์และเวียดนาม ต่อจิ๊กซอว์ Global Holding Company
by Admin
24-06-2019 18:57:03
HOT UPDATE Strategic Move

ภายใต้ธุรกิจของ “บุญรอดบริวเวอรี่” ไม่ได้มีแค่กลุ่มเครื่องดื่มและอาหารเท่านั้น แต่เมื่อ 5 ปีก่อนได้สนใจในการทำธุรกิจด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จึงได้ก่อตั้ง “สิงห์ เอสเตท” โดยวางธุรกิจออกเป็น 3 ขาหลักได้แก่ ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย

ที่ผ่านมามีการลงทุนนับ “หมื่นล้าน” ล้านบาทมาทุกปีจนมาถึงในปี 2019 “นริศ เชยกลิ่น” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) บอกว่าจะเป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวดอกผลที่ลงทุนลงแรงไป

จนถึงตอนนี้ สิงห์ เอสเตท มียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือ มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ส่วนใหญ่ในปี 2019 และที่เหลือในปี 2020 สำหรับในปีนี้คาดว่าจะเริ่มสามารถรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ ทั้ง The ESSE Asoke ที่เหลือการโอนอีกราว 10% ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุน และ The ESSE at Singha Complex จะเริ่มโอนให้กับลูกค้าตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป และยังมี Santiburi the Residences ที่ขายไป 6 หลังจากทั้งหมด 26 หลัง

“ถึงแม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีการปรับตัวจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ อาทิเช่น เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และนโยบายกำกับดูแลสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อบ้าน แต่ สิงห์ เอสเตท ยังคงเดินหน้าลงทุนและพัฒนาโครงการตามแผนที่วางไว้ โดยมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ พร้อมรับความท้าทายของตลาดอสังหา”

ในปีนี้ได้เตรียมงบลงทุน 8,000-10,000 ล้านบาทในปีนี้ เพื่อสร้างรายได้ให้ถึง 20,000 ล้านบาท ภายในปี 2020 สำหรับไตรมาส 1 ของปี 2019 รายได้รวมทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท สูงขึ้นมากกว่า 160% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าและ มีกำไรสุทธิ 293 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%

แผนในครึ่งปีนี้นอกเหนือจากเตรียมแยกธุรกิจโรงแรมเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้ชื่อ “บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)” ในส่วนของกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก มีอาคารสำนักงาน Oasis บนถนนวิภาวดี-รังสิต มีทั้งหมด 36 ชั้น มีพื้นที่ให้เช่า (NLA) ประมาณ 53,000 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุน 3,695 ล้านบาท


คาดใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปีจะแล้วเสร็จในปีช่วงครึ่งปีหลัง 2021 อาคารแห่งนี้ สิงห์ เอสเตท วางแผนที่จะทำเป็นสำนักงานใหญ่ของตัวเอง แต่ขณะนี้ “นริศ” เผยว่ามีบริษัทขนาดใหญ่ของไทย ได้สนใจที่จะเข้าทั้งตึกแต่ยังอยู่ในระหว่างการพูดคุย

ด้านธุรกิจที่พักอาศัยจะมีการโครงการคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ ซอยรางน้ำ โดยมีมูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท อยู่ในเซ็กเมนต์ Luxury แต่จะใช้แบรนด์ใหม่ซึ่งจะเป็นรองจากแบรนด์ The ESSE ตาดเปิดไตรมาส 3

นอกจากนี้ยังมี The ESSE at Singha Complex ที่เก็บไว้ 2 ชั้นหรือคิดเป็นพื้นที่ 10% ของทั้งหมด ประมาณ 22 ห้อง โดยจะนับมาตกแตกใหม่และเปิดขายในราคา 300,000 บาทต่อตารางเมตร แพงขึ้นจากช่วงเปิดตัว 40,000 บาท วางแผนเปิดขายให้กับบริษัทที่มาเช่าใน Singha Complex ที่ต้องการที่พักไว้เป็นสวัดดิการ

ขณะเดียวกัน “สิงห์ เอสเตท” จากเป้าหมายที่วางไว้จะเป็น “โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี” (Global Holding Company) ผ่านกลยุทธ์การขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และการสร้างแบรนด์ในระดับพรีเมียม ล่าสุดมีความสนใจที่จะไปลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ โดยช่วงแรกมองเมียนมาร์และเวียดนามไว้

สำหรับในเมียนมาร์ได้เข้าไปดูบ้างแล้ว เนื่องจากนักธุรกิจรายใหญ่ที่ทำเกี่ยวกับเหมืองหยกและทับทิม ได้แสดงความสนใจที่จะร่วมทุนกับสิงห์ เอสเตท เบื้องต้น “นริศ” ระบุว่า กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษา แต่ถ้าไปทำจริงคงจะอยู่ในรูปแบบ “มิกซ์ยูส” ในระดับพรีเมียม เพราะนักธุรกิจที่ชวนมีที่ดินในกรุงย่างกุ้งอยู่แล้ว แต่หากทำจริงคงต้องซื้อเพิ่มซึ่งที่ดินก็ไม่ถูกเกือบล้านบาทต่อตารางวา

“ความน่าสนใจของเมียนมาร์อยู่ที่ยังมีทรัพยากรธรรมชาติเยอะ ประชากรส่วนใหญ่อายุเฉลี่ย 27 ปี นั้นหมายความว่ากลุ่มหลักเป็นวัยทำงาน ขณะเดียวกันอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมยังมีไม่บ้าง จึงมีโอกาสให้เข้าไปลงทุน”


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Wed Jun 26, 2019 9:15 pm

S ฤดูเก็บเกี่ยว..!

สำนักข่าวรัชดา

ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S วิ่งต่อเนื่อง…ปรับตัวขึ้นไปแล้ว 12.88%

ท่ามกลางความสงสัยว่า มีปัจจัยหนุนอะไร ??

ที่จริง S จัดเป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง…

หลัง “กลุ่มสิงห์ พร็อพเพอร์ตี้” เข้าตลาดหุ้นทางอ้อม ผ่านการ Backdoor Listing บริษัท รสา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ RASA และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เมื่อปลายปี 2557 พร้อมผ่องถ่ายสินทรัพย์จาก “สิงห์ พร็อพเพอร์ตี้” เข้ามา

จะเห็นพัฒนาการทั้งรายได้และกำไรของ S เติบโตอย่างก้าวกระโดด

จากปี 2558 ขาดทุนสุทธิ 260.84 ล้านบาท จากรายได้รวม 2,316.18 ล้านบาท ปี 2559 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 170.23 ล้านบาท จากรายได้รวม 3,657.62 ล้านบาท ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 571.88 ล้านบาท จากรายได้รวม 6,220.62 ล้านบาท และปี 2561 กำไรสุทธิพุ่งแตะ 1,286.71 ล้านบาท จากรายได้รวม 8,935.94 ล้านบาท

ล่าสุดไตรมาส 1/62 ฟาดกำไรสุทธิไปแล้ว 293 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 259 ล้านบาท และมีรายได้รวม 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 167% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,123 ล้านบาท

S ใช้เวลาไม่กี่ปี ก็ขึ้นทำเนียบหุ้นอสังหาฯ ที่ทำผลงานโดดเด่น

แต่…น่าเสียดาย ราคาหุ้น S ช่วงที่ผ่านมากลับไม่ตอบสนองกับผลประกอบการที่เติบโตเอาซะเลย…

ราคาป้วนเปี้ยวแถวระดับ 3 บาทต้น ๆ มาเป็นแรมปี

นี่อาจเป็นความหวังครั้งใหม่ที่จะได้เห็นราคาหุ้น S ไต่ระดับทะลุ 4 บาท ได้ซะที…

เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน จะเห็นว่า S มีปัจจัยบวกรองรับมากมาย

ปัจจัยทางตรง มีโครงการใหญ่ ๆ ที่จะรับรู้รายได้เข้ามาต่อเนื่อง

โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม The EssseAsoke, โครงการ The Esse at Singha Complex และโครงการบ้านเดี่ยว Santiburi

ส่วนปัจจัยทางอ้อมจะรับรู้รายได้จากการถือหุ้น 20% ในกองทรัสต์ SPRIME ที่มีสินทรัพย์เข้ากองต่อเนื่อง

รวมทั้งรายได้ประจำจากค่าเช่าจากโครงการ Singha Complex และ Lighthouse

ทำให้ปี 2562 นี้คาดว่า เป็นปีแห่งการเริ่มต้นเก็บเกี่ยวดอกผลจากการลงทุนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ไม่นับรวมที่ช่วงปลายปีนี้ S เตรียมส่งบริษัทลูก คือ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ซึ่งทำธุรกิจโรงแรมในเครือที่คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีโรงแรมภายใต้การบริหาร 39 แห่ง รวม 4,647 ห้องใน 5 ประเทศ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

โดยจะขาย IPO ไม่เกิน 1,437 ล้านหุ้น คาด S จะได้เงินทุนหมุนเวียนเข้ามาประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท

คาดจะหนุนให้ S มีฐานะการเงินที่ดีขึ้น และทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงจากปี 2561 อยู่ที่ 2.24 เท่า มาอยู่ที่ 1.60 เท่าในปีนี้

S ตั้งงบลงทุนในปี 2562 ไว้ที่ 8,000-10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรายได้ให้ถึง 20,000 ล้านบาท ภายในปี 2563 และก้าวสู่การเป็น “โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี” (Global Holding Company) อย่างสมบูรณ์แบบ

นี่แว่วๆ มาว่า ล่าสุด มีนักธุรกิจเหมืองหยกและทับทิมจากเมียนมา สนใจอยากร่วมทุนกับ S พัฒนาโครงการทั้งในประเทศไทย และที่เมียนมาด้วยนะ

แหม๊…เนื้อหอมจริง ๆ

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น S ให้ราคาเป้าหมายของ 12 เดือนที่ 4.20 บาท

ก็ยังมีอัพไซด์ให้เล่นอีกเพียบ…

จึงเป็นจังหวะดี หากช่วงนี้ใครจะเก็บหุ้น S ติดพอร์ตไว้

อืม…หรือใครเห็นต่างมองว่ายังไม่เข้าตา ก็ไม่ว่ากัน…

…อิ อิ อิ…


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Sat Jun 29, 2019 1:30 am

ในธุรกิจ “น้ำเมา” 2 ตระกูลใหญ่ “เบียร์สิงห์” ของตระกูล ภิรมย์ภักดี (บุญรอดบริวเวอรี่) และ “เบียร์ช้าง” ของ เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี (ไทยเบฟ) ได้ขับเคี่ยวกันมาตลอดเพื่อชิงความเป็น 1
.
แต่สำหรับธุรกิจโรงแรมที่ทั้ง 2 กลุ่ม มีเป้าหมายการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปีนี้ 2562 นี้
ต่างฝ่ายต่างมีพื้นที่ๆในการขยายอาณาจักรของตนอย่างชัดเจน
.
ธุรกิจโรงแรมของสิงห์ ภายใต้ชื่อบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)มีเป้าหมายลงทุนโรงแรมและบริหารรีสอรท์ระดับพรีเมียม ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆทั่วโลก
.
ส่วนช้างก็ได้จัดพอร์ตโรงแรมผ่านทางบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) โดยยึดทำเลทองในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวเป็นฐานที่มั่น
.
มาดูกันว่าเส้นทางการทำธุรกิจโรงแรมของ 2 ค่ายนี้ เป็นอย่างไร
.
ในธุรกิจน้ำเมากลุ่ม “เสี่ยเจริญ” อาจจะมาทีหลังกลุ่ม “บุญรอด” แต่ในธุรกิจโรงแรมต้องบอกว่า “ช้าง”มาก่อน “สิงห์”
.
เจริญเริ่มรุกสู่ธุรกิจโรงแรมเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2534 จากการซื้อโรงแรมแม่ปิง จ.เชียงใหม่ ปี 2537 ก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ก็ได้ซื้อกิจการโรงแรมอิมพีเรียล ของอากร ฮุนตระกูล ถึง 7 แห่ง
.
ถัดมาปี 2538 และ 2539 ซื้อโรงแรมภูแก้วรีสอร์ทที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ จากบุญชู โรจนเสถียร และโครงการซิตี้รีสอร์ทที่เชียงใหม่ และโรงแรม โกลเด้น ไทรแองเกิล วิลเลจ ที่เชียงราย จากไพโรจน์ เปี่ยมพงศ์สานต์
.
ปัจจุบันในพอร์ต ของ AWC กลุ่มเจริญมีโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้วประมาณ 3,432 ห้อง อยู่ระหว่างพัฒนาอีก 1,528 ห้อง รวมทั้งมีการเซ็นสัญญาในการซื้อโรงแรมใหม่อีก 12 โรงแรมประมาณ 3,000 ห้อง
.
ดังนั้นในอีก 5 ปี ข้างหน้า AWC คาดว่าต้องบริหารโรงแรมทั้งหมดประมาณ 27 แห่ง รวมประมาณ 8,000 ห้อง
.
ปัจจุบันธุรกิจโรงแรม ทำรายได้ประมาณ 65 % จากรายได้อสังหาฯทั้งหมด
.
ส่วนกลุ่มสิงห์เริ่มชัดเจนกับการบุกตลาดอสังหาฯ เมื่อปี 2557 ด้วยการตั้งบริษัท สิงห์ เอสเตท ขึ้นมา และเข้าไปเทคโอเวอร์ บมจ.รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์
.
พร้อมกับดึง “นริศ เชยกลิ่น” มาเป็นมานั่งในตำแหน่ง CEO นริศคือคนที่เคยดูแลบริษัทธนายง ของคีรี กาญจนพาสน์ และเป็นผู้บริหารให้กับทางบริษัทเซ็นทรัลพัฒนามานานถึง 16ปี
.
และปีนี้สิงห์ยังประกาศว่านำบริษัทก้าวสู่การเป็น "โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี" โดยนำ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ที่ดูและกลุ่มธุรกิจโรงแรม ยื่นเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อขยายกลุ่มธุรกิจโรงแรม
.
โรงแรมของสิงห์มีที่ไหนบ้าง

สิงห์เพิ่งเริ่มรุกธุรกิจโรงแรมเมื่อในปี 2557 ด้วยการเข้าไปซื้อโรงแรมสันติบุรี ซึ่งเป็นของตระกูล "ภิรมย์ภักดี" มารีโนเวตใหม่พร้อมๆกับการซื้อโรงแรมพีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ
.
หลังจากนั้นบริษัทฯก็โตอย่างรวดเร็วเพียง 4 ปีมีโรงแรมทั้งหมด 39 แห่งกระจายอยู่ใน 5 ประเทศ 3 ภูมิภาค ประกอบด้วยในยุโรปที่สหราชอาณาจักร และในเอเซียแปซิฟิก คือ ไทย มัลดีฟส์ และฟิจิ และในแอฟริกา คือ มอริเชียส
.
มีทั้งบริษัทที่บริหารจัดการเอง และบริหารภายใต้แบรนด์อื่นเช่นโรงแรมในสหราชอาณาจักร จำนวน 29 แห่ง ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Mercure และแบรนด์ Holiday Inn
.
โรงแรม Outrigger ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมจำนวน 6 แห่งที่ดำเนินกิจการภายใต้แบรนด์ Outrigger
.
ส่วนในอนาคตมีแผนพัฒนาโครงการครอสโรดส์ (CROSSROADS) เฟส 1 ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการบนเกาะจำนวน 3 เกาะ ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ประกอบด้วย โรงแรม 2 แห่ง
.

ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมของสิงห์ เอสเตทมีมูลค่ารวมอยู่ราว 2.6 หมื่นล้านบาท และจะมีการลงทุนเพิ่มในปีนี้อีก 4 พันล้านบาท โดยตั้งเป้าจะมีโรงแรมเพิ่มเป็น 75 แห่ง ในปี 2025
.
ในปี 2561 ธุรกิจโรงแรมสร้างรายได้ในสัดส่วนร้อยละ 34 ต่อรายได้ทั้งหมดจากจำนวนห้องพักที่เปิดบริการแล้วประมาณ 4 พันห้อง(ยังไม่รวมโรงแรมในโครงการครอสโร้ดส์)
.
ดังนั้นแม้จะเป็นธุรกิจโรงแรม เหมือนกัน และใช้กลยุทธ์ในการซื้อกิจการเพื่อต่อยอดความเป็นใหญ่อย่างรวดเร็วเหมือนกัน แต่ด้วยทำเลที่ต่างกัน งานนี้ โอกาสที่ “ช้าง” กับ “สิงห์” จะชนกันคงยากเหมือนกัน
Attachments
CE1EDFD0-4C0C-4FC1-8CB6-62D1DBEC654B.jpeg
CE1EDFD0-4C0C-4FC1-8CB6-62D1DBEC654B.jpeg (333.2 KiB) Viewed 1011 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Fri Aug 16, 2019 12:14 pm

คอลัมน์: IPO REVIEWS: หุ้นโรงแรม & เทคโนโลยี พร้อมระดมทุนขายไอพีโอ
Source - การเงินธนาคาร (Th)

Friday, August 16, 2019 10:36


ภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2562 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดที่ 1,730.34 จุด ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในเอเชีย โดยผู้ลงทุนต่างประเทศมีสถานะซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ด้วยมูลค่าซื้อสุทธิสูงสุดในภูมิภาค เป็นผลจากการเมืองภายในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น และมีแนวโน้มว่านโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญจะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ประกอบกับแรงสนับสนุนจากปัจจัยภายนอกอันได้แก่ สถานการณ์สงครามการค้าที่มีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้น การดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
SHR : บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท
กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการ
บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมและลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจาก สิงห์ เอสเตท ปัจจุบันมีโรงแรมทั้งสิ้น 39 แห่ง และมีห้องพักรวมทั้งสิ้น 4,647 ห้องใน 5 ประเทศ เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชน (IPO) จำนวนไม่เกิน 1,437,456,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 5 บาทต่อหุ้น โดยมี ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ธุรกิจของบริษัทสามารถแบ่งกลุ่มทรัพย์สินตามลักษณะการประกอบธุรกิจ ดังนี้
1.โรงแรมที่บริษัทบริหารจัดการเองและดำเนินการเองโดยใช้แบรนด์ของบริษัท ได้แก่ โรงแรม พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท และ โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย
2.โรงแรม Outrigger คือกลุ่มโรงแรมที่ดำเนินกิจการภายใต้แบรนด์ Outrigger จำนวน 6 แห่ง
3.โรงแรมของบริษัทในสหราชอาณาจักร คือกลุ่มโรงแรมในสหราชอาณาจักร 29 แห่ง ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Mercure และแบรนด์ Holiday Inn และบริษัทมีสัดส่วนเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าที่เป็นเจ้าของโรงแรมดังกล่าว 50%
4.โครงการ Crossroads เฟส 1 ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการบนเกาะจำนวน 3 เกาะ ในโครงการ Crossroads ตั้งอยู่ ณ Emboodhoo Lagoon ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ โดยปัจจุบันโครงการ Crossroads เฟส 1 ประกอบด้วยโรงแรมซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton และโรงแรม Hard Rock Hotel Maldives รวมถึงศูนย์ Complex ภายใต้โครงการ Marina@CROSSROADS และเกาะที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นโรงแรมอีก 1 เกาะ
ทั้งนี้ สิงห์ เอสเตท ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยย้ายบริษัทที่ประกอบธุรกิจโรงแรมภายใต้สิงห์ เอสเตท ทั้งหมดมาอยู่ภายใต้ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท โดยดำเนินแล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ซึ่งในการปรับโครงสร้างดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจาก 51 ล้านบาท เป็น 10,780.92 ล้านบาท
ด้านผลประกอบการปี 2559 บริษัทมีกำไร 191.1 ล้านบาท โดยปี 2560 มีกำไรสุทธิ 305.8 ล้านบาท ซึ่งมีอัตรากำไรสุทธิ 28.5% ขณะที่ปี 2561 มีกำไรสุทธิ 450.1 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 17.5% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
รายได้จากการดำเนินงานตามงบการเงินรวมของบริษัทปี 2559 เท่ากับ 968.0 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการดำเนินงานปี 2561 อยู่ที่ 2,575.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139.8% จากปี 2560 ที่มีรายได้ อยู่ที่ 1,074.0 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากอัตราการเข้าซื้อกิจการโรงแรม Outrigger รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขยายการดำเนินงานของ โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย
ทั้งนี้ รายได้งบการเงินรวมของบริษัทไม่รวมรายได้จากโรงแรมของบริษัทในสหราชอาณาจักร ซึ่งจะบันทึกในรูปแบบของส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากการลงทุนในกิจการร่วมค้า โดยส่วนกำไรจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าปี 2560 อยู่ที่ 65.2 ล้านบาท และปี 2561 อยู่ที่ 83.6 ล้านบาท

ปัจจุบัน บริษัทมีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วจำนวน 10,780,920,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,156,184,000 หุ้น โดยมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท ทั้งนี้ ภายหลังการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้แล้ว บริษัทจะมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 18,318,200,000 บาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,507,456,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชน 1,437,456,000 หุ้น
และเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นต่อประชาชน (PO Warrant) ให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน สิงห์ เอสเตท, บริษัทย่อยของ สิงห์ เอสเตท, เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท และบริษัทย่อยของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำนวน 70,000,000 หุ้น
สำหรับวัตถุประสงค์จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้ลงทุนในการพัฒนาโครงการต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงโครงการ Crossroads เฟส 1 โครงการปรับปรุงและพัฒนาโรงแรม Outrigger โครงการปรับปรุงและพัฒนาโรงแรม พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท รวมถึงเพื่อชำระเงินกู้จาก สิงห์ เอสเตท และเงินกู้จากสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ยังใช้เป็นเงินหมุนเวียนในกิจการและวัตถุประสงค์ทั่วไป

ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
INSET : บมจ.อินฟราเซท
กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
บมจ.อินฟราเซท หรือ INSET ประกอบธุรกิจให้บริการก่อสร้างเกี่ยวกับธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายโทรคมนาคม และธุรกิจซ่อมบำรุงและบริการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชน (IPO) จำนวน 146,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น โดยมีบริษัทที่ปรึกษา เอเชีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัทจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัดในปี 2549 ด้วยทุนแรกเริ่มจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูล ต่อมาในปี 2561 ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 207 ล้านบาท ผลงานของบริษัทที่สำคัญ เช่น โครงการก่อสร้างอาคารชุมสายโทรคมนาคม (Mobile Switching Center) จังหวัดปทุมธานี
โครงการการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมในพื้นที่ชายขอบ หรือโครงการ USO (Phase 1) ของสำนักงาน กสทช. สำหรับพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริษัทเป็นผู้รับเหมาช่วง (Subcontractor) ของการติดตั้งเสาส่งสัญญาณเพื่อกระจายสัญญาณโทรคมนาคม ให้กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
ด้านผลประกอบการปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 43.14 ล้านบาท โดยปี 2560 มีกำไรสุทธิ 63.91 ล้านบาทหรือมีอัตรากำไรสุทธิ 12.05% ขณะที่ปี 2561 มีกำไรสุทธิ 94.56 ล้านบาท หรือมีอัตรากำไรสุทธิ 9.39% พบว่า กำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่รับรู้เพิ่มขึ้นในแต่ละปี อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิลดลงจากปี 2560 เป็นผลมาจากโครงการ USO (Phase1) มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าโครงการอื่น ประกอบกับการที่บริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ
ส่วนรายได้ปี 2559-2561 มีรายได้รวม 451.36 ล้านบาท 530.29 ล้านบาท และ 1,007.12 ล้านบาท ตามลำดับ โดยรายได้หลักของบริษัทฯ มาจากรายได้จากธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รองลงมาเป็นรายได้จากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายโทรคมนาคม

ปัจจุบัน บริษัทมีทุนจดทะเบียนจำนวน 280,000,000 บาท โดยมีทุนที่เรียกชำระแล้ว 207,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 414,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ทั้งนี้ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชน (IPO) ในครั้งนี้แล้ว บริษัทจะมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเท่ากับ 280,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 560,000,000 หุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชน (IPO) จำนวน 146,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 26.07% มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
สำหรับวัตถุประสงค์จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจและเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

--การเงินธนาคาร ฉบับที่ 448 สิงหาคม 2562----จบ--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Wed Aug 28, 2019 11:05 pm

SHR หุ้น IPO อีกตัวที่นักลงทุนต้องจับตา
.
SHR หรือ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน). เป็นหนึ่งในบริษัทของสิงห์ เอสเตท ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกตัวทีมีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นบ้านแนวราบ คอนโดระดับหรู ธุรกิจโรงแรม และออฟฟิศให้เช่า
.
SHR มีความโดดเด่นในธุรกิจโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ใน Location ศักยภาพสูงกระจายอยู่ทั่วโลกเพื่อลดความเป็นธุรกิจ "ฤดูกาล" ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของธุรกิจโรงแรมมาโดยตลอด
.
ถือเป็นหุ้น IPO อีกตัวที่นักลงทุนต้องจับตา ครับ ...
Attachments
6BE8E423-41E3-4BBB-BDF3-95BE4200BB03.jpeg
6BE8E423-41E3-4BBB-BDF3-95BE4200BB03.jpeg (132.33 KiB) Viewed 783 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Mon Sep 16, 2019 6:47 pm

Pre-emptive Right

เรื่อง :
การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท (Pre-emptive Right)
ชื่อบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมที่จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนใ :บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด
(มหาชน)
ห้ผู้ถือหุ้นของบริษัท
ประเภทหลักทรัพย์ที่จัดสรร : หุ้นสามัญ
จำนวนหุ้นที่จัดสรร (หุ้น) : 68,537,192
อัตราส่วน (หุ้นของบริษัท : : 100 : 1
หุ้นเพิ่มทุนของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม)
วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้น : 30 ก.ย. 2562
เพิ่มทุนของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม (Record date)
วันที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ (XB) : 27 ก.ย. 2562
หมายเหตุ :
บริษัทฯ ขอเรียนว่าการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกของ SHR
ซึ่งรวมถึงการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นของ S เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้น
และการนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SHR เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
อยู่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญดังนี้
1) SHR ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก
และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนของ SHR มีผลใช้บังคับแล้ว
2) SHR ได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วต่อกระทรวงพาณิชย์
ภายหลังจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวต่อประชาชนทั่วไปแล้ว
3) ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความเห็นชอบในการรับหุ้นสามัญของ SHR เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
โดยมีเงื่อนไขให้มีการกระจายการถือหุ้นรายย่อยให้ครบถ้วน
นอกจากนี้ บริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบถึงราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SHR ให้แก่ผู้ถือหุ้นของ S
เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้น ซึ่งจะเป็นราคาเดียวกับราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SHR
ให้แก่ประชาชนทั่วไป รวมถึง ระยะเวลาการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SHR
วิธีการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SHR
และความคืบหน้าอื่นเพิ่มเติมให้ทราบต่อไปเมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้
ชวนของ SHR มีผลบังคับใช้
______________________________________________________________________


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Tue Sep 17, 2019 10:22 am

S เคาะขายหุ้น SHR ให้ผถห.68.5ล้านหุ้น สัดส่วน 100:1 ขึ้น XB 27ก.ย.นี้



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ก.ย. 62 9:22: น.
  นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า บอร์ดอนุมัติ เสนอขายหุ้น "บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR " จำนวน 68.5 ล้านหุ้น ให้ผถห.ในอัตราส่วน 100 : 1 ขึ้น XB 27 ก.ย. 2562

  - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้อนุมัติเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทย่อย " บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR " ให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท (Pre-emptive Right) จำนวนหุ้นที่จัดสรร 68,537,192 หุ้น อัตราส่วน 100 : 1
  - วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม (Record date) คือ 30 ก.ย. 2562 วันที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ (XB) 27 ก.ย. 2562
  - บริษัทฯ ขอเรียนว่าการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกของ SHR ซึ่งรวมถึงการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นของ S เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้นและการนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SHR เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญดังนี้
  - SHR ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนของ SHR มีผลใช้บังคับแล้ว
  - SHR ได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วต่อกระทรวงพาณิชย์ ภายหลังจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวต่อประชาชนทั่วไปแล้ว
  - ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความเห็นชอบในการรับหุ้นสามัญของ SHR เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีเงื่อนไขให้มีการกระจายการถือหุ้นรายย่อยให้ครบถ้วน
  - บริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบถึงราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SHR ให้แก่ผู้ถือหุ้นของ S เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้น ซึ่งจะเป็นราคาเดียวกับราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SHRให้แก่ประชาชนทั่วไป รวมถึง ระยะเวลาการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SHR
วิธีการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SHRและความคืบหน้าอื่นเพิ่มเติมให้ทราบต่อไปเมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ ชวนของ SHR มีผลบังคับใช้


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31653
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SHR

Posts by pakapong_u » Thu Sep 26, 2019 7:32 pm

(เพิ่มเติม) S ตั้งงบลงทุนขยายธุรกิจคอมเมอร์เชียลช่วง 4 ปี ราว 1.5 หมื่นลบ.,เดินหน้าส่ง SHR ขายหุ้น IPO-เข้า SET ใน พ.ย.นี้

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562 18:05:50 น.


นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สิงห์ เอสเตท (S) เปิดเผยว่า แผนงานระยะยาวบริษัทคาดการณ์งบลงทุนในการขยายธุรกิจคอมเมอร์เชียลไว้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาทสำหรับ 4 ปี โดยธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก นับเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีความมั่นคงของรายได้ โดยเฉพาะโครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี ได้รับการตอบรับจากผู้เช่าเกินความคาดหมายด้วยอัตราการเช่าพื้นที่กว่า 92%

ดังนั้น บริษัทจึงมีแผนการพัฒนาโครงการมิกส์ยูสโครงการใหม่ ภายใต้ชื่อ "เอส โอเอสซิส" บนถนนวิภาวดี-รังสิต มูลค่า 3.68 พันล้านบาท ความสูง 36 ชั้น มีพื้นที่ให้เช่า (NLA) ประมาณ 53,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นพื้นที่สำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีกบางส่วน ซึ่งจะใช้เวลาในการพัฒนาประมาณ 3 ปี โดยได้เริ่มการก่อสร้างในปีนี้

ขณะที่กลุ่มธุรกิจโรงแรม ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างมากกับการเติบโตของบริษัทในปีนี้ และมีรายได้ประจำจากการลงทุนในกิจการโรงแรม โดยการเข้าซื้อโรงแรม Outrigger 6 โรงแรมใน 4 ประเทศ และการเปิดตัวโครงการ CROSSROADS ประเทศมัลดีฟส์ ซึ่งนับเป็นโครงการลงทุนต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทเมื่อกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย ท่าเรือยอร์ชมารีนาพร้อมร้านค้าและร้านอาหารชื่อดัง พร้อมทั้งเปิดตัวโรงแรมชั้นนำ 2 แห่ง ได้แก่ SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton และ Hard Rock Hotel Maldives เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะที่ผ่านมา และมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจของรัฐบาลมัลดีฟส์



ส่วนกลุ่มธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย บริษัทมียอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน (Backlog) ของคอนโดมิเนียมมูลค่า 4,400 ล้านบาท จากโครงการ The ESSE Asoke และ The ESSE at SINGHA COMPLEX

"ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด จึงทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้หุ้นละ 0.04 บาท ในปี 62 และยังส่งผลให้ปี 62 เป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวรายได้ของ สิงห์ เอสเตท ทุกกลุ่มธุรกิจหลักมีการเติบโตและขยายตัว เพื่อเปิดรับโอกาสการลงทุนใหม่ในปีถัดไป"นายนริศ กล่าว

นายนริศ กล่าวว่า การเปิดโครงการ CROSSROADS ในช่วงกลางเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดยที่บริษัทคาดว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมทั้ง 2 แห่ง คือ SAii Lagoon Maldievs และ Hard Rock Hotel ในมัลดีฟส์จะมีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 30% ภายในสิ้นปีนี้ และจะเพิ่มเป็น 50% ภายในไตรมาส 1/63 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของมัลดีฟส์ โดยที่ในช่วงไตรมาส 4/62 คาดว่าโครงการ CROSSROADS จะสร้างรายไดิให้กับบริษัทราว 500-600 ล้านบาท

นายนริศ คาดว่า จะเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) ของบมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) บริษัทในเครือ จำนวน 1,437.45 ล้านหุ้น คิดเป็น 40% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในเดือนนพ.ย.นี้ หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เริ่มนับหนึ่งไฟลิ่งเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา



เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้บริษัทจะนำไปชำระคืนหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน และจะนำเงินไปใช้เพื่อการลงทุนโรงแรมแห่งใหม่ทั้งการซื้อกิจการโรงแรมและก่อสร้างโรงแรม โดยที่บริษัทมีโรงแรมในต่างประเทศที่อยู่ระหว่างการเจรจา และเตรียมประกาศแผนการลงทุนโรงแรมใหม่หลังจากที่นำ SHR เข้าตลาดแล้ว ซึ่งปัจจุบันค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นโอกาสที่บริษัทจะเข้าซื้อโรงแรมได้ในราคาที่ถูกลง โดยที่บริษัทมีแผนการเพิ่มจำนวนโรงแรมเป็น 80 แห่ง ภายใน 4-5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีจำนวนโรงแรมอยู่ที่ 49 แห่ง

ในปี 62 บริษัทคาดว่ารายได้ของ SHR จะอยู่ที่ 4 พันล้านบาท และรายได้ของ S จะอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 2 หมื่นล้านบาทในปี 63
ซึ่งจะมีปัจจัยหนุนมาจากการที่โครงการ CROSSROADS เปิดให้บริการเต็มปี โครงการโรงแรมในอังกฤษ โรงแรมไนไทย และโรงแรมในเครือ Outtrigger และยังมีโครงการคอนโดมิเนียมที่ทยอยโอนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าบริษัทจะชะลอแผนการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยออกไป โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม หลังจากที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว จากการควบคุมการปล่อยสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งบริษัทได้มีการเลื่อนเปิดโครงการคอนโดมิเนียม ESTRO รางน้ำ จากปลายปี 62 ไปเป็นต้นปี 63

--อินโฟเควสท์ โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/วิลาวัลย์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


mezzo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 697
Joined: Tue Aug 02, 2011 9:33 am

Re: SHR

Posts by mezzo » Fri Oct 11, 2019 3:31 pm

สรุป IPO SHR จากเอเชียพลัส ครับ

http://research.asiaplus.co.th/asps/web ... 621011.pdf
Attachments
68E7E6BB-0A01-4C75-9C86-F1CF71A30876.jpeg
68E7E6BB-0A01-4C75-9C86-F1CF71A30876.jpeg (373.14 KiB) Viewed 87 times


Post Reply