บทความหนึ่ง ที่ท่าน ดร. นิเวศน์ เขียนเมื่อ ปีสองปีก่อน
ว่าหมดช่วงยุคทองของวีไอในประเทศไทยแล้ว นับวันผมเริ่มจะเห็นด้วยกับบทความนั้น มากขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งหลักการนี้ แพร่หลาย มีคนนำไปใช้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โอกาส ที่นักลงทุนวีไอ ที่ใช้หลักการวีไอ ลงทุนให้ได้ผลตอบแทน เหนือกว่าตลาดยิ่งเป็นไปได้ยากขึ้นเพราะใครๆ ก็ใช้หลักการนี้
การหาหุ้นที่ มีมูลค่าตำ่กว่าความเป็นจริง เป็นบริษัทที่มีคุณภาพ DCA สูง สามารถขยายการเจริญเติบโตออกไปได้ นับวันก็ยิ่งหายากขึ้นทุกที
สถานการณ์ ช่วงนี้แตกต่างกับ เมื่อ 10 กว่าปีก่อนอย่างสิ้นเชิง
เมื่อก่อน หุ้นที่ดูมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง และมี Growth ด้วย หาได้ง่ายมาก เปรียบเหมือน ที่บัพเฟ่ต ว่าไว้ว่า เหมือนคนบ้า Sex อยู่ใน Harem ผมว่า ผลงานของ วีไอ ในช่วงนั้นทำได้ดีกว่าตลาดมากนั้น เป็นเรื่องปกติมากๆ
แล้วดูอย่างในปัจจุบันสิ หาหุ้นยากกว่าเดิมมาก ส่วนการทำผลงานดีกว่าตลาดมากๆ นั้นต้องเป็นเรื่องพิเศษ ต้องใช้ความพยายามมากกว่าเดิมเยอะ
เห็นวีไอ หลายๆ ท่าน ก็เริ่มปรับเปลี่ยน เช่น
ไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น (เวียดนาม)
มีการใช้ เมจิก ฟอร์มูล่า ( PE ต่ำ / ROE สูง / ซื้อหลายๆ ตัว )
เน้นเรื่อง Passive investment มากขึ้น
เพื่อนๆ มอง เรื่องนี้ว่าไงบ้างครับ ปรับตัวกับสถานการณ์ อย่างไรกันบ้าง มีการใช้หลักการ แทคติก อะไรกันบ้างในช่วงนี้ครับ ที่จะทำให้ผลตอบแทนเรา ดีกว่าตลาด ได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต ครับ