เห็นด้วยครับ ทีมงานเอาใจใส่เสียงสมาชิกแบบนี้ ต้องปรบมือให้ครับ
ถ้าลองแล้วประเมินว่าไม่ได้มีผลเสียอะไร มีผลดีกว่าแน่ๆ ก็คงไว้แค่กดบวก ถ้ามันมีอะไรไม่ดี ซึ่งก็คงไม่เห็นมีอะไรต้องเสียหายถึงขั้นร้ายแรง ก็มาว่ากันอีกที
ผมจำได้ว่าเดิมที ที่มีปุ่มลบ ก็ตั้งใจดีตรงที่ไม่ให้ความคิดเห็นถูกลบทิ้งไป เพื่อรักษาน้ำใจกัน และไม่แน่ ความเห็นต่างอาจไม่แย่เกินไป แต่อาจแสดงออกมาไม่ถูกกาละเทศะก็ได้ แค่หมายถึงไม่ดีในความรู้สึกหลายคน
จึงเกิดการให้สมาชิกเป็นคนให้มติ เมื่อคนไม่เห็นด้วยหรือเห็นว่าไม่เหมาะ กดลบมากเกิน 3 แล้วจะถูกฝัง เพราะเป็นการยืนยันว่า สิ่งที่คุณเขียน คนเริ่มไม่เห็นด้วยกับคุณ มากขึ้นแล้ว แต่ก็ทั้งนี้ก็ไม่ได้ลบทิ้ง คนก็ยังกดดูได้ ว่าคุณแสดงอะไรออกมา คนถึงไม่เห็นด้วย
อันนี้ถือเป็นเครื่องมือ ที่ใช้งานได้ดี เพราะช่วงแรกๆ นั้น โดยเฉพาะช่วงรอยต่อ ช่วงที่การลงทะเบียนสมาชิกอยู่ในช่วงเริ่มต้น มีแปลกๆ เข้ามาเยอะ มีเนียนแอบมาปล่อยข่าวหุ้นปั่นด้วย ช่วงหลังไม่ได้เห็นแบบนั้นนานแล้ว
แต่ช่วงหลัง การกดลบเริ่มมีไม่ใช่วัตถุประสงค์เดิม กลายเป็นเครื่องบั่นทอนกำลังใจ
ตัวอย่างที่ชัดตัวอย่างหนึ่ง ที่ผมเห็นแล้วยังงง มีคนไล่กดลบความเห็นที่ขอบคุณเจ้าของบทความ
ยังงงจนทุกวันนี้ว่าทำเพื่ออะไรหนอ เขาคิดอะไรในใจหนอ
ที่ผ่านมา ถ้าเป็นการแสดงความเห็น แบบไม่เกิดประโยชน์ อย่างเช่น รำพันว่า "ราคาขึ้นแล้ว มีเจ้าเข้าแน่ๆ" แบบนั้นที่ส่งเสริมกันกดลบ ถึงไม่ใช่อาชญากรรม แต่เราก็พูดกันชัดว่าเป็นการแสดงความเห็น นอกเหนือวัตถุประสงค์การลงทุน
แต่ว่าการขอบคุณเจ้าของบทความถือว่าช่วงส่งเสริมให้คนเก่งๆ เผยแพร่ความรู้ ทบต้นความรู้เข้าไปกันนี่...การขอบคุณแตกต่างจากรำพันลอยๆ หรือรำพันเรื่องราคาขึ้นลงมากเอาการ
โดนกดลบ เพราะแค่อยากขอบคุณ คงงง ....รู้สึกงง ก็แค่ "เฮ้ย อะไรฟระ"
แต่ถ้าเป็นการกดลบในข้อความที่เจ้าของอุตส่าห์ตั้งใจคิดก่อนเขียน นี่มันลบกำลังสอง เพราะอุตส่าห์ทำคุณ กลับไปบูชาโทษ
บอกตรงๆ ถ้าผมเป็นคนเขียน ผมก็คงไม่คิดแค่... อะไรฟะ แต่คง "...ไอร้เขี้ย...กรูไม่เขียนให้มรึงอ่านแล้วว่ะ ไปหาอ่านข่าวปั่น ข่าวปล่อย ในพันติ๊บ ไปหาอ่านบอร์ดขายคอร์สมายด์เซ็ตขั้นสูงส่งสต๊อคทูเดย์เน๊เฟว่อร์ดายไป"
พอมันออกนอกวัตถุประสงค์ดั้งเดิมไป การกด vote ลบ มันเลยกลายเป็นเครื่องมือบั่นทอนคุณภาพ แทนที่จะควบคุมคุณภาพแบบก่อน
ทำนองนี้ จากที่ใช้สกัดเด็กขีดเขียนฝาผนังเลอะเทอะ...ซึ่งก็ได้ผลดีอยู่ แต่ตอนนี้กลายไปสกัดบั่นทอนความอยากที่จะเผยแพร่ความรู้กันได้